“รอสซี-ลอเรนโซ” เปิดตัวรถใหม่ก่อนเยือนไทย

February 4, 2010

 วาเลนติโน รอสซี และฮอร์เก ลอเรนโซ 2 นักบิดซูเปอร์สตาร์แห่งทีมเฟียต-ยามาฮา ในศึกโมโตจีพี ร่วมเปิดตัวรถแข่งคันใหม่ของที่จะใช้ในฤดูกาล 2010 ก่อนที่ทั้งคู่จะมีคิวบินลัดฟ้ามาโชว์ตัวยังประเทศไทยในสุดสัปดาห์นี้ ที่ยามาฮา ไรเดอร์ คลับ ถ.รัชดา 
 

ลอเรนโซ-รอสซี เปิดตัวรถ M1 ที่เซปัง

 ที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เฟียต-ยามาฮา ทีมแข่งแชมป์โลกประจำศึกมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก เปิดตัวทีมงานสำหรับโมโตจีพีฤดูกาลใหม่ พร้อมทั้งนำรถ YZR-M1 ให้วาเลนติโน รอสซี และฮอร์เก ลอเรนโซ 2 นักบิดประจำทีมลงทดสอบ 
 
 โดยฝ่ายจัดการแข่งขันได้กำหนดให้วันที่ 4 และ 5 ก.พ. เป็นการทดสอบอย่างเป็นทางการในรุ่นโมโตจีพี ซึ่งมีนักบิดชั้นนำมากมายร่วมทดสอบทั้งเคซีย์ สโตเนอร์ จากดูคาติ ,อัลบาโร เบวติสตา ,มาร์โก ซิมอนเชลลี รวมถึงวาเลนติโน รอสซี และฮอร์เก ลอเรนโซ 
 
 โดยลิน ยาร์วิส ผู้อำนวยการ ยามาฮา เรซซิง เผยหลังเปิดตัวนักบิดและทีมงานที่เซปังว่า “เราประสบความสำเร็จในปี 2009 ด้วยการคว้าแชมป์โลกทั้ง 2 ประเภท ซึ่งการป้องกันแชมป์ยากกว่าการคว้าแชมป์หลายเท่า แต่เราก็ยังมั่นใจว่าทั้งฮอร์เก และวาเลนติโน จะสร้างผลงานน่าประทับใจให้เราได้อีกครั้ง” 
 
 ซึ่งผลการเทสต์รถวันแรกปรากฎว่า “เดอะด็อกเตอร์” ทำเวลาต่อรอบเข้ามาดีที่สุดที่ 2 นาที 1.411 วินาที ซึ่งช้ากว่าสถิติเดิมที่ตัวเองเคยทำได้ในรอบควิอลิฟาย มาเลเซียน จีพี 2009 ราว 2 วินาที โดยมีเคซีย์ สโตเนอร์ อดีตแชมป์โลกปี 2007 ทำเวลาตามมาเป็นที่ 2 
 
 สำหรับรอสซี และลอเรนโซ มีคิวเดินทางมาโชว์ตัวร่วมกับยามาฮา ต้นสังกัดในประเทศไทยในสุดสัปดาห์นี้ ที่โชว์รูมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่านำเข้า (Yamaha Riders Club) ถ. รัชดาภิเษก วันเสาร์ที่ 6 ก.พ. ก่อนที่ วันอาทิตย์ที่ 7 จะไปร่วมงาน ยามาฮา เฟสติวัล ณ สนามบางกอก เรซซิง ลานกิจกรรมหลังซีคอนสแควร์ 
 

“เดโฟ” แฮตทริกไก่บุกจิกลีดส์ลิ่ว 16 ทีมเอฟเอคัพ

February 4, 2010

 เจอร์เมน เดโฟ กองหน้าทีมชาติอังกฤษซัดแฮตทริกช่วยให้ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บุกมาจิกเอาชนะ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-1 ทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2009/10 
 
 ศึกฟุตบอลเอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบสี่ นัดรีเพลย์ 
 ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-3 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์
 
 

“เดโฟ” ซัดแฮตทริกใส่ “อันเดอร์เกรน”

 
 

 ไซมอน เกรย์สัน จัดทัพใหญ่ “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านลุยกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และก็มีข่าวดีได้ ริชาร์ด เนย์เลอร์ กองหลังกัปตันทีมฟิตคืนสนาม แนวรุกให้ โรเบิร์ต สนอดกราสส์ ทำเกมอยู่ด้านหลัง เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด และ ลูชาโน เบ็คคิโอ ด้าน แฮร์รี เรดแนปป์ ปรับขุมกำลังเล็กน้อยในการมาเยือนเอลแลนด์ โรด ให้โอกาสตัวสำรองอย่าง เดวิด เบนท์ลีย์ และ เจอร์เมน จีนัส ปักหลักแดนกลาง คู่หน้าไว้วางใจ ปีเตอร์ เคราช์ กับ เจอร์เมน เดโฟ หลังปล่อย ร็อบบี คีน ให้แก่ กลาสโกว์ เซลติก ในรูปแบบการยืมตัว 
 

“เบ็คคิโอ” ซัดตีเสมอให้ยูงทองก่อนพ่าย

 เริ่มเกมการแข่งขัน ลีดส์ ไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรีทีมเยือนเดินหน้าลุยใส่ก่อนทันที แต่โอกาสแรกของเกมเป็นของ สเปอร์ส เมื่อ แกเร็ธ เบล ยิงฟรีคิกแฉลบกำแพงออกหลังไปได้ลูกเตะมุม เซบาสเตียน บาสซง เติมขึ้นมายิงบอลข้ามคาน นาทีที่ 25 “ไก่เดือยทอง” เกือบจิกนำได้เมื่อบอลถูกสาดยาวจากแดนหลังให้ เจอร์เมน เดโฟ หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงแต่ แคสเปอร์ อันเคอร์เกรน ออกมาบล็อกได้เร็วบอลแฉลบออกหลัง ทีมเยือนจากลอนดอนจับจังหวะบุกได้อย่างต่อเนื่อง เบล เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนเปิดบอลโดนกองหลัง “ยูงทอง” เปลี่ยนทางกำลังจะเข้าเสาแรกแต่ อันเคอร์เกรน โชว์ปฏิกิริยาพุ่งไปล้วงบอลออกมาได้ทัน 
 
 ครึ่งชั่วโมงผ่านไปโอกาสเป็นของ สเปอร์ส แทบจะฝ่ายเดียว เดโฟ ได้ยิงเต็มข้อแต่ อันเคอร์เกรน ยืนปิดมุมได้ดี หลังจากบี้อยู่นาน “ไก่เดือยทอง” ก็จิกนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ เดวิด เบนท์ลีย์ พลิกหนี แอนดี ฮิวจ์ส ขึ้นไปเปิดบอลจากกราบขวาเข้ากลาง เดโฟ จับหนึ่งจังหวะก่อนหมุนตัววอลเลย์ด้วยซ้ายโดนไม่เต็ม แต่กลายเป็นดีบอลพุ่งเข้ามุมบนของตาข่ายในนาทีที่ 37 พอเสียประตูไป ลีดส์ ดันเกมรุกหวังทวงคืนทันที ลูโบเมียร์ มิชาลิค ขึ้นมาโหนโหม่งลูกเตะมุม เฮเรลโญ โกเมส ได้ออกแรงปัดบอลทิ้งไปบ้าง แต่นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก “ยูงทอง” ไล่เจ๊า 1-1 สำเร็จ เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด หลุดกับดักล้ำหน้าปาดยิง โกเมส ปัดไม่พ้นอันตราย ลูชาโน เบ็คคิโอ กวาดบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย 
 
 ลุยต่อครึ่งหลังทั้งสองฝ่ายเดินหน้าลุยใส่กันต่อทันที นาทีที่ 52 สเปอร์ส ได้โอกาสก่อนเมื่อ นิโก ครันจ์ชาร์ ได้ซัดไม่เต็มเท้า ปีเตอร์ เคราช์ สอดเท้าตวัดยิงระยะแค่ 5 หลาแต่บอลไม่ตรงกรอบอย่างเหลือเชื่อ หนึ่งชั่วโมงพอดีทีมเยือนพลาดขึ้นนำอีกครั้ง ไมเคิล ดอว์สัน ขึ้นมาโหม่งลูกเตะมุมที่เสาแรก อันเคอร์เกรน ปัดปลายมือพ้นคาน ผ่านหนึ่งชั่วโมงเต็ม เบนท์ลีย์ ลากตัวจากขวาเข้ากลางก่อนอัดด้วยเท้าซ้ายข้างไม่ถนัดแต่ก็ทำให้นายทวารจอมหนึบ “ยูงทอง” ต้องปัดทิ้งอีกแล้ว แปดนาทีถัดมาแฟนๆ ทีมเยือนเฮเก้อแม้ เดโฟ สไลด์บอลจากลูกผ่านของ ครันจ์ชาร์ ตุงตาข่ายแต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าเสียก่อน 
 
 อย่างไรก็ตาม บี้อยู่อีกพักใหญ่ นาทีที่ 73 “ไก่เดือยทอง” ก็จิกนำ 2-1 จนได้ คราวนี้ เบนท์ลีย์ เปิดจากขวาเข้ากลางให้ เดโฟ โฉบเข้ามายิงไม่เหลือ เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ลีดส์ โหมเกมบุกเป็นการใหญ่ แต่ทีมเยือนเกือบสวนสำเร็จ เบล ตัดบอลมาเสาสอง เคราช์ ขึ้นโหม่งบอลตกบนคานออกไป ช่วงทดเจ็บ สเปอร์ส มาย้ำชัย 3-1 จากการหลุดไปทำแฮตทริกของ เดโฟ จบเกมจึงก้าวเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายมีคิวไปเยือน โบลตัน วันเดอเรอร์ส คู่แข่งร่วมศึกพรีเมียร์ลีก ขณะที่ “ยูงทอง” จบเส้นทางแค่รอบ 4 หลังสร้างปาฏิหาริย์เอาชนะ “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ในรอบก่อนหน้านี้ 
 
 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 ลีดส์
: แคสเปอร์ อันเคอร์เกรน , ลีห์ บรอมบี , ลูโบเมียร์ มิชาลิค , ริชาร์ด เนย์เลอร์ , แอนดี ฮิวจ์ส , โจนาธาน ฮอว์สัน , ไมเคิล ดอยล์ , แบรดลีย์ จอห์นสัน , โรเบิร์ต สนอดกราสส์ , เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด , ลูชาโน เบ็คคิโอ 
 
 สเปอร์ส : เฮเรลโญ โกเมส , เวดราน ชอร์ลูกา , ไมเคิล ดอว์สัน , เซบาสเตียน บาสซง , แกเร็ธ เบล , เดวิด เบนท์ลีย์ , เจอร์เมน จีนัส , ทอม ฮัดเดิลสโตน , นิโก ครันจ์ชาร์ , ปีเตอร์ เคราช์ , เจอร์เมน เดโฟ 
 

“เกิร์ล เจเนอเรชัน” จ่ายค่าชุดปี 2009ไปเกือบสามสิบล้าน

February 4, 2010

     

 

 

 

 

 

เรียกได้ว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเกาหลีไปแล้วสำหรับเหล่าสาวๆ “เกิร์ล เจเนอเรชัน” หรือ SNSD ทั้งในเรื่องของงานเพลงและแฟชั่น เสื้อผ้า หน้า ผม ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยตัวเลขค่าเสื้อผ้าของพวกเธอที่ใช้ในการแสดงปีที่แล้วมีมูลค่าสูงเกือบสามสิบล้านบาทเลยทีเดียว 
 
 ในปี 2009 มีการประเมินค่าใช้จ่ายเรื่องค่าชุดของเหล่าสาวๆที่ใช้ใส่ขึ้นแสดงบนเวทีแล้ว โดยเชื่อว่ามีมูลค่ามากถึง หนึ่งพันล้านวอน หรือประมาณ 28,672,400 บาท ส่งให้สาวๆ SNSD ไม่ได้เป็นที่รู้จักเพราะเพลง Gee และ Genie เท่านั้น แต่พวกเธอยังเป็นที่รู้จักในฐานะแฟชันนิสตาแห่งปีด้วย 
 
 SM Entertainment ต้นสังกัดของเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มนี้ออกมาระบุว่า “ปีที่แล้ว SNSD มีงานโชว์ตัวมากมายซึ่งต้องใช้เสื้อผ้าที่หลากหลายในแต่ละงาน แต่ละการแสดงทั้งในส่วนของเพลง Gee และ Genie ซึ่งเหล่าสาวๆทั้ง 9 มีการเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายอยู่บ่อยครั้งเป็นไปได้ว่ามีมูลค่าสูงถึงหนึ่งพันล้านวอน” 
 
 ซึ่งจากการคำนวณอย่างคร่าวๆ ทุกๆงานที่พวกเธอขึ้นแสดงจะมีการใช้เสื้อผ้าประมาณ 9 ชุด และถ้ามีทั้งหมด 100 งาน รวมแล้วก็ 900 ชุด และถ้าแต่ละชุดมีมูลค่าประมาณ 500,000 วอน การแสดง 100 งาน รวมแล้วก็ต้องใช้เงินถึง 450,000,000 วอน ตามรายงานระบุด้วยว่าเป็นไปได้ที่ปีที่แล้วพวกเธอมีงานแสดงถึง 200 งานเลยทีเดียว 
 
 SNSD กลับมาอีกครั้งพร้อมกับซิงเกิล Oh! ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วเอเชีย 
 
 โดยอัลบั้มใหม่นี้สาวๆ SNSD มีการโชว์เสื้อผ้าในชุดเชียร์ลีดเดอร์ ที่เน้นเรื่องของแฟชั่นและลุคในแบบผู้หญิงๆ ซึ่งดูเหมือนว่าราคาเสื้อผ้าในปีนี้ก็คงหนักหน่วงไม่แพ้ของปีที่แล้วเช่นกัน 

 

ผี-เรือใบโดดแจมชิงตัว “คานาเลส” กับชุดขาว

February 3, 2010

“ผี-เรือใบ” ร่วมวงล่า คานาเลส (คนขวา) ช่วงซัมเมอร์นี้

 
 

 ”ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ตกเป็นข่าวสนใจร่วมวงไล่ล่าตัว เซร์คิโอ คานาเลส มิดฟิลด์ดาวรุ่ง ราซิง ซานตานเดร์ แข่งกับ “ราชันชุดขาว” รีลมาดริด ยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน 
 
  หลังได้โอกาสลงสนามกับต้นสังกัดในลา ลีกา เซร์คิโอ คานาเลส เปล่งประกายพรสวรรค์ออกมาได้เกินวัย 18 ปี ทำให้ดาวเตะทีมชาติสเปนชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ตกเป็นเป้าหมายของหลายสโมสรในยุโรป โดยมี รีล มาดริด เป็นตัวเต็งในการเซ็นสัญญากันช่วงหน้าร้อนนี้ 
 
  สำหรับ คานาเลส มีคิวหมดสัญญากับ ราซิง ซานตานเดร์ ในช่วงซัมเมอร์ แต่เจ้าตัวเปิดเผยแล้วว่าจะจรดปากการขยายสัญญาออกไป โดยต้นสังกัดพร้อมระบุค่าฉีกสัญญาไว้ที่ 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 560 ล้านบาท) ซึ่ง รีล มาดริด ไม่มีปัญหากับจำนวนเงินดังกล่าว แถมยังจะให้ ราซิง ยืมตัววันเดอร์คิดรายนี้ไปใช้งานต่อด้วย 
 
  อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวของ “เดลีย์ เมล์” สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็จับจ้องสถานการณ์ของ คานาเลส อยู่เช่นกัน และช่วงหน้าร้อนนี้ก็พร้อมโดดลงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเพื่อแย่งลายเซ็นว่าที่แข้งสตาร์แข่งกับ รีล มาดริด นอกจากนี้แล้ว “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็ให้ความสนใจ คานาเลส อยู่ด้วย และก็อยากจะพูดคุยกับ เกโล คุณพ่อของนักเตะ ก่อนเข้าดำเนินการติดต่อไปยังสโมสร ราซิง ต่อไป 
 

ชาวระยอง 4 ตำบลรวมตัวค้านสร้างบ่อกำจัดขยะเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง

February 3, 2010

 ระยอง – ชาวบ้าน 4 ตำบลในจังหวัดระยอง รวมตัวค้านโครงการก่อสร้างบ่อกำจัดขยะมูลฝอยรวมจังหวัดระยอง พร้อมเตรียมยื่นฟ้องศาลปกครอง 
 
 นายสยุมพร ลิ่มไทย ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบก.ภ.จ.ระยอง และนายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ระยอง เดินทางไปพบพระครูปลัดอภิชัย อภิชโย เจ้าอาวาสวัดเขาโบสถ์ ต.ทับมา อ.เมืองระยอง โดยมีเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบและนอกเครื่องจำนวนหนึ่งติดตามไปด้วย กรณีชาวบ้าน 4 ตำบล อ.เมืองระยอง อ.นิคมพัฒนาและ อ.บ้านค่าย คัดค้านโครงการกำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ระยอง 
 
 พระครูปลัดอภิชัย เจ้าอาวาสวัดเขาโบสถ์ กล่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจและนายก อบจ.ระยองเดินทางมาพบเนื่องจากชาวบ้าน ต .ทับมา ต. น้ำคอก อ.เมืองระยอง ต.มาบข่า อ.นิคมพัฒนาและ ต. หนองตะพาน อ.บ้านค่าย คัดค้านการก่อสร้างโครงการกำจัดขยะมูลฝอยรวมแบบครบวงจร ของ อบจ.ระยอง บนพื้นที่กว่า 429 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ทำให้นายประเสริฐ รักเผ่า อดีต สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)ระยอง 1 ในผู้ร่วมคัดค้าน ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ทำให้ชาวบ้านทั้ง 4 ตำบลยืนยันจะร่วมคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างโครงการกำจัดขยะมูลฝอยรวมแน่นอน 
 
 พระครูปลัดอภิชัย กล่าวว่า พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ พูดกับอาตมาว่าการชุมนุมคัดค้านของชาวบ้านขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนนายก อบจ.กล่าวว่า ทางวัดต้องการจะให้ช่วยสร้างอะไรก็ให้บอก ยินดีจะให้ความช่วยเหลือเต็มที่ อาตมาก็ตอบไปว่าทางวัดยังไม่มีการก่อสร้างอะไรในขณะนี้ จากนั้นคณะผู้ว่าฯ ได้เดินทางกลับไป 
 
 พระครูปลัดอภิชัย กล่าวว่า อาตมาถูกข่มขู่เอาชีวิตทางโทรศัพท์ หลายครั้ง บางวันก็มีเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัดบริเวณรอบ ๆ วัด แต่อาตมาไม่ได้วิตกกังวลอะไร ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา คณะกรรมการเครือข่ายสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เครือข่ายองค์กรประชาชน นักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย เดินทางมาจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกรณีการก่อสร้างโครงการกำจัดขยะมูลฝอยรวมในพื้นที่ และกรณีชาวบ้านประสบปัญหาจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ณ.ที่วัดเขาโบสถ์ มีชาวบ้านพร้อมนายอดุลย์ บำรุงสุนทร อดีตกำนัน ต.หนองตะพาน นายหาญ วิเวกแว่ว อดีตกำนัน ต.น้ำคอก นายวิรัตน์ คชสาร กำนัน ต.ทับมา กว่า 400 คน ร่วมรับฟัง 
 
 พระครูปลัดอภิชัย กล่าวว่าขณะนี้ชาวบ้านกำลังรวบรวมรายชื่อจำนวนหลายร้อยคน มอบอำนาจให้สภาทนายความแห่งประเทศไทยยื่นฟ้องศาลปกครองระยอง ตามมาตรา 67 กรณีไม่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ไม่ทำอีไอเอและเอชไอเอ 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในบริเวณวัดเขาโบสถ์ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหลายคน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (นอกเครื่องแบบ) จำนวนหลายคนมาพบเจ้าอาวาสเพื่อปรึกษาหารือแต่ไม่เป็นที่เปิดเผย 
 

อนุดิษฐ์ ปฏิเสธพัลวัน!! โยนพวกเสี้ยม เฉลิม ฟัด เจ๊หน่อย ปัดขัดขาเชลียร์ นช.แม้ว

February 3, 2010

 

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย

 

อนุดิษฐ์ แถ มีพวกใส่ไคล้ทำ เฉลิม เข้าใจผิด แจ้นฟ้อง หญิงหน่อย เรียบร้อยแล้ว รอผู้ใหญ่เรียกเคลียร์ ปัดตั้งกลุ่มล้มล้างแก๊งบางบอน อ้างนายหญิงไม่เกี่ยวดูแลภาค กทม. ปฏิเสธพัลวันไม่ได้สร้างผลงานแย่งกันเชลียร์ นช.แม้ว เชื่อไม่ทำเพื่อไทยแตก 
 
 
 
 วันนี้ (3 ก.พ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ยอมรับว่ากรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาตำหนิคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง อาจเป็นเพราะมีบางคนไปใส่ไคล้จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่เรื่องที่เกิดขึ้นยังมั่นใจว่าจะสามารถปรับความเข้าใจกันได้ และตอนนี้คุณหญิงสุดารัตน์ทราบเรื่องแล้ว แต่อาจต้องรอเวลาให้ผู้ใหญ่ในพรรคได้พูดคุยกันก่อนจึงจะได้ออกมาชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ขอยืนยันว่าตนไม่ใช่กลุ่มที่ตั้งตนเพื่อล้ม ร.ต.อ.เฉลิม เพราะที่ผ่านมาการทำงานของ ส.ส.ในภาค กทม.จะมีประธานภาคดูแล ไม่ใช่คุณหญิงสุดารัตน์ 
 
 ส่วนเรื่องนี้เป็นเพราะต่างฝ่ายอยากแย่งผลงานเพื่อเอาหน้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่นั้น น.อ.อนุดิษฐ์ บอกว่า คงไม่ใช่ เพราะการทำงานของตนเป็นอิสระไม่ได้ขึ้นตรงกับใคร และยังหวังว่าวันหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม จะเข้าใจตนมากขึ้น 
 
 นอกจากนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้พรรคเพื่อไทยแตก เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายกำลังเตรียมออกศึก คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หากมีปัญหากันเองจะส่งผลกับการทำศึกใหญ่ และมั่นใจว่า ร.ต.อ.เฉลิม จะยังร่วมทำงานกับพรรคต่อ ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ก็ไม่ได้เข้ามาชี้แนะหรือชี้นำการทำงาน เพราะที่ผ่านมาถูกตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ส่วนที่จะไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว 

 

ศาลล้มละลายสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด พายัพ ชินวัตร

February 3, 2010

 

 

ASTVผู้จัดการ ศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดน้องชาย นช.แม้ว พายัพ ชินวัตร พร้อมบริษัทชินวัตรไทยซ๊อพ หลังถูกบริษัท บริหารสินทรัพย์สาทร จำกัดฟ้องล้มละลาย 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (2 ก.พ.) ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม ๑๒๗ ตอน ๒๐ ง ได้ลงประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่อง คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด นายพายัพ ชินวัตร น้องชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนักโทษหนีคดี บริษัท เฟิร์สท์ซ๊อพ จำกัด หรือ บริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ จำกัด ลูกหนี้เด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 จากคดีหมายเลขแดงที่ ล. 13430/2552 ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2552 
 
 สำหรับรายละเอียดของราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าวมีดังนี้ 
 
 ด้วย บริษัท บริหารสินทรัพย์สาทร จำกัด เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้ลูกหนี้ล้มละลายและศาลได้มีคำสั่งลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2552 ให้พิทักษ์ทรัพย์ของ นายพายัพ ชินวัตร ที่ 2 บริษัท เฟิร์สท์ซ๊อพ จำกัด หรือ บริษัท ชินวัตรไทยซ๊อพ จำกัด ที่ 3 ลูกหนี้ เด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 แล้ว 
 
 ลูกหนี้ที่ ๒ เลขประจำตัวประชาชน เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2500อาชีพ ไม่ปรากฏชัด มีภูมิลำเนาอยู่เลขที่ 100/7 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 
 
 ลูกหนี้ที่ 3 ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0205534003055 (เดิมเลขที่ บอจ. ชบ. 2341) ประกอบอาชีพ บริษัท เฟิร์สท์ซ๊อพ จำกัด มีสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 626 ถนนพระราม 4 แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 
 
 เพราะฉะนั้น นับแต่วันที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดเป็นต้นไป เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวมีอำนาจ ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ดังต่อไปนี้ 
 
 (1) จัดการและจำหน่ายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือกระทำการที่จำเป็นเพื่อให้กิจการของลูกหนี้ที่ค้างอยู่เสร็จสิ้นไป 
 (2) เก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สิน ซึ่งจะตกได้แก่ลูกหนี้ หรือซึ่งลูกหนี้มีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น 
 (3) ประนีประนอมยอมความ หรือฟ้องร้อง หรือต่อสู้คดีใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ 
 
 อนึ่ง เจ้าหนี้ซึ่งจะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายเรื่องนี้ จะเป็นเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์หรือไม่ก็ตามต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่ฝ่ายคำคู่ความ สำนักงานเลขานุการกรมกรมบังคับคดี ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักงานบังคับคดีซึ่งลูกหนี้มีภูมิลำเนาอยู่ ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งนี้ แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจขยายกำหนดเวลาให้อีกไม่เกิน 2 เดือน และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้กำหนดวันลงประกาศคำสั่งนี้ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ฉบับลงวันที่ 29 ธันวาคม 2552 และลงโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งสามารถตรวจรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ของกลุ่มงานราชกิจจานุเบกษาที่ www.ratchakitcha.soc.go.th 
 
 ประกาศ ณ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552 
 กาญจนา สถิน 
 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ 
 
  
 
  

 

แบงก์เน้นปล่อยกู้ร่วม ดันรายใหญ่ฉลุย เจาะภาคอุตฯ-ลงทุน ตปท.

February 1, 2010

แบงก์กรุงเทพตั้งเป้าโตสินเชื่อรายใหญ่ปี 53 เพิ่มขึ้นสุทธิ 2.5-3 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะปล่อยกู้ร่วมปีนี้มีมูลค่าสูงให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า โรงงานน้ำตาล และภาคการผลิต รวมที่เข้าไปร่วมประมูลโครงการของรัฐบาลภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง ส่วนแบงก์ไทยพาณิชย์ เน้นปล่อยกู้ฐานลูกค้าเดิมกลุ่มพลังงานและบริษัทที่ลงทุนในต่างประเทศ 
 
 นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ธนาคารตั้งเป้าหมายเติบโตสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่เพิ่มขึ้นสุทธิ 5-6 % หรือ จากปัจจุบันมีฐานสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 5 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อที่จะเติบโตเพิ่มขึ้นนับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4 ปี 2552 ที่ผ่านมา หลังจากเศรษฐกิจเริ่มกลับมา การส่งออกเริ่มฟื้นตัว ทำให้มีคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา ภาคอุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อซื้อวัตถุดิบมาผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น 
 
 ”ธุรกิจส่งออกหลายตัวดีขึ้น เช่น ภาคเกษตร และภาคการผลิต ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนคิดเป็น 50%ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) กลับมาดี ความจำเป็นต้องใช้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาทองคำแพงขึ้น ความต้องการใช้สินเชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับทองคำ ก็เพิ่มขึ้นไปด้วย”นายชาญศักดิ์กล่าว 
 
 ส่วนสินเชื่อที่ปล่อยกู้ร่วมกับสถาบันการเงิน(ซินดิเคทโลน) ให้กับลูกค้ารายใหญ่จะมีวงเงินกู้เป็นจำนวนมากขึ้นในปีนี้และจะเกิดขึ้นหลายรายเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ นอกจากนี้สินเชื่อที่ปล่อยกู้ร่วมให้กับลูกค้ารายใหญ่ในปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อที่เป็นเงินทุนหมุนเวียน 
 
 ”ขณะนี้ที่ธนาคารทำได้คือ ให้สินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน เพราะปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมมีการใช้กำลังการผลิตเพียง 62-63 % ส่วนสินเชื่อเพื่อการลงทุนมีบ้างแต่น้อย เพราะมีแค่บางอุตสาหกรรมเท่านั้นที่จะมีการลงทุน” นายชาญศักดิ์ กล่าว 
 
 สำหรับสินเชื่อที่ปล่อยกู้ร่วมให้กับผู้ประกอบการใหญ่ของธนาคารเน้นที่สินเชื่ออุตสาหกรรมไฟฟ้า โรงงานน้ำตาล และภาคการผลิต รวมถึงเอกชนที่เข้าไปร่วมประมูลโครงการของรัฐบาลภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง ที่มีวงเงินลงทุน 1.43 ล้านล้านบาท 
 
 ส่วนนายวรภัค ธันยาวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) กล่าวว่า การปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ของธนาคารในปีนี้ยังคงเน้นในลักษณะซินดิเคทโลน ให้กับอุตสาหกรรมหรือบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นกลุ่มพลังงานและกลุ่มลูกค้าที่จะไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งกลยุทธ์ในปีนี้ก็จะยังคงเน้นปล่อยกู้ให้กับลูกค้าเดิมของธนาคารเป็นหลัก เนื่องจากธนาคารมีความคุ้นเคยและรู้จักเกี่ยวกับประวัติการดำเนินธุรกิจของลูกค้าเป็นอย่างดี 
 
 ”สำหรับดิวการปล่อยกู้ร่วมของธนาคารในปีนี้ยังให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องจากปี 2552 ซึ่งจำนวนกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารจะเข้าไปปล่อยกู้ให้มีประมาณ 3-4 กลุ่ม เพราะธนาคารมองว่าตลาดการเงินในต่างประเทศขณะนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องที่ลดลง จากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจต่อสถาบันการเงินในไทยมากกว่าหากจะขอวงเงินสินเชื่อ ทั้งนี้ ดิวการปล่อยกู้ร่วมระหว่างธนาคารไทยพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่นคาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งจะปล่อยกู้ให้กับกลุ่มพลังงาน”นายวรภัค กล่าว 
 
 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันธนาคารมีฐานสินเชื่อคงค้างธุรกิจขนาดใหญ่อยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 ซึ่งตนเองเป็นผู้ดูแลในการบริหารจัดการมีฐานสินเชื่อประมาณ 2 แสนล้านบาท ส่วนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 2 มีฐานสินเชื่ออีก 1.4 แสนล้านบาท จะเป็นอีกสายงานหนึ่งดูแล อย่างไรก็ตาม ในสิ้นปีนี้คาดว่าฐานสินเชื่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ 1 จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีการโอนลูกค้าธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดใหญ่ที่มียอดขายตั้งแต่ 500 ล้านบาท มาอยู่ในความรับผิดชอบของตนภายในวันที่ 15 กรกรฎาคม 2553 นี้ 

 

ฮอนด้าแจง”ไทย”เรียกคืนมีแค่ซิตี้รุ่นเดียว 2,760คัน

January 31, 2010

 ข่าวในประเทศ ฮอนด้า ประเทศไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงมีเพียง ซิตี้ รุ่นเดียวที่ต้องเรียกคืน จำนวน 2,760 คัน ระบุสาเหตุน้ำเข้าแผงควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับทำไฟช๊อต ย้ำเมืองไทยยังไม่เคยมีรถฮอนด้าคันใดพบปัญหาดังกล่าว พร้อมส่งจดหมายแจ้งลูกค้ากลางเดือนกุมภาพันธ์ เข้ารับบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 
 

ฮอนด้า ซิตี้

 จากกรณี ฮอนด้า มอเตอร์ จะทำการเรียกคืนรถรุ่นฟิต/แจ๊สและซิตี้ทั้งหมด 646,000 คันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีรถรุ่นดังกล่าวจำหน่ายอยู่ด้วย วันนี้(31 ม.ค.) บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกแถลงการณ์ต่อเรื่องดังกล่าวว่า ทางบริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าปัญหาดังกล่าวนี้เกิดกับชุดควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับ (Power Window Master Switch) อันสืบเนื่องมาจากน้ำที่ไม่สะอาดและเป็นตัวนำไฟฟ้าที่มีปริมาณมากจากภายนอก ไหลเข้าไปในแผงวงจรจนทำให้เกิดการลัดวงจรขึ้น 
 
 
 ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้ใช้รถเปิดหน้าต่างไว้ในขณะขับขี่เมื่อมีฝนตกหนัก ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ตรวจพบในประเทศแอฟริกา สหรัฐอเมริกา และในยุโรปบางประเทศ ส่วนในประเทศไทยยังไม่เคยได้รับรายงานปัญหาเดียวกันนี้เลย 
 
 ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวทางบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (บริษัทฯ แม่ที่ญี่ปุ่น) จึงตัดสินใจใช้มาตรการเชิงป้องกัน(Pre-caution) ด้วยการเรียกรถฮอนด้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบทั้งหมดเข้ารับการตรวจเช็คและแก้ไข (Recall) ซึ่งในประเทศไทยรถยนต์ฮอนด้าที่เข้าข่ายมีเพียงรุ่นเดียวคือ รถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2008 จำนวน 2,760 คัน 
 
 ทั้งนี้บริษัทฯ จะสามารถเรียกรถยนต์จำนวนดังกล่าวเข้ารับการตรวจสอบและแก้ไขตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป โดยฮอนด้าจะทำจดหมายถึงลูกค้าโดยตรงเพื่อทราบและให้นำรถของตนเองเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  
 
 บริษัทฯ ขอเรียนย้ำให้ทราบว่ารถยนต์ฮอนด้าที่รับผลกระทบมีเพียงเฉพาะรถฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปี 2008 จำนวน 2,760 คันเท่านั้น และสำหรับรถยนต์ฮอนด้ารุ่นอื่น ๆ นั้นไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องดังกล่าวนี้แต่อย่างใด มาตรการดังกล่าวนี้เป็นมาตรการในเชิงป้องกันที่บริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าทุกคน ซึ่งเป็นหลักการทำงานของบริษัทฯ เสมอมา 
 
 สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อมีรายงานข่าวว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จะทำการเรียกคืนรถยนต์รุ่นฟิต/แจ๊ซ และซิตี้ ทั้งหมด 646,000 คันที่จำหน่ายทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกากว่า 140,000 คัน ยุโรป รวมถึงเอเชีย นั่นหมายถึงประเทศจีน มาเลเซีย อินเดีย และไทย โดยฮอนด้าจะเรียกคืนรถแจ๊ซและซิตี้ ที่ผลิตระหว่างปี 2002-2008 
 
 สาเหตุที่เรียกคืนเกิดจาก ฮอนด้า ได้รับรายงานหลายครั้งเกี่ยวกับกรณีไฟลุกขึ้นบริเวณสวิทซ์หน้าต่างไฟฟ้าของรถยนต์ดังกล่าว เนื่องจากน้ำ น้ำฝน หรือของเหลว อาจไหลเข้ากระจกด้านคนขับและเข้าสู่แหล่งพลังงานหลักของสวิตซ์หน้าต่างซึ่งทำให้การทำงานของสวิตซ์เสื่อมสภาพ หรืออาจทำให้สวิตซ์ทำงานล้มเหลวและร้อนจัด ซึ่งความร้อนหากเกินพิกัดของสวิตซ์อาจก่อให้เกิดควัน และไฟลุกไหม้ได้ 
 

“คาร์ลสัน” ผงาดแชมป์สวิงกาตาร์ฯ “ธงชัย”จบ 32 ร่วม

January 31, 2010

   

 

คาร์ลสัน เร่งฟอร์มวันสุดท้ายจนผงาดแชมป์

 

 

 

โรเบิร์ต คาร์ลสัน โปรมือ 31 ของโลกชาวสวีดิช อดีตโปรมือ 1 ยุโรป ปี 2008 ผงาดคว้าแชมป์ ศึก “กาตาร์ มาสเตอร์ส” ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม ทำเพิ่ม 7 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมจบที่ 15 อันเดอร์พาร์ ทิ้งห่างอันดับ 2 ซึ่งเป็นแชมป์เก่า อย่าง อัลบาโร กิรอส จากสเปน ถึง 3 สโตรก ขณะที่ “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี จากประเทศไทย ทำเพิ่ม 1 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมอีเวนต์พาร์ ขยับขึ้น 10 อันดับจบที่ 32 ร่วม 
 
 ศึกดวลสวิง ยูโรเปียน ทัวร์ รายการ คอมเมอร์เชียล แบงค์ กาตาร์ มาสเตอร์ส 2010 ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 85 ล้านบาท) ที่สนามโดฮา กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 ระยะ 7,388 หลา ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมเป็นการลงสนามรอบสุดท้าย 
 
 โดย โรเบิร์ต คาร์ลสัน โปรมือ 31 ของโลกชาวสวีดิช อดีตโปรมือ 1 ยุโรป 2008 ออกรอบมาเก็บ 7 เบอร์ดีไม่เสียเลยแม้แต่โบกี้เดียว จบวันทำเพิ่ม 7 อันเดอร์พาร์ ซึ่งถือว่ามากที่สุดของวัน ส่งให้สกอร์รวมจาก 8 อันเดอร์พาร์ (รั้งอันดับ 4 ร่วมในรอบที่ผ่านมา) ขยับขึ้นมามี 15 อันเดอร์พาร์ คว้าแชมป์ไปครองแบบสบายมือ โดยทิ้งที่สองอย่าง อัลบาโร กีรอส จอมหวดไกลจากสเปน ถึง 3 สโตรก พร้อมรับเงินไป 294,584 ล้านยูโร (ประมาณ 13.8 ล้านบาท) 
 
 ขณะที่ “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี มือ 1 ของเอเชีย 3 สมัย โดยรอบที่ผ่านมามีสกอร์รวมที่ 1 โอเวอร์พาร์ เก้าหลุมแรก เก็บได้ 1 เบอร์ดี้ ที่หลุม 7 ก่อนจะมาเสียโบกี้ที่หลุม 9 ส่วนเก้าหลุมหลัง เริ่มด้วยการออกโบกี้ที่หลุม 11 แต่มาเก็บ 2 เบอร์ดี้ได้ที่หลุม 16 และ 18 ทำให้จบวันทำ 1 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมขยับขึ้นมาที่ อีเวนต์พาร์ ขึ้น 10 อันดับ จบที่ 32 ร่วมกับ โปรชื่อดังอย่าง ซอเรน เคลด์เซน โปรมือ 32 ของโลก ชาวเดนมาร์ก และมาร์ติน เคย์เมอร์ โปรอันดับ 6 ของโลกชาวเยอรมัน เจ้าของแชมป์ อาบูดาบี ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
 สำหรับผลงานโปรชื่อดังรายอื่นที่น่าสนใจ ลี เวสต์วูด มือ 1 ของยุโรปปีก่อนสกอร์รวมมี 11 อันเดอร์พาร์ จบที่ 3 ร่วม ส่วนผู้นำร่วมในรอบที่ผ่านมา อย่าง พอล เคซีย์ โปรเมืองผู้ดี และ แบรดลีย์ เดรดจ์ จากเวลส์ นัดกันฟอร์มหลุด จบวันตีเกิน 2 โอเวอร์พาร์ ทำให้สกอร์หล่นลงมาเท่ากันที่ 8 อันเดอร์พาร์ จบที่ 5 ร่วม “เดอะ กูส” ริทิฟ กูเซน สกอร์รวมมี 6 อันเดอร์พาร์ เท่ากับ คามิโล วีเยกาส โปรจากแดนละติน จบที่ 9 ร่วม และ เซอร์จิโอ การ์เซีย โปรมือ 14 ของโลกชาวสเปน สกอร์รวม 3 อันเดอร์พาร์ จบที่ 24 ร่วม 

 

“คิงโคล” แนะผีหยุด “เชส” เพื่อตัดเกมรุกปืนใหญ่

January 31, 2010

หยุด “เชส” ปืนเกมรุกสะดุด ?

 แอนดี โคล อดีตศูนย์หน้า “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อ อาร์เซนอล เกมรุกมีสะดุดแน่ หากต้นสังกัดของเขาสามารถหยุดการปั้นบอลของ เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์กัปตันทีม “ปืนใหญ่” ได้สนิท ในบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันนี้ (อาทิตย์ที่ 31 มกราคม) 
 
  แมนฯ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงลีกสูงสุดเมืองผู้ดี มีเกมสำคัญต้องมาเยือนถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ของ อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง ซึ่งหากทีมใดพลาดก็จะโดน “สิงห์บลูส์” เชลซี จ่าฝูงทิ้งห่างออกไปอีก ซึ่งก่อนบิ๊กแมตช์จะเริ่มดวลแข้ง แอนดี โคล ออกมาให้ความเห็นโดยเฉพาะคีย์แมนสำคัญของเจ้าถิ่นอย่าง เชส ฟาเบรกาส 
 
  โคล เผย “แมนฯ ยูไนเต็ด คงต้องจับจ้อง เชส ฟาเบรกาส เอาไว้ให้ดี เขาเป็นคนสร้างจังหวะของอาร์เซนอล เขามีความสามารถในการผ่านบอล และตอนนี้ ฟาเบรกาส เข้าไปในกรอบโทษมากขึ้น ทำประตูได้มากขึ้นด้วย การเล่นได้ในระดับนี้เมื่อเทียบกับอายุถือว่าเหลือเชื่อ เขาอายุยังไม่ถึง 24 ปีด้วยซ้ำ” 
 
  “สำหรับ อาร์เซนอล ก้าวขึ้นมาในจุดที่พวกเขาควรอยู่ได้แล้ว ผมทราบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถมาเอาชนะที่เอมิเรตส์ สเตเดียม ได้ในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (รอบรองชนะเลิศ) เมื่อฤดูกาลก่อน แต่พวกเขาคงเจองานที่ยากขึ้น เพราะคุณคงรู้ดีถึงเกมการบุกของอาร์เซนอล พวกเขาต้องการชัยชนะในนัดนี้จริงๆ” คิงโคล ทิ้งท้าย 
 

“เบนเซมา” กดสอง! ชุดขาวเข่นเดปอร์ 3-1

January 31, 2010

 การิม เบนเซมา ดาวยิงเลือดน้ำหอม ยิงสองประตูพา “ราชัดชุดขาว” รีล มาดริด บุกไปสอนเชิง เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา 3-1 ที่สนามริอาซอร์ สเตเดียม ในศึกลาลีกา สเปน เมื่อวันเสาร์ที่ 30 ม.ค. 
 
 ผลการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน 
 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา 1-3 รีล มาดริด
 
 

เบนเซมา ถลาลมหลังซัลโวประตู

 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา ของโค้ช มิเกล แองเกล โลตินา ได้ตัวศูนย์หน้าอย่าง ริกิ กลับมาแล้ว แต่จะให้เป็นตัวสำรองไปก่อนทำให้เกมนี้ยังเป็น เอเดรียน ได้ล่าตาข่าย ทางฝั่ง รีล มาดริด ของ มานูเอล เปเยกรินี ยังหมดสิทธิใช้งาน คริสเตียโน โรนัลโด เนื่องจากติดโทษแบนทำให้ กูติ ได้ลงสนามมาประสานงานในแดนกลางร่วมกับ กากา ส่วนคู่หน้าเป็น ราอูล และ การิม เบนเซมา 
 
 เริ่มครึ่งแรกมา 5 นาที มาดริด ได้ทักทายก่อนจากการยิงไกลนอกเขตโทษของ ชาบี แต่บอลตรงตัว อรานซูเบีย นาทีถัดมา กากา วางบอลเข้าไปในเขตโทษ กองหลังเจ้าถิ่นสกัดไม่ดีจนบอลมาตกใส่ เบนเซมา กลับตัววอลเลย์หน้าเขตโทษ แต่ถูกปัดทิ้งออกไปอีก 
 

อัลบิโอล (ซ้าย) พยายามแย่งบอลจาก เอเดรียน

 กระทั่งนาที 13 “ชุดขาว” มาทำประตูออกนำก่อน 1-0 จากความผิดพลาดของกองหลังอีกครั้งที่โหม่งบอลมาเข้าทาง กราเนโร ได้โขกตรงเสาสองตุงตาข่าย ทีมเยือนบุกต่อเนื่องในนาที 20 มาร์เซโล จ่ายบอลตัดแผงหลังจน ราอูล หลุดเข้าไปยิงเดี่ยวหน้าประตู แต่ อรานซูเบีย โชว์ซูเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไป 
 
 ทางฝั่ง ลา คอรุนญา หาจังหวะบุกแบบชัดเจนไม่ได้จนกระทั่งเกมมาถึงนาที 40 ก็มาเสียประตูอีกจากจังหวะที่ มาดริด ได้โต้กลับเร็ว กากา กระชากบอลมาหน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายต่อให้ กูตี หลุดเข้าเขตโทษ แต่มิดฟิลด์จอมเก๋าไม่ยิงเอง ตอกส้นกลับหลังให้ เบนเซมา จัดการซัดเข้าไปพร้อมจบ 45 แรกด้วยสกอร์นำ 2-0 
 
 เปิดฉากครึ่งหลังไม่ถึง 2 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นประตูอีกครั้งเมื่อ กากา หลุดเข้าไปซัดมุมแคบในเขตโทษ แต่ไม่ผ่านมือ อรานซูเบีย ถัดมาอีก 5 นาที มาร์เซโล กระชากบอลขึ้นมาทางซ้าย ก่อนจ่ายเข้าในเขตโทษให้ กากา ได้ส่องอีกครั้ง แต่คราวนี้หลุดเสาสองออกไป 
 
 หลังจากนั้น มาดริด เริ่มผ่อนเกมลงจนปล่อยให้เจ้าถิ่นมีโอกาสบุกมากขึ้น แต่โอกาสชัดเจนมาเกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีสุดท้าย เมื่อ เอเดรีย ได้บอลตรงหน้าเขตโทษ ก่อนเลี้ยงตัดเข้าในแล้วซัดด้วยขวา หลุดกรอบไปนิดเดียว กระทั่งนาที 85 ความหวังของ ลา คอรุนญา เกิดขึ้นเมื่อทีมมาได้ลูกจุดโทษจากการที่ ริกิ ดาวยิงตัวสำรองถูกทำฟาวล์ล้มในเขตโทษและเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารเองไม่พลาดทำให้สกอร์ไล่มา 1-2 
 
 
 อย่างไรก็ตามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ “ชุดขาว” มาได้ประตูปิดเกมจากจังหวะที่ อาร์เบลัว ได้บอลจนหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนตบบอลย้อนกลับมาให้ เบนเซมา ซัดเรียดด้วยขวาเข้าเสาไกลเป็นประตูที่สองของตนเองในเกมนี้พร้อมช่วย มาดริด เอาชนะไป 3-1 เมื่อจบ 90 นาที 
 
 รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา : ดาเนียล อรานซูเบีย, อัลแบร์โต โลโป, ดิเอโก โคล็อตโต, มานูเอล พาโบล, ลอเร, อันโตนิโอ โทมัส, จูกา, เอเดรียน, ฮวน คาร์ลอส บาเลรอน, พาโบล อัลวาเรซ, ฮวน โรดริเกซ 
 รีล มาดริด : อีเกร์ คาซิยาส, ราอูล อัลบิโอน, เซร์คิโอ รามอส, ชาบี อลอนโซ, มาร์เซโล, อัลบาโร อาร์เบลัว, กากา, กูติ, เอสเตบัน กราเนโร, การิม เบนเซมา, ราอูล 
 
 ผลการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน 
 เอสปันญอล ชนะ แอธเลติก บิลเบา 1-0 
 [1-0 : หลุยส์ การ์เซีย น.58] 
 สปอร์ติง กิฆอน แพ้ บาร์เซโลนา 0-1 
 [0-1 : เปโดร น.29] 
 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา แพ้ รีล มาดริด 1-3 
 [0-1 : เอสเตบัน กราเนโร น.13], [0-2 : การิม เบนเซมา น.40], [1-2 : ริกิ ลูกจุดโทษ น.85], [1-3 : การิม เบนเซมา น.90] 
 

เฟซบุ๊กบันดาล พ่อ-ลูกพบกันหลังพลัดพราก 50 ปี

January 30, 2010

ฟรานเชสได้เจอพ่อที่ห่างหายกันไปเกือบ 50 ปีจากเทคโนโลยีของเฟซบุ๊ก

 เดลิเมล์ เฟซบุ๊กเป็นใจให้พ่อ-ลูกได้พบหน้ากันอีกครั้งหลังจากพลัดพรากจากกันไปเกือบ 50 ปี 
 
  ฟรานเชส ซิมป์สัน วัย 51 ปี เห็นหน้าพ่อครั้งสุดท้ายตอนอายุแค่ 3 ขวบ เมื่อพ่อแม่แยกทางกัน เธอใช้เวลา 33 ปีตามหาผู้ให้กำเนิดอย่างสิ้นหวัง กระทั่งวันหนึ่งด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน ฟรานเชสได้พบพ่อของเธออีกหน 
 
  เหลือเชื่อจริงๆ ฉันดีใจที่สุด ไม่มีคำพูดใดจะมาบรรยายความรู้สึกตอนนั้นได้ 
 
  เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก หลังจากพยายามมาตลอดหลายสิบปี ในที่สุดฉันก็ได้พ่อกลับมา ฟรานเชสจากมาร์เก็ตเดรย์ตัน อังกฤษ เล่า 
 
  ตอนนี้ฟรานเชสพาหลานและเหลน 5 คนที่โทนี แม็กนอตัน อดีตคนขับรถบรรทุกจากดอร์เซ็ตผู้เป็นพ่อของเธอ ไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อนมาให้รู้จัก 
 
  ฟรานเชสที่ไม่เคยเห็นหน้าพ่ออีกเลยหลังจากที่พ่อแม่แยกทางกันตอนเธอยังเล็กมาก เริ่มตามหาพ่อเมื่ออายุ 18 ปีด้วยการค้นชื่อในสมุดโทรศัพท์ รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และลงประกาศในหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ โดยไม่รู้เลยว่าพ่อเปลี่ยนชื่อเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ดังนั้น แม้พยายามเต็มที่แต่เธอไม่เคยหาพ่อเจอสักที 
 
  จนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งเริ่มค้นหาแผนผังครอบครัวของฟรานเชส และพบว่าโทนีอาศัยอยู่ในเมืองพูล ห่างออกไปกว่า 300 กิโลเมตร 
 
  หลังจากค้นหาในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเฟซบุ๊ก ในที่สุดฟรานเชสสามารถติดต่อกับคิม น้องสาวคนละแม่ 
 
  ตอนแรกที่เริ่มตามหาพ่อ เราไม่มีอินเทอร์เน็ต และทุกอย่างยากลำบากกว่านี้มาก 
 
  แต่ทันทีที่ฉันรู้ชื่อคิม ฉันส่งข้อความถึงเธอโดยไม่รอช้าว่า นี่อาจเป็นเรื่องน่าตกใจสักหน่อย แต่ฉันคิดว่าฉันอาจเป็นพี่สาวของคุณ 
 
  แค่ไม่กี่นาทีฉันก็ได้รับข้อความตอบกลับมาว่า คุณอยากคุยกับพ่อฉันไหม? เขานั่งอยู่ข้างๆ ฉันตรงนี้ 
 
  ฉันแทบไม่เชื่อเลยจริงๆ ฉันเริ่มคุยกับพ่อและเราคุยกันมาตลอดหลังจากนั้น ฉันมีความทรงจำมากมายเกี่ยวกับพ่อ ฉันจำได้ว่าพ่อเล่นหีบเพลงและทำชิงช้าให้ฉันนั่ง 
 
  และตอนนี้เรารู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราเหมือนกัน เรามีอารมณ์ขันเหมือนกัน เคยไปเที่ยวที่เดียวกันตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา 
 
  ลูกๆ ของฉันตื่นเต้นมากที่จะได้เจอคุณตา เพราะฉันพูดถึงท่านมาตลอด เด็กๆ ดีใจที่ในที่สุดก็ได้พบท่าน 
 
  ฟรานเชสเดินทางไปพูลเพื่อพบพ่อและน้องสาวต่างมารดาเป็นครั้งแรกเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อยู่ด้วยกัน ฟรานเชสพาพ่อกลับมาที่บ้านของเธอเพื่อพบกับหลาน โรเบิร์ต วัย 25 ปี, โจดี้ 22 ปี, คัลลัม 19 ปี และเคลวิน 15 ปี และเหลน เจสสิกา 2 ขวบ 
 
  แม้เราขาดการติดต่อกัน แต่ผมไม่เคยลืมฟรานเชสเลย เรานั่งดูรูปที่มีเราสองคนพ่อลูกและเหลืออยู่เพียงไม่กี่รูปด้วยกัน 
 
  ผมฝันมาตลอดว่าวันหนึ่งจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง และตอนนี้ผมได้ลูกสาวกลับคืนมาแล้ว เป็นเรื่องดีจริงๆ ผมไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ณ วินาทีนั้น 
 

“บัตตัน-ลูอิส” เปิดตัวแม็คลาเรน MP4-25 ลุยปี 2010

January 30, 2010

           

เจนสัน บัตตัน แชมป์โลกเอฟวันคนล่าสุด และ ลูอิส แฮมิลตัน อดีตแชมป์โลกปี 2008 สองยอดนักขับแห่งทีมแม็คลาเรน ร่วมกันเปิดตัวรถ MP4-25 รถรุ่นล่าสุดของสังกัดสำหรับลุยศึกฟอร์มูลา วัน ฤดูกาล 2010 สนามบาเลนเซีย ประเทศสเปน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา 
 
 สำหรับการเปิดตัวรถแม็คลาเรนรุ่น MP4-25 ของ บัตตัน และ ลูอิส ในครั้งนี้ถือเป็นการปรากฎตัวร่วมกันเป็นครั้งแรก นับแต่ฝ่ายแรกตัดสินใจอำลาจากบรอว์น จีพี มาร่วมทีมนักซิ่งรุ่นน้องหลังจบฤดูกาล 2009 โดยทั้งสองคนเตรียมทดสอบรถคันใหม่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้เพื่อเตรียมพร้อมก่อนประเดิมสนามแรกของฤดูกาล 2010 ที่ประเทศบาห์เรน ในวันที่ 14 มีนาคม 

 

 



 

 

 

บัตตัน – แฮมิลตัน คู่หูพาแม็คลาเรนลุ้นแชมป์โลก

รูปโฉมรถแม็คลาเรน MP4-25

 

 

 

หมวกกันน็อคประจำตัว

 

 

 



“โอโชซินโก” ประกาศตัวขอโชว์ฝีเท้าในโพรโบว์ล

January 29, 2010

“โอโชซินโก” พร้อมทำหน้าที่ตัวเตะ

 แชด โอโชซินโก ปีกนอกตัวแสบ “เสือลายพาดกลอน” ซินซินเนติ เบงกอลส์ ประกาศพร้อมลงทำหน้าที่ “ตัวเตะ” ในเกมโพรโบว์ล ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) ที่จะมีขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคมนี้ ตามวัน-เวลาท้องถิ่นในไมอามี 
 
  เคยเป็นข่าวฮือฮาสนใจไปเตะฟุตบอลในยุโรป ล่าสุด แชด โอซินโซโก เชื่อมั่นในฝีเท้าตัวเอง ถึงขนาดประกาศตัวพร้อมลงทำหน้าที่ตัวเตะให้ทีมสายเอเอฟซี (AFC) ในการพบกับ ทีมสายเอ็นเอฟซี (NFC) ที่สนามซัน ไลฟ์ สเตเดียม ในเมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดา เช้าจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ตามวัน-เวลาประเทศไทย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ NFL โยกเกมรวมดารามาแข่งกันก่อนซูเปอร์โบว์ลหนึ่งสัปดาห์ 
 
  โดย โอชินโซโก ออกมาให้สัมภาษณ์ “เมื่อวานผมซ้อมพันท์ วันนี้ซ้อมเตะคิกออฟ และพรุ่งนี้ก็จะซ้อมเตะฟิลด์โกล อย่างไรก็ตาม ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะได้ทำหน้าที่หรือไม่ เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป” 
 
  สำหรับ โอโชซินโก ติดโพรโบว์ลเป็นสมัยที่ 6 เคยโชว์เตะเอ็กซ์ตรา พอยท์ เข้ามาแล้วในเกมพรีซีซันที่ เบงกอลส์ บุกเฉือน นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ 7-6 โดยเกมนั้น เชน แกรห์ม บาดเจ็บต้นขาระหว่างฝึกซ้อม “เอสเตบัน โอโชซินโก” จึงได้โอกาสจาก มาร์วิน ลูอิส เตะตามหนึ่งคะแนน หลังจาก คริส เฮนรี (ปีกซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว) รับทัชดาวน์ 24 หลาจาก เจ.ที. โอซุลลิแวน 
 
  อย่างไรก็ตาม โอโชซินโก คงต้องไปถามทาง เร็กซ์ ไรอัน หัวหน้าโค้ช นิวยอร์ก เจ็ตส์ ซึ่งจะทำหน้าที่ในโพร์โบว์ลให้ฝั่ง AFC ดู เนื่องจากในทีมปีนี้ แชน เลคเลอร์ (โอคแลนด์ เรดเดอร์ส) ทำหน้าที่พันท์ ขณะที่ เนต เคดดิง (ซานดิอาโก ชาร์จเจอร์ส) เป็นตัวเตะฟิลด์โกลและเอ็กซ์ตรา พอยท์ 
 

ชาลเกคว้า “เฮา จวิ่นหมิ่น” ปีกจีนเสริมทัพ

January 29, 2010

เฮา จวิ่นหมิ่น

 ”ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก 04 ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี คว้าตัว เฮา จวิ่นหมิ่น ปีกทีมชาติจีน มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว จากการเปิดเผยของ เทียนจิน ไท่ต๋า เอฟซี สโมสรในแดนมังกร 
 
  เฮา จวิ่นหมิ่น มิดฟิลด์กราบขวาวัย 22 ปี ลงเล่นให้กับ เทียนจิน ไท่ต๋า ตั้งแต่ปี 2004-09 ทั้งหมด 132 นัดยิงได้ 16 ประตู ย้ายร่วมทัพ ชาลเก แบบไม่มีค่าตัว หลังจากได้รับอนุญาตจากสโมสรตามกฎย้ายทีมที่สนับสนุนผู้เล่นในการไปเล่นต่างแดน 
 
  แถลงการณ์ของสโมสร เทียนจิน ไท่ต๋า เอฟซี ผ่านทางเว็บไซด์ (sports.enorth.com.cn/teda) ว่า “เรายินดีที่จะประกาศให้ทราบว่า เฮา จวิ่นหมิ่น ผู้เล่นของเราตกลงสัญญากับ ชาลเก 04 ตามกฎที่ระบุเอาไว้ เราสนับสนุนเต็มที่เพื่อให้เรื่องนี้สำเร็จลุล่วง” 
 
  เฮา จวิ่นหมิ่น ถือเป็นนักเตะ จีน คนที่ 3 ที่เล่นในลีกสูงสุด เยอรมนี ต่อจาก หยาง เฉิน ที่เล่นให้กับ ไอนทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 1998-2002 และ เซา เจียอี้ อยู่กับ 1860 มิวนิค ในปี 2002 ก่อนย้ายไป เอ็นเนอร์กี ค็อตต์บุส ในปี 2006 
 

“โปรผู้ดี” นำร่วมสวิงกาตาร์ฯ “ช้าง-หมาย” สตาร์ทบู่

January 28, 2010

   

 

โอลิเวอร์ วิลสัน ประเดิมเยี่ยมสุด

 

 

 

โอลิเวอร์ วิลสัน โปรชาวผู้ดี และ เดรจจ์ แบรดลีย์ สวิงจาก เวลส์ เก็บไปคนละ 5 อันเดอร์พาร์ นำร่วมการแข่งขันกอล์ฟกาตาร์ มาสเตอร์ส ในวันแรก ขณะที่ โปรช้าง ธงชัย ใจดี มือ 1 ของไทย และ’โปรหมาย’ ประหยัด มากแสง ออกตัวน่าผิดหวังตีเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ รั้งที่ 67 ร่วม 
 
 ศึกดวลสวิง ยูโรเปียน ทัวร์ รายการ คอมเมอร์เชียล แบงค์ กาตาร์ มาสเตอร์ส ชิงเงินรางวัลรวม 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 85 ล้านบาท) ที่สนามโดฮา กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 ระยะ 7,388 หลา ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ประเดิมการแข่งขันในรอบแรกกันไป เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 
 
 ปรากฏว่ามีผู้นำร่วม 2 รายคือ โอลิเวอร์ วิลสัน ก้านเหล็กมือ 43 ของโลกจากเมืองผู้ดี และ เดรจจ์ แบรดลีย์ สวิงจาก เวลส์ ประเดิมเก็บไปคนละ 5 อันเดอร์พาร์ ขึ้นหน้า มาร์เซล เซียม(เยอรมัน), โรเบิร์ต คาร์ลสัน(สวีเดน), ลี เวสต์วูด(อังกฤษ) และอล็กซานเดอร์ นอร์เรน(สวีเดน)อยู่แค่สโตรกเดียว 
 
 ด้านผลงานของ 2 โปรขวัญใจชาวไทย “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี และ “โปรหมาย” ประหยัด มากแสง ประเดิมได้ไม่ดีนัก โดยมีสกอร์เท่ากัน ตีเกินไป 3 โอเวอร์พาร์ รั้งอันดับ 67 ร่วม กับมือชั้นนำของโลกอย่าง เฮนริก สเตนสัน สวิงมือ 8 ของโลกชาวสวีดิช และ เอียน โพลเตอร์ โปรมือ 10 จากอังกฤษ 
 
 ส่วนผลงานของนักกอล์ฟรายอื่นๆ เซอร์จิโอ การ์เซีย (สเปน) ทำไป 2 อันเดอร์พาร์ รั้งที่ 8 ร่วมกับโปรชั้นนำอย่าง คามิโล วีเยกาส(โคลัมเบีย), รอส ฟิชเชอร์(อังกฤษ), ปีเตอร์ แฮนสัน(สวีเดน) ด้าน พอล เคซีย์(อังกฤษ) และ “แชมป์เก่า” อัลบาโร กีรอส(สเปน) ทำไป 1 อันเดอร์พาร์ เท่ากัน อยู่ที่ 15 ร่วม ขณะที่ มาร์ติน เคย์เมอร์ โปรจากเมืองเบียร์ที่เพิ่งคว้าแชมป์ กอล์ฟอาบูดาบี มาหมาดๆเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟอร์มหลุดตีเกิน 2 โอเวอร์พาร์ รั้งที่ 50 ร่วม 

 

“แมน” วอนโค้ชอยู่ต่อ “เจริญ” เผยรั้งสุดแรง

January 27, 2010

“แมน” บุญศักดิ์

 ASTVผู้จัดการรายวัน- บุญศักดิ์ พลสนะ นักตบลูกขนไก่มือ 1 ของประเทศไทย และ พี่ใหญ่ของนักกีฬาแบดมินมินตัน ออกโรงแนะ ศ.เจริญ วรธนสิน นายกสมาคมฯ ว่าให้รั้งตัวสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติชุดปัจจุบันไว้ให้ได้ หลังเตรียมลาออกยกทีม 
 
  หลังจากที่ มีประเด็นความขัดแย้งระหว่าง ทีมสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยนำโดย สมพล คูเกษมกิจ, อุดม เหลืองเพชราภรณ์, พ.ท. ศักดิ์ระพี ทองสาริ และ ปราโมทย์ ธีระวิวัฒน์ กับ นายกสมาคมแบดมินตันไทยฯ ศ.เจริญ วรรธนสิน มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 25 มกราคม ทีมโค้ชชุดดังกล่าวถึงขั้นตัดสินใจลาออก 
 
  ทว่า ศ.เจริญ วรรธนสิน ในฐานะนายกสมาคมฯ มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องน่าวิตกแต่ประการใด “ยอมรับว่าผมตำหนิพวกเขาแรงเกินไปในเรื่องปรับวินัยการเก็บตัวของนักกีฬา แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เราบริหารกันแบบครอบครัว เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนพ่อตำหนิลูก อาจทำให้มีน้อยใจกันบ้างก็แค่นั้นผมบอกได้เลยว่า จะไม่อนุมัติการยื่นใบลาออกของทีมโค้ชชุดนี้ แต่หากรั้งไว้ไม่อยู่จริงๆก็คงต้องมองหาทีมโค้ชชุดใหม่ซึ่งเวลานี้มีโค้ชไทยฝีมือดีอยู่ในวงการมากมายที่พร้อมจะเข้ามารับหน้าที่นี้อยู่แล้ว ซึ่งหวังว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น” 
 
  ทีมข่าว MGR Sport จึงได้สอบถาม อุดม เหลืองเพชราภรณ์ ถึงประเด็นว่านายกฯสมาคมอาจไม่เซ็นอนุมัติ ให้ลาออกตามที่มุ่งหวังไว้ โดยกล่าวว่า “เวลานี้ผมและทีมโค้ชอีก 3 คน ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลาออกจากการเป็นโค้ชทีมชาติอย่างแน่นอน เพราะพวกเราทนกันมาหลายปีแล้ว ขืนอยู่ไปก็เจอแต่สภาพเดิมๆ ในหลายเรื่องอาทิเช่น เมื่อมีนักแบดฯผลงานดีกลับมา ก็ไม่เคยให้เครดิตกับผู้ฝึกสอน แต่พอนักกีฬาพลาดตกรอบแรก ก็มาลงที่โค้ชอยู่เสมอ ปัจจุบันนี้แม้แต่เงินเดือนโค้ชยังไม่มีเลย และเรื่องที่พวกผมมองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดคือ ความจริงใจที่เราอยากเห็น” 
 
  ด้าน “หนุ่มแมน” บุญศักดิ์ พลสนะ ยอดนักแบดมินตันหมายเลข 1 ของไทย วัย 28 ปี มองว่า หากเปลี่ยนโค้ชในเวลานี้อาจส่งผลกระเทือนถึงนักกีฬารุ่นน้องๆแน่ ” ความจริงแล้วในฐานะนักกีฬา ควรที่จะมุ่งมั่นทำผลงานในสนามให้ดีที่สุด แต่ผมมองว่าหากบรรดาสตาฟฟ์โค้ชชุดปัจจุบันยกทีมกันลาออกจริง จะมีผลในเรื่อง การฝึกซ้อม และ สภาพจิตใจ ของนักกีฬารุ่นน้อง ซึ่งเชื่อว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว” 
 

สุดมัน “ฉลาม” ฟัด “กระต่าย” ศึกควีนส์คัพ

January 26, 2010

 

 

ศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทาน ควีนส์คัพ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2553 ที่จะมี 16 สโมสรดังของไทยร่วมฟาดแข้งระหว่างวันที่ 6-18 ก.พ.นี้ ที่จ.ชลบุรี มีการจับสลากแบ่งสายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชลบุรี เอฟซี เจ้าภาพถูกจับอยู่ในสายดี ร่วมกับ ราชวิถี ,บางกอกกล๊าส และสินทนา 
 
 เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันอังคารที่ 26 มกราคม 2553 ณ ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีการประชุมสโมสรภาคีควีนส์คัพ โดย พล.อ.อ.อมฤต จารยพันธุ์ ประธานมูลนิธิควีนส์คัพ เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยตัวแทนสโมสรภาคีควีนส์คัพ เพื่อจับสลากแบ่งสายจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2553 โดยมีสโมสร ชลบุรี เอฟซี รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพติดต่อกันเป็นปีที่ 2 
 
 ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 6-18 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมี 16 ทีม ภาคีควีนส์คัพเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งออกเป็น 4 สาย สายละ 4 ทีม โดยเจ้าภาพรอบแรก ประกอบด้วย สโมสรชลบุรี เอฟซี, สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด, สโมสรราชนาวี-ระยอง และ สโมสรโอสถสภา-สระบุรี ส่วนในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะมาแข่งขันกันที่สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี ส่วนเงินรางวัลทีมแชมป์รับ 300,000 บาท, อันดับ 2 ได้รับ 150,000 บาท และอันดับ 3 ได้รับ 100,000 บาท 
 
 ทั้งนี้ 14 ทีมภาคีควีนส์คัพ ประกอบด้วย ทหารอากาศ, การท่าเรือไทย, ราชประชา-นนทบุรี, ฮากกา, ทหารบก, ราชนาวี-ระยอง, ธนาคารกรุงไทย (บางกอกกล๊าส), เพื่อนตำรวจ, โอสถสภา M150-สระบุรี, บีอีซี เทโรศาสน, สินธนา (จุฬา ยูไนเต็ด), ทีโอที, ราชวิถี, ชลบุรี เอฟซี และ 2 ทีมรับเชิญอย่าง พัทยา ยูไนเต็ด กับ สมุทรสงคราม เข้าร่วมการแข่งขันรวมเป็น 16 ทีม 
 
 สำหรับผลการจับสลากแบ่งสาย ประกอบด้วย 
 สายเอ – บีอีซี เทโรศาสน, ราชประชา-นนทบุรี, ทหารอากาศ, พัทยา ยูไนเต็ด 
 
 สายบี – ทีโอที เอฟซี, ฮากกา (ศรีราชา เอฟซี), เพื่อนตำรวจ, ราชนาวี-ระยอง 
 
 สายซี – การท่าเรือไทย เอฟซี, สมุทรสงคราม เอฟซี, ทหารบก, โอสถสภา M150 – สระบุรี 
 
 สายดี – ธนาคารกรุงไทย (บางกอกกล๊าส เอฟซี), สินธนา (จุฬา ยูไนเต็ด), ราชวิถี, ชลบุรี เอฟซี 

 

“เคย์เมอร์” ขึ้นท้อปเทน “ธงชัย” รั้งมือ 60 สวิงโลก

January 26, 2010

เคย์เมอร์ คว้าแชมป์ที่อาบู ดาบี จนขึ้นมาติดท้อปเทน

 มาร์ติน เคย์เมอร์ โปรวัย 25 ปีชาวเยอรมันทะยานจากอันดับ 14 ขึ้นมาเป็นมือ 6 ของโลก หลังคว้าแชมป์ศึกอาบู ดาบี กอล์ฟ แชมเปียนชิป ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนรองแชมป์ เอียน โพลเตอร์ โปรชาวอังกฤษขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 ของโลก 
 
 ขณะที่สองก้านเหล็กไทย “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี ซึ่งคว้าอันดับ 13 ร่วมบนสนามอาบู ดาบี กอล์ฟ คลับ ขยับจาก 62 ขึ้นมารั้งมือ 60 ของโลก ส่วน “โปรหมาย” ประหยัด มากแสง ซึ่งจบอันดับ 37 ร่วมรั้งมือ 96 ของโลกเหมือเดิม 
 
 ส่วนนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกยังเป็นของ “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ โปรชาวอเมริกัน ซึ่งตอนนี้ขออำลาวงการชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาส่วนตัว และมี ฟิล มิคเคลสัน เพื่อนร่วมชาติตามมาเป็นอันดับ 2 โดย “สิงห์อีซ้าย” เตรียมลงประเดิมรายการแรกของฤดูกาล 2010 ในศึกฟาร์เมอร์ส อินชัวรันซ์ โอเพน ที่บ้านเกิด เมืองซาน ดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างวันที่ 28-31 ม.ค.นี้ 
 
 ผลการจัดอันดับนักกอล์ฟโลกประเภทชาย 10 อันดับแรก พร้อมคะแนนเฉลี่ยสะสมล่าสุดมีดังนี้ (ในวงเล็บคืออันดับเมื่อสัปดาห์ก่อน) 
 1. (1) ไทเกอร์ วูดส์ (สหรัฐฯ) 13.59 คะแนน 
 2. (2) ฟิล มิคเคลสัน (สหรัฐฯ) 7.83 คะแนน 
 3. (3) สตีฟ สตริคเกอร์ (สหรัฐฯ) 6.83 คะแนน 
 4. (4) ลี เวสต์วูด (สหราชอาณาจักร) 6.37 คะแนน 
 5. (5) จิม ฟิวริก (สหรัฐฯ) 5.51 คะแนน 
 6. (14) มาร์ติน เคย์เมอร์ (เยอรมนี) 5.31 คะแน 
 7. (6) พาแดร็ก แฮร์ริงตัน (ไอร์แลนด์) 5.24 คะแนน 
 8. (7) เฮนริก สเตนสัน( สวีเดน) 5.20 คะแนน 
 9. (8) พอล เคซีย์ (สหราชอาณาจักร) 5.16 คะแนน 
 10. (12) เอียน โพลเตอร์ (อังกฤษ) 4.77 คะแนน 
 
 อันดับนักกอล์ฟไทยที่น่าสนใจ 
 60. (62) ธงชัย ใจดี 2.12 คะแนน 
 96. (96) ประหยัด มากแสง 1.48 คะแนน 
 212. (207) ชัพชัย นิราช 0.81 คะแนน 
 230. (222) ถาวร วิรัตน์จันทร์ 0.74 คะแนน 
 247. (248) กิรเดช อภิบาลรัตน์ 0.68 คะแนน 
 
 สรุปอันดับเงินรางวัลสูงสุดยูโรเปียน ทัวร์ หรือ เรซ ทู ดูไบ ประจำปี 2010 
 1. ชาร์ล ชวาร์ทเซล (แอฟริกาใต้) 488,850 ยูโร 
 2. มาร์ติน เคย์เมอร์ (เยอรมนี) 250,000 ยูโร 
 3. พาโบล มาร์ติน (สเปน) 190,950 ยูโร 
 4. อันเดรส แฮนเซน (เดนมาร์ก) 172,100 ยูโร 
 5. เอียน โพลเตอร์ (อังกฤษ) 166,660 ยูโร 
 6. ริชี แรมซีย์ (สกอตแลนด์) 158,500 ยูโร 
 7. คีธ ฮอร์น (แอฟริกาใต้) 153,013 ยูโร 
 8. จีฟ กาปูร์ (อินเดีย) 141,546 ยูโร 
 9. โธมัส ไอเคน (แอฟริกาใต้) 140,575 ยูโร 
 10. ดาร์เรน คลาร์ก (ไอร์แลนด์เหนือ) 132,885 ยูโร 
 … 
 55. ธงชัย ใจดี (ไทย) 21,650 ยูโร 
 … 
 105. ประหยัด มากแสง (ไทย) 10,050 ยูโร 
 

Next Page »