<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวออนไลน์ ทีวีออนไลน์ ดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://www.thaiblognews.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaiblognews.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Mar 2010 04:05:02 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>กรังด์ปรีซ์จับมือแกรมมี่ แตกธุรกิจสู่ทีวีดาวเทียม</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1-2/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:05:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1-2/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;ข่าวในประเทศ  ยักษ์สื่อสิ่งพิมพ์และผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ กลุ่มกรังด์ปรีซ์ จับมือ แกรมมี่ รุกธุรกิจทีวีดาวเทียม พร้อมทุ่มอีก 200 ล้านบาท สร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ เชื่อเหตุการณ์ปั่นป่วนทางการเมือง ไม่รุนแรงเท่าปัญหามาบตะพุด และไม่ส่งผลต่องานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ปีนี้ มั่นใจเงินสะพัด 4.5 หมื่นล้านบาท เผยรถเล็กและอีโคคาร์นิสสันจะกระตุ้นตลาดเป็นสำคัญ และดันอุตสาหกรรมรถยนต์พุ่งทะลุ 2 ล้านคัน ในปี 2015&#160;
&#160;
&#160;ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธาน บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตสื่อนิตยสารยานยนต์ และผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่า กลุ่มกรังด์ปรีซ์ได้มีการมองธุรกิจใหม่ หรือขยายธุรกิจที่มีอยู่ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยในปีนี้ได้ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ติดกับสนามกอล์ฟบลูซัพพลายของบริษัทฯ ในปัจจุบัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท&#160;
&#160;
&#160;ล่าสุดกรังด์ปรีซ์ยังได้ร่วมกับบริษัทแกรมมี่ฯ เพื่อลงทุนในการทำช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นช่องเกี่ยวกับรายการยานยนต์โดยเฉพาะ 8 ชั่วโมง และมีการหมุนเวียนออนแอร์ตลอดทั้งวัน โดยประมาณเดือนตุลาคมปลายปีนี้ น่าจะสามารถเริ่มออกอากาศได้ ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 2] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002854901.JPEG" width="250" height="357" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ข่าวในประเทศ  ยักษ์สื่อสิ่งพิมพ์และผู้จัดงานมอเตอร์โชว์ กลุ่มกรังด์ปรีซ์ จับมือ แกรมมี่ รุกธุรกิจทีวีดาวเทียม พร้อมทุ่มอีก 200 ล้านบาท สร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ เชื่อเหตุการณ์ปั่นป่วนทางการเมือง ไม่รุนแรงเท่าปัญหามาบตะพุด และไม่ส่งผลต่องานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ปีนี้ มั่นใจเงินสะพัด 4.5 หมื่นล้านบาท เผยรถเล็กและอีโคคาร์นิสสันจะกระตุ้นตลาดเป็นสำคัญ และดันอุตสาหกรรมรถยนต์พุ่งทะลุ 2 ล้านคัน ในปี 2015&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธาน บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตสื่อนิตยสารยานยนต์ และผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ เปิดเผยว่า กลุ่มกรังด์ปรีซ์ได้มีการมองธุรกิจใหม่ หรือขยายธุรกิจที่มีอยู่ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยในปีนี้ได้ลงทุนสร้างสนามกอล์ฟแห่งใหม่ ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ติดกับสนามกอล์ฟบลูซัพพลายของบริษัทฯ ในปัจจุบัน ใช้เงินลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ล่าสุดกรังด์ปรีซ์ยังได้ร่วมกับบริษัทแกรมมี่ฯ เพื่อลงทุนในการทำช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นช่องเกี่ยวกับรายการยานยนต์โดยเฉพาะ 8 ชั่วโมง และมีการหมุนเวียนออนแอร์ตลอดทั้งวัน โดยประมาณเดือนตุลาคมปลายปีนี้ น่าจะสามารถเริ่มออกอากาศได้ ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด และเงินลงทุนทั้งหมด ที่คาดว่าจะเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท และน่าจะประกาศแผนธุรกิจได้เร็วๆ นี้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;สำหรับในส่วนของการเตรียมความพร้อมการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2010 ดร.ปราจินเปิดเผยว่า ปีนี้ยังคงจะจัดอยู่ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนาเช่นเดิม ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม -6 เมษายน 2553 ภายใต้คอนเซปต์งาน รักษ์รถ รักษ์โลก เพื่อตอกย้ำให้มนุษย์หันมาใส่ใจในการรักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และประหยัดการใช้พลังงาน ช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ตลอดไป และรถยนต์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดมลภาวะและการสิ้นเปลืองพลังงาน จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002854902.JPEG" width="450" height="300" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ในปีนี้เราจึงเน้นรณรงค์ให้ไม่เพียงรักรถ ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันผลิตและซื้อรถที่รักษ์โลกด้วย ซึ่งบริษัทรถยนต์ก็ร่วมมืออย่างดี โดยนำเข้ารถต้นแบบที่ตอบสนองคอนเซ็ปต์งาน 7-8 ยี่ห้อ รวมถึงผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมที่ใช้งานได้จริง อย่างอีโคคาร์ของนิสสันที่จะเป็นไฮไลต์ของงานในปีนี้ และเห็นว่าเราควรจะสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงาน ยังเป็นโครงการที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยให้แข็งแกร่งด้วย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ทั้งนี้โครงการอีโคคาร์ นิสสันเป็นยี่ห้อแรกที่เปิดตัวรถสู่ตลาดแล้ว จากนั้นก็จะมีฮอนด้า และซูซูกิตามมา ตรงนี้จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย เติบโตและมียอดการผลิตถึง 2 ล้านคัน ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลก่อนเคยวางไว้ แม้จะช้าไปจากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ในปี 2013 แต่เมื่อประสบวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนชะลอไปเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถกลับมาบรรลุเป้าหมายได้ในปี 2015 จึงถือว่าไม่ช้าไปมากนัก ซึ่งนั่นก็มาจากโครงการอีโคคาร์เป็นสำคัญ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ดร.ปราจินเปิดเผยว่า ในส่วนของงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ แม้จะจัดช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่มีการคาดการณ์กันว่า จะมีความปั่นป่วนและรุนแรงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และความเคลื่อนไหวประท้วงรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดง เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งหมดอยู่ที่ว่าคนไทยจะมีสติกันหรือไม่ ดังนั้นจึงไม่กังวลกับปัญหาการเมือง มากนัก และคงไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการจัดงาน&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;เรื่องนี้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเขาไม่ค่อยกังวลมากนัก แต่สิ่งที่ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เห็นว่าเป็นปัญหาเรื่องมาบตะพุด หรือความชัดเจนเกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะมันส่งผลต่อการลงทุนโดยตรง ดร.ปราจินกล่าวและว่า&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ส่วนการจัดงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ปีนี้ ได้ใช้พื้นที่เต็มศูนย์แสดงสินค้าไบเทคเช่นเดิม แม้จะมีจำนวนยี่ห้อรถยนต์ลดน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา แต่เกิดจากการไม่สามารถจัดพื้นที่ที่โดดเด่นให้ได้ เพราะพื้นที่บนตัวอาคารศูนย์แสดงสินค้าไบเทคมีจำกัด ทำให้บางยี่ห้ออย่างปอร์เช่ไม่เข้าร่วม ซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาที่บริษัทฯ ต้องพิจารณหลังจากจบงานในปีนี้ ครั้งต่อไปจะเปลี่ยนสถานที่จัดงานหรือไม่&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ด้านยอดจองรถภายในงานปีนี้ น่าจะขยายตัวตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดว่าจะมียอดจองรถใหม่ภายในงานประมาณ 20,000 คัน แต่สัดส่วนรถยนต์นั่งขนาดเล็กจะเพิ่มขึ้นมาก เนื่องจากการเปิดตัวของรถหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็นอีโคคาร์ของนิสสัน มาสด้า2 และฟอร์ด เฟียสต้า โดยมีเงินนสะพัดไม่ต่ำกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท และมีผู้เข้าชมประมาณ 1.8 ล้านคน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฮอนด้าขยับแนวรุกไฮบริดรุ่นใหญ่</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:05:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;ต่อจากการรุกตลาดรถยนต์ไฮบริดด้วยทางเลือกอย่างรถสปอร์ตรุ่น CR-Z ที่เปิดตัวไปแล้วในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2010 และรุ่นที่ยังไม่เปิดตัวอย่างแจ๊ซ/ฟิต ไฮบริด ในตอนนี้ ฮอนด้าเผยว่ากำลังซุ่มพัฒนาระบบไฮบริดรุ่นใหม่เพื่อใช้ในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะสามารถนำออกขายได้อย่างแน่นอนไม่เกิน 3 ปีนับจากนี้&#160;
&#160;
&#160;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำกล่าวของโทโมฮิโก คาวานาเบะ COO ของฮอนด้า อาร์แอนด์ดี ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวว่า ในตอนนี้ระบบไฮบริดที่กำลังพัฒนาอยู่นี้เดินหน้าไปเร็วมาก และก้าวพ้นจากช่วงของการวิจัยเพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ทางคาวานาเบะปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงรายละเอียดของระบบไฮบริดใหม่รุ่นนี้ ซึ่งก็รวมถึงการนำไปใช้กับรถยนต์รุ่นไหน แต่ระบุว่าระบบนี้จะเสร็จสิ้นการพัฒนาและนำมาวางในรถยนต์สำหรับการใช้งานจริงได้ไม่เกิน 3 ปี&#160;
&#160;&#160;
&#160;

&#160;ก่อนหน้านี้รถยนต์รุ่นใหญ่สุดของฮอนด้าที่มีเวอร์ชันไฮบริดทำตลาดก็คือ แอคคอร์ด รุ่นที่แล้ว หรือเจนเนอเรชันที่ 7 และมีทำตลาดช่วงสั้นๆ ในระหว่างปี 2005-2007 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถยนต์ไฮบริดใหม่รุ่นนี้น่าจะเป็น Dedicated Hybrid Car หรือมีขายเฉพาะเครื่องยนต์ไฮบริดเหมือนกับ CR-Z แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า ฮอนด้าต้องการพัฒนาระบบไฮบริดรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อใช้กับเอสยูวีและมินิแวนที่ขายอยู่ในตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างไพล็อต และโอดิสซีส์&#160;
&#160;
&#160;นอกจากนั้น คาวานาเบะยังเปิดเผยอีกว่า ฮอนด้ากำลังพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลรุ่นใหม่ซึ่งมีขนาดเล็กสำหรับใช้ในตลาดอย่างยุโรปและอินเดียอีกด้วย โดยในปัจจุบันฮอนด้ามีเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลเพียงแบบเดียวคือ รหัส i-CTDi 4 สูบ 2,200 ซีซีสำหรับวางในฮอนด้า ซีอาร์-วี และแอคคอร์ดที่ขายอยู่ในยุโรป โดยคาดว่าเครื่องยนต์บล็อกเล็กใหม่นี้น่าจะถูกนำมาวางในรถยนต์ระดับซับคอมแพ็กต์อย่างรุ่นแจ๊ซ/ฟิต&#160;
&#160;
&#160;ขณะที่ทางด้าน CR-Z [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 4] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002713301.JPEG" width="500" height="332" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ต่อจากการรุกตลาดรถยนต์ไฮบริดด้วยทางเลือกอย่างรถสปอร์ตรุ่น CR-Z ที่เปิดตัวไปแล้วในดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2010 และรุ่นที่ยังไม่เปิดตัวอย่างแจ๊ซ/ฟิต ไฮบริด ในตอนนี้ ฮอนด้าเผยว่ากำลังซุ่มพัฒนาระบบไฮบริดรุ่นใหม่เพื่อใช้ในรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะสามารถนำออกขายได้อย่างแน่นอนไม่เกิน 3 ปีนับจากนี้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างคำกล่าวของโทโมฮิโก คาวานาเบะ COO ของฮอนด้า อาร์แอนด์ดี ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวว่า ในตอนนี้ระบบไฮบริดที่กำลังพัฒนาอยู่นี้เดินหน้าไปเร็วมาก และก้าวพ้นจากช่วงของการวิจัยเพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ทางคาวานาเบะปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงรายละเอียดของระบบไฮบริดใหม่รุ่นนี้ ซึ่งก็รวมถึงการนำไปใช้กับรถยนต์รุ่นไหน แต่ระบุว่าระบบนี้จะเสร็จสิ้นการพัฒนาและนำมาวางในรถยนต์สำหรับการใช้งานจริงได้ไม่เกิน 3 ปี&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002713302.JPEG" width="500" height="343" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ก่อนหน้านี้รถยนต์รุ่นใหญ่สุดของฮอนด้าที่มีเวอร์ชันไฮบริดทำตลาดก็คือ แอคคอร์ด รุ่นที่แล้ว หรือเจนเนอเรชันที่ 7 และมีทำตลาดช่วงสั้นๆ ในระหว่างปี 2005-2007 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารถยนต์ไฮบริดใหม่รุ่นนี้น่าจะเป็น Dedicated Hybrid Car หรือมีขายเฉพาะเครื่องยนต์ไฮบริดเหมือนกับ CR-Z แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า ฮอนด้าต้องการพัฒนาระบบไฮบริดรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อใช้กับเอสยูวีและมินิแวนที่ขายอยู่ในตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างไพล็อต และโอดิสซีส์&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;นอกจากนั้น คาวานาเบะยังเปิดเผยอีกว่า ฮอนด้ากำลังพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลรุ่นใหม่ซึ่งมีขนาดเล็กสำหรับใช้ในตลาดอย่างยุโรปและอินเดียอีกด้วย โดยในปัจจุบันฮอนด้ามีเครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลเพียงแบบเดียวคือ รหัส i-CTDi 4 สูบ 2,200 ซีซีสำหรับวางในฮอนด้า ซีอาร์-วี และแอคคอร์ดที่ขายอยู่ในยุโรป โดยคาดว่าเครื่องยนต์บล็อกเล็กใหม่นี้น่าจะถูกนำมาวางในรถยนต์ระดับซับคอมแพ็กต์อย่างรุ่นแจ๊ซ/ฟิต&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ขณะที่ทางด้าน CR-Z เองก็มีข่าวว่ากำลังจะพลิกแนวคิดของเวอร์ชัน Type R ด้วยการเป็นรถยนต์ไฮบริดรุ่นแรกที่มากับเวอร์ชันตัวแรงนี้ โดยข่าวระบุว่า ฮอนด้าจะปรับปรุงระบบไฮบริดทั้งในส่วนของเครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซีให้มีกำลังเพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ 20 แรงม้า และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้กำลังขับเคลื่อนของระบบโดยรวมขยับจาก 122 แรงม้าในรุ่นปกติมาเป็น 160-170 แรงม้า แต่ก็ไม่ไดปิดเผยว่าจะมีขายเป็นเวอร์ชัน JDM เฉพาะในญี่ปุ่น หรือขายในตลาดทั่วโลก&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ae%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มิตซูบิชิสั่งลุยไทรทัน ขาวมุก</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;ข่าวในประเทศ &#8211; มิตซูบิชิ ปลื้ม ไวท์ เพิร์ล คอลเลคชั่น เร่งส่ง ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส สีขาว ลงตลาดอีกรุ่น หวังชิงยอดขายก่อนเข้างานมอเตอร์โชว์ สนนราคา 6.79 แสนบาท ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 200 คัน&#160;
&#160;

&#160;โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากการจัดกิจกรรม ไวท์เพิร์ล คอลเลคชั่น แคมเปญ ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยมียอดจองมาแล้วกว่า 1,700 คัน ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ล่าสุดบริษัทฯ จึงส่ง ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส รุ่นตกแต่งพิเศษ สีขาวมุก ลงสร้างสีสันให้ตลาดกระบะอีกรุ่น โดยจะเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาของไทรทัน เมกะแค็บ พลัส เพิ่มภาพลักษณ์ที่หรูหรายิ่งขึ้นด้วยสีพิเศษ ขาวมุก และการตกแต่งภายในใหม่เพิ่มอารมณ์สปอร์ตและลงตัวยิ่งกว่า ซึ่งจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&#160;
&#160;
&#160;มิตซูบิชิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 6] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;ข่าวในประเทศ &#8211; มิตซูบิชิ ปลื้ม ไวท์ เพิร์ล คอลเลคชั่น เร่งส่ง ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส สีขาว ลงตลาดอีกรุ่น หวังชิงยอดขายก่อนเข้างานมอเตอร์โชว์ สนนราคา 6.79 แสนบาท ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 200 คัน&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002963801.JPEG" width="500" height="327" border="0"/></p>
<p>&nbsp;โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากการจัดกิจกรรม ไวท์เพิร์ล คอลเลคชั่น แคมเปญ ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยมียอดจองมาแล้วกว่า 1,700 คัน ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ ล่าสุดบริษัทฯ จึงส่ง ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส รุ่นตกแต่งพิเศษ สีขาวมุก ลงสร้างสีสันให้ตลาดกระบะอีกรุ่น โดยจะเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาของไทรทัน เมกะแค็บ พลัส เพิ่มภาพลักษณ์ที่หรูหรายิ่งขึ้นด้วยสีพิเศษ ขาวมุก และการตกแต่งภายในใหม่เพิ่มอารมณ์สปอร์ตและลงตัวยิ่งกว่า ซึ่งจะเริ่มขายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;มิตซูบิชิ ไทรทัน เปิดตัวสู่ตลาดเมืองไทยมาตั้งแต่ปี 2548 ในฐานะผู้สร้างอารยธรรมใหม่ ให้กับตลาดรถกระบะจากดีไซน์ที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมห้องโดยสารกว้างขวาง ระบบช่วงล่างที่ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ รวมทั้งระบบความปลอดภัยครบครัน สอดคล้องกับความต้องการพื้นฐานของลูกค้าที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะการใช้งานเพื่อการพาณิชย์เพียงอย่างเดียวหากแต่ยังใช้งานในเมืองได้อย่างลงตัว โดยมียอดขายรวมในประเทศนับจากเปิดตัวจนถึงธันวาคม 2552 อยู่ที่ 88,502 คัน&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002963802.JPEG" width="500" height="321" border="0"/></p>
<p>&nbsp;สำหรับไทรทัน เมกะแค็บ พลัส รุ่นตกแต่งพิเศษ สีขาวมุก เป็นการนำรุ่น GLS ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมมาตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ชื่นชอบความแตกต่างไม่เหมือนใคร โดยการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูปราดเปรียวและโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยตัวถังภายนอกสีขาวมุก พร้อมไฟหน้าสไตล์ใหม่เพิ่มประกายสีเงิน แบบ Chrome bezel รับกับกระจังหน้าโครเมียมที่ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง เพิ่มความลงตัวยิ่งขึ้นด้วยกรอบไฟตัดหมอกหน้าและโป่งล้อด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมติดตั้งคิ้วข้างตัวรถสไตล์สปอร์ต&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ภายในได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้อย่างเต็มที่ ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครัน ลงตัวด้วยการตกแต่งสไตล์สีเงิน ซิลเวอร์ เดคอร์เรชั่น และเพิ่มความสปอร์ตในดีไซน์ยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังทรงสปอร์ต พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง เครื่องเล่นวิทยุ DVD VCD CD MP3 แสดงภาพข้อมูลผ่านจอภาพ Built-in แบบ Wide Screen ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบสัมผัส IMT- Intelligent Magic Touch และรีโมทคอนโทรล&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002963803.JPEG" width="530" height="301" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ด้านขุมพลังจากเครื่องยนต์ 2.5 Di-D ไฮเปอร์คอมมอนเรล DOHC 16 วาล์วเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุดที่ 140 แรงม้า พวงมาลัยแบบ แร็คแอนด์พีเนียนพร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรง รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.9 เมตร&nbsp;<br />
&nbsp;ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนกสองชั้น คอยส์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และช่วงล่างหลังแบบแหนบแผ่นซ้อน โช้คอัพไขว้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>&#8230;ไทรทัน เมกะแค็บ พลัส รุ่นพิเศษ สีขาวมุก มีราคาขาย 679,000 บาท โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 คัน เท่านั้น</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%8b%e0%b8%b9%e0%b8%9a%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โฆษณาสุดแจ่ม คัมรี่ ไฮบริด ออสเตรเลีย</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง นำคลิปโฆษณาสุดแจ่มของ คัมรี่ ไฮบริด ที่ทำตลาดในประเทศออสเตรเลียมาฝาก หลังจากโตโยต้าเพิ่งเปิดตัวพร้อมขายรถยนต์ลูกผสมรุ่นดังไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของโฆษณาความยาว 1 นาที สื่อสารผ่านหนุ่มออฟฟิสอารมณ์เซ็ง กำลังหน่ายกับหน้าที่การงาน แต่พลันที่เขาได้นั่งหลังพวงมาลัย คัมรี่ ไฮบริด สีสันและความตื่นตาตื่นใจต่างๆก็ตามมา ดังกับวลี Every Drive Everyday Amazing&#160;
&#160;
&#160;ทั้งนี้ คัมรี่ ไฮบริด ที่ทำตลาดในออสเตรเลีย วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร VVT-i ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยผลิตที่โรงงานในเมือง Altona รัฐวิคตอเรีย ตั้งเป้าการผลิตไว้ 10,000 คันต่อปี&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;
&#160;&#160;
&#160;

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 8] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;<strong>ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง</strong> นำคลิปโฆษณาสุดแจ่มของ คัมรี่ ไฮบริด ที่ทำตลาดในประเทศออสเตรเลียมาฝาก หลังจากโตโยต้าเพิ่งเปิดตัวพร้อมขายรถยนต์ลูกผสมรุ่นดังไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเนื้อหาของโฆษณาความยาว 1 นาที สื่อสารผ่านหนุ่มออฟฟิสอารมณ์เซ็ง กำลังหน่ายกับหน้าที่การงาน แต่พลันที่เขาได้นั่งหลังพวงมาลัย คัมรี่ ไฮบริด สีสันและความตื่นตาตื่นใจต่างๆก็ตามมา ดังกับวลี Every Drive Everyday Amazing&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ทั้งนี้ คัมรี่ ไฮบริด ที่ทำตลาดในออสเตรเลีย วางเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร VVT-i ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยผลิตที่โรงงานในเมือง Altona รัฐวิคตอเรีย ตั้งเป้าการผลิตไว้ 10,000 คันต่อปี&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002972201.JPEG" width="550" height="309" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002972202.JPEG" width="530" height="337" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%82%e0%b8%86%e0%b8%a9%e0%b8%93%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b9%84%e0%b8%ae%e0%b8%9a%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Audi RS 5 : รหัสร้อน แรงเกินใคร</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/audi-rs-5-%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/audi-rs-5-%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/audi-rs-5-%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;แฟนๆ ของออดี้คงทราบดีว่า นอกจากตัวแรงในรหัส S แล้ว ทางค่าย 4 ห่วงยังมีเวอร์ชันที่ถือว่าแรงสุดๆ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทลูกอย่าง quattro GmbH ตามออกมาขายด้วยโดยใช้รหัสว่า RS ซึ่งในตอนนี้ มีการเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ออกมาแล้ว โดยอิงพื้นฐานของรุ่น A5 พร้อมความเร้าใจแบบไร้เทอร์โบของเครื่องยนต์วี8 4,200 ซีซีที่ยกมาจากสปอร์ตรุ่นใหญ่ R8&#160;
&#160;

&#160;ชื่อของ RS อยู่คู่กับตลาดความแรงมานานกว่า 15 ปีแล้ว นับจากการเปิดตัวรุ่นแรกคือ RS2 โดยชื่อ RS เป็นตัวย่อในภาษาเยอรมันที่มาจากคำว่า Renn Sport หรือ Racing Sport ในภาษาอังกฤษ และแรกเริ่มเดิมที RS2 ที่เปิดตัวในปลายปี 1994 เป็นโปรเจ็กต์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างออดี้ กับปอร์เช่ เพื่อนำเสนอความเร้าใจที่เหนือกว่าจากรหัส S ซึ่งเป็นตัวแรงจากโรงงานของออดี้&#160;
&#160;

&#160;รถยนต์ที่แปะป้าย RS จะถูกผลิตและขายแยกออกมาต่างหากโดยทาง quattro GmbH โดยในช่วงแรกของการทำตลาดจะเน้นไปที่รถยนต์ตัวถังแบบ Avant (ซึ่ง RS2 แม้จะใช้พื้นฐานของ S2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 10] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769501.JPEG" width="430" height="296" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>แฟนๆ ของออดี้คงทราบดีว่า นอกจากตัวแรงในรหัส S แล้ว ทางค่าย 4 ห่วงยังมีเวอร์ชันที่ถือว่าแรงสุดๆ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทลูกอย่าง quattro GmbH ตามออกมาขายด้วยโดยใช้รหัสว่า RS ซึ่งในตอนนี้ มีการเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ออกมาแล้ว โดยอิงพื้นฐานของรุ่น A5 พร้อมความเร้าใจแบบไร้เทอร์โบของเครื่องยนต์วี8 4,200 ซีซีที่ยกมาจากสปอร์ตรุ่นใหญ่ R8</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769502.JPEG" width="430" height="288" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ชื่อของ RS อยู่คู่กับตลาดความแรงมานานกว่า 15 ปีแล้ว นับจากการเปิดตัวรุ่นแรกคือ RS2 โดยชื่อ RS เป็นตัวย่อในภาษาเยอรมันที่มาจากคำว่า Renn Sport หรือ Racing Sport ในภาษาอังกฤษ และแรกเริ่มเดิมที RS2 ที่เปิดตัวในปลายปี 1994 เป็นโปรเจ็กต์ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างออดี้ กับปอร์เช่ เพื่อนำเสนอความเร้าใจที่เหนือกว่าจากรหัส S ซึ่งเป็นตัวแรงจากโรงงานของออดี้&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769503.JPEG" width="430" height="341" border="0"/></p>
<p>&nbsp;รถยนต์ที่แปะป้าย RS จะถูกผลิตและขายแยกออกมาต่างหากโดยทาง quattro GmbH โดยในช่วงแรกของการทำตลาดจะเน้นไปที่รถยนต์ตัวถังแบบ Avant (ซึ่ง RS2 แม้จะใช้พื้นฐานของ S2 ที่ดูแล้วเหมือนกับคูเป้ แต่ออดี้กลับเรียกว่า Avant ซึ่งหมายถึงสเตชันแวกอน) เช่นเดียวกับ RS4 รุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1999 จนกระทั่งแนวคิดนี้มาเปลี่ยนเอาเมื่อมีการเปิดตัว RS6 ในปี 2002 ทั้งตัวถังซีดานและแวกอนออกทำตลาด&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769504.JPEG" width="430" height="281" border="0"/></p>
<p>&nbsp;สำหรับ RS5 ที่มีคิวเปิดตัวในเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010 ต้นเดือนมีนาคมนี้ มาพร้อมกับความร้อนแรงและเร้าใจตามแบบฉบับของ RS และทำตลาดในช่วงแรกแค่ตัวถังคูเป้ที่มีการเพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน โดยด้านท้ายเป็นสปอยเลอร์หลังแบบยกตัวเองอัตโนมัติเมื่อความเร็วเกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และจะพับเก็บลงมาเมื่อความเร็วต่ำกว่า 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769505.JPEG" width="430" height="303" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ส่วนล้อแม็กเป็นขนาด 19 นิ้วพร้อมยาง 265/36R19 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และขนาด 20 นิ้วกับยาง 275/30R20 เป็นออพชั่นที่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม โดยความสูงของตัวรถถูกลดลงจากรุ่น A5 20 มิลลิเมตร พร้อมอัพเกรดระบบเบรกเป็นดิสก์ขนาด 365 มิลลิเมตรที่ด้านหน้า และ 380 มิลลิเมตรสำหรับด้านหลัง&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เครื่องยนต์ที่ประจำการอยู่ใต้ฝากระโปรงเป็นบล็อกวี8 4,200 ซีซี พร้อมระบบไดเร็กต์อินเจ็กชัน หรือ FSI ซึ่งประจำการอยู่ในรถสปอร์ตรุ่น R8 แต่มีการอัพเกรดกำลังจาก 420 แรงม้าขยับขึ้นมาอยู่ที่ 450 แรงม้า ที่ รอบสูงเร้าใจในสไตล์รถแข่งถึง 8,250 รอบต่อนาที และมีแรงบิดอยู่ที่ 43.8 กก.-ม. ที่ 4,000-6,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อน 4 ล้อ Quattro และส่งกำลังด้วยเกียร์ S-Tronic แบบ 7 จังหวะ&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769506.JPEG" width="430" height="323" border="0"/></p>
<p>&nbsp;เมื่อต้องแบกตัวถังที่มีน้ำหนัก 1,725 กิโลกรัม เครื่องยนต์รอบจัดบล็อกนี้สามารถตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 4.6 วินาที และความเร็วปลายถูกล็อกเอาไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมงตามที่กฎหมายระบุ แต่ถ้าลูกค้าเท้าโหดท่านใดต้องการให้ปลดล็อก ออดี้ก็พร้อมบริการ ซึ่งจะทำให้ RS5 ทะยานด้วยความเร็วสูงสุดในระดับ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002769507.JPEG" width="430" height="323" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ในส่วนของระบบ Quattro มีการเปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่ด้วย Crown Gear ตัวกลางแบบใหม่ มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบากว่าเดิม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายกำลังของเครื่องยนต์สู่เพลาล้อหน้าและหลังได้อย่างสมดุลและฉับไวขึ้น โดยในการขับปกติกำลังจะถูกถ่ายทอดในลักษณะ 40:60% สำหรับล้อหน้าและหลัง แต่สามารถแปรผันการถ่ายทอดกำลังได้ตามความเหมาะสม ซึ่งล้อหน้าสามารถรับกำลังได้สูงสุดถึง 70% และด้านหลังรับได้สูงสุด 85%&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ยังไม่ต้องรีบร้อน เพราะหลังเปิดตัวในเจนีวา มอเตอร์โชว์แล้ว กว่าที่ RS5 จะพร้อมลุยตลาดก็ต้องรอจนถึงปลายปี ตอนนี้ใครที่สนใจเก็บเงินรอไปก่อน เพราะค่าตัวในเยอรมนีตั้งเอาไว้ที่ 77,000 ยูโร หรือ 3.85 ล้านบาท</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/audi-rs-5-%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร่อนตามลมกับ&#8221;ประภัสร์  จงสงวน&#8221;</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;ชีวิตของหนุ่มใหญ่หนวดงามอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย &#8220;ประภัสร์ จงสงวน&#8221; อาจดูเคร่งเครียดกับภาระการงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเมื่อมีเวลาว่างเขาจะใช้มันหมดไปกับการตักตวงความสุขด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน คันโก้ ราคาล้านกว่าบาทท่ามกลางสายลม แสงแดด ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. .อะไรทำให้เขาหลงเสน่ห์ถึงขนาดนี้ ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง จะพาไปเจาะลึกกัน&#160;
&#160;&#160;
&#160;เริ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์เมื่อไร&#160;
&#160;
&#160;เริ่มจริงๆก็น่าจะอายุประมาณ 14-15 ปี ผมชอบรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่เด็ก แต่มาจริงจังกับบิ๊กไบค์ครั้งแรกช่วงเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และมาซื้อฮาร์เลย์ฯครั้งแรกที่เมืองไทยรุ่น แฟตบอย ปี 2533 โดยขี่จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ปรากฏว่าขี่ได้สักพักรู้สึกว่ารุ่นนี้ไม่เหมาะกับทางไกล เพราะสะเทือนและเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาเป็นรุ่นทัวริ่ง ที่น่าจะเหมาะกับทางไกล&#160;
&#160;
&#160;มีรถกี่คัน&#160;
&#160;
&#160;ตอนนี้มีฮาร์เลย์ฯ 3 คัน คือรุ่น ไนท์ ร็อก, อิเลคตร้า ไกด์ และ อัลตร้า คลาสสิค อิเลคตร้า ไกด์ ผมขี่ฮาร์เลย์ฯมา 30 กว่าปีแล้วรู้สึกว่าเหมือนน้องชาย ลูกชาย ที่เรารักมาก ก่อนออกจากบ้านผมต้องไปทักทายเป็นประจำ&#8221;&#160;
&#160;

&#160;ปกติขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหน&#160;
&#160;&#160;
&#160;ส่วนมากเที่ยวต่างจังหวัด ไปภาคเหนือ ผมจะไม่ขี่วันธรรมดา เพราะในกรุงเทพฯ รถติด อากาศไม่เหมาะกับการขี่มอเตอร์ไซค์แบบนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 12] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;<strong>ชีวิตของหนุ่มใหญ่หนวดงามอดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย &#8220;ประภัสร์ จงสงวน&#8221; อาจดูเคร่งเครียดกับภาระการงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วชีวิตอีกด้านหนึ่งของเขาก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเมื่อมีเวลาว่างเขาจะใช้มันหมดไปกับการตักตวงความสุขด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน คันโก้ ราคาล้านกว่าบาทท่ามกลางสายลม แสงแดด ด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. .อะไรทำให้เขาหลงเสน่ห์ถึงขนาดนี้ ASTV ผู้จัดการมอเตอริ่ง จะพาไปเจาะลึกกัน&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เริ่มขี่รถมอเตอร์ไซค์เมื่อไร&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เริ่มจริงๆก็น่าจะอายุประมาณ 14-15 ปี ผมชอบรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่เด็ก แต่มาจริงจังกับบิ๊กไบค์ครั้งแรกช่วงเรียนปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา และมาซื้อฮาร์เลย์ฯครั้งแรกที่เมืองไทยรุ่น แฟตบอย ปี 2533 โดยขี่จากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ปรากฏว่าขี่ได้สักพักรู้สึกว่ารุ่นนี้ไม่เหมาะกับทางไกล เพราะสะเทือนและเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาเป็นรุ่นทัวริ่ง ที่น่าจะเหมาะกับทางไกล&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;มีรถกี่คัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ตอนนี้มีฮาร์เลย์ฯ 3 คัน คือรุ่น ไนท์ ร็อก, อิเลคตร้า ไกด์ และ อัลตร้า คลาสสิค อิเลคตร้า ไกด์ ผมขี่ฮาร์เลย์ฯมา 30 กว่าปีแล้วรู้สึกว่าเหมือนน้องชาย ลูกชาย ที่เรารักมาก ก่อนออกจากบ้านผมต้องไปทักทายเป็นประจำ&#8221;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000001810901.JPEG" width="230" height="345" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ปกติขี่มอเตอร์ไซค์ไปไหน&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;ส่วนมากเที่ยวต่างจังหวัด ไปภาคเหนือ ผมจะไม่ขี่วันธรรมดา เพราะในกรุงเทพฯ รถติด อากาศไม่เหมาะกับการขี่มอเตอร์ไซค์แบบนี้ ยิ่งเป็นรถฮาร์เลย์ฯรุ่นทัวริ่งแล้ว ยิ่งไม่เหมาะเพราะมันร้อน อีกอย่างคันมันใหญ่ ไปไหนลำบาก ปัจจุบันผมเป็นสมาชิกของชมรม Immortal แต่กลุ่มที่ชอบไปเที่ยวกันจริงๆ มี 4-5 คัน ผมชอบไปกันกลุ่มเล็กๆมันสะดวกกว่าในการเดินทาง ที่ไปด้วยกันเป็นประจำก็มี สนธยา คุณปลื้ม, ท่านประชา พรหมนอก เพื่อนอีกสองสามคนเรียกว่าถึงไหนถึงกันดูแลกันอย่างพี่น้องไม่มีเรื่องหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้องครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;อยากไปไหนมากที่สุด&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ที่ที่อยากไปก็ได้ไปมาหมดแล้วครับ ประทับใจทุกที่เพราะการเดินทางแต่ละครั้งมันไม่เหมือนกันเลย ทำให้เราได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน อย่างทริปล่าสุดเป็นคาราวาน The Northern Trip จากเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมารวมระยะเวลาในการขับขี่ 4 วัน กว่า 1,000 กิโลเมตร มีสื่อมวลชนมาจากต่างประเทศหลายคนทำให้เราแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องบิ๊กไบค์กัน และทราบถึงแวดวงของบิ๊กไบค์ที่ประเทศอื่นๆด้วยครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ทำไมถึงสนใจฮาร์เลย์ฯ&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;ก่อนหน้านี้ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาหลายปี รู้สึกว่าบิ๊กไบค์คือสิ่งที่ใฝ่ฝัน สำหรับผมเวลาขี่มอเตอร์ไซค์ถือเป็นการทำสมาธิ ทำให้เราใจจดจ่อ และคอยระมัดระวัง ถนน ผู้คน ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น ตรงนี้เลยทำให้เป็นการพักผ่อนไปในตัว ผมไม่ได้ขี่ฮาร์เลย์ฯเพราะเป็นแฟชั่น หรือคิดว่าเท่ ผมขี่ฮาร์เลย์ฯด้วยใจรักจริง รักที่จะขี่ครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เสน่ห์ของฮาร์เลย์ฯ&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;ผมชอบฮาร์เลย์ฯ ตรงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นรถที่มีเสียงไพเราะ ขี่สบาย อย่างรุ่นทัวริ่งที่ใช้ขี่ทางไกลสบาย ไม่เมื่อย ไม่เหนื่อย มีระบบควบคุมการขับขี่ มีเครื่องเล่นซีดี ได้ฝึกสมาธิด้วย เพราะขี่มอเตอร์ไซค์เผลอไม่ได้ ผมตั้งใจขี่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหว ซึ่งการขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ที่ใจรัก เวลาขี่รู้สึกอิสระ มีความสุข ที่สำคัญทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นหนุ่มอีกครั้งเวลาขี่ฮาร์เลย์ฯครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;กว่า 30 ปีที่ผ่านมาความสุขของเขาไม่ได้ต้องการแข่งขันกับใครด้วยความเร็ว หากแต่ว่าทุกเส้นทางที่เขาควบเจ้าฮาร์เลย์คันโปรดผ่านนั่นคือบันทึกการเดินทางที่เขาขอเก็บภาพอันติดตราตรึงใจเอาไว้ในความทรงจำ&#8230;..&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>่Happy Beetleful Day ในพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%88happy-beetleful-day-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%88happy-beetleful-day-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%88happy-beetleful-day-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบลวดลายกราฟิคตกแต่งรถยนต์โฟล์คสวาเกนรุ่นเดอะนิว บีทเทิ่ล ตามคำกราบทูลเชิญของบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โฟล์คสวาเกน โดยผลงานทรงออกแบบจะถูกนำมาจัดแสดงให้สาธารณชนได้ชมภายในงานแฮปปี้ บีเทิล ฟูล เดย์ ณ บริเวณลานอีเดน ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิล์ด ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553&#160;
&#160;&#160;
&#160;

&#160;ทั้งนี้รถยนต์โฟล์คสวาเกนทั้ง 4 คัน มีการออกแบบภายใต้แนวคิด &#8220;Beetleful day &#38; Beautiful life&#8221; โดยทรงเลือกใช้ 4 เฉดสี ได้แก่ ขาว แดง น้ำเงิน และดำ สำหรับลายกราฟิคทรงออกแบบที่ตกแต่งรถนิว บีทเทิ่ล สีขาวและแดงนั้นมีความพิเศษด้วยลายกราฟิคที่นำมาจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ได้แก่ลายหัวใจและลายหัวกระโหลก ในขณะที่ลายกราฟิคทรงออกแบบที่ตกแต่งรถเดอะ นิว บีทเทิ่ล สีน้ำเงินและดำ ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยมาจากลานเส้นกล้ามเนื้อและปีกนก โดยทรงนำมาออกแบบและดัดแปลงให้มีความเป็นศิลปะมากยิ่งขึ้น&#160;
&#160;&#160;
&#160;

&#160;ทางด้านนายรณชัย จินวัฒนาภรณ์ กรรมการบริหารบริษัทไทยยานยนตร์จำกัด กล่าวว่าบริษัทฯรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบลวดลายให้กับรถยนต์โฟล์คสวาเกน ซึ่งเป็นการเปิดตัวแนวความคิดใหม่ของรถยนต์โฟล์คสวาเกนที่ชวนให้คนรักบีทเทิ่ลได้สนุกสนานไปกับการเปลี่ยนบุคคลิกและอารมณ์ของรถยนต์มากเท่าที่ต้องการ&#160;
&#160;&#160;
&#160;&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

&#160;
&#160;

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 14] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995001.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบลวดลายกราฟิคตกแต่งรถยนต์โฟล์คสวาเกนรุ่นเดอะนิว บีทเทิ่ล ตามคำกราบทูลเชิญของบริษัท ไทยยานยนตร์ จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โฟล์คสวาเกน โดยผลงานทรงออกแบบจะถูกนำมาจัดแสดงให้สาธารณชนได้ชมภายในงานแฮปปี้ บีเทิล ฟูล เดย์ ณ บริเวณลานอีเดน ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิล์ด ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995002.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ทั้งนี้รถยนต์โฟล์คสวาเกนทั้ง 4 คัน มีการออกแบบภายใต้แนวคิด &#8220;Beetleful day &amp; Beautiful life&#8221; โดยทรงเลือกใช้ 4 เฉดสี ได้แก่ ขาว แดง น้ำเงิน และดำ สำหรับลายกราฟิคทรงออกแบบที่ตกแต่งรถนิว บีทเทิ่ล สีขาวและแดงนั้นมีความพิเศษด้วยลายกราฟิคที่นำมาจากภาพวาดฝีพระหัตถ์ได้แก่ลายหัวใจและลายหัวกระโหลก ในขณะที่ลายกราฟิคทรงออกแบบที่ตกแต่งรถเดอะ นิว บีทเทิ่ล สีน้ำเงินและดำ ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยมาจากลานเส้นกล้ามเนื้อและปีกนก โดยทรงนำมาออกแบบและดัดแปลงให้มีความเป็นศิลปะมากยิ่งขึ้น&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995003.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ทางด้านนายรณชัย จินวัฒนาภรณ์ กรรมการบริหารบริษัทไทยยานยนตร์จำกัด กล่าวว่าบริษัทฯรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงออกแบบลวดลายให้กับรถยนต์โฟล์คสวาเกน ซึ่งเป็นการเปิดตัวแนวความคิดใหม่ของรถยนต์โฟล์คสวาเกนที่ชวนให้คนรักบีทเทิ่ลได้สนุกสนานไปกับการเปลี่ยนบุคคลิกและอารมณ์ของรถยนต์มากเท่าที่ต้องการ&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995004.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995005.JPEG" width="300" height="447" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995006.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995007.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995008.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995009.JPEG" width="350" height="521" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995010.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995011.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995012.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995013.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995014.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995015.JPEG" width="550" height="369" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995016.JPEG" width="500" height="336" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002995017.JPEG" width="350" height="521" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%88happy-beetleful-day-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ย้อนรอย&#8221;รถอัศวิน&#8221;ตำนานสันติบาล 75 ปี</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เราจะได้เห็นรถนำขบวนเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีที่สำคัญๆ เพราะ &#8220;ขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ &#8221; เหล่านี้ในปัจจุบันโดยเฉพาะในเอเซียมีเพียงประเทศไทยและเกาหลี เนื่องจากต้องใช้รถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงความสามารถของเหล่าตำรวจที่ขับขี่ด้วย ไม่ต่างจากยุคสมัยแรกที่ใช้ม้าและเหล่าอัศวินนำขบวนกษัตริย์ ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 7 ทศวรรษตั้งแต่ปีพ.ศ. 2475 ที่&#8221;กองบังคับการตำรวจสันติบาล&#8221;(Special Branch) หรือ บส.3 เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภาระกิจนี้โดยมีรถระดับตำนานอย่าง &#8220;ฮาเล่ย์ เดวิสสัน&#8221;เป็นรถของเหล่าอัศวิน&#160;
&#160;

&#160;ร.ต.ท.บันลือ งามสะพรั่ง รองสว.กก.1 บก.ส.1 ตำรวจที่ทำหน้าที่ขับจักรยานยนต์ในขบวนเสด็จมากว่า 10 ปี ให้ข้อมูลกับ &#8220;ASTV ผู้จัดการ มอเตอริ่ง&#8221;ว่า ฝ่ายยานยนต์เกียรติยศนั้นมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยพระบารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญฝ่ายไทยและต่างประเทศ สถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ งานต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง งานการต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ความมั่นคงปลอดภัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม งานจัดระเบียบช่างภาพและสื่อมวลชน และนับเป็นความภูมิใจสูงสุดของชีวิตที่ได้อารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้สมกับที่ได้รับพระราชทานนามว่า อัศวิน&#160;
&#160;&#160;
&#160;

&#160;&#8221;การตั้งขบวนนั้นมีลักษณะเป็นหัวลูกศรขนาบไปกับรถยนต์ส่วนพระองค์ ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งหมด 15 คันด้วยกันถ้าเป็นการจัดแบบขบวนเกียรติยศ เราจะต้องรักษาความปลอดภัยให้ทุกพระองค์อย่างแน่นหนา และมีระเบียบที่สุด ส่วนการคัดเลือกตำรวจที่จะมาขับรถจักรยานยนต์นี้เราจะเลือกจากตำรวจที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องรถพอสมควร เนื่องจากจะได้ดูแลรถไปในตัวด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 16] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;<strong>เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เราจะได้เห็นรถนำขบวนเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีที่สำคัญๆ เพราะ &#8220;ขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ &#8221; เหล่านี้ในปัจจุบันโดยเฉพาะในเอเซียมีเพียงประเทศไทยและเกาหลี เนื่องจากต้องใช้รถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงความสามารถของเหล่าตำรวจที่ขับขี่ด้วย ไม่ต่างจากยุคสมัยแรกที่ใช้ม้าและเหล่าอัศวินนำขบวนกษัตริย์ ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 7 ทศวรรษตั้งแต่ปีพ.ศ. 2475 ที่&#8221;กองบังคับการตำรวจสันติบาล&#8221;(Special Branch) หรือ บส.3 เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภาระกิจนี้โดยมีรถระดับตำนานอย่าง &#8220;ฮาเล่ย์ เดวิสสัน&#8221;เป็นรถของเหล่าอัศวิน</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000001671301.JPEG" width="430" height="320" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ร.ต.ท.บันลือ งามสะพรั่ง รองสว.กก.1 บก.ส.1 ตำรวจที่ทำหน้าที่ขับจักรยานยนต์ในขบวนเสด็จมากว่า 10 ปี ให้ข้อมูลกับ &#8220;ASTV ผู้จัดการ มอเตอริ่ง&#8221;ว่า ฝ่ายยานยนต์เกียรติยศนั้นมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยพระบารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญฝ่ายไทยและต่างประเทศ สถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ งานต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง งานการต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ความมั่นคงปลอดภัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม งานจัดระเบียบช่างภาพและสื่อมวลชน และนับเป็นความภูมิใจสูงสุดของชีวิตที่ได้อารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้สมกับที่ได้รับพระราชทานนามว่า <strong>อัศวิน&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000001671303.JPEG" width="250" height="375" border="0"/></p>
<p>&nbsp;&#8221;การตั้งขบวนนั้นมีลักษณะเป็นหัวลูกศรขนาบไปกับรถยนต์ส่วนพระองค์ ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งหมด 15 คันด้วยกันถ้าเป็นการจัดแบบขบวนเกียรติยศ เราจะต้องรักษาความปลอดภัยให้ทุกพระองค์อย่างแน่นหนา และมีระเบียบที่สุด ส่วนการคัดเลือกตำรวจที่จะมาขับรถจักรยานยนต์นี้เราจะเลือกจากตำรวจที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องรถพอสมควร เนื่องจากจะได้ดูแลรถไปในตัวด้วย ปัจจุบันเรามีพลขับกว่า 30 นาย หมุนเวียนกันไป หากต้องเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องจัดการให้คนคันอื่นๆพ้นทางไปเราก็ต้องชนเพราะเราต้องให้ภารกิจลุล่วงไปด้วยดี&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;การใช้งานกว่าหลายสิปปีทำให้เจ้าฮาเล่ย์เหล่านี้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แต่สำหรับอดีต ผบก.ส.3 คนก่อนรวมถึงคนไทยกลุ่มหนึ่งการให้ความสำคัญของขบวนจักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์จักรยานยนต์เกียรติยศ บริเวณชั้นล่างโภชนาคาร ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และได้เปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยภายในนั้นได้รวบรวมรถฮาร์เล่ย์ตั้งแต่ยุคแรกๆจนมาถึงยุคปัจจุบันมาให้ชมกันแบบใกล้ชิดพร้อมทั้งบอกเล่าประวัติความเป็นมาของตำรวจสันติบาลอีกด้วย ทำให้ผบก.ส.3 ทุกคน รวมทั้ง พล.ต.ต.อรรณพ ปิ่นแจ้ง ผบก.ส.3 คนปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลรถเรื่อยมา&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;คุณเมธี วัฒนศิริโรจน์ ที่ปรึกษางานควบคุมการใช้ และเก็บรักษายานพาหนะ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ถือว่าเป็นหัวแรงในการทำให้รถฮาร์เล่ย์ในตำนานนี้กลับมาโลดแล่นได้อีกครั้งหนึ่งกล่าวว่าขบวนเกียรติยศนี้เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ตำรวจสันติบาลได้นำรถจักรยานยนต์ ฮาร์เล่ย์ เดวิสสัน พ่วงข้าง ออกตรวจบริเวณรอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และปฤิบัติการภารกิจนำขบวนเสด็จมาต่อเนี่อง ด้วยความที่ไม่มีใครดูแลและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ยังไม่สามารถดูแลและซ่อมแซมรถพวกนี้ได้เมื่อรถเสียจึงต้องจอดเก็บไว้เฉยๆเป็นที่น่าเสียดายถ้าคนรุ่นหลังไม่ได้มาเห็น&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000001671302.JPEG" width="430" height="287" border="0"/></p>
<p>&nbsp;&#8221;การที่เรามาอุทิศตัวร่วมกับเพื่อนๆอีก 20 คนช่วยกันดูแลรถจักรยานยนต์พวกนี้เพราะเห็นว่าอะไรก็ตามที่ทำให้พระองค์ได้เราก็ยินดีทำ และทางรัฐบาลก็ไม่มีงบประมาณสำหรับการดูแลรถพวกนี้ แต่ละคันต้องใช้อะไหล่จากประเทศ และช่างที่ชำนาญ ผมเองก็ขับฮาเล่ย์มาตั้งแต่อายุ 17 จาทุกวันนี้ 30 กว่าปีแล้วครับ อยากให้รถนำขบวนพวกนี้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง เลยรวมตัวกับเพื่อนๆโดยเอาเงินของเราเองมาช่วยกันซ่อมแซม บำรุง รถพวกนี้ ตั้งแต่รุ่นแรกไปจนถึงรุ่นปัจจุบัน ถามว่าทำไมต้องเป็นฮาร์เล่ย์เพราะมันเป็นรถตำนานมีเสน่ห์ในตัวเองมีเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้ในบิ๊กไบค์อื่นๆ แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงความเป็นฮาร์เล่ย์ไม่เปลี่ยนแปลงครับ&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ที่ใช้นำขบวนเกียรติยศเป็นรุ่น Road King Police ปี 2540 ขนาดเครื่องยนต์1,400 ซีซี มีอยู่ 20 คัน ความเร็วสูงสุดของรุ่นนี้ทำได้ถึง 200 กม./ชั่วโมง โดยรุ่นที่ใช้งานก่อนหน้านั้น คือ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน Electra Glide ปี 2515 ที่ยังเหลืออยู่อีก 10 คัน และยังมีรุ่นปี 2511 ซึ่งถือเป็นรุ่นบุกเบิกจักรยานยนต์เกียรติยศในเมืองไทย</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000001671304.JPEG" width="430" height="287" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>สำหรับระดับความสำคัญและรูปแบบขบวนนั้นมีทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>State Visit</strong> นำ-แซงขบวนถวายพระเกียรติ เทอดพระเกียรติ สำหรับพระราชอาคัยตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นขบวนเต็มรูปแบบใช้รถทั้งหมด 15 คัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>Official Visit</strong> นำ-แซงขบวนเป็นเกียรติผู้นำรัฐบาลต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ใช้รถทั้งหมด 9 คัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>Working Visit</strong> นำ-แซงขบวนเพื่อเป็นเกียรติผู้นำรัฐบาลต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของรัฐบาลแบบกึ่งทางการ ใช้รถทั้งหมด 5-7 คัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>Pretation of Letters of Credence</strong> นำ-แซงขบวนเอกอัครราชฑูตต่างประเทศประจำประเทศไทยเข้าเฝ้าฯถวายพระราชสาส์นตราตั้ง/อักษารสาส์นตราตั้ง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชฑูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศไทย ใช้รถทั้งหมด 5-9 คันตามความเหมาะสมและความสำคัญ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ปัจจุบัน&#8221;ขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ &#8220;เหล่านี้ยังคงปฏิบัติภาระกิจอย่างต่อเนื่องด้วยความเสียสละ จงรักภักดีต่อประเทศชาติให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนไทยและคนทั่วโลก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;มาสเตอร์ คาร์&#8221;เพิ่มสาขาอัดแคมเปญรถเช่า</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ยานยนตร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;ข่าวในประเทศ &#8211; มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล ขยายสาขาต่อเนื่อง ตั้งเป้าโต 30% ภายในสิ้นปี 2553 พร้อมส่งโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาในสนามบินภูเก็ตและเชียงราย ด้วยส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 55% สำหรับรถเช่าทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคมนี้&#160;
&#160;

&#160;ภูมน สมดี ผู้จัดการฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล จำกัด เปิดเผยว่า มาสเตอร์ฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี 2552 โดยสามารถสร้างรายได้รวมการเช่ารถแบบระยะสั้นเพิ่มขึ้นกว่า 35% เมื่อเทียบกับปี 2551 จากสัดส่วนลูกค้าที่เช่าแบบระยะสั้นเป็นคนไทยจำนวน 70% และชาวต่างชาติ 30%&#160;
&#160;
&#160;บริษัทฯ จึงเน้นความสำคัญในการขยายสาขาให้ครอบคลุมหัวเมืองหลักทางธุรกิจและการท่องเที่ยว และเน้นเลือกทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางการเดินทางหรือบริเวณสนามบิน เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกสบาย และรวดเร็วในการเช่ารถให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงลูกค้าในกลุ่มองค์กร (Corporate) มากยิ่งขึ้น ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มสาขาอีก 2 แห่ง ได้แก่ ภายในสนามบินนานาชาติภูเก็ตและเชียงราย นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดให้บริการที่สนามบินอุดรธานีและหาดใหญ่ เป็นลำดับต่อไป เพื่อรองรับจำนวนผู้เช่ารถที่ตอบรับและไว้วางใจมาสเตอร์ฯ ที่มีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้อีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 18] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;ข่าวในประเทศ &#8211; มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล ขยายสาขาต่อเนื่อง ตั้งเป้าโต 30% ภายในสิ้นปี 2553 พร้อมส่งโปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาในสนามบินภูเก็ตและเชียงราย ด้วยส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 55% สำหรับรถเช่าทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มีนาคมนี้&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000003066301.JPEG" width="550" height="281" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ภูมน สมดี ผู้จัดการฝ่ายขาย และการตลาด บริษัท มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล จำกัด เปิดเผยว่า มาสเตอร์ฯ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในปี 2552 โดยสามารถสร้างรายได้รวมการเช่ารถแบบระยะสั้นเพิ่มขึ้นกว่า 35% เมื่อเทียบกับปี 2551 จากสัดส่วนลูกค้าที่เช่าแบบระยะสั้นเป็นคนไทยจำนวน 70% และชาวต่างชาติ 30%&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บริษัทฯ จึงเน้นความสำคัญในการขยายสาขาให้ครอบคลุมหัวเมืองหลักทางธุรกิจและการท่องเที่ยว และเน้นเลือกทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางการเดินทางหรือบริเวณสนามบิน เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกสบาย และรวดเร็วในการเช่ารถให้กับลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงลูกค้าในกลุ่มองค์กร (Corporate) มากยิ่งขึ้น ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เพิ่มสาขาอีก 2 แห่ง ได้แก่ ภายในสนามบินนานาชาติภูเก็ตและเชียงราย นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดให้บริการที่สนามบินอุดรธานีและหาดใหญ่ เป็นลำดับต่อไป เพื่อรองรับจำนวนผู้เช่ารถที่ตอบรับและไว้วางใจมาสเตอร์ฯ ที่มีเพิ่มขึ้น ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าได้อีก 30% ภายในสิ้นปี 2553&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล ให้บริการรถเช่าทั้งในรูปแบบระยะสั้น สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว หรือนักธุรกิจทั่วไป และรูปแบบระยะยาว 3-5 ปี สำหรับเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งและใช้ภายในองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน รวมถึงการให้บริการรถเช่าพร้อมคนขับสำหรับผู้บริหาร (Chauffeur Drive) ซึ่งครอบคลุมและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการทั่วประเทศแล้ว 12 สาขา ได้แก่ พระราม4 (Downtown Branch) / พัทยา / ระยอง / พังงา (เขาหลัก) / กระบี่ / สมุย / เชียงใหม่ โดยมีสาขาภายในสนามบินได้แก่ สุวรรณภูมิ / ขอนแก่น / สุราษฎร์ธานี / ภูเก็ต และเชียงราย และเพื่อเป็นการฉลองสาขาใหม่ทั้ง 2 แห่ง มาสเตอร์ฯ ยังมอบส่วนลดสุดพิเศษ 55% สำหรับการเช่ารถรายวันทุกรุ่น ณ สาขาสนามบินเชียงราย และสาขาภูเก็ต ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 มีนาคมศกนี้&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;Joke Mee Please&#8221; โจ๊ก-บะหมี่ฮ่องกง รสเหนือชั้น</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/joke-mee-please-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/joke-mee-please-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/joke-mee-please-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80/</guid>
		<description><![CDATA[






บรรยากาศภายในร้าน Joke Mee Please 
&#160;หากได้ผ่านเข้ามาที่ซ.ทองหล่อทีไร &#8220;ผ่านมาแวะกิน&#8221; เป็นต้องได้อิ่มท้องกลับไปด้วยเสียทุกที เพราะภายในซ.ทองหล่อแห่งนี้มีร้านขายอาหารรสดีมากมายให้ได้ลองลิ้มกัน อย่างในมื้อนี้เราก็ได้มาอิ่มหนำกับโจ๊กร้อนๆ และบะหมี่รสดี กันที่ร้าน &#8220;Joke Mee Please&#8221; (โจ๊ก หมี่ พลีส) ซึ่งที่นี่เน้นบริการเมนูโจ๊ก และบะหมี่สูตรต้นฉบับสไตล์ฮ่องกงขนานแท้ โดย อ.จันทรา เจียรกุล ผู้มีประสบการณ์ในการสอนอาหารจีนมากว่า 30 ปี ได้ไปร่ำเรียนการทำอาหารจีนที่ฮ่องกงถึง 4 ปี จากกุ๊กฮ่องกงรุ่นเก๋า&#160;
&#160;

 โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า
&#160;สำหรับเมนูโจ๊กที่น่ากินของที่นี่มี โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า (75 บาท) โจ๊กสูตรฮ่องกงที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเต็มเมล็ดคัดเกรดอย่างดีมาแช่น้ำค้างคืนแล้วนำมาต้มเคี่ยวนานกว่า 3 ชม. ใส่ฟองเต้าหู้แทนการใส่แป้ง เพื่อให้เนื้อโจ๊กขาวเนียนหอม ใส่หอยเชลล์แห้งลงไปเพิ่มรสชาติ กินโจ๊กเนื้อสีขาวเนียนละเอียด หอมนุ่มรสกลมกล่อมละมุนลิ้น กินเข้ากันดีกับหมูกรอบที่ทางร้านทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน หมูกรอบหนังกรอบเนื้อนุ่มถูกปากดี แถมยังมีไข่เยี่ยวม้าใส่มาด้วย หรือจะสั่ง ปาท่องโก๋ (30 บาท) ตัวยาวเป็นคืบมากินคู่กับโจ๊กก็อร่อยเข้ากัน&#160;
&#160;

บะหมี่หมูแดงแห้ง
&#160;กินโจ๊กไปแล้วมากิน บะหมี่หมูแดงแห้ง (75 บาท) บะหมี่สไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ขนาดที่ว่าเส้นบะหมี่นำเข้ามาจากฮ่องกงเป็นพิเศษ นำมาลวกในน้ำเดือดจัดจนบะหมี่สุกเหลืองดูไม่อืด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 20] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002971601.JPEG" width="400" height="266" border="0"/></p>
<p>บรรยากาศภายในร้าน Joke Mee Please </p>
<p>&nbsp;หากได้ผ่านเข้ามาที่ซ.ทองหล่อทีไร &#8220;ผ่านมาแวะกิน&#8221; เป็นต้องได้อิ่มท้องกลับไปด้วยเสียทุกที เพราะภายในซ.ทองหล่อแห่งนี้มีร้านขายอาหารรสดีมากมายให้ได้ลองลิ้มกัน อย่างในมื้อนี้เราก็ได้มาอิ่มหนำกับโจ๊กร้อนๆ และบะหมี่รสดี กันที่ร้าน <strong>&#8220;Joke Mee Please&#8221;</strong> (โจ๊ก หมี่ พลีส) ซึ่งที่นี่เน้นบริการเมนูโจ๊ก และบะหมี่สูตรต้นฉบับสไตล์ฮ่องกงขนานแท้ โดย <strong>อ.จันทรา เจียรกุล</strong> ผู้มีประสบการณ์ในการสอนอาหารจีนมากว่า 30 ปี ได้ไปร่ำเรียนการทำอาหารจีนที่ฮ่องกงถึง 4 ปี จากกุ๊กฮ่องกงรุ่นเก๋า&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002971602.JPEG" width="400" height="269" border="0"/></p>
<p> โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า</p>
<p>&nbsp;สำหรับเมนูโจ๊กที่น่ากินของที่นี่มี <strong>โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า</strong> (75 บาท) โจ๊กสูตรฮ่องกงที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิเต็มเมล็ดคัดเกรดอย่างดีมาแช่น้ำค้างคืนแล้วนำมาต้มเคี่ยวนานกว่า 3 ชม. ใส่ฟองเต้าหู้แทนการใส่แป้ง เพื่อให้เนื้อโจ๊กขาวเนียนหอม ใส่หอยเชลล์แห้งลงไปเพิ่มรสชาติ กินโจ๊กเนื้อสีขาวเนียนละเอียด หอมนุ่มรสกลมกล่อมละมุนลิ้น กินเข้ากันดีกับหมูกรอบที่ทางร้านทำเองแบบสดใหม่ทุกวัน หมูกรอบหนังกรอบเนื้อนุ่มถูกปากดี แถมยังมีไข่เยี่ยวม้าใส่มาด้วย หรือจะสั่ง <strong>ปาท่องโก๋</strong> (30 บาท) ตัวยาวเป็นคืบมากินคู่กับโจ๊กก็อร่อยเข้ากัน&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002971603.JPEG" width="400" height="269" border="0"/></p>
<p>บะหมี่หมูแดงแห้ง</p>
<p>&nbsp;กินโจ๊กไปแล้วมากิน <strong>บะหมี่หมูแดงแห้ง</strong> (75 บาท) บะหมี่สไตล์ฮ่องกงแท้ๆ ขนาดที่ว่าเส้นบะหมี่นำเข้ามาจากฮ่องกงเป็นพิเศษ นำมาลวกในน้ำเดือดจัดจนบะหมี่สุกเหลืองดูไม่อืด แล้วก็มีหมูแดงที่ทางร้านทำเองใช้หมูส่วนสันคอมาหมักกับเครื่องปรุงสูตรพิเศษนานกว่า 6 ชม. นำไปย่างจนได้หมูแดงที่กินแล้วเนื้อนิ่มเคี้ยวนุ่มฉ่ำปาก ผสานรสชาติกลมกลืนกับซอสสูตรเด็ดที่ราดใส่มามีรสหวานหอม และกินเข้ากันดีกับบะหมี่ฮ่องกง ที่เคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงความนุ่มและเด้งกรึบๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวบะหมี่ แล้วยังมีคะน้าฮ่องกงทั้งต้นลวกสุกใส่มาให้กินด้วย&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002971604.JPEG" width="400" height="269" border="0"/></p>
<p>สลัดเซี่ยงไฮ้</p>
<p>&nbsp;และใช่ว่าจะมีแต่โจ๊กกับบะหมี่เท่านั้น ที่นี่ยังมีเมนูอาหารสไตล์ฮ่องกงอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อย่าง<strong>สลัดเซี่ยงไฮ้</strong> (95 บาท) เป็นสลัดผักสด ใส่เส้นเซี่ยงไฮ้และเนื้อไก่ฉีก ราดน้ำสลัดใสสูตรเฉพาะของทางร้าน กินแล้วถูกปากตรงที่ผักสดกรอบกินเข้ากับเส้นเซี่ยงไฮ้นุ่มๆ ชุ่มน้ำสลัดรสกลมกล่อม หวานนิด เปรี้ยวหน่อย หอมกลิ่นงาขาว&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002971605.JPEG" width="400" height="300" border="0"/></p>
<p>ปอเปี๊ยะฮ่องเต้</p>
<p>&nbsp;<strong>ปอเปี๊ยะฮ่องเต้</strong> (150 บาท) เป็นฟองเต้าหู้สอดไส้ด้วยหมูแดง เนื้อไก่หมัก และกุยช่ายขาวที่ผัดปรุงรสกับเครื่องเทศห่อรวมกันทอดจนหลืองกรอบ หั่นมาเป็นชิ้นส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมคำโต ฟองเต้าหู้กรอบๆ เนื้อในนุ่มด้วยไส้รสดี&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;แล้วยังมีเมนูแนะนำอื่นๆ ที่น่าลิ้มลองอีกมากมาย อาทิ <strong>บะหมี่เนื้อตุ๋น</strong> (85 บาท) <strong>ข้าวหมูอบมุ่ยชอย</strong> (75 บาท) <strong>ราดหน้าเส้นกรอบ</strong> (หมู-ไก่ 75 บาท, ทะเล 85 บาท) <strong>ไก่เลมอน</strong> (150 บาท) <strong>หมูเปรี้ยวหวาน</strong> (150 บาท) เรียกว่าถ้าใครอยากกินโจ๊กและบะหมี่สไตล์ฮ่องกงแท้ๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเครื่องบิน ก็แค่ตรงดิ่งมาที่ร้าน <strong>&#8220;Joke Mee Please&#8221;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>&#8220;Joke Mee Please&#8221;</strong> ตั้งอยู่ที่ 355/3 สุขุมวิท 55 ซ.ทองหล่อ 17-19 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. ร้านตั้งอยู่ระหว่างซ.ทองหล่อ 17 และ ทองหล่อ 19 ตรงข้ามกับศูนย์ Benz ทองหล่อ จุดสังเกตุร้านอยู่ติดกับเซเว่นอีเลฟเว่น มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. (พักเบรค 15.00-17.00 น.) มีบริการส่งอาหารนอกสถานที่ภายในเขตสุขุมวิท โทร. 0-2185-2442 หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.jokemeeplease.com&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;และหากมากินอาหารที่ร้านแล้วบอกว่าอ่านมาจากคอลัมน์ผ่านมาแวะกินของเว็บไซด์ท่องเที่ยวผู้จัดการ ทางร้านมอบส่วนลดให้ 10%&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>คลิก!! อ่านรายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน &#8220;Joke Mee Please&#8221; (โจ๊ก หมี่ พลีส)</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/joke-mee-please-%e0%b9%82%e0%b8%88%e0%b9%8a%e0%b8%81-%e0%b8%9a%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%87-%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน &#8220;Joke Mee Please&#8221; (โจ๊ก หมี่ พลีส)</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a-82/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a-82/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a-82/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;ชื่อร้าน : Joke Mee Please (โจ๊ก หมี่ พลีส)&#160;
&#160;&#160;
&#160;ประเภทอาหาร : อาหารจีน&#160;
&#160;
&#160;เมนูจานเด่น : โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า, บะหมี่หมูแดงแห้ง, สลัดเซี่ยงไฮ้, ปอเปี๊ยะฮ่องเต้&#160;
&#160;
&#160;บรรยากาศร้าน : ตึกแถว&#160;
&#160;
&#160;ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 355/3 สุขุมวิท 55 ซ.ทองหล่อ 17-19 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. ร้านตั้งอยู่ระหว่างซ.ทองหล่อ 17 และ ทองหล่อ 19 ตรงข้ามกับศูนย์ Benz ทองหล่อ จุดสังเกตุร้านอยู่ติดกับเซเว่นอีเลฟเว่น มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน&#160;
&#160;
&#160;สถานที่จอดรถ : จอดรถได้หน้าร้าน&#160;
&#160;
&#160;บัตรเครดิต : รับบัตรเครดิต&#160;
&#160;
&#160;เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. (พักเบรค 15.00-17.00 น.)&#160;
&#160;
&#160;เบอร์โทรศัพท์ : มีบริการส่งอาหารนอกสถานที่ภายในเขตสุขุมวิท โทร. 0-2185-2442&#160;
&#160;

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 22] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002973601.JPEG" width="500" height="511" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ชื่อร้าน</strong> : <strong>Joke Mee Please (โจ๊ก หมี่ พลีส)&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ประเภทอาหาร</strong> : อาหารจีน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เมนูจานเด่น</strong> : โจ๊กหมูกรอบไข่เยี่ยวม้า, บะหมี่หมูแดงแห้ง, สลัดเซี่ยงไฮ้, ปอเปี๊ยะฮ่องเต้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>บรรยากาศร้าน</strong> : ตึกแถว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ที่ตั้ง และการเดินทาง</strong> : ตั้งอยู่ที่ 355/3 สุขุมวิท 55 ซ.ทองหล่อ 17-19 คลองตันเหนือ วัฒนา กทม. ร้านตั้งอยู่ระหว่างซ.ทองหล่อ 17 และ ทองหล่อ 19 ตรงข้ามกับศูนย์ Benz ทองหล่อ จุดสังเกตุร้านอยู่ติดกับเซเว่นอีเลฟเว่น มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>สถานที่จอดรถ</strong> : จอดรถได้หน้าร้าน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>บัตรเครดิต</strong> : รับบัตรเครดิต&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เวลาเปิด-ปิด</strong> : เปิดทุกวัน 11.00-22.00 น. (พักเบรค 15.00-17.00 น.)&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เบอร์โทรศัพท์</strong> : มีบริการส่งอาหารนอกสถานที่ภายในเขตสุขุมวิท โทร. 0-2185-2442&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a-82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภูฏานตระการตา (12) / ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8f%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b2-12-%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8f%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b2-12-%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8f%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b2-12-%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%87/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;โดย : ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์&#160;
&#160;

&#160;ถนนจากทิมปูไปภูนาคา เป็นถนนสายหลักของประเทศ เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันตก (พาโร-ทิมปู-ภูนาคา) ภาคกลาง (ตรองสา-บุมตัง) และภาคตะวันออก (มอนการ์) เป้าหมายในการเดินทางช่วงสอง เราจะเดินทางจากเมืองทิมปู นั่งรถไปเมือง Lobesa ก่อนเลี้ยวแยกไปภูนาคา จากทิมปูไป Lobesa ระยะทาง 60 กิโลเมตร แต่เป็น 60 กิโลเมตรที่ข้ามภูเขา ถนนก็มีแค่สองเลนเล็ก ๆ จะให้รถวิ่งเฟี้ยวคงลำบากหน่อย ถ้าเดินทางกันแบบจริงจังไม่มีหยุด อาจใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง แต่เรามาเที่ยว แวะโน่นนี่ยิ่งช้ากันไปใหญ่ ออกเช้าถึงบ่ายเป็นไปได้ครับ&#160;
&#160;
&#160;ถนนช่วงแรกออกจากเมืองทิมปู เลาะเลียบเขตเมืองใหม่ มีตึกที่กำลังสร้างอยู่บ้าง ก่อนหนทางจะเริ่มไต่เขาริมเมือง จากตรงนี้ มองเยื้องไปหน่อย มีอาคารสีขาวตั้งอยู่บนเนินป่าสีเขียว นั่นคือ Semtokha Dzong ซองแห่งนี้สร้างตั้งแต่ค.ศ.1627 โดยท่านซับดรุง เพื่อใช้เป็นทั้งวัดทั้งปราการ ป้องกันผู้รุกรานที่อาจลงมาตามช่องเขา เมื่อคิดถึงผู้รุกรานภูฏานในสมัยนั้น คงคิดได้แค่ชาวทิเบต การบุกเมืองทิมปูที่เป็นเมืองหลวงทำได้ 2 ทาง ทางหนึ่งคือบุกมาทางพาโร แต่ต้องผ่านป้อมใหญ่ถึง 2 แห่ง กว่าจะเข้ามาถึงเมืองทิมปูได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 24] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;โดย : ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002980001.JPEG" width="400" height="267" border="0"/></p>
<p>&nbsp;ถนนจากทิมปูไปภูนาคา เป็นถนนสายหลักของประเทศ เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันตก (พาโร-ทิมปู-ภูนาคา) ภาคกลาง (ตรองสา-บุมตัง) และภาคตะวันออก (มอนการ์) เป้าหมายในการเดินทางช่วงสอง เราจะเดินทางจากเมืองทิมปู นั่งรถไปเมือง Lobesa ก่อนเลี้ยวแยกไปภูนาคา จากทิมปูไป Lobesa ระยะทาง 60 กิโลเมตร แต่เป็น 60 กิโลเมตรที่ข้ามภูเขา ถนนก็มีแค่สองเลนเล็ก ๆ จะให้รถวิ่งเฟี้ยวคงลำบากหน่อย ถ้าเดินทางกันแบบจริงจังไม่มีหยุด อาจใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง แต่เรามาเที่ยว แวะโน่นนี่ยิ่งช้ากันไปใหญ่ ออกเช้าถึงบ่ายเป็นไปได้ครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ถนนช่วงแรกออกจากเมืองทิมปู เลาะเลียบเขตเมืองใหม่ มีตึกที่กำลังสร้างอยู่บ้าง ก่อนหนทางจะเริ่มไต่เขาริมเมือง จากตรงนี้ มองเยื้องไปหน่อย มีอาคารสีขาวตั้งอยู่บนเนินป่าสีเขียว นั่นคือ Semtokha Dzong ซองแห่งนี้สร้างตั้งแต่ค.ศ.1627 โดยท่านซับดรุง เพื่อใช้เป็นทั้งวัดทั้งปราการ ป้องกันผู้รุกรานที่อาจลงมาตามช่องเขา เมื่อคิดถึงผู้รุกรานภูฏานในสมัยนั้น คงคิดได้แค่ชาวทิเบต การบุกเมืองทิมปูที่เป็นเมืองหลวงทำได้ 2 ทาง ทางหนึ่งคือบุกมาทางพาโร แต่ต้องผ่านป้อมใหญ่ถึง 2 แห่ง กว่าจะเข้ามาถึงเมืองทิมปูได้ อีกทางก็บุกมาทางภูนาคา ตรงนั้นมีซองใหญ่ยักษ์ หากทิเบตพิชิตภูนาคาได้ หวังจากตะลุยมาทิมปู ต้องมาตามเส้นทางนี้แหละครับ ท่านซับดรุงผู้รวบรวมภูฏาน จึงสร้างซองไว้คอยรับมือ ผมลองค้นข้อมูล ปรากฏว่า ทิเบตเคยบุกมาทั้งสองทาง แต่ไม่เคยพิชิตพาโรกับภูนาคาได้ ทิมปูจึงปลอดภัย ซองแห่งนี้แทบไม่เคยใช้ทำศึกสงคราม&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เลยจากซองเชิงเขา ถนนตัดขึ้นบนเทือกสูง ทับไปบนเส้นทางสัญจรแต่โบราณ รถเลี้ยวซ้ายป่ายขวาไปใต้ป่าสนภูเขาต้นใหญ่ อากาศชื่นมื่นจนอยากมีปอดเพิ่มอีกสักปอด บางช่วงที่ป่าข้างทางโปร่งจนเป็นรอยแยก ผมมองลงไปเห็นหุบเขาอยู่เบื้องล่าง ตระการดีมากจ้ะ เรามาหยุดแวะกลางทางที่ลำธารสายเล็ก หลังจากนั่งรถมาได้ไม่ถึงชั่วโมง เหตุที่หยุดเพราะเค้าบอกให้หยุด ตรงนี้เป็นป้อมใช้ตรวจรถวิ่งผ่านไปมา เวลาจะผ่านออกจากเขตหนึ่งไปอีกเขตหนึ่ง ต้องบันทึกไว้เสมอ เรื่องนี้คุณนพคนขับรถเป็นคนจัดการ ผมกับหวานใจเลยเตร็ดเตร่ไปดูลำธารกับข้าวของริมทาง ส่วนใหญ่เป็นแอปเปิ้ลป่าครับ ลูกเล็กแต่กลิ่นหอมน่ากินจัง การหยุดแบบนี้จะมีเฉพาะจากเขตสู่เขต เช่น ทิมปู-ภูนาคา ภูนาคา-ตรองสา ไม่ได้หยุดกันตะพึดตะพือ ถือเป็นการพักผ่อนสะบัดแข้งขาแก้เมื่อยดีนักแล&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;จากจุดแวะตรวจ ถนนพุ่งสูงชันอย่างรวดเร็ว เราเข้าใกล้จุดสูงสุดบนเส้นทางทิมปู-ภูนาคา เรียกว่า Dochu La Pass คำว่า La หมายถึงช่องเขาในภาษาภูฏาน เมื่อถนนตัดผ่านเทือกเขา จะมีจุดสูงสุดที่เราต้องผ่านขึ้นไป ในถนนแต่ละสายจึงมี La อยู่เสมอ บางแห่งมีตั้งสองสามช่องเขา เมื่อเราเลี้ยวเข้ามาสู่ดอชูลา เป็นลานจอดรถกว้างใหญ่ใช้เป็นจุดชมวิวไปด้วยในตัว เพราะใครต่อใครก็ต้องจอดรถพักดูหิมาลัยกันที่นี่แหละ อากาศเย็นเฉียบ ด้วยความสูง 3,100 เมตร แม้ไม่ใช่ช่องเขาสูงสุดของภูฏาน แต่สำหรับผู้ที่มาเที่ยวทริปสั้น 5 วัน 4 คืน นี่คือจุดชมวิวแห่งเดียวที่จะได้มาเที่ยว วันที่ผมไป ฟ้าใสใช้ได้ แม้จะมีเมฆอยู่บ้าง แต่ก็ยังมองเห็นหิมาลัย เป็นแนวยอดเขาหิมะเรียงรายตรงขอบฟ้า แม้จะไม่ขาวโพลนไปทั้งเทือก แต่แค่นี้ก็สวยแล้วครับ หากอยากให้สวยยิ่งขึ้น ลองไปเที่ยวภูฏานช่วงเดือนมกราคมกุมภาพันธ์ หิมะตกกันสนุกสนานจนท่วมลาน ผมดูภาพจากโปสการ์ด สวยดีไม่หยอก แต่ถ้ามาช่วงนั้น การเดินทางจะเสียเวลานานขึ้น เพราะถนนบางส่วนจะจับเป็นน้ำแข็ง เรียกว่า Black Ice น้ำแข็งเปื้อนฝุ่นสีดำ รถลื่นปื้ด ๆ เลยต้องขับอย่างระมัดระวัง&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;รถจอดเรียบร้อย ผมกระโดดลงมา อันดับแรกคือมองวิวเทือกเขา เมื่อลองเทียบกับวิวที่นากาก็อต ยอดเขาใกล้เมืองกาฐมาณฑุ หรือจุดชมวิวที่โปคลา วิวที่ดอชูลาเทียบไม่ได้ครับ เนปาลสวยกว่าแน่ แม้ทั้งสองจุดจะอยู่เตี้ยกว่าดอชูลาหลายร้อยเมตร แต่เนปาลอยู่ใกล้หิมาลัยในส่วนเทือกเขาสูงมากกว่าภูฏาน ประเทศนี้อยู่ทางด้านตะวันออกหรือ East Himalayan ภูเขาเตี้ยกว่านิดหน่อย แต่ยอดสูงระดับ 7,000 เมตร ในภูฏานมีตั้ง 8 ยอด จึงไม่ใช่เตี้ยเหมือนยอดดอยบ้านเรา&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;วิวเป็นแค่น้ำจิ้ม ของจริงคือ Chortens of the Victory of the Druk Gyalpo เพิ่งสร้างในค.ศ.2004 โดยพระราชินี Ashi Dorji Wangmo Whangchuck ผู้เป็นพระราชินีของกษัตริย์องค์ที่ 4 จิกมี ซิงเย พระนางเป็นพระราชินีลำดับที่ 1 แต่ไม่ใช่พระมารดาของเจ้าชายจิกมี เพราะลำดับในการขึ้นครองราชย์ ขอเพียงเป็นโอรสองค์แรกครับ&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;เจดีย์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสันติภาพ แม้ภูฏานจะเป็นประเทศสงบ แต่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาด้านความมั่นคง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค.ศ.2003 พวกกบฏแบ่งแยกดินแดนจากอินเดีย เข้ามาตั้งฐานในภูฏาน จากนั้นก็ลอบเข้าไปจู่โจมอินเดียเป็นระยะ เพราะดินแดนหลายแห่งแถวนี้ เช่น แคชเมียร์ อัสสัม ล้วนเป็นดินแดนที่มีปัญหา พอกบฎโจมตีเสร็จ ก็กลับมาแอบอยู่ในภูฏาน อินเดียไม่พอใจ ทางภูฏานก็ลำบากใจ เพราะต้องพึ่งอินเดียหลายด้าน เนื่องจากภูฏานเห็นปัญหาในทิเบต จึงไม่อยากเข้าไปพึ่งจีน กษัตริย์ซิงเยพยายามต่อรองกับผู้นำกบฏ ขอให้กบฏออกไปจากภูฏาน แต่กบฏไม่ยอม ขืนออกไปก็ถูกอินเดียถล่ม จึงเป็นปัญหาคาราคาซังมาหลายปี&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;ในที่สุด เดือนธันวาคม 2003 กษัตริย์ตัดสินใจ ใช้ไม้อ่อนไม่ได้ ต้องใช้ไม้แข็ง พระองค์ขอให้กบฏออกจากดินแดนภูฏานอีกครั้ง เมื่อไม่ยอมทำตาม พระองค์นำกองกำลังทหาร บุกเข้าไปในป่าด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ในเขตที่ติดกับอินเดีย สู้จนสามารถขับไล่กบฏเป็นผลสำเร็จ ยึดค่ายและจับกุมกบฏส่งกลับอินเดีย ที่เหลือก็ถอยหนีออกไปจากภูฏาน และไม่พยายามเข้ามาตั้งฐานอีก&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;เพื่อเป็นที่ระลึกของสงคราม และเพื่อหวังว่าสันติสุขจะคงอยู่ตลอดไป เจดีย์จึงถูกสร้างขึ้นบนดอชูลา เป็นหมู่เจดีย์สไตล์ทิเบต เรียงรายกันเป็น 3 วง วงนอกมีทั้งหมด 45 องค์ วงกลางมี 36 องค์ และวงในสุดมี 27 องค์ ตรงกลางมีองค์ประธานอีกหนึ่ง นับรวมแล้วได้ 109 องค์ กลายเป็นจุดที่ทุกคนต้องแวะเคารพบูชา ผมเดินเวียนอยู่รอบเจดีย์จนครบรอบ ขึ้นไปถ่ายภาพข้างบน ยังมีเวลาเหลือพอเดินไปเที่ยววัดใหญ่ที่อยู่บนเนิน แม้จะเพิ่งสร้างพร้อมกับเจดีย์ แต่ข้างในน่าสนใจครับ ภาพวาดตามผนังขื่นคานและเพดาน เป็นเรื่องราวการต่อสู้เพื่อปราบกบฏในครั้งนั้น อากาศก็แสนสบาย แต่จะขยับกายแต่ละทีต้องช้านิดหนึ่ง โรคที่เกิดจากความสูง จะเกิดอาการเมื่อเราอยู่สูงเกิน 3,000 เมตร ทั้งนี้ จะขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละคน เคราะห์ดีที่เมื่อคืนผมนอนมาเพียบ จึงไม่ปวดหัวคลื่นไส้ แต่ถ้าเร่งฝีเท้านิดหนึ่ง มีอาการหอบเล็ก ๆ&nbsp;<br />
&nbsp;	&nbsp;<br />
&nbsp;ใกล้ดอชูลามีร้านอาหารแอบซ่อนอยู่บนภูผา เห็นวิวแจ่มเช่นกัน แต่อาหารถือว่างั้น ๆ เพราะเค้าเน้นทางผัก ผมไม่กินผัก ผมกินเนื้อ จึงพอเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ จะไปกินข้าวมื้อใด ต้องขอซีอิ๊วหวานมาเหยาะ (ซีอิ๊วแบบอื่นไม่รู้มีขายที่ไหน แต่ผมชอบกินซีอิ๊วหวานมาแต่เด็กแล้ว แค่นี้สบายครับ) ในร้านยังมีของที่ระลึกขายอยู่พอประมาณ แต่ราคาไม่พอประมาณ เพราะเค้าเน้นของดี และเมื่อไหร่ที่เป็นของแฮนด์เมดทำในภูฏาน เมื่อนั้นขอให้เชื่อได้ ราคาไม่ธรรมดา ยิ่งถ้าเทียบกับของจากทิเบต จากเนปาล จากอินเดีย และจากจีน ราคาจะผิดกันเยอะ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เมื่อเราเริ่มลงจากดอย ข้ามเทือกเขามาสู่ภูนาคา ป่าระหว่างทางเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัด ตอนที่เรามาจากทิมปู ข้างทางเป็นป่าสน แต่จากนี้ต่อลงไปถึงภูนาคา ต้นไม้รอบทางจะเป็นเปลี่ยนป่าดิบเขตหนาว หากใครมาช่วงเดือนมีนาเมษา อาจเห็นกุหลาบพันปีหรือ Rhododendron บานสะพรั่ง ในภูฏานมีกุหลาบพันปี 17 ชนิด มากกว่าเมืองไทยเกือบเท่าตัว เพราะดอยตามภาคเหนือของไทย ถือเป็นเขตเชิงเขาหิมาลัย แต่ภูฏานเป็นเขตใจกลางภูเขา พันธุ์ไม้ย่อมหลากหลายกว่าและมีมากกว่า&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;สัปดาห์หน้า ใกล้ถึงช่วงอำลาภูฏาน ผมจะพาคุณไปเที่ยวซองสุดสวยและเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศนี้ครับ&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8f%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%b2-12-%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c-%e0%b8%98%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221; เลิศล้ำคุณค่าของโบราณ</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/</guid>
		<description><![CDATA[






ผ้าทองคำ สวยงามและล้ำค่า
&#160;หากใครมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวยังจังหวัดสุโขทัย แล้วได้มาชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยกันแล้ว หลังออกจากอุทยานฯ มาไม่ไกลมากนัก อยากจะแนะนำให้ทุกคนลองแวะมาเที่ยวชม &#8220;ผ้าทองคำ&#8221; ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ &#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221;&#160;
&#160;&#160;
&#160;&#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221; แห่งนี้ก่อตั้งโดย คุณสาธร โสรัจประสพสันติ ชาวบ้านหาดเสี้ยวที่มีใจรักในผ้าทอโบราณพื้นเมืองของบ้านหาดเสี้ยว และได้เก็บสะสมผ้าทอลายโบราณต่างๆ มานาน แล้วได้ตระหนักเห็นว่าหากไม่เก็บรักษาผ้าทอพื้นบ้านที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เอาไว้ ต่อไปภายภาคหน้าก็จะสูญหายจากไป ฉะนั้นจึงได้สะสมผ้าเก่าเหล่านี้ไว้มากมาย แล้วก็ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา&#160;
&#160;

ตู้กระจกมากมายจัดแสดงผ้าโบราณ
&#160;นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากชมผ้าทองคำสามารถขอเข้าชมได้ฟรี ซึ่งคุณสาธรจะป็นผู้พานำชมพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเอง โดยภายในพิพิธภัณฑ์ฯ เต็มไปด้วยตู้กระจกจำนวนมาก ที่จัดแสดงผ้าทอโบราณนานาชนิด มีตู้โชว์ผ้าที่โดดเด่นซึ่งจัดแสดงผ้าซิ่นตีนจกลายโบราณ 9 ลาย ได้แก่ ลายเครือน้อย ลายเครือกลาง ลายเครือใหญ่ ลายสิบหกขอ ลายแปดขอ ลายสี่ขอ ลายน้ำอ่าง และลายสองท้อง ซึ่งถูกเก็บรักษาโชว์ไว้ในตู้กระจกอย่างดี ผ้าซิ่นตีนจกเหล่านี้มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ซึ่งผ้าทอแต่ละผืนมีความประณีต มีลวดลายและสีสันบนตัวผ้าซิ่นเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่วิจิตรงดงามตา&#160;
&#160;
&#160;มาถึงไฮไลท์ของผ้าที่จัดแสดงไว้ ที่มาแล้วต้องไม่พลาดชม นั่นคือ &#8220;ผ้าซิ่นทองคำ&#8221; (ซิ่นไหมคำ) ที่มีอยู่ 2 ผืนด้วยกัน ผืนแรกเป็นผืนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นซิ่นเจ้านายเชียงตุง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 26] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002980401.JPEG" width="400" height="259" border="0"/></p>
<p>ผ้าทองคำ สวยงามและล้ำค่า</p>
<p>&nbsp;หากใครมีโอกาสเดินทางมาเที่ยวยังจังหวัดสุโขทัย แล้วได้มาชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยกันแล้ว หลังออกจากอุทยานฯ มาไม่ไกลมากนัก อยากจะแนะนำให้ทุกคนลองแวะมาเที่ยวชม<strong> &#8220;ผ้าทองคำ&#8221;</strong> ที่หาชมได้ยากยิ่ง ที่ <strong>&#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>&#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221;</strong> แห่งนี้ก่อตั้งโดย <strong>คุณสาธร โสรัจประสพสันติ</strong> ชาวบ้านหาดเสี้ยวที่มีใจรักในผ้าทอโบราณพื้นเมืองของบ้านหาดเสี้ยว และได้เก็บสะสมผ้าทอลายโบราณต่างๆ มานาน แล้วได้ตระหนักเห็นว่าหากไม่เก็บรักษาผ้าทอพื้นบ้านที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เอาไว้ ต่อไปภายภาคหน้าก็จะสูญหายจากไป ฉะนั้นจึงได้สะสมผ้าเก่าเหล่านี้ไว้มากมาย แล้วก็ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002980402.JPEG" width="400" height="277" border="0"/></p>
<p>ตู้กระจกมากมายจัดแสดงผ้าโบราณ</p>
<p>&nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจอยากชมผ้าทองคำสามารถขอเข้าชมได้ฟรี ซึ่งคุณสาธรจะป็นผู้พานำชมพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเอง โดยภายในพิพิธภัณฑ์ฯ เต็มไปด้วยตู้กระจกจำนวนมาก ที่จัดแสดงผ้าทอโบราณนานาชนิด มีตู้โชว์ผ้าที่โดดเด่นซึ่งจัดแสดงผ้าซิ่นตีนจกลายโบราณ 9 ลาย ได้แก่ ลายเครือน้อย ลายเครือกลาง ลายเครือใหญ่ ลายสิบหกขอ ลายแปดขอ ลายสี่ขอ ลายน้ำอ่าง และลายสองท้อง ซึ่งถูกเก็บรักษาโชว์ไว้ในตู้กระจกอย่างดี ผ้าซิ่นตีนจกเหล่านี้มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ซึ่งผ้าทอแต่ละผืนมีความประณีต มีลวดลายและสีสันบนตัวผ้าซิ่นเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่วิจิตรงดงามตา&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;มาถึงไฮไลท์ของผ้าที่จัดแสดงไว้ ที่มาแล้วต้องไม่พลาดชม นั่นคือ &#8220;ผ้าซิ่นทองคำ&#8221; (ซิ่นไหมคำ) ที่มีอยู่ 2 ผืนด้วยกัน ผืนแรกเป็นผืนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี เป็นซิ่นเจ้านายเชียงตุง ทอด้วยดิ้นผสมทองคำราว 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผืนที่ 2 เป็นผืนที่มีความใหม่กว่า สั่งทอขึ้นด้วยดิ้นทองคำ 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกทอขี้นเพื่อใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งผ้าซิ่นทองคำนี้ถือว่าเป็นผ้าทอที่มีความประณีต งดงาม และทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002980403.JPEG" width="350" height="525" border="0"/></p>
<p>คุณสาธร โสรัจประสพสันติ พานำชมผ้าโบราณ</p>
<p>&nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผ้าทอตีนจกจากที่อื่นๆ ซึ่งมีลวดลายงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิ ผ้าล้อสำหรับใช้ปูในพิธีแต่งงานจากบ้านน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ซิ่นตีนจกดิ้นเงินดิ้นทองของเจ้านายเชียงใหม่ ซิ่นตีนจกจากอ.ลอง จ.แพร่ ซิ่นตีนจกจากอ.นาน้อย จ.น่าน ซิ่นลาวครั่งจากจ.พิจิตรและจ.นครสวรรค์ ซิ่นตีนจกจากอ.ลับแล กิ่งอำเภอบ้านโคก จ.อุตรดิตถ์&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;และภายในพิพิธภัณฑ์ฯ ยังจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในพิธีแต่งงานของชาวไทยพวน เครื่องกองบวช เครื่องแต่งกายสตรีไทยพวนในอดีต ส่วนด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ฯ มีเรือนไทยของชาวไทยพวนในสมัยโบราณ และมีพวกเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน ต่างๆ จัดแสดงไว้ด้วย อีกทั้งมีการสาธิตการทอผ้าซิ่นตีนจกให้ได้ชมกันอีกด้วย และถ้าใครอยากได้ผ้าทอพื้นบ้านสวยๆ ก็มีให้เลือกซื้อหาได้ที่ร้านขายผ้าสาธร รวมถึงมีเครื่องเงิน และเครื่องทองสวยๆ ให้ได้เลือกซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>&#8220;สาธร พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ&#8221;</strong> ตั้งอยู่ที่ 477/2 ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย การเดินทางถ้าจากกรุงเทพฯ จะถึงอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยก่อน และขับเลยจากอุทยานฯ ไปอีก 10 กม. ก็จะถึงสาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน เวลา 08.30-17.30 น. โทร. 0-5567-1143&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98%e0%b8%a3-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ททท.จัดโครงการ เยาวชนฯหัวใจสีเขียว ร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%ab%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%ab%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%ab%e0%b8%b1/</guid>
		<description><![CDATA[






&#160;ททท.จัดโครงการเยาวชนท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวเปิดรับ นศ.ปี 1-2 จำนวนเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งละประมาณ 80 คน เพื่อการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพูนความรู้ในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ&#160;
&#160;
&#160;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดโครงการเยาวชนท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติการเรียนรู้ให้กลุ่มเยาวชนในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และช่วยเหลือชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ดีเพิ่มขึ้น&#160;
&#160;
&#160;สำหรับกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการนี้ จะเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1-2 ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง สามารถจะช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึกและสืบสานเจตนารมณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ โดยจะเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งละประมาณ 80 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม&#160;
&#160;
&#160;โดยวันที่ 26-29 มี.ค.53 กิจกรรมเรียนรู้วิถีชาวบ้านกับต้นจาก นครนายก-ปราจีนบุรี วันที่ 20-22 ส.ค.53กิจกรรม ท่องเที่ยวเรียนรู้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ใส่ใจรักษ์โลก ซึ่งเยาวชนทั้ง 2 รุ่น จะเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น ทัศนศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศ การออกค่ายอาสาพัฒนา การเรียนรู้การบริหารทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเยาวชนที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 28] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000003057201.JPEG" width="400" height="286" border="0"/></p>
<p>&nbsp;<strong>ททท.จัดโครงการเยาวชนท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวเปิดรับ นศ.ปี 1-2 จำนวนเข้าร่วมกิจกรรม ครั้งละประมาณ 80 คน เพื่อการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพูนความรู้ในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดโครงการเยาวชนท่องเที่ยวหัวใจสีเขียว เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติการเรียนรู้ให้กลุ่มเยาวชนในการมีส่วนร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพูนความรู้ในเรื่องของทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ผ่านกิจกรรมที่สะท้อนความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR) เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และช่วยเหลือชุมชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ดีเพิ่มขึ้น&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;สำหรับกลุ่มเป้าหมายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการนี้ จะเป็นกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 1-2 ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรง สามารถจะช่วยกันปลูกฝังจิตสำนึกและสืบสานเจตนารมณ์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้คงอยู่ โดยจะเปิดรับสมัครนักศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งละประมาณ 80 คน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;โดยวันที่ 26-29 มี.ค.53 กิจกรรมเรียนรู้วิถีชาวบ้านกับต้นจาก นครนายก-ปราจีนบุรี วันที่ 20-22 ส.ค.53กิจกรรม ท่องเที่ยวเรียนรู้ ดิน น้ำ ลม ไฟ ใส่ใจรักษ์โลก ซึ่งเยาวชนทั้ง 2 รุ่น จะเข้าร่วมกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น ทัศนศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศ การออกค่ายอาสาพัฒนา การเรียนรู้การบริหารทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเยาวชนที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้  10 มี.ค.53 หรือดูรายละเอียดของโครงการฯ และหลักเกณฑ์การสมัครได้ที่ www.tat.or.th/GreenHeart หรือสอบถามที่ โทร. 0-2561-5455-7 ต่อ 18&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%97%e0%b8%97%e0%b8%97-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%ab%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กูรูครอบครัวบำบัด แนะพ่อแม่ยุคใหม่ ใช้หูยีราฟเลี้ยงลูก</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b9%88/</guid>
		<description><![CDATA[






ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา
&#160;การทะนุถนอมดูแลครรภ์ถือว่ายากแล้ว แต่การเลี้ยงดูลูกน้อยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอลนั้น ถือเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า เพราะหนึ่งในปัญหาของการเลี้ยงลูกที่พบส่วนใหญ่ คือการสื่อสารที่นำไปสู่ความไม่เข้าใจระหว่างกันในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ยุคใหม่ที่มีเวลาเลี้ยงลูกน้อยลง เพราะต้องแข่งขันกับงาน เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ในขณะที่เด็กถูกปล่อยให้อยู่กับเพื่อนเล่นอย่างเกม โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น&#160;
&#160;
&#160;กับเรื่องการสื่อสารกับลูก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ &#8220;ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา&#8221; ผู้อำนวยการฝ่ายบริการจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด และการประเมินค่าทางจิตวิทยาทางการศึกษา โรงพยาบาลมนารมย์ ระบุว่า การเลี้ยงดูของพ่อแม่ยุคใหม่ ใช้วิธีการเลี้ยงลูกที่ไม่ค่อยจะถูกต้อง ซึ่งนอกจากไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกแล้ว ยังขาดการสื่อสารที่ดีระหว่างพ่อแม่กับเด็ก ทำให้พ่อแม่บางคนไม่สามารถฝ่ากำแพงความเข้าใจในตัวลูกได้ดีเท่าที่ควร&#160;
&#160;
&#160;เพราะฉะนั้น หากพูดถึงเรื่องของการสื่อสารในครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด ให้ข้อมูลว่า มาร์แชล รีเซ็นเบิร์ก ศิษย์เอกของ คาวาเจอร์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงบอกว่าการสื่อสารของคนเรานั้น มักจะฟังด้วยหู 3 ประเภท ถ้าไม่รู้จักการฟังด้วยหูในแต่ละประเภท บางครั้งอาจทำให้เกิดเรื่อง หรือมีปัญหากับลูกตามมาได้ ดังนั้น ดร.เพ็ญนี อธิบายให้ฟังว่า หูทั้ง 3 ประเภทประกอบด้วย&#160;
&#160;
&#160;1. หูหมาป่า สำหรับการฟังด้วยหูชนิดนี้ คือการฟังด้วยหูแบบหาเรื่อง ถ้าพ่อแม่ฟังด้วยหูหาเรื่อง ก็จะได้เรื่อง แต่บางครั้งเป็นไปได้ว่า เราอาจใช้หูหมาป่าโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะใช้กับตัวเอง และคนรอบข้างด้วย&#160;
&#160;
&#160;2. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 30] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000003065601.JPEG" width="240" height="362" border="0"/></p>
<p>ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา</p>
<p>&nbsp;<strong>การทะนุถนอมดูแลครรภ์ถือว่ายากแล้ว แต่การเลี้ยงดูลูกน้อยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอลนั้น ถือเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า เพราะหนึ่งในปัญหาของการเลี้ยงลูกที่พบส่วนใหญ่ คือการสื่อสารที่นำไปสู่ความไม่เข้าใจระหว่างกันในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ยุคใหม่ที่มีเวลาเลี้ยงลูกน้อยลง เพราะต้องแข่งขันกับงาน เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ในขณะที่เด็กถูกปล่อยให้อยู่กับเพื่อนเล่นอย่างเกม โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;กับเรื่องการสื่อสารกับลูก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ <strong>&#8220;ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา&#8221;</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริการจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด และการประเมินค่าทางจิตวิทยาทางการศึกษา โรงพยาบาลมนารมย์ ระบุว่า การเลี้ยงดูของพ่อแม่ยุคใหม่ ใช้วิธีการเลี้ยงลูกที่ไม่ค่อยจะถูกต้อง ซึ่งนอกจากไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกแล้ว ยังขาดการสื่อสารที่ดีระหว่างพ่อแม่กับเด็ก ทำให้พ่อแม่บางคนไม่สามารถฝ่ากำแพงความเข้าใจในตัวลูกได้ดีเท่าที่ควร&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เพราะฉะนั้น หากพูดถึงเรื่องของการสื่อสารในครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด ให้ข้อมูลว่า มาร์แชล รีเซ็นเบิร์ก ศิษย์เอกของ คาวาเจอร์ นักจิตวิทยาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงบอกว่าการสื่อสารของคนเรานั้น มักจะฟังด้วยหู 3 ประเภท ถ้าไม่รู้จักการฟังด้วยหูในแต่ละประเภท บางครั้งอาจทำให้เกิดเรื่อง หรือมีปัญหากับลูกตามมาได้ ดังนั้น ดร.เพ็ญนี อธิบายให้ฟังว่า หูทั้ง 3 ประเภทประกอบด้วย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>1. หูหมาป่า</strong> สำหรับการฟังด้วยหูชนิดนี้ คือการฟังด้วยหูแบบหาเรื่อง ถ้าพ่อแม่ฟังด้วยหูหาเรื่อง ก็จะได้เรื่อง แต่บางครั้งเป็นไปได้ว่า เราอาจใช้หูหมาป่าโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะใช้กับตัวเอง และคนรอบข้างด้วย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>2. หูสุนัขจิ้งจอก</strong> เป็นหูประเภทเจ้าเล่ห์ จะพูดอะไรก็จะไม่บอกตรง ๆ รับข้อมูลมาก็จะมีจิตที่คอยระแวง ทำให้เกิดเป็นเรื่อง หรือปัญหาได้เหมือนกัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>3. หูยีราฟ</strong> การฟังด้วยหูชนิดนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวบำบัด แนะนำว่า พ่อแม่ควรจำเป็นต้องใช้ เนื่องจาก <strong>&#8220;ยีราฟ&#8221;</strong> เป็นสัตว์ที่มีน้ำหนักของหัวใจ เมื่อเทียบกับน้ำหนักร่างกายแล้ว มีน้ำหนักมากที่สุด แต่จะต้องฟังด้วยใจที่หนัก ใจที่กว้าง โดยยีราฟจะมีคอที่ยาว สูง และจะใช้สายตามองรอบทิศ มองไกล ซึ่งหมายความว่า พ่อแม่จะต้องฟังด้วยใจที่หนักแน่น ใจกว้าง ใจที่เปิด และใจที่มองไกล&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000003065602.JPEG" width="240" height="359" border="0"/></p>
<p>ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p>
<p>&nbsp;&#8221;พ่อแม่ควรจะใช้หูที่ 3 หรือหูยีราฟให้เยอะ เพราะจะต้องคอยฟังว่าลูกเรียกร้องอะไรจากเรา หรือลูกต้องการอะไรจากเรา แทนที่จะให้เขาไปเพื่อตัดความรำคาญ อย่างที่พ่อแม่หลายคนมักจะทำก็คือ เวลาลูกร้องงอแง พ่อแม่ก็จะซื้อของเล่น เกม หรือ ขนมให้ เพื่อตัดความรำคาญ ซึ่งวิธีการนี้ไม่ค่อยถูกต้อง ซึ่งจริงๆ แล้วพ่อแม่จะน่าใส่ใจว่าการที่เด็กทำเช่นนั้นอาจจะเป็นการขอให้เราใส่ใจเขามากขึ้น อาจจะแสดงพฤติกรรมด้านบวกก็ได้ ไม่ต้องแสดงพฤติกรรมด้านลบ&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;นอกจากนี้ บางครั้งลูกทำการบ้านเวลานานๆ หรือสอบตกวิชาเลข พ่อแม่อาจไม่เข้าใจ และไม่เคยสื่อสาร หรือใช้หูยีราฟกับลูกเลย ทำให้พ่อแม่เข้าใจ และคิดว่าลูกขี้เกียจ ไม่ฉลาด ไม่เอาไหน แต่จริงๆ แล้วเขาอาจจะมีปัญหา หรือความบกพร่องบางอย่างอยู่ก็ได้ เพราะเด็กบางคนอาจสอบตกวิชาเลข เพราะอ่านโจทย์แล้วไม่เข้าใจ ลำดับความสำคัญของประโยคไม่ได้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;แต่ถึงกระนั้น พอเวลาครูอ่านให้ฟัง เด็กกลับเข้าใจ และตอบถูก กรณีนี้แสดงว่าเด็กไมได้โง่ แต่เด็กอาจมีความบกพร่องในด้านการเรียนรู้อยู่ก็ได้ ซึ่งตรงนี้พ่อแม่จะต้องเข้าใจ และพยายามเรียนรู้ถึงพฤติกรรมของลูก โดยอาศัยหลักการฟังของหูยีราฟ ก็จะทำให้พ่อแม่เข้าใจลูกได้มากขึ้น&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>อย่างไรก็ตาม ดร.เพ็ญนี แนะทิ้งท้ายว่า การสื่อสารระหว่างพ่อแม่ลูก รวมถึงครูที่โรงเรียน เป็นสิ่งที่จะต้องร่วมมือกัน เพราะจะได้ช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด เพราะถ้าหากว่าลูกเกิดมีความบกพร่องในการเรียนรู้ การสื่อสารกันภายในครอบครัว และครูที่โรงเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่พ่อแม่รู้ว่าลูกเป็นอะไรมีความถนัด และไม่ถนัด หรือมีความบกพร่องด้านไหน การสื่อสารกับครูผู้สอนก็จะทำให้ตัวของครูเองเข้าใจตัวของเด็กด้วย ซึ่งครูอาจจะต้องหาวิธีและรูปแบบการสอนที่เหมาะและเข้ากับตัวเด็ก เพื่อให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธภาพมากที่สุด</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%81%e0%b8%b9%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บล็อคนิยมอุตสาหกรรมศัลยกรรมแดนกิมจิ/ต่อพงษ์</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5/</guid>
		<description><![CDATA[





&#160;มีท่านผู้อ่านเขียนอีเมล์มาถามผม คงจะถามแนวกวนๆ หรือประชดละครับว่า จะมีวงดนตรีหรือนักแสดงคนไหนหรือไม่ในเกาหลีที่จะไม่ทำศัลยกรรมเลยพร้อมฝากถามถึงรอยแผลบนหัวของผมเมื่อปีที่แล้วด้วย&#160;
&#160;
&#160;	ก็ต้องบอกว่าฝีมือศัลยกรรมแผลบนหัวของหมอที่โรงพยาบาลวชิระนี่แจ๋วครับ เพราะบัดนี้แล้วรอยแผลนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบได้ คลำอยู่ตั้งนานก็ไม่เจอ จะเหลือก็แต่ความจำอย่างเดียวคือ&#8230;บริเวณที่ผมโดนทำร้าย อยู่หน้าร้านอาหารเกาหลีพอดี (ฮา)&#160;
&#160;
&#160;	ก็นึกอยู่ว่าถ้าไปโดนฟาดกบาลที่หน้าร้านอาหารไทย คนร้ายอาจจะถูกพลเมืองดีในร้านตามจับได้ เพราะคนไทยไม่ดูดายกับเรื่องแบบนี้ แต่พอเป็นร้านเกาหลีก็ไม่ต้องคิดเลย เพราะ เขาก็ยิ้มน้อยๆแบบที่วงไชนี่ยิ้มเวลาแฟนคลับโดนผู้จัดการวงตบกบาลซะคว่ำแบบนั้นแหล่ะ 55555555&#160;
&#160;
&#160;	จะว่าไปอีเมล์ฉบับที่ว่าก็ทำให้ผมยิ้มได้นะครับ เพราะ การถูกถามทำนองลองของแกมเยาะนี่ก็คงเพราะ เป็นผลกรรมดีที่ผมรักวงการบันเทิงกิมจิอย่างออกนอกหน้านั่นแหล่ะ แถมยังรักแบบมีสำนึกและต้องเอาความจริงมาพูดกัน&#160;
&#160;
&#160;	(จริงๆข้อมูลเหล่านี้น่าจะไปถามน้องมี่ น้องแมนและทีมงาน Hi Soul Plus ทางช่องซูเปอร์บันเทิง (รายการออกอากาศวันเสาร์ 21.00 น.) นะครับ เพราะ พวกน้องๆเหล่านั้นรักเกาหลีถึงขนาดเดาได้ว่าน่าจะมีน้ำหมักกิมจิไหลอยู่ในไขกระดูกกันเลย)&#160;
&#160;
&#160;	ความจริงคนเกาหลีนั้นดูง่ายนะครับ ว่าใครทำศัลยกรรมมาละก้อ เขาให้ดูที่ตาก่อนล่ะว่ามีสองชั้น หรือ ดูเบิ่ง หรือดูกว้างผิดปรกติหรือเปล่า เพราะ คนเกาหลีแท้นั้นตาเล็กครับ ถ้ากลมๆ โตๆ แล้วละก็ไม่ใช่เกาหลีแท้แน่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกครึ่งที่มีเชื้อจีนหรือเชื้อยุ่นผสมอยู่ด้วย อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ราคาของการผ่าตานั้นเกาหลีมันถูกมาก จะทำสองชั้นหรือจะให้ดูกว้างขึ้นนั้น จะถูกกว่าทำอย่างอื่น จากนั้นถึงค่อยไล่ไปดูที่จมูก แล้วก็คาง ตามมาด้วยหูคือเจียนให้เล็กลง การเฉาะคางนี้ก็นิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชาย และในอุตสาหกรรมบันเทิง&#160;
&#160;
&#160;	เพราะฉะนั้นกว่าจะหล่อถึงขั้นที่ CN Blue ไชนี่ หรือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 32] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"></div>
<p>&nbsp;<b>มีท่านผู้อ่านเขียนอีเมล์มาถามผม คงจะถามแนวกวนๆ หรือประชดละครับว่า จะมีวงดนตรีหรือนักแสดงคนไหนหรือไม่ในเกาหลีที่จะไม่ทำศัลยกรรมเลยพร้อมฝากถามถึงรอยแผลบนหัวของผมเมื่อปีที่แล้วด้วย</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ก็ต้องบอกว่าฝีมือศัลยกรรมแผลบนหัวของหมอที่โรงพยาบาลวชิระนี่แจ๋วครับ เพราะบัดนี้แล้วรอยแผลนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบได้ คลำอยู่ตั้งนานก็ไม่เจอ จะเหลือก็แต่ความจำอย่างเดียวคือ&#8230;บริเวณที่ผมโดนทำร้าย อยู่หน้าร้านอาหารเกาหลีพอดี (ฮา)&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ก็นึกอยู่ว่าถ้าไปโดนฟาดกบาลที่หน้าร้านอาหารไทย คนร้ายอาจจะถูกพลเมืองดีในร้านตามจับได้ เพราะคนไทยไม่ดูดายกับเรื่องแบบนี้ แต่พอเป็นร้านเกาหลีก็ไม่ต้องคิดเลย เพราะ เขาก็ยิ้มน้อยๆแบบที่วงไชนี่ยิ้มเวลาแฟนคลับโดนผู้จัดการวงตบกบาลซะคว่ำแบบนั้นแหล่ะ 55555555&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	จะว่าไปอีเมล์ฉบับที่ว่าก็ทำให้ผมยิ้มได้นะครับ เพราะ การถูกถามทำนองลองของแกมเยาะนี่ก็คงเพราะ เป็นผลกรรมดีที่ผมรักวงการบันเทิงกิมจิอย่างออกนอกหน้านั่นแหล่ะ แถมยังรักแบบมีสำนึกและต้องเอาความจริงมาพูดกัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	(จริงๆข้อมูลเหล่านี้น่าจะไปถามน้องมี่ น้องแมนและทีมงาน Hi Soul Plus ทางช่องซูเปอร์บันเทิง (รายการออกอากาศวันเสาร์ 21.00 น.) นะครับ เพราะ พวกน้องๆเหล่านั้นรักเกาหลีถึงขนาดเดาได้ว่าน่าจะมีน้ำหมักกิมจิไหลอยู่ในไขกระดูกกันเลย)&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ความจริงคนเกาหลีนั้นดูง่ายนะครับ ว่าใครทำศัลยกรรมมาละก้อ เขาให้ดูที่ตาก่อนล่ะว่ามีสองชั้น หรือ ดูเบิ่ง หรือดูกว้างผิดปรกติหรือเปล่า เพราะ คนเกาหลีแท้นั้นตาเล็กครับ ถ้ากลมๆ โตๆ แล้วละก็ไม่ใช่เกาหลีแท้แน่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกครึ่งที่มีเชื้อจีนหรือเชื้อยุ่นผสมอยู่ด้วย อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ราคาของการผ่าตานั้นเกาหลีมันถูกมาก จะทำสองชั้นหรือจะให้ดูกว้างขึ้นนั้น จะถูกกว่าทำอย่างอื่น จากนั้นถึงค่อยไล่ไปดูที่จมูก แล้วก็คาง ตามมาด้วยหูคือเจียนให้เล็กลง การเฉาะคางนี้ก็นิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชาย และในอุตสาหกรรมบันเทิง&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	เพราะฉะนั้นกว่าจะหล่อถึงขั้นที่ CN Blue ไชนี่ หรือ ดงบังเป็นอยู่นี่ ก็ต้องผ่านกันทำมาแล้วประมาณ 5 อย่างในใบหน้า ยังไม่นับเรื่องทำผิวเรียบด้วยนะครับถึงได้ขาวใสเป็นตูดเด็กได้แบบนั้น&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	เมื่อปีที่แล้ว นิวยอร์ค ไทมส์ ออนไลน์ โดย Su Hyun Lee เขียนบทความชิ้นหนึ่งในฉบับรับปีใหม่ (1 มกราคม 2009) เรื่องอุตสาหกรรมศัลยกรรมของเกาหลีใต้ได้น่าสนใจมาก เนื้อความพูดถึงสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำมากของเกาหลีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อะไรต่อมิอะไรที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กินข้าวนอกบ้าน ซื้อเครื่องประดับ เที่ยวต่างแดน ฯลฯ ก็ถูกตัดออกจากวงจรชีวิตของชาวเกาหลีกันเกลี้ยง&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	 <b>ปรากฏว่าหนึ่งในความฟุ่มเฟือยในชีวิตที่ถูกตัดออกก็คือ การทำศัลยกรรมใบหน้าซึ่งเป็นความฟุ่มเฟือยอันดับ 3 ของเกาหลีนั่นเอง</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	คนเกาหลีนั้นพูดง่ายๆ ก็ไม่ชอบหน้าตัวเองแหล่ะครับ (ซึ่งต่างจากคนชาติอื่นที่มักจะไม่ชอบหน้าคนอื่นหาว่ากวน teen อะไรแบบนี้) ทุกครั้งที่ส่องกระจกดูหน้าตัวเองก็เลยจะหงุดหงิดเป็นพิเศษ ผลก็คือ ถ้ามีเงินเมื่อไหร่คนเกาหลีต้องไปหาทางลบเอกลักษณ์ของเผ่าตัวเองตามอัตภาพเมื่อนั้น&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://pics.manager.co.th/Images/553000002933301.JPEG" width="350" height="260" border="0"/></p>
<p>ยุนอา-ยูริ SNSD </p>
<p>&nbsp;พูดเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องน่าอับอายของชาวเกาหลีนะครับที่ไม่ชอบหน้าตัวเอง เขาไม่ได้ทำเพราะบ้า แต่การศัลยกรรมหน้าคือสิ่งที่คนเกาหลีภาคภูมิใจ เนื่องจากมันคือโอกาสดีๆในชีวิต สังคมเกาหลีนั้นเน้นที่หน้าตามากกว่าคุณภาพด้านอื่นๆ คนหน้าหล่อและสวยมักจะถูกพิจารณาที่จะรับเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆก่อนเสมอ เช่นเดียวกับการสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคอร์สดังๆ และสุดท้ายก็คือ โอกาสดีๆ ที่จะได้เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวที่ร่ำรวยมาอยู่ในคอนโทรลของพ่อผัวหรือแม่ผัว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ต้องย้ำว่า คนเกาหลีนั้นหล่อแท้จริงแบบบรรพบุรุษก็ต้องหน้าเหมือน ปาร์ค จี ซุง ปีกของทีมปีศาจแดง ที่คางและขากรรไกรหนาแบบเสือ และก็เป็นอีกเหตุผลว่า นักมวยเกาหลีนั้นจะอึดกว่าชาติอื่นเสมอ ไม่ใช่เพราะพลังโสมหรือเพราะกินเนื้อหมาแล้วคึกหรอกครับ แต่บรรพบุรุษเขาผสมแบบสำเร็จมาให้แบบนั้น&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	นักมวยเกาหลีนั้นถูกต่อยคางแล้วน็อกยากถ้าไม่ใช่ประเภทที่โปรโมเตอร์เมืองไทยสั่งมาให้นอน เว้นแต่ ดอง ฮุน ลี คนเดียวที่โดนหมัดเขาทรายจนหลับของจริง แต่ในหลายปีถัดมา เขาทรายก็ไปพ่าย ยูมิโอ โอตะ สาวน้อยจากญี่ปุ่นน็อกหน้าตาเฉย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ในช่วงเวลาตั้งแต่ 2545 จนกระทั่งปี 2550 นั้นถือเป็นช่วงที่รุ่งเรืองของอุตสาหกรรมศัลยกรรมหน้าของเกาหลี ถึงขนาดมีสเต็ปความรักของพ่อแม่ชาวเกาหลีที่มีต่อลูกกันเลยว่า ถ้าเป็นลูกรักของพ่อแม่ ของขวัญที่มอบให้ก็คือ การทำศัลยกรรมหน้า คือ เรียนจบประถมหรือมัธยมปุ๊ปแม่จะให้เงินไปทำตาใหญ่ก่อน (ในเกาหลีนั้นเด็กก็สามารถทำศัลยกรรมได้ ถ้าผู้ปกครองเซ็นยินยอม) จบมหาวิทยาลัยก็ให้เงินไปทำจมูก ถ้าจะเข้าวงการบันเทิงก็ต้องเหลาคางและทำผิวขาว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	แต่พอเศรษฐกิจตกต่ำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2008 นั้นเศรษฐกิจเกาหลีตกแหลก ตลาดหุ้นตกไป 40 เปอร์เซนต์ ค่าเงินร่วงไปตั้ง 26 เปอร์เซนต์) บรรดาร้านศัลยกรรมในกรุงโซลก็พังกันเป็นแถบจนต้องเลย์ออฟพยาบาลกันระนาว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถจะตัดได้ก็คือ ร้านเหล่านี้ยังจะต้องมีจอโทรทัศน์ที่เปิดเทปของบรรดานักลิปซิงค์ชาวเกาหลีให้ดูเสมอๆเพราะมันคือสัญลักษณ์ความสำเร็จของการทำศัลยกรรม&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	พอค่าเงินวอนตกมาก บรรดาเจ๊ใหญ่จากเมืองจีนที่มีเศรษฐกิจที่ดีกว่าจึงบินกลับบ้านมาทำการผ่าหน้าเสียเลย ลูกค้าในตอนนี้ส่วนมากก็เลยมีแต่ชาวต่างชาติ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	<b>ก็ไม่รู้ว่าน้องๆที่ชื่นชอบใบหน้าแบบเกาหลี ได้มีโอกาสไปเฉาะราคาถูกกันบ้างหรือเปล่าในช่วงปีที่แล้ว หรือมัวแต่กรี๊ดโอ้ปป้าๆๆๆ อยู่เลยพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	พูดถึงวงเกาหลีใครที่ชอบใบหน้าแบบเกาหลีนั้น ผมแนะนำให้ดูวง 2NE1&#8230;จริงๆภาคดนตรีของวงนี้ก็สูสีกับทีมทำเพลงของอาร์เอสหรือแกรมมี่เมื่อสมัยก่อนโน้นเลย แต่ที่น่าสนใจก็คือ วงนี้คงความเป็นเผ่าเกาหลีอยู่ค่อนข้างมาก มิน จี สาวผมสั้นของวงและ ซีแอล คือหน้าตาของสาวสวยเกาหลีแท้ๆ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	แต่ถ้าน้องสองคนเป็นคนไทย ค่ายเขาคงส่งไปร้องลำซิ่งหรือออกเทปตลกแน่ๆ เพราะใบหน้าให้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	แต่อย่าไปดู ปาร์ค บอม สมาชิกอีกวงนะครับ เพราะหมอห่วยทำซะน้องตาเบิ่งจนได้ฉายาว่าสาวน้อยหน้าเดียวมาแว้ว เปรียบเทียบกันกับคนในวงการบันเทิงไทยก็ต้องเหมือน นายปลื้มหนุ่มที่มีตาเฉียบราวกับปลาดุกนั่นแหล่ะไม่เชื่อไปดูหนังที่แกเล่นซิครับ จะอารมณ์ไหนแกก็ยังทำหน้าตาเหมือนไม่มีหัวคิดแบบนั้นอยู่ได้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ความจริงอุตสาหกรรมศัลยกรรมเกาหลีน่าจะปรับตัวอีกอย่างก็คือ การหาบล็อคใบหน้าใหม่ๆมาบ้างหลังจากยืนพื้นบล็อคหน้าเดิมๆมาหลายปีแล้ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	คนที่ไม่ชอบบันเทิงเกาหลีส่วนหนึ่งก็เพราะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ก็ไม่แปลกหรือครับที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะ หมอที่ไม่สร้างสรรค์จำนวนมากมักง่ายเกินไปที่จะหาความสวยจากสิ่งที่พ่อแม่ให้มา แต่หยิบพิมพ์นิยมและสร้างใหม่ขึ้นมาเลย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	ยกตัวอย่างเช่นบล็อคหน้าของ ยูริ กับ ยุนอา แห่งวงเกิร์ลเจเนเรชั่น เพราะ ทำออกมาแล้วแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ที่หนักกว่านั้นบล็อคหน้านี้ยังไปถูกใส่ไว้ในนักร้องที่ชื่อ คริสตัล (ซึ่งเป็นน้องของเจสสิก้า)แห่งวง F(X) อีกด้วย3 คนนี้จึงมีหน้าเหมือนกันด้วยพลังมีดหมอ ทั้งๆที่ไม่ได้เกิดมาจากอู่เดียวกันด้วยซ้ำ แต่การสร้างให้คนกลายเป็นพี่น้องร่วมเตียงผ่าหน้า&#8230;และมีหน้าเหมือนๆกันหมดนั้น อาจจะเป็นกระแสแฟชั่นใหม่ที่เกาหลีสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ได้ครับ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;	<b>แต่จะฮิตหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะ เห็นคนเดินมาหน้าตาเหมือนๆ กันหมด ผมว่ามันเหมือนหนังแนวผีซึ่งดูบรื๊อ&#8230;น่ากลัวพิลึกล่ะ!!</b>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนนนี่ ถ่ายหวือให้แกรมมี่ แต่ไม่คิดชิ่งอาร์เอส ปัดลงทุนสลัดผ้าประชดรักขม</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1/</guid>
		<description><![CDATA[




&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
แนนนี่ แค่ถูกใจช่างภาพแกรมมี่ยอมสลัดผ้าถ่ายหวิว ยันไม่คิดชิ่งอาร์เอส แถมเพิ่งต่อสัญญาเพิ่ม พร้อมปัดประชดรักขม แจงคิดอยากถ่ายชุดว่ายน้ำมานานแล้ว แค่รอเวลาให้พร้อม แย้มได้ค่าตัว 6 หลัก ปฏิเสธรวมกลุ่ม เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ถ่ายพร้อมกัน บอกดูน่ากลัวเกินไป&#160;
&#160;
&#160;สร้างความฮืออาไม่น้อย เมื่อจู่ๆ สาว แนนนี่ ภัทรนันท์ ดีรัศมี 1 ในสมาชิกวง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ แห่งค่ายอาร์เอส ลุกขึ้นมาถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำรับลมร้อน ให้กับนิตยสาร In ซึ่งอยู่ในเครือของแกรมมี่ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้สังคมไม่น้อย เพราะไม่เคยมีศิลปินคนใดของสองค่ายคู่แข่งนี้ จะโดดข้ามไปทำงานให้กับอีกฟากมาก่อน งานนี้จึงเกิดคำถาม&#8230;.หรือสาวแนนนี่เตรียมชิ่งย้ายค่ายหันไปซบอกแกรมมี่? พอได้เจอเจ้าตัวก็ได้รับการยืนยันว่า ก่อนไปถ่ายแฟชั่นครั้งนี้ ได้ขออนุญาตกับทางผู้ใหญ่อาร์เอสเรียบร้อยแล้ว&#160;
&#160;
&#160;ก็เป็นครั้งแรกของแนนนี่ที่ถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆเราก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าช่วงอายุประมาณนึง เรียนจบทุกอย่างพร้อม พ่อแม่โอเค ก็ตั้งใจว่าจะถ่ายอยู่แล้ว และนี่ก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วก็เลยถ่าย แต่คนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเลือกถ่ายกับหนังสือของทางแกรมมี่ เพราะเรายังอยู่กับอาร์เอส คือเราก็ปรึกษากับทางผู้ใหญ่มานานแล้วว่า ปลื้มและอยากทำงานกับทางนิตยสารอิน เราติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่เล่มแรกๆ ก็เลยตั้งใจว่าอยากจะถ่ายกับที่นี่ แล้วมันก็เป็นจังหวะเหมาะที่ทางอินติดต่อเข้ามาพอดี เราเลยปรึกษากับทางผู้ใหญ่ เฮีย (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่อาร์เอส) ก็โอเคอนุญาตให้ไป&#160;
&#160;
&#160;เราใช้เวลาในการตัดสินใจอยู่พักนึง ทางเฮียเองก็ใช้เวลาในการตัดสินใจประมาณเกือบๆอาทิตย์ ถามว่างงมั้ยที่อยู่ดีๆอินก็โทรมาติดต่อ ไม่งงเลยดีใจมากกว่าที่เขาเลือกเรา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 34] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003054601.JPEG" width="150" height="112" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003054602.JPEG" width="82" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003054603.JPEG" width="102" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003054601.JPEG" width="150" height="112" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003054602.JPEG" width="82" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แนนนี่ แค่ถูกใจช่างภาพแกรมมี่ยอมสลัดผ้าถ่ายหวิว ยันไม่คิดชิ่งอาร์เอส แถมเพิ่งต่อสัญญาเพิ่ม พร้อมปัดประชดรักขม แจงคิดอยากถ่ายชุดว่ายน้ำมานานแล้ว แค่รอเวลาให้พร้อม แย้มได้ค่าตัว 6 หลัก ปฏิเสธรวมกลุ่ม เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ถ่ายพร้อมกัน บอกดูน่ากลัวเกินไป</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;สร้างความฮืออาไม่น้อย เมื่อจู่ๆ สาว <strong>แนนนี่ ภัทรนันท์ ดีรัศมี</strong> 1 ในสมาชิกวง <strong>เกิร์ลลี่เบอร์รี่</strong> แห่งค่ายอาร์เอส ลุกขึ้นมาถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำรับลมร้อน ให้กับนิตยสาร In ซึ่งอยู่ในเครือของแกรมมี่ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้สังคมไม่น้อย เพราะไม่เคยมีศิลปินคนใดของสองค่ายคู่แข่งนี้ จะโดดข้ามไปทำงานให้กับอีกฟากมาก่อน งานนี้จึงเกิดคำถาม&#8230;.หรือสาวแนนนี่เตรียมชิ่งย้ายค่ายหันไปซบอกแกรมมี่? พอได้เจอเจ้าตัวก็ได้รับการยืนยันว่า ก่อนไปถ่ายแฟชั่นครั้งนี้ ได้ขออนุญาตกับทางผู้ใหญ่อาร์เอสเรียบร้อยแล้ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ก็เป็นครั้งแรกของแนนนี่ที่ถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆเราก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าช่วงอายุประมาณนึง เรียนจบทุกอย่างพร้อม พ่อแม่โอเค ก็ตั้งใจว่าจะถ่ายอยู่แล้ว และนี่ก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วก็เลยถ่าย แต่คนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเลือกถ่ายกับหนังสือของทางแกรมมี่ เพราะเรายังอยู่กับอาร์เอส คือเราก็ปรึกษากับทางผู้ใหญ่มานานแล้วว่า ปลื้มและอยากทำงานกับทางนิตยสารอิน เราติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่เล่มแรกๆ ก็เลยตั้งใจว่าอยากจะถ่ายกับที่นี่ แล้วมันก็เป็นจังหวะเหมาะที่ทางอินติดต่อเข้ามาพอดี เราเลยปรึกษากับทางผู้ใหญ่ เฮีย (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่อาร์เอส) ก็โอเคอนุญาตให้ไป&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เราใช้เวลาในการตัดสินใจอยู่พักนึง ทางเฮียเองก็ใช้เวลาในการตัดสินใจประมาณเกือบๆอาทิตย์ ถามว่างงมั้ยที่อยู่ดีๆอินก็โทรมาติดต่อ ไม่งงเลยดีใจมากกว่าที่เขาเลือกเรา และความเป็นคนละค่ายมันไม่ได้มีผลอะไร เรารู้สึกว่าหนังสือเหมือนเป็นสื่อกลาง ที่ไม่ต้องมีค่าย ไม่ต้องมีสังกัดอยู่แล้ว จริงๆก็มีคนติดต่อเข้ามาหลายเล่มนะ แต่ด้วยความที่เราอยากจะร่วมงานกับช่างภาพของอิน ก็เลยเลือกเขาโดยที่ไม่ได้มองที่ตัวหัวหนังสือเลยว่า จะเป็นของค่ายไหนยังไง&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ปัดถ่ายหวือประชดรักขม แย้มได้ค่าตัว 6 หลัก และยันไม่คิดถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำรวมกลุ่มเพื่อน เกิร์ลลี่เบอร์รี่</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ที่ถ่ายไม่ได้เกี่ยวอะไรกับใครเลย เป็นการตัดสินใจของตัวเองล้วนๆ แล้วแนนนี่ไม่ได้เพิ่งจะมาคิดถ่าย เราคิดมาหลายปีแล้วว่า ถ้าทุกอย่างพร้อมก็อาจจะถ่าย อย่างปีนี้เราเรียนจบแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่พอแล้วในระดับนึง ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เราเองก็อยากจะมีรูปสวยๆเก็บไว้ เพราะคิดว่าถ้าแก่ตัวไปอาจจะไม่ใช่แบบนี้แล้ว พอปรึกษาที่บ้านก็โอเคไม่มีปัญหา ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้ถ่ายประชดใคร&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เรื่องค่าตัวก็ธรรมดาค่ะ พอๆกับทุกคนทั่วไปตามความเหมาะสม ก็ประมาณ 6 หลัก ส่วนผลตอบรับจากคนรอบข้างก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนใหญ่ก็จะชอบ แฟนคลับส่วนใหญ่บอกว่าชอบ ออกมาแล้วดูใสดี เพื่อนๆเองก็บอกว่าชอบ สวยดี ซึ่งในวง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ก็ถ่ายกันไปหมดแล้ว เหลือ เบลล์ แค่คนเดียว แต่คิดว่าคงไม่มีถ่ายรวมกันเป็นวงหรอกค่ะ เราก็เคยคิดกันเล่นๆว่า ถ้าเอามาถ่ายรวมกันจะดูน่ากลัวมั้ย เลยคิดกันว่าแยกถ่ายดีกว่า แต่อนาคตยังไงยังไม่รู้ แต่ส่วนตัวคือไม่อยากถ่ายด้วยกัน มันดูน่ากลัว แต่ก็มีติดต่อพวกเรากันเข้ามาทุกปี&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ลั่นแม้ถ่ายแฟชั่นกับนิตยสารค่ายคู่แข่ง แต่ไม่คิดย้ายค่าย พร้อมเผยเพิ่งเซ็นต่อสัญญากับทางอาร์เอส</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;สัญญาของแนนนี่ยังไม่หมด เพิ่งต่อเพิ่มด้วยซ้ำ เราเองก็เคยคิดเล่นๆว่า พี่ๆต้องถามว่าเราเตรียมจะย้ายไปอยู่ค่ายนั้นหรือเปล่า จริงอยู่ว่าเป็นหนังสือของค่ายนั้น แต่เราไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แค่ไปร่วมงานด้วยเฉยๆ ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ไปร่วมงานมากกว่า ส่วนเรื่องของการต่อสัญญาใหม่ แนนนี่จำข้อตกลงไม่ได้มาก ส่วนใหญ่ทางคุณแม่เป็นคนจัดการมากกว่า ซึ่งเรื่องเปิดรับทำงานกับนอกค่ายมากขึ้น แนนนี่คิดว่าเรายังมีสัญญากับอาร์เอส ก็น่าจะทำงานในค่ายของตัวเองมากกว่า คืองานในแง่อื่นมันไม่ใช่การตัดสินใจของเราคนเดียว อำนาจการตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นของผู้ใหญ่อยู่แล้ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<b>เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ dtac</b> &#8211; เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ AIS</b> &#8211; กด *468200311 แล้วโทร.ออก&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ระบบ True Move และ Hutch -</strong> เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก</strong>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนุ่ม คุยพ่อแม่ เมย์ แล้ว เผยไม่มีสินสอดให้ฝ่ายหญิง แย้มปั๊มลูกทันที หวั่นเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89/</guid>
		<description><![CDATA[




&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
หนุ่ม แย้มคุยงานวิวาห์กับพ่อแม่ เมย์ แล้ว แต่ยังไม่ได้สู่ขออย่างเป็นทางการ บอกเรียบร้อยเมื่อไหร่แถลงใหญ่แน่ เผยจะจัดงานหมั้นและแต่งในวันเดียว ขำๆไม่มีสินสอดให้ฝ่ายหญิงเพราะไม่มีให้ เปรยอยากจัดงานแบบไม่มีพิธีการ และแต่งปุ๊บจะปั๊มลูกเลย เพราะกลัวเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่&#160;
&#160;
&#160;หลายๆ คนยังคงรอลุ้นข่าวคืบหน้างานวิวาห์ ของคู่รักสุดทรหดอย่างคาสโนว่าลิ้นเลี่ยมทอง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และแฟนสาว เมย์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งคู่ได้ตอบปฏิเสธมาตลอดว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เนื่องจากพ่อของฝ่ายหญิงไปต่างจังหวัด แต่ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้แย้มว่า เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับพ่อของแฟนสาว แต่ยังไม่ได้ให้ผู้ใหญ่เข้าไปสู่ขอเป็นเรื่องเป็นราว คาดเร็วๆนี้จะมีงานแถลงข่าวเรื่องงานวิวาห์อย่างเป็นทางการ&#160;
&#160;
&#160;ความคืบหน้าเร็วๆ นี้จะบอกแล้วกัน มันก็ต้องใกล้แล้วล่ะ เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาปีนี้อย่างที่บอก ตอนนี้ก็มีไปคุยกับผู้ใหญ่บ้างนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณพ่อเมย์กลับมาแล้ว เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ผมยังไม่ได้พาผู้ใหญ่ไปคุยอย่างเป็นทางการนะครับ อันนั้นต้องรออีกทีนึง ซึ่งถ้าคุยเรียบร้อยคงต้องมีการแถลงข่าว บอกกันอย่างเป็นทางการอีกทีนึง ก็น่าจะเร็วๆ นี้แหละ&#160;
&#160;
&#160;ฤกษ์ยังไม่ได้ไปดูเลย เดี๋ยวต้องไปบอกคุณป้าก่อน ตอนนี้ยังไม่มีเวลา ทำงานทุกวัน ยังไม่สามารถปลีกเวลาไปบอกคุณป้าให้ไปดูได้ ส่วนเรื่องสินสอดก็ยังไม่ได้แย็บถามทางนั้นว่าจะเอาเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีให้ (หัวเราะ) อย่างที่บอกไปแล้วว่าเงินใช้เดี๋ยวก็หมด เราเอาการทำงาน ความขยันของเราเป็นสินสอดดีกว่าว่า จะเลี้ยงดูลูกสาวเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า ผมว่ามันอยู่ตรงนั้นมากกว่า&#160;
&#160;
&#160;เรื่องรูปแบบงานคงต้องปรึกษากันอีกทีว่าจะเป็นยังไง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 36] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056401.JPEG" width="112" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056402.JPEG" width="105" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056403.JPEG" width="110" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056401.JPEG" width="112" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056402.JPEG" width="105" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>หนุ่ม แย้มคุยงานวิวาห์กับพ่อแม่ เมย์ แล้ว แต่ยังไม่ได้สู่ขออย่างเป็นทางการ บอกเรียบร้อยเมื่อไหร่แถลงใหญ่แน่ เผยจะจัดงานหมั้นและแต่งในวันเดียว ขำๆไม่มีสินสอดให้ฝ่ายหญิงเพราะไม่มีให้ เปรยอยากจัดงานแบบไม่มีพิธีการ และแต่งปุ๊บจะปั๊มลูกเลย เพราะกลัวเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;หลายๆ คนยังคงรอลุ้นข่าวคืบหน้างานวิวาห์ ของคู่รักสุดทรหดอย่างคาสโนว่าลิ้นเลี่ยมทอง<strong> หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย</strong> และแฟนสาว<strong> เมย์ เฟื่องอารมย์</strong> ซึ่งที่ผ่านมาทั้งคู่ได้ตอบปฏิเสธมาตลอดว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เนื่องจากพ่อของฝ่ายหญิงไปต่างจังหวัด แต่ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้แย้มว่า เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับพ่อของแฟนสาว แต่ยังไม่ได้ให้ผู้ใหญ่เข้าไปสู่ขอเป็นเรื่องเป็นราว คาดเร็วๆนี้จะมีงานแถลงข่าวเรื่องงานวิวาห์อย่างเป็นทางการ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ความคืบหน้าเร็วๆ นี้จะบอกแล้วกัน มันก็ต้องใกล้แล้วล่ะ เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาปีนี้อย่างที่บอก ตอนนี้ก็มีไปคุยกับผู้ใหญ่บ้างนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณพ่อเมย์กลับมาแล้ว เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ผมยังไม่ได้พาผู้ใหญ่ไปคุยอย่างเป็นทางการนะครับ อันนั้นต้องรออีกทีนึง ซึ่งถ้าคุยเรียบร้อยคงต้องมีการแถลงข่าว บอกกันอย่างเป็นทางการอีกทีนึง ก็น่าจะเร็วๆ นี้แหละ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ฤกษ์ยังไม่ได้ไปดูเลย เดี๋ยวต้องไปบอกคุณป้าก่อน ตอนนี้ยังไม่มีเวลา ทำงานทุกวัน ยังไม่สามารถปลีกเวลาไปบอกคุณป้าให้ไปดูได้ ส่วนเรื่องสินสอดก็ยังไม่ได้แย็บถามทางนั้นว่าจะเอาเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีให้ (หัวเราะ) อย่างที่บอกไปแล้วว่าเงินใช้เดี๋ยวก็หมด เราเอาการทำงาน ความขยันของเราเป็นสินสอดดีกว่าว่า จะเลี้ยงดูลูกสาวเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า ผมว่ามันอยู่ตรงนั้นมากกว่า&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เรื่องรูปแบบงานคงต้องปรึกษากันอีกทีว่าจะเป็นยังไง ถ้าถามผมอยากได้แบบเถิดเทิงมากกว่า คือผมเบื่อที่จะต้องขึ้นไปแบบเชิญคู่สมรสมากล่าวอะไร ผมไม่ชอบพิธีการ อยากทำแบบสบายๆ มากกว่า ส่วนสถานที่ก็ยังไม่ได้ดูไว้ แต่จำนวนแขกก็คงจะเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะเราก็ทำงานอยู่ในหลายๆ ช่อง แล้วก็มีผู้ใหญ่ที่นับถือหลายๆ คน แต่คงไม่ถึงขนาดต้องไปจัดที่อิมแพคหรอก มันใหญ่ไปรู้สึกไม่ค่อยอบอุ่น&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เปรยจะจัดงานหมั้นและแต่งงานในวันเดียวกัน พร้อมแย้มแต่งแล้วจะมีลูกเลย เพราะกลัวเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่ เมทนี บูรณะศิริ</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;งานหมั้นกับแต่งคงเป็นวันเดียวกันเลย ถามว่าตื่นเต้นมั้ย มันยังไม่ตื่นเต้นนะ เพราะมันคงถึงวัยแล้ว เห็นคนอื่นมีลูกกัน เราชอบเด็กนะ ก็อยากมีลูก ถ้าแต่งแล้วคงมีเลย เพราะเดี๋ยวเชื้อหมดสมรรถภาพ เดี๋ยวจะเป็นแบบนีโน่พูดพาดพิงได้เลย แหม&#8230;คุยไว้แต่ไม่มีน้ำยา(หัวเราะ) เมย์ก็คงแล้วแต่ผม เขาไม่กลัวหุ่นเสียหรอก ดูคุณมาช่า (วัฒนพานิช) สิ มีลูกแล้วหุ่นยังดีอยู่เลย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ตอนนี้ก็รอทุกอย่างลงตัว แล้วคงจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกที คงไม่ได้ออกไปงานหรือเปิดกล้องแล้ว เราต้องทำอะไรที่มันถูกต้องตามประเพณี เราเป็นนักแสดง และเหมือนกับประชาชนก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทำอะไรก็อยากจะให้ทุกคนเห็นภาพที่มันชัดเจนด้วย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เผยคงไม่ถึงขนาดไปเข้าคอร์สเจ้าบ่าว เพราะจะมีเมียแล้ว ไม่จำเป็นต้องหล่อให้ใครเห็น</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เข้าคอร์สเจ้าบ่าวเหรอ ง่ายนิดเดียวเดี๋ยวไปอาบอบนวดก็ขัดได้แล้ว(หัวเราะ) พูดเล่นๆ เป็นนวดแผนโบราณมีมานวดที่บ้านอยู่แล้ว ก็จะมีคุณหมอที่มานวด ทำกายภาพประจำ เรื่องนี้ผมไม่ได้ซีเรียสนะ เราเป็นยังไงก็ต้องพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ต้องหล่อที่สุดหรอก คือเราไม่ได้ไปแต่งงานกับผู้หญิงหลายคน ก็ในเมื่อจะมีเมียแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปหล่อให้ใครเห็นอีก&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;กลัวหรือเปล่าจะมีสาวๆออกมาแฉอะไรอีก ไม่มีแล้วล่ะครับ ถ้าเป็นเมื่อสัก 1-2 ปีก่อนอาจจะกลัว แต่ตอนนี้คงไม่แล้ว แต่เรื่องไปหยอกคนนั้นคนนี้เนี่ย มันเป็นคาแรคเตอร์ของผมอยู่แล้ว ถ้าพูดถึงป๋อง กพลให้นึกถึงผี แต่ถ้าพูดถึงอิสตรี ให้นึกถึงหนุ่ม กรรชัย (ยิ้ม)&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<b>เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ dtac</b> &#8211; เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ AIS</b> &#8211; กด *468200311 แล้วโทร.ออก&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ระบบ True Move และ Hutch -</strong> เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก</strong>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%a1-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมทธิว ขำข่าวเป็นผัว สเตฟาน พร้อมปัดอาสากาวใจคืนดี น้ำฝน</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95/</guid>
		<description><![CDATA[




&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
แมทธิว โต้โซ้ยถั่วดำกับ สเตฟาน แจงเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ยังแซวอีกฝ่ายมีตนเป็นผัว เชื่อถูกเข้าใจผิด และไม่คิดหาต้นตอขาเมาท์ ปัดอาสาเป็นกาวใจคืนดี น้ำฝน เผย ลีเดีย ขำแซวไม่เลิกเรื่องข่าว&#160;
&#160;
&#160;ไม่ค่อยจะมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็น แต่นักร้องหนุ่ม แมทธิว ดีน ก็ตกเป็นข่าวได้ไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเปิดผับบังหน้าเพื่อค้ายา หรือเกาะแฟนสาว ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ล่าสุดเจ้าตัวโดนข่าวเป็นมือที่สาม แอบโซ้ยถั่วดำกับ สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ จนเป็นเหตุทำให้นางเอกสาว น้ำฝน กุณณัฎฐ์ กุลปรียะวัฒน์ ต้องรักล่มมาหมาดๆ&#160;
&#160;
&#160;ซึ่งเรื่องนี้ แมทธิว ตอบอย่างขำๆไม่ซีเรียสว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทกับสเตฟานมานาน หลังมีข่าวยังแซวอีกฝ่าย&#8230;.มีตนเป็นผัวซะแล้ว&#160;
&#160;
&#160;ผมรู้สึกดีมากเลยที่มีข่าวเป็นแฟนกับสเตฟาน เขาหล่อมาก ประทับใจจริงๆ (หัวเราะ) ก็แปลกครับ แปลกมาก เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน ไม่รู้ใครกุมาหรือว่ายังไง ก็เป็นเรื่องตลกอีกเรื่องนึงที่เข้ามาในชีวิต เรื่องนี้ผมไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ มันตลกมากกว่า คือผมกับฟานสนิทกันมาหลายปีแล้ว เราเตะบอลมาด้วยกัน แล้วก็เจอกันตามงานบ้าง&#160;
&#160;
&#160;ผมไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้กับฝน แต่แซวกันคงมีบ้าง เพราะเจอกันเรื่อยๆ ในกองอยู่แล้ว พอมีข่าวผมได้คุยกับฟานแล้ว เพราะมีคนโทรมาสัมภาษณ์ผมเรื่องนี้ ผมก็ส่งบีบีไปให้ฟานว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 38] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056501.JPEG" width="112" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056502.JPEG" width="99" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056503.JPEG" width="150" height="141" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056504.JPEG" width="150" height="113" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056501.JPEG" width="112" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056502.JPEG" width="99" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003056503.JPEG" width="150" height="141" vspace="5" border="0"/>&nbsp;</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>แมทธิว โต้โซ้ยถั่วดำกับ สเตฟาน แจงเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ยังแซวอีกฝ่ายมีตนเป็นผัว เชื่อถูกเข้าใจผิด และไม่คิดหาต้นตอขาเมาท์ ปัดอาสาเป็นกาวใจคืนดี น้ำฝน เผย ลีเดีย ขำแซวไม่เลิกเรื่องข่าว</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ไม่ค่อยจะมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็น แต่นักร้องหนุ่ม <strong>แมทธิว ดีน </strong>ก็ตกเป็นข่าวได้ไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเปิดผับบังหน้าเพื่อค้ายา หรือเกาะแฟนสาว <strong>ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา</strong> ล่าสุดเจ้าตัวโดนข่าวเป็นมือที่สาม แอบโซ้ยถั่วดำกับ <strong>สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์</strong> จนเป็นเหตุทำให้นางเอกสาว <strong>น้ำฝน กุณณัฎฐ์ กุลปรียะวัฒน์</strong> ต้องรักล่มมาหมาดๆ&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ซึ่งเรื่องนี้ แมทธิว ตอบอย่างขำๆไม่ซีเรียสว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทกับสเตฟานมานาน หลังมีข่าวยังแซวอีกฝ่าย&#8230;.มีตนเป็นผัวซะแล้ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ผมรู้สึกดีมากเลยที่มีข่าวเป็นแฟนกับสเตฟาน เขาหล่อมาก ประทับใจจริงๆ (หัวเราะ) ก็แปลกครับ แปลกมาก เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน ไม่รู้ใครกุมาหรือว่ายังไง ก็เป็นเรื่องตลกอีกเรื่องนึงที่เข้ามาในชีวิต เรื่องนี้ผมไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ มันตลกมากกว่า คือผมกับฟานสนิทกันมาหลายปีแล้ว เราเตะบอลมาด้วยกัน แล้วก็เจอกันตามงานบ้าง&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ผมไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้กับฝน แต่แซวกันคงมีบ้าง เพราะเจอกันเรื่อยๆ ในกองอยู่แล้ว พอมีข่าวผมได้คุยกับฟานแล้ว เพราะมีคนโทรมาสัมภาษณ์ผมเรื่องนี้ ผมก็ส่งบีบีไปให้ฟานว่า เฮ้ย&#8230;.ผมเป็นผัวคุณนะครับ(หัวเราะ) ฟานก็บอกว่าดี เราคงต้องเปิดตัวแถลงข่าวได้แล้ว ก็ขำทั้งคู่ตลกดี&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ยอมรับงงกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะทั้งตนและ สเตฟาน ต่างก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมานานหลายปี บอกหวานใจ ลีเดีย สุดขำพร้อมทั้งแซวไม่หยุดเรื่องข่าว&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;ผมก็งงที่มีข่าว เพราะผมมีแฟนมา 4-5 ปีแล้ว ฟานก็มีแฟนมา 4 ปีแล้ว ลืมตรงนี้ไปหรือเปล่าว่า เรามีแฟนเป็นผู้หญิงกัน แต่อยู่ดีๆอยากจะมาลองของใหม่ มาเป็นแฟนกันเองก็แปลกครับ แต่จะเป็นอะไรที่ขำๆ กันมากกว่า ลีเดียเนี่ยตัวขำเลย นอนกลิ้งอยู่กับพื้น และเป็นตัวแซวเลย เขาบอกว่านี่แฟนคุณโทรมาแล้วนะ ผมก็บอกอะไร ก็ตลกดี&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เรื่องหาต้นตอข่าวคงหาไม่ได้หรอก ของอย่างนี้มันอาจจะเป็นแค่ใครแซวคนนึง หรือพูดเล่นๆขึ้นมาคนนึง แล้วใครเอาไปคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง เรื่องภาพผมคู่กับฟานไม่น่าจะมีนะ เพราะเราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันสักเท่าไหร่ เต็มที่ก็เจอกันที่สนามฟุตบอล&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เผย สเตฟาน ไม่ได้มาปรึกษาเรื่องเลิก น้ำฝน ปัดเป็นกาวใจให้ทั้งคู่ บอกทั้งสองหน้าตาดี เชื่อโสดได้ไม่นาน</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ฟานไม่ได้มาปรึกษาอะไร เพราะเขาโตแล้ว ก็ทำอะไรกับชีวิตเขาก็ได้ แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นคู่ที่น่ารักอยู่ ยังเป็นเพื่อนกันอยู่แน่นอน ถึงเขาจะไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่คงยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ผมก็บอกกับทั้งคู่ว่า พวกคุณหน้าตาดีมาก เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาจีบทั้งคู่ ตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ทำงานด้วยกันได้ เพราะอยู่ในวงการด้วยกันอยู่แล้ว ก็ขอให้จำสิ่งดีๆ ที่เคยทำด้วยกันไว้แค่นี้ก็พอแล้ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ผมไม่ได้เป็นกาวใจให้ ถ้าเกิดเขาจะกลับมาดีกันก็แล้วแต่ครับ ตอนนี้ฟานก็ดูสบายดี ทำงานทุกวัน งานเขาเยอะ ผมไม่ได้สังเกตอะไรมากเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเขาเศร้าหรือเปล่า แต่คิดว่าในใจเขาก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว เพราะคนเพิ่งเลิกกันไปไม่นานนี้ แต่เขามีเพื่อนเยอะ ทำงานไปเรื่อยๆ ฝนก็เช่นกัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>โต้เซ็นสัญญากับช่อง 3 บอกยังอยากเป็นนักแสดงอิสระ ส่วนความสัมพันธ์กับ ลีเดีย ยังไร้แวววิวาห์ในเร็ววันนี้แน่นอน</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;ผมยังไม่ได้เซ็นสัญญากับช่อง 3 ยังไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ เป็นอิสระก็ดีครับ เพราะผมมีค่ายมานานแล้ว ก็ยังไม่รีบที่จะเซ็นกับที่ไหน แต่อนาคตต้องดูอีกทีนึง ส่วนเรื่องเพลงช่วงนี้ไม่ได้ร้องเลย แต่อาจจะมีร้องในละคร ก่อนหน้านี้ก็มีค่ายทาบทามมาบ้าง ให้ร้องเพลงแล้วเอามาทำเป็นเพลงดาวน์โหลด แต่ผมยังไม่ทำดีกว่า ปล่อยให้เดียร้องไป สำหรับผมในช่วงนี้เล่นละครก็สนุกแปลกใหม่ดี&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;กับเดียช่วงนี้ก็มีเวลาได้เจอกันบ้าง หวานเหมือนเดิมมั้ย ก็เรื่อยๆ มีคนหมั่นไส้ผมเยอะมากอยู่แล้ว (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ได้กลัวอะไรแล้วครับ ผมกับเดียก็คบกันเปิดเผย ไม่ได้ปิดบังอะไร อนาคตเรื่องแต่งงานคงไม่ใช่ช่วงนี้แน่นอน ช่วงนี้ก็เก็บเงินต่อไป&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<b>เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ dtac</b> &#8211; เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ AIS</b> &#8211; กด *468200311 แล้วโทร.ออก&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ระบบ True Move และ Hutch -</strong> เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก</strong>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a7-%e0%b8%82%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เป้ย ด่าปัญญาอ่อนข่าวหึง บิ๊ก กิ๊ก ฮาน่า ด้านฝ่ายชายโต้เป็นคู่รักมาเฟียเบ่งใส่ ดีเจปอ</title>
		<link>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 04:04:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thaiblognews</dc:creator>
				<category><![CDATA[บันเทิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b6/</guid>
		<description><![CDATA[




&#160;&#160;&#160;&#160;&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
เป้ย ด่าปัญญาอ่อนข่าวหึง บิ๊ก ไปเหวี่ยงใส่ ฮาน่า บ่นตอนนี้ทำอะไรก็ดูไม่ดี ด้าน บิ๊ก เคลียร์ไม่มีอะไรในกอไผ่ มั่นข่าวไม่กระทบความสัมพันธ์กับเป้ย พร้อมโต้เป็นคู่รักมาเฟียไปเบ่งใส่ ดีเจปอ หลังไม่พอใจที่ชอบวิจารณ์คู่ตนจนเกินพอดี&#160;
&#160;&#160;
&#160;เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่หวานหยดชนิดไม่เกรงใจใคร สำหรับ เป้ย ปานวาด เหมมณี และแฟนหนุ่มวัยละอ่อน บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ แต่ความรักความหวานที่มีให้กันของทั้งคู่ ก็ทำให้เกิดเรื่อง เมื่อมีข่าวลือว่าสาวเป้ยหึงหนุ่มบิ๊กออกนอกหน้า พอเห็นแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์กับดาราสาวรุ่นพี่ ฮาน่า ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย ภรรยาของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ เจ้าตัวเลยรีบคว้าโทรศัพท์ พร้อมเหวี่ยงใส่ปลายสายว่า ให้เลิกยุ่งกับแฟนตนได้แล้ว แต่งานนี้หนุ่มบิ๊กขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่กับฮาน่า ด้านเป้ยรีบสบถเป็นข่าวปัญญาอ่อน ก่อนตัดพ้อตอนนี้ตนทำอะไรก็ดูไม่ดีในสายตาคนอื่น&#160;
&#160;
&#160;บิ๊ก : &#8220;ผมกับพี่ฮาน่าคุยกันเรื่องสนุกสนาน ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ อีกอย่างพี่เขาแต่งงานแล้วนะครับ จริงๆผมเคยไปทำงานกับพี่ฮาน่า แล้วก็มีพี่โก้ (ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) ด้วย มีหลายคนมาก เจอกันก็คุยสนุกสนาน เขายังฝากความคิดถึงถึงเป้ยด้วย อีกอย่างผมเคยคุยกับพี่เขาเรื่องทำอาหาร ก็คุยกันปกติไม่มีอะไร ก็ไม่รู้ว่าพี่เขารู้ข่าวนี้หรือยัง ตัวผมเองก็ไม่ได้โทรไปหาเขาด้วย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<!-- Easy AdSense V2.75 -->
<!-- Post[count: 40] -->
<div class="ezAdsense adsense adsense-leadin" style="float:left;margin:12px; "><script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-9217843328041900";
/* 300x250, ถูกสร้างขึ้นแล้ว 4/3/09 */
google_ad_slot = "4187620197";
google_ad_width = 300;
google_ad_height = 250;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></div><div align="center"><img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003049001.JPEG" width="150" height="112" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003049002.JPEG" width="104" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003049003.JPEG" width="100" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003049001.JPEG" width="150" height="112" vspace="5" border="0"/>&nbsp;<img src="http://pics.manager.co.th/Thumbnails/553000003049002.JPEG" width="104" height="150" vspace="5" border="0"/>&nbsp;</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เป้ย ด่าปัญญาอ่อนข่าวหึง บิ๊ก ไปเหวี่ยงใส่ ฮาน่า บ่นตอนนี้ทำอะไรก็ดูไม่ดี ด้าน บิ๊ก เคลียร์ไม่มีอะไรในกอไผ่ มั่นข่าวไม่กระทบความสัมพันธ์กับเป้ย พร้อมโต้เป็นคู่รักมาเฟียไปเบ่งใส่ ดีเจปอ หลังไม่พอใจที่ชอบวิจารณ์คู่ตนจนเกินพอดี&nbsp;<br />
&nbsp;</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่หวานหยดชนิดไม่เกรงใจใคร สำหรับ <strong>เป้ย ปานวาด เหมมณี</strong> และแฟนหนุ่มวัยละอ่อน<strong> บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์</strong> แต่ความรักความหวานที่มีให้กันของทั้งคู่ ก็ทำให้เกิดเรื่อง เมื่อมีข่าวลือว่าสาวเป้ยหึงหนุ่มบิ๊กออกนอกหน้า พอเห็นแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์กับดาราสาวรุ่นพี่ <strong>ฮาน่า ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย </strong>ภรรยาของ <strong>ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์</strong> เจ้าตัวเลยรีบคว้าโทรศัพท์ พร้อมเหวี่ยงใส่ปลายสายว่า ให้เลิกยุ่งกับแฟนตนได้แล้ว แต่งานนี้หนุ่มบิ๊กขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่กับฮาน่า ด้านเป้ยรีบสบถเป็นข่าวปัญญาอ่อน ก่อนตัดพ้อตอนนี้ตนทำอะไรก็ดูไม่ดีในสายตาคนอื่น&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บิ๊ก : &#8220;ผมกับพี่ฮาน่าคุยกันเรื่องสนุกสนาน ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ อีกอย่างพี่เขาแต่งงานแล้วนะครับ จริงๆผมเคยไปทำงานกับพี่ฮาน่า แล้วก็มีพี่โก้ (ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) ด้วย มีหลายคนมาก เจอกันก็คุยสนุกสนาน เขายังฝากความคิดถึงถึงเป้ยด้วย อีกอย่างผมเคยคุยกับพี่เขาเรื่องทำอาหาร ก็คุยกันปกติไม่มีอะไร ก็ไม่รู้ว่าพี่เขารู้ข่าวนี้หรือยัง ตัวผมเองก็ไม่ได้โทรไปหาเขาด้วย เพราะรู้กันหมดอยู่แล้วว่าอะไรเป็นยังไง คงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เป้ย : &#8220;ตอนนี้เป้ยทำอะไรก็ไม่มีดีหมดเลย เป้ยไม่ขอตอบแล้วกัน เอาเป็นว่าเอาความจริงเข้าสู้แล้วกันค่ะ พี่ฮาน่าเป็นเพื่อนกับเป้ยก่อนที่จะรู้จักกับบิ๊กอีก แล้วพี่ฮาน่าแต่งงานแล้วนะคะ เป้ยไม่ได้น้อยใจกับข่าว แต่คิดว่าปัญญาอ่อนมาก ถ้าจะให้ฝากอะไรถึงคนปล่อยข่าวนี้ เป้ยไม่ฝากแล้วกัน ให้บิ๊กเป็นคนพูด เพราะเป้ยพูดอะไรก็ไม่ดี&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บิ๊ก : &#8220;ไม่หรอกครับ คือเขารู้สึกว่าเป็นผู้หญิง แล้วโดนอะไรแรงๆมาเยอะ ในจิตใจเขาค่อนข้างละเอียดอ่อน พอเจออะไรกระทบเยอะๆก็เหนื่อย ผมก็เข้าใจเขานะที่เป็นแบบนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดไม่ดีหรือน้อยใจ แต่เกิดจากความรู้สึกที่ไม่ไหวแล้วมากกว่า ซึ่งผมก็เป็นห่วง&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>เป้ย เผยได้กำลังใจดีจากแฟนหนุ่ม เลยสามารถฝ่าฟันมรสุมข่าวฉาวมาได้ ด้าน บิ๊ก ยันข่าวไม่มีผลบั่นทอนความสัมพันธ์</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เป้ย : &#8220;ถ้าเป้ยไม่ได้กำลังใจจากเขา ก็คงเหนื่อยมากกว่านี้&#8221;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บิ๊ก : &#8220;คือผมว่าต้นเหตุของทุกอย่าง มันมีที่มาที่ไปหมด ถ้าเรามองแต่ที่ปลายเหตุ มองแต่จิตใจเรา เราก็จะหาคำตอบไม่ได้ ก็จะเสียใจอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเราหาเหตุผลจริงๆได้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ เราแค่บอกเหตุผลให้เขาเข้าใจ พอเข้าใจแล้วเรื่องทุกอย่างก็ไม่มีอะไร ดีกว่าเอะอะเจอข่าวแล้วก็นอยด์ ข่าวพวกนี้ไม่มีผลบั่นทอนความสัมพันธ์ของเราหรอก อย่างเรื่องพี่ฮาน่า เขารู้ ผมรู้ พี่ฮาน่าก็รู้ ทุกคนเลยยิ้มขำๆสนุกๆเฮฮามากกว่า&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>บิ๊ก-เป้ย ช่วยกันโต้เป็นคู่รักมาเฟีย หลังมีข่าวฝ่ายชายไปเหวี่ยงดีเจจากรายการ แฉแต่เช้า คลื่น 94 อีเอฟเอ็ม ปอ วรฐก์ ปิฏากานนท์ ที่ชอบอ่าน และวิพากษ์วิจารณ์ข่าวตนกับแฟนสาวเสียๆหายๆ</strong>&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บิ๊ก : พี่ปอก็รู้ว่าเราขำๆ วันนั้นไปกินข้าวกันที่ร้านแถวหน้าพระลาน เจอพี่ปอก็สวัสดี เราก็ไปแหย่เขาว่า อยู่ในสตูพี่เล่นผมซะยับเลย อยู่ตรงนี้พี่เล่นผมไม่ได้นะ เพราะเพื่อนผมทั้งนั้นเลย ผมก็ล้อเล่น แล้วก็เมาท์ต่อไม่มีอะไร ไม่มีไปยกไม้ยกมือจะไปมีเรื่องกับเขา&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;คนอย่างผมไม่มีไปเบ่งใคร นิสัยผมกวนๆอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าพี่ปอเข้าใจผิดหรือเปล่า ถ้าเข้าใจผิดก็ขอโทษจริงๆ เจตนาผม100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีอะไรเลย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;เป้ย : ถ้าจะต่อยกัน เป้ยว่าพี่เขาน่าจะชนะ เพราะพี่เขากล้ามปูมากเลยนะ คือเป้ยรู้จักกับพี่ปออยู่แล้ว เขาก็ขอเคลียร์กับเป้ย-บิ๊กว่า บางทีออกข่าวไปมันเป็นงานก็ไม่มีอะไร เขาน่ารักก็แคร์ว่าเราจะคิดมากหรือเปล่า เพราะบางทีด้วยเนื้อข่าวค่อนข้างจะแรง เขาก็มาขอโทษเรานะ คนมองว่าเราเป็นคู่รักมาเฟียเหรอ เป้ยขาใหญ่ด้วยเนอะ (หัวเราะ)&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;บิ๊ก : เขาเป็นห่วงกลัวเราจะเข้าใจผิด แต่ตอนนี้เราเป็นห่วง กลัวพี่ปอจะเข้าใจเราผิด แต่เรื่องจริงคือมันไม่มีอะไรเลย&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
&nbsp;<b>เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย</b>&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ dtac</b> &#8211; เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540&nbsp;<br />
&nbsp;<b>ระบบ AIS</b> &#8211; กด *468200311 แล้วโทร.ออก&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>ระบบ True Move และ Hutch -</strong> เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000&nbsp;<br />
&nbsp;<strong>*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก</strong>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img src="http://www.thaiblognews.com/manager.jpg"/></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaiblognews.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
