โรมมิ่งAIS/TOT คาด ‘ลงเอยกันด้วยดี’

February 6, 2010

   

 

 

‘2 วิเชียร’ เคลียร์ปัญหาคาใจโรมมิ่งทีโอที/เอไอเอส หากวันจันทร์ (8ก.พ.) กทช.ไม่ขัดข้อง พร้อมเปิดโต๊ะเจรจา ประธานบอร์ดขอนัด MVNO หารือเลขหมายที่เหมาะสมโรมมิ่ง ‘วิเชียร’ ทีโอที คาดใช้เวลา 2-3 เดือนคุยรายละเอียดผลประโยชน์ข้อตกลงต่างๆ ‘วิเชียร’ เอไอเอสยันขอแค่ได้โรมมิ่ง ยอมรับเงื่อนไขทุกอย่าง 
 
 เมื่อวันที่ 5 ก.พ.นายวิเชียร นาคศรีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัท ทีโอที และนายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ได้เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กรณีที่เอไอเอสขอใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่งดาต้า) กับบริการ 3G ของทีโอที สืบเนื่องจากการประชุมบอร์ดกทช. เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา กทช. มีมติให้ เอไอเอสและทีโอทีเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องคำจำกัดความของคำว่า ‘โรมมิ่ง’ ว่าครอบคลุมไปถึงระดับใดและการทำสัญญาโรมมิ่งของทั้ง 2 ฝ่ายเกี่ยวข้องกับการแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือไม่ 
 
 นายวิเชียร นาคสีนวล กล่าวว่า ทีโอทียินดีที่จะให้เอไอเอสโรมมิ่งดาต้าได้ แต่ต้องมีการตกลงกันในรายละเอียด อาทิ ในแง่ของการใช้โครงข่าย ค่าอินเตอร์คอนเน็กชั่นชาร์จ(ไอซี) และค่าธรรมเนียต่างๆในการดำเนินการว่าจะถือเป็นรายได้ที่เอไอเอสต้องจ่ายเป็นส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญาร่วมการงานหรือไม่ โดยคาดว่าระยะเวลาที่ในในการดำเนินการดังกล่าวน่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนซึ่งน่าจะพอดีกับที่ MVNO สามารถตั้งหลักได้ สำหรับเรื่องดังกล่าวทีโอทียอมรับว่าเป็นการสื่อสารกันผิดมากกว่าและไม่ได้เจรจากันให้ชัดเจนจึงทำให้ไม่เข้าใจกัน 
 
 ด้านนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอทีกล่าวว่าโดยหลักการเรื่องนี้บอร์ดทีโอทีต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยในวันอังคารที่ 9 ก.พ.นี้ฝ่ายบริหารทีโอทีจะนัด MVNO (ผู้เช่าใช้โครงข่ายให้บริการ) เข้าร่วมหารือว่าจำนวนเลขหมายที่ MVNO ต้องการอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อจัดสรรคาปาซิตี้ที่เหลือให้กับเอไอเอสเข้ามาโรมิ่งดาต้า บนโครงข่าย 3G ของทีโอที ส่วนประเด็นที่จะสามารถโรมิ่งได้หรือไม่นั้นจำเป็นต้องรอคำตัดสินชี้ขาดจากกทช.ในวันที่ 8ก.พ.นี้ 
 
 อย่างไรก็ตามการเจรจา เรื่องการโรมมิ่งดาต้าจะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่นผลทางเทคนิค ด้านโรมมิ่ง ค่าใช้จ่ายในการโรมมิ่งรวมถึง การกำหนดค่าเชื่อมโยงโครงข่ายหรือไอซี ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้ MVNOมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอสกล่าวว่าทั้ง 2 บริษัทมีความเข้าใจที่ดีต่อกันแล้ว โดยจะมีการนัดเจรจารายละเอียด เงื่อนไข ผลตอบแทน ในการเปิดให้บริการอย่างชัดเจนต่อไป และจะมีการแถลงข่าวร่วมกันอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง 
 
 ทั้งนี้ การให้ข้อมูลครั้งนี้ทั้งเอไอเอส และทีโอทีเป็นไปในทิศทางเดียวกันถึงความหมายของการโรมมิ่งว่าคือการดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่างตอบแทนและจะไม่มีผลกระทบต่อสัญญาร่วมการงานที่มีอยู่ เพราะการโรมมิ่งถือเป็นรูปแบบการให้บริการเพิ่มเติมเท่านั้น และจุดยืนในการให้บริการที่มองถึงผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับเป็นหลัก 
 
 อย่างไรก็ตามสำหรับการพิจารณาของบอร์ดกทช.ในวันจันทร์ที่ 8 ก.พ.นั้น ถือเป็นดุลยพินิจในส่วนกทช.แต่เชื่อว่ากทช.เองเข้าใจและอยากให้เป็นไปตามที่ทั้ง 2บริษัทวางแผนธุรกิจไว้ โดยเฉพาะถ้าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่กทช.จะอนุญาตให้ ทีโอที และเอไอเอสโรมมิ่งได้ 
 
 ทั้งนี้ในส่วนที่ทีโอทีต้องการขอเวลาให้ MVNO สามารถเปิดให้บริการจนมีความเข้มแข็งนั้น เอไอเอสมองว่าไม่จำเป็น เนื่องจากการโรมมิ่งกับทีโอทีจะทำให้ MVNO มีจุดขายในเรื่องประสิทธิภาพ และความสามารถในการให้บริการด้วยโครงข่ายทั่วประเทศ ประกอบกับเอไอเอสขอโรมมิ่งไปกับทีโอทีเพียง 50,000 เลขหมาย และหากทีโอทีไม่สามารถให้โรมมิ่งในจำนวนดังกล่าว เอไอเอสก็พร้อมจะเจรจาต่อรองได้ 
 
 ’เอไอเอส ยินดีเปิดทางเจรจาเงื่อนไขต่างๆ กับทีโอที และยอมรับถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องยึดข้อเสนอเดิม เช่น การโรมมิ่งดาต้าที่ 5 หมื่นเลขหมายขณะเดียวกัน เอไอเอส ก็จะยุติประเด็นการหยุดให้บริการโรมมิ่งเสียง (วอยซ์) ที่ทำอยู่กับ 3Gทีโอทีด้วย เพราะถือว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ’ 
 
 Company Related Links : 
 AIS 
 TOT 

 

MobileExpo 2010 : เอไอเอสขาย Bold 9700 เริ่มที่ 22,900.-

February 5, 2010

 เอไอเอสตอกย้ำภาพผู้นำตลาดมือถือแบล็คเบอรี่ สร้างความแตกต่างและนำเทรนด์ใหม่ๆ ให้สาวกบีบี เปิดตัวมือถือแบล็คเบอรี่รุ่นล่าสุดของเมืองไทยที่ทุกคนรอคอยกับ AIS BlackBerry Bold 9700 ที่มาพร้อมโปรโมชั่นฟรี 650 บาท 1 เดือน เปิดให้จองแล้ววันนี้ที่ AIS SHOP ทุกสาขา และงาน Thailand Mobile Expo 2010 ในราคา 22,900 บาท 
 
 นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส เปิดเผยว่า หลังจากที่เอไอเอสปลุกกระแสมือถือแบล็คเบอรี่สู่ตลาดผู้ใช้ทั่วไป จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยการจำหน่ายมือถือแบล็คเบอรี่รุ่นต่างๆ หลากหลาย, การออกแพ็คเกจค่าใช้บริการแบล็คเบอรี่ให้กับทั้งผู้ใช้ระบบโพสต์เพด และพรีเพด ทั้งแบบเหมาจ่ายและใช้ไม่อั้น (unlimited) รวมทั้ง Content ที่พัฒนาขึ้นเพื่อ BlackBerry ผ่านทาง AIS BlackBerry Portal และบริการหลังการขาย ที่พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการใช้งานในทุกๆ Touch Point ไม่ว่าจะเป็น คอลเซ็นเตอร์ และบนเว็บเพจตลอด 24 ชม. นั้น 
 
 ล่าสุด ได้เปิดตัว BlackBerry Bold 9700 สมาร์ทโฟนสมบูรณ์แบบที่สาวก BB ชาวเอไอเอสรอคอย ด้วยรูปลักษณ์ที่ทันสมัย บางเบา แต่ยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์สไตล์ BlackBerry Bold ที่เป็นรุ่นยอดนิยม ตอบโจทย์ทั้ง Workstyle และ Lifestyle ได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นหลักอย่างครบครัน อาทิ รองรับการใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟท์ต่างๆ, Social Networking ยอดฮิต อย่าง Face Book ,รองรับ HSDPA, GPS , Wi-Fi พร้อมฟังก์ชั่น Multi Media ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ HVGA ที่คมชัดสุดๆ , กล้อง 3.2 ล้านพิคเซล , Mobile Streaming ที่ทำให้รับความบันเทิงได้แบบไร้ขีดจำกัด 
 
 และในโอกาสนี้ เพื่อมอบความพิเศษที่มากยิ่งกว่าแก่ลูกค้าบีบีชาวเอไอเอส เราจึงผสมผสานสองความต่างระหว่าง ศิลปะกับเทคโนโลยี ให้เข้ากันอย่างลงตัว โดยได้เรียนเชิญ ศิลปินสไตล์ป็อบอาร์ตที่มีผลงานโดดเด่น ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว หม่อมหลวง จิราธร จิรประวัติ ในการออกแบบภาพธีม, วอลเปเปอร์, 3D SKIN คอลเลคชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า AIS BlackBerry เท่านั้น โดยสามารถโหลดผ่าน AIS BlackBerry Portal แหล่งรวมแอพฯ และคอนเทนต์สุดเทรนดี้ที่ได้รับการ certify ว่าปลอดภัยกับตัวเครื่อง ให้สาวกแบล็คเบอรี่ได้สนุกกับสารพัดลูกเล่นใหม่ๆ ทั้งแบบฟรีคอนเทนต์และคอนเทนต์พรีเมี่ยมให้เลือกโหลดกันอย่างจุใจ อาทิ ทีวีออนโมบาย ดูทีวีได้มากกว่า 30 ช่อง, ธีมแต่งมือถือเก๋ๆ, เกมสุดฮอต, เพลง, ริงโทน, วีดีโอคลิป, คอมมูนิตี้แชท ฯลฯ โดยลูกค้าเอไอเอส แบล็คเบอรี่สามารถดาวน์โหลดภาพธีมของม.ล. จิราธร และคอนเทนต์อื่นๆ ได้ฟรี! เพียงเข้าไปที่ mobilelife.co.th บนหน้าจอแบล็คเบอรี่ของคุณ 
 
 สนใจสั่งจอง AIS BlackBerry Bold 9700 ได้แล้ววันนี้ ที่เอไอเอส ช็อป ทั่วประเทศ, เซเรเนด คลับทุกแห่ง, วัน-ทู-คอล! ช็อป ดิจิตอล เกทเวย์ และที่บูธ AIS ในงาน Thailand Mobile Expo 2010 (ระหว่างวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์) ในราคา 22,900 บาท พร้อมรับแพ็คเกจ AIS BlackBerry Unlimited 650 บาท ฟรี! 1 เดือน พิเศษ! สำหรับ 100 ท่านแรกที่สั่งจองในงาน รับฟรี! ลำโพงแบบพกพา (Portable Speaker Limited Edition) และเสื้อโปโล BlackBerry จากเอไอเอส เริ่มรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้เป็นต้นไป สอบถามโทร 1175 
 

MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.-

February 4, 2010

   

 

 

ดีแทคประกาศขาย BlackBerry Bold 9700 ในราคาเริ่มที่ 19,999 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าพร้อมผูกสัญญาไม่ระบุปี ค่าบริการ 1,250 บาทต่อเดือน เปิดสั่งจองเครื่องล่วงหน้าที่งาน Mobile Expo 2010 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 มัดจำ 2,000 บาท 
 
 นายวรรษิษฐ์ ไสยวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่าหลังจากสั่งจองเครื่อง BlackBerry Bold 9700 ที่งาน Mobile Expo 2010 ด้วยการวางเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาท ก็สามารถรับเครื่องได้ในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2553 ที่สำนักงานบริการดีแทค 6 สาขา ได้แก่ จามจุรี สแควร์ สยาม พารากอน เซ็นทรัล เวิลด์ ฟิวเจอร์ ปาร์ค รังสิต เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และซีคอน สแควร์ โดยลูกค้าที่สั่งจองในงาน จะได้รับอุปกรณ์เสริม BlackBerry ฟรีทันที 
 
 ”จากความสำเร็จในการเปิดให้บริการ BlackBerry ที่ผ่านมา เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอมือถือ BlackBerry Bold 9700 รุ่นใหม่ล่าสุด เราเชื่อว่า BlackBerry Bold 9700 จะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งในกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มไลฟ์สไตล์ เนื่องจาก BlackBerry Bold 9700 รุ่นใหม่นี้ เป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง และมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม นาย วรรษิษฐ์ กล่าว 
 
 ดีแทคระบุว่า จะวางจำหน่ายเครื่อง BlackBerry Bold 9700 อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ณ สำนักงานบริการดีแทค (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) และดีแทค เซ็นเตอร์ ทีจีโฟน เจย์มาร์ท ไอ-โมบายล์ บลิสเทล และ ไออีซี ช็อป ที่ร่วมโครงการ เครื่อง BlackBerry Bold พร้อมแพคเกจโปรโมชันราคาเริ่มต้นที่ 19,999 บาท (ไม่รวม VAT) และราคา 22,999 บาท (ไม่รวม VAT) สำหรับเปล่า 
 
 โปรโมชันบริการของดีแทคที่เพิ่งออกมาใหม่คือ BlackBerry UNLIMIT 500 MIN สำหรับลูกค้าที่มีปริมาณการโทรออกสูง ลูกค้าสามารถโทรฟรี 500 นาทีต่อเดือน ค่าโทรส่วนเกินคิดนาทีละ 1.50 บาท ส่ง SMSในราคา 2 บาท MMS 5 บาท และพร้อมใช้งานดีแทค อินเทอร์เน็ต และบริการ BlackBerry แบบไม่จำกัด ในราคาเพียงเดือนละ 1,250 บาท 
 
 ยังมีโปรโมชัน BlackBerry UNLIMIT Spring สำหรับผู้ทำสัญญารายปี สามารถใช้บริการ ฟรี 1 เดือน พร้อมรับสิทธิ์ส่วนลดในการซื้อเครื่องแบล็กเบอรี่ 3,000 บาท 
 
 นายเกรกอรี่ เวดด์ รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Research In Motion (RIM) กล่าวว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับดีแทค ในการนำเอาเครื่องสมาร์ทโฟน BlackBerry Bold 9700 รุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากประสิทธิภาพ ฟังก์ชั่นของตัวเครื่อง เราหวังว่าเครื่อง BlackBerry 9700 จะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในกลุ่มผู้บริโภค 
 
 เครื่องสมาร์ทโฟน BlackBerry Bold 9700 เป็นเครื่องรุ่นเปี่ยมประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถรองรับระบบเครือข่ายเทคโนโลยี 3G HSDPA ทั่วโลก ตัวเครื่องมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ความเร็วสูง 624 เมกะเฮิร์ตซ หน่วยความจำภายใน (แฟลชเมโมรี่) 256 MB ระบบ GPS ในตัว (บิลท์-อิน) ความสามารถในการเชื่อมต่อ Wi-Fi กล้องถ่ายรูป 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมจอแสดงผลที่คมชัด ระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ ระบบป้องกันการสั่นไหวของรูปภาพ พร้อมไฟแฟลช ดิจิตอล ซูม 2 เท่า และกล้องวิดิโอ สามารถบันทึก และเรียกดูวิดิโอได้บนจอแสดงผลความละเอียดสูง (Hi-res) รวมทั้งสามารถแชร์ไฟล์ผ่านทางอี-เมล์ text message ตลอดจนเวบไซท์ social network ต่างๆ 
 
 เครื่องสมาร์ทโฟนมาพร้อมระบบปฏิบัติการ BlackBerry OS 5.0 ที่ช่วยจัดการระบบอีเมล์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพโปรแกรมปฏิทิน และบันทึกนัดหมาย (calendar) รวมทั้งช่วยสร้างประสบการณ์การเบราส์อินเทอร์เน็ตที่ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จะประทับใจกับประสิทธิภาพของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น รวมทั้งความสามารถในการทำงานทั้งด้านเสียง และดาต้า รวมไปถึงการใช้อีเมล์ แอคเคานท์ทั้งของส่วนตัว และองค์กรได้ในเวลาเดียวกัน ระบบวิศวกรรมอันทันสมัยของตัวเครื่องแสดงออกให้เห็นผ่านรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเครื่องที่มาพร้อมกับปุ่ม trackpad ซึ่งเป็นระบบสัมผัสที่มีประสิทธิภาพโดดเด่น กรอบโครเมียมสีเข้ม พร้อมหนังเทียมที่ด้านหลังตัวเครื่องช่วยเสริมความภูมิฐาน ในขณะที่ตัวเครื่องที่แคบลง น้ำหนักที่สมดุลย์ ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้นเมื่อถือไว้ในมือ 
 
 การประกาศของดีแทคเกิดขึ้นหลังจาก RIM ประกาศราคาขายเครื่องเปล่า Bokd 9700 ที่ราคา 23,000 ไม่รวมภาษี ทำให้เห็นว่างานนี้ดีแทคเข้ามาซับซิไดซ์ค่าเครื่องราว 3,000 บาท 
 
 ***ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Mobile Expo 2010 
 
 MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน 
 MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.- 
 MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 1 
 MobileExpo 2010 : คนเยอะ-โปรฯแยะ 
 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว! 
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าวแผนที่การเดินทางไปยังศูนย์สิริกิติ์Latitude: 13.726523 Longitude: 100.55996 
 
 Company Related Links : 
 DTAC 

 

MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน

February 4, 2010

     

 

 

 

ไทยแลนด์ โมบายเอ็กโปซ์ ตั้งเป้าเงินสะพัดภายในงานกว่า 1,200 ล้าน ผู้ค้าเข้าร่วมกว่า 30 แบรนด์ เทรนด์3G-สมาร์ทโฟนช่วยกระตุ้นตลาด คาดสิ้นปีตลาดรวมมือถือโตไม่ต่ำกว่า 5% โนเกีย-แอลจี-ซัมซุง-ไอโมบาย ตบเท้ายกทัพสินค้าเข้ากระตุ้นยอดขายหวังแบ่งเค้กเงินสะพัดภายในงานนี้ 
 
 นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชัน จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายปี 52 ที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้จ่ายมากขึ้น รวมกับปัจจัยในการเติบโตของตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการมาของ 3G ในประเทศ รวมถึงสมาร์ทโฟนจากระบบปฎิบัติการต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อโทรศัพท์มือถือ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวถือเป็นตลาดกลางให้ผู้ขายและผู้บริโภคได้มาซื้อ-ขายกัน 
 
 “จากการจัดงานกว่า 6 ครั้งที่ผ่านมาได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีมาตลอด จึงคาดหมายยอดผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้มากกว่า 6 แสนคน ยอดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากอินเตอร์แบรนด์ทำการลดราคา รวมไปถึงกระแสการซื้อไอโฟนเริ่มตกลง ทำให้ยอดรวมทั้งงานไม่น่าจะสูงเกินกว่าปีที่ผ่านมา” 
 
 ***3G-สมาร์ทโฟนคึกคัก 
 
 ฝั่งแอลจีเริ่มประเดิมตลาดโทรศัพท์มือถือรองรับ 3G รุ่นใหม่อย่าง Lollipop หวังขายทั้งปีเกิน 100,000 เครื่อง ส่วนยอดขายภายในงานคาดประมาณ 15 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 30% เชื่อสิ้นปีตลาดรวมมือถือขึ้นไปอยู่ประมาณ 9.5 ล้านเครื่อง จากปัจจัยทั้ง 3G และกระแสสมาร์ทโฟน ส่วนมาเก็ตแชร์หวัง 15% ในปีนี้ 
 
 เอียน วู ลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลกทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจี โลลีป็อป ถือเป็นรุ่นหลักของปีนี้ที่เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้แอลจี โดยจากการสำรวจตลาดก่อนนำมาวางจำหน่ายพบผู้บริโภคสนใจมากกว่าแสนราย นอกจากนี้ยังคาดว่าจะเปิดตัวมือถือไม่ต่ำกว่า 40 รุ่นภายในปีนี้ โดยมีทั้งฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟน 
 
 “ปัจจุบันมาเก็ตแชร์ของแอลจีอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งหวังว่าในปีนี้จะขึ้นมาอยู๋ราว 15% จากไลน์โทรศัพท์มือถือในช่วงราคาปานกลาง-สูง ประมาณ 30 รุ่น ซึ่งในจำนวนนี้จะมีทั้งเครื่องที่เป็นสมาร์ทโฟนและรองรับ 3G อยู่ด้วย ส่วนมูลรวมของตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ ไม่น่าจะต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากราคาเฉลี่ยต่อเครื่องที่ปรับขึ้นจากสมาร์ทโฟน” 
 
 ทางฝั่งซัมซุง หันมาให้ความสำคัญกับทัชสกรีนโฟนราคาถูกอย่าง ซัมซุงแคนดี้ ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 50,000 เครื่อง ส่วนภายในงานคาดว่าจะมียอดขายโทรศัพท์ประมาณ 4,000 เครื่อง เชื่อว่ายังคงเป็นผู้นำตลาดทัชโฟนแน่นอน นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวซัมซุง กาแล็คซี สปิก้า ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ภายในงานด้วย 
 
 นายสิทธิโชค นพชินบุตร หัวหน้าฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม ไทยซัมซุง อิเล็กทรอนิคส์ มองภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในปีนี้ว่าเติบโตแน่นอน โดยคาดว่าจำนวนยอดขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีที่ผ่านมา ส่วนในเรื่องของมูลค่านั้นก็เติบโตเช่นเดียวกันแต่อยู่ในเลข 1 หลัก ซึ้งยังต้องรอดูว่าการเข้ามาของสมาร์ทโฟนจะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นหรือไม่ 
 
 ”เป้าหมายหลักของซัมซุงภายในงานนี้คือ จำหน่าย ซัมซูง วัน ให้ได้ประมาณวันละ 400 เครื่อง ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคที่หันมาสนใจทัชโฟนราคาถูกเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ส่วนผู้ที่เคยใช้อยู่เดิม อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงในการเลือกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มีความสามารถเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของทางซัมซุงในปีนี้ จะมีรุ่นนี้รองรับ 3G ไม่ต่ำกว่า 20 รุ่นในตลาด ส่วนงบการตลาดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท หรือ 10% จากยอดขายในปีที่ผ่านมา” 
 
 ด้านไอ-โมบาย เปิดตัวโทรศัทพ์กว่า 15 รุ่น รุกตลาด 3G-สมาร์ทโฟนจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง 2 ซิม ดูทีวี รองรับการเชื่อมต่อ 3G รวมกับตั้งบูทกระตุ้นยอดขาย ไอ-โมบาย 3Gx ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4.5 ล้านเครื่อง ส่วนผู้ใช้ 3Gx เพิ่มเป็น 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ มาเก็ตแชร์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 33% 
 
 นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด มหาชน กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้จะเน้นการนำเข้าเครื่องที่รองรับ 3G และ สมาร์ทโฟนเช่นเดียวกับกระแสของตลาดในปีนี้ โดยปีนี้จะมีการเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 30 รุ่นซึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งจะรองรับการใช้งาน 3G ส่วนจุดเด่นของไอ-โมบายในปีนี้จะอยู่ที่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ราคาถูกในช่วง 6,000 – 11,000 บาท และในอนาคตเชื่อว่าจะทำให้อยู่ในช่วง 5,000 บาทให้ได้ 
 
 ”แม้ว่าตลาด 3G กำลังเติบโต แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคที่ต้องการใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วไปยังคงมีอยู่ ทำให้สินค้าที่ออกมาต้องตอบรับกับทุกกลุ่มลูกค้า สำหรับส่วนแบ่งตลาดเฮาส์แบรนด์ในปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 65-70% ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าถ้า 3G เข้ามาแบบเต็มตัวผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับแบรนด์และเซอร์วิสหลังการขายมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” 
 
 ส่วนความคืบหน้าทางด้าน ไอ-โมบาย 3Gx ที่ต้องการเป้าผู้ใช้ 200,000 รายในปีนี้ เตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกอย่าง 7-11 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณทลภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น รวมกับการเปิดศูนย์บริการอีก 2-3 แห่งเพื่อรองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและ 3G 
 
 ***ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Mobile Expo 2010 
 
 MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน 
 MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.- 
 MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 1 
 MobileExpo 2010 : คนเยอะ-โปรฯแยะ 
 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว! 
 
  
 
  
 
  
 
  
 
  
 
  
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าว 
 
 แผนที่การเดินทางไปยังศูนย์สิริกิติ์ 
 Latitude: 13.726523 Longitude: 100.55996 
 
 Company Related Links : 
 MobileExpo2010 

 

MobileExpo 2010 : ทรูมูฟขาย Bold 9700 เริ่มที่ 21,300.-

February 4, 2010

 

ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ (ที่ 3 จากขวา)

ทรูมูฟเปิดโปรโมชันผ่อน 0% นาน 6 เดือน เมื่อจองแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 และ ซื้อแบล็กเบอร์รี่ เคิร์ฟ 8520 ในงานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2010 เคาะราคาขายพร้อมซิมทรูมูฟเครื่องละ 21,300 บาท (ไม่รวมภาษี) ชูแพกเกจแบล็กเบอร์รี่แบบเติมเงินเริ่มต้นเพียง 60 บาท ใช้ได้นาน 3 วัน 
 
 นอกจากจองซื้อแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 ในงานไทยแลนด์ โมบายล์ เอ็กซ์โป 2010 ระหว่างวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในราคาเครื่องละ 21,300 บาท ทรูมูฟยังเปิดให้จองซื้อผ่าน www.truemove.com ตั้งแต่วันที่ 4-11 กุมภาพันธ์ 2553 ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกรับเครื่องที่ร้านทรูช้อปสาขาที่ต้องการ ได้แก่ ทรู เออร์บาน พาร์ค สยามพารากอน, ทรูช้อป สยามสแควร์ ซอย 3 และทรูช้อป ยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ สีลม โดยรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไป 
 
 นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่าทรูมีความพร้อมจำหน่ายแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 เพราะเครือข่าย 3G ที่เปิดให้ทดลองใช้งานครอบคลุมพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ หัวหิน ชะอำ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต รวมทั้งเครือข่าย Wi-Fi กว่า 18,000 จุดทั่วประเทศ 
 
 แพกเกจค่าใช้แบล็กเบอร์รี่ของทรูมีให้เลือกทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน ได้แก่ แพกเกจแบล็กเบอร์รี่แบบเติมเงินเริ่มต้นเพียง 60 บาท ใช้ได้นาน 3 วัน, แพกเกจใหม่ล่าสุด BlackBerry Super Chat แบบเติมเงิน สำหรับนักเรียนและนักศึกษาโดยเฉพาะ รวมเฉพาะ 4 บริการยอดนิยม ได้แก่ แชตผ่าน BBM เชื่อมต่อ Facebook บริการ Push Mail และท่องเน็ตผ่านแบล็กเบอร์รี่แบบไม่จำกัด เพียงเดือนละ 300 บาท 
 
 สำหรับแพกเกจแบล็กเบอร์รี่แบบเต็มอิ่มไม่จำกัด ทรูมูฟคิดราคา 599 บาทต่อเดือน 
 
 เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก ระหว่างวันที่ 5 28 กุมภาพันธ์นี้ ทรูมูฟยังจัดวาเลนไทน์แพกเกจ รับสิทธิ์เลือกเบอร์สวยคล้ายกันและเลือกแบล็กเบอร์รี่ พิน คล้ายกัน เมื่อซื้อแบล็กเบอร์รี่ โบลด์ 9700 หรือ แบล็กเบอร์รี่ เคิร์ฟ 8520 พร้อมกัน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นครั้งแรกในไทยที่ให้ลูกค้าเลือกแบล็กเบอร์รี่ พิน ได้ 
 
 ***ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Mobile Expo 2010 
 
 MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน 
 MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.- 
 MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 1 
 MobileExpo 2010 : คนเยอะ-โปรฯแยะ 
 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว! 
 
 Company Related Links : 
  Truemove 
 

ฮัทช์-ทรูมูฟ-เอไอเอส ถูกร้องเรียนสูงสุดเดือน ม.ค.

February 4, 2010

 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สรุปยอดร้องเรียนปัญหาโทรคมนาคมเดือนแรกของปีเสือ พบ”ฮัทช์”ครองแชมป์สอบตกด้านคุณภาพการให้บริการ ขณะที่”ทรูมูฟ”คิดเงินผิดสูงสุด ด้าน”เอไอเอส”ครองแชมป์ด้าน SMS รบกวน 
 
 นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า เดือนมกราคมที่ผ่านมา สบท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการโทรคมนาคม ทั้งโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตจำนวนทั้งสิ้น ๒๒๘ เรื่อง มากกว่าเดือนมกราคม ๒๕๕๒ ประมาณ ๓-๔ เท่าตัว  
 
 ปัญหาที่ร้องเรียนเข้ามามากที่สุดคือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ๑๔๐ เรื่อง โดยเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดคือ มาตรฐานการให้บริการที่ดีและคุณภาพบริการ จำนวน ๓๘ เรื่อง เช่น โทรข้ามเครือข่ายยาก สายหลุด บริษัทที่ถูกร้องเรียนปัญหานี้มากที่สุด คือ บริษัทฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด จำนวน ๓๒ เรื่อง 
 
 ปัญหาที่ถูกร้องเรียนมากเป็นอันดับ ๒ คือการคิดค่าบริการผิดพลาด ๒๙ เรื่อง บริษัทที่ถูกร้องเรียนปัญหานี้มากที่สุดคือ บริษัททรูมูฟ จำกัด จำนวน ๑๔ เรื่อง 
 
 ปัญหาร้องเรียนอันดับ ๓ คือปัญหาสิทธิความเป็นส่วนตัวและข้อความรบกวน จำนวน ๒๙ เรื่อง บริษัทที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) จำนวน ๑๘ เรื่อง 
 
 ส่วนการให้บริการอินเทอร์เน็ตมีจำนวนผู้ร้องเรียน ๕๙ เรื่อง โดยปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดยังเป็นเรื่อง มาตรฐานการให้บริการที่ดีและคุณภาพการให้บริการ เช่น อินเทอร์เน็ต ช้า หลุดบ่อย จำนวน ๓๘ เรื่อง บริษัทที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รองลงมาคือ บริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด 
 
 สำหรับการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน มีผู้ร้องเรียนเข้ามาทั้งสิ้น ๒๔ เรื่อง ปัญหาที่ร้องเรียนมากที่สุดของโทรศัพท์พื้นฐานคือ การคิดค่าบริการผิดพลาด รองลงมาคือ มาตรฐานการให้บริการที่ดีและคุณภาพการให้บริการ เช่น มาซ่อมแซมล่าช้า การให้ข้อมูลไม่ครบ บริษัทที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดทั้ง ๒ ประเด็นปัญหาคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) 
 
 Company Related Links : 
 สบท. 
 

กทช.ขอเวลา สางปม AIS/TOT จันทร์หน้า

February 3, 2010

 กทช.ยังไม่ชี้ชะตาโรมมิ่งดาต้า เอไอเอส-ทีโอที ขอเวลาเรียก 2 ฝ่ายให้ข้อมูลเพิ่มก่อน นัดประชุมพิเศษชี้ขาดจันทร์หน้า (8 ก.พ.) เผยที่ผ่านมาทั้งคู่ทำสัญญาโรมมิ่งกันเองมาตลอด ด้านดีแทคเฮ กทช.ตัดสินข้อพิพาทระหว่างกทช.เคาะไอซีระหว่างกันนาทีละ 0.50 บาท 
 
 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกทช. เปิดเผย ว่าการประชุมบอร์ดวันที่ 3 ก.พ. 53 ยังไม่มีข้อยุติ เรื่องการกรณีเชื่อมโยงโครงข่ายเพื่อใช้งานสื่อสารข้อมูล (โรมมิ่งดาต้า) ระหว่างโครงข่าย 2G ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) ไปยังโครงข่าย 3G TOT ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เนื่องจากบอร์ดต้องการความชัดเจนจากเอไอเอสและทีโอทีใน 2 เรื่องได้แก่ คำนิยามของคำว่าโรมมิ่ง จำกัดความถึงระดับไหน รวมทั้งการทำสัญญาโรมมิ่งระหว่าง 2 บริษัทเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือไม่ และการดำเนินการโรมมิ่งดังกล่าวเข้าข่าย MVNO หรือ หรือเอไอเอสรับหน้าที่เป็นเพียงผู้ทำการตลาดให้เท่านั้น 
 
 ทั้งนี้ บอร์ดจึงมีมติให้สำนักเลขาธิการฯกทช.ทำการนัดหมาย เอไอเอส และทีโอที เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 2 ประเด็นดังกล่าว ให้สำนักงานเลขาธิการฯกทช.สรุปรายละเอียดส่งให้บอร์ดพิจารณาในการประชุมนัดพิเศษวันจันทร์ที่ 8 ก.พ. 52 โดยการประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งกทช.จะพิจารณาว่าการโรมมิ่งของทั้ง 2 บริษัทจะเข้าข่ายต้องขออนุญาตจากกทช. หรือสามารถดำเนินการกันเองได้ทันที 
 
 หนังสือที่ทีโอทีทำมาเพื่อหารือกทช. ยังให้คำนิยามของคำว่าโรมมิ่งมาชัดเจน เช่นไม่ระบุว่าการโรมมิ่งดังกล่าวหมายถึงการโรมมิ่งโครงข่าย 3GTOT กับ โครงข่าย HPDA หรือไม่ และกทช.ยังตั้งข้อสงสัยว่าการทำสัญญาโรมมิ่งเป็นการแก้ไขสัญญาสัมปทานเดิมหรือไม่ ดังนั้น กทช.จึงมีมติให้สำนักงานนัดผู้ประกอบการทั้ง 2 รายมาให้ข้อมูลเพิ่ม 
 
 นายฐากรกล่าวต่อ การทำสัญญาโรมมิ่งระหว่างทีโอทีและเอไอเอสมีมาตั้งแต่ปี 47 ขณะนั้นทีโอทีให้บริการโทรศัพท์เคลื่อที่ 2G โดยกิจการร่วมค้าไทย-โมบายซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายทำสัญญากันเองมาโดยตลอด อีกทั้งสัญญายังเป็นปีต่อปี โดยการเปิด 3G ทีโอทีในวันที่ 3 ธ.ค.53 ที่ผ่านมา ทีโอทีก็ได้ทำสัญญาขอโรมมิ่งวอยซ์ในพื้นที่ต่างจังหวัดกับเอไอเอสระหว่างกันเองด้วยเช่นกัน 
 
 เรื่องนี้ ถ้าทั้ง 2 ฝ่ายทำกันเองโดยไม่มีประกาศออกมาก่อน ก็จะไม่มีประเด็นเกินขึ้นจนต้องส่งเรื่องหารือกทช. 
 
 
 จบข้อพิพาทไอซี ดีแทค-กสท 
 
 นายฐากรกล่าวต่อว่า บอร์ดมีมติ ยุติข้อพิพาทเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่าง บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) เรียบร้อยแล้ว โดยระบุให้ทั้งคู่ใช้อัตราค่าเชื่อมโยงโครงข่าย(ไอซี) ที่นาที 0.50 บาท โดยอัตราดังกล่าวจะเริ่มใช้เมื่อผู้ประกอบการทั้ง 2 รายได้รับคำสั่งและไม่มีผลย้อนหลัง 
 
 อย่างไรก็ดีสำหรับค่าไอซีดังกล่าวมีบังคับใช้ผลเฉพาะ 2 บริษัทนี้เท่านั้น ไม่รวมถึงผู้ประกอบการรายอื่น สำหรับอัตราไอซีดังกล่าว ดีแทคสามารถนำไปฟ้องร้องเพื่อร้องค่าเสียหายจากกสท. ได้ทันที ประกอบกับฮัทช์อาจจะไม่สามารถทำโปรโมชันที่มีราคาต่ำกว่า 0.50 บาทได้อีก เนื่องจากจะส่งผลให้ขาดทุนในการดำเนินงานทันที 
 

เครื่องเปล่า Bold 9700 เคาะที่ 23,000 บาท

February 3, 2010

     

 

 

 

รีเสิร์ช อิน โมชัน (RIM) เปิดตัว แบล็กเบอรี โบลด์ 9700 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เคาะราคาเครื่องเปล่า 23,000 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมส่งมอบเครื่องปลายกุมภาพันธ์ นี้ ส่วนราคาของแต่ละโอเปอเรเตอร์ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง บอกประเทศไทยแบล็กเบอรีขายดีเพราะผู้นำทางความคิดในสังคมและผู้บริโภคเรียนรู้เทคโนโลยีเร็ว 
 
 เกรกอรี่ เวดด์ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รีเสิร์ช อิน โมชัน กล่าวว่า การเปิดตัวแบล็กเบอรี โบลด์ 9700 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของ อาร์ไอเอ็ม ในการเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อที่จะได้มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นตามผลสำรวจของไอดีซี 
 
 ”ทางไอดีซี มีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2010 สัดส่วนระหว่างสมาร์ทโฟนและฟีเจอร์โฟนจะขึ้นมาอยู่ที่ 14% จาก 12% ในปีที่ผ่านมา ส่วนในปี 2013 จะขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 24% ดังนั้น เชื่อว่าการเติบโตในตลาดสมาร์ทโฟน ถือเป็นโอกาสดีที่ทางอาร์ไอเอ็มจะเติมโตไปพร้อมๆกับภาพรวมของตลาด” 
 
 ทั้งนี้ทางอาร์ไอเอ็ม ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์หรือยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนภายในประเทศไทยได้ เนื่องมาจากเป็นนโยบายของบริษัท แต่ในตลาดรวมทั่วโลกในไตรมาส 3 ของปีงบประมาณที่ผ่านมา ทางอาร์ไอเอ็มมียอดขายประมาณ 3.92 พันล้านเหรียญ 
 
 ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแบล็กเบอรีทั่วโลกประมาณ 36 ล้านคน จากผู้จำหน่าย 530 โอเปอเรเตอร์ใน 170 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้ใช้งานในประเทศไทยส่วนใหญ่ เกิดขึ้นตามการเติบโตของเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นหลัก รวมไปถึงการใช้งานตามผู้นำความคิดทางสังคม นอกจากนี้ยังมองว่าผู้บริโภคในประเทศทไทย มีการเรียนรู้เทคโนโลยีได้รวดเร็ว ทำให้ยอดขายของสมาร์ทโฟนในประเทศไทยเติบโตได้เป็นอย่างดี 
 
 แบล็กเบอรี โบลด์ 9700 ถือเป็นเครื่องที่รองรับการใช้งานได้อย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อ 3G หน่วยประมวลผลความเร็วสูง 624 MHz หน่วยความจำภายใน 256MB ระบบระบุพิกัดแผนที่ GPS รองรับการเชื่อมต่อไวไฟ กล้องความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล และจอภาพความละเอียดสูง ปุ่มควบคุมทิศทางยังมีการเปลี่ยนเป็นแทร็กแพด เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม ขนาดของตัวเครื่องมีขนาดเล็กกระทัดรัดมากยิ่งขึ้น 
  
 สำหรับราคาจำวางจำหน่ายของแบล็กเบอรีโบลด์ 9700 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานแถลงข่าว AIS Vision เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางเอไอเอสเปิดให้จองในราคา 23,900 บาท ส่วนความคืบหน้าทางด้านดีแทค คาดว่าจะมีการเปิดให้จองภายในงานไทยแลนด์โมบายเอ็กโปซ์ 2010 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมส่งมอบเครื่องในวันที่ 13-14 ก.พ. นี้ 
 
 โดยคาดว่าทั้ง 3 ค่ายโอเปเรเตอร์ ทั้ง เอไอเอส ดีแทค และทรู จะสามารถเริ่มส่งเครื่องให้กับผู้บริโภคภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ยังไม่มีความแน่นอนว่าราคาจำหน่ายของแต่ละค่ายจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาเครื่องเปล่า 23,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมภาษีแล้วน่าจะทะลุเกิน 24,000 บาท 
 
 
สำหับราคาแบล็กเบอรีโบลด์ 9700 เครืองหิ้วในเกรย์มาเก็ตในปัจจุบันนั้น จากการสำรวจตลาดพบว่าอยู่ในช่วงราคาประมาณ 17,000 – 19,000 บาทเท่านั้น สำหรับเครื่องที่มีโลโก้ และสูงกว่านี้เล็กน้อยในกรณีที่เป็นเครื่องที่ไม่มีโลโก้ผู้ให้บริการในต่างประเทศอย่าง at&t และ t-mobile 
 
 Company Related Links : 
 Blackberry 

 

“ปมAIS/TOT” ใครเริ่มไม่รู้ แต่กทช.ต้องเป็นคนจบ!

February 3, 2010

 

วิเชียร เมฆตระการ (ที่ 2 จากซ้าย) และทีมผู้บริหารเอไอเอส

นัวเนียอลวนกรณีข้อตกลงเรื่องโรมมิ่งระหว่างเอไอเอสและทีโอทีไม่ลงตัว ต่างฝ่ายต่างว่าตัวเองทำถูกแล้ว งานนี้เผือกร้อนอยู่ที่ กทช. อย่างเดียว ว่าจะชี้ชะตาโรมมิ่งขมระหว่างเอไอเอสและทีโอทีว่าจะออกลูกผีลูกคนอย่างไร 
 
 ต่อไปนี้คือประมวลข่าวความคืบหน้าจากปากผู้บริหารและแหล่งข่าวของเอไอเอสและทีโอที ซึ่งต้องยอมรับว่ายากเหลือเกินที่จะเดาว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรในนาทีนี้ 
 
 ก่อนการทะเลาะครั้งนี้ เอไอเอสนั้นประกาศว่าจะควงแขนทีโอทีเพื่อให้ลูกค้าเอไอเอสสามารถใช้บริการข้อมูล 3G ได้โดยไม่ต้องรอฤกษ์จากกทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ยอมให้ลูกค้าเอไอเอสโรมมิ่งบนเครือข่าย 3G ของทีโอทีได้และยกรายได้ให้เป็นของทีโอทีไปเต็มๆ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถูกมองว่าทั้ง 2 บริษัทเป็น”กิ๊กฟ้าผ่า”ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะหันมาร่วมมือกันเพื่อลุยธุรกิจ 3G ไปพร้อมกัน 
 
 แต่เพียง 10 วันให้หลัง เอไอเอสก็ออกมาบอกเลิกไม่ให้โรมมิ่งเพราะทีโอทีประกาศขอหารือกทช.ก่อนว่า คำขอโรมมิ่งดาต้า (การขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล) 3G กับทีโอทีของเอไอเอสนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบก่อนว่าโครงข่าย 3G ของทีโอทีสามารถรอบรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด (MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 ***เกียร์ว่างรอ กทช. 
 
 เอไอเอสออกแถลงการณ์วันที่ 2 กพ. ระบุว่ากำลังรอ กทช.ชี้ขาดว่าสามารถโรมมิ่งดาต้าโครงข่าย TOT 3G ได้หรือไม่ หากเรื่องยังนิ่งไม่เคลื่อนไหว ก็จะเตรียมยื่นเรื่องหยุดโรมมิ่งด้านเสียงลูกค้า TOT 3G ล่วงหน้า 7 วัน 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอสกล่าวว่า ผู้บริหารเอไอเอส นำโดยนายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการ ได้เข้าพบนายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอทีเพื่อชี้แจงสัญญาการเชื่อมโยงโครงข่าย (โรมมิ่ง) ที่เอไอเอส ได้ทำไว้กับกิจการร่วมค้าไทย-โมบายล์ ตั้งแต่ปี 2547 เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา คำชี้แจงไม่ต่างจากรายงานข่าวที่ปรากฏออกมา คือ เมื่อทีโอทีประสงค์จะหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เอไอเอสก็พร้อมจะปฏิบัติตาม แต่เอไอเอสจำเป็นต้องหยุดให้บริการโรมมิ่งด้านเสียงกับลูกค้า TOT 3G ด้วย เพื่อรอข้อสรุปจากกทช.เช่นกัน 
 
 “เพียงแต่ในขณะนี้เอไอเอสยังไม่หยุดการโรมมิ่ง เพราะตามสัญญาที่ทำไว้ระบุว่าการยกเลิกต้องแจ้งให้ทีโอทีทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน” 
 
 
 สัญญาที่เอไอเอสทำไว้กับกิจการร่วมค้าไทย-โมบายล์ตั้งแต่ปี 2547 เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่ไทย-โมบายล์สามารถให้บริการเสียง (โรมมิ่งวอยซ์) กับโครงข่ายเอไอเอสทั่วประเทศได้ เอไอเอสระบุว่า เมื่อทีโอทีมีโครงข่าย TOT 3G แล้วในขณะนี้ เอไอเอสจึงยื่นขอให้บริการข้อมูล (โรมมิ่งดาต้า) จากโครงข่าย TOT 3G ประมาณ 50,000 เลขหมายบ้าง ซึ่งเอไอเอสมองว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถดำเนินการได้ 
 
 “การโรมมิ่งโครงข่ายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ปฎิบัติกันมากว่า 200 ประเทศทั่วโลกโดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ หาก กทช.สามารถให้คำตอบเรื่องดังกล่าวในการประชุมบอร์ดวันนี้ (3ก.พ.) ก็ถือเป็นเรื่องดี โดยหากกทช.สรุปว่าเอไอเอสสามารถโรมมิ่งกับโครงข่าย TOT 3G ได้ ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบอร์ดทีโอทีในการพิจารณาเรื่องนี้และเอไอเอสก็พร้อมดำเนินการโรมมิ่งด้านเสียงให้ลูกค้า TOT 3G ต่อไป แต่หาก กทช.ระบุว่าการโรมมิ่งไม่สามารถทำได้ก็ยิ่งจะทำให้เรื่องดังกล่าวง่ายขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างยกเลิกไม่ต้องโรมมิ่งกัน” 
 
 อย่างไรก็ตาม หากกทช.ยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการโรมมิ่งได้ในการประชุมวันนี้ (3ก.พ.) เอไอเอสก็จะทำหนังสือส่งไปยังทีโอทีอย่างเร็วในวันที่ 4ก.พ.53 เพื่อแจ้งว่าจะขอระงับการโรมมิ่งด้านเสียงให้กับลูกค้า TOT 3Gจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากกทช. 
 
 ’หากทีโอทีต้องการถามเรื่องนี้ไปยัง กทช. ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยถาม และมีการยื่นฟ้อง กทช. ด้วยซ้ำ เอไอเอสก็พร้อมทำตาม แต่เอไอเอสจำเป็นต้องหยุดโรมมิ่งเพื่อรอคำตอบจากกทช.ก่อน เพราะหากปล่อยให้ทีโอทีโรมมิ่งด้านเสียงได้แต่เอไอเอสกลับโรมมิ่ง ดาต้าไม่ได้ก็ดูจะเป็น 2 บรรทัดฐานซึ่งการดำเนินการเรื่องนี้เชื่อว่าจะไม่มีผลกับสัญญาสัมปทาน’ 
 
 นายวิเชียร กล่าวยอมรับว่าการที่เอไอเอสไม่สามารถโรมมิ่งดาต้า กับ TOT 3G ได้ในวันที่ 1 ก.พ. สร้างความเสียหายในแง่ความน่าเชื่อถือของลูกค้า เพราะลูกค้าที่ต้องการใช้บริการดังกล่าวก็ต้องหมดโอกาสใช้บริการ ส่วนค่าโรมมิ่งปัจจุบันเอไอเอสให้โปรโมชั่นโรมมิ่งทีโอทีนาทีละ 60 สตางค์ จากเดิมค่าโรมมิ่งอยู่ที่ 1.10 บาทหักค่าส่วนแบ่งรายได้ที่ต้องจ่ายให้ทีโอที 30 %ก็เท่ากับเอไอเอสได้รายได้จากการโรมมิ่งเพียงนาทีละ 42 สตางค์สำหรับรายได้จากค่าโรมมิ่งที่เอไอเอสได้จาก TOT 3G ที่มีอยู่ 100,000นาที อยู่ที่เดือนละประมาณ 40,000 บาท 
 
 ***แผนสำรองทีโอที “คนอื่นก็ได้” 
 
 นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดทีโอที ออกมาให้ความเห็นว่าทีโอทีให้เกียรติผู้บริหารของเอไอเอสในการตัดสินใจใดๆ แต่อยากให้เอไอเอสพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบโดยนึกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่ายและยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบกับสัญญาสัมปทานของเอไอเอสที่มีกับทีโอที 
 
 “ทั้งนี้ ทีโอทีได้เตรียมการรองรับกรณีเอไอเอสยกเลิกโรมมิ่งด้านเสียงไว้เรียบร้อยแล้วโดยทีโอทีจะเข้าไปดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด โดยขณะนี้มีผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นเข้ามาเจรจาขอโรมมิ่งโครงข่าย TOT 3G และก็พร้อมให้ทีโอทีโรมมิ่งด้านเสียงแทนเอไอเอสด้วยเช่นกัน” 
 
 ***กทช.เสียงแตก 
 
 นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช.กล่าวว่า กทช.ยังมีความคิดเห็นที่แบ่งออกเป็น 2 ด้านได้แก่ 1.การโรมมิ่งไม่สามารถทำได้เนื่องจากกระบวนการตามกฎหมายอาจจะเข้าข่ายพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เพราะคำว่าการโรมมิ่งเป็นความหมายที่กว้างมาก ฉะนั้นต้องดูในรายละเอียดว่าเอไอเอสขอโรมมิ่งและให้บริการในลักษณะใด ส่วนความเห็นที่ 2.การโรมมิ่งสามารถทำได้เนื่องจากเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารให้มากขึ้นและไม่เป็นการปิดกั้นทำให้โอกาสในการเข้าถึงของประชาชนเสียไป 
 
 ประเสริฐระบุว่าสำนักงานกทช.ได้รับหนังสือจากทีโอทีเมื่อวันที่ 1 ก.พ.53 ที่ผ่านมากรณีโรมมิ่งดาต้าของเอสไอเอสบนโครงข่าย TOT 3G โดยขณะนี้สำนักงานกทช.อยู่ระหว่างพิจารณากรณีดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดกทช.ได้ในวันนี้ (3ก.พ.) 
 
 ‘กทช.จะพยายามนำเรื่องเข้าบอร์ดให้ทันภายในสัปดาห์นี้ เพราะทีโอทีเพิ่งส่งหนังสือมาให้ ขณะที่สำนักงานกำลังดูรายละเอียดของการยื่นขอโรมมิ่ง ซึ่งขณะนี้กทช.มี 2 ความเห็น ทั้งที่สามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ แต่ก็จะต้องมาดูว่าโรมมิ่งจะทำในรูปแบบและลักษณะใด เพราะคำว่าโรมมิ่งมันกว้างมาก’ 
 
 ***แฉ AIS มั่วโรมมิ่งฟรีแสนราย 
 
 แฉเบื้องหลังดีล AIS ขอใช้เครือข่ายร่วมด้านข้อมูล TOT 3G ล่ม เอกชนลักไก่มัดมือชก ประกาศเปิดบริการก่อนค่อยส่งหนังสือขออนุญาต ด้วยเงื่อนไขสุดโหด โรมมิ่งฟรี 1 แสนเลขหมาย 2 เดือน แถมกำหนดค่าธรรมเนียมตามใจชอบ ชี้ชัดยังไม่มีข้อสรุปเรื่องผลประโยชน์ 
 
 แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมกล่าวว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องดาต้าโรมมิ่งของเอไอเอสก็คือความพยายามลักไก่มัดมือชก คิดเอาเองว่าทีโอทีตกลงและเอไอเอสสามารถเปิดขายซิมให้บริการดาต้าโรมมิ่ง 3G ของทีโอทีในวันที่ 1 ก.พ. 
 
 เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อเอไอเอสทำหนังสือวันที่ 22 ธ.ค.2552 อ้างถึงหนังสือของทีโอทีลงวันที่ 30 พ.ย.2552 ที่ส่งมายังเอไอเอสว่าทีโอทีได้สร้างโครงข่าย 3Gในประเทศไทย หากเอไอเอสมีความประสงค์จะใช้บริการโรมมิ่งกับทีโอที ขอให้แจ้งให้ทีโอทีทราบเพื่อหารือในรายละเอียดร่วมกันต่อไป โดยเอไอเอสแจ้งทีโอทีกลับไปว่ามีความประสงค์ที่จะขอทดลองใช้บริการโรมมิ่ง (Data,Voice,SMS,MMS และ USSD) ของทีโอที (3G) ในการนี้เอไอเอสจะขอประสานงานกับทีมเทคนิคของทีโอทีเพื่อดำเนินการทดสอบระบบระหว่างกันต่อไป 
 
 แต่ระหว่างการทดสอบดังกล่าว ซึ่งฝ่ายทีโอทียืนยันว่าไม่ได้มีการให้คำมั่นใดๆทั้งสิ้นว่าจะเปิดบริการดาต้าโรมมิ่งหรือบริการรูปแบบอื่นๆได้เมื่อไหร่ 
 
 ปรากฏว่าในงานแถลงข่าววิชันปี 2010 ของเอไอเอส ในวันที่ 19 ม.ค.2553 ผู้บริหารเอไอเอสกล่าวต่อหน้าพาร์ตเนอร์ คู่ค้าและสื่อมวลชนจำนวนมากว่าจะเปิดบริการดาต้า โรมมิ่ง 3G กับทีโอที ด้วยการขายซิมการ์ดให้ลูกค้าใหม่ระบบโพสต์เพดในวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งๆความเป็นจริง เอไอเอสได้ส่งหนังสือเลขที่ BED.BRD 0053/2553 ลงวันที่ 20 ม.ค.หลังแถลงข่าว 1 วัน เพื่อขอเปิดให้บริการ TOT 3G กับผู้ใช้บริการของเอไอเอส 
 
 โดยในหนังสือระบุถึงแนวทางการดำเนินการที่เอไอเอสต้องการ 3 เรื่องได้แก่ 1.เอไอเอสจะเป็นผู้เก็บเงินค่าบริการของTOT 3G แทนทีโอที ซึ่งเอไอเอสจะเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่เรียกเก็บเงินจากผู้ใช้บริการของเอไอเอสที่มีการใช้บริการ TOT 3G ในอัตราค่าบริการเท่ากับอัตราค่าบริการที่ทีโอทีเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ โดยจะรวมอยู่ในใบแจ้งค่าบริการของเอไอเอส (Single Bill) หรือหักชำระจากยอดเงินของผู้ใช้บริการระบบพรีเพด และเอไอเอสจะ นำส่งเงินค่าบริการ โดยใช้หลักการ Cash Basis ส่วนค่าดำเนินการดังกล่าวทีโอทีและเอไอเอส จะเจรจากันต่อไปซึ่งเงินค่าดำเนินการนี้มิได้เป็นรายได้ที่เกิดจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่อย่างใด จึงไม่ต้องนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ทีโอทีอีก 
 
 2.การทดลองเปิดให้ริการ TOT 3G จำนวน 500,000 เลขหมายแบ่งป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรก เป็นการทดลองเปิดให้บริการแบบไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (Free Trial) โดยเอไอเอสจะทดลองเปิดให้บริการแก่ลูกค้าโพสต์เพด ก่อนจำนวน 100,000 เลขหมาย เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถทดลองใช้ได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.-31 มี.ค.53 และทีโอทีจะไม่เรียกเก็บค่าใช้บริการดังกล่าว 
 
 ช่วงที่ 2 เป็นการเปิดให้บริการ TOT 3G เชิงพาณิชย์ (คิดค่าบริการ) โดยเอไอเอสจะทยอยเปิดให้บริการเป็นกลุ่มๆละจำนวน 100,000 เลขหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 53 เป็นต้นไปโดยใช้อัตราค่าบริการของทีโอที มา Bundle กับบริการของเอไอเอสจัดทำเป็นแพคเกจเพื่อเสนอเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการของเอไอเอสต่อไป 
 
 3.การใช้เครือข่ายร่วม (Roaming) เอไอเอสสามารถใช้เครือข่ายร่วม3Gของทีโอทีได้ โดยทีโอทีไม่เรียกเก็บค่าใช้โครงข่ายร่วม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดกับเอไอเอส เนื่องจากเอไอเอสได้ดำเนินการส่งเสริมการขายบริการ TOT 3G โดยมิได้ค่าตอบแทนหรือส่วนแบ่งรายได้แต่อย่างใด นอกเหนือจากค่าดำเนินการในการที่เอไอเอสเป็นผู้เก็บเงินแทนให้ทีโอที 
 
 ’ลองคิดดูประกาศว่าจะให้บริการ 1 ก.พ. โดยยังไม่ได้มีการตกลงรายละเอียดเรื่องใดๆกับทีโอทีเลย แถมยังส่งหนังสือมาหลังจากแถลงข่าวไปแล้ว คงเห็นทีโอทีเป็นลูกไก่ในกำมือ พอบอร์ดทีโอทีมีมติให้หารือกทช.ก่อน ก็โกรธประกาศตัดโรมมิ่งด้านเสียงกับลูกค้า TOT 3G เรียกว่าเอาความเดือดร้อนคนใช้บริการมาต่อรองเพื่อประโยชน์บริษัท’ 
 
 แหล่งข่าวกล่าวว่า ด้วยความที่เอไอเอส เป็นบริษัทที่มีสายป่านยาวจากการมีผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติ ทำให้กลายเป็นผู้กำหนดกลไกการแข่งขันในตลาดโดยปริยาย รวมทั้งสามารถดำเนินการอะไรก็ได้ตามใจชอบ เช่นการประกาศ จะโรมมิ่งกับทีโอที โดยขอทดลองใช้ฟรีเป็นเวลา 2 เดือน และกำหนดอัตราค่าโรมมิ่งเอง โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับเจ้าของโครงข่าย และเมื่อทีโอทีขอเวลาพิจารณาข้อเสนอโรมมิ่งที่เอไอเอสส่งมา กลับถูกตอบโต้ด้วยการประกาศหยุดให้ทีโอทีโรมมิ่งใช้โครงข่ายด้านเสียงในต่างจังหวัดส่งผลให้ผู้ใช้บริการของทีโอทีได้รับความเดือนร้อน 
 
 ’มีอีกประเด็นที่ถูกมองข้ามไปเรื่องโรมมิ่ง ในความเข้าใจควรโรมมิ่งบนเทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกันหรือไม่ เหมือนนำโทรศัพท์มือถือไปต่างประเทศก็ไม่ต้องเปลี่ยนซิม ใช้เบอร์เดิมโรมมิ่งกับประเทศนั้นๆ กรณีเอไอเอสของดาต้าโรมมิ่ง TOT 3G ก็ต้องเปลี่ยนซิม ขายซิมการ์ดใหม่ และไม่รู้ว่าจะต้องใช้เบอร์ทีโอทีหรือเบอร์เอไอเอส เพราะหากต้องใช้เบอร์ทีโอทีด้วยก็ไม่ต่างอะไรกับ MVNO’ 
 
 ..บทสรุปคืออะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า”ตาอยู่”กำลังยิ้มแป้นรอพุงปลาชิ้นมันอยู่.. 
 

ฮัทช์แขวนอนาคตไว้กับกสท.

February 3, 2010

 

ฮัชท์ยืนยันเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ ปีนี้โฟกัสเรื่องค่าบริการ ไม่เล่นราคาเครื่องลูกข่าย เผยกรณีที่ กสท ซื้อกิจการเป็นเรื่องอนาคต แต่ซีดีเอ็มเอต้องดำเนินต่อไป ล่าสุดออกซิม เลิฟเลิฟ โทร. 24 ชม. 500 บาทต่อเดือน พร้อมแชร์ค่าโทร. 
 
 นายไพบูลย์ ศรีสวัสดีอำไพ ผู้ช่วยอำนวยการฝ่ายการการตลาดโพสต์เพด บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย ผู้ให้บริการมือถือระบบซีดีเอ็มเอภายใต้ชื่อฮัทช์ กล่าวถึงกรณีที่ กสท โทรคมนาคม จะซื้อกิจการเพื่อให้บริการเองว่า ฮัทช์ยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบนโยบายที่ชัดเจนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร แต่มือถือระบบซีดีเอ็มเอยังต้องดำเนินต่อไป 
 
 โดยปีนี้จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยมุ่งไปที่เซกเมนเตชันที่เล็กลง แต่มีศักยภาพในการใช้โทรศัพท์มือถือ เน้นเรื่องของค่าโทร.เป็นหลัก  ที่สามารถแชร์กันได้ ต่างจากปีที่ผ่านมาที่เน้นเรื่องของค่าเครื่องลูกข่าย 
 
 ขณะนี้ราคาเครื่องไม่มีอะไรตื่นเต้นในตลาด เพราะซัปพลายเออร์แต่ละรายไม่มีอะไรที่ต่างกัน 
 
 ล่าสุดฮัทช์ได้เปิดตัวซิม เลิฟเลิฟ หลังมีการสำรวจตลาดแล้วพบว่า ลูกค้าต้องการระบบเหมาจ่ายรายเดือน และมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ชอบโทร.หากันบ่อยๆ ตลอดเวลา ซึ่งต้องการให้ฮัทช์ออกโปรโมชันค่าโทร.ที่น่าสนใจ เพราะโปรโมชันที่อยู่ในตลาดขณะนี้ยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้ 
  
 ซิมเลิฟเลิฟเป็นการตอกย้ำจุดยืนของฮัทช์ในการนำเสนอค่าโทร.ที่คุ้มค่า โดยลูกค้าที่ซื้อซิมเลิฟเลิฟจะได้รับสิทธิพิเศษ สามารถเลือกเบอร์โทรศัพท์ที่มี 4 ตัวหลังเหมือนกันทั้ง 2 เบอร์ ส่วนค่าโทร.คิดเป็นรายเดือน 250 บาทต่อเบอร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นค่าโทร.ได้ ที่สำคัญ 2 เบอร์นี้สามารถโทร.หากันได้ไม่อั้นตลอด 24 ช่วงโมง และแชร์ค่าโทร.กันได้รวม 500 บาทต่อเดือน 
 
 ส่วนการโทร.เบอร์อื่นหรือเกิน 500 บาท คิดนาทีละ 1 บาททุกเครือข่าย โดยมีกลุ่มเป้าหมายใหญ่คือวัยทำงานต้นๆ อายุประมาณ 25-30 ปี 
 
 การออกซิมดังกล่าวฮัทช์ตั้งเป้าไว้ว่าจะมียอดขายอยู่ในหลักหมื่นต่อเดือน ส่วนลูกค้าขณะนี้มีประมาณ 1 ล้านราย เป็นโพสต์เพด 4 แสนราย พรีเพด 6 แสนราย 
 
 ปีนี้จะเห็นกิจกรรมของเราออกสู่ตลาดมากขึ้น และจะมีโปรแกรมรักษาฐานลูกค้าพร้อมการสร้างลอยัลตี้กับแบรนด์ไปยังลูกค้า เช่น มีการอัปเกรดในรูปแบบการเปลี่ยนโทรศัพท์ให้ลูกค้า 
 
 
 Company Related Links : 
 Hutch 
 

เมินซัมซุง โนเกียย้ำคำเดิม”ยังเป็นเบอร์1และคู่แข่งคือมือถือจีน”

February 2, 2010

 

ชูมิท คาพูร์ (ขวาสุด) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด

โนเกียโวยังครองเบอร์ 1 จากตัวเลขยอดขายไตรมาส 3-4 ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องจากผลิตภัณฑ์ในตระกูลทัชโฟน และ QWERTY โฟน อ้างโนเกียคำนวณจากยอดขายและขนาดของตลาดอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่ขายไป ย้ำแบรนด์จีนเป็นคู่แข่งสำคัญเช่นเดิม 
 
 ชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การแข่งขันในตลาดโทรศัพท์มือถือปีที่ผ่านมามีการแข่งขันกันสูง แต่โนเกียเองเชื่อว่ายังครองตำแหน่งผู้นำตลาดอยู่เช่นเดิม ทั้งในแง่ของจำนวนเครื่องและมูลค่า 
 
 “แม้ว่าทางโนเกียจะไม่ได้ใช้ผลสำรวจจากทางจีเอฟเคมาตั้งแต่เมื่อกลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากทางจีเอฟเคให้ความสำคัญกับแบรนด์จีนไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งในขณะนั้นโนเกียยังคงเป็นผู้นำตลาดอยู่ หลังจากนั้นเมื่อดูจากผลประกอบการใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาของโนเกียเองมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะตกจากตำแหน่งผู้นำตลาด” 
 
 การสำรวจตลาดของทางโนเกีย เกิดขึ้นหลังจากที่พบว่าเครื่องจากทางแบรนด์จีน เข้ามามีผลกระทบกับตลาดมากขึ้น แต่ข้อมูลที่ได้จากทางจีเอฟเค ไม่คำนึงถึงส่วนนี้ โนเกียจึงต้องลงมาสำรวจตลาดด้วยตนเอง ซึ่งช่วยทำให้มั่นใจว่ายังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดเช่นเดิม 
 
 โดยยอดขายอุปกรณ์โดดเด่นในช่วงไตรมาสสุดท้าย มาจากทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้นเต็มที่ และผลิตภัณฑ์ในตระกูล E ซีรีส์ อย่าง E63 และ E72 ที่ได้รับกระแสนิยมจากเครื่องสไตล์คีย์บอร์ด QWERTY และ XpressMusic อย่าง X3 ที่ราคาถูกลงและผู้บริโภคยังให้ความนิยมอยู่เช่นเดิม 
 
 “ในปีนี้เชื่อว่าการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์ยังคงสูงไม่แพ้ปีที่ผ่านมา มูลค่าในตลาดจะมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา แต่จำนวนเครื่องยังไม่ต่างจากเดิม เนื่องจากความนิยมในตลาดสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันเครื่องมีราคาอนข้างสูง ทั้งนี้สำหรับตลาดฟีเจอร์โฟนก็เชื่อว่าจะไม่ตกไปจากเดิมมากนัก เพราะยังมีผู้ที่ต้องการใช้อยู่” 
 
 ล่าสุดโนเกียเปิดตัวมิวสิกทัชสกรีนโฟนรุ่นใหม่ โนเกีย X6 วางเป้าหมายเป็นฮีโร่โปรดักต์แห่งปี ตอบรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงและเครือข่ายสังคมออนไลน์ พร้อมแคมเปญ “ร้อง โหลด โหวต แชร์” เพื่อกระตุ้นให้ตลาดเกิดการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ 
 
 โนเกีย X6 มาพร้อมกับหน้าจอแบบ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้ว หน่วยความจำภายในขนาด 16GB กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลจากเลนส์ Carl Zeiss และแฟลช Dual LED รองรับการใช้งานบริการ Ovi ทุกประเภท วางจำหน่าย 8 กุมภาพันธ์ 2553 ในราคา 14,900 บาท 
 
 Company Related Links : 
 Nokia 
 

เปิดปมเรือรัก 3G “เอไอเอส-ทีโอที” ล่ม

February 1, 2010

 วันที่ 1 กพ. 2553 คือวันที่เรือรักของเอไอเอสและทีโอทีในมหาสมุทร 3G ต้องพบกับมรสุมครั้งใหญ่ โดยเอไอเอสออกมาประกาศว่าจะไม่ให้ทีโอทีโรมมิ่งโครงข่ายใช้บริการด้านเสียงเพราะเซ็งที่ทีโอทียังใจเย็นไม่อนุมัติให้เอไอเอสโรมมิ่งดาต้าเสียที กรรมของเวรจึงตกอยู่ที่ผู้บริโภคที่ต้องรอให้ผู้ให้บริการทั้ง 2 รายนี้เจรจากันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน 
 
 ก่อนการทะเลาะครั้งนี้ เอไอเอสนั้นประกาศว่าจะควงแขนทีโอทีเพื่อให้ลูกค้าเอไอเอสสามารถใช้บริการข้อมูล 3G ได้โดยไม่ต้องรอฤกษ์จากกทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ยอมให้โรมมิ่งบนเครือข่าย 3G ของทีโอทีได้และยกรายได้ให้เป็นของทีโอทีไปเต็มๆ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นถูกมองว่าทั้ง 2 บริษัทเป็น”กิ๊กฟ้าผ่า”ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะหันมาร่วมมือกันเพื่อลุยธุรกิจ 3G ไปพร้อมกัน 
 
 แต่เพียง 10 วันให้หลัง เอไอเอสก็ออกมาบอกเลิกไม่ให้โรมมิ่งเพราะความใจเย็นของทีโอที 
 
 ความใจเย็นนี้เกิดขึ้นเพราะทีโอทีประกาศขอหารือกทช.ก่อนว่า คำขอโรมมิ่งดาต้า (การขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล) 3G กับทีโอทีของเอไอเอสนั้นสามารถทำได้หรือไม่ ที่ประชุมบอร์ดทีโอทีจึงมีมติว่ายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธคำขอโรมมิ่งดังกล่าว เนื่องจากต้องทำหนังสือหารือกับ (กทช.) ก่อนตามที่กทช.ทักท้วงไว้ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบโดยละเอียดก่อน ว่าโครงข่าย 3G ของทีโอทีสามารถรอบรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด( MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 งานนี้ไม่รู้ใครผิดใครถูก บอร์ดทีโอทีออกมาบอกว่าเอไอเอสใจร้อนเกินไปที่ออกมาประกาศขู่ทีโอที แต่เอไอเอสก็มีเหตุผลให้ต้องปกป้องตัวเอง โดยเอไอเอสระบุว่ามีความจำเป็นต้องประกาศหยุดให้บริการโรมมิ่งกับทีโอทีก่อน เพื่อรอผลการพิจารณาของกทช. หากผลออกมาเป็นอย่างไร เอไอเอสก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งขณะนี้และในอนาคต 
 
 ***ก่อนนี้ไม่เห็นต้องถาม 
 
 นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร เอไอเอส กล่าวว่าการที่บอร์ดทีโอทีมีมติให้นำเรื่องดังกล่าวไปสอบถามกทช.ก่อนนั้นหมายความว่า ทีโอทีได้ยอมรับในบทบาทและอำนาจหน้าที่ของ กทช. และหากผลการพิจารณาของ กทช. ออกมาอย่างไร ทีโอทีก็ต้องปฏิบัติตามเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อการทำงานในอนาคต 
 
 ขณะเดียวกันการที่ทีโอทีให้โรมมิ่งมายังโครงข่ายของเอไอเอสนั้นได้ทำมาตั้งแต่ทีโอทีให้บริการบนระบบ 2G บน 1900 อยู่ จนกระทั่งเพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลงมาเป็น 3G ของทีโอทีในปัจจุบัน ทางเอไอเอสได้เคยเจรจาในหลักการแล้วว่า จะขอโรมมิ่งกลับมาใช้โครงข่าย 3G ของทีโอทีบ้าง 
 
 เพราะการทำโรมมิ่งกันนั้นเป็นการกระทำต่างตอบแทนในการทำธุรกิจและเป็นมาตรฐานการให้บริการของ GSMA (สมาคมผู้ประกอบการ GSM) มาตั้งแต่มีระบบนี้แล้ว เช่น ลูกค้าเอไอเอส ถ้าจะไปใช้งานที่ญี่ปุ่น ต้องใช้ 3G ของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันลูกค้าที่ญี่ปุ่น หากจะมาใช้โรมมิ่งในโครงข่ายเอไอเอสต้องใช้ 2G (GSM900) เป็นต้น 
 
 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทีโอทีได้ขอให้เอไอเอสโรมมิ่งเพื่อบริการลูกค้า กว่า 500,000 เลขหมาย โดยในช่วงนั้นไม่มีการยื่นเรื่องถามไปยังกทช. ทุกอย่างสามารถเปิดให้บริการแก่ลูกค้าผู้ใช้บริการของ ทีโอที ได้ตามปกตินั้นหมายความว่าการบริการครั้งนั้นสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการได้อย่างสมบูรณ์ 
 
 แต่หากการขอบริการโรมมิ่งกับเอไอเอสในครั้งนั้นเกิดข้อติดขัด หรือมีการยกเลิกให้บริการโรมมิ่ง ลูกค้าจำนวน 500,000 เลขหมายก็จะมีปัญหาในการใช้งานนอกพื้นที่ครอบคลุม 3G ของทีโอที 
 
 เช่นเดียวกับการขอบริการโรมมิ่งของเอไอเอสกับทีโอทีในครั้งนี้หากเกิดข้อติดขัด ก็จะทำให้เกิดผลเสียต่อลูกค้าที่ไม่สามารถได้รับบริการที่ดี รวมถึงการดำเนินงานของ MVNO ก็จะได้รับผลกระทบ เพราะไม่สามารถดำเนินการขายซิมได้อย่างเต็มที่  
 
 จากมติคณะกรรมการทีโอทีดังกล่าวทำให้เอไอเอสมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการหยุดการให้บริการโรมมิ่งกับทีโอที ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เพื่อรอการพิจารณาของ กทช. เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน หากผลออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งเอไอเอสก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม นายวิเชียรกล่าว 
 
 ***ยิ่งขู่ยิ่งจบช้า 
 
 นายธีรวุฒิ บุณยโสภณ ประธานบอร์ดบริษัท ทีโอที กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดวันที่ 29 ม.ค. ว่ากรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ยื่นหนังสือขอใช้โครงข่ายเพื่อสื่อสารข้อมูล (โรมมิ่งดาต้า) 3G กับทีโอที โดยจะเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสโรมมิ่งวันที่ 1 ก.พ.นี้ ที่ประชุมบอร์ดมีมติว่ายังไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธการโรมมิ่งดังกล่าวเนื่องจากต้องทำหนังสือหารือกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) ก่อนว่าสามารถทำได้หรือไม่ ตามที่กทช.ทักท้วงไว้ ประกอบกับทีโอทีต้องการตรวจสอบโดยละเอียดก่อนว่าโครงข่าย 3G ของทีโอทีสามารถรอบรับการใช้งานได้เพียงพอหรือไม่ หากให้ผู้ประกอบการอื่นนอกเหนือจากผู้เช่าโครงข่ายร่วมทำการตลาด (MVNO) มาโรมมิ่งดาต้า 
 
 ทั้งนี้กรรมการบอร์ดมีความเห็น สมควรจะให้ MVNO สามารถตั้งไข่ให้ได้เสียก่อน โดยการปล่อยให้ดำเนินงานตามแผนการตลาด 3G ที่วางไว้อย่างน้อย 4-6 เดือน หากผ่านไปครบ 6 เดือนซึ่งครบกำหนดที่ทีโอทีต้องประเมินผลการดำเนินงานตามสัญญา หาก MVNO ไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายแผนธุรกิจที่ยื่นให้ทีโอทีและไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการได้ ทีโอทีอาจพิจารณาถอดจากการเป็น MVNO ทีโอที 3G แล้วพิจารณาให้เอไอเอส หรือรายอื่นๆเข้ามาดำเนินธุรกิจแทน 
 
 เอไอเอสพูดเรื่องนี้เร็วไปนิด ถ้าปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ เรื่องนี้น่าจะจบได้เร็วกว่านี้ 
 
 ทั้งนี้เป็นเพราะโครงข่าย 3G ของทีโอทีที่ให้บริการเป็นโครงข่ายเดิมของกิจการร่วมค้าไทยโมบายที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 1900 เมกะเฮิร์ตซที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2547 จึงสามารถรองรับการใช้งานการรับ-ส่งข้อมูลได้เพียง 400 เมกะบิต ซึ่งลูกค้า 3G ของทีโอทีและ MVNO ปัจจุบันใช้งานอยู่แล้วที่ 165 เมกะบิตในขณะที่ขณะที่เอไอเอสทำหนังสือขอโรมมิ่งใช้การรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 375 เมกะบิต สำหรับกรณีที่เอไอเอสเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงข่าย 3G กับทีโอทีทั่วประเทศนั้น ยอมรับว่าเป็นความคิดที่ดี ซึ่งทีโอทีจะเก็บไว้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ 
 
 นายธีรวุฒิกล่าวว่าเบื้องต้นทีโอทีจะเดินหน้าลงทุนโครงข่าย 3G ตามหัวเมืองใหญ่อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น หนองคาย และพัทยา ไปก่อนโดยการลงทุนจะใช้เงินลงทุนของทีโอที ส่วนความคืบหน้าผู้ใช้บริการในระบบ 3G ของทีโอทีรวมทั้ง MVNO ทั้ง 5 รายมีจำนวน 215,000 เลขหมายแล้ว ซึ่งหลังจากเปิดบริการเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2552 พบว่า ยังมีบางพื้นที่ที่สัญญาณ 3G ไม่หนาแน่ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งขยายโครงข่ายเพื่อทำให้สัญญาณหนาแน่น อาทิ ทำเนียบรัฐบาลและศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 
 
 ด้านร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.ไอซีทีกล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศของทีโอที ว่าขณะนี้ทีโอทีทำแผนธุรกิจการให้บริการ 3G เสร็จแล้ว โดยจะนำเรื่องเข้ามาชี้แจงไอซีทีในเดือน ก.พ.นี้ หลังจากนั้นจะส่งเรื่องให้สภาพัฒน์ฯพิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปโดยคาดว่าจะส่งเรื่องเข้าครม.ได้ต้นเดือนมี.ค. 2553 
 
 ..ผู้บริโภคก็ได้แต่ก้มหน้ารอกันต่อไป.. 
 
 Company Related Links : 
 AIS 
 TOT 
 

ทรูลั่น ปีนี้ขายไอโฟนอีก 1.2 แสนเครื่อง

January 31, 2010

 

ทรูมูฟฉลองยอดไอโฟนทะลุแสนเครื่อง ปีนี้คาดขายเพิ่มได้อีก 120,000 เครื่องหรือมากกว่าเดิม 20% เชื่อส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนปีนี้จะเพิ่มเป็น 20% ปรับราคาแพคเกจใหม่แถมเปิดโปรโมชันพิเศษผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์ในงานไทยแลนด์โมบายเอ็กซ์โป และแคมเปญต้อนรับวานเลนไทน์ 
 
 นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ในการใช้งานของสมาร์ทโฟนมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าไอโฟนถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่อง รวมกับเครือข่ายคอนเวอร์เจนซ์ของทรูมูฟส่งผลให้ยอดจำหน่ายไอโฟนทะลุหลักแสนเครื่องมาได้ 
 
 “ปีนี้ทรูตั้งเป้าไว้ว่าจะขายให้ได้ 120,000 เครื่อง จากกระแสการเติบโตของสมาร์ทโฟน รวมไปกับความที่ทรูเป็นผู้นำด้านการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่างไว-ไฟ และ 3G ทำให้ตัวเครื่องที่รองรับสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ยังไม่รวมกับจำนวนแอปพลิเคชัน ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ในหลักแสนแอปฯ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยบวกทั้งสิ้น” 
 
 นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ คอนเวอร์เจนซ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด กล่าวว่า ทางทรูคาดการว่าตลาดรวมโทรศัพท์ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ราวๆ 14 ล้านเครื่อง ซึ่งสมาร์ทโฟนจะมีส่วนแบ่งอยู่ราว 15% หรือราว 2.1 ล้านเครื่อง ส่วนในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 20% 
 
 “ภาพรวมของตลาดรวมโทรศัพท์ในปีนี้อาจจะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่เฉพาะในส่วนของสมาร์ทโฟนยังสามารถโตได้เรื่อยๆ เนื่องจากปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นของสมาร์ทโฟน ดังนั้นปีนี้เชื่อว่าสมาร์ทโฟนจะเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดของฟีเจอร์โฟนมากขึ้น จนทำให้เราสามารถขายได้ตามเป้าทีวางไว้” 
 
 นอกจากนี้ทรูมูฟยังได้วางแผนที่จะขยายจุดบริการไว-ไฟ ให้ครอบคลุมเพิ่มจากเดิม 1,700 จุด เป็น 1,800 จุดภายในปีนี้ รวมไปถึงขยายขอบเขตพื้นที่การทดลองให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 850MHz ตามหัวเมืองใหญ่ๆในต่างจังหวัดด้วยเช่นเดียวกัน 
 
 โดยทางทรูมูฟได้มีการปรับราคาลดลงจากเดิมประมาณ 6-10% และตารางแพคเกจสำหรับลูกค้าไอโฟนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน 3G 8GB ไอโฟน 3Gs 16GB และ 32GB เริ่มตั้งแต่ 18,900 บาท, 22,900 บาท และ 26,400 บาท ตามลำดับ ซึ่งจะมาพร้อมกับแพคเกจค่าโทร 300 นาที SMS 300 ครั้ง MMS 50 ครั้ง สามารถเชื่อมต่อ 3G/EDGE/GPRS/Wi-Fi ได้ไม่จำกัด ส่วนราคาขายเครื่องไม่ผูกสัญญายังคงราคาเดิมไว้ 
 
 ขณะเดียวกันภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 กุมภาพันธ์นี้ มีโปรโมชันแบบผ่อน 0% นาน 6 เดือนให้ผู้บริโภคได้ นอกจากนี้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ยังมีแคมเปญ “Valentine Package” สำหรับผู้ที่ซื้อไอโฟนพร้อมกัน 2 เครื่อง สามารถเลือกเบอร์สวยที่มีเลขท้าย 4 ตัวเหมือนกันทั้ง 2 เบอร์ 
 
 นอกจากนี้นายปพนธ์ ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิล อย่างไอแพด (iPad) ว่า ตลาดของเครื่องดังกล่าวยังอยู่ในกลุ่มเฉพาะ แต่เชื่อว่าถ้าในอนาคตแอปเปิลมีการนำเข้ามาวางจำหน่าย ทางทรูมูฟก็พร้อมที่จะออกแพคเกจเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเช่นเดียวกัน 
 
 ด้านความเคลื่อนไหวของโปรโมชันฝั่งแบล็กเบอรี ล่าสุดทรูมูฟนั้นออกแพคเกจใหม่เพื่อนักเรียน นักศึกษาแล้วในชื่อ “Super Chat” สำหรับระบบพรีเพด สามารถใช้งานได้ทั้ง แชท,เฟสบุ๊ก,อีเมล และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อมไว-ไฟ 10 ชั่วโมง ในราคา 300 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. 53 สามารถใช้ได้ถึงเดือนเมษายน หลังจากนั้นจะต้องเลือกใช้งานระหว่าง แชตกับเฟสบุ๊ก หรือ แชตกับอีเมล คล้ายกับแพคเก็จของเอไอเอส 
 
 Company Related Links : 
 TrueMove 
 

โนเกียฟุ้ง ยังครองเบอร์หนึ่ง

January 29, 2010

มร. ออลลิ-เพกกา คัลลัสวูโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โนเกีย

 โนเกียแถลงผลประกอบการไตรมาส 4 ประจำปี 2552 ยอดขายสุทธิ 12 พันล้านยูโร หรือราว 556 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับไตรมาส3 ปี 2552 โนเกียมี ส่วนแบ่งตลาดรวม 39% เพิ่มขึ้นจาก 37% ในไตรมาส 4 ปี 2551 และ 38% ในไตรมาส 3 ปี 2552 
 
 มร. ออลลิ-เพกกา คัลลัสวูโอ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โนเกีย กล่าวว่า โนเกียมีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในกลุ่มสมาร์ทโฟนในไตรมาส 4 ปี 2552 ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสและคีย์บอร์ด QWERTY รุ่นต่างๆ ผลประกอบการในกลุ่มสมาร์ทโฟนบวกกับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในกลุ่มตลาดเติบโตใหม่ ทำให้โนเกียมียอดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารและบริการที่เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบทั้งรายไตรมาสและรายปี ความสำเร็จอันแข็งแกร่งของโนเกีย ในไตรมาส 4 ปี 2552 ยังมีผลมาจากการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับโลกอันยอดเยี่ยมและการบริหารงานขายชั้นเลิศ 
 
 มร. ออลลิ-เพกกา กล่าวต่อว่า โนเกียยังคงมุ่งเน้นเรื่องการดำเนินงานเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างประสบการณ์การใช้งานให้กับผู้บริโภค โดยล่าสุดเราได้เดินหน้ารุกตลาดการใช้งานระบบนำทางด้วยการให้ใช้ฟรีระบบนำทางทั้งการเดินเท้า และขับรถให้กับผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ที่โนเกียได้มอบประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับผู้บริโภค 
 
 ในไตรมาสที่ 4 ปี 2552 โนเกียมียอดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ทั้งหมด 126.9 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้นมากถึง 12% จากไตรมาส 4 ปี 2551 และเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาส 3 ปี 2552 โนเกียมีส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารคอนเวอร์เจนซ์สูงถึง 40%, เพิ่มขึ้นจากราว 35% ในไตรมาส 3 ปี 2552 
  
 สำหรับผลประกอบการรวมทั้งปี 2552 โนเกียมีส่วนแบ่งตลาดราว 38% ในปี 2552 ตลาดรวมมียอดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่สูงถึง 1.14 พันล้านเครื่อง โดยโนเกียมียอดจำหน่ายในกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารและบริการรวม 432 พันล้านเครื่อง เฉพาะกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารคอนเวอร์เจนซ์ของโนเกีย มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 67.8 ล้านเครื่องเมื่อเทียบกับจำนวน 60.6 ล้านเครื่องในปี 2551 
 
 โนเกียคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ของตลาดรวมจะมีอัตราสูงขึ้น10% ในปี 2553 และโนเกียตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งมูลค่าการตลาดเล็กน้อยในปี 2553 
 
 Company Related Links : 
  Nokia  
 

แอ็กซิสชี้ระบบตรวจการณ์บนเน็ตมาแรง

January 29, 2010

     

 

 

 

แอ็กซิส คอมมูนิเคชันฟันธงแนวโน้มโซลูชันวิดีโอบนเครือข่าย ปีนี้ระบบตรวจการณ์บนมาตรฐานอินเทอร์เน็ตแรง โดยมีแรงผลักดันจากการแจ้งเกิดของเทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนแผนการตลาดโฟกัสตลาดเอเชีย ตั้งเป้าปีนี้โต 40% 
 
 นายนาฟิซ จัสมานี ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทแอ็กซิส คอมมูนิเคชั่น กล่าวว่า ปีนี้เทคโนโลยีระบบตรวจการณ์บนมาตรฐานอินเทอร์เน็ต จะได้รับความนิยมสูง เพราะความละเอียดของภาพและโทรทัศน์ความละเอียดสูง ซึ่งคาดว่าจะมาแรงอย่างมากในภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ยังมีความต้องการมาตรฐาน H.264 ซึ่งเป็นเทคนิคการบีบอัดวิดีโอเพิ่มขึ้น รวมถึงการผลักดันโครงข่ายแบบเปิด ขณะเดียวกันเครือข่ายการเชื่อมต่อแบบไร้สายยุคใหม่ (Next Generation Nationwide Broadband Network) ก็กำลังเกิดขึ้น และจะถูกนำมาใช้ในหลายประเทศทั่วเอเชียในปีนี้ เช่น ในออสเตรเลีย และมาเลเซีย บริษัทต่างๆ เริ่มโยกย้ายไปสู่โซลูชันวิดีโอตรวจการณ์บนเครือข่ายดิจิตอลแล้ว 
 
 สำหรับประเทศไทย การให้บริการ 3G ในอนาคตอันใกล้นี้ จะทำให้เกิดแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สายและการให้บริการเครือข่าย เช่น การให้บริการวิดีโอบนเครือข่ายไร้สาย และการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไร้สาย ข้อมูลและการให้บริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยี 3G ให้ประโยชน์กับประเทศไทยและเศรษฐกิจด้วย 
  
 ทั้งนี้ จากรายงานของไอเอ็มเอสเมื่อเดือนกันยายน 2552 คาดการณ์ไว้ว่า ตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะด้านการรักษาความปลอดภัยและแอปพลิเคชันที่ชาญฉลาด จะมีการเติบโตมากกว่า 40 % ต่อปี โดยเริ่มจากปี 2551-2556 นอกจากนี้ ตลาดของกล้องวิดีโอวงจรปิดบนเครือข่ายจะเติบโตถึง 4122.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2554 และในเอเชียแปซิฟิกจะมีการเติบโตสูงมากในปี 2553 
 
 เชื่อว่าแพลตฟอร์มการใช้กล้องของแอ็กซิสซึ่งเป็นระบบเปิดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเจริญเติบโตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ๆ ต่อซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ข้อมูลบนวิดีโอในตลาดกล้องวิดีโอวงจรปิดบนเครือข่าย และเครื่องแปลงสัญญาณวิดีโอมากขึ้น 
 
 นายนาฟิซกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่มีความพร้อม ได้มีการติดตั้งระบบอะนาล็อกไปแล้ว แต่สำหรับประเทศที่เพิ่งเริ่ม สามารถก้าวกระโดดไปสู่การติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นแบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ทั้งนี้ จากรายงานดังกล่าวบริษัทจึงให้ความสำคัญกับตลาดเอเชียมาก และคาดว่าจะมีส่วนช่วยให้รายได้ปีนี้โตถึง 40-50% จากยอดรายได้ที่วางไว้ บริษัทมีแผนเพิ่มทีมงานประมาณ 20% คือทีมขายและให้คำปรึกษา เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาด สำหรับประเทศไทยความต้องการระบบตรวจการณ์แบบดิจิตอลจะเพิ่มมากขึ้นเช่น และคาดว่าบริษัทจะการเติบโตมากถึง 46.3%ในปีนี้ 
 
 Company Related Links : 
 Axis 

 

Google Voice หาทางโตบนไอโฟนสำเร็จ

January 28, 2010

 

ไอโฟน

ในที่สุดกูเกิลก็สามารถหาช่องให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต Google Voice บนไอโฟนได้สำเร็จ ไม่ว่าแอปเปิลจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ใช้วิธีทำให้เป็นเว็บแอปพลิเคชัน เพื่อเลี่ยงการรอให้แอปเปิลอนุมัติแล้วยินยอมให้เปิดดาวน์โหลดบนไอจูนส์ 
 
 กูเกิลนั้นประกาศอัปเดทโปรแกรม Google Voice ครั้งล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยการปรับปรุงโมบายเว็บไซต์ของกูเกิลสำหรับบริการ Voice ให้สามารถใช้งานบนไอโฟนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบนระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดของไอโฟนโอเอส (iPhone OS) ทำให้ผู้ใช้ไอโฟนสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรม Google Voice ได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดจากร้านไอจูนส์ แต่สามารถใช้งานผ่านหน้าเว็บ (Web base) ได้เลย 
 
 สิ่งที่ผู้ใช้ไอโฟนจะได้รับจากบริการ Voice คือหน้าตาปุ่มกดเลขเพื่อโทรออกแบบใหม่, บริการกล่องข้อความเสียง (voice mail) ราคาประหยัด และส่วนลดค่าโทรข้ามประเทศเพราะการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางส่งข้อมูล 
 
 นี่ถือเป็นการหักหน้าแอปเปิล (Apple) ผู้ให้กำเนิดไอโฟนตามที่หลายคนเชื่อว่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ต้นเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แอปเปิลประกาศไม่อนุมัติให้ Google Voice เปิดให้บริการดาวน์โหลดบนร้านแอปพลิเคชันไอจูนส์ (iTunes) ซึ่งเป็นแหล่งโหลดแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ไอโฟนแบบถูกกฏหมายทุกเครื่อง โดยอ้างว่ามีฟีเจอร์บางส่วนคล้ายคลึงกับแอปพลิเคชันที่แอปเปิลมีอยู่แล้ว ท่ามกลางนักสังเกตการณ์ที่วิจารณ์ว่า Google Voice คือ 1 ในหลายแอปพลิเคชันโทรราคาถูกผ่านอินเทอร์เน็ตที่ถูกแอปเปิลดองเค็มด้วยการให้ไฟแดงไม่อนุมัติให้เผยแพร่บนร้านไอจูนส์ ซึ่งทั้งหมดเชื่อกันว่าอาจมาจากความกังวลของเอทีแอนด์ที (AT&T) ตัวแทนจำหน่ายรายเดียวของไอโฟนในสหรัฐฯก็ได้ 
 
 กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายจำกัดสิทธิ์ผู้ใช้แบบผิดปกติ แอปเปิลจึงชี้แจงต่อคณะกรรมการการค้าแห่งชาติสหรัฐฯหรือ FCC ว่ายังไม่ได้ปฏิเสธโปรแกรม Google Voice อย่างเป็นทางการ และกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาอย่างละเอียดเพราะมีความเสี่ยงกระทบการทำงานของเครื่อง พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับกูเกิลวอยซ์นั้นไม่ได้ถูกแทรกแซงจากเอทีแอนด์ทีแต่อย่างใด 
 
 GV หรือ Google Voice นั้นมีจุดเด่นที่ผู้ใช้จะสามารถรับโทรศัพท์จากหลายเบอร์โทรในเวลาเดียวกัน ด้วยความเป็นโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้จะสามารถประหยัดค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศได้อย่างมาก ซึ่งนอกจากไอโฟน กูเกิลยังพัฒนา GV เพื่อรองรับแบล็กเบอร์รี่ (BlackBerry) และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่กูเกิลพัฒนาขึ้นด้วย 
 
 ข้อมูลล่าสุดในขณะนี้คือ Google Voice มีจำนวนผู้ใช้บริการ 1.4 ล้านคนในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า จำนวนการใช้งานบริการสืบค้นของกูเกิลนั้นมีสัดส่วนเกิน 50% ของจำนวนการใช้งานเว็บไซต์ผ่านไอโฟน แสดงถึงอิทธิพลมหาศาลของกูเกิลในโลกสาวกไอโฟน ซึ่งหากไม่คำนวณเฉพาะไอโฟน ทราฟฟิกที่วิ่งไปยังกูเกิลนั้นมีปริมาณสูงถึง 30% ของทราฟิกทั่วโลกอีกด้วย 
 
 Company Related Links : 
 Google 
 

อัลคาเทลชี้ลงทุน 3G ตอนนี้ถูกที่สุด

January 27, 2010

   

 

 

อัลคาเทล -ลูเซ่นย้ำตลาดประเทศไทยพร้อม 3G ทั้งถูกที่และถูกเวลา เพราะราคาอุปกรณ์ถูกที่สุดแล้วขณะนี้เนื่องจากโลกเริ่มหันหา LTE พร้อมเปิดตัว Alcatel-Lucent 1870 Transport Tera Switch (TTS) 
 
 นายอัลแบร์โต้ วาลเซกิ รองประธานฝ่ายการตลาด กิจกรรมธุรกิจด้านออปติก บริษัทอัลคาเทล-ลูเซ่นกล่าวว่า ปัจจุบันแนวโน้มทราฟฟิกส่วนกลางบนเครือข่ายมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณข้อมูลมากขึ้น โดยทั่วโลกพบว่าทราฟฟิกดาต้าเติบโตอยู่ในระดับ 50- 100 % ส่งผลให้ผู้ให้บริการโครงข่าย ต้องทำการขยายเครือข่ายแกนกลาง (Backbone networks) ให้สามารถรองรับทราฟฟิกที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล 
 
 อัลคาเทล เปิดตัวอุปกรณ์ Alcatel-Lucent 1870 Transport Tera Switch (TTS) เพื่อติดตั้งที่เครือข่ายแกนกลาง ซึ่งเป็นนวัตกรรมออปติคัลสวิตช์ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถจัดทราฟิกบนเครือข่ายไอพีได้ง่ายขึ้นช่วยให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นในการรับ-ส่งทราฟิกประเภทไอพีที่รวมถึงวิดีโอในชั้นที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเครือข่ายในขณะเดียวกันก็ช่วยให้มีการลงทุนที่น้อยลง 
 
 อุปกรณ์นี้ยังมีออปชั่นด้านการบริหารแบนด์วิดท์ที่หลากหลาย ทำให้ผู้ให้บริการมีความยืดหยุ่นในการรับ-ส่งทราฟฟิกได้ทั่วโครงข่ายตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทบริการและเป้าหมายปลายทางของการส่งไอพีทราฟิกและยังมีนวัตกรรมใหม่ คือ การบรรจุเสมือนจริง (Virtual container) ที่เรียกว่า Optical Data Unit Flex (ODUFlex) ช่วยให้เครือข่ายมีการรับ-ส่งที่ดีขึ้น มีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีความซับซ้อนน้อยลง และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าพื้นที่ และการปฏิบัติการเครือข่ายต่างๆ 
 
 นายวรวิทย์ จำปาไชยศรี ผู้อำนวยการฝ่ายขาย อัลคาเทล-ลูเซ่น กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยี 3G ในประเทศไทยขณะนี้มีความพร้อมเต็มที่แล้วโดยจะเห็นได้จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือที่มีจำนวนมากขึ้น การลงทุน 3G ในขณะนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากแน้วโน้มเทคโนโลยีกำลังก้าวไปสู่ LTE แล้ว ซึ่งเรียกได้ว่าขณะนี้เป็นก้าวสุดท้ายของ 3Gส่งผลให้ราคาอุปกรณ์ 3Gถูกลงมากแต่ 3G ก็ยังสามารถให้บริการได้อีกอย่างน้อย 5 ปี เพราะ LTE ยังไม่เสถียรและมีราคาแพงอยู่ 
 
 ส่วนเทคโนโลยีไวแมกซ์นั้นมองว่า กทช.น่าจะเร่งรัดการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการเนื่องจากในปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการทดสอบให้บริการและพบว่าสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี 
 
 Company Related Links : 
 alcatel-lucent 

 

IEC 3G กระหึ่มวาดฝัน 6 เดือนขาย 3 แสนเบอร์

January 26, 2010

 

IEC 3G เปิดบริการแล้ว คาด 6 เดือนมียอดขาย 3 แสนเบอร์ คาดทำรายได้ 1,000 ล้านบาทปีนี้ รับหากเอไอเอสโดดร่วมวงได้รับผลกระทบ ด้านทีโอทีเผยศุกร์นี้ (29ม.ค.) คาดยังไม่ได้ข้อสรุปเอไอเอสโรมมิ่ง 3G 
 
 วานนี้ (25ม.ค.) บริษัท ไออีซี เทคโนโลยี จำกัด บริษัทลูกของ บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิล เอนจีเนียริง (ไออีซี) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ MVNO ของบริษัท ทีโอทีจัดงาน IEC 3G NEW HORIZON ขึ้นเพื่อเปิดตัวแบรนด์ IEC 3G อย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ 
 
 นางสัณห์จุฑา วิชชาวุธ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ไออีซีกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ามียอดขาย IEC 3G จำนวน3 แสนเลขหมายภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยจะมุ่งเน้นให้บริการ 3G เน็ตซิมมากกว่าการให้บริการทางเสียง เนื่องจากสามารถให้บริการด้วยความเร็วสูงถึง 7.2 เมกกะบิต ในเบื้องต้นยอมรับว่ายังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะมีรายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เท่าไหร่ แต่เบื้องต้นคาดว่าจะทำรายได้ให้ไออีซี เทคโนโลยี ราว 1,000 ล้านบาทในปีนี้ 
 
 ทั้งนี้ไออีซีมีจุดแข็งด้านช่องทางจัดจำหน่ายที่มีมากกว่า 200 สาขา โดยผ่านไออีซีช็อป และพันธมิตร เช่น TG ช็อป บลิสเทลช็อป ประกอบกับไออีซี เป็นผู้ให้บริการที่อยู่ในตลาดนี้มานานด้วยการทำธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องลูกข่ายจึงมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้ใช้บริการ 
 
 สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ IEC 3G จะเป็นกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป คนเริ่มทำงาน นักศึกษา และนักเรียน ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเน็ตซิมทุกที่ทุกเวลา ส่วนแพคเกจที่ให้บริการ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แพคเกจเติมเงิน ราคาต่ำสุด 99 บาทสามารถใช้บริการวอยซ์ได้ 10 นาที และดาต้า 50 นาทีคิดค่าบริการอินเทอร์เน็ต 50 สตางค์/เมกะไบต์ ราคาสูงสุด 399 บาท ส่วนเหมาจ่ายรายเดือนค่าบริการต่ำสุด 199 บาทสูงสุด 399 บาท 
 
 ส่วนกรณีที่เอไอเอสจะเข้ามาร่วมให้บริการ 3G กับทีโอทีในลักษณะดาต้าโรมมิ่งนั้น มองว่าลูกค้าเป็นคนละกลุ่มกับลูกค้าของไออีซีเพราะคาดว่าเอไอเอสจะเน้นจับลูกค้าระดับบนแต่เชื่อว่าทีโอทีจะพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบมากที่สุด โดยเฉพาะในแง่ผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ MVNO และยอมรับว่าหากเอไอเอสดำเนินการได้ MVNO จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน 
 
 นายอรรถวุฒิ เลาหภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไออีซี เทคโนโลยี กล่าวว่า การเปิดให้บริการ IEC 3G จะส่งผลให้รายได้ของไออีซีทั้งกลุ่มเติบโต 30 % จากรายได้รวม 2 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจดาวรุ่งของบริษัทนอกเหนือจากธุรกิจพลังงาน และธุรกิจวางระบบไอที 
 
 นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที กล่าวว่า การประชุมบอร์ดในวันที่ 29 ม.ค.เพื่อพิจารณาประเด็นที่เอไอเอสยื่นข้อเสนอขอโรมมิ่งดาต้า 3Gทีโอทีในพื้นที่กทม.และปริมณฑลและเสนอลงทุนโครงข่าย 3G ทั่วประเทศให้ทีโอทีนั้น คาดว่าจะยังไม่มีข้อสรุป เนื่องจากจะต้องมีการหารือเรื่องเทคนิค รูปแบบธุรกิจและเรื่องอื่นๆอีกหลายขั้นตอน 
 
 นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่าการให้เอไอเอสโรมมิ่งดาต้านั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาทีโอทีเป็นฝ่ายโรมมิ่งไปยังเอไอเอสด้านเดียวเท่านั้น 
 
 
 Company Related Links : 
 
IEC 
 

ลือแอปเปิลเลิกสัญญาใจไอโฟนกับ AT&T

January 26, 2010

 วันจันทร์ที่ 27 มกราคมนี้นอกจากจะเป็นที่คาดว่าแอปเปิลจะเปิดตัวนวัตกรรมคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต แต่ยังมีข่าวลือว่าจะเป็นวันที่แอปเปิลประกาศหยุดความสัมพันธ์กับเอทีแอนด์ที โอเปอเรเตอร์เบอร์ 1 ของชาวอเมริกันในฐานะผู้จำหน่ายไอโฟนรายเดียวในสหรัฐฯ นักสังเกตการณ์เชื่อว่าทั้ง 2 ไม่ได้ผิดใจกัน แต่เป็นเพราะเครือข่ายของเอทีแอนด์ทีรายเดียวนั้นไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ใช้ไอโฟนจำนวนมหาศาลในเขตเมืองใหญ่ 
 
 รายงานเรื่องนี้ปรากฏครั้งแรกที่เว็บไซต์ HotHardware ซึ่งยกเหตุการณ์ผู้ใช้ไอโฟนในเขตเมืองใหญ่ของสหรัฐฯออกมาร้องเรียนว่าไม่สามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยยกคำพูดของแหล่งข่าวภายในเอทีแอนด์ทีว่า ขณะนี้เอทีแอนด์ทีได้หันมาสนับสนุนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการอื่นด้วย เช่น Windows Mobile, Android และ webOS หรือปาล์ม 
 
 อีกหนึ่งเบาะแสที่ชี้ว่า การเลิกสัญญาใจระหว่างเอทีแอนด์ทีและแอปเปิลนั้นเป็นไปได้สูง คือข่าวลือว่าแอปเปิลจะพัฒนาให้ไอโฟนสามารถใช้งานบนเครือข่าย CDMA ได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเครือข่ายหลักของ Verizon 
 
 นอกจากข่าวลือว่าแอปเปิลจะประกาศยกเลิกการเป็นพันธมิตรแบบพิเศษกับเอทีแอนด์ที ยังมีการอ้างแหล่งข่าววงในว่าแอปเปิลกำลังมุ่งหาพันธมิตรสำนักพิมพ์ ซึ่งข่าวนี้ทำให้นักสังเกตการณ์มองว่าแอปเปิลกำลังกลายเป็นคู่แข่งของผู้ให้บริการอีบุ๊กรายสำคัญในอนาคต แต่ยังไม่มีคำยืนยันใดๆจากแอปเปิลในขณะนี้ 
 
 แหล่งข่าวนิรนามระบุว่าแอปเปิลกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับค่ายสำนักพิมพ์อเมริกันเช่น Hearst Corp., McGraw-Hill Cos. และ Hachette Book Group เพื่อให้บริการหนอนหนังสือบนคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต โดยรายงานระบุว่า แอปเปิลเจรจากับ Hearst เพื่อหวังนำคอนเทนท์นิตยสารมาเผยแพร่ ขณะที่ McGraw-Hill เป็นเจรจาที่ครอบคลุมส่วนของคอนเทนท์ตำราเรียนอิเล็กทรอนิกส์และระบบการเรียนออนไลน์อื่นๆ สำหรับกลุ่ม Hachette นั้นเป็นการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการจำหน่ายอีบุ๊กหลากหลายประเภทในอนาคต 
 
 ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า แอปเปิลมุ่งพัฒนาให้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของบริษัทมีความครบเครื่องทั้งหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และวิดีโอ 
 
 Company Related Links : 
 Apple 
 

ซัมซุงลั่นปี 2556 ‘องค์กรรักษ์โลก’

January 26, 2010

   

 

 

ซัมซุงโชว์วิชันรักษ์โลกด้วยแผนการ Eco-Management 2013 ภายใต้แนวคิด “Creating New Value through Eco-Innovation” ทุ่มเงินกว่า 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ตั้งเป้าเป็นบริษัทชั้นนำของโลกที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2556 
 
 นายมนาเทศ อันนวัฒน์ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ซัมซุงทุ่มเงินกว่า 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐในการลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมตามแผนการ Eco-Management 2013 ตามเป้าหมายที่ต้องการเป็นบริษัทชั้นนำของโลกที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยจะนำมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมาปรับใช้กับสินค้าทุกชนิดตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต ระหว่างอายุการใช้งานไปจนถึงขั้นตอนในการทำลายสินค้าหมดอายุ โดยต้องบรรลุผลภายในปี พ.ศ. 2556 เริ่มจากการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก 50% จากขั้นตอนการผลิต การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก 84 ล้านตันที่เกิดขึ้นจากการใช้สินค้าและการทำให้สินค้าซัมซุงทั้งหมดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” 
 
 ทั้งนี้ ทางด้านการใช้พลังงานของสินค้า ซัมซุงร่วมมือกับสำนักงานรักษาสิ่งแวดล้อม หรือ Environmental Protection Agency (EPA) ของสหรัฐอเมริกาในแคมเปญ Change the World Start with ENERGY STAR เพื่อลงนามในข้อตกลงรณรงค์ลดโลกร้อนด้วยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและให้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่มีการใช้พลังงานอย่างประหยัดให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของ ENERGY STAR 
 
 ’การสำรวจผู้บริโภคล่าสุดของซัมซุงเมื่อเดือนพ.ย.52พบว่าผู้บริโภคกว่า 45% ให้ความสนใจสินค้าที่ผลิตโดยบริษัทที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ขณะที่ผู้บริโภค 74% รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันในการร่วมดูแลรักษาโลกเพื่อคนรุ่นต่อไป และอีก 60% ขอมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อนโดยการออมเงินเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าใหม่’ 
 
 สำหรับนวตกรรมรักษ์โลกของซัมซุงที่วางขายอาทิ PCM Monitor ผลิตจากการนำขวดพลาสติกรีไซเคิลมาทำเป็นตัวเครื่อง หรือกรอบรูปดิจิตอลโฟโต้เฟรม ซัมซุง SPF-700Z ที่มีการลดวัสดุในการผลิตลง 10% และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตที่ไม่มีการพ่นหรือทาสี Eco-Netbook เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างซัมซุง N210 และ R580 ที่มีการประหยัดพลังงานตามมาตรฐาน Energy Star 5.0 ให้แสงแอลอีดีแบ็คไลท์แบบปลอดสารปรอท ตัวกรอบเครื่องปราศจากสารโบรมีนทนไฟหรือ BFRs และอุปกรณ์กล่องกว่า 70% ทำมาจากกระดาษรีไซเคิล 
 
 โทรศัพท์มือถือ ซัมซุง รีเคลม (Samsung Reclaim) ในตลาดสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัล Design & engineering Showcase Award ด้านเทคโนโลยีและดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ผลิตจากวัสดุพลาสติกชีวภาพที่ได้จากข้าวโพดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนประกอบกว่า 80% เป็นวัสดุรีไซเคิล ซัมซุงยังได้ร่วมมือกับสปรินท์ด้วยการบริจาครายได้จากยอดขายซัมซุง รีเคลมเครื่องละ 2 ดอลลาร์สหรัฐให้แก่โครงการดูแลผืนป่าขององค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีโครงการเรียกเก็บโทรศัพท์มือถือคืนเพื่อการรีไซเคิล (Samsung Recycling Direct) ให้ได้ 1 ล้านเครื่องภายในปี 2556 
 
 สำหรับประเทศไทยในปีนี้ ซัมซุงเริ่มโครงการเรียกเก็บอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิตอล หรือเครื่องเล่น MP3 มาเป็นระยะหนึ่งแล้วในชื่อแคมเปญ ซัมซุง กรีน แพลเน็ต เพื่อช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งานของผู้บริโภค ตลอดจนถึงการนำส่งคืนเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตใหม่อีกครั้ง โดยกล่องซัมซุง รีไซคลิ่ง บ็อกซ์ ตั้งอยู่ที่ร้านซัมซุง แบรนด์ช้อป และศูนย์บริการลูกค้าซัมซุงทั่วประเทศ 
 
 Company Related Links : 
 
Samsung 

 

Next Page »