ARC เปิดตัว XFX Radeon HD5450 GDDR3 1GB

February 5, 2010

 ข่าวประชาสัมพันธ์ – บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด (ARC) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย อุปกรณ์ กราฟฟิกการ์ด แบรนด์ชั้นนำอย่าง XFX พร้อมส่ง กราฟฟิกการ์ดรุ่น Radeon HD5450 GDDR3 1GB สัมผัสความแรงแบบประหยัดและคุ้มค่า ตอบสนองความต้องการได้ทุกการเชื่อมต่อ 
 
 XFX Radeon HD5450 GDDR3 1GB เป็นกราฟิกการ์ดตัวล่าสุดในซีรีย์ 5000 ของ ATi ที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง DirectX 11 บน Windows 7 และเทคนิค Eyefinity ที่ทำให้การต่อจอแสดงผลแบบหลายๆ จอ ทำได้สะดวกมากยิ่งขึ้น XFX Radeon HD5450 มากับเมมโมรี DDR3 ใหญ่จุใจถึง 1GB 64บิต ที่พร้อมตอบสนองการใช้งานเกมระดับกลางได้อย่างสะดวกลื่นไหล และมีพอร์ตต่อออกอุปกรณ์แสดงผลได้ครบครัน ทั้ง D-Sub, DVI หรือแม้แต่ HDMI 
 
 
 XFX Radeon HD5450 GDDR3 1GB มีขนาดการ์ดเล็กแบบ Low-profile ที่บันเดิลมากับ bracket แบบสั้น สามารถนำไปใส่กับระบบพีซีคู่ใจที่ใช้เคสแบบขนาดบางได้ทันที เตรียมเป็นเจ้าของ การ์ดจอ XFX Radeon HD5450 สุดเดิ้ล กันได้แล้ว 
 

ไซแมนเทคเตือน ระวังภัยคุกคามจากกระแส iPad

February 4, 2010

 

iPad

ไซแมนเทคออกโรงเตือนภัยออนไลน์ที่อาจอาศัยกระแสความแรงของ iPad ผลิตภัณฑ์ใหม่จากแอปเปิล มาสร้างโอกาสทองในการเจาะระบบหรือขโมยข้อมูล ระบุบรรดาอาชญากรไซเบอร์จำนวนมากมุ่งเป้าไปยังผู้บริโภคที่กระหายใคร่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับประดิษฐกรรมชิ้นใหม่จากแอปเปิล 
 
 บริษัทรักษาความปลอดภัยไซแมนเทคระบุว่า ทันทีที่ iPad ถูกเปิดตัว ไซแมนเทคสังเกตพบว่าการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่นี้กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีแบบ Blackhat SEO (Search Engine Optimization) คือความพยายามที่ทำให้ผลการค้นหาอันดับแรกๆ แสดงผลเชื่อมไปยังเว็บเพจที่ตนได้สร้างเอาไว้ดักเหยื่อที่เข้ามาเยี่ยมชม ตลอดจนการโจมตีในแบบฟิชชิ่ง ที่มีเนื้อหาข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าวเช่นกัน 
 
 “ผู้ที่สนใจและต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad ผ่านทางอินเทอร์เน็ตควรระมัดระวังตัวเองจากภัยคุกคามที่คาดไม่ถึง” 
 
 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสไร้คีย์บอร์ดของแอปเปิลในนาม iPad นั้นสร้างกระแสความน่าสนใจมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว การเปิดตัว iPad ยิ่งเป็นการจุดประกายให้มีการค้นหาข้อมูลด้วยอักษร 4 ตัวนี้ สิ่งนี้เป็นเสมือนโอกาสสำหรับนักหลอกลวงหาประโยชน์ โดยนำคำที่คนนิยมใช้ค้นหามาเป็นเป้าโจมตี และไซแมนเทคยังคาดว่าจะได้เห็นการโจมตีด้วยอีเมลขยะและฟิชชิ่ง ด้วยการนำหัวข้อ iPad มาใช้อย่างแพร่หลายในอนาคต 
 
 ไซแมนเทคให้คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงภัยคุกคามจาก iPad 5 ข้อ ได้แก่ 1. หลีกเลี่ยงการคลิกลิงค์ที่ไม่น่าไว้วางใจในอีเมลหรือข้อความในโปรแกรมแชทที่ส่งลิงค์เชิญชวนให้เข้าเว็บไซต์ 2. ฝ่ายปฏิบัติการตอบสนองภัยคุกคามของไซแมนเทคแนะนำว่า ทางที่ดีควรพิมพ์เว็บแอดเดรสลงบนเบราเซอร์โดยตรงดีกว่าการคลิกบนลิงค์ที่ปรากฏอยู่ในข้อความ 
 
 3. ถ้าอีเมลที่ได้รับหยิบยื่นข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ให้ระวังว่าอาจจะเป็นอีเมลขยะ โดยควรตรวจสอบข้อมูลโดยตรงกับผู้จำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ 4. ต้องแน่ใจว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่มีการอัพเดทอยู่อย่างสม่ำเสมอและใช้ระบบรักษาความปลอดภัยที่รับมือกับการโจมตีทุกรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ลบอีเมลขยะทั้งหมดทิ้ง 
 
 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายสถิติที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายจากการใช้ชื่อ iPad เป็นกลลวงในขณะนี้ 
 
 Company Related Links : 
 Apple 
 Symantec 
 

MobileExpo 2010 : ไอ-โมบาย สั่งลุยแอนดรอยด์ราคาประหยัด

February 4, 2010

 ไอ-โมบาย เปิดตัวโทรศัทพ์กว่า 15 รุ่น รุกตลาด 3G-สมาร์ทโฟนจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง 2 ซิม ดูทีวี รองรับการเชื่อมต่อ 3G รวมกับตั้งบูทกระตุ้นยอดขาย ไอ-โมบาย 3GX ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 4.5 ล้านเครื่อง ส่วนผู้ใช้ 3Gx เพิ่มเป็น 200,000 รายภายในสิ้นปีนี้ มาเก็ตแชร์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 30% ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็น 33% 
 
 นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด มหาชน กล่าวว่า การทำตลาดของไอ-โมบาย ในปีนี้จะเน้นการนำเข้าเครื่องที่รองรับ 3G และ สมาร์ทโฟนเช่นเดียวกับกระแสของตลาดในปีนี้ โดยปีนี้จะมีการเปิดตัวไม่ต่ำกว่า 30 รุ่นซึ่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งจะรองรับการใช้งาน 3G 
 
 ”แม้ว่าตลาด 3G กำลังเติบโต แต่อย่างไรก็ตามผู้บริโภคที่ต้องการใช้ฟีเจอร์โฟนทั่วไปยังคงมีอยู่ ทำให้สินค้าที่ออกมาต้องตอบรับกับทุกกลุ่มลูกค้า สำหรับส่วนแบ่งตลาดเฮาส์แบรนด์ในปัจจุบันคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 65-70% ซึ่งในอนาคตเชื่อว่าถ้า 3G เข้ามาแบบเต็มตัวผู้บริโภคจะเริ่มหันมาให้ความสนใจกับแบรนด์และเซอร์วิสหลังการขายมากขึ้น ทำให้เชื่อว่าตลาดเฮาส์แบรนด์จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง” 
 
 โดยไฮไลท์เด่นของไอ-โมบาย อยู่ที่เครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่รองรับการเชื่อมต่อ 3G (สูงสุด 3.6 Mbps) อย่าง i-mobile 8500 ที่มาพร้อมหน้าจอ Capacitive ขนาด 3.2 นิ้ว และ i-mobile 858 ที่มาพร้อมกับหน้าจอ Capacitive ขนาด 4.3 นิ้ว ทั้ง 2 รุ่น มีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับการเชื่อมต่อไว-ไฟ บลูทูธ ในราคาประมาณ 8,900 – 11,000 บาท 
 
 ในอนาคตคาดว่าทางไอ-โมบาย จะสามารถออกผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ซิม ดูทีวีได้ รองรับการเชื่อมต่ออย่าง 3G ไว-ไฟ มารวมไว้ในเครื่องเดียว เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคต่อไป 
  
 ขณะเดียวกันทางไอ-โมบายยังมอบโปรโมชันพิเศษ เมื่อซื้อมือถือรุ่นที่รองรับ 3G สามารถรับซิม i-mobile 3GX แบบเติมเงิน รับสิทธิ์โทรฟรี 100 นาที วิดีโอคอลฟรี 100 นาที และอินเทอร์เน็ตฟรี 100MB ตลอดปี 
 
 ส่วนความคืบหน้าทางด้าน ไอ-โมบาย 3GX ที่ต้องการเป้าผู้ใช้ 200,000 รายในปีนี้ เตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในร้านค้าปลีกอย่าง 7-11 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณทลภายในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อขยายให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้มากขึ้น รวมกับการเปิดศูนย์บริการอีก 2-3 แห่งเพื่อรองรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนและ 3G 
 
 Company Relate Link 
 i-Mobile 
 

MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 2

February 4, 2010

 ขอสารภาพว่าประมวลภาพพริตตี้ในงาน Thailand Mobile Expo 2010 ชุดที่ 2 นี้คือทีมเดิมจากชุดที่ 1 แต่อย่าเพิ่งหงุดหงิดเพราะลีลาน่าหยิกของน้องๆในแต่ละรูป ให้อารมณ์ไม่ซ้ำกับภาพชุดที่ 1 แน่นอน 
 
 ***ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ Mobile Expo 2010 
 
 MobileExpo 2010 : ทรูมูฟขาย Bold 9700 เริ่มที่ 21,300.- 
 MobileExpo 2010 : คาดเงินสะพัดล้นงาน 1,200 ล้าน 
 MobileExpo 2010 : ดีแทคขาย Bold 9700 เริ่มที่ 19,999.- 
 MobileExpo 2010 : รวมพริตตี้สาวสวยชุดที่ 1 
 MobileExpo 2010 : คนเยอะ-โปรฯแยะ 
 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว! 
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าวเดินทางไปที่นี่Latitude: 13.726523 Longitude: 100.55996 
 
 Company Related Links : 
 MobileExpo2010 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

 
 

สาวสวยจาก DTAC

 
 

สาวสวยจาก AIS

 
 

สาวสวยจาก AIS

 
 

จาก Yellow Pages

 
 

 
 

Review : HP Envy 13 หรูหรา-แบตอึด-9หมื่น!!

February 4, 2010

                       

 
 
 จำได้ว่าแรกเริ่มที่เห็นแบรนด์ HP เปิดตัวโน้ตบุ๊กสุดหรูและสุดแพงนามว่า Envy ออกมา ผมรู้สึกอึ้งและทึ่งกับราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูงมาก อีกทั้งเมื่อทาง HP ออกมาบอกว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้จะมาพร้อมหน้าจอ LED แบบใหม่ซึ่งมีความคมชัดสูงมาก (และอาจเป็นหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้) ก็ยิ่งสร้างความสนใจและความอยากได้ให้ผมอย่างมาก แต่แล้วสุดท้ายฝันของผมก็กลายเป็นจริง เมื่อตอนนี้ HP Envy มาตั้งอยู่ตรงหน้าผมแล้ว ผลการทดสอบจะเป็นอย่างไรมาติดตามพร้อมๆ กันเลยครับ 
 
 Design of HP Envy13 
 
  
 
  
 
 จากภาพมุมกว้างจะเห็นว่า HP Envy13 เป็นโน้ตบุ๊กที่บางมาก (ประมาณ 0.8 นิ้ว) โดยวัสดุที่ใช้จะเป็นอะลูมิเนียมผสมแมกนีเซียมที่มีการเก็บรายละเอียดมาอย่างดี ทำให้น้ำหนักเครื่องสูงถึงประมาณ 1.69 กิโลกรัม 
 
 
 
  
 
  
 
 เมื่อเปิดฝาพับออกมา สิ่งแรกที่ดูจะสะดุดตามากที่สุดก็คือแป้นคีย์บอร์ดที่เป็นลักษณะ Chicklet Keyboard คล้ายคีย์บอร์ด MacBook อีกทั้งสิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนก็คือจอภาพแบบ Diagonal LED HD ที่ถูกติดฟิล์มกันรอยไว้ ซึ่งผมบอกตรงๆ เลยครับว่าหน้าจอของ Envy บางได้ใจจริงๆ 
 
 
 
  
 
 ถัดลงมาจะเป็น Mouse Pad ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้งานได้คล้ายกับเทคโนโลยีของ MacBook มาก เช่น หากเราต้องการคลิกเราก็สามารถกดลงไปที่ตัว Pad ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องเลื่อนนิ้วไปกดที่ด้านล่างเหมือนโน้ตบุ๊กทั่วไป อีกทั้ง Mouse Pad ตัวนี้ยังรองรับระบบ Multi-Touch ด้วย 
 
  
 
 ลองพลิกเครื่องมาดูรายละเอียดด้านล่างของตัวเครื่องกันบ้าง จะพบว่า HP Envy13 เป็นโน้ตบุ๊กที่ไม่สามารถเปลี่ยน/เพิ่ม ฮาร์ดดิสก์หรือแม้กระทั้งหน่วยความจำได้เอง เพราะจากภาพจะเห็นว่าด้านล่างของตัวเครื่องจะไม่มีอะไรนอกเสียจากขั้วเสียบแบ็ตเตอรี่ก้อนที่ 2 และตัวก้อนแบ็ตเตอรี่ที่ 1 ซึ่งสามารถถอดออกได้ 
 
 I/O Design 
 
  
 
 คราวนี้เราลองมาดูรายละเอียดของช่อง Input/Output รอบๆ โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ดูบ้าง โดยเริ่มจากด้านขวาของเครื่อง จากซ้ายมือจะเป็นไฟแสดงสถานะฮาร์ดดิสก์ ถัดมาจะเป็นช่องเสียบหูฟัง ซึ่งสามารถตั้งเป็นช่อง Line in หรือ Mic in ได้ ต่อมาอีกจะเป็นช่อง USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง และช่อง HDMI 1.3 จำนวน 1 ช่อง และสุดท้ายจะเป็นช่องระบายความร้อนจากภายใน 
 
  
 
 มาที่ด้านซ้ายของเครื่องบ้าง โดยเริ่มจากด้านขวามือจะเป็น Card Reader ซึ่งรองรับแค่ MMC และ SD Card เท่านั้น ถัดมาจะเป็นช่องเสียบ Adapter ซึ่งมีไฟแสดงสถานะอยู่ข้างๆ ด้วย (สีส้มคือกำลังชาร์จไฟ สีขาวคือแบ็ตเตอรี่เต็ม) และสุดท้ายก็คือช่องไหลผ่านอากาศเพื่อระบายความร้อนครับ 
 
 Hybrid Graphic Processor Unit 
 
  
 
 ตามที่ HP เคยกล่าวไว้ตอนงานเปิดตัวว่าโน้ตบุ๊ก Envy13 จะใช้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ที่เน้นการพกพาและต้องการใช้โน้ตบุ๊กเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก เพราะฉะนั้นตัว Envy13 จึงมาพร้อมกราฟฟิกชิปถึง 2 ตัวอันได้แก่ ATI Mobility Radeon HD 4330 (High Performance Mode) และการ์ดจอจาก Intel Mobile Series 4 (Power Save Mode) 
 
  
 
 การเปลี่ยนโหมดใช้งานทำได้ไม่ยาก เพียงคลิกขวาและเลือก Switchable Graphics แล้วเลือกใช้งานตามต้องการ โดยในโหมด High Performance จะเป็นโหมดที่เรียกพลังจากกราฟฟิก ATI Mobility Radeon HD 4330 ออกมาใช้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถรับชมภาพยนตร์จาก Blu-Ray Disc หรือเล่นเกมได้ ส่วน Power Save Mode จะเหมาะแก่ตอนที่ผู้ใช้ไม่ได้เสียบ Adapter ไว้ซึ่งแน่นอนว่าจะประหยัดไฟมาก แต่ผู้ใช้ก็ต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพที่เพียงทำได้แค่เล่นอินเทอร์เน็ท รับชมวิดีโอความละเอียดไม่เกิน 720p ได้เท่านั้น 
 
 Software Bundle 
 
  
 
 HP Envy13 จะมาพร้อมชุดซอฟท์แวร์ HP MediaSmart ซึ่งตัวโปรแกรมจะประกอบไปด้วยโปรแกรมบันเทิงต่างๆ ที่ทาง HP ให้มาอย่างเต็มที่ โดยโปรแกรมเด่นๆ ของชุด HP MediaSmart ก็คงจะอยู่ที่ โปรแกรม DVD Player ซึ่งสามารถเล่นแผ่น Blu-Ray พร้อมทั้งใช้คุณสมบัติ BD-Live ได้ด้วยถ้าท่านผู้ใช้ต่ออินเตอร์เน็ทอยู่ 
 
 CPU & Memory Details 
 
  
 
 สำหรับในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพ สิ่งแรกที่ควรทำก่อนเลยก็คือมาดูสเป็กของซีพียูกันก่อน ซึ่ง HP Envy13 จะมาพร้อมซีพียู Intel Mobile Core2Duo L9600 ซึ่งมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 2.13GHz โดยซีพียูใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ ULV (Ultra Low Voltage) หรือซีพียูกินไฟต่ำนั่นเอง ในส่วน Memory Cache L1 จะอยู่ที่ 2×32 KBytes และ L2 แคชก็ได้ให้มาเต็มๆ ถึง 6MB เลยทีเดียว ด้านเมนบอร์ดที่ใช้ใน Envy13 จะเป็นของ Quanta และในส่วนของ Northbridge Chipset จะเป็นของ Intel รุ่น GS45 และ Southbridge จะเป็น ICH9-M ที่ถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับโน้ตบุ๊กตระกูล Core2Duo แล้ว 
 
 ถัดมาเรื่องของหน่วยความจำจะพบว่า Envy13 มาพร้อมหน่วยความจำ DDR3 ขนาด 3GB เป็นแบบ Dual Channel โดยมี FSB อยู่ประมาณ 1066MHz ที่ค่า CL 7-7-7-20 
 
  
 
 สุดท้ายลองตั้งโหมดเป็น Power Save ดูจะพบว่าความเร็วของโน้ตบุ๊กเครื่่องนี้จะตกลงไปอยู่ที่ 798 MHz โดยมีค่าไฟที่ลดลงถึง 0.925 V อีกทั้งจำนวนตัวคูณ (Multipilier), Bus Speed และ CPU FSB ก็ลดลงลงมาด้วย 
 
 Performance & Benchmark 
 
 และแล้วก็ถึงหัวข้อการทดสอบประสิทธิภาพกันแล้วซึ่งในหัวข้อนี้ทางทีมงานจะทำการทดสอบทั้งหมดผ่านระบบปฏิบัติการ Windows 7 
 
  
 
 3DMark 05 บนกราฟฟิกชิป ATI Mobility Radeon HD 4330 สามารถทำคะแนนไปได้ 2,903 คะแนน ที่ความละเอียด 1280×768 ซึ่งภาพที่ปรากฏระหว่างทดสอบก็ลื่นพอใช้ครับ 
 
  
 
 3DMark 05 บนกราฟฟิกชิปจาก Intel สามารถทำคะแนนได้ 1,223 คะแนนที่ความละเอียด 1280×768 เช่นกัน แต่ภาพกราฟฟิกระหว่างทดสอบค่อนข้างกระตุกมาก 
 
  
 
 3DMark 06 บนกราฟฟิกชิป ATI Mobility Radeon HD 4330 สามารถทำคะแนนได้ที่ 1,568 คะแนน ที่ความละเอียด 1280×768 เช่นกัน ซึ่งความลื่นของภาพกราฟฟิกระหว่างการทดสอบนั้นค่อนข้างกระตุกทีเดียว 
 
  
 
 สำหรับการทดสอบ 3DMark 06 ด้วยกราฟฟิกชิปจาก Intel สามารถทำคะแนนไปได้เพียง 784 คะแนนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าความลื่นของภาพกราฟฟิกระหว่างทดสอบนั้นอยู่ในเกณฑ์ไม่ดีเท่าที่ควร 
 
  
 
 มาที่การทดสอบด้วยโปรแกรมอย่าง 3DMark Vantage จะพบว่าคะแนนที่ได้จะอยู่ที่ 3,675 คะแนน ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์พอใช้สำหรับการทำงานด้าน Multimedia ซึ่งแน่นอนว่าเจ้า Envy13 สามารถแสดงผลไฟล์ Hi-Def ได้ทุกประเภท เพียงแต่ว่าการประมวลผลค่อนข้างช้าเท่านั้นเองครับ 
 
 ที่นี้หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจจะสงสัยว่าผลการทดสอบเกมหายไปไหน ผมขอบอกกันตรงๆ เลยครับว่าตัว HP Envy13 มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เล่นเกม 3 มิติแบบหนักๆ เพราะเท่าที่ผมพยายามทดสอบด้วยเกมจำนวนมากไล่ตั้งแต่ Lost Planet Extreme Condition, Resident Evil 5, Dirt2, Borderland หรือแม้แต่เกม Call of Duty Modern Warfar ตัวโน้ตบุ๊กเครื่องนี้อาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนนั้นได้ดีมากนัก แต่ถ้าเป็นเกมออนไลน์อย่าง Point Blank หรือ Kart Raider ผมว่า HP Envy13 ยังคงพอเล่นได้อยู่ครับ 
 
 Video Encode Test 
 
  
 
 สำหรับการทดสอบถอดรหัสไฟล์วิดีโอ DVD MPEG2 (VOB Files) ความยาว 20.43 mins, บนระบบ PAL ไปเป็นไฟล์ MPEG 4 ด้วยโปรแกรม Xilisoft Video Converter ก็สามารถเวลาอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้คือ 7 นาที 59 วินาที 
 
 
 HDD Benchmark 
 
  
 
 สำหรับฮาร์ดดิสก์ที่ถูกบรรจุอยู่ใน Envy13 ก็คือ TOSHIBA MK2529GSG ขนาด 250GB นั่นเอง ซึ่งจากการทดสอบด้วยการอ่านข้อมูลจะพบบว่าฮาร์ดดิสก์มีค่าอ่านข้อมูลเฉลี่ยอยู่ที่ 32.4MB ต่อวินาที โดยมีค่าการเข้าถึงข้อมูล (Access time) อยู่ที่ 19.3ms 
 
 Webcam Test 
 
  
 
 สำหรับ Webcam ที่ติดมากับ HP Envy13 จะมีเซ็นเซอร์รับภาพเพียงแค่ VGA เท่านั้น แต่ทั้งนี้ทาง HP เขาได้เคลมมาว่า Webcam ตัวนี้ถึงจะมีเซ็นเซอร์แค่ VGA แต่เขาได้ติดตั้ง ระบบ Low Light ซึ่งสามารถทำให้เราสามารถถ่ายภาพและวิดีโอในที่ๆ มีแสงน้อยได้ ซึ่งจากการทดสอบก็พบว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้เท่านั้นครับ 
 
 Wireless Benchmark 
 
  
 
 ตัว HP Envy13 เลือกใช้ตัวรับ-ส่ง WiFi จาก Intel ในรุ่น 5100AGN โดยการทดสอบรับสัญญาณ WiFi ที่ห่างจากตัวโน้ตบุ๊กประมาณ 15 เมตรพร้อมคลื่นสัญญาณรบกวนรอบข้างมากมาย ซึ่งปกติ WiFi ทั่วไปจะมีอัตรารับสัญญาคิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 35-40% เท่านั้น แต่สำหรับ HP Envy13 แล้วตัวรับส่งสัญญาณค่อนข้างดีมาก ทำให้สามารถรับสัญญาณ WiFi อยู่ที่ 40-50% ได้ในขณะที่มีการแกว่งของสัญญาณก็อยู่ในเกณฑ์พอใช้ 
 
 
 Blu-Ray Drive + DVD-RW Test 
 
  
 
 Blu-Ray Drive ถือว่าเป็นจุดขายที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับตัว HP Envy13 นี้ ซึ่งในส่วนของคุณภาพด้วยการทดสอบกับแผ่นภาพยนตร์ Blu-Ray แบบ Single Layer (17.84GB) จะพบว่าตัว Blu-Ray Drive นี้มีความเร็วในการอ่านแผ่น Blu-Ray อยู่ที่ 2x ซึ่งจากกราฟของโปรแกรมทดสอบจะพบว่ามีความนิ่งในการอ่านที่ดีมาก ส่วนการอ่าน CD และ DVD ก็ทำได่ดีไม่แพ้กันโดยความเร็วในการอ่านและเขียนแผ่น DVD และ CD ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเช่นกัน แต่อาจจะมีความเร็วในการอ่านและเขียนต่ำไปสักเล็กน้อย 
 
 Speaker Test 
 
  
 
 มาที่เรื่องของคุณภาพเสียงจากลำโพงภายในตัว HP Envy13 กันบ้าง ซึ่งต้องบอกกันตรงๆ เลยครับว่าลำโพงทั้ง 2 ข้างที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของตัวโน้ตบุ๊กนั้นมีความชัดเจนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเสียงกลางและแหลมที่ทำได้ค่อนข้างดีมาก อีกทั้งถึงแม้ตัวโน้ตบุ๊กจะไม่ได้ติดตั้ง Subwoofer มาให้แต่ตัวลำโพงทั้ง 2 ข้างก็สามารถสร้างสนามเสียงต่ำให้ออกมาให้ได้ยินบ้าง 
 
 Battery Test 
 
  
 
 แบตเตอรี่ที่ HP ให้มาสำหรับ Envy13 จะมีให้ด้วยกัน 2 ก้อน ได้แก่ แบตเตอรี่ขนาด 4 เซลล์ และแบบ 6 เซลล์ ซึ่งมีขนาดความยาวและสูงเท่ากับตัวโน้ตบุ๊กตามภาพประกอบด้านบนซึ่งประสิทธิภาพที่ได้ก็เป็นไปตามการทดสอบดังต่อไปนี้ 
 
 1 Unit – Power Save Mode 
 
  
 
 การทดสอบในส่วนนี้จะปรับความสว่างของหน้าจอให้อยู่ที่ 50% เปิด WiFi, Bluetooth และใช้งานลำโพงด้วย เวลาที่ใช้งานได้จะอยู่ที่ 3 ชั่วโมง 55 นาที 
  
 1 Unit – Charge Mode 
 
  
 
 สำหรับการชาร์จไฟคืนจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 36 นาทีเท่านั้น 
 
 2 Units – Power Save Mode 
 
  
 
 การทดสอบในส่วนนี้จะปรับความสว่างของหน้าจอให้อยู่ที่ 70% เปิด WiFi และ Bluetooth สำหรับเวลาที่สามารถใช้งานได้จะอยู่ที่ 12 ชั่วโมง 12 นาที เรียกได้ว่านานสุดยอดมาก!! 
 
 
 2 Units – High Performance Mode 
 
  
 
 สำหรับการทดสอบส่วนนี้จะเป็นการเปิดใช้ทุกอย่างสุดหมด อีกทั้งยังเปิดใช้กราฟฟิกชิป ATI Mobility Radeon HD 4330 และต่อพ่วง Blu-Ray Drive ผ่าน USB 2.0 เพื่อใช้ชมภาพยนตร์ความยาว 1 ชั่วโมง 40 นาทีซึ่งตัวแบ็ตเตอรี่สามารถใชังานได้ 3 ชั่วโมง 20 นาที 
 
 2 Unit – Charge Mode 
 
 สุุดท้ายลองทดสอบชาร์จไฟเข้าแบ็ตเตอรี่ทั้ง 2 ยูนิตพบว่าใช้เวลาชาร์จจนแบ็ตเตอรี่ทั้ง 2 ก้อนเต็มอยู่ที่ 6 ชั่วโมง 51 นาทีเท่านั้น เรียกได่ว่าเร็วเกินคาดจริงๆ 
 
 Tempurature 
 
  
 
 อุณหภูมิระหว่างการใช้งานปกติ 
 
  
 
 อุณหภูมิระหว่างการใช้งานแบบ Full Load 
 
 สรุป 
 อย่างแรกต้องยอมรับก่อนเลยครับว่า HP Envy13 เป็นโน้ตบุ๊กตระกูล Ultra Low Voltage (ULV) ที่นับว่ามีราคาสูงที่สุด (89,900 บาท) ในตอนนี้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวัสดุขบวนการผลิต และ Bundle ต่างๆที่ให้มา ซึ่งเป็นเหตุทำให้ตัวสินค้ามีความหรูหรามากกว่าแบรนด์อื่น อย่างตัวบอดี้โน้ตบุ๊กก็ใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมผสมแมกนีเซียมทำให้มีความแข็งแรงมาก เรื่องของแบ็ตเตอรี่ที่สามารถใส่ได้ 2 ก้อนทำให้สามารถใช้งานได้ถึง 12 ชั่วโมงเต็มๆ ในโหมด Power Save และประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ สำหรับการรับชมภาพยนตร์ จาก Blu-Ray Disc อีกทั้งเรื่องของจอภาพ LED ที่ผมขอการันตีครับว่า สว่าง สดใส และคมชัดมาก เพราะขนาดตั้งความละเอียดต่ำกว่า Native ของหน้าจอ ภาพที่ได้ยังคมชัดเลย 
 
 แต่ทั้งนี้ถ้าผมมองในแง่ของผู้บริโภคทั่วๆ ไปที่มักเลือกซื้อโน้ตบุ๊กที่เน้นเรื่องประสิทธิภาพกับความคุ้มค่ามากกว่าความหรูหราผมว่า HP Envy13 คงจะไม่สามารถตอบสนองในจุดนี้ได้ดีนัก เพราะจากการทดสอบส่วนใหญ่จะพบว่าการทำงานของตัวเครื่องค่อนข้างช้าตามสไตล์ชิปประมวลผลแบบ ULV (ที่เน้นจุดขายเพื่อพกพาและใช้งานได้นานแบบ Intel ATOM มากกว่า) ซึ่งถ้านำไปใช้งานทั่วไป เช่น เล่นอินเทอร์เน็ต พิมพ์เอกสาร ตัดแต่งภาพด้วย Adobe Photoshop, illustator หรือใช้งานโปรแกรมตัดต่อวิดีโอคุณภาพ HD 720p ก็สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะนำไปใช้ในงานตัดต่อ Multimedia ระดับ Full Hi-Def หรือนำไปใช้เล่นเกมหนักๆ ผมว่า HP Envy13 คงไม่สามารถตอบโจทย์เหล่านั้นได้ดีนักถ้าเทียบกับราคาจ่าย 9 หมื่นบาท ทอน 100 บาท 
 
 ขอชม 
 - วัสดุที่ใช้ผลิตตัวบอดี้มีความแข็งแรง 
 - Adapter มีขนาดเล็ก 
 - เครื่องมีความบางค่อนข้างมาก พกพาไปไหนสะดวก 
 - สามารถใส่แบตเตอรี่ได้ถึง 2 ก้อนทำให้การใช้งานสามารถใช้ได้สูงสุดถึง 12 ชั่วโมง 
 - ออกแบบระบบระบายความร้อนได้ดี ทำให้ไม่มีความร้อนแผ่ออกมาระหว่างใช้งานมากนัก 
 - ไดร์ฟ Blu-Ray External ไม่จำเป็นต้องใช้ Adapter ต่อไฟเพิ่มแต่สามารถจัดการเรื่องพลังงานสำหรับ USB 2.0 ที่ติดตั้งมาในตัวได้อย่างยอดเยี่ยม 
 - จอภาพมีคุณภาพ ความคมชัดและสดใสอยู่ในเกณฑ์ดีมาก 
 - คีย์บอร์ดเป็น Chicklet Keyboard 
 - Software HP MediaSmart ใช้งานได้ดีเยี่ยม 
 - ใช้การเริ่มระบบแบบ Graphics User Interface จาก HP ซึ่งสามารถใช้งานเครื่อง เช่น ฟังเพลง ดูรูปภาพ เล่น Skype ได้โดยไม่ต้องเข้าวินโดว์ 
 
 ขอติ 
 
 - พอร์ตเชื่อมต่อ USB 2.0 รอบๆ เครื่องมีน้อยเกินไป 
 - พอร์ตเชื่อมต่อจอภาพมีเพียง HDMI อย่างเดียว (ไม่มี D-Sub และ DVI มาให้) 
 - เมื่อใส่แบ็ตเตอรี่ครบ 2 ก้อน น้ำหนักของเครื่องค่อนข้างมาก 
 - Mouse Pad สไตล์ Mac ใช้งานค่อนข้างติดขัด โดยเฉพาะการคลิกแบบกดลงไปที่ตัว Pad และ Scroll อยู่ในตำแหน่งที่แปลกจากปกติ ต้องฝึกความคุ้นเคยเล็กน้อยก่อนใช้งาน 
 - ไม่สามารถอัปเกรดฮาร์ดดิสก์หรือหน่วยความจำได้ด้วยตัวเอง 
 - กล้อง Webcam ไม่คมชัดเมื่อถ่ายที่มีแสงน้อย 
 - จำเป็นต้องใช้ Windows ที่ทาง HP ให้มาเท่านั้น 
 - ราคาตัวเครื่องสูงมาก 
 
 Company Related Links : 
 HP 

 

 



 

 

 

การใส่แผ่นในไดร์ว Blu-Ray External จะเป็นแบบ Slot in

ด้านหลังของไดร์ว Blu-Ray External ได้ให้ USB 2.0 มาอีก 2 ช่อง

เมื่อใส่แบ็ตเตอรี่ก้อนที่สองแล้วตัวเครื่องจะมีความหนาขึ้นเล็กน้อย

 

 

 

Chicklet Keyboard แบบเดียวกับ mac book

สังเกตที่จอภาพครับบางมากๆ

ปุ่มฟังก์ชันต่างๆ

 

 

 

ไม่จำเป็นต้องเข้าวินโดว์ก็สามารถเล่น Skype และฟังเพลงได้นะจ๊ะ

แบตเตอรี่ก้อนที่ 2 สามารถกดเช็คปริมาณไฟฟ้าที่เหลืออยู่ได้ด้วย

น้ำหนัก 1.69 กก. (ไม่รวมแบ็ตก้อนที่ 2) ถือว่าเบาพอประมาณ

 

 

 

Spec เครื่อง HP Envy13 (1)

Spec เครื่อง HP Envy13 (2)

Spec เครื่อง HP Envy13 (3)

 

 

 



Firefox รุกมือถือ Chrome ลุยเวอร์ชัน 5

February 3, 2010

   

โปรแกรมเปิดเว็บไซต์เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตน้องใหม่ดาวรุ่ง “Firefox” เปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชันสำหรับใช้บนโทรศัพท์มือถือแล้วโดยใช้ชื่อรหัสว่า Fennec ประเดิมรองรับระบบปฏิบัติการ Maemo ของโนเกียก่อนรายเดียว น่าเสียดายที่ยังไม่สามารถเล่นไฟล์ Adobe Flash ได้ ขณะที่กูเกิลเปิดตัวเบราว์เซอร์ Google Chrome เวอร์ชัน 5.0 สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac ให้นักพัฒนานำไปทดสอบและพัฒนาต่อ 
 

สัญลักษณ์ที่ Mozilla ใช้ประชาสัมพันธ์ Fennec หรือ Firefox 3.6 เวอร์ชันโทรศัพท์มือถือ

Firefox รุกมือถือ 
 
 โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Maemo ของโนเกียนั้นยังมีรุ่นเดียวในขณะนี้ นั่นคือ N900 โดย Fennec หรือ Firefox 3.6 เวอร์ชันโทรศัพท์มือถือยังคงอยู่ในแผนการพัฒนาให้สามารถใช้งานบนระบบปฏิบัติการที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้ง Windows Mobile และ Android อย่างไรก็ตาม Mozilla ระบุว่าไม่มีแผนพัฒนา Firefox ให้รองรับ iPhone, BlackBerry และ Symbian เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิก 
 
 โครงการพัฒนา Fennec นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2008 โดย Mozilla ยังคงคุณสมบัติหลักของ Firefox สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีไว้แต่ปรับปรุงส่วนติดต่อผู้ใช้ให้มีขนาดหน้าจอที่เล็กลง คุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นคือ Weave Sync เพื่อให้รายการข้อมูลใช้งานเว็บบนคอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลในโทรศัพท์มือถือได้ 
 
 
 

สัญลักษณ์ Google Chrome โปรแกรมเปิดเว็บไซต์ของกูเกิล

Chrome ลุยเวอร์ชัน 5 
 
 
 เพียง 1 เดือนหลังการเปิดให้ดาวน์โหลดเวอร์ชัน 4.0 อย่างเป็นทางการ กูเกิลเปิดอัปเดทโปรแกรม Chrome 5.0.307.1 สำหรับนักพัฒนาแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของเวอร์ชันนี้คือการเพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัย โดยการไม่ให้หน้าต่าง pop-ups หรือไฟล์ภาพแฝงตัว รวมถึงหน้าต่าง dialog box แสดงผลเพื่อให้เว็บไซต์เรียกใช้งานโปรแกรมประมวลผลภาษา Java Script โดยไม่ได้รับอนุญาต เท่ากับจากนี้ผู้ใช้จะสามารถเลือกได้เองว่าจะเปิดหรือปิดการทำงานของ Java Script ได้เอง 
 
 ความพิเศษของ Chrome 5 ยังอยู่ที่การเปิดทางให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มรายชื่อเว็บไซต์บัญชีดำ เพื่อไม่อนุญาตให้เว็บไซต์เหล่านี้ส่งโปรแกรมเรียกการทำงานของเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม Chrome 5 ยังต้องมีการพัฒนาอีกมาก และกูเกิลยังไม่เปิดเผยกำหนดการเปิดให้ดาวน์โหลดอย่างเป็นทางการในขณะนี้ 
 
 ผลการสำรวจโปรแกรมที่ชาวเน็ตใช้ท่องเว็บมากครั้งล่าสุด พบว่าโปรแกรม Chrome ของกูเกิลนั้นสามารถทำสัดส่วนเกิน 5% ได้เป็นครั้งแรก โดยเพิ่มขึ้นจาก 4.63% ในเดือนธันวาคมมาเป็น 5.2% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา 
 
 Chrome นั้นสามารถครองตำแหน่งเป็นโปรแกรมเปิดเว็บไซต์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดอันดับ 3 ของโลกมาระยะหนึ่งแล้ว โดยสามารถทำสัดส่วนเกินโปรแกรม Safari ของแอปเปิลไปได้ สำหรับภาพรวม โปรแกรมยอดฮิตของชาวเน็ตยังเป็นไออีหรือ Internet Explorer แม้สัดส่วนการใช้งานจะลดลงจาก 62.69% เหลือ 62.18% อันดับที่ 2 คือ Firefox มีผู้ใช้งาน 24.41% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก ลดลง 0.2% หลังจากเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา 
 
 Company Related Links : 
 GoogleChrome 
 Mozilla 
 

บุกค้น 5 บริษัทไทยประเดิมปีเสือ ฐานใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน

February 3, 2010

 

พ.ต.อ. ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการกองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.)

กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจหรือ บก.ปอศ. ประกาศผลงานปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนต่อเนื่อง ล่าสุดระบุว่าได้บุกตรวจ 5 โรงงานออกแบบและผลิตเครื่องเขียนและบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ในสมุทรปราการและชลบุรีตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ประเมินแล้วพบว่าทำให้บริษัทซอฟต์แวร์ต้องเสียรายได้ไปหลายล้านบาท 
 
 บก.ปอศ.ไม่เปิดเผยชื่อบริษัทที่ได้บุกตรวจค้น ระบุเพียงว่า 1 ใน 5 เป็นบริษัทออกแบบและผลิตเครื่องเขียนที่มีสินทรัพย์จดทะเบียนมากกว่า 500 ล้านบาท และมีลูกค้าเป็นบริษัทข้ามชาติชั้นนำมากมาย โดยทั้งหมดถูกตรวจค้นในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ จุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลว่า ฝ่ายออกแบบของบริษัทดังกล่าวใช้ซอฟต์แวร์ออโต้เดสค์เถื่อนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ มูลค่าของซอฟต์แวร์ออโต้เดสค์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์นี้สูงถึง 1.8 ล้านบาท กรรมการของบริษัทจึงถูกตั้งข้อหาว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ อาจถูกปรับและจำคุกได้ 
 
 เรายังคงดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนบริษัทต่างๆ ที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ตามเบาะแสที่ได้รับแจ้งมา เราจะเข้าตรวจค้นบริษัทที่ต้องสงสัยว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ต่อไป และจะจับกุมหากพบว่ามีการกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จริง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ หรือว่าอยู่ในอุตสาหกรรมประเภทใดก็ตาม พ.ต.อ. ศรายุทธ พูลธัญญะ รองผู้บังคับการกองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าว 
 
 1 วันหลังจากการเข้าตรวจค้นจับกุมโรงงานผลิตเครื่องเขียน เจ้าหน้าที่ตำรวจบก. ปอศ. เข้าตรวจค้นบริษัทออกแบบและรับเหมาก่อสร้างอีกสองแห่งที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี บริษัทหนึ่งมีสินทรัพย์จดทะเบียนมากกว่า 200 ล้านบาท ส่วนอีกหนึ่งบริษัทจัดว่าเป็นธุรกิจขนาดกลาง ประเมินมูลค่าของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้ราว 688,000 บาท และ 1,100,000 บาทตามลำดับ บริษัททั้งสองแห่งมีเจ้าของเป็นคนไทย 
 
 บริษัทอีกสองแห่งซึ่งแห่งหนึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวอังกฤษ และอีกแห่งหนึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ถูกตำรวจเข้าตรวจค้นในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในเดือนนี้เช่นกัน 
 
 ตำรวจพบว่าบริษัทแรกซึ่งดำเนินธุรกิจด้านวิศวอุตสาหการ ใช้ซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินงานที่สาขาของบริษัทในจังหวัดระยอง บริษัทแห่งนี้ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการให้บริการแก่ลูกค้าในละแวกนั้นซึ่งส่วนมากอยู่ในอุตสาหกรรมน้ำมัน มูลค่าของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ตกราว 800,000 บาท 
 
 ส่วนบริษัทที่สองซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตเครื่องจักรกลนั้น มูลค่าของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตรวจพบตกราว 5 แสนบาท บริษัทแห่งนี้มีสำนักงานขายอยู่ในกรุงเทพฯ และใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ดำเนินการวางแผนการผลิตและติดตั้งเครื่องจักให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย 
 
 เรารู้ว่ายังมีองค์กรต่างๆ อีกมากที่ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ เราอยากให้ผู้ที่รู้เห็นการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์แจ้งเบาะแสเข้ามา ข้อมูลส่วนตัวของท่านจะถูกปิดไว้เป็นความลับ โดยผู้ที่รายงานการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุดถึง 250,000 บาท 
 
 Company Related Links : 
 บก.ปอศ. 
 

ข่าวสั้น : ญี่ปุ่นคลอดหุ่นยนต์ Intel Atom, กูเกิลเล็งเปิดตลาดขายซอฟต์แวร์

February 3, 2010

     

 

 

 

***สมองกลชิป Atom 
 
 ฟูจิซอฟท์ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศเตรียมส่งหุ่นยนต์ Palrobot ที่ใช้ขุมพลังจาก Intel Atom เข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นภายในปีนี้ 
 
 
 หุ่นยนต์ Palrobot มีความสูง 39.8 เซนติเมตร หนัก 1.6 กิโลกรัม พร้อมคุณสมบัติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบประมวลผล Intel Atom 1.6GHz (ระบบประมวลผลตัวเดียวกับที่ใช้บนเน๊ตบุ๊ก), RAM 1GB, หน่วยความจำแบบแฟลช 4GB ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Ubuntu Linux, กล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล, รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi IEE 802.11b/g/n, USB Port และแบตเตอรี่ลิเธียมไออน ความจุ 800mAh 
 
 ฟูจิซอฟท์วางแผนจะจำหน่าย Palrobot ให้กับสถาบันวิจัยที่สนใจจะนำหุ่นยนต์ตัวนี้ไปพัฒนาต่อในวันที่ 15 มีนาคมนี้ คาดว่าจะวางจำหน่ายแก่ผู้บริโภคที่สนใจเป็นเจ้าของได้ภายในปีนี้ ในราคา 300,000 เยน หรือประมาณ 110,000 บาท 
 
  
  
 
 ***กูเกิลเล็งเปิดตลาดขายซอฟต์แวร์ 
 
 สื่ออเมริกันรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในกูเกิล ระบุว่ากูเกิลกำลังมีแผนให้บริการตลาดซื้อขายซอฟต์แวร์อย่างจริงจัง ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลจากกูเกิลในขณะนี้ 
  
 ประชาสัมพันธ์ของกูเกิลระบุเพียงว่า ขณะนี้กูเกิลนั้นมีบริการ Solutions Marketplace เพื่อให้โปรแกรมและบริการมืออาชีพจากนักพัฒนาที่เป็นสมาชิกบริการ Google Apps สามารถจำหน่ายโปรแกรมทางธุรกิจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการด้านธุรกิจอื่นๆของกูเกิลได้แล้ว แต่ Solutions Marketplace ยังไม่สามารถเปิดให้ลูกค้าซื้อขายผ่านหน้าเว็บได้ โดยผู้สนใจจะต้องเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทนั้นๆหรือไม่ก็โทรศัพท์ไปหาตามที่ระบุไว้ 
 
 หากข่าวนี้เป็นจริง แปลว่ากูเกิลกำลังสามารถหาหลอดอาหารสายใหม่ได้นอกเหนือจากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ โดยจะได้รับค่านายหน้าจากการขายซอฟต์แวร์ทางธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมา บริการด้านแอปพลิเคชันของกูเกิลล้วนได้รับความนิยมจากผู้ใช้จำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มหน่วยงานรัฐบาล เอกชน และภาคการศึกษา ทำให้มีแนวโน้มว่าธุรกิจนี้ของกูเกิลจะรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในอนาคต 
 
 Company Related Links : 
 Fujisoft 
 Google 

 

“เฟสบุ๊ก” ทางหลวงแฮกเกอร์

February 3, 2010

   

 

 

บริษัทรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ระบุ เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ก (Facebook) กลายเป็นช่องทางจู่โจมระบบเครือข่ายอย่างหนักตลอดปี 2009 โดยภัยโปรแกรมประสงค์ร้าย (มัลแวร์) และอีเมลขยะในเครือข่ายสังคมเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 70% คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2008 ที่สำคัญ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยกให้เฟสบุ๊กเป็นบริการที่มองว่ามีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลก 
 
 บริษัทโซโฟส (Sophos) เผยแพร่รายงานการศึกษาระบบรักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายสังคมนี้ในชื่อ Social Security ระบุว่าผู้ใช้กว่า 57% เคยเป็นเหยื่ออีเมลขยะทางเครือข่ายสังคม สูงกว่า 36% ที่ระบุว่าเคยได้รับโปรแกรมประสงค์ร้าย ถือเป็นอัตราที่สูงมากและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดย Social Security เป็นส่วนหนึ่งของรายงานภัยคุกคามประจำปี 2010 ที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า 2010 Security Threat Report 
 
 ในรายงานระบุว่าความนิยมเครือข่ายสังคมของผู้ใช้คอมพิวเตอร์กลายเป็นสิ่งดึงดูดใจนักแฮกผู้หวังจะเจาะระบบ ทั้งระยะเวลาการใช้งานเครือข่ายสังคมที่นานขึ้น ความนิยมในการแบ่งปันข้อมูล รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่สามารถนำไปจำหน่ายขายทอดตลาดได้ 
 
 เกรแฮม คลูเลย์ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านเทคโนโลยีของโซโฟสระบุว่านักแฮกจำนวนมากสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากการนำข้อมูลบนเครือข่ายสังคมไปขาย โดยบอกว่าอัตราการจู่โจมของภัยออนไลน์บนเครือข่ายสังคมที่เพิ่มขึ้นชัดเจนในปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่ชี้ว่าผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมและผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลกจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อจัดการภัยออนไลน์ในอนาคต 
 
 โซโฟสสำรวจบริษัทในสหรัฐฯราว 500 แห่งเพื่อศึกษาความเสี่ยงในองค์กร พบว่า 72% ล้วนเป็นห่วงว่าพฤติกรรมเสพติดเครือข่ายสังคมของพนักงานจะทำให้ระบบไอทีของบริษัทอยู่ในความเสี่ยง โดย 49% ยังคงยอมให้พนักงานเล่นเว็บอย่าง Facebook และเครือข่ายสังคมอื่นๆได้อย่างเสรี แม้ว่าภัยออนไลน์นานาชนิดทั้งมัลแวร์ อีเมลขยะ ฟิชชิ่ง และการขโมยตัวตนจะมีสถิติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็ตาม 
 
 การสำรวจของโซโฟสมีคำถามล่อเป้าว่าบริษัทเหล่านี้มองว่าบริการเครือข่ายสังคมใดที่มีความเสี่ยงสูงสุด กว่า 60% เทคะแนนให้เฟสบุ๊ก จุดนี้คลูเลย์ระบุว่าเป็นเพราะเฟสบุ๊กคือเครือข่ายสังคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นธรรมดาหากเฟสบุ๊กจะมีภัยออนไลน์มากกว่าบริการค่ายอื่น 
 
 ขณะนี้เฟสบุ๊กรับรู้ความจริงนี้และลงมือปราบปรามภัยออนไลน์บนเว็บเฟสบุ๊กอย่างจริงจัง โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เฟสบุ๊กประกาศล้างบางคอมพิวเตอร์ติดไวรัสและมัลแวร์ด้วยการดึงบริษัทผลิตซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสอย่างแมคอาฟี่ (McAfee) มาให้บริการสแกนไวรัสด้วยซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัย McAfee Internet Security Suite ได้ฟรีเป็นเวลา 6 เดือนแก่สมาชิกเฟสบุ๊กกว่า 350 ล้านชื่อทั่วโลก และจะได้รับส่วนลดพิเศษหากต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ไว้ใช้หลังจากหมดระยะเวลาทดลอง 
 
 จุดประสงค์หลักของโครงการนี้คือเฟสบุ๊กต้องการสร้างความปลอดภัยให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ของสมาชิก และหนึ่งในมาตรการที่นำมาใช้คือการกวาดล้างคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัสด้วยเทคโนโลยีของแมคอาฟี่ โดยโครงการนี้จะประเดิมกับสมาชิกในบางประเทศก่อน เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย อิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สเปน ฝรั่งเศส แคนาดา แมกซีโก และบราซิล ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป 
 
 นอกจากเฟสบุ๊ก โซโฟสแสดงความเป็นห่วงบริการเครือข่ายสังคมเพื่อการหางานและการทำความรู้จักด้านธุรกิจอย่าง LinkedIn ด้วย โดยอธิบายว่านักแฮกมองเครือข่ายสังคมประเภทนี้ว่าเป็นแหล่งที่อุดมด้วยข้อมูลแท้จริงมากกว่าเครือข่ายสังคมเพื่อความสนุกสนานทั่วไป แถมนักแฮกบางประเภทยังหวังผลหลอกลวงในขั้นที่หนักขึ้น เช่นการส่งอีเมลหลอกลวงประชาชนว่าบริษัทตอบรับเข้าทำงานแล้ว ซึ่งจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นในแบบที่ยากจะจินตนาการ 
 
 Company Related Links : 
 
Facebook 

 

ซัมซุงขน สินค้าสุดหวาน รับวาเลนไทน์

February 2, 2010

             

 

 

 

 

 

 

 

อีกเพียงแค่ 2 อาทิตย์ ก็จะเข้าสู่เทศกาลแห่งความรักที่ใครหลายคนรอคอย ถ้าใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกของขวัญชิ้นไหนให้กับคนพิเศษของคุณ ลองสำรวจดูว่าคนพิเศษของคุณเป็นคนแบบไหน แล้วเลือกของขวัญให้ตรงกับไลฟ์สไตล์เขาตามวิธีของซัมซุง 
 
 1.หนุ่ม-สาว ช่างฝัน 
 
ควรเลือกอุปกรณ์ที่ให้เขาได้ใช้จินตนาการในการถ่ายทอดผลงานอย่างเต็มที่ อย่างกล้องบันทึกวิดีโอแคมคอร์ดเดอร์ “Samsung Camcorder C10″ กับนวัตกรรม “One Touch Sharing Button” โดยผ่านการกดเพียงปลายนิ้วก็สามารถแชร์ไฟล์วีดีโอคุณภาพสูง H.264 Codec เข้า YouTube หรือ Flickr ได้ทันที มาพร้อมกับดีไซน์สวยหรูสีดำมันวาว เหลือบแดงกลางเครื่อง มีเซ็นเซอร์ที่ตรวจสอบใบหน้า ซูมได้ถึง 10 เท่า และจอ LCD กว้างขนาด 2.7 นิ้วให้ภาพสวยคมชัด ด้วยราคาเพียง 6,990 บาท 
 
 2. สาวหวาน  
 ควรเลือกสีสินค้าที่มีดีไวน์กระทัดรัด มีสีชมพูหวาน อย่าง “Samsung B5722″ ทัชโฟน 2 ซิม ที่มาพร้อมกล้องความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช และ Photo Effect ต่างๆ เพิ่มลูกเล่นให้กับทุกภาพความประทับใจ ทั้งยังรองรับการใช้งานมัลติมีเดียได้อย่างหลากหลาย เปิดรอรับสายสูงสุดได้นานถึง 8 ชั่วโมง ครบครัน สมบูรณ์แบบในเครื่องเดียว ในราคาเพียง 8,990 บาท 
 
 3. หนุ่ม-สาวขาแชต 
 ควรเลือกโทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ที่ทำให้ง่ายต่อการใช้งานโปรแกรมแชต อย่าง “Samsung Candy Chat” พร้อมหน้าจอสัมผัส ให้การใช้งานง่าย ผสานขีดสุดความล้ำหน้าด้วยดีไซน์สุดชิค ครบครัน ไปกับฟังก์ชันออนไลน์อัพเดทรูปภาพและข้อความต่างๆ ลงใน Facebook หรือ Twitter ได้ทันที ราคา 5,990 บาท 
 
 4. หนุ่ม-สาวที่ชอบการท่องเที่ยว 
 คงหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องถ่ายรูป แนะนำกล้องดิจิตอล 2 หน้าจอ “Samsung PL150″ ที่ทำให้คุณถ่ายรูปคุณและคนพิเศษได้ง่าย เพราะมีหน้าจอขนาด 1.5 นิ้วอยู่ด้านหน้าตัวกล้อง ให้คุณเห็นภาพตัวเองก่อนถ่าย พร้อมทั้งโหมดถ่ายภาพคู่ Couple Shot ที่สามารถถ่ายภาพคู่ได้อัตโนมัติ มีเซนเซอร์ความละเอียด 12.4 ล้านพิเซล และหน้าจอด้านหลังกล้องขนาด 3 นิ้ว และยังมีฟังก์ชันถ่ายภาพพิเศษ เพิ่มลูกเล่นทั้ง Fish Eye และ Lomo ให้คุณเต็มที่กับการถ่ายภาพ ด้วยราคาสุดคุ้ม 7,990 บาท 
 
 5. หนุ่ม-สาวขาแด๊นซ์ 
 ควรเลือกเครื่องเล่นเพลง MP3 “Samsung Digital Media Player R0″ จุใจด้วย Micro SD ที่เพิ่มความจำได้มากถึง 8 GB พร้อมดีไซน์เมทัลลิคหรูหราสุดชิคผสานสีสวยหวาน หน้าจอ LCD สีขนาด 2.5 นิ้ว และยังมีฟังก์ชันสมบูรณ์แบบตั้งแต่ดูหนัง ฟังเพลง วิทยุ ไปจนถึงการชมไฟล์ภาพและเอกสาร นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ DNSe 3.0 ที่มีพลังเสียง 3 มิติ คมชัดสมจริงรอบทิศทาง ด้วยราคา 3,990 บาท 
 
 6.หนุ่ม-สาววัยทำงาน 
 แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความรัก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องงานที่รับผิดชอบอยู่ด้วย ลองมอบเน็ตบุ๊ค “Samsung N220″ ที่สะท้อนความมั่นใจผสานความหรูหราด้วย Crystal Design พร้อมชิพประมวลผลอัจฉริยะ Intel Atom Processor N450 พิมพ์สะดวกด้วยคีย์บอร์ดแบบอิสระ (Island Keyboard) ใช้งานได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่แบบ 6 cells สะท้อนสไตล์หรูหราสำหรับหนุ่มสาววัยทำงานให้โดดเด่นมีระดับ ในราคาน่าสัมผัสเพียง 14,900 บาท 
 
 7.หนุ่ม-สาวที่ชื่นชอบการดูหนัง 
 ควรเลือกโทรทัศน์ที่มีความคมชัดสูง อย่าง “Samsung LED TV รุ่น B7000″ ที่มีความบางเพียง 1.17 นิ้ว โดดเด่นด้วย LED SmartLighting และ LED Local Diming technology ให้ภาพคมชัดระดับสูงสุด มีความสว่างสม่ำเสมอ ประสิทธิภาพในการแสดงค่าสีสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของซัมซุง Auto 100Hz Motion Plus ให้ภาพเคลื่อนไหวมีความต่อเนื่อง คมชัด สมจริง พร้อมจอภาพลดการสะท้อนให้ภาพชัดใสอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีราคาให้เลือกตั้งแต่ 79,990 จนถึง 139,990 บาท 
 
 Company Related Links : 
 Samsung 

 

ชาวไอทีคึกเตรียมประกวด ‘SIA 2010′

February 2, 2010

 กลุ่มสามารถชวนร่วมประกวดโครงการ SAMART Innovation Awards 2010 หรือ SIA ครั้งที่ 8 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ สามารถสมัครได้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึง 30 มิ.ย. 
 
 นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า โครงการแข่งขันประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ SAMART Innovation Awards 2010 ในปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เนื่องจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศเป็นปีแรก 
 
 SIAในปี 2010 นี้ แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือโมบายโฟน แอปพลิเคชั่นและบิสซิเนส ซอฟต์แวร์ โดยจะต้องผ่านการคัดเลือก 3 รอบ จากคณะกรรมการทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่นซอฟต์แวร์พาร์ก, เนคเทค, ซิป้า, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, ซันไมโคร ซิสเต็ม ฯลฯ รวมทั้งทีมงานจากกลุ่มสามารถ และบริษัท เบรนซอร์ส ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการคิดค้นพัฒนาคอนเทนต์ และแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี 3G ในโทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย และอีกหนึ่งทีมงานจาก บริษัท สมาร์ทเทอร์แวร์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการผลิต การบริการ และเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบงานแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Solution) และบริการด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์แบบครบวงจร รวมทั้งการผลิตสินค้าซอฟต์แวร์สำเร็จรูปด้วย 
  
 ผลงานที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล จะได้ข้อเสนอพิเศษจากบริษัทฯ ในการทำธุรกิจร่วมกัน สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ และโครงการบ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ กับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย รวมทั้งเงินรางวัลต่างๆ รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่ตอนนี้จนถึง 30 มิ.ย.หรือดูข้อมูลต่างๆได้ที่เว็บไซต์ www.samartsia.com 
 
 
 สำหรับผลการประกวดในปี 2009 มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 200 ผลงาน ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลทั้งสิ้น 13 ผลงาน โดยทีมชนะเลิศได้รับรางวัล Gold Award ได้แก่ ผลงานในประเภทโมบายล์ โฟน แอปพลิเคชั่นชื่อผลงาน Remote Complex ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษา 3 คน จากจุฬาฯ เป็นโปรแกรมที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อนำคุณสมบัติของโทรศัพท์ไปใช้ทดแทนอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ที่มักต้องซื้อแยกต่างหาก ทำให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย 
 
 Company Related Links : 
 Samart 
 

ข่าวสั้น : อินเทลโชว์ชิปจุที่สุดในโลก, กูเกิลเลิกคบ IE6

February 2, 2010

   

แผ่นเวเฟอร์ชิปหน่วยความจำ NAND flash ก่อนจะถูกนำไปตัดเป็น die ชิ้นจิ๋วเพื่อใช้งานในอุปกรณ์ไอที

***อินเทลโชว์ชิปจุที่สุดในโลก 
 
 อินเทลจับมือไมครอนเทคโนโลยี เปิดตัวชิปหน่วยความจำ NAND flash ใหม่ที่สามารถเก็บข้อมูลได้หนาแน่นที่สุดในโลก ความสำเร็จครั้งนี้จะทำให้อุปกรณ์อย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลง-ภาพยนตร์พกพา รวมถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูล SSD ที่จะมาแทนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ สามารถเพิ่มปริมาณความจุได้มากกว่าเท่าตัว ในขนาดเครื่องที่บางเท่าเดิม 
 
 เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ของอินเทล (Intel) และไมครอน (Micron) คือความพร้อมในการทำตลาดชิปหน่วยความจำที่ใช้เทคโนโลยี 25 นาโนเมตรได้เป็นรายแรกของโลก โดยอินเทลระบุว่าชุดชิป NAND 25 นาโนเมตรนั้นสามารถเก็บข้อมูลได้ถึง 8GB บนขนาดเพียง 0.35×0.74 นิ้ว หากผู้ผลิตต้องการผลิตอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูล 256GB ก็สามารถใช้ชิป 25 นาโนเมตรเพียง 32 ชิ้น น้อยกว่าชิป 34 นาโนเมตรที่ต้องใช้จำนวน 64 ชิ้น การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าไอทีได้ในอนาคต 
 
 
 อินเทลระบุว่าได้เริ่มส่งตัวอย่างชุดชิป NAND เทคโนโลยี 25 นาโนเมตรความจุ 8GB ไปให้ผู้ผลิตทดสอบแล้ว คาดว่าสายการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ชิปหน่วยความจำ 25 นาโนเมตรนี้จะเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยผู้บริหารอินเทลกล่าวว่า ความสำเร็จครั้งนี้จะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้อุปกรณ์ solid-state drive (SSD) ถูกใช้งานมากขึ้นในโลกไอทีแน่นอน 
 
 SSD นั้นเป็นเทคโนโลยีหน่วยเก็บข้อมูลชนิดใหม่ที่จะมาแทนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ เป็นการใช้ชิปหน่วยความจำเก็บข้อมูลแทนจานแม่เหล็กลักษณะเดียวกับ FlashDrive ที่แพร่หลายมากในทุกวันนี้ โดย NAND Flash เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการผลิต SSD ที่หน่วยความจำจะถูกเชื่อมต่อเป็นกลุ่มเพื่อให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปแบบทีละส่วน ทำให้มีความจุสูงและราคาถูกกว่าแบบ NOR Flash ที่หน่วยความจำถูกเชื่อมต่อกันแบบขนาน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลเกิดขึ้นอย่างอิสระ ส่งให้อ่านข้อมูลเร็วมากแต่มีความจุต่ำและราคาแพง 
 

ขอบคุณภาพจาก spigotdesign.com

***กูเกิลเลิกคบ IE6 
 
 ไม่นานหลังจากถูกเจาะระบบเพราะโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ Internet Explorer 6 ล่าสุดกูเกิลประกาศว่าบริการของกูเกิลจะไม่สามารถเปิดใช้งานบนเครื่อง IE6 ได้อีกต่อไป ดีเดย์วันที่ 1 มีนาคมนี้ ประเดิมที่บริการสร้างงานเอกสาร Google Docs และบริการสร้างเว็บเพจ Google Sites 
 
 กูเกิลระบุว่าผู้ใช้ควรเล่นอินเทอร์เน็ตด้วยโปรแกรม Microsoft Internet Explorer เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป, Mozilla Firefox 3.0 ขึ้นไป, Google Chrome 4.0 ขึ้นไป และ Safari 3.0 ขึ้นไป 
 
 หลายเสียงเห็นด้วยกับกูเกิลเนื่องจาก IE6 นั้นขาดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างที่มีมาใน IE7 และ IE8 และการเลิกสนับสนุน IE6 จะทำให้การเขียนโปรแกรมของกูเกิลง่ายดายขึ้นด้วย สำหรับไมโครซอฟท์นั้นมีกำหนดการสนับสนุน IE6 จนถึงปี 2014 
 
 Company Related Links : 
 Google 
 Intel 
 

รู้จักกับ Samsung LED TV เทคโนโลยีแห่งอนาคต

February 2, 2010

 บทความประชาสัมพันธ์ – ใครที่กำลังมองหาทีวีที่สามารถตอบโจทย์ความบันเทิงได้อย่างคุ้มค่า คำตอบ ณ เวลานี้คงหนีไม่พ้น LED TV เพราะด้วยความมีมิติของภาพที่สมจริง ความสว่างและสีสันที่สดใสทั่วทั้งจอ สามารถให้รายละเอียดภาพที่ลุ่มลึกกว่าทีวีชนิดอื่นๆ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้ภาพเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล ทั้งยังประหยัดพลังงานได้มากกว่า 40% แถมพกด้วยความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ภายใต้ดีไซน์ที่เรียบหรู และบางที่สุดในโลก คุณสมบัติทั้งหมดนี้ เราสามารถพบได้ใน Samsung LED TV ผู้นำแอลอีดีทีวีตัวจริง 
 
 ทั้งหมดที่ได้กล่าวไปข้างต้นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ซึ่งเรากำลังจะไปทำความรู้จักกัน กับเทคโนโลยีที่ทำให้ LED TV ของ Samsung กลายมาเป็นผู้นำด้าน LED TV Technology แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมถึงต้อง LED TV 
 
 เทคโนโลยีฉีกกฎ ปฏิวัติโลกทีวี (The revolutionary technology) 
 
 
 อย่างที่ทราบกันดีว่า LED TV เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของทีวีวันนี้ หลักการทำงานของมันคือ การมีจุดกำเนิดแสง LED (Light Emitting Diode) ที่สามารถให้ความแตกต่างของแสงสว่างกับมืดสนิท หรือที่เรียกว่า คอนทราส (contrast) ให้กับทุกจุดของภาพที่ปรากฏบนหน้าจอได้อย่างชัดเจน ทำให้เราได้รับชมภาพที่มีมิติคมชัดลุ่มลึกสมจริงมากกว่าทีวีชนิดอื่น 
 
 อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้การติดตั้ง LED ไว้ด้านหลังจอภาพเพื่อให้แสงส่องกระจายผ่านไปทั่วทั้งหน้าจอทีวีได้นั้น ต้องอาศัยการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีชั้นสูงที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของซัมซุง นั่นคือ Light Guide Plate (LGP) ที่มีลักษณะเป็นชั้นบางๆ ซ้อนอยู่ด้านหลังของจอภาพอีกทีหนึ่ง Light Guide Plate จะทำให้แสงจากหลอด LED กระจายสู่หน้าจออย่างทั่วถึง จึงทำให้ภาพออกมาคมชัดสมจริง 
 
 Life in HyperReal กับ 3 สุดยอดเทคโนโลยี เพื่อภาพคมชัด สมจริง 
 
 นอกเหนือจาก Light Guide Plate และหลอด LED ที่ทำให้ LED TV เกิดความสว่างใสภาพคมชัดแล้ว Samsung LED TV ยังได้มีการพัฒนาสุดยอดเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ภาพคมชัดสมจริงสูงสุดแบบ HyperReal อีกด้วย คุณสมบัติการแสดงผลอันเป็นสุดยอดนี้เกิดขึ้นได้ด้วย 3 เทคโนโลยีที่พบได้ใน LED TV ของซัมซุง ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีมีรายละเอียดดังนี้ 
 
 Mega Dynamic Contrast ปรับไฟ LED พื้นหลังอย่างชาญฉลาดให้กับทุกๆเฟรม สีขาวจะบริสุทธิ์ยิ่งกว่า เฉดสีดำที่ดำสนิทไม่ปลอมปน และความลึกของทุกสีที่แสดงออกมาอย่างเด่นชัด หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า เจ้า Mega Dynamic Contrast ก็คือตัวควบคุมความเข้มของแสง เพื่อช่วยให้มิติของภาพที่ได้ออกมาสมจริงในทุกรายละเอียด 
 
 Wide Color Enhancer Pro อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ให้ช่วงของสีสันต่างๆที่ปรากฏบนจอมีได้นับล้านเฉดสี และเต็มอิ่มทุกเฉด ภาพที่ได้ออกมาจึงสวยงามดุจภาพจากธรรมชาติจริงๆ ซึ่งเรื่องของเทคโนโลยีการแสดงเฉดสีถือเป็นจุดเด่นของซัมซุงอยู่แล้ว 
 
 200Hz Motion Plus การแทรกเฟรมสอดประสานระหว่างเฟรมของทีวี ด้วยเทคโนโลยี 200Hz ความเบลอของภาพเคลื่อนไหวจะหมดไป ความราบรื่นและเป็นธรรมชาติของการเคลื่อนไหวที่มีมากยิ่งขึ้นนั้นได้รับการปรับแต่งด้วยการคำนวณการเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด ทำให้ภาพที่ได้ไม่มีอาการเบลอหรือสะดุดให้เสียอารมณ์ โดยจะมีอัตราเฟรมในการแสดงภาพเคลื่อนไหวอยู่ที่ 200 เฟรมต่อวินาที หรือคิดเป็น 4 เท่าของทีวีทั่วไป (50 เฟรมต่อวินาที) 
 
 เมื่อเราจับ 3 สุดยอดเทคโนโลยีนี้เข้ามาอยู่ร่วมกัน ผลที่ได้ก็คือ ภาพที่คมชัด สีสันสวยงาม พร้อมทั้งการเคลื่อนไหวที่สมจริงบน Samsung LED TV ให้ประสบการณ์การรับชมที่สมจริง ที่เรียกว่า Life in HyperReal 
 
 เปิดประสบการณ์ใหม่ เชื่อมโลกออนไลน์ได้บนหน้าจอทีวี 
 
 
 นอกเหนือจากประสบการณ์ความบันเทิงที่สมจริงที่ได้จาก Samsung LED TV แล้ว คุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามายังถือเป็นการตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบท่องโลกอินเทอร์เน็ตด้วย นั่นก็คือ Media 2.0 ที่มีฟังก์ชั่น Internet@TV ที่สามารถเชื่อมโลกออนไลน์บนหน้าจอทีวีได้หรือสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อรับชมข่าวสารต่างๆจากทั่วโลกได้ด้วย Samsung TV Widget เป็นโปรแกรมขนาดเล็กที่ทำงานบนเทคโนโลยี Internet@TV ซึ่งเราสามารถรับชมข่าวสารจากรอบโลก USA Today ตลอดจนคลิปวีดีโอสนุกๆจาก YouTube และเช็คข้อมูลพยากรณ์อากาศ AccuWeather ได้ล่วงหน้าทั่วประเทศ เพียงแค่กดรีโมท…โลกอีกใบก็พร้อมต้อนรับคุณ 
 
 Content Library Flash ที่พร้อมด้วยข้อมูลเนื้อหามากมาย เช่น เกม การทำอาหาร สุขภาพ ฯลฯ มีให้เลือกใช้งาน และเรายังสามารถสร้างคลังข้อมูลเนื้อหาของเราเองได้ ด้วยคุณสมบัติใหม่ที่ได้รับการอัพเดท USB 2.0 Movie เพื่อแบ่งปันความสุขของคุณผ่านไฟล์วีดีโอ ภาพถ่าย และเพลงของคุณได้ในทันที ผ่านการเชื่อมต่อ USB 2.0 Movie เพียงเสียบเข้ากับพอร์ต USB เราก็สามารถเพลิดเพลินกับไฟล์วีดีโอและภาพถ่ายเหล่านั้นได้อย่างง่ายดายในทันที นอกจากนี้เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับการเชื่อมต่อมัลติมีเดียภายในบ้านหรือ DLNA ให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ เพลง และภาพถ่ายที่อยู่ในคอมพิวเตอร์บนจอทีวีได้อย่างง่ายดาย 
 
 ประหยัดพลังงาน ดีไซน์ปลอดภัยเพื่อสิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly TV and powerless energy) 
 
 
 Samsung LED TV ผลิตจากวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผ่านกระบวนการที่ไม่ก่อมลภาวะ ทั้งยังคุ้มค่าช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากถึง 43% เมื่อเทียบกับทีวีทั่วไป และ LED TV จะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าจอ LCD ทั่วไปอีกด้วย ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีอายุการใช้งานนานกว่าประมาณ 2 เท่า 
 
 สุดยอดแห่งเทคโนโลยีภายใต้ดีไซน์ที่บางที่สุดในโลก 
 

 ความพิเศษของเทคโนโลยี LED และ Light Guide Plate ทำให้ Samsung LED TV เป็นทีวีที่บางเพียง 1.17 นิ้ว แต่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถรอบด้าน และยังเป็นเจ้าเดียวที่มี Built-in Tuner หรือช่องรับสัญญาณในตัว และยังสามารถแขวนบนฝาผนังได้อย่างง่ายดาย Samsung LED TV จึงไม่ต่างไปจากกรอบรูปที่มีงานศิลปะชิ้นเอกอยู่ภายใน และด้วยระบบการติดตั้งที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างผนังและจอให้เหลือเพียง 15 มม.เท่านั้น นอกจากนี้ Samsung LED TV ยังมาพร้อมด้วยการออกแบบในสไตล์คริสตัลดีไซน์ ซึ่งถ้าใครได้เป็นเจ้าของก็จะเผยถึงรสนิยมที่เรียบหรูอย่างเป็นเอกลักษณ์ 
 
 ด้วยคุณสมบัติการใช้งานที่เพียบพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความบันเทิงที่ให้ภาพคมชัดสมจริงแบบ Hyper Real แล้ว ยังแถมมาด้วยความสามารถในการเชื่อมโลกความบันเทิงกับอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดก็คงจะไม่เป็นการกล่าวเกินไปนักที่จะบอกว่า Samsung LED TV เป็นหนึ่งในผู้นำ LED เทคโนโลยีระดับโลก และคุ้มค่า ถ้าคุณคิดอยากเป็นเจ้าของครับ 
 
 Company Related Links : 
 Samsung 
 

จับปรับ”ขับไม่โทร.” ไม่ได้ช่วยอะไร

February 2, 2010

 

การศึกษาล่าสุดของกลุ่มธุรกิจประกันภัยในสหรัฐฯ พบ กฏหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถที่หน่วยงานภาครัฐหลายพื้นที่ประกาศออกมาเพื่อปกป้องพลเมืองจากอุบัติเหตุบนท้องถนนนั้นไม่ได้ผล เฉพาะในสหรัฐฯ ตัวเลขอุบัติเหตุช่วงก่อนและหลังการประกาศกฎหมายนั้นแทบไม่แตกต่างกัน ท่ามกลางเสียงค้านจากผู้เชี่ยวชาญว่านี่ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ชัดเจน 
 
 นอกจากการเปรียบเทียบตัวเลขก่อนและหลังออกกฏหมาย สถาบันข้อมูลความเสียหายบนทางหลวงหรือ Highway Loss Data Institute ของสหรัฐฯ ยังเปิดเผยว่า เมืองใหญ่ในสหรัฐฯ ที่มีกฏหมาย”ขับไม่โทร.”อย่างแคลิฟอร์เนีย, นิวยอร์ก คอนเนกติคัต และวอชิงตัน ดี.ซี.นั้น กลับมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุไม่ต่างจากมลรัฐใกล้เคียงอย่างแอริโซนาและเนวาดา ซึ่งไม่มีกฏหมายห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ข้อมูลเหล่านี้ทำให้นักสังเกตการณ์สรุปว่าการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถนั้นไม่มีผลกระทบต่อสมาธิคนขับมากมายอย่างที่เคยเข้าใจกันมา 
  
 แอนเดรียน ลันด์ ประธานสถาบันระบุว่า ผลการสำรวจนี้ไม่ได้แปลว่าภาครัฐไม่ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยในกฎหมายใหม่ แต่ผลการสำรวจที่ได้นั้นไม่สอดคล้องกับตัวเลขความเสี่ยงจากการคุยโทรศัพท์และการพิมพ์ข้อความขณะขับรถ ทำให้ทางกลุ่มมีความกังวลว่าการปราบปรามที่เกิดขึ้นนั้นทำได้ไม่ตรงจุด เพราะจากตัวเลขอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พบว่าการใช้อุปกรณ์เสริมหรือแฮนด์ฟรีในการคุยโทรศัพท์มือถือขณะขับรถก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ดี 
 
 เฉพาะในรัฐโคลัมเบีย ซึ่งมีพื้นที่ที่หน่วยงานรัฐออกกฏหมายห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือทุกกรณี ทั้งการพิมพ์ข้อความและการใช้แฮนด์ฟรี แต่ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้ลดลง 
 
 อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนออกมาโจมตีผลการสำรวจนี้ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าผู้ขับขี่จะมองว่าการโทรศัพท์ขณะขับรถไม่มีความเสี่ยง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนมากขึ้นกว่าเดิม 
 
 ข่าวนี้ทำให้หลายมลรัฐฯ ในสหรัฐฯ ที่ยังไม่ผ่านกฎหมายขับไม่โทร.นั้นมีข้อมูลในการพิจารณาเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฏหมายบนถนนในอนาคต 
 

บิทดิเฟนเดอร์ปรับโครงสร้างรอเข้าตลาด

February 2, 2010

 

นายเจริญศักดิ์ ศักดิ์รัตนอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิทดิเฟนเดอร์ (ไทยแลนด์)

บิทดิเฟนเดอร์ยกเครื่ององค์กรรอเข้าตลาดหลักทรัพย์อเมริกา ตามนโยบายบริษัทแม่ พร้อมขยายตลาดซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสในภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าปีนี้โตเท่าตัว 
 
 
 นายเจริญศักดิ์ ศักดิ์รัตนอนันต์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บิทดิเฟนเดอร์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทได้มีเพิ่มจำนวนบุคลากรจากเดิม 12 คนในปีที่ผ่านมาเป็น 25 คน เพื่อสร้างทีมเซอร์วิสคอลล์โดยการตั้งศูนย์ Counter Service Prototype และ Bitdefender Virus Clinic ให้บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาไวรัส พร้อมทั้งสอนโปรแกรมแอนตbไวรัสเดิม และติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสใหม่ รวมทั้งให้คำปรึกษาปัญหาและวิธีการดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์ฟรี 
 
 การตั้งศูนย์บริการดังกล่าวเป็นการให้บริการอย่างครบวงจร เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุด พร้อมกันนี้ ยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ Bitdefender 2010 ตัวใหม่ล่าสุดที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันสมัย สะดวก ใช้งานง่าย และเร็วขึ้นถึง 30% 
 
 เราได้มีการทุ่มงบประมาณในการสร้างทีมงาน และบริหารจัดการองค์กรใหม่แทบจะเรียกได้ว่าพลิกฟื้นให้เจริญงอกงาม เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้ศักยภาพให้เป็นอันดับหนึ่งในการสร้างการรับรู้ของตลาด คือเมื่อนึกถึงซอฟต์แวร์แอนติไวรัส ต้องนึกถึงบิทดีเฟนเดอร์ 
 
 การปรับเปลี่ยนองค์กรของบิทดิเฟนเดอร์ครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้ของตลาดแล้ว ยังเป็นการดำเนินการตามนโยบายของบริษัทแม่ ที่ต้องการเตรียมความพร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอเมริกา ขณะเดียวกันก็ยังจะเป็นการขยายฐานตลาดซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสในภูมิภาคอาเซียนอย่างลาว พม่า และเวียดนาม โดยใช้เวียดนามเป็นศูนย์กลางเครือข่ายโดยมีเป้าขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดภูมิภาคนี้ 
 
 การรุกตลาดในภูมิภาคอาเซียนภายใต้แนวคิด Maximum Security and Maximum Speed ครั้งนี้ ได้ดึงศิลปินชื่อดังจากพม่า Sai Sai เจ้าของอัลบั้ม Ever Golli เป็น Brand Ambassador ด้วย 
 
 สำหรับประเทศไทยบิทดิเฟนเดอร์ยังมีแผนที่จะร่วมกับพันธมิตรกลุ่มไอทีที่ไม่ใช่คนทำไอที เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยบิทดิเฟนเดอร์ได้นำผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เสริมความแข็งแกร่งให้กับพันธมิตร 
 
 ความร่วมมือของเรากับพาร์ตเนอร์ถ้าเป็นรถคือทำโมเดลใหม่ขึ้นมา เชื่อว่าจะทำให้เราประสบความสำเร็จในการทำตลาด 
 
 ส่วนผลการดำเนินกิจการในรอบปีที่ผ่านมา บิทดิเฟนเดอร์ในไทยมียอดขายเฉพาะสินค้าที่เป็นกลุ่มรีเทลมีทั้งหมด 87 ล้านไลเซนส์ ไม่รวมที่ค้างอยู่กับคู่ค้า คิดเป็นมูลค่าของสินค้าที่เข้าถึงเอนด์ยูสเซอร์ประมาณ 97 ล้านบาท มูลค่าและยอดขายส่วนนี้ไม่รวมกับลูกค้าประเภทองค์กรที่มียอดขายค่อนข้างมาก ซึ่งมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 55% ที่เหลือเป็นตลาดคอนซูเมอร์ 45%ส่วนปีนี้บิทดิเฟนเดอร์ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีอัตราโตเท่าตัว หรือโต 100% 
 
 Company Related Links : 
 
Bitdefender 
 

Gadget ทองคำต้อนรับตรุษจีน..

February 2, 2010

  
 iPhone 3GS Supreme 
 
iPhone เครื่องนี้มีราคา3,164,000 ดอลลาห์ สหรัฐฯ หรือประมาณ 105 ล้านบาทไทย!! ด้วยส่วนประกอบที่ถูกทำขึ้นมาพิเศษ โดยใช้ทองคำ 22k รวม 271กรัม ขอบตัวเครื่องถูกประดับประดาด้วยเพชรมากมาย โลโก้ Apple ประดับด้วยเพชร 53 เม็ด ปุ่ม Home ใช้เพชรหนัก 73 กะรัต มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 7กิโลกรัม ทำให้เราไม่ต้องสงสัยกันเลยว่า ทำไมโทรศัพท์เครื่องนี้ถึงถูกยกว่าเป็น iPhone ที่แพงที่สุดในโลก 
 
  
 Leica’s gold-plated Limited Edition 
 Leica เปิดตัวกล้องดิจิตอลทองคำ ที่ผลิตออกมาเพียง 60 ตัวเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมเลนส์ทองคำ Leica Summilux-M 50mm f/1.4 โดยทั้งกล้อง และตัวเลนส์ถูกเคลือบด้วยทอง 24k บรรจุอยู่ในกล่องที่ไม้ ด้านในบุด้วยหนังลูกวัวสีแดง ด้านบนซ้ายของกล้องถูกแกะสลักเป็นรูปจตุรัส เทียนอันเหมิน โดยกล้องตัวนี้มีราคา 29,284 ดอลลาห์ สหรัฐฯ หรือประมาณ 970,000 บาท 
 
  
 iRiver Hello Kitty Premium DX Version 
 
เครื่องเล่นเพลง MP3 Hello Kitty Limited Edition มีความโดดเด่นด้วยตัวเครื่องที่ดำ-ทอง ส่วนโบว์บนใบหูของเจ้าคิตตี้ ถูกประดับด้วยคริสตัลจาก Swarovski อย่างสวยงาม มาพร้อมความสามารถในเล่นไฟล์เพลง MP3 และ WMA รองรับการโอนถ่ายข้อมูลด้วยวิธี Drag & Drop สามารถปรับอิควอไลซ์เซอร์ได้ 5 แบบ Normal, Classical, Jazz, Pop, and Rock) ซึ่งเครื่องเล่น MP3 ดังกล่าวมีราคา9980 เยน ปรือประมาณ 3,700 บาท 
 

สัมผัส Sony Ericsson Vivaz ก่อนใคร ได้ที่นี่!

February 1, 2010

               

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา Sony Ericsson เปิดโอกาสให้สื่อมวลชน ได้ทดลองใช้งานโทรศัพท์มือถือ Sony Ericsson Vivaz ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ โดยโทรศัพท์เครื่องนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ความสามารถในการบันทึกภาพวิดีโอในระดับ High Definition 720p 
 
  
 
 สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือดีไซน์ที่เรียบง่าย ตัวเครื่องมีขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก หน้าจอแบบสัมผัส สั่งการได้ลื่นไหลดี ไม่ว่าจะใช้นิ้วมือ หรือปากกา Stylus ที่มีมาให้ เมื่อหมุนหน้าจอเป็นแนวนอน ระบบ Auto Rotate สามารถหมุนตามได้ดี 
 
  
 
 มาดูที่ฟังก์ชันการถ่ายภาพซึ่งถือเป็นจุดขายของโทรศัพท์เครื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพความละเอียด 8.1 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมไฟแฟลช มีระบบออโต้โฟกัส, ระบบ Face Detection, ระบบSmile Detection, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว และ Geo-tagging ที่ผู้ใช้สามารถใส่ตำแหน่งแผนที่ไปกับภาพถ่ายได้ 
 
  
 
 เมื่อเราได้ลองเล่นกล้องบน Sony Ericsson Vivaz ที่สามารถเข้าเมนูถ่ายภาพได้เพียงกดปุ่มชัตเตอร์ ที่อยู่ด้านขวามือของเครื่องค้างไว้ ก็จะเข้าสู่โหมตภาพถ่ายได้ทันที การโฟกัสภาพในโหมดมาโคร ทำได้ค่อนข้างช้า, ปุ่มชัตเตอร์ที่กดถ่ายค่อนข้างยาก ส่วนการโฟกัสใบหน้า และระบบตรวจจับใบหน้าทำงานได้แม่นยำ สามารถถ่ายภาพแบบพาโนราม่าได้ง่าย เพียงกดชัตเตอร์ที่จุดเริ่มต้น จากนั้นค่อยๆ เลื่อนกล้องไปทางขวามือ ระบบจะทำการบันทึกภาพ และต่อภาพเองอัตโนมัติ 
 
 การบันทึกภาพเคลื่อนไหวความละเอียดระดับ High-Definition 720p ให้ภาพที่คมชัด แต่จะให้สีที่สดใสแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพแสงที่บันทึกภาพตอนนั้น และเมื่อลองต่อเข้ากับ LCD TV ขนาด 40 นิ้วเพื่อรับชม ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทีวีมีความคมชัดดี ไม่แตก หรือมีเกรนให้เห็น หรือถ้าต้องการแชร์ไฟล์ภาพ และวิดีโอกับเพื่อนๆ ก็สามารถอัพโหลดวิดีโอเข้าไปยังเว็บไซต์ YouTube และ Picasa ได้โดยตรงจากโทรศัพท์มือถือ ผ่านการเชื่อมต่อ 3G, HSDPA, EDGE, GPRS 
 
 สำหรับฟังก์ชั่นการใช้งานทั่วไปนั้น Sony Ericsson Vivaz เป็นโทรศัพท์แบบ Quadband ที่รองรับคลื่นความถี่ GSM 900/1800/1900/2100MHz ตัวเครื่องทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Symbian เวอร์ชั่น 60 มีหน้าจอกว้าง 3.2นิ้ว ความละเอียด 16 ล้านสี มีหน่วยความจำภายใน 75เมกกะไบต์ ที่สามารถเพิ่มสูงสุดได้ถึง 16 กิ๊กกะไบต์, มีระบบค้นหาตำแหน่งด้วยดาวเทียม (A-GPS navigation), ใช้เป็นเครื่องเล่นเพลง MP3 และวิดีโอ, เครื่องเล่นวิทยุ FM พร้อมช่องต่อหูฟังแบบมาตรฐาน 3.5 มม. รองรับการโอนถ่ายข้อมูลผ่านไวไฟ, บลูทูธ, ยูเอสบี 2.0 และใช้แบตเตอรี่ Li-Polymer ความจุ 1,200 mAh 
 
  
 
 สำหรับ Sony Ericsson Vivaz จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่งาน Thailand Mobile Expo 2010 วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีให้เลือก 2 สีคือ (Silver Moon / Cosmic Black) ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 18,990 บาท 
 
  
  
  
 
 Company Related Links : 
  Sony Ericsson  

 

 



 

 

 

หน้าตาเมนูการใช้งาน

 

 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony ericsson Vivaz

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony ericsson Vivaz

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony ericsson Vivaz

 

 

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony ericsson Vivaz

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Sony ericsson Vivaz แบบพาโนราม่า

 

 

 



“Apple iPad” ไม่ใช่เทวดา !!

February 1, 2010

     

 

 

 

ยังแจ้งเกิดไม่ถึงสัปดาห์ดี “ไอแพด (iPad)” คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตรุ่นแรกของแอปเปิลก็ต้องผจญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักและต่อเนื่องบนโลกออนไลน์ หลายเสียงชื่นชมขณะที่หลายเสียงก็แอบบ่นว่าไอแพดยังมีจุดที่ไม่ถูกใจอยู่ เสียงบ่นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าชาวออนไลน์ไม่ได้มองไอแพดเป็น “เก็ดเจ็ดเทวดา” อย่างที่ไอโฟนเคยทำได้ 
 
 ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช รองผู้จัดการทั่วไปและผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย บริษัท เอ.อาร์.อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน (ARiP) ผู้จัดงานคอมมาร์ท (Commart) ที่ชาวไทยรู้จักกันดี บอกว่าชาวเน็ตบางส่วนค่อนข้างผิดหวังกับไอแพด เพราะคุณสมบัติยังไม่โดนใจชาวไอทีมากพอ 
 
 ***หวังไว้สูงเกิน 
 
 ”ลักษณะของไอแพดที่เหมือนกับการนำไอพ็อดทัชมาขยาย หรือการย่อให้เป็น Mini MacBook นั้นกลายเป็นจุดที่หลายคนบอกว่าผิดคาด โอเคว่าเรื่องดีไซน์ยังเป็นผู้นำ ตัวเครื่องสวยงามจริง แต่การขาดหลายๆ อย่าง เช่น กล้องเว็บแคม ทำให้หลายคนผิดหวัง ถ้าอยากได้ต้องไปซื้อเอง” 
  
 นั่นเป็นเพราะแอปเปิลไม่ได้บรรจุกล้องลงในไอแพด ไม่ติดตั้งพอร์ต USB (มีเฉพาะพอร์ตพิเศษของแอปเปิลและ Dock connector) ซึ่งหากอยากต่อ USB จะต้องซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเอง เช่นเดียวกับหน่วยความจำภายนอกอย่าง SD Card ที่แอปเปิลไม่ให้ช่องเสียบมาเช่นกัน 
 
 คุณสมบัติที่ขาดไปทำให้ประสิทธิ์พบว่ามีกระแสในอินเทอร์เน็ตที่แอบเหน็บแนมแอปเปิลว่าตั้งใจสร้างไอแพดขึ้นมาเพื่อผู้สูงอายุที่สายตาไม่ดี เนื่องจากแอปเปิลชูจุดขายว่าผู้ใช้ไอโฟนที่ซื้อแอปพลิเคชันมาจากร้านไอจูนส์แล้ว สามารถใช้งานบนไอแพดหน้าจอใหญ่ได้เลยไม่ต้องซื้อใหม่ ชาวเน็ตจึงมองว่าประโยชน์หลักที่ผู้ใช้ไอแพดจะได้รับคือการใช้แอปพลิเคชันไอโฟนได้อย่างสบายตาบนจอที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แอปเปิลจึงถูกแซวว่าตั้งใจเอาใจคนแก่ไปโดยปริยาย 
  
 ”แต่เดิม ชาวเน็ตเชื่อว่าไอแพดจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการแชร์ข้อมูลสำหรับครอบครัวเพื่อใช้งานในบ้าน เช่น หากคุณแม่ต้องการฝากโน้ตข้อความถึงคุณพ่อ ก็สามารถทิ้งข้อความไว้ในเครื่องให้คุณพ่อใส่รหัสผ่านเข้าไปอ่านได้ในเครื่องเดียวกัน แต่พอไอแพดกลายเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถระดับตรงกลางระหว่างสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป ก็ทำให้ประโยชน์ใช้สอยมันไม่กว้างเท่าแบบที่ชาวเน็ตหวังไว้” 
 
 การประเมินเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตทำให้ประสิทธิ์พบว่าผู้บริโภคยังไม่มีความต้องการให้ไอแพดมาเป็นอุปกรณ์ที่ต้องพกพาในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกหนึ่งตัว โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคมีสมาร์ทโฟนในมืออยู่แล้ว แถมการไม่รองรับไฟล์แฟลช (Flash) ไฟล์ภาพเคลื่อนไหวของค่ายอโดบีทำให้ชาวเน็ตพูดได้ไม่เต็มปากว่า ไอแพดคือเครื่องเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างแท้จริง 
 
 ”พอไม่มีแฟลชก็พูดยากเรื่องการรองรับอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์เต็มรูปแบบ ที่สำคัญ การเป็นซิงเกิลทาสก์ หรือการไม่สามารถทำงานได้หลายโปรแกรมพร้อมกัน จริงๆเรื่องนี้อาจจะมีการอัปเกรดซอฟต์แวร์ในเวอร์ชันต่อๆไปก็ได้ เพราะแอปเปิลชอบเก็บเซอร์ไพรส์ไว้อยู่แล้ว” 
 
 สำหรับคำพูดของสตีฟ จ็อบส์ ซีอีโอแอปเปิลที่เชื่อว่าไอแพดจะถูกใจคอเกมนั้น แต่ชาวเน็ตที่เป็นเกมเมอร์ตัวจริงและได้ทดลองเล่นไอแพดแล้วกลับบอกว่ามีเพียงบางเกมเท่านั้นที่น่าตื่นเต้น ที่เหลือนั้นปกติ 
 
 ”การเล่นเกมด้วยการใช้นิ้วดันหน้าจอ กับการจับจอยสติ๊กแล้วโยกมันคนละอารมณ์กัน” ประสิทธิ์อธิบาย “ไอแพดอาจจะทดแทนเครื่องเกมหรือเครื่องเล่นอินเทอร์เน็ตพกพาได้ในบางโอกาส เช่น ว่างๆก็หยิบมาดูหนัง เล่นเกม แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะพกติดตัวไปเพื่ออะไร ถ้าจะอ่านหนังสือก็ไปซื้อคินเดิล เพราะคินเดิลก็ขยายตัวอักษรให้ใหญ่ได้เหมือนกัน และอีกหน่อยคินเดิลก็กำลังจะลดราคาลง” 
 
 ***อีกนานกว่าจะมีบทบาท 
 
 ประสิทธิ์มองว่าความเปลี่ยนแปลงที่ไอแพดจะส่งผลกับอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทยยังต้องใช้เวลาอีกนานนับปีกว่าจะเกิดขึ้น โดยร้านขายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ iBooks นั้นสามารถใช้งานได้เพียงสหรัฐฯ ในขณะนี้ ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความฮือฮาในการเปิดตัวเท่าใดนัก 
 
 อย่างไรก็ตาม ประสิทธิ์กล่าวว่าชาวเน็ตยังคงชื่นชมการออกแบบตัวเครื่องที่เรียบหรูของแอปเปิล และหน่วยประมวลผล A4 ของแอปเปิลซึ่งเทียบคุณสมบัติแล้วพบว่าเทียบเท่ากับชิปดาวรุ่งอย่าง Nvidia Tegra Processor แถมยังปลื้มใจในจอแอลอีดีที่มีคุณภาพเทียบเท่าแอลอีดีทีวี ซึ่งภาพที่ได้นั้นมีความใสสว่างเหนือกว่าเครื่องเล่นความบันเทิงพกพาทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด 
  
 Nvidia Tegra Processor คือซีพียูแบบสำเร็จรูปของเอ็นวิเดียที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลหรือซีพียู กราฟิกชิปหรือจีพียู และส่วนวงจรควบคุมอุปกรณ์อื่นๆเช่น หน่วยความจำ และส่วนอินพุตเอาท์พุตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก ซึ่งเอ็นวิเดียหวังบุกตลาดอุปกรณ์เล่นอินเทอร์เน็ตแบบพกพาทั้งโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นไฟล์มัลติมีเดียแบบพกพา อินเทอร์เน็ตทีวี รวมถึงรถยนต์บางรุ่น 
 
 ”ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์อย่าง MSI นั้นจะเปิดตัวแท็บเล็ตที่ใช้ Nvidia Tegra ในกลางปีนี้ ข่าวนี้มีส่วนทำให้ชาวเน็ตสนใจไอแพดน้อยลงด้วย” 
 
 Company Related Links : 
 
Apple 

 

เจไอ เนต รีแบนด์เป็น ‘จัสเนต’

February 1, 2010

 

นายสมชาย ตรีรัตนนุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัสมินอินเตอร์เนต (จัสเนต) และบริษัท จัสเทล เน็ท เวิร์ค (จัสเทล)

เจไอ เนตปรับโฉมใหม่เป็น ‘จัสเนต’ วาง 2 ยุทธศาสตร์รุกตลาดปี 53 หวังฟันรายได้กว่า 700 ล้านบาท จากบริการอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศ และการขายบัตรโทร.ต่างประเทศ 
 
 นายสมชาย ตรีรัตนนุกูล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จัสมินอินเตอร์เนต (จัสเนต) และบริษัท จัสเทล เน็ท เวิร์ค (จัสเทล) กล่าวว่า ปัจจุบันจัสมินกรุ๊ปถือหุ้น100% ในเจไอ เนตหลังจากซื้อหุ้นคืนจากกสท ทั้งหมด 32 % มูลค่ากว่า 10 ล้านบาทสำเร็จ โดยในปีนี้เจไอ เนตจะมีการปรับแผนธุรกิจใหม่ เริ่มจากการรีแบรนด์ เจไอ เนต เป็นจัสเนต ( Jasnet)เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่าอยู่ในเครือจัสมินเมื่อติดต่อธุรกิจกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ 
 
 นอกจากนี้ยังมีการปรับแผนธุรกิจใหม่ ปรับโครงสร้างองค์กรเสริมทีมผู้บริหารและพนักงานอีก 20-30 คนเพื่อให้สอดคล้องกับการแข่งขันในปัจจุบันและความต้องการของลูกค้าเนื่องจากพบว่าธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ตยังสามารถขยายตัวได้อีกมาก 
 
 ปัจจุบันจัสเนตเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เน้นกลุ่มองค์กรเป็นหลัก,ให้บริการสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงสาขาและธุรกรรมออนไลน์ให้แก่องค์กรต่างๆและบริการบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศภายใต้ชื่อบัตรถูกดี มาในปีนี้จัสเนตจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจด้วยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น จับมือกับผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสัญญาณทุกราย ตลอดจนอาศัยความแข็งแกร่งของกลุ่มจัสมินที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศและ 3BB (ทรี บรอดแบนด์) ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศมาร่วมกันต่อยอดธุรกิจให้กับจัสเนตให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น 
 
 นายปริญญา สหพัฒน์สมบัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย กล่าวว่า เป้าหมายของจัสเนตในปี2553คือเติบโต25% หรือทำรายได้ประมาณ 700 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาที่มีรายได้ประมาณ 550 ล้านบาท เติบโตจากปี 51ประมาณ 10% 
 
  เราจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทุกรายเพื่อพัฒนาโครงข่ายให้มีประสิทธิภาพ ขยายช่องสัญญาน ร่วมมือกับผู้ให้บริการโครงข่ายในประเทศทำตลาดร่วมกัน เพื่อทำให้โครงสร้างต้นทุนลดลงให้มากที่สุด เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งปัจจุบันจัสเนตมีข้อได้เปรียบเนื่องจากที่อาคารจัสมินเป็นฮับมีเครือข่ายของทุกการเชื่อมต่อในอาคารนี้อยู่แล้ว ทำให้จัสเนตสามารถพัฒนาการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตได้หลายรูปแบบด้วยต้นทุนที่ถูกลงและมีคุณภาพ 
 
 จัสเนตจะอาศัยจุดแข็ง 2 เรื่องเป็นยุทธ์ศาสตร์หลักในปีนี้คือ 1.ความเป็นผู้นำในธุรกิจสื่อสารข้อมูลธุรกรรมออนไลน์เชื่อมโยงสาขาและ 2.ผู้ให้บริการบัตรโทรระหว่างประเทศเพื่อขยายตลาดทั้งและต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น และเตรียมพร้อมรับระบบ 3G โดยจะพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆเตรียมให้บริการลูกค้า 
 
 ที่ผ่านรายได้ 60% ของจัสเนตมาจากบริการอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมโยงสาขา และอีก 40% มาจากทำตลาดบัตรโทรศัพท์ระหว่างประเทศ เพื่อขยายธุรกิจออกต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้นจัสเนตตั้งงบไว้ประมาณ 200 ล้านบาทในการลงทุนด้านการขยายแบนด์วิธ 
 
 Company Related Links : 
 
Jasnet 
 

มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เริ่มขึ้นแล้ว!

February 1, 2010

 บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือหลายสิบราย ขนสินค้า และโปรโมชันเด็ดเอาใจผู้ซื้อ ในงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ Thailand Mobile Expo 2010 4-7 กุมภาพันธ์ 2553 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 
 
  
 
  
 
  
 
  
  
 Company Related Link : 
 Thailand Mobile Expo  
 

Next Page »