หงส์เข่นกุหลาบ 2-1 พรีเมียร์ลีก

March 1, 2010

 ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อาศัยประตูชัยของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ท้ายครึ่งแรกช่วยให้เปิดบ้านเข่นเอาชนะ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันอาทิตย์ 
 
 ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 
 ลิเวอร์พูล 2-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
 
 

“ตอร์เรส” เบียดกับทาง “ซัลกาโด”

 
 

 ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องปรับทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในการรับมือ “กุลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส การขาดหายไปของ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่บาดเจ็บทำให้ต้องหุบ เจมี คาร์ราเกอร์ กลับมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ และก็ถอยเอา ฮาเวียร์ มาสเชราโน มายืนแบ็กขวาจำเป็น อย่างไรก็ดี แดนหน้าได้ เฟร์นานโด ตอร์เรส กลับมาล่าตาข่ายร่วมกับ เดิร์ค เคาท์ ด้าน แซม อัลลาไดซ์ นำทัพใหญ่มาเยือนแอนฟิลด์ มีทาง นิโคลา คาลินิช ซึ่งเริ่มเล่นเข้ากับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษยืนล่าสกอร์ร่วมกับ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ 
 

“คาร์รา” ประกบเป็นเงา “คาลินิช”

 เริ่มเกมเป็น แบล็คเบิร์น ที่เล่นได้วูบวาบกว่าเล็กน้อย เดวิด ฮอยเลตต์ ลองยิงไกลแต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ โฆเซ เรนา เกมของ ลิเวอร์พูล ยังไม่ติดเครื่อง นาทีที่ 16 ความผิดพลาดของ ลูคัส เลวา โดนทาง คีธ แอนดรูว์ส ฉกบอลไปเปิดให้ นิโคลา คาลินิช ได้ปั่นแต่บอลหลุดเสาไปแบบได้เสียว แต่ถึงนาทีที่ 20 “หงส์แดง” ก็ออกนำ 1-0 ยอสซี เบนายูน จ่ายให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด หลุดเข้าไปงัดบอลข้ามตัว พอล โรบินสัน เข้าไป พอโดนไปก่อน ทีมเยือนลุยขึ้นมาทันที มอร์เทน กัมส์ พีเดอร์สัน ได้ยิงจังหวะแรกติดเซฟ เรนา ได้ซ้ำดาบสองนายทวารเจ้าถิ่นก็ยังใช้ขาสกัดออกไปได้อีก 
 
 เกมเริ่มจะตกเป็นของ ลิเวอร์พูล มักซี โรดริเกซ หลุดขึ้นไปแต่ไม่ยิงเองพยายามจะเปิดบอลเข้ากลางให้เพื่อนจึงโดน มิเชล ซัลกาโด เคลียร์ทิ้งออกมาได้ ครึ่งชั่วโมงพอดี เดิร์ค เคาท์ ได้โหม่งลูกเตะมุมที่เสาแรกแต่ไม่ตรงเป้า นาทีที่ 37 ฮาเวียร์ มาสเชราโน มิดฟิลด์ตัวรับซึ่งต้องไปรับบทแบ็กขวาจำเป็นเติมขึ้นมายิงไกล โดนทาง กาแอล ชิเวต์ เข้ามาบล็อกได้ทัน แต่นาทีที่ 40 แบล็คเบิร์น มาได้จุดโทษเมื่อ เจมี คาร์ราเกอร์ ล้มแล้วเอามือไปโดนบอล แอนดรูว์ส แปบอลลอดแขน เรนา ตุงตาข่าย สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 แต่ก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว “หงส์แดง” ก็พลิกนำ 2-1 มักซี เปิดเข้ามาเสาแรก เฟร์นานโด ตอร์เรส ตวัดยิงเข้าไป 
 
 ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง เจ้าถิ่นได้เสียวก่อน มักซี ทำเกมขึ้นมาทางขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเสาสอง โรบินสัน ไม่แน่ใจต้องปัดบอลออกหลังไปก่อน ทีมเยือนโต้ตอบกลับมาบ้าง โรบินสัน สาดบอลยาวจากแดนหลัง ดาเนียล แอ็กเกอร์ โขกทิ้งไม่ดี แอนดรูว์ส ได้ยิงแต่เฉือนหลุดกรอบไป แซม อัลลาไดซ์ เริ่มปรับทัพให้ แบล็คเบิร์น ด้วยการส่ง วินเชนโซ เกรลลา ลงมาไล่แดนกลางแทน สเตฟาน เอ็นซองซี ที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่ หนึ่งชั่วโมงผ่านไป “บิ๊กแซม” ใส่ เจสัน โรเบิร์ตส ลงไปล่าตาข่ายแทน ฮอยเลตต์ 
 
 จากนั้นเป็น “กุหลาบไฟ” ทำเกมกดดันใส่เจ้าบ้านเป็นระยะๆ นาทีสุดท้ายน่าจะได้ประตูตีเสมอเป็นอย่างยิ่ง เมื่อ โรเบิร์ตส ทิ้งตัวโขกลูกเปิดเข้ามาของเพื่อน แต่ เรนา โชว์ซูเปอร์เซฟชกบอลออกมาได้ ครบ 90 นาที ลิเวอร์พูล ประคองตัวเบียดชัยมีเพิ่มเป็น 48 คะแนนจาก 28 นัด ยังรั้งอันดับ 6 ของตาราง ตามหลังโควตาสุดท้าย (อันดับ 4) ที่จะได้สิทธิไปเล่นยูฟา แชมเปียนส์ ลีก อย่าง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ แค่แต้มเดียว ขณะที่ แบล็คเบิร์น มี 34 คะแนน ยังอยู่อันดับ 12 ดังเดิม 
 
 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 ลิเวอร์พูล
: โฆเซ เรนา , ฮาเวียร์ มาสเชราโน , เจมี คาร์ราเกอร์ , ดาเนียล แอ็กเกอร์ , ฟาบิโอ ออเรลิโอ , มักซี โรดริเกซ , สตีเวน เจอร์ราร์ด , ลูคส เลวา , ยอสซี เบนายูน , เดิร์ค เคาท์ , เฟร์นานโด ตอร์เรส 
 
 แบล็คเบิร์น : พอล โรบินสัน , มิเชล ซัลกาโด , คริสโตเฟอร์ แซมบา , กาแอล ชิเวต์ , มาร์ติน โอลส์สัน , สตีเฟน เอ็นซองซี , คีธ แอนดรูว์ส , เดวิด ฮอยเลตต์ , มอร์เทน กัมส์ พีเดอร์เซน , เอล-ฮัดจจิ ดิยุฟ , นิโคลา คาลินิช 
 
 ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำคืนวันอาทิตย์ 
 
 ท็อตแนม ฮอตสเปอร์  2-1  เอฟเวอร์ตัน 
 [1-0 : โรมัน พาฟลูเชนโก (น.11) , 2-0 : ลูกา โมดริช (น.28) , 2-1 : ยาคูบู อเย็กเบนี (น.55)] 
 
 ลิเวอร์พูล  2-1  แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 
 [1-0 : สตีเวน เจอร์ราร์ด (น.20) , 1-1 : คีธ แอนดรูว์ส (จุดโทษ น.40) , 2-1 : เฟร์นานโด ตอร์เรส (น.44)] 
 
 ซันเดอร์แลนด์  0-0  ฟูแลม 
 

เสือใต้ขย้ำสิงห์เหนือ 1-0 ขึ้นฝูง

March 1, 2010

 ฟรองค์ ริเบรี เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติฝรั่งเศสซัดประตูชัยให้ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค เปิดถ้ำเฉือน “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก 1-0 กระโดดแซง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ขึ้นมานั่งจ่าฝูงศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้สำเร็จ 
 
 ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี 
 บาเยิร์น มิวนิค 1-0 ฮัมบูร์ก
 
 

“โรเซห์นัล” ตามพัวพัน “โกเมซ”

 หลุยส์ ฟาน กัล หวังนำทัพ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค เปิดรังโค่น “สิงห์เหนือ” ฮัมบูร์ก ลงให้ได้เพื่อทำคะแนนแซง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ขึ้นนั่งจ่าฝูง นัดนี้จึงวางขุมกำลังชุดที่ดีที่สุดลงสนาม แดนกลางให้ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟรองค์ ริเบรี ปั่นป่วนริมเส้น โธมัส มุลเลอร์ สนับสนุนเกมรุกของ มาริโอ โกเมซ ด้าน บรูโน ลาบบาเดีย ไม่มีปัญหาในการจัดทีมมาเยือนอลิอันซ์ อารีนา เช่นกัน วางตัวรุกลงสนามหลายคนทั้ง เอลเยโร เอเลีย, พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี, มลาเดน เพทริช หรือว่า มาร์คุส เบิร์ก ขณะที่ รุด ฟาน นิสเตลรอย ไม่ฟิตจึงไม่มีชื่อ 
 
 เริ่มเกมการแข่งขัน บาเยิร์น มิวนิค เป็นฝ่ายเดินเกมรุก แต่ ฮัมบูร์ก ยังขึงเกมรับกันได้ดี อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟรองค์ ริเบรี ยังขึ้นเกมทางกราบไม่ถนัดนัก เนื่องจากโดนทั้ง กีย์ เดเมล กับ เจอโรม บัวเต็ง ตามปิดผนึก ครึ่งแรก มาริโอ โกเมซ ได้ยิงแต่ก็ไม่ผ่านการป้องกันของ แฟรงค์ โรสท์ จบครึ่งแรกสกอร์ยัง 0-0 เข้าสู่ครึ่งหลังยังเป็นเจ้าบ้านพยายามเดินเกมบุกให้หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม “สิงห์เหนือ” ก็ตามพัวพันดักจังหวะเข้าทำหน้าปากประตูของเจ้าถิ่นได้ตลอด 
 
 ผ่านหนึ่งชั่วโมง “เสือใต้” ยังเดินหน้าลุยต่อ โธมัส มุลเลอร์ จิ้มให้ ริเบรี หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแปด้วยขวาบอลผ่านเสาไกลไป เมื่อยังเจาะตาข่ายทีมเยือนไม่ได้ หลุยส์ ฟาน กัล จัดการส่ง มิโรสลาฟ โคลเซ ลงมาล่าตาข่ายแทน โกเมซ และนาทีที่ 70 เจ้าบ้านได้ส้มหล่นเมื่อ บัวเต็ง โหม่งสกัดคืนหลังพลาด โคลเซ ได้เอี้ยวตัววอลเลย์แต่บอลก็เหินโด่งไป เจ้าถิ่นเร่งเครื่องเป็นการใหญ่ มุลเลอร์ หลุดเข้าไปยิงแต่โดน ดาวิด ยาโรลิม ตามมาแซะทำให้ยิงเบาเกินไปบอลเข้ามือ โวล์ฟกัง เฮเซิล 
 
 บดอยู่นานนาทีที่ 78 “เสือใต้” ก็ตะปบนำ 1-0 จนได้ ริเบรี ลากขึ้นมาทางซ้ายหักหลบ กีย์ เดเมล เข้าในก่อนตะบันด้วยขวาบอลพุ่งแหวกอากาศผ่านมือ เฮเซิล เข้าประตูอย่างงดงาม สิบนาทีสุดท้าย “สิงห์เหนือ” เสี่ยงส่ง ตูนาย โตรุน ลงมาเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก พร้อมกับถอดเอาตัวตัดเกมอย่าง ยาโรลิม ออกมา และดาวเตะเติร์กเกือบแผลงฤทธิ์โหนขึ้นโหม่งบอลย้อยไปตกบนคาน ท้ายเกม บาเยิร์น แพ็คเกมรับคอยโต้กลับ ครบ 90 นาที เบียดชัยมีเพิ่มเป็น 52 คะแนนจากการเตะ 24 นัด แซงหน้า “ห้างขายยา” เลเวอร์คูเซน ขึ้นจ่าฝูง มีคะแนนห่างกันอยู่ 2 แต้ม ส่วน ฮัมบูร์ก มีอยู่ 40 คะแนน รั้งอันดับ 4 ดังเดิม 
 
 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 บาเยิร์น : ฮันท์ ยอร์ค บุทท์ , ฟิลิปป์ ลาห์ม , มาร์ติน เดมิเชลิส , โฮลเกอร์ บาดสตูเดอร์ , ดีเอโก คอนเทนโต , อาร์เยน ร็อบเบน , มาร์ค ฟาน บอมเมล , บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ , ฟรองค์ ริเบรี , โธมัส มุลเลอร์ , มาริโอ โกเมซ 
 
 ฮัมบูร์ก : แฟรงค์ โรสท์ , กีย์ เดเมล , ดาวิด โรเซห์นัล , ยอริส มาไธจ์เซน , เจอโรม บัวเต็ง , เอลเยโร เอเลีย , ดาวิด ยาโรลิม , เซ โรแบร์โต , พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี , มลาเดน เพทริช , มาร์คุส เบิร์ก 
 
 ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่หนึ่งวันเดียวกัน “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก บุกเฉือน ฮันโนเวอร์ ถึงถิ่น 1-0 ได้ประตูชัยจาก ซเวซดาน มิซิโมวิช นาทีที่ 78 ทำให้แชมป์เก่าขึ้นมาอยู่ที่ 11 ของตาราง 24 นัด เก็บไป 31 คะแนน ส่วน ฮันโนเวอร์ ค่อนข้างวิกฤติแพ้ติดๆ กันหลายนัด ปัจจุบันร่วงไปรั้งรองบ๊วย เพิ่งจะมีเพียง 17 แต้ม 
 

ดาวรุ่งเฆี่ยน “ดีเมนเทียวา” แชมป์มาเลย์

March 1, 2010

 อลิซา เคลย์บาโนวา ดาวรุ่งชาวรัสเซียผงาดแชมป์เทนนิส มาเลเซีย โอเพน ประจำปี 2010 หลังพลิกล็อกเฆี่ยนเอาชนะ เอเลนา ดีเมนเทียวา มือ 1 ของรายการ 2-0 เซต 
 

เคลย์บาโนวา (ขวา) ซิวแชมป์ WTA หนแรก

 
 

 ศึกเทนนิส ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ “มาเลเซีย โอเพน 2010″ ชิงเงินรางวัลรวม 220,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 7 ล้านบาท) ระหว่างวันที่ 22-28 ก.พ. ณ สนามเทนนิสใน บูกิต เคียรา อีเควสเทรียน แอนด์ คันทรีย์ รีสอร์ต กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เดินทางมาถึงการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
 
  โดยเป็นการดวลกันของ 2 สาวนักหวดจากแดนหมีขาว เอเลนา ดีเมนเทียวา กับ อลิซา เคลย์บาโบวา สาวน้อยวัย 20 ปี ซึ่งแมตช์นี้มือ 29 ของโลกโชว์ฟอร์มได้อย่างดุดันไล่ทุบเอาชนะรุ่นพี่ไปได้ขาดลอย 2-0 เซต 6-3, 6-2 ประกาศศักดาซิวแชมป์แรกในระดับดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ 
 
  ภายหลังการแข่งขัน เคลย์บาโนวา ออกมาให้สัมภาษณ์ “ฉันมีความสุขมากจริงๆ กับการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์นี้ นี่เป็นสัปดาห์ที่ยากไม่น้อยสำหรับฉัน” 
 
  ส่วน ดีเมนเทียวา จากความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้นักเทนนิสสาววัย 28 ปี ชวดคว้าแชมป์ที่ 3 ใน 5 ทัวร์นาเมนต์ที่ลงแข่งช่วงเปิดหัวฤดูกาล 2010 หลังขึ้นไปประสบความสำเร็จสูงสุดในรายการที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย และมหานครปารีส ฝรั่งเศส เมื่อช่วงต้นปี 
 

“ยอโควิช” โค่นหนุ่มหมีครองแชมป์ดูไบ

March 1, 2010

 โนวัค ยอโควิช นักหวดลูกสักหลาดมือ 2 ของโลก จัดการพิชิต มิคาอิล ยูซห์นีย์ หนุ่มจากแดนหมีขาว 2-1 เซต ขึ้นไปคว้าแชมป์บาร์เคลย์ส ดูไบ เทนนิส แชมเปียนชิปส์ ได้สำเร็จ 
 

“ยอโควิช” รับโทรฟีแชมป์ใบโต

 
 

 ศึกเทนนิสเอทีพีทัวร์ รายการบาร์เคลย์ส ดูไบ เทนนิส แชมเปียนชิปส์ ชิงเงินรางวัลรวม 1,619,500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 54 ล้านบาท) ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เดินทางมาถึงการดวลแร็กเก็ตกันต่อในรอบชิงชนะเลิศ หลังจากเมื่อวันเสาร์ต้องหยุดการแข่งขันกลางครัน สืบเนื่องจากมีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก 
 
  โดยวันก่อน โนวัค ยอโควิช ขึ้นนำอยู่ 7-5 และ 2-0 เกม มาวันนี้ มิคาอิล ยูซห์นีย์ จากรัสเซีย พลิกฟอร์มกลับมาชนะได้บ้างในเซตที่สอง 7-5 ทำให้ต้องตัดสินกันในเซตสุดท้าย ปรากฏว่า มือ 2 ของรายการชาวเซิร์บบดเอาชนะไปได้ 2-1 เซต 7-5, 5-7, 6-3 ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง 
 
  ภายหลัง ยอโควิช ออกมาให้สัมภาษณ์ “นี่เป็นเกมที่วัดหัวจิตหัวใจของคุณก็ว่าได้ ผมต้องขุดเอาพลังออกมาใช้ การเล่นๆ หยุดๆ แล้วต้องกลับมาลงสนามใหม่ เนื่องจากฝนตก จึงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย วันนี้บอลกระดอนค่อนข้างเร็วทีเดียว ยากที่จะควบคุม มันทำให้ผมหัวเสียไปเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อผมเชื่อมั่นในตัวเองก็สามารถสู้ได้ตลอดรอดฝั่ง” 
 
  ด้าน ยูซห์นีย์ กล่าวบ้าง “เมื่อเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ผมย่อมรู้สึกไม่พอใจอยู่เสมอๆ วันนี้ผมพยายามเล่นให้ดุดันเข้าไว้ บางทีอาจต้องเล่นให้ดุกว่านี้หากต้องการเซฟแมตช์นี้เอาไว้” 
 

ตราหมีตะปบค้างคาว 9 ตัว 4-1

March 1, 2010

 ”ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เปิดรังไล่ตะปบเอาชนะ “ค้างคาว” บาเลนเซีย ที่เหลือผู้เล่นแค่ 9 คน 4-1 ในศึกลูกหนัง ลา ลีกา สเปน คู่ดึกประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 
 
 ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน 
 แอตเลติโก มาดริด 4-1 บาเลนเซีย
 
 

“ซิลบา” ยิงก่อนค้างคาวพ่ายยับ

 
 

 เอ็นริเก ซานเชซ ฟลอเรส นำพลพรรค “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด เปิดรังรับการมาเยือนของ “ค้างคาว” บาเลนเซีย นัดนี้วางขุมกำลังชุดใหญ่ลงทำศึกทีมเก่า โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส กับ ซิเมา ซาโบรซา คอยทำเกมริมเส้นเปิดบอลให้คู่ศูนย์หน้าอันตรายอย่าง เซร์คิโอ อกูเอโร กับ ดีเอโก ฟอร์ลัน ทำสกอร์ ด้านทีมเยือนปรับให้ โจอากิน ซานเชซ ช่วยทำเกมรุกทางขวาแทน ปาโบล เอร์นานเดซ ส่วนสตาร์ประจำทีมอย่าง ฆวน มาตา, ดาบิด ซิลบา รวมถึงหน้าตัวเป้าอย่าง ดาบิด บีญา ลงสนามครบครัน 
 

“ฟอร์ลัน-อกูเอโร” เฮทั้งคู่

 เริ่มเกมการแข่งขัน แอต.มาดริด เป็นฝ่ายเดินเกมลุยใส่ทีมเยือนทันที นาทีที่ 4 ได้ฟรีคิกระยะหวังผลประมาณ 25 หลากลางประตู ซิเมา ซาโบรซา ปั่นแฉลบกำแพงข้ามคานไป บาเลนเซีย สวนขึ้นมาเหมือนกัน คาร์ลอส มาร์เชนา เติมขึ้นมาขวิดลูกเตะมุมหลุดกรอบ เกมแลกกันตั้งแต่ต้น โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส ลากเข้าไปยิงในกรอบโทษแต่ยังหลุดเป้าหมาย จากนั้นเจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้ง ซิเมา ปาดบอลเข้ากลาง ดีเอโก ฟอร์ลัน วิ่งเข้ามาป้ายบอลผ่านมือ เซซาร์ ซานเชซ ทว่าก็ผ่านเสาประตูเช่นกัน 
 
 นาทีที่ 12 “ตราหมี” ทำเสียวอีกครั้ง ฟอร์ลัน ชิปบอลกะให้เสียบใต้คานแต่ เซซาร์ ยังกระโดดปัดบอลทิ้งหวุดหวิด แปดนาทีถัดมา แฟนๆ ในบิเซนเต กัลเดรอน พากันโห่ผู้ตัดสินเป็นการใหญ่ที่ไม่ให้จุดโทษ หลังจาก เอแวร์ บาเนกา พุ่งเข้ามาเสียบ เรเยส จากทางด้านหลัง และจังหวะต่อเนื่อง “ค้างคาว” สวนกลับได้ประตูออกนำ 1-0 เมื่อ โจอากิน ซานเชซ แทงทะลุให้ ดาบิด ซิลบา เลี้ยงเข้ากรอบโทษยิงจังหวะแรกติดเซฟ ดาบิด เด เกีย แต่มิดฟิลด์ร่างเล็กทีมชาติสเปนเก็บบอลมาได้ ก่อนหมุนตัวยิงเข้าไป 
 
 พอเสียประตู แอต.มาดริด โหมเกมหนักขึ้นกว่าเก่า เรเยส อาศัยความสามารถเฉพาะตัวลากหนี บาเนกา และ อเล็กซิส ซานเซซ เข้ากรอบโทษเกือบถึงสุดเส้นหลังและก็จิ้มมุมแคบบอลกระแทกเสาออกมาเต็มๆ แต่ถึงครึ่งชั่วโมงพอดี เจ้าบ้านมาได้ลูกที่จุดโทษเมื่อ มาร์เชนา ไปทำแฮนด์บอล แถมโดนใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนาม และก็เป็น ฟอร์ลัน รับหน้าที่สังหารไม่พลาดสกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 เมื่อตัวผู้เล่นเสียเปรียบ อูไน เอเมรี ต้องแก้หมากส่ง เฮดจ์วิก มาดูโร มายืนหลังและก็ถอดตัวรุกอย่าง ฆวน มาตา ออกมา ท้ายครึ่งแรก เซร์คิโอ อกูเอโร เก็บส้มหล่นหลุดเดี่ยวแต่งัดบอลข้ามคานแบบเสียราคา จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกัน 
 

“เซซาร์” เซฟอย่างไรก็ไม่ไหว

 ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง เจ้าบ้านโหมทันที ฟอร์ลัน ได้ยิงจากนอกกรอบโทษบอลกระดอนพื้นเข้าซอง เซซาร์ ผ่านสิบนาที แอต.มาดริด ได้ลุ้นจากฟรีคิกระยะ 25 หลาเยื้องมาทางซ้าย ซิเมา ปั่นด้วยขวาบอลกำลังจะเสียบเสาแต่ เซซาร์ ยังไวพุ่งไปปัดได้ทัน เกมของทีมเยือนแผ่วไปอย่างเห็นได้ชัด เอเมรี ต้องแก้เกมด้วยการเติม ปาโปล เอร์นานเดซ ลงมาสร้างเกมรุกแทน โจอากิน แต่ก็ยังเป็น “ตราหมี” ได้ยิงอีกครั้งจาก อกูเอโร ทว่ายังไม่เป็นผล หนึ่งชั่วโมงผ่านไปพายุเกมบุกรุกเข้ากระหน่ำ เรเยส ได้ปาดยิงระยะไม่ถึง 10 หลา นายทวาร “ค้างคาว” ต้องโชว์เซฟอีกแล้ว 
 
 นาทีที่ 67 แอต.มาดริด ใกล้เคียงกับการได้ประตูเข้าไปทุกขณะ “กุน” อกูเอโร ได้หลุดเดี่ยวไปแตะหนี เซซาร์ แต่ดันยิงบอลไซด์หลุดกรอบอย่างน่าผิดหวัง ถัดมา เรเยส ส่องจากนอกกรอบ เซซาร์ ต้องปัดกันพัลวันอีกครั้ง เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย อกูเอโร แตะเข้ากรอบโทษก่อนตะบันด้วยซ้ายบอลติดขา เซซาร์ แต่สามนาทีถัดมาเจ้าบ้านก็มาได้ประตู 2-1 ที่ต้องการจากการโขกลูกเตะมุมที่เสาแรกเข้าไปของ “กุน” ก่อนหมดเวลา 7 นาที บาเลนเซีย แย่หนักเหลือ 9 คนเมื่อ มิเกล มอนเตโร สกัดติดดาบใส่ บาเลรา ถึงนาทีที่ 86 ฟอร์ลัน ก็หลุดไปยิงปิดกล่องให้ “ตราหมี” ตะปบนำ 3-1 แถมทดเจ็บเจ้าถิ่นได้ประตูฝังชัย 4-1 จาก ฆูราโด ตัวสำรอง หมดเวลาจึงเก็บเพิ่มเป็น 30 คะแนนจาก 24 นัด ขึ้นมารั้งที่ 11 ขณะที่ “ค้างคาว” รั้งที่ 3 ยังมี 46 แต้มเหมือนเดิม 
 
 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 แอต.มาดริด : ดาบิด เด เกีย , บาเลรา , หลุยส์ เปเรีย , โทมัส อูจ์ฟาลูซี , อันโตนิโอ โลเปซ , ซิเมา ซาโบรซา , ติอาโก เมนเดส , เปาโล อาสซุนเซา , โฆเซ อันโตนิโอ เรเยส , เซร์คิโอ อกูเอโร , ดีเอโก ฟอร์ลัน 
 
 บาเลนเซีย : เซซาร์ ซานเชซ , มิเกล มอนเตโร , คาร์ลอส มาร์เชนา , อังเคล เดลแบร์ต , อเล็กซิส ซานเชซ , มานูเอล แฟร์นานเดส , เอแวร์ บาเนกา , โจอากิน ซานเชซ , ดาบิด ซิลวา , ฆวน มาตา , ดาบิด บีญา 
 

เซบีญา 10 คนเปิดรังเคี้ยว แอธ.บิลเบา ไม่ลง

 
 

 ผลฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ประจำคืนวันอาทิตย์ 
 
 ราซิง ซานตานเดร์ 0-2 อัลเมเรีย 
 [0-1 : เฟร์นานโด โซเรียโน (น.29) , 0-2 : อัลเบิร์ต ครูซาส (น.67)] 
 
 สปอร์ติง กิฆอน 3-2 โอซาซูนา 
 
[1-0 : มิเกล คูเอบาส (น.18) , 1-1 : จาวัด เนคูนาม (จุดโทษ น.39) , 1-2 : คริสเตียน วาด็อกซ์ (น.49) , 2-2 : ดาบิด บาร์รัล (น.71) , 3-2 : ดีเอโก คาสโตร (น.81)] 
 
 รีล บายาโดลิด 1-2 รีล มายอร์กา 
 
[1-0 : อัลเบร์โต บูเอโน (น.49) , 1-1 : รูเบน กอนซาเลซ (น.69) , 1-2 : ฆูลิโอ อัลบาเรซ (น.83)] 
 
 บียาร์รีล 1-0 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา 
 [1-0 : โฆเซบา ยอเรนเต (น.36)] 
 
 เคเรซ 1-1 เอสปันญอล 
 
[0-1 : เปาโล ออสวัลโด (น.18) , 1-1 : มาริโอ เบร์เมโฆ (น.76)] 
 
 เซบีญา 0-0 แอธเลติก บิลเบา 
 
 
 แอตเลติโก มาดริด 4-1 บาเลนเซีย 
 [0-1 : ดาบิด ซิลบา (น.20) , 1-1 : ดีเอโก ฟอร์ลัน (จุดโทษ น.30) , 2-1 : เซร์คิโอ อกูเอโร (น.78) , 3-1 : ดีเอโก ฟอร์ลัน (น.86) , 4-1 : ฆูราโด (น.90)] 
 

“เซอร์” ชูหอก “โอนีล” กังขาไม่ไล่ “วิดิช”

March 1, 2010

“เฟอร์กี” พาผีซิวแชมป์คาร์ลิงคัพอีกหน

 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกโรงชม ไมเคิล โอเวน กับ เวย์น รูนีย์ ช่วยกันทำประตูช่วย “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ป้องกันแชมป์คาร์ลิง คัพ สำเร็จ ด้าน มาร์ติน โอนีล กุนซือ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา บ่นผู้ตัดสินไม่ยอมไล่ เนมันยา วิดิช ออกจากสนาม 
 
  แม้จะตกเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ซัดจุดโทษให้ แอสตัน วิลลา ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม แต่ ไมเคิล โอเวน กับ เวย์น รูนีย์ ช่วยกันทำคนละประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัย ซิวแชมป์คาร์ลิง คัพ สมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์มาครอง 
 
  ภายหลังการแข่งขัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ออกมาให้สัมภาษณ์ เริ่มต้นจากเหตุผลที่ดร็อป รูนีย์ เป็นสำรองก่อนที่หอกทีมชาติอังกฤษจะเปลี่ยนลงมาเล่นแทน โอเวน ที่บาดเจ็บ และก็โหม่งประตูชัยในครึ่งหลัง “แมตช์สำคัญๆ กำลังจะมาถึง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมเราจึงพัก เวย์น (รูนีย์) อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้ลงเล่น 45-50 นาที” 
 
  “วันนี้เราออกตัวได้ย่ำแย่ด้วยการเสียจุดโทษ ผมคิดว่านั่นก็เป็นการตัดสินที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี เราก็กลับมาได้ นั่นถือเป็นสิ่งสำคัญ ไมเคิล โอเวน มีครึ่งแรกที่ยอดเยี่ยม แต่โชคร้ายที่เขาเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าและก็ต้องเปลี่ยนตัวออกมา เมื่อ เวย์น (รูนีย์) ลงสู่สนามและทำประตูชัยให้เรา นี่ถือเป็นฟอร์มที่คุณคาดหวังจากเขาเลยก็ว่าได้” 
 

“โอนีล” พยายามเข้าไปประท้วงผู้ตัดสิน

 
 

 ด้าน มาร์ติน โอนีล กล่าวเช่นกันถึงจังหวะที่ เนมันยา วิดิช เหนี่ยว กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ล้มลงในเขตโทษ ซึ่งการเป็นตัวสุดท้ายผู้ตัดสิน ฟิล ดาวด์ น่าจะให้ใบแดงไล่ปราการหลังเซิร์บออกจากสนาม “ผมคิดว่าทุกคนคงเห็นด้วยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ตัดสินใจอะไรลงไป มันเป็นความผิดพลาดและก็เป็นจุดสำคัญของแมตช์นี้เลยก็ว่าได้ อีกสัก 2-3 สัปดาห์การตัดสินครั้งดังกล่าวคงถูกลืมไป แต่คงไม่มีใครลืมว่าโทรฟีแชมป์ไปอยู่ในมือของ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว” 
 
  “หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอ ผมยังรู้สึกว่าเรายังน่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะได้ แต่มันก็น่าผิดหวัง อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่แข็งแกร่ง พวกเขาสู้จนกลับมาได้ ส่วนเราจะพยายามกลับมาที่เวมบลีย์อีกครั้ง (ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ) เดือนพฤษภาคมนี้” กุนซือชาวไอริชทิ้งท้าย 
 

“ราฟา” เปิดศึกน้ำลาย “บิ๊กแซม” รอบใหม่

March 1, 2010

 ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดศึกสงครามน้ำลายกับ แซม อัลลาไดซ์ นายใหญ่ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส อีกครั้งหลังเสร็จสิ้นเกมที่ทั้งสองทีมพบกันในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
 

“ราฟา-บิ๊กแซม” เปิดฉากฉะกันอีกรอบ

 
 

 ลิเวอร์พูล เก็บความหวังไปลุยยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าไว้ได้ต่อไป หลังเปิดแอนฟิลด์เบียดชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ขณะที่ทีมเยือนตีไข่แตกด้วยจุดโทษของ คีธ แอนดรูว์ส ซึ่งแมตช์นี้หวดกันค่อนข้างหนักทีเดียว 
 
  นั่นเป็นเหตุผลให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงก่นคู่ต่อสู้ “แบล็คเบิร์น ยังมีสไตล์เป็นของตัวเอง พวกเขายังเล่นในแนวทางของผู้จัดการทีมคนนี้ (อัลลาไดซ์) วันนี้เราได้ชัยชนะ ดังนั้นพวกเขาคงต้องไปคิดว่าสไตล์ฟุตบอลแบบนี้มันดีหรือไม่ บางคนออกมาพูดก่อนหรือหลังจากแมตช์ เพราะมันยากที่จะพูดถึงสไตล์การเล่นฟุตบอลของทีมนี้ ผมคิดว่านี่เป็นแบบแผนให้แก่ผู้จัดการทีมคนอื่นๆ หรือไม่ หรือนี่เป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกถึงตัวของเขา ผมมั่นใจว่าทุกครอบครัวคงแนะนำอะไรให้แก่เด็กๆ ได้ ผมคิดว่าสไตล์ฟุตบอลที่น่าเอาเยี่ยงอย่างคือ บาร์เซโลนา” 
 
  ด้าน แซม อัลลาไดซ์ ตอบโต้กลับไปยังกุนซือชาวสเปน “ผมเคยวิพากษ์วิจารณ์ ราฟาเอล เบนิเตซ ถ้าคุณไม่เข้าใจ กว่า 2-3 ปีมานี้อะไรๆ มันเป็นแค่ภาพลวงตา ตอนนี้ผมคงต้องพูดว่า ลิเวอร์พูล โดนใบเหลือง 6 ใบในเกมพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี มาวันนี้ทีมของผมโดนใบเหลืองแค่ 5 ใบ ตัดทำฟาล์ว 25 ครั้ง ปฏิกิริยาที่ออกมาเกี่ยวกับแนวทางการเล่นของเราท่าจะผิดเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสมาานฉันท์ เราต้องจัดการเกมการแข่งขันให้ได้ก็เท่านั้น” 
 

ขึ้นเขียงผ่าขา “แรมซีย์” พักทั้งซีซัน

March 1, 2010

 อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งผู้โชคร้ายขาหัก เข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาตามวัน-เวลาท้องถิ่นเมืองผู้ดี แต่ก็ต้องพลาดลงสนามช่วย “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล โม่เกือกไปตลอดทั้งฤดูกาล 2009/10 
 

แข้งปืนช็อก “แรมซีย์” ขาหักสยอง

 
 

 อาร์เซนอล บุกไปคว้าชัยเหนือ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี 3-1 ทำให้ยังมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทว่า “ปืนใหญ่” ก็ต้องสังเวย อารอน แรมซีย์ หลังจากดาวเตะวัยกระเตาะโดน ไรอัน ชอว์ครอสส์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษใหม่แกะกล่องเสียบโหด ทำให้ขาขวาของเขาหักคาสนาม 
 
  อย่างไรก็ตามล่าสุด ดาวเตะวัย 19 ปี เข้ารับการผ่าตัดลุล่วงแล้ว จากคำแถลงของสโมสรดังแห่งลอนดอน “ในแมตช์เมื่อวันก่อนกับ สโต๊ก ซิตี อารอน แรมซีย์ มีอาการหน้าแข้งกับกระดูกน่องข้างขวาหัก แต่เมื่อคืนวันเสาร์เราก็ได้ทำการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” 
 
  “กระบวนการผ่าตัดช่วยลดอาการแตกหัก ในไม่ช้า อารอน แรมซีย์ ก็จะได้ทำกายภาพบำบัดกันต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาคงต้องพักตลอดทั้งฤดูกาลที่เหลือ ซึ่งเราก็หวังว่า อารอน จะข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้ สโมสรปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะหายกลับมาสู่ทีมได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” อาร์เซนอล เผยทิ้งท้าย 
 

วันชื่น “ผีแดง” ฉลองแชมป์คาร์ลิงสมัยที่ 4

March 1, 2010

                             

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือประกาศศักดานำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เถลิงแชมป์คาร์ลิง คัพ สมัยที่ 4 หลังพลิกกลับมาล้ม “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลลา 2-1 และนี่คือภาพชุดฉลองความสำเร็จที่ทีมข่าว MGR Sport รวบรวมมาให้คอบอลโดยเฉพาะแฟนๆ “ผีแดง” ได้ปลื้มกัน 

 

 



 

 

 

“แมนฯ ยูไนเต็ด” แชมป์คาร์ลิง คัพ ซีซัน 2009/10

ลีลาลากเลื้อยของ “ปาร์ค จี ซอง”

“เนมันยา วิดิช” โฉบโหม่งตัดหน้า “ยอห์น คาริว”

 

 

 

“เวย์น รูนีย์” ลงมาป่วนเกมรับสิงห์ผงาด

ผองเพื่อนเข้ามาเฮกับลูกโขกชัยของ “รูน”

“ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ” จับมือ “แอชลีย์ ยัง”

 

 

 

“มาร์ติน โอนีล” เข้าท้วงเชิ้ตดำ “ฟิล ดาวด์”

นักเตะ “สิงห์ผงาด” ได้แต่นั่งเซ็ง

“ท่านเซอร์” และเหล่าสตาฟฟ์ชื่นมื่น

 

 

 

“ผีแดง” ประกาศศักดาแชมป์อีกปี

“ปาทริซ เอฟรา” กัปตันชูโทรฟี

“เฟอร์กี” นำแมนฯ ยูไนเต็ด แชมป์สมัยที่ 4

 

 

 

“รูน” ก้มดูโทรฟีแชมป์ทุกมุม

“ไมเคิล โอเวน” หนึ่งในฮีโร่ผีแดง

“ไมเคิล คาร์ริค” ฉลองเคียงข้าง “เบิร์บ”

 

 

 



“มาฮาน” เฉือนรุคกีซิวแชมป์ฟีนิกซ์

March 1, 2010

 ฮันเตอร์ มาฮาน โปรชาวอเมริกันขุนฟอร์มเก่งในวันสุดท้ายคว้าแชมป์กอล์ฟ เวสต์ เมเนจเมนท์ ฟีนิกซ์ โอเพน มาครอง หลังจากที่เฉือนชนะ ริคกี ฟาวเลอร์ รุคกีเพื่อนร่วมชาติไปแค่สโตรกเดียว 
 

“มาฮาน” ฟอร์มเยี่ยมจนคว้าแชมป์

 การแข่งขันกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ รายการ เวสต์ เมเนจเมนท์ ฟีนิกซ์ โอเพน ชิงเงินรางวัลรวม 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 200 ล้านบาท) ที่สนามทีพีซี สกอตต์สเดล ระยะ 7,216 หลา พาร์ 71 รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เดินทางมาถึงการดวลวงสวิงกันในรอบสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 
 
  ปรากฏว่า ฮันเตอร์ มาฮาน เร่งเครื่องแซงทางโค้งขึ้นมาคว้าแชมป์ หลังโชว์ผลงานยอดเยี่ยมกดไป 4 เบอร์ดี กับอีกหนึ่งอีเกิล ไม่เสียแม้แต่โบกีเดียว สกอร์รวมขยับเป็น 16 อันเดอร์พาร์ เบียดเอาชนะ ริคกี ฟาวเลอร์ รุคกีหนุ่มชาวอเมริกันวัย 21 ปี ไปเพียงสโตรกเดียว ขณะที่ ยาง ยอง อึน จากเกาหลีใต้จบที่ 3 ด้วยสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ ตามด้วย แม็ทธิว ก๊อกกิน (ออสเตรเลีย), คริส เคาช์ และ ชาร์ลส ฮาวล์ เดอะ เธิร์ด ที่ทำกันมาคนละ 13 อันเดอร์พาร์ จบที่ 4 ร่วม 
 
  ภายหลังการแข่งขัน มาฮาน วัย 27 ปี ซึ่งรับเงินรางวัลชนะเลิศเข้ากระเป๋าไป 1,080,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34 ล้านบาท) ออกมาให้สัมภาษณ์ “ผมก็แค่หาทางไปสู่ชัยชนะ แค่ทำอะไรเท่าที่ทำได้ แน่นอนว่ามันต้องรู้สึกยอดเยี่ยมไปเลยกับแชมป์รายการที่ 5 ของผม มันทำให้ผมมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ผมจะได้เล่นในเกมที่ถูกที่ควร รู้สึกดีจริงๆ ที่ทำได้สำเร็จ” 
 
  ส่วนผลงานของก้านเหล็กรายอื่นๆ วอห์น เทย์เลอร์ คว้าที่ 7 ขณะที่ คามิโล วิลเลกาส ผู้นำหลังจบสองวันแรก สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ ได้อันดับ 8 ร่วมกับ ไบรซ์ โมลเดอร์, แมตต์ เอเวรี, สกอตต์ เพียร์ซี, โจ โอกิลวี และ โรเบิร์ต อัลเลนบี อีกหนึ่งนักกอล์ฟชาวออสซี ด้าน รุยจิ อิมาดะ (ญี่ปุ่น), อัลบาโร ควิรอส (สเปน), อันเดรียส โรเมโร (อาร์เจนตินา) จบที่ 14 ร่วมกับ เฟรด คัพเพิลส์, ดี.เจ.เทรแฮน สกอร์ 10 อันเดอร์พาร์ สำหรับโปรดังอย่าง เอียน โพลเตอร์ แชมป์แมตช์เพลย์สดๆ ร้อนๆ ชาวอังกฤษ หล่นมาจบที่ 24 ร่วมกับ แซค จอห์นสัน, นิค วัตนีย์, แชด แคมป์เบลล์ หรือว่า ฟิล มิคเคลสัน สกอร์รวมคนละ 9 อันเดอร์พาร์ 
 

ฝนชะลอ “ยอโควิช” รับแชมป์ดูไบ

February 28, 2010

“ยอโควิช” ต้องรอแชมป์ไปก่อน

 
 

  
 
 โนวัค ยอโควิช มือวางอันดับ 2 ของรายการชาวเซิร์บ ต้องรอคว้าแชมป์บาร์เคลย์ส ดูไบ เทนนิส แชมเปียนชิปส์ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันไปก่อน เมื่อเจอฝนเทกระหน่ำลงมาทำให้ต้องเลื่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศออกไป 
 
  ศึกเทนนิสเอทีพีทัวร์ รายการบาร์เคลย์ส ดูไบ เทนนิส แชมเปียนชิปส์ ชิงเงินรางวัลรวม 1,619,500 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 54 ล้านบาท) ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เดินทางมาถึงการดวลแร็กเก็ตในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง โนวัค ยอโควิช กับ มิคาอิล ยูซห์นีย์ มือ 7 ของรายการจากรัสเซีย 
 
  โดยเซตแรกแม้จะโดนเบรกไปก่อน แต่ ยอโควิช ยังเอาตัวรอดพลิกกลับมาเก็บชัยไปได้ที่ 7-5 เกม ลงมาแข่งเซตสองได้เพียงสองเกม ขณะที่นักหวดจากเซอร์เบียขึ้นนำ 2-0 เกม ปรากฏว่ามีฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักจนไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ จึงต้องเลื่อนโปรแกรมไปหวดกันต่อในวันอาทิตย์โดยปริยาย 
 

บาร์ซาเบียดมาลากา 2-1 ยึดฝูง

February 28, 2010

 ”เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เปิดบ้านเบียด มาลากา 2-1 จากประตูชัยของ ลิโอเนล เมสซี ช่วยต้นสังกัดยึดตำแหน่งจ่าฝูงฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ก็ขึ้นหน้า “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด แค่สองแต้ม 
 
 ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน 
 บาร์เซโลนา 2-1 มาลากา
 
 

“เมสซี” โดน “ตอริบิโอ” ตามเป็นเงา

 
 

  
 โจเซป กวาร์ดิโอลา มีข่าวดีในการจัดทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา เกมเปิดบ้านชน มาลากา เมื่อได้ ดาเนียล อัลเวส แบ็กจอมบุกหายเจ็บกลับมา แดนกลางใส่ เซร์กี บุสเกตส์ ช่วยไล่บอล ข้างหน้าเติม เปโดร โรดริเกซ ไปช่วยทาง ลิโอเนล เมสซี กับ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ล่าตาข่าย ด้านทีมเยือนขนทีมชุดดีที่สุดมาเยือนคัมป์ นู แนวรับมี เวลลิงตัน ร็อบสัน คอยค้ำ แนวรุกใช้ เปาโล ดูดา และ นาบิล บาฮา คอยสนับสนุนเกมรุกอยู่ด้านหลัง วิคเตอร์ โอบินนา หอกตัวเป้าชาวไนจีเรียน 
 

“อิบราฮิมโมวิช” บังบอล “เวลลิงตัน”

 เริ่มเกมการแข่งขัน มาลากา ลุยกับเจ้าถิ่นอย่างไม่เกรงกลัว นาทีที่ 7 ก็เกือบได้เฮเมื่อได้ฟรีคิกเยื้องมาทางซ้าย เปาโล ดูดา หลอกยิงที่เสาแรกดีที่ บิคตอร์ บัลเดส ยังไม่หลงตะปบบอลออกมาได้ทัน ถัดมา บาร์เซโลนา รุกขึ้นมาบ้าง ดาเนียล อัลเวส ตักบอลเลยไปเสาสองให้ ลิโอเนล เมสซี โขกหลุดกรอบ ความผิดพลาดของทีมเยือนเกือบก่อความเสียหาย เมสซี ฉกบอลได้ก่อนลากเข้าไปยิงด้วยซ้ายในกรอบโทษแต่ เวลลิงตัน ร็อบสัน ยังตามไปบล็อกได้ทันเวลา 
 
 นาทีที่ 25 “เจ้าบุญทุ่ม” ได้ฟรีคิกระยะกว่า 40 หลา ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช ตัดสินใจตะบันเต็มข้อด้วยขวาบอลพุ่งแหวกอากาศเฉียดตาข่ายเท่านั้น สิบนาทีถัดมา ชาบี เอร์นานเดซ เล่นลวดลายดีดส้นบอลกำลังจะลอยมุดคานแต่ กุสตาโว มูนูอา ยังไวทายาทสปริงค์ข้อเท้าดีดปัดบอลออกหลังหวุดหวิด ท้ายครึ่งแรก อิบราฮิมโมวิช ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนล็อกหลอกยิง ทว่าเป็นทาง นาบิล บาฮา ตามลงมาเล่นเกมรับช่วยบล็อกไว้ทัน ถัดมา อันเดรส อิเนียสตา เปิดจากกราบซ้ายให้ เซร์กี บุสเกตส์ โหนโหม่งไม่ตรงกรอบ จบ 45 นาทีแรก มาลากา ยังยันไว้อยู่ที่ 0-0 
 
 ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง ฆวน รามอน โลเปซ ต้องเปลี่ยนเอา มานูเอล ตอร์เรส ที่มีใบเหลืองติดตัวออกมา พร้อมกับส่ง บัลโด ลงมาเล่นแทน แต่ก็ยังเป็น บาร์เซโลนา ที่ดาหน้าบุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 53 ได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เมสซี เปิดให้ อิบราฮิมโมวิช โถมเข้ามาโขกแต่ มูนูอา บินปัดข้ามคาน หนึ่งชั่วโมงพอดี “เจ้าบุญทุ่ม” พลาดใส่สกอร์อีกครั้ง อิบราฮิมโมวิช ขึ้นโหม่งลูกเตะมุมผ่านมือนายทวารไปแล้ว แต่เป็น เวลลิงตัน โขกเคลียร์จากบนเส้น หลังจากบี้อยู่นาน นาทีที่ 69 เจ้าถิ่นก็นำ 1-0 จนได้จากลูกยิงไกลอันเฉียบขาดของ เปโดร โรดริเกซ 
 
 พอโดนเจาะไปก่อน มาลากา ต้องหันมาดันเกมลุยบ้าง ดูดา ได้เปิดฟรีคิกกึ่งยิงกึ่งผ่าน กองหลังเจ้าบ้านเคลียร์ไม่ขาดเข้าทาง มาโนโล กาสปาร์ ซัดสวนทันทีแต่บอลไม่ตรงเป้าหมาย แต่แล้วนาทีที่ 81 ทีมเยือนก็ไล่ตีเสมอ 1-1 จากการหลุดเดี่ยวของ บัลโด เข้าไปล่อเป้า บัลเดส ไม่เหลือ แต่ให้หลังสองนาที “เจ้าบุญทุ่ม” พลิกนำอีกครั้งเป็น 2-1 ชาบี แทงทะลุให้ อัลเวส เติมขึ้นมาปาดเข้ากลาง เมสซี เข้าฮอร์สง่ายๆ ครบ 90 นาที บาร์เซโลนา พิชิตชัยไปยังนำเป็นจ่าฝูงเก็บได้ 61 คะแนนจากการเตะ 24 นัด ขึ้นหน้า “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด อันดับ 2 อยู่สองแต้มดังเดิม 
 
 รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม 
 บาร์เซโลนา : บิคตอร์ บัลเดส , ดาเนียล อัลเวส , คาร์เลส ปูโยล , เคราร์ด ปิเก , แม็กซ์เวลล์ , เซร์กี บุสเกตส์ , ชาบี เอร์นานเดซ , อันเดรส อิเนียสตา , ลิโอเนล เมสซี , ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช , เปโดร โรดริเกซ 
 
 มาลากา : กุสตาโว มูนูอา , มาโนโล กาสปาร์ , มิลาน สเตปานอฟ , เวลลิงตัน ร็อบสัน , มานูเอล ตอร์เรส , ฆวนนิโต , ดาเนียล ตอริบิโอ , เฟร์นานโด มิเกล เฟร์นานเดซ , นาบิล บาฮา , เปาโล ดูดา , วิคเตอร์ โอบินนา 
 

“ฮิกัวอิน” บี้ไปกับกองหลังเตเนริเฟ

 
 

 ผลฟุตบอล ลา ลีกา สเปน ประจำคืนวันเสาร์ 
 
 
 เคตาเฟ 0-2 รีล ซาราโกซา 
 
[0-1 : ฮุมแบร์โต ซัวโซ (น.3) , 0-2 : ฮุมแบร์โต ซัวโซ (น.20)] 
 
 เตเนริเฟ 1-5 รีล มาดริด 
 [0-1 : กอนซาโล ฮิกัวอิน (น.29) , 0-2 : กอนซาโล ฮิกัวอิน (น.42) , 1-2 : การ์เซีย เปเรซ อโยเซ (น.46) , 1-3 : ริคาร์โด กาก้า (น.48) , 1-4 : คริสเตียโน โรนัลโด (จุดโทษ น.80) , 1-5 : ราอูล กอนซาเลซ (น.90)] 
 
 บาร์เซโลนา 2-1 มาลากา 
 
[1-0 : เปโดร โรดริเซ (น.69) , 1-1 : บัลโด (น.81) , 2-1 : ลิโอเนล เมสซี (น.83)] 
 

“เวนเกอร์” เศร้าปืนเซ่น “แรมซีย์” ขาหัก

February 28, 2010

   

 

 

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล รู้สึกเสียใจที่ต้องเห็น อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งขาหัก เซ่นชัยชนะที่มีต่อ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 
  
 
  อาร์เซนอล พลิกสถานการณ์จากเป็นรอง สโต๊ก ซิตี กลับมาคว้าชัย 3-1 ได้ประตูจากลูกโขกของ นิคลาส เบนด์ทเนอร์, จุดโทษของ เชส ฟาเบรกาส และลูกแปฝังชัยของ โธมัส เฟอร์มาเลน ช่วยให้ “ปืนใหญ่” เกาะอันดับ 3 เหนียวแน่น พร้อมไล่หลังจ่าฝูง เชลซี เหลือแค่ 3 แต้มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนจากลอนดอนต้องเสีย อารอน แรมซีย์ ตลอดซีซันนี้แน่นอนแล้ว หลังโดน ไรอัน ชอว์ครอสส์ เสียบสกัดจนทำให้ขาข้างขวาหัก ซึ่งจังหวะดังกล่าวกองหลัง “ช่างปั้นหม้อ” ก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป 
 
  ภายหลังการแข่งขัน อาร์แซน เวนเกอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ หลังเห็น แรมซีย์ ต้องสวมหน้ากากเพื่อให้อ๊อกซิเจน ขณะนำตัวไปส่งยังโรงพยาบาล “ผมภูมิใจในตัวเขา แต่ก็รู้สึกเศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้น เรารู้เลยว่านั่นเป็นอาการบาดเจ็บที่เลวร้าย เราพร้อมส่ง อารอน กลับไปยังลอนดอนถ้าเขาต้องการผ่าตัดโดยด่วน ทีมยังไม่รู้ว่าเขาต้องพักนานแค่ไหน แต่ก็คิดว่าต้องนานแน่ ผมไม่มีความสุขเลยกับจังหวะสกัดดังกล่าว เราทราบดีว่าต้องเจอกับการแท็คเกิลหนักหน่วงทุกหนแห่ง แต่ตอนนี้ อาร์เซนอล ต้องเสียนักเตะไปถึง 3 คนให้แก่การสกัดหนักแบบนี้ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ” 
 
  ก่อนหน้านี้ เวนเกอร์ ต้องเห็นลูกทีมนอนร้องครวญครางจากอาการบาดเจ็บหนักทั้ง เอดูอาร์โด ดา ซิลวา ขาหลังพักเป็นปีหลังโดน มาร์ติน เทย์เลอร์ กองหลังจอมโหด เบอร์มิงแฮม ซิตี เล่นงาน ขณะที่ อาบู ดิยาบี ก็พักเป็นเดือนจากการโดนแท็คเกิลน่าเกลียดของ แดน สมิธ นักเตะ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 
 
  นอกจากนี้กุนซือชาวฝรั่งเศส เผยถึงเกมหฤโหดที่เพิ่งผ่านไป “ผมภูมิใจในเกมของเรา มันเหลือเชื่อกับการต้องต่อสู้ตั้งแต่นาทีแรก เรารู้ว่ามันหนักแต่ก็ได้ชัยชนะกันมา คุณคงเห็นแล้วว่าทีมของเราช็อกเพียงใดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่นักเตะยังมีจิตใจที่แข็งแกร่ง เราต้องการทำให้ อารอน (แรมซีย์) เขาคู่ควรที่จะได้รับชัยชนะ” 
 
  ด้าน เชส ฟาเบรกาส กัปตันทีม “ปืนใหญ่” กล่าวบ้าง “5 ปีมานี้ ผมเห็น อาบู ดิยาบี, เอดูอาร์โด ดา ซิลวา และก็ล่าสุด อารอน แรมซีย์ ต้องบาดเจ็บรุนแรง มันยากที่จะพูดอะไรออกมาเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าวงการฟุตบอลยังปกป้องกันไม่ดีพอ บางครั้งเรากลายเป็นเหยื่อ ผมไม่อยากจะวิจารณ์อะไรมาก เพราะฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่ามันมากเกินไปกับเหตุการณ์เลวร้าย 3 ครั้งในรอบ 5 ปี” 

 

สิงโตช็อกดึง “ชอว์ครอสส์” ซดมัมมี

February 28, 2010

“ชอว์ครอสส์” พลิกโผติดทัพสิงโต

 ฟาบิโอ คาเปลโล ทำเอาแฟนลูกหนัง “สิงโตคำราม” อังกฤษ ช็อกไปตามๆ กันเมื่อตัดสินใจเรียกตัว ไรอัน ชอว์ครอสส์ ติดทีมเตรียมอุ่นเกือก “มัมมี” อียิปต์ ช่วงต้นเดือนมีนาคม แม้กองหลังจอมโหดเพิ่งสอย อารอน แรมซีย์ จนขาหัก 
 
 หลังจากตระเวนดูเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฟาบิโอ คาเปลโล ก็ออกมาแบโผ 24 ขุนพล ชุดที่เตรียมเปิดสนามเวมบลีย์ เตะนัดกระชับมิตรกับ อียิปต์ ดีกรีแชมป์แอฟริกัน เนชันส์ คัพ 2010 ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นกุนซือชาวอิตาเลียน ได้เรียกตัว ไรอัน ชอว์ครอสส์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 22 ปี ของ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี มาร่วมทัพ 
 
 เมื่อคืนวันเสาร์ ชอว์ครอสส์ เพิ่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังเสียบหนักเป็นเหตุให้ อารอน แรมซีย์ มิดฟิลด์ดาวรุ่ง อาร์เซนอล ขาหักต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เกมที่ สโต๊ก พ่ายคาถิ่นบริทานเนีย สเตเดียม ให้แก่ “ปืนใหญ่” 1-3 โดยแหล่งข่าวเผยว่า คาเปลโล และ ฟรังโก บัลดินี ตัดสินใจเลื่อนประกาศรายชื่อออกไป 40 นาที เพื่อพูดคุยกับ ชอว์ครอสส์ ซึ่งการที่มีคำกล่าวขอโทษออกมาทำให้อดีตเด็กปั้น “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีชื่อชุดทำศึกอียิปต์ 
 
 สำหรับ ชอว์ครอสส์ ถูกดึงเข้ามาเสริมแทน ริโอ เฟอร์ดินานด์ กัปตันทีม “สิงโตคำราม” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่บาดเจ็บ ส่วนแผงกลาง ธีโอ วัลคอตต์ และ สจวร์ต ดาวนิง ล้วนติดโผ ขณะที่ โจ โคล มิดฟิลด์พันธุ์จิ๋ว “สิงห์บลูส์” เชลซี ตกสำรวจ หลังโชว์ฟอร์มไม่เข้าตาเกมที่ต้นสังกัดพ่ายคาถิ่นให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี 2-4 ซึ่งนัดดังกล่าว คาเปลโล ไปเป็นหนึ่งในสักขีพยานที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้านของแบ็กซ้ายจากการที่ แอชลีย์ โคล เจ็บยาว เวย์น บริดจ์ ประกาศอำลา ทำให้ คาเปลโล ต้องเลือกเอา สตีเฟน วอร์นอค กับ เลห์ตัน เบนส์ เข้ามา 
 
 รายชื่อ 24 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดเตรียมเผชิญแข้งอียิปต์ มีดังนี้ 
 
 ผู้รักษาประตู : เดวิด เจมส์ (ปอร์ทสมัธ) , โรเบิร์ต กรีน (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) , โจ ฮาร์ท (เบอร์มิงแฮม ซิตี) 
 
 กองหลัง : เวส บราวน์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) , จอห์น เทอร์รี (เชลซี) , แม็ทธิว อัพสัน (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) , โจลีออน เลสคอตต์ (แมนฯ ซิตี) , ไรอัน ชอว์ครอสส์ (สโต๊ก ซิตี) , เลห์ตัน เบนส์ (เอฟเวอร์ตัน) , สตีเฟน วอร์นอค (แอสตัน วิลลา) 
 
 กองกลาง : เจมส์ มิลเนอร์ (แอสตัน วิลลา) , เดวิด เบ็คแฮม (เอซี มิลาน) , ธีโอ วัลคอตต์ (อาร์เซนอล) , แฟรงค์ แลมพาร์ด (เชลซี) , แกเร็ธ แบร์รี (แมนฯ ซิตี) , สตีเวน เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล) , ไมเคิล คาร์ริค (แมนฯ ยูไนเต็ด) , ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (แมนฯ ซิตี) , สจวร์ต ดาวนิง (แอสตัน วิลลา) 
 
 กองหน้า : เอมิล เฮสกี (แอสตัน วิลลา) , เจอร์เมน เดโฟ (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์) , เวย์น รูนีย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) , ปีเตอร์ เคราช์ (ท็อตแนม ฮอตสเปอร์) , คาร์ตัน โคล (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) 
 

ล็อกถล่ม!! เน็ตส์ทุบเซลติกส์ถึงรัง

February 28, 2010

“โลเปซ” ลุยใส่ “เคนดริก เพอร์กินส์”

 นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ ทีมสถิติย่ำแย่สุดของศึกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ (NBA) สร้างปรากฏการณ์ช็อกแฟนๆ ด้วยการบุกไปทุบ บอสตัน เซลติกส์ ถึงรัง 104-96 คะแนน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 
 
 ที่บอสตัน : นิวเจอร์ซีย์ เน็ตส์ ทีมที่มีสถิติชนะแค่ 5 แพ้ถึง 52 เกม เล่นเกมเยือนชนะแค่ 2 จาก 29 เกม แต่เกิดเหตุการณ์ล็อกถล่มเมื่อ บรูก โลเปซ เซ็นเตอร์ฝีมือดีพาต้นสังกัดบุกคว่ำ บอสตัน เซลติกส์ ดีกรีแชมป์ NBA 17 สมัย ถึงทีดี การ์เดน 
 
 ทีมเยือนได้ คียอน ดูลิง กระโดดชู้ตซวบห่วงช่วยปิดควอเตอร์แรกนำ 29-27 คะแนน จากนั้นก็ไม่เคยตกเป็นรองอีกเลย โดยทีมได้ บรูก โลเปซ กดคนเดียว 25 แต้ม 7 รีบาวด์ เดวิน แฮร์ริส การ์ดตัวเก่งเสริม 23 แต้ม 5 แอสซิสต์ คอร์ทนีย์ ลี สอยอีก 21 แต้ม ดูลิง ลุกจากม้านั่งสำรองทำไป 11 แต้ม เท่ากับ คริส ฮัมฟรีย์ เน็ตส์ เพิ่มสถิติเป็นชนะ 6 แพ้ 52 เกม แต่รวมแล้วก็ยังแย่ที่สุดในลีกอยู่ดี 
 
 ภายหลังการแข่งขัน กิกี แวนเดอเวจห์ หัวหน้าโค้ชเน็ตส์ ออกมาให้สัมภาษณ์ “นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา ไม่มีข้อสงสัยเลย มันเป็นการคว้าชัยนอกบ้าน และบอสตันก็เป็นสนามที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์แห่งหนึ่งในเอ็นบีเอ อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าถ้าผู้เล่นของเราเล่นกันอย่างทรงพลัง พวกเขาก็สามารถปราบใครก็ได้เช่นกัน” 
 
 ด้านเจ้าถิ่นได้ เควิน การ์เนตต์ สอยไปสูงสุดของเกม 26 แต้ม 9 รีบาวด์ มาร์คิส แดเนียลส์ ซึ่งได้ลงตัวจริงแทน พอล เพียร์ซ กัปตันทีม บวก 16 แต้ม ราจอน รอนโด ได้มา 23 แต้ม 6 รีบาวด์ 17 แอสซิสต์ เรย์ อัลเลน เพิ่มเติม 10 แต้ม 6 รีบาวด์ 5 แอสซิสต์ แต่ไม่ดีพอ เซลติกส์ สถิติตกเหลือ 36-21 เกม 
 

“สนีเดเกอร์” แซงนำสวิงฟีนิกซ์วันที่ 3

February 28, 2010

“สนีเดเกอร์” เล่นกอล์ฟอย่างสบายใจ

 แบรนด์ท สนีเดเกอร์ โปรชาวอเมริกันกระโดดขึ้นมานำเดี่ยวกอล์ฟ เวสต์ เมเนจเมนท์ ฟีนิกซ์ โอเพน ด้วยสกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ หลังจบการดวลวงสวิงในรอบที่สาม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 
 
  การแข่งขันกอล์ฟพีจีเอ ทัวร์ รายการ เวสต์ เมเนจเมนท์ ฟีนิกซ์ โอเพน ชิงเงินรางวัลรวม 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 200 ล้านบาท) ที่สนามทีพีซี สกอตต์สเดล ระยะ 7,216 หลา พาร์ 71 รัฐอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นการดวลกันในวันที่สาม 
 
  ปรากฏว่า แบรนด์ท สนีเดเกอร์ กดไป 6 เบอร์ดี เสียคืนเพียงหนึ่งโบกี สกอร์รวมขยับเป็น 14 อันเดอร์พาร์ ขึ้นมานำเดี่ยวขึ้นหน้า สกอตต์ เพียร์ซี อยู่หนึ่งสโตรก โดย เพียร์ซี เพื่อนร่วมชาติฟอร์มหรูกดไปถึง 2 อีเกิล 3 เบอร์ดี เสียหนึ่งโบกี ด้าน แมตต์ เอเวรี และ ริคกี ฟาวเลอร์ รั้งอันดับ 3 ร่วม สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 
 
  ภายหลังการแข่งขัน สตีเดเกอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ “มันเหลือเชื่อ ตรงที่ผมสามารถเล่นกอล์ฟได้ตามที่ต้องการ ใครๆ ก็อยากออกมาเล่นกอล์ฟให้สนุก ในทัวร์นาเมนต์กอล์ฟ ถ้าคุณจัดการอะไรได้ตั้งแต่หลุมแรก อะไรๆ มันก็สนุก” 
 
  ขณะที่ คามิโล วิลเลกาส ผู้นำร่วมวันที่สอง รอบล่าสุดไม่ได้ไม่เสีย สกอร์รวมเท่าเดิมที่ 11 อันเดอร์พาร์ อยู่ที่ 5 ตามมาด้วย มาร์ค คัลคาเวคเคีย, โจ โอกิลวี, ลี แจนเซน, ชาร์ลส ฮาวล์ เดอะ เธิร์ด, ฮันเตอร์ มาฮาน, คริส เคาช์, มาร์ค วิลสัน และสองนักกอล์ฟจากออสเตรเลียอย่าง โรเบิร์ต อัลเลนบี และ แม็ทธิว ก็อกกิน ส่วน ทอม เลห์แมน อยู่ที่ 15 ร่วมกับ รุยจิ อิมาดะ (ญี่ปุ่น) รวมถึง อัลบาโร ควิรอส (สเปน) สกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 
 
  สำหรับ เอียน โพลเตอร์ เจ้าของแชมป์แมตช์เพลย์สดๆ ร้อนๆ ชาวอังกฤษมีตุนอยู่ 8 อันเดอร์พาร์ รั้งอันดับ 23 ร่วมกับ อันเดรียส โรเมโร (อาร์เจนตินา), ยาง ยอง อึน (เกาหลีใต้) หรือว่า แชด แคมป์เบลล์ กับ แซ็ค จอห์นสัน ส่วน จัสติน โรส (อังกฤษ) และ แมตต์ คูชาร์ อยู่ที่ 34 ร่วม มีคนละ 7 อันเดอร์พาร์ เจฟฟ์ โอกิลวี (ออสเตรเลีย) มี 6 อันเดอร์พาร์ อยู่ที่ 41 ร่วม ฟิล มิคเคลสัน โอกาสลุ้นแชมป์คงยากมากแล้ว เมื่อผ่านสามวันเพิ่งได้มา 5 อันเดอร์พาร์ รั้งที่ 54 ร่วมกับ แอนโธนีย์ คิม 
 

ณ กรีนหลุม 18 ใต้ฟ้าสีคราม / วันปีย์ สัจจมาร์ค

February 28, 2010

 คอลัมน์ “The Golf Touch” โดย “วันปีย์ สัจจมาร์ค” 
 
 ถ้ามีหนังฟอร์มยักษ์ที่โปรโมทอย่างเต็มที่ว่ามีดาราที่แสดงชั้นแนวหน้าทั้งสิ้น สถานที่ถ่ายทำสวยงามและทุ่มทุนสร้างให้เป็นไฮไลท์ของปี เราคงตั้งหน้าตั้งตารอดู แต่ถ้าฉากจบของหนังดันแป๊ก เราคงเสียดายความรู้สึกเสมือนกัดลิ้นตัวเองเลือดออกเมื่อทานคำสุดท้ายของอาหารจานโปรด ดังนั้นการจัดการแข่งขันให้ผ่านไปได้โดยดี และคนจดจำไปตลอด นอกจากจะเตรียมงานอย่างละเอียดและแก้ไขปัญหาระหว่างดำเนินการแข่งขันได้อย่างดีแล้ว พิธีปิดอย่างราบรื่น สวยหรู ทำให้ทั้งประทับใจทั้งคนดูและเป็นการให้เกียรตินักกีฬาผู้ชนะเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง 
 
 เมื่อเดือนที่แล้วผมได้ชมพิธีเปิดที่น่าประทับใจมากที่นิวซีแลนด์ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้ใหญ่มากแต่เป็นรายการประจำชาติที่จัดได้สมเกียรติ เริ่มต้นพิธีปิดโดยมีการจัดขบวนปี่สก็อตเดินขึ้นสู่กรีนหลุม 18 การจัดแขกวีไอพีให้นั่งเก้าอี้ทั้งสองข้างของแท่นประกาศอย่างเรียบง่าย พิธีการเริ่มโดยขอบคุณสปอนเซอร์ต่างๆอย่างสั้นๆ ไม่ได้มอบของที่ระลึกอะไรกันมากมาย ตามด้วยนักร้องนำร้องเพลงชาติ ควบคู่กับการดิ่งเวหาลงมาของพลร่มพร้อมธงสัญลักษณ์ของรายการ จังหวะที่เท้าแตะลงกลางพื้นผิวกรีนหลุม 18 ของพลร่มคือเนื้อร้องท่อนสุดท้ายของเพลงชาติพอดี จากนั้นก็ได้เชิญผู้ชนะขึ้นมารับถ้วยอย่างสมเกียรติ ตามด้วยการสัมภาษณ์อย่างกระชับและปิดท้ายด้วยการร้องสดอีกหนึ่งเพลงที่เนื้อหาเต็มไปด้วยความอาลัยอาวร ความเป็นเพื่อนที่ต้องจากกันไป แต่อีกไม่นานคงได้พบกันใหม่ และเมื่อสิ้นเสียงท่อนสุดท้ายของเนื้อเพลงก็พอดีกับจังหวะที่เครื่องบินใบพัดโบราณส่งเสียงคำรามก้องท้องฟ้าบินผ่านศรีษะของทุกคนเหนือกรีนหลุม 18 
 
 ผมบอกได้เลยว่าเป็นพิธีปิดที่ทำให้ผมประทับใจ อาจจะเป็นไปได้ว่าผมไม่ชอบหนังประเภทที่พระเอกตายตอนจบ ผมเลยรู้สึกซึ้งและประทับใจพิธีปิดที่ได้รับความเอาใจใส่อย่างดีเช่นรายการนี้เป็นพิเศษเท่านั้นเอง 
 

ก้าวที่พลาดของ ‘วูดส์’ ก้าวที่กล้าสวิงยุโรป

February 28, 2010

       

 

 

 

 

การปรากฎตัวของ ไทเกอร์ วูดส์ ที่ออกมากล่าวคำขอโทษต่อหน้าสาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ที่แทบจะหยุดทุกความสนใจบนโลกใบนี้ไปเกือบ 30 นาทีซึ่งเนื้อหาสาระที่วูดส์ กล่าวต่อสาธารณชน นั้นมีอยู่สองเรื่องที่น่าสนใจ 
 
  ประการแรกเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องอุบัติเหตุรถยนต์ บริเวณหน้าบ้านพัก ซึ่งวูดส์ กล่าวด้วยสีหน้าเครียดขึ้งว่า ในวันดังกล่าวตัวเขาและเอลิน ไม่ได้ทะเลาะกันจนทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเหมือนที่สื่อหลายสำนักพยายามจะจินตนาการ พร้อมกันนี้วูดส์ ยังกล่าวถึงภรรยาสุดที่รักว่า เอลิน เป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ดีของลูกเธอสมควรจะได้รับการยกย่องและชื่นชมมากกว่าที่จะถูกกล่าวหาด้วยเรื่องที่ไม่เป็นความจริง 
 
  อีกหนึ่งเรื่องที่ทั้งผู้สื่อข่าวและแฟนกอล์ฟอยากรู้คือ การกลับลงสู่สนามกอล์ฟของ พญาเสือ ว่าจะมีขึ้นเมื่อใดซึ่งวูดส์ ได้กล่าวไว้ในตอนท้ายของการเปิดใจว่าตนเองนั้นต้องกลับคืนสู่การแข่งขันอย่างแน่นอนหากยังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อใดแต่ก็ไม่ปิดโอกาสหากเขาพร้อมที่จะลงสู่สนามในฤดูกาลนี้ 
 
  สำหรับความน่าสนใจแรกซึ่งได้แก่เรื่องของครอบครัว การหย่าร้าง รวมไปถึงเหล่ากิ๊กทั้งหลาย จากการเปิดใจของวูดส์ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์กำลังคลี่คลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรายงานข่าวล่าสุดที่เพื่อสนิทของเอลินได้ออกมาเผยว่า อดีตนางแบบชาวสวีเดนตัดสินใจที่จะรักษาครอบครัวให้คงอยู่ต่อไป เพราะวูดส์ ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิมตามที่สัญญา 
 
  ด้วยความกระจ่างชัดในเรื่องส่วนตัว ที่สองสามีภรรยาดูจะเคลียร์ปัญหาและจบลงได้ด้วยดี เวลานี้ 
 สปอตไลท์ของสื่อ จึงหันไปจับจ้องอยู่ที่เรื่องการกลับมาลงสนามของวูดส์ ซึ่งข้อความที่โปรหมายเลขหนึ่งโลกกล่าวว่า ผมไม่ปิดโอกาสของตนเองที่จะลงสนามในฤดูกาลนี้ ได้ทำให้เหล่านักวิเคราะห์ในวงการสวิงเห็นตรงกันว่า โปรหมายเลขหนึ่งโลกมีสิทธิ์ที่จะกลับมาโชว์วงสวิงอีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้ 
 
  แม้เจ้าตัวจะไม่บอกว่าเป็นเมื่อไร หรือ รายการใด แต่ก็มีการคาดหมายว่าเมเจอร์แรกของปี อย่าง เดอะมาสเตอร์ส น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะเป็นการแข่งขันบนสนามออกัสต้า อันเป็นสนามโปรดของโปรหมายเลขหนึ่งโลก แต่ที่สำคัญที่สุดหากวูดส์ คืนสู่สนามเดอะมาสเตอร์ส จะเป็นการกลับมายังเส้นทางสู่การทำสถิติเมเจอร์ 18 สมัยเทียบเท่ากับแจ็ค นิกคลอส 
 
  นอกจากแฟนกอล์ฟทั่วโลกที่อยากเห็นไทเกอร์ วูดส์ กลับมาโชว์พลังแห่งพญาเสือบนแฟร์เวย์ แล้วฝ่ายจัดการแข่งขัน ยูเอส พีจีเอ ทัวร์ โดยเฉพาะทิม ฟินเคมเองคงอยากเห็นโปรหมายเลขหนึ่งของโลกกลับคืนสู่ 
 ทัวร์นาเมนท์ เพราะในเวลานี้ นอกจากความน่าสนใจในการแข่งขันจะลดลงแล้ว ผลงานของเหล่าโปรในพีจีเอทัวร์ ยังย่ำแย่ชนิดโดน นักกอล์ฟจากฟากยูโรเปี้ยนทัวร์ เข้ามาไล่ล่าแชมป์ชนิดที่ เหล่าสวิงอเมริกัน แทบต้านไว้ไม่อยู่ 
 
  เห็นได้ชัดจากการแข่งขัน เวิลด์กอล์ฟแชมเปี้ยนชิป รายการ แอคเซนเจอร์ แมทช์เพลย์ ที่ผ่านมาแชมป์ตกเป็นของ เอียน โพลเตอร์ โปรชื่อดังจากอังกฤษและเวลานี้ โพลเตอร์ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจตั้งเป้าคว้าแชมป์เมเจอร์ในชีวิตให้ได้ โดยเล็งไปที่ เดอะมาสเตอร์ส ซึ่งเป็นรายการแรกของปี หากโพลเตอร์ ทำได้สำเร็จตามเป้าที่ตั้งไว้ นั่นอาจหมายความว่า ที่ทางของ ฟิล มิคเคลสัน ซึ่งรั้งมือ 3 ของโลก อาจถูกสลับกับโปรชาวอังกฤษ หรือมีความเป็นไปได้ว่า โพลเตอร์ จะทะยานขึ้นสู่นักกอล์ฟลำดับที่ 2 ของโลกต่อจากไทเกอร์ วูดส์ เลยทีเดียว 
 
  และเมื่อหันกลับไปพิจารณา ตารางคะแนนในเวิลด์กอล์ฟแรงกิ้งที่แม้ไทเกอร์ วูดส์ จะรั้งหมายเลขหนึ่งโดยมีแต้มเฉลี่ยทิ้งห่างถึง 12.60 คะแนน ขณะที่สตีฟ สตริกเกอร์ และ มิคเคลสันอยู่ในลำดับที่สองและสามด้วยแต้มเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกันคือ 7.93 และ 7.68 แต่เบื้องหลังของ มิคเคลสัน มีโปรอังกฤษอีกสามรายที่หายใจรดต้นคออย่างน่าหวาดเสียว ไม่ว่าจะเป็นลี เวสต์วูด เอียน โพลเตอร์ และ พอล เคซี่ย์ ขณะที่สองโปรชาวไอริช ทั้งจากดับลิน อย่างพาเดรก แฮร์ริงตัน และ จาก เบลฟาสต์ อย่าง รอรีย์ แมคอิลรอยด์ ตามมาในลำดับที่ 9 และ 10 แบบแต้มไม่ห่าง 
 
  สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งให้กับ ยูเอสพีจีเอ แต่ดูจะสวนทางกับสื่อในยูโรเปี้ยนทัวร์ ที่ต่างมองว่าความไม่ชัดเจนของวูดส์ คือการเปิดศักราชเพื่อประกาศความยิ่งใหญของโปรจากฟากยุโรป เรื่องดังกล่าวแค่จินตนาการว่าจะเกิดขึ้นจริง ทิม ฟินเคม คงนอนไม่หลับไปหลายคืนถึงเวลานี้ประธานยูเอสพีจีเอทัวร์ คงต้องภาวนาก่อนนอนให้วูดส์ คืนสู่สนามเร็วที่สุดมิเช่นนั้นแล้วมูลค่าของทัวร์นาเม้นท์ที่เคยมีเงินสะพัดมากที่สุดในโลก อาจถูกลดความสำคัญลงไปเพราะไม่มีโปรชื่อดังลงสู่สนามแข่งขันเลยก็เป็นได้ 

 

“แฟ้บ” เผย “เจที” บอกลากัปตันสิงโตถาวร

February 28, 2010

จอห์น เทอร์รี

 จอห์น เทอร์รี กองหลังจากค่าย เชลซี เตรียมบอกลาปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ แบบถาวร จากการเปิดเผยของ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือ “สิงโตคำราม” หลังจากไม่หลงเหลือภาพลักษณ์อันน่าเคารพและความเป็นผู้นำ 
 
  คาเปลโล ปลดปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษ ของ เทอร์รี พร้อมกับส่งต่อให้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ แนวรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจาก “เจที” ทำงามหน้าแอบมีสัมพันธ์สวาทกับ วาเนสซา เพอร์รอนเซล อดีตภรรยาของ เวย์น บริดจ์ แบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่เคยเล่นด้วยกันในทีม เชลซี 
 
  ล่าสุด เทอร์รี เผชิญหน้ากับ บริดจ์ เป็นครั้งแรกพร้อมถูกปัดโอกาสที่จะจับมือก่อนเริ่มเกม พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ที่ แมนฯซิตี บุกยัดเยียดความปราชัยนัดแรกในฤดูกาลนี้ให้กับ เชลซี ด้วยสกอร์ 4-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 
 
  ส่วนบทบาทในทีมชาติอังกฤษ ของ เทอร์รี คาเปลโล ออกมาเผยว่า “ในฐานะกุนซือทีมชาติ ผมไม่คิดว่า เทอร์รี จะได้เป็นกัปตันทีมอีกครั้ง ผมว่าผู้นำของผมจะต้องรับผิดชอบเด็กๆ รวมถึงแฟนบอล แน่นอนผมบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว” 
 

โฆษณาสุดเท่ห์ “เฟดเอ็กซ์” พ่นลมปากใส่กล้อง

February 28, 2010

โรเจอร์ เฟเดอเรอร์

 หลังเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับ “Nationale Suisse” บริษัทประกันภัยแดนนาฬิกามาตั้งแต่ปี 2007 โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ยอดนักเทนนิสหมายเลข 1 ของโลก ถ่ายโฆษณาโทรทัศน์ออกมาทุกๆปี ล่าสุดเวอร์ชันปี 2010 ได้เปิดตัวออกมาแล้ว ซึ่งทีมข่าว MGR Sport เก็บคลิปสุดเท่ห์ที่ “เฟดเอ็กซ์” พ่นลมปากใส่กล้อง จากเว็บ “ยูทิวบ์” มาฝากแฟนๆ พร้อมแถมโฆษณา “Nationale Suisse” ฉบับปี 2009 และ 2008 มาให้เห็นพัฒนาการกันด้วย 
 
 เวอร์ชันปี 2010 
 
  
  
 
 เวอร์ชันปี 2009 
 
  
  
 
 เวอร์ชันปี 2008 
 
 
  
  
 

Next Page »