มทภ.4 ร่วมเวียนเทียนวันมาฆบูชากับชาวยะลาท่ามกลางการ รปภ.อย่างเข้มข้น
March 1, 2010
ยะลา – พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมเวียนเทียนเนื่องในวันมาฆบูชากับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองยะลา ท่ามกลางการักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างแน่นหนา
บรรยากาศพิธีเวียนเทียนของจังหวัดยะลา เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้(28 ก.พ.) ที่วัดพุทธภูมิ วัดอารามหลวงในเขตเทศบาลนครยะลา พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2553 โดยมี นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา และพุทธศาสนิกชน จำนวนมาก ร่วมพิธี ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่เกิดเหตุความไม่สงบขึ้น ทางจังหวัดได้กำหนดเวลาการจัดพิธีเวียนเทียน มาเป็นเวลากลางวัน แทนการเวียนเทียนในเวลากลางคืน เพื่อความปลอดภัยของผู้มาร่วมพิธี สำหรับจังหวัดยะลา ได้มีการจัดพิธีเวียนเทียนในหลายวัด อาทิ วัดพุทธภูมิ(วัดอารามหลวง) วัดยะลาธรรมาราม และวัดเมืองยะลา ซึ่งในแต่ละวัดจะมีกำลัง ตำรวจ ทหาร มารักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาจนเสร็จสิ้นพิธี
วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งที่พุทธศาสนิกชน(ชาวพุทธ) จะพร้อมใจกันทำบุญเป็นกรณีพิเศษกว่าปกติ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 ของทุก ๆ ปี ในวันมาฆบูชานี้ เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ นับว่าเป็นวันที่พระพุทธศาสนาได้วางรากฐานมั่นคง เรียกวันดังกล่าวนี้ว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต ซึ่งแปลว่า วันที่มีการประชุมที่ ประกอบด้วยองค์ 4 ประการ คือ 1. พระภิกษุสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย 2. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
3. พระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทาคือพระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้บวชให้เองทั้งสิ้น 4. วันประชุมนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ (เดือน 3) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ พระพุทธองค์จึงทรงถือโอกาสแสดงโอวาทปาติ โมกข์ คือ คำสอนที่เป็นหลักสำคัญ ในทางพระพุทธศาสนา ในท่ามกลางพระอริยสงฆ์นั้น นับเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดพุทธกาล โอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงเป็นการประมวลคำสอนหลักของพระพุทธศาสนา เพื่อให้พระสงฆ์สาวกนำไปประพฤติปฏิบัติ และนำไปสั่งสอนผู้อื่นในแนวทางเดียวกัน

เผยรายชื่อผู้บาดเจ็บ 11 เสียชีวิต 1 เหตุรถตู้หาดใหญ่-นครศรีฯ ชนรถกระบะ
March 1, 2010
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ ความคืบหน้าอุบัติเหตุรถตู้โดยสารหาดใหญ่ นครศรีธรรมราชชนกับรถกระบะจนตกคลอง ล่าสุดมีผู้โดยสารเสียชีวิตแล้ว 1 ราย บาดเจ็บรวม 11 คน
ความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถกระบะ บริเวณถนนเลียบคลองชลประทานพื้นที่บ้านบางแฟบ หมู่3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และตู้เสียหลักตกลงไปในคลองชลประทานจมมิดทั้งคัน เมื่อเวลา14.30 น.ที่ผ่านมา (28 ก.พ.)
ล่าสุดหลังจากเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ ค้นหาร่างของผู้ที่ติดอยู่ในรถตู้ เบื้องต้นสามารถนำขึ้นมาได้แล้ว 1 คนเป็นหญิงอายุประมาณ 30 ปีติดอยู่บริเวณด้านหน้ารถ ส่วนอีกคนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมงโดยการใช้รถเครนและรถยกจำนวน 3 คันยกรถตู้ขึ้นมาจากน้ำใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงจึงพบร่างผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในห้องโดยสารอีก 1 คนทราบชื่อ น.ส.สุชาดา เพชรรัตน์ อายุ 16 ปี
จากการสอบสวนนายพรศักดิ์ บุญมาก อายุ 37 ปี คนขับรถตู้ทราบว่า ภายในรถตู้มีตนและผู้โดยสารรวม 12 คน เดินทางออกจากคิวรถตู้ตลาดเกษตร อ.หาดใหญ่ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง จ.นครศรีธรรมราช แต่เมื่อมาถึงบริเวณสะพานได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถกระบะชน จนรถตู้เสียหลักพลิกคว่ำจมลงไปในคลองตนและผู้โดยสารพยายามตะเกียกตะกายออกจากรถตู้แต่มีผู้โดยสารติดอยู่ในรถอีก 2 คน ที่ไม่สามารถออกมาได้และจมหายในคลองพร้อมกับรถ
สำหรับรายชื่อผู้บาดเจ็บประกอบด้วย นางวันฑา หงส์ทอง อายุ 48 ปี นายเอกพจน์ ทิพย์มงคล อายุ 42 ปี นายสัญญา ดรุณวรรณ อายุ 36 ปี น.ส.ภัสญา ชอุ่มดี อายุ 20 ปี น.ส.ภัทธิรา อินทรพงษ์ อายุ 16 ปี นายปรีชา หงส์ทอง อายุ 50 ปี นางพันธิภา หมัดหวังอายุ 34 ปี ด.ญ.สุกัญญา ละทะธน อายุ 14 ปี น.ส.ปนัดดา จบสมัย อายุ 21 ปี ด.ญ.มาริสา หง้าฝา อายุ 14 ปี ด.ช.ประวิทย์ ละทะธน อายุ 14 ปี

แดงถ่อยโคราชรวมฝูงเปิดเวทีใหญ่ 5 มี.ค.เคาะเรียกเงินพ่อแม้ว- ก่อนบุกกรุงป่วนชาติ 14 มี.ค.
March 1, 2010
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- แดงถ่อยโคราช โหมโรงนัดรวมฝูงเปิดเวทีปราศรัยใหญ่หน้าย่าโม 5 มี.ค.นี้ ก่อนร่วมบุกกรุงป่วนชาติ 14 มี.ค. เผย 3 เกลอ สู้แล้วรวย นำแก๊งหัวโจก นปช. ขึ้นเวทีปลุกระดม นช.แม้ว วีดีโอลิ้งค์เปิดใจกับเหล่าทาสแดงเวลา 20.30 น. พร้อมขู่ยกขบวนบุกบ้าน ป๋าเปรม โคราช ระบุกลุ่มเสื้อแดงอีสานนัดรวมตัวที่ อ.ปากช่อง โคราช 12 ก.พ. ก่อนเคลื่อนฝูงพร้อมขบวนรถปิกอัพ-อีแต๋นนับหมื่นเข้ากรุงเทพฯ 14 มี.ค.
วันนี้ (28 ก.พ.) ที่โรงแรมปัญจดารา อ.เมือง จ.นครราชสีมา กลุ่มคนเสื้อแดงโคราช นำโดย นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และกลุ่มแดงทั้งแผ่นดิน ได้เรียกประชุมแกนนำเสื้อแดงโคราช ทั้ง 32 อำเภอจำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมหารือเพื่อกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวภายหลังศาลตัดสินยึดทรัพย์ นักโทษชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ มีแกนนำคนสำคัญเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เช่น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เขต 3 พรรคเพื่อไทย (พท.) ,นายเขื่อนเพ็ชร โพนรัมย์ ประธานกลุ่มหนองน้ำใสรักษ์ประชาธิปไตย อ.สีคิ้ว แกนนำกลุ่มเสื้อแดงโคราช , นายฉลอง แสงราษฏร์เมฆินทร์ , นายอนุวัฒน์ ทินราช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นครราชสีมา เขต 5 พรรค พ.ท. แกนนำคนเสื้อแดง อ.คง , นายสมโภชน์ ปราสาทไทย สมาชิกพรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง อ.เมือง และ กลุ่ม ส.จ. คนเสื้อแดงจากหลายอำเภอ เป็นต้น
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แกนนำ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เปิดเผยว่า การเรียกแกนนำคนเสื้อแดงโคราชมาร่วมหารือในวันนี้ (28 ก.พ.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการชุมนุมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี(ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ ก่อนเคลื่อนทัพไปร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯในวันที่ 12 มี.ค.
กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป เริ่มจากการประกอบพิธีบวงสรวงสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ซึ่งถือเป็นวีรสตรีผู้กล้าเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวโคราชและประชาชนคนไทย จากนั้นจะเป็นการปราศรัยของบรรดาแกนนำจากอำเภอต่างๆ ของ จ.นครราชสีมาสลับกับการแสดงดนตรีของศิลปินเสื้อแดง
สำหรับไฮไลท์ของงานจะมีแกนนำคนสำคัญขึ้นปราศรัย นำทีมโดย 3 เกลอ คือ นายวีระ มุกสิกพงษ์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ และ ตน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นต้น จากนั้นในเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะวิดีโอลิงค์เข้ามาเปิดใจหลังถูกตัดสินยึดทรัพย์เป็นครั้งแรกกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีพี่น้องคนเสื้อแดงโคราชเข้าร่วมชุมนุมครั้งนี้หลายหมื่นคน เพราะเป็นการจัด เวทีปราศรัยใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกใน จ.นครราชสีมา ของกลุ่มเสื้อแดงเท่าที่เคยจัดมา และจะมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์สถานีประชาชน เพื่อให้พี่น้องต่างจังหวัดที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยได้ชมด้วย
การเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่โคราชเมืองหน้าด่านของภาคอีสานในวันที่ 5 มี.ค.ครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเบิกฤกษ์เอาชัย หรือโหมโรงทัพหน้าของภาคอีสาน ก่อนยกทัพใหญ่เคลื่อนพลไปชุมนุมร่วมกับพี่น้องเสื้อแดงทั่วประเทศในวันที่ 14 มี.ค. นี้ ซึ่งโคราชกำหนดออกเดินทางในเวลา 12.00 น. ของวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งจะประกอบพิธีสักการะอนุสาวรีย์ย่าโมก่อนเคลื่อนขบวน จากนั้นจะไปปักหลักกันอยู่ที่ อ.ปากช่อง 1 วัน 1 คืนเพื่อรอพี่น้องเสื้อแดงอีสาน 18 จังหวัดที่จะเดินทางมาสมทบ ก่อนเคลื่อนทัพใหญ่เป็นคาราวานรถยนต์กระบะ รถอีแต๋นกว่า 1 หมื่นคัน เข้ากรุงเทพฯ พร้อมกัน กำหนดเดินทางถึงสนามหลวง กรุงเทพฯ เช้าวันที่ 14 มี.ค. นายสุภรณ์ กล่าว
นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า การจัดเวทีปราศรัยที่โคราช5 มี.ค.นี้ จะดำเนินการวันเดียวจบไม่มียืดเยื้อ ส่วนจะเคลื่อนขบวนไปยังสถานที่สำคัญหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันดังกล่าว อาจมีการตั้งขบวนเดินทางไปเยี่ยมบ้านพัก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่ บ้านแม่ทัพ ถ.สืบศิริ หน้ากองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ( บชร. 2) กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมาก็เป็นไปได้
แต่ทั้งหลายทั้งปวงนั้นอยู่ที่สถานการณ์และความเหมาะสมในการที่จะพูดคุยในระดับแกนนำในวันนั้นอีกที ซึ่งอาจมีการเดินทางไปแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการให้ พล.อ.เปรม ลาออกจากประธานองคมนตรี ซึ่งอาจมีการอ่านแถลงการณ์จุดยืนหรือมีกิจกรรมอื่นๆ ที่หน้าบ้านพล.อ.เปรม หรือไม่อย่างไรจะหารือกันอีกครั้ง
นอกจากนี้หลังจบการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 5 มี.ค.แล้วอาจมีการจัดเวทีปราศรัยย่อยในอีกหลายอำเภอ และ หลายจังหวัดภาคอีสาน โดยแกนนำ นปช.ส่วนกลางได้กำหนดจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในอีก 4 ภาคทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์สถานีประชาชนของคนเสื้อแดง เช่น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก เพื่อปลุกระดมพี่น้องประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมในวันที่ 14 มี.ค.นี้ให้มากที่สุด โดยจะเริ่มเดินทัพตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. นายสุภรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลอดทั้งวันนี้ ( 28 ก.พ.) กลุ่มคนเสื้อแดงโคราช จำนวนหนึ่งได้ตั้งโต๊ะรับสมาชิก นปช. ที่บริเวณข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ถ.ราชดำเนิน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีประชาชนกลุ่มจัดตั้งในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ทยอยเดินทางมาสมัครเข้าเป็นสมาชิก นปช. ประมาณ 100 คน

แดงถ่อย ชัยภูมิตามจองล้างไล่ ยี้ห้อย – ต้องยกเลิกแข่งฟุตบอล ชัยภูมิ-บุรีรัมย์
March 1, 2010
ฝูงแดงถ่อยชัยภูมิป่วนสนามกีฬากลางฯ จองล้างขับไล่ ยี้ห้อยหลังทราบข่าวจะเดินทางมาชมแข่งขันฟุตบอลดิวิชั่น 2 ระหว่างทีมชัยภูมิ กับ บุรีรัมย์ ที่สนามกีฬากลางจ.ชัยภูมิ วันนี้ ( 28 ก.พ.)
ชัยภูมิ – ฝูงแดงถ่อย ชัยภูมิป่วนสนามกีฬากลางฯจองล้างขับไล่ ยี้ห้อยลั่นไม่ให้เหยียบพื้นที่ชัยภูมิ หลังทราบข่าวจะเดินทางมาชมแข่งฟุตบอลดิวิชั่น 2 ระหว่างทีม ชัยภูมิ กับ บุรีรัมย์ ผบช.ภ.3 รุดลงพื้นที่สั่งการด้วยตนเองหวั่นก่อเหตุวุ่นวายหลังยึดทรัพย์ พ่อแม้ว ระดม ตร.-อส.-อปพร.กว่า 1 พันคนรับมือสกัดบุกสนาม ด้านสมาคมฟุตบอลฯ ประกาศยกเลิกแข่งขันไม่มีกำหนด เกรงม็อบยั่วยุสร้างรุนแรง นักกีฬาและกองเชียร์ทั้ง 2 ทีมไม่ปลอดภัย
วันนี้ (28 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชัยภูมิว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น.เป็นต้นมา ได้มีกลุ่มเสื้อแดงกว่า 300 คน นำโดย นายณัฐวุฒิ ชีววิทยานนท์ ประธานกลุ่มคนเสื้อแดงจ.ชัยภูมิ ทยอยเดินทางชุมนุมกันที่บริเวณหน้าสนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลังมีกระแสข่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จะเดินทางมาชมการแข่งขันกีฬาฟุตบอล ดิวิชัน 2 2010 ระหว่างทีมชัยภูมิ กับบุรีรัมย์ ซึ่งจะแข่งขันกันในเวลา 17.00 น.ของในวันนี้
โดยแกนนำใช้รถยนต์ติดตั้งเครื่องกระจายเสียงปราศรัยโจมตีนายเนวิน ชิดชอบ อย่างรุนแรง พร้อมปลุกระดมกลุ่มคนเสื้อแดงที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าสนามกีฬากลางฯ อยู่ตลอดเวลา ขณะที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มทยอยเดินจากอำเภอต่างๆ ในจังหวัดชัยภูมิเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่อง และเมื่อคืนที่ผ่านมาป้ายโฆษณาหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ถูกทำลายเป็นจำนวนมาก และ เป็นที่น่าสังเกตบางป้ายที่ถูกทำลายติดตั้งอยู่ห่างจากจุดบริการตำรวจทางหลวงไม่ถึง 10 เมตร
จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (ผบช.ภ.3) ได้เดินทางมาที่ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เพื่อติดตามและรับฟังรายงานสถานการณ์เบื้องต้นและร่วมประชุมวางแผนร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยมี พล.ต.ต.สาธิต ต ชยภพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) ชัยภูมิ, นายอภิชาติ งามกมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ, ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
เบื้องต้นทางตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจ, อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.), อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) กว่า 1 พันคน ตั้งแถวสกัดป้องกันเหตุทุกประตูทางเข้า-ออกของสนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ และจากการประเมินของเจ้าหน้าที่เชื่อว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิ ครั้งนี้อาจไม่ใช่มีเป้าหมายเพื่อประท้วงขับไล่ นายเนวิน ชิดชอบ ที่เดินทางมาชมการแข่งขันฟุตบอลเท่านั้น อาจมีประเด็นทางการเมืองเพื่อต้องการสร้างเหตุความวุ่นวายหลังศาลตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ต่อมา เวลา 14.30 น.ที่ศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบตำรวจภูธรจังหวัดจังหวัดชัยภูมิ พ.ต.อ.อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผู้ควบคุมผู้ตัดสิน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้แถลงประกาศยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลดิวิชัน 2 นัดแข่งขันระหว่างทีม จังหวัดชัยภูมิ กับจังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่มีกำหนด เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และผู้ชมกองเชียร์ทั้ง 2 ทีม หลังจากทางสมาคมได้ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการรักษาความสงบตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ และ ฝ่ายปกครอง โดยมี พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 เดินทางมาร่วมประชุมด้วย
พ.ต.อ.อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผู้ควบคุมผู้ตัดสิน สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของจัดการแข่งขันมาที่ได้มีสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มบุคคล จนต้องทำให้มีการประกาศยกเลิกการแข่งขันอย่างไม่มีกำหนด โดยที่ประชุมเห็นว่าอาจมีการก่อกวนจากบุคคลที่ไม่หวังดี ถึงแม้ นายเนวิน ชิดชอบ จะไม่เดินทางมาร่วมชมการแข่งขันครั้งนี้แล้วก็ตาม แต่หากยังจัดการแข่งขันต่อไปอาจมีการยั่วยุจนอาจทำให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะทางกองเชียร์จังหวัดบุรีรัมย์ก็มาร่วมชมการแข่งขันจำนวนมาก
ปกติการแข่งขันจะมีทั้งนัดเหย้าและเยือน แต่การแข่งขันครั้งต่อไปทางที่ประชุมเห็นว่าเพื่อความปลอดภัยและเป็นธรรมแก่นักกีฬาทั้งสองฝ่าย สมาคมจะใช้สนามกลางซึ่งอาจเป็นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ทั้งนัดเหย้าและเยือน จึงขอให้ทางกองเชียร์ทั้งสองทีมเข้าใจ และร่วมเป็นกำลังใจแก่นักกีฬาเหมือนเดิม พ.ต.อ.อาลักษณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิที่ปักหลักชุมนุมที่บริเวณหน้าทางเข้าสนามกีฬากลางจังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 300 คน บางส่วนหลบร้อนตามพุ่มไม้ ยังคงมีแกนนำผลัดเปลี่ยนกันปราศรัยโจมตี นายเนวิน ชิดชอบ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด และมีการนำหุ่นฟางนายเวิน มาเผาประจานที่บริเวณถนนทางเข้าสนามกีฬาฯ ด้วยซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้มาร่วมชุมนุมส่วนหนึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เป็นแกนนำจากต่างจังหวัด เช่น สุรินทร์ ขอนแก่น ที่ได้มาร่วมปลุกระดมในครั้งนี้
จากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิดังกล่าวได้สลายการชุมนุมแยกย้ายกันกลับบ้าน พร้อมประกาศจะไม่ให้นายเนวิน ชิดชอบ เข้ามาเหยียบพื้นที่จังหวัดชัยภูมิโดยเด็ดขาดและเรียกร้องให้กลุ่มเสื้อแดงชัยภูมิเตรียมพร้อมเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพ ในวันที่ 12 มี.ค.นี้
ด้าน พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภ.3 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศยกเลิกการแข่งขันฟุตบอลโดยเลื่อนการแข่งขันไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้สถานการณ์ไม่มีความรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชัยภูมิสามารถควบคุมได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าการแข่งขันกีฬาเป็นเรื่องที่ดี ไม่ควรเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เสียดายที่ทำให้การแข่งขันฟุตบอลที่นักกีฬาทั้ง 2 ทีมต่างเตรียมตัวมาเพื่อแข่งขันรวมถึงกองเชียร์ต้องผิดหวังเพราะการต้องยกเลิก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ทั้งนี้ หลังการตัดสินคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตนได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างใกล้ชิด
ส่วนเหตุการณ์ปาระเบิดธนาคารกรุงเทพในกรุงเทพฯ หลายจุดนั้น เพื่อความไม่ประมาทได้สั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่จัดกำลังเฝ้าระวัง รักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ ทั้ง ศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการ รวมถึงธนาคารด้วย พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดในถนนหลายหลัก เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อการร้าย ผู้ไม่หวังดีมาก่อเหตุในพื้นที่ พล.ต.ท.เดชาวัต กล่าว

ผู้ว่าฯปัตตานีนำพุทธศาสนิกชนเวียนเทียนในวันมาฆบูชา จนท.ดูแลเข้ม
March 1, 2010
ปัตตานี-ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นำพุทธศาสนิกชนร่วมตั้งจิตอธิฐานขอชายแดนใต้ เกิดความสงบสุข ก่อนร่วมกันเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่
วันนี้ (28 ก.พ.) ที่วัดหลักเมืองปัตตานี นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธาน นำพุทธศาสนิกชนกว่าหมื่นคนร่วมปฏิบัติธรรม และตั้งจิตอธิษฐานขอให้รอดพ้นภัยอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งขอให้ความสงบสุขได้กลับคืนมาสู่ จังหวัดชายแดนใต้โดยเร็ว ก่อนที่จะร่วมกันสวดมนต์ เดินเวียนเทียนไปรอบโบสถ์เนื่องในวันมาฆบูชา
ในขณะที่วัดตามพื้นที่รอบนอก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เสี่ยง นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้มอบหมายให้ รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด และนายอำเภอแต่ละอำเภอ ได้กำหนดวัด พร้อมเดินทางไปร่วมทำกิจกรรมร่วมกับชาวพุทธ นอกจากนี้ก็ให้จัดกองกำลังทุกชุดที่ปฏิบัติหน้าที่มีการเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นกรณีพิเศษตลอดทั้งการเดินทางไป และกลับจากวัด ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะพุทธศาสนิกชนที่ออกมาประกอบพิธีทางศาสนาในวันมาฆบูชานี้ด้วย
อย่างไรก็ตามในวันมาฆบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญของพี่น้องชาวไทยพุทธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมีการร่วมทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าแล้วก็ยังมีพิธีเวียนเทียน โดยวัดที่มีอยู่ในพื้นที่ จ.ปัตตานี กว่า 60 แห่ง ในปีนี้พบว่าส่วนใหญ่มีการประกอบพิธีในยามค่ำคืนมากขึ้น ซึ่งก็บ่งบอกถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เบาบางลง ตลอดจนประชาชนก็มีความมั่นใจในมาตรการดูแลความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่มากขึ้นเช่นกัน

ชาวสวนจันท์ หนีภัยแล้วหันปลูกพืชผักสวนครัวแทน
March 1, 2010
จันทบุรี – ปัญหาภัยแล้งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีกว่า 30 ครัวเรือน เปลี่ยนแนวคิดหันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทน หลังใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาปรังเพื่อหนีภัยแล้ง
จากการที่ทางจังหวัดได้ประกาศให้ 8 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วย อำเภอสอยดาว ท่าใหม่ มะขาม แก่งหางแมว ขลุง เขาคิชฌกูฎ นายายอาม และอำเภอโป่งน้ำร้อนเป็นพื้นที่ประสบปัญหาภัยพิบัติฉุกเฉิน ภัยแล้งนั้น ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปังใน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีกว่า 30 ครัวเรือนต้องเปลี่ยนแนวความคิด
ด้วยการหันมาปลูกพืชผักสวนครัว เช่น บวม ถั่วฝักยาว ฟัก กระเจี๊ยบ ข้าวโพด มะนาว มะกูด และพืชผักสวนครัวชนิดอื่นๆ แทน เนื่องจากพืชผักสวนครัวเหล่านี้ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาปรัง รวมถึงเพื่อหนีจากปัญหาภัยแล้งที่น้ำในเขื่อน ฝาย และสระน้ำของเกษตรกรเริ่มลดน้อยลง หรือ บางหมู่บ้านน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติแห้งของ
นายกมล ธรรมสัตย์ อดีตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปังใน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า สาเหตุของการที่ตนเองเปลี่ยนแนวความคิดหันมาปลูกพืชผักสวนครัว แทนการปลูกข้าวนาปรังมากว่า 2 ปี แล้วนั้น เนื่องจากในอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีมีปัญหาเรื่องปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นทุกปี น้ำในแหล่งน้ำตามธรรมชาติก็แห้งขอด
ตนเองในฐานะเกษตรกรคนหนึ่งจึงมีแนวความ คิดที่จะหันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทนเพื่อหนีปัญหาภัยแล้ง และเพื่อให้ครอบครัวมีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้ในการนำมาจุนเจือช่วยเหลือครอบครัวแม้ผลกำไรจะไม่เท่าเหมือนการปลูก ข้าวแต่เมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกพืชผักสวนครัว การปลูกพืชผักสวนครัวมักจะไม่ค่อยพบปัญหาภัยแล้งเท่าไร เพราะพืชผักสวนครัว เหล่านี้จะใช้น้ำน้อยและไม่ต้องดูแลมากเพียงแต่ให้น้ำให้ปุ๋ยเป็นเวลาเท่า นั้นเอง
สำหรับในปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปัง ในอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรีกว่า 30 ครัว เรือนได้หันมาปรับเปลี่ยนการปลูกพืชผักสวนครัวกันมากขึ้น และคาดว่าถ้าปัญหาภัยแล้งยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังจะหันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีกด้วย

มาฆบูชาปราจีนบุรีพุทธศาสนิกชนกว่า 20,000 คนเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ใหญ่
March 1, 2010
ปราจีนบุรี – มาฆบูชาปราจีนบุรี พุทธศาสนิกชนกว่า 20,000 คนเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก ยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีในเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน
เวลา21.30 น. วานนี้( 28 ก.พ.53) เนื่องในวันมาฆบูชา ที่โบราณสถานสระมรกต ต.โคกไทย อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี โบราณสถานประดิษฐ์รอยพระพุทธบาทคู่ พระภัทรราชธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธานฝ่านฆราวาส จัดพิธีเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกอายุกว่า 1,500 ปี สมัยยุคทวารวดี ขนาดกว้าง กว่า 1.50 เมตร ถวายพุทธบูชา
ทั้งนี้ มีนางบังอร วิลาวัลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี (อบจ.) นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สส.ปราจีนบุรี และพุทธศาสนิกชนชาวปราจีนบุรีกว่า 20,000 คน ร่วมพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีขาวบริสุทธิ์ในพิธี อย่างยิ่งใหญ่แน่นโบราณสถาน
บรรยากาศก่อนหน้ามีเทศนาโอวาทปาติโมกข์ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้ละเว้นการทำชั่ว ทำความดี และจิตใจบริสุทธิ์ พร้อมน้อมนำให้คนไทยรักสามัคคี อยู่ในหลักเบญจศีล เบญธรรม ท่ามกลางแสงเทียนสว่างไสวในวันเพ็ญเดือนสาม
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

ซุ่มยิงเลขาฯนายก อบต.ปัตตานีเจ็บ
March 1, 2010
ปัตตานี คนร้ายดักซุ่มยิงเลขาฯนายก อบต. คลองมานิง ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ขณะออกมาเจรจาติดต่อซื้อที่ดิน
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พ.ต.อ.มนัส ศิกษมัต ผกก.สภ.เมือง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในหมู่บ้าน บริเวณ ม.3 ต.คลองมานิง เป็นเหตุให้มีผู้รับบาดเจ็บ จำนวน2ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลปัตตานี ทราบชื่อคือ นายแวสะมาแอ แวหะยี อายุ 57 ปี ตำแหน่งเลขาฯนายก อบต.คลองมานิง อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.3 ต.คลองมานิง ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณต้นขาซ้าย จำนวน1 นัด
นายเจ๊ะนุ เจะเฮง อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่447 ม.6 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับบาดเจ็บถูกยิงเข้าบริเวณต้นขาซ้าย จำนวน 1 นัด เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 116 ม.3 ต.คลองมานิง ซึ่งมีนายแวมายิ แวตีซา เป็นเจ้าของบ้านได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเหตุผู้เสียหาย ได้มาพูดคุยเรื่องติดต่อซื้อที่ดินของ นายแวมายิในพื้นที่ อ. ธารโต จ.ยะลา หลังจากทราบข่าวว่ามีความประสงค์ขายที่ เพื่อนำเงินไปประกอบพิธีฮัจย์ ในระหว่างที่ผู้เสียหายทั้งสองกำลังเดินออกจากบ้านดังกล่าว ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ดักซุ่มยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้น จำนวน 6 นัด กระสุนเข้าที่ต้นขาซ้ายทั้งสอง และกระสูงยังถูกบ้านได้รับความเสียหายเล็กน้อย
ส่วนประเด็นสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุใช้ความรุนแรงในพื้นที่หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ เช่นความขัดแย้งใน อบต.กันเอง

ชาวพุทธกว่าครึ่งหมื่นร่วมเวียนเทียนกลางกว๊านพะเยาคึกคัก
March 1, 2010
พะเยา – พุทธศาสนิกชนกว่า 5,000 คนร่วมพิธีเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา พร้อมไหว้หลวงพ่อศิลาฯอายุกว่า 500 ปี
เมื่อคืนที่ผ่านมา (28 ก.พ.)ที่วัดติโลกอาราม กลางกว๊านพะเยา นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยข้าราชการ ประชาชนในจังหวัดพะเยา – ต่างจังหวัด กว่า 5,000 คน ได้ร่วมกันเวียนเทียนทางน้ำ รอบวัดติโลกอาราม และไหว้หลวงพ่อศิลากว๊านพะเยาที่มีอายุกว่า 500 ปี ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา ซึ่งจังหวัดฯร่วมกับชมรมเรือแจวจังหวัดพะเยาจัดขึ้นเนื่องในวันมาฆบูชาประจำปี 2553
ปีนี้จังหวัดพะเยาจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่ ใช้เรือพายกว่า 350 ลำ เข้าร่วม ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนสนใจเข้าร่วมพิธี กว่า 5,000 คน ขณะที่มีนักท่องเที่ยวบางส่วนก็พลาดโอกาสเวียนเทียนทางน้ำในครั้งนี้ เนื่องจากทางชมรมฯจัดเวียนเทียนเพียงสองรอบเท่านั้น
ขณะที่บรรยากาศการเวียนเทียน และทำบุญวัดต่างๆในจังหวัดพะเยา เป็นด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะวัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง อ.เมืองพะเยา หรือวัดพระเจ้าตนหลวง และวัดต่างๆในพะเยา มีพุทธศาสนิกชนทั้งใน และต่างจังหวัดร่วมพิธีเวียนเป็นจำนวนมาก
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

ผบช.6 สั่งคุมเข้มศาล-ศาลากลาง-แบงก์กรุงเทพหวั่นอาฟเตอร์ช็อคคดียึกทรัพย์
March 1, 2010
พิษณุโลก – ผบช.ภาค 6 เรียกประชุมเข้ม ผวาข่าวระเบิดที่แบงก์กรุงเทพ 4 จุดใน กทม. รับไม่ไว้ใจสถานการณ์ สั่งเพิ่มกำลังอารักขาสถานที่ราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรสีห์ สุนทรศารทูล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เรียกประชุมนายตำรวจด่วน เมื่อ 28 ก.พ.53 หลังเกิดเหตุการณ์มือมืดปาระเบิดธนาคารกรุงเทพ 4 จุดที่กรุงเทพมหานครฯ โดยสั่งการให้เพิ่มกำลัง ดูแลความเรียบร้อยสถานที่ราชการ เช่น ศาลทุกแห่ง ศาลากลาง รวมถึงธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขา
ล่าสุดวันนี้ (1 มี.ค.53) ที่ศาลจังหวัดพิษณุโลกพบว่า มีนายตำรวจและตำรวจสายตรวจดูแลความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้น จากเดิมมีเพียงตำรวจศาล และรปภ.ดูแลเท่านั้น ส่วนที่ศากลางจังหวัดพิษณุโลก กำลัง อส.ต่างเตรียมพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อย
ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาพิษณุโลก ก็มีสายตรวจไปประจำอยู่บริเวณหน้าธนาคาร เพื่อป้องกันเหตุ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานเหตุผิดปกติในพื้นที่พิษณุโลกแต่อย่างใด

ปราจีนบุรีจัด”เทศกาลมาฆปูรมี”อย่างยิ่งใหญ่
February 28, 2010
ปราจีนบุรี – พระสงฆ์ แม่ชีรวมกว่า 250 รูปแสดง แสง สี เสียง ในเทศกาลมาฆปูรมี ดึงพุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรมวันมาฆบูชา เวียนเทียนยิ่งใหญ่รอบรอยพระพุทธบาทคู่ รับฟังโอวาทปาติโมกข์
วันนี้ (27 ก.พ.53) นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ในเทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน ครั้งที่ 24 เป็นประเพณีงานบุญยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออกในวันมาฆบูชา ได้จัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 21 ก.พ. 1 มี.ค.53 นี้ โดยมีการนำพระภิกษุ 250 รูปเดินธุดงค์จาก อ.บ้านสร้าง ผ่าน อ.เมืองปราจีนบุรี ผ่าน อ.ศรีมหาโพธิ์ เข้าสู่ อ.ศรีมโหสถ ที่วัดสระมรกต
ในระหว่างวันที่ 26 27 ก.พ.53 มีการ จัดแสง สี เสียง พร้อม พาแลง อาหารพื้นบ้านไทยพวน ชมประวัติศาสตร์เมืองปราจีนบุรีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุทวารวดี สู่สมัยประวัติศาสตร์ ทั้งอยุธยา ธนบุรี กรุงรัตนโกสินทร์
พร้อมนำขบวนพระสงฆ์ แม่ชี รวม 250 รูป มาร่วมแสดงเปิกเข้าสู่วันมาฆบูชา ที่จะมีกิจกรรมทางพุทธศาสนายิ่งใหญ่คือการเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ที่อายุกว่า 1,500 ปีใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก การแห่โคมประทีปถวายเป็นพุทธบูชา และการร่วมรับฟังโอวาทปาติโมกข์พร้อมกัน ชาวปราจีนบุรี จึงขอเชิญชวน ร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่นี้พร้อมเพรียงกัน ในวันเวลาดังกล่าว
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

หางแดงตากไม่หยุด-เปิดเวทีปลุกปั่นต่อ- นาวินประกาศไม่รับคำตัดสินคดียึดทรัพย์แม้ว
February 28, 2010
ตาก- เสื้อแดงสมุน แม้ว ยังไม่ยอมหยุด ล่าสุดเปิดเวทีที่เมืองตาก โจมตีคำตัดสินคดียึดทรัพย์ ทักษิณ -ถล่มรัฐบาล อำมาตย์เป็น มาเฟีย ขณะที่ นาวิน บุญเสรฐ ประกาศคนเสื้อแดงไม่ยอมรับคำตัดสิน ปลุกระดมคนเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ นปช.14 มี.ค.นี้
รายงานข่าวจากจังหวัดตาก แจ้งว่า กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน จ.ตาก นำโดยนายกฤษณะ พุ่มสนธิ์ ผู้ช่วยผู้ประสานงาน นปช.ภาคเหนือ ได้จัดเวทีปราศรัยขึ้น ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.เมือง จ.ตาก เมื่อคืนนี้(27 ก.พ.) และได้มีการจัดทำบัตรสมาชิก และการปราศรัยทางการเมือง ให้กลุ่มคนเสื้อแดง โดยมีแกนนำ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย เข้าร่วมเช่น พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ นายนาวิน บุญเสรฐ เป๋ คลองเตย มาร่วมพูดปราศรัยบนเวทีด้วย
นายกฤษณะ กล่าวถึงกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ชาวเสื้อแดงมีวิวัฒนาการเหนือบุคคลทั่วไป เป็นคนที่ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง การเปิดเวทีครั้งนี้เพื่อเปิดเผยและฉีกหน้ากากอำมาตย์ และกล่าวถึงกรณีการบุกรุกที่ดินเขายายเที่ยง , การบุกรุกที่ดินเขาสอยดาว โดยอำมาตย์ เป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
พร้อมกันนี้นายกฤษณะ ยังกล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตาก กรณีออกหนังสือ เรื่อง การติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังติดตามความเคลื่อนไหวที่อาจมีการเคลื่อนย้ายมวลชนออกจากพื้นที่ จ.ตาก ไปดำเนินกิจกรรมที่กรุงเทพฯ โดยให้แจ้งเตือนและชี้แจง ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ ว่า หนังสือดังกล่าว เป็นการขัดขวางการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63
ส่วนคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดำเนินการโดย คตส.และ ปปช. นายกฤษณะ ระบุว่า เป็นการใช้ระบบ 2 มาตรฐาน ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องลุกขึ้นมาต่อสู้ จึงขอเรียกร้องและเชิญชวนกลุ่มคนเสื้อแดงให้ร่วมกันเดินทางไปชุมนุมกันในกรุงเทพ ฯ
พ.ต.ท.ไวพจน์ กล่าวถึงการสวมเสื้อสีดำของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เพราะคนเสื้อแดงทั้งประเทศไว้ทุกข์ให้กับคำตัดสินของศาล ที่มีการตัดสินคดียึดทรัพย์ เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ และไม่มีความยุติธรรม โดยเชิญชวนให้มวลชนใส่เสื้อสีดำตลอดอาทิตย์
พ.ต.ท.ไวพจน์ ยังกล่าวโจมตีรัฐบาลชุดนี้ว่า ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอำมาตย์มาเฟีย คนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นศัตรูตรูกับข้าราชการและตำรวจ,ทหาร แต่เป็นศัตรูกับสมุนอำมาตย์เท่านั้น
นายนาวิน กล่าวถึงรายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์การวางระเบิดที่หน้า ธ.กรุงเทพ ฯ สาขาสีลม และสาขาพระราม 2 ว่า เป็นกระบวนการใส่ร้ายคนเสื้อแดง ที่เริ่มขึ้นแล้ว ภายหลังคดียึดทรัพย์ เพราะอำมาตย์กลัวว่า วันที่ 14 มีนาฯ จะมีคนเสื้อแดง 1 ล้านคนเข้าไปชุมนุม จึงโยนความผิดให้กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งแกนนำ นปช.มีมติร่วมกันว่าจะชุมนุมวันที่ 14 เม.ย.ที่กรุงเทพฯ อย่างสงบสันติ
นายนาวิน ย้ำว่า นปช.มียุทธศาสตร์ 3 ขั้นตอน คือ 1.เราจะไปรวมตัวกันในกรุงเทพ ฯ ต่อสู้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลเพราะมาแบบไม่ถูกต้อง จะต้องรวมตัวกันลงไปด้วยยานพาหนะทุกอย่างที่มี จะจัดขบวนรวมตัวกันลงมาตั้งแต่ จ.เชียงราย และมารวมตัวกันที่ จ.นครสวรรค์ แล้ววิ่งเป็นขบวนเข้าไป 2.การนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 มาแบบไม่ชอบธรรม มีข้อบกพร่องเยอะและมีปัญหามาก 3.ต้องเลือกสมาชิกพรรคและบุคคลของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด ให้เป็นตัวแทนของคนเสื้อแดงในการทำหน้าที่ เพื่อเอารัฐธรรมนูญปี 40กลับมา
นายนาวิน ยังบอกอีกว่า กลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมรับคำตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

จราจรลำปางเดินหน้าครูข้างถนน-ลดกระแสต้านใบสั่ง
February 28, 2010
ลำปาง- จราจรเมืองลำปาง เดินหน้าโครงการ ครูข้างถนน เปิดติวเข้มกฎหมายจารจรเด็กนักเรียนบุญวาทย์ฯ ลดกระแสต้านการออกใบสั่ง
หลังจาก งานจราจร สภ.เมืองลำปาง ได้ใช้ไอเดียใหม่ ภายใต้ชื่อ โครงการเผยแพร่ความรู้จราจรให้แก่ผู้กระทำผิดกฎจราจร(ครูข้างถนน) โดยการออกใบสั่งให้กับผู้ที่กระทำผิดกฎจารจร หรือจับแต่แทนที่จะต้องเสียค่าปรับ ก็ใช้วิธี นำผู้กระทำผิดมาเข้าอบรมให้ความรู้แทน โดยโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการนำร่องไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 52 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี จึงดำเนินงานต่อ โดยเน้นมาให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักเพิ่มขึ้น
ล่าสุดพ.ต.อ.พิทักษ์ นาสมวาส ผู้กำกับการตำรวจภูธรเมืองลำปาง ได้เปิดการอบรมให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน จำนวนกว่า 100 คน ที่โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย ตามโครงการให้ความรู้ด้านการจราจรจับไม่ปรับ โดยมี พ.ต.ต.ศราวุธ วะเท สว.จร.สภ.เมืองลำปาง เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ ซึ่งเยาวชนได้รับทั้งความสนุก สนานพร้อมสาระความรู้ด้านกฎหมายจราจร รู้จักเครื่องหมายจราจรและสัญลักษณ์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ ในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ยังทำให้เด็กนักเรียนได้ตระหนักถึงภัยร้ายที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกนิรภัย รวมทั้งปลูกจิตสำนึกของประชาชนผู้ขับขี่ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร เผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชน ช่วยลดอุบัติเหตุ รวมถึงลดกระแสต่อต้านของสังคมในการเข้มงวดกฎจราจรด้วย

คนแม่สอดเฮมาร์คประกาศหนุน อปท.พิเศษ
February 28, 2010
ตาก- ชาวแม่สอดเฮ หลัง มาร์คประกาศเดินหน้า อปท.พิเศษ นครแม่สอด ต้นแบบนำร่อง ส่งเสริม BOI การค้าชายแดนและ Logistics
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.)กับนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร-เมืองและตำบล รวมทั้งผู้บริหารท้องถิ่นเทศบาลและปลัดเทศบาลกว่า 3,000 คน ที่เมืองทองธานี เมื่อเร็ว ๆนี้ว่าจะเร่งผลักดันและพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ให้เป็นท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ นครแม่สอด โดยเร็ว
ทั้งนี้ เพื่อเป็นแม่แบบหรือต้นแบบในการบริหารจัดการท้องถิ่น ที่ส่งเสริมการค้าชายแดน-การท่องเที่ยว-การลงทุน และการพัฒนา Logistics ฯลฯ พร้อมกับย้ำอีกครั้งผ่านรายการ นายกฯพบประชาชน เช้าวันนี้ (28 ก.พ.)นั้น ได้ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทั้งภาครัฐ-เอกชน-และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ที่ได้รับทราบข่าวดังกล่าวมีความรู้สึกดีใจ และพร้อมรับการพัฒนาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านต่างๆมากมาย โดยพื้นที่ด่านการค้าชายแดนแม่สอดนั้น ณ.ปัจจุบันมีมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่า 24,000-25,000 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งในอนาคตยังเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวระหว่างประเทศอีกด้วย
นายประภัสร์ ภู่เจริญ นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน องเมือง จ.ลำพูน ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย(ส.ท.ท.) กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เคยย้ำว่าจะผลักดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ นครแม่สอด โดยเร็วที่สุด และจะศึกษาข้อกฎหมายโดยการออกเป็นพระราชกฤษฏีกา ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อออกเป็น พรฏ .ระเบียบบริหารราชการ นครแม่สอด ซึ่งสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่
นายสุรพล สันติโชตินันท์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ในฐานะกรรมการบริหาร ส.ท.ท. กล่าวว่า ส.ท.ท. เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนและผลักดันให้เกิด อปท.รูปแบบพิเศษ นครแม่สอด

มทภ.4 ร่วมกับชาวยะลาทำบุญตักบาตรในวันมาฆบูชา
February 28, 2010
ยะลา-แม่ทัพภาค 4 ร่วมกับพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
วันนี้ (28 ก.พ.) ที่วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา พลโท พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายกฤษฏา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดยะลากว่า 500 คน ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา โดยมีพระสงฆ์ออกรับบิณฑบาต ทั้งนี้พระธรรมสิทธิมงคล เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา ได้เทศนาธรรมเกี่ยวกับความสำคัญของวันมาฆบูชาให้กับพุทธศาสนิกชนที่ร่วมในพิธีรับฟัง วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา เป็นที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นครั้งแรก เป็นวันที่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาร่วมในพิธี มีเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.11 อ.เมืองยะลา คอยดูแลรักษาความปลอดภัยตรวจสอบบุคคลเข้าออกภายในวัดเมืองยะลา อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามบรรยากาศการออกมาทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชาในปีนี้นั้น มีพุทธศาสนิกชนจังหวัดยะลาได้ออกมาร่วมในพิธีกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชาแล้ว ยังมีการบำเพ็ญบุญกุศลความดีอื่นๆ งดเว้นการทำบาป ถวายสังฆทาน ปล่อยนกปล่อยปลา ฟังพระธรรมเทศนา และไปเวียนเทียนรอบโบสถ์ในเวลาช่วงเวลาเย็น ทั้งนี้เพื่อความสิริมงคลในชีวิตและครอบครัว

ทีมนักประวัติศาสตร์ลุ้นหาที่ตั้งเมืองฉอดตามรอยศิลาจารึก 1-โยงสุโขทัย
February 28, 2010
ตาก- นักประวัติศาสตร์ตั้งโต๊ะค้นหาที่ตั้งเมืองฉอด ตามหลักศิลาจารึก หลักที่ 1 เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ 730 ปี สุโขทัย-พิษณุโลก-กาญจนบุรี-ลพบุรี-เมืองฉอด ล่าสุดลงพื้นที่สำรวจข้อมูล นครแม่สอด คือเมืองฉอด ในอดีตหรือไม่
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประธานคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี รศ.ดร.วุฒิชัย มูลศิลป์ นายกสมาคมประวัติศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ พร้อมคณะกรรมการ-นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์-ผู้เชี่ยวชาญ-คณะที่ปรึกษา สมาคมฯ ได้เดินทางมาร่วมประชุมเสวนาเรื่องประวัติศาสตร์ กับผู้เชี่ยวชาญในท้องถิ่นและปราชญ์ชาวบ้าน
ทั้งนี้ เพื่อค้นหาที่ตั้งเมืองฉอด ตามหลักศิลาจารึก หลักที่ 1 อยู่ที่ไหน ครั้งที่ 2 โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 80 คน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ห้องประชุม โรงเรียนเทศบาลวัดดอนแก้ว เทศบาล นครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อค้นหาจุดที่ตั้งเมืองฉอด ตามหลักศิลาจารึก หลักที่ 1 ที่เขียนไว้ว่า เมืองฉอดกับกรุงสุโขทัยราชธานีแห่งแรกของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกันมากว่า 730 ปีจนถึงปี 2553
รศ.วุฒิชัย กล่าวว่า ทางสมาคมฯจากจังหวัดต่างๆที่มีประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกันเช่น จังหวัดกาญจนบุรี-พิษณุโลก-สุโขทัย-ลพบุรี-ตาก(แม่สอด)และกรุงเทพฯ กับชมรมผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองฉอด(แม่สอด) ได้พูดถึงประวัติศาสตร์เมืองฉอดให้กับคณะกรรมการสมาคมได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับ เมืองฉอด เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางการศึกษาและร่วมแสดงแนวคิดถึงจุดที่น่าจะเป็นพื้นที่ตั้งเมืองฉอดกับ นครแม่สอด ในปัจจุบัน
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมเสวนาครั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ นครแม่สอด ได้เสนอแนวความคิดเห็นถึงแหล่งที่ตั้งเมืองฉอด โดยนำแนวคิดและหลักฐานมาประกอบเช่น โบราณสถาน 700 ปี คอกช้างเผือก ที่ ต.ท่าสายลวด ด่านแม่ละเมา-คูน้ำ สันคือ กำแพงดิน-อิฐและสภาพลำห้วยและแม่น้ำต่างๆ รวมทั้งแนวกำแพงเมืองและเส้นทางเดินทัพ มาให้คณะกรรมการได้ศึกษาข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงประวัติศาสตร์กรุงสุโขทัยกับที่ตั้งเมืองฉอด ที่คนในท้องถิ่นเชื่อว่า คือพื้นที่ในเขตเทศบาล นครแม่สอด ในปัจจุบัน
ทั้งนี้พื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เคยมีอดีตแม่ทัพภาค 3 ทำการ ศึกษาประวัติศาสตร์เส้นทางเดินทัพของพม่า และนำหลักฐานทางโบราณวัตถุ – โบราณสถานมาศึกษาดู และมีความเป็นไปได้ว่าเมืองฉอด อาจจะมีที่ตั้งที่ อ.แม่สอด และมีเส้นทางลำเลียงเดินทัพ เชื่อมโยง อ.ท่าสองยาง อ.บ้านตาก ผ่านด่านแม่ละเมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำบลด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด ในปัจจุบัน
คณะของสมาคมประวัติศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังกำหนดเดินทางไปศึกษาเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกัน กับเมืองฉอด (อ.แม่สอด จ.ตาก) ในเขตเทศบาล นครแม่สอด และ ที่ อ.ท่าสองยาง-อ.บ้านตาก- จ.ตาก จ.สุโขทัย-พิษณุโลก-กาญจนบุรี-ลพบุรีและกรุงเทพฯ ต่อไปเพื่อค้นคว้าหาเมืองฉอดและเมืองที่เป็นเมืองคู่แฝดเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กัน
ในส่วนของประชาชนท้องถิ่นแม่สอด ได้ตื่นตัวเรื่องนี้และเตรียมจัดตั้งสมาคมผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองฉอด เพื่อนำไปสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางประวิศาสตร์ควบคู่กับการเป็นเมืองหน้าด่านการค้าชายแดนไทย-พม่า ในปัจจุบัน

บสท.เลือกภูเก็ตจัดบูทขายทรัพย์กว่า 700 ล.ระบุเป็นพื้นที่มีศักยภาพ
February 28, 2010
ศูนย์ข่าวภูเก็ต-บสท.เลือกภูเก็ตเปิดบูทจำหน่ายทรัพย์สินก่อนปิดตัว เสนอขายทรัพย์สินทั้งที่ดินริมทะเล รีสอร์ต ในพื้นที่ภาคใต้มูลค่า 730 ล้าน ระบุมีทรัพย์สินรอขายอีกกว่า 100,000 ล้านบาท
นายสาธิต รังคศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะประธานกรรมการบริหารบรรษัทบิหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) กล่าวในขณะเดินทางมาเปิดบูทจำหน่ายทรัพย์สินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ บสท. ในเขตภาคใต้ระหว่างวันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต ว่า บสท. เป็นหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการจัดตั้งเป็นองค์กรเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่แก้ปัญหาหนี้เสียของประเทศ มีอายุกำหนด 10 ปี ซึ่งจะต้องยุบเลิกตามมาตรา 95 แห่ง พ.ร.ก.บสท. พ.ศ.2544 โดย บสท. จะมีอายุรอบ 10 ปี ในวันที่ 8 มิถุนายน 2554
ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา บสท. ได้ดำเนินงานจนบรรลุวัตถุประสงค์การก่อตั้งองค์กร ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อส่งลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบ และการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายหรือเอ็นพีเอ เพื่อนำทรัพย์สินเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ อันจะนำมาซึ่งการฟืนตัวทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
อย่างไรก็ตาม แม้การดำเนินการที่ผ่านมาจะประสบความสำเร็จ ในการจำหน่ายทรัพย์สินรอการขายซึ่งในปี 2552 จำนวนกว่า 11,000 ล้านบาท แต่ก็ยังมีทรัพย์สินที่จะต้องรอขายอีกประมาณ 100,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและอื่นๆ มีระดับราคาตั้งแต่100,00 บาท-100 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองหลักทางเศรษฐกิจ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น และขณะนี้เหลือระยะเวลาประมาณปีเศษก่อนที่จะปิด บสท.ก็จะเร่งดำเนินการขายทรัพย์ให้ได้มากที่สุดตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง บสท.
นายสาธิต กล่าวว่าเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทางบสท.จึงกำหนดให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของปี 2553 ซึ่งกำหนดไว้ 10 ครั้งทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคทั่วประเทศ การจำหน่ายผ่านโครงการสมาชิกนักขายของ บสท. รวมทั้งการนำเสนอทรัพย์สินรอการขายที่มีศักยภาพของ บสท.ให้กับหน่วยงานของรัฐในเงื่อนไขพิเศษ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน อันเป็นนโยบายสำคัญประการหนึ่งของ บสท.ดังนั้นคาดว่าก่อนที่จะปิด บสท.จะสามารถปรับโครงสร้างหนี้ ได้สูงถึง 50,000 ล้านบาท
สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่จังหวัดภูเก็ต เป็นการจัดครั้งที่ 3 สาเหตุเหตุที่เลือกภูเก็ตเป็นสถานที่จัดงาน ก็เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพและเป็นศูนย์ธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเลือกชมและสอบถามรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีการนำทรัพย์สินทั้งที่ดินริมทะเล รีสอร์ต บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ อาคารพาณิชย์และอื่นๆ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตรัง พัทลุง กระบี่ พังงาและสตูล มูลค่ารวมประมาณ 730 ล้านบาท มานำเสนอขายในการออกบูทครั้งนี้
เช่น ที่ดินติดทะเลบนเกาะโหลน อ.เมือง จ.ภูเก็ต เนื้อที่ประมาณ 24 ไร่ ราคาประมาณ 54.6 ล้านบาท ที่ดินบนเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา เนื้อที่ประมาณ 86 ไร่ ราคาประมาณ 40.6 ล้านบาท ที่ดินบนเกาะกำใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 49 ไร่ ราคาประมาณ 21 ล้านบาท เป็นต้น

ผบ.พันสรรพาวุธฯทภ.3 เปิดสนามติวเข้มพิษณุโลกยิงปืน
February 28, 2010
พิษณุโลก – คนสองแควสนใจยิงปืนที่สนามค่ายทหารเอกาทศรถ หลัง ผบ.พันสรรพาวุธกระสุนที่ 23 กองทัพภาคที่ 3 เปิด อบมรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนออโตเมติกรุ่นแรก
ที่สยามยิงปืนค่าสมเด็จพระเอกาทศรถ พ.อ.ยศทอง อัคราธรรม ผู้บังคับกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ในฐานะผู้จัดการสนามยิงปืนร่วมกับชมรมกีฬายิงปืนจังหวัดพิษณุโลกจัดฝึก อบมรมหลักสูตรการใช้อาวุธปืนออโตเมติกเบื้องต้นรุ่นที่ 1 ซึ่งเปิดให้กับประชาชนทั่วไป โดยมีนายสมพร วรรณศิริ ผู้อำนวยการการกีฬาและท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ฝึกสอน พร้อมกับนายทหารจากพันกระสุนที่ 23 โดยมีเข้าร่วมอบรมรุ่นนี้กว่า 20 คน ใช้เวลาฝึกอบรม 2 วัน คือ 27-28 กุมภาพันธ์ 2553
พ.อ.ยศทอง กล่าวว่า หลักสูตรนี้ต้องการให้ผู้มีอาวุธปืนเข้าใจ และมีทักษะการใช้อาวุธอย่างถูกต้อง ตามกฏแห่งความปลอดภัย 10 ประการ รวมถึงวิธียิงปืนพกสั้นให้แม่นและถูกหลัก โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากนายทหารพันกระสุนที่ 23 กองทัพภาคที่ 3 เมื่อทุกคนผ่านการอบรม ก็จะได้รับเกียรติบัตรหลังผ่านหลักสูตร และจะเปิดอบรมในรุ่นต่อไปหากประชาชนสนใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่สนใจสมัครอบรมยิงปืนส่วนใหญ่เป็นคนเมืองพิษณุโลกที่มีปืนอยู่แล้ว แต่ไม่เคยใช้ปืน นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารไฟแนนซ์รายหนึ่งให้ความสนใจการอบรมยิงปืนครั้งนี้อีกด้วย
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

ภูเก็ตจัดงานลานวัฒนธรรม ราไวย
February 28, 2010
ศูนย์ข่าวภูเก็ต – จังหวัดภูเก็ต จัดงาน “ลานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลราไวย์ ครั้งที่ 1″ หวังเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว/เยาวชน
ที่บริเวณท่าเทียบเรือราไวย์ หมู่ที่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายไชยวัฒน์ เทพี ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดลานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลราไวย์ ครั้งที่ 1 ซึ่งเทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมกับสภาวัฒนธรรมตำบลราไวย์ และศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว จัดขึ้น เพื่อสืบสวนวัฒนธรรมท้องถิ่นของตำบลราไวย์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่
นายเสทือน มุขดี ประธานสภาวัฒนธรรมตำบลราไวย์ กล่าวว่า ตำบลราไวย์ได้จัดตั้งสภาตำบลราไวย์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนด้านวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ซึ่งเป็นทุนทางสังคมที่ดี และสำคัญยิ่งของชุมชนท้องถิ่น และประกอบกับตำบลราไวย์ได้มีการจัดตั้งศูนย์ 3 วัย สานสายใยรักแห่งครอบครัว ราไวย์ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของครอบครัว ชุมชน และสังคม ซึ่งในการดำเนินงานของศูนย์ 3 วัยฯ ได้มีกิจกรรมการพัฒนาผู้นำสร้างสรรค์กิจกรรม คือกระบวนการถ่ายทอดความรู้ทุนทางสังคม ด้านศิลปะศาสตร์ และจริยธรรมเพื่อการพัฒนาเด็ก และเยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป
จากวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรทั้ง 2 องค์กรดังกล่าวจะเห็นได้ว่าล้วนแล้วแต่มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการเก็บรักษาสิ่งดีงามในชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน และมีการถ่ายทอด หรือมีการเผยแพร่ให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ จึงได้เกิดแนวความคิดว่ากันว่า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของศิลปวัฒนธรรม ซึ่งนับวันจะสูญหายไปพร้อมๆ กับกาลเวลา จึงได้จัดงาน “ลานวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลราไวย์ ครั้งที่ 1 ” ขึ้น
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมการแสดงของปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปวัฒนธรรมของชุมชนชาวราไวย์ การแสดงของนักเรียน ประชาชนในพื้นที่ กิจกรรมถนนเด็กเดิน และการออกร้านเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในชุมชน อาหารพื้นเมืองเป็นต้น

รถตู้นำเที่ยวร้องถูก ตร.มาเลย์จับไม่เป็นธรรม วอนรัฐช่วยเจราจา
February 28, 2010
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ ผู้ประกอบการรถตู้ใน จ.สงขลาเดือดร้อนหนักหลังถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมไม่เป็นธรรม เรียกร้องส่วนราชการเร่งเจรจาแก้ปัญหา หากไม่เป็นผลจะรวมตัวปิดด่านพรมแดนไทย-มาเลเซียทันที
วันนี้ (28 ก.พ.) ตัวแทนผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวใน จ.สงขลา เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียประจำด่านพรมแดนไทย – มาเลเซีย จับกุมอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในมาเลเซีย โดยให้เหตุผลรถตู้ไทยไม่มีเวิร์คเปอร์มิต หรือใบอนุญาติทำงาน และต้องเสียค่าปรับในอัตราที่สูงกว่า 2,000 บาทต่อคัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวใน จ.สงขลาที่มีอยู่กว่า 200 คันได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นายฉลอง ไพโรจน์ หนึ่งในผู้ประกอบการรถตู้ เผยว่า ต้องการเรียกร้องให้หัวหน้าส่วนราชการของไทยทั้งการท่องเที่ยว ฝ่ายปกครอง และตรวจคนเข้าเมือง เร่งเจรจากับเจ้าหน้าที่มาเลเซียเพื่อหาทางแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด เพราะก่อนหน้านี้ทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียได้มีการเจรจา และมีข้อตกลงร่วมกันมาแล้วครั้งหนึ่งว่า จะไม่มีการจับกุมรถตู้ไทย เหมือนกับรถนำเที่ยวมาเลเซียที่สามารถเข้ามาฝั่งไทยได้ เพื่อประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ
หากยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวใน จ.สงขลาที่มีอยู่กว่า 200 คันจะรวมตัวปิดด่านพรมแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา ทันที

