บล็อคนิยมอุตสาหกรรมศัลยกรรมแดนกิมจิ/ต่อพงษ์

March 1, 2010

 มีท่านผู้อ่านเขียนอีเมล์มาถามผม คงจะถามแนวกวนๆ หรือประชดละครับว่า จะมีวงดนตรีหรือนักแสดงคนไหนหรือไม่ในเกาหลีที่จะไม่ทำศัลยกรรมเลยพร้อมฝากถามถึงรอยแผลบนหัวของผมเมื่อปีที่แล้วด้วย 
 
  ก็ต้องบอกว่าฝีมือศัลยกรรมแผลบนหัวของหมอที่โรงพยาบาลวชิระนี่แจ๋วครับ เพราะบัดนี้แล้วรอยแผลนั้นจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบได้ คลำอยู่ตั้งนานก็ไม่เจอ จะเหลือก็แต่ความจำอย่างเดียวคือ…บริเวณที่ผมโดนทำร้าย อยู่หน้าร้านอาหารเกาหลีพอดี (ฮา) 
 
  ก็นึกอยู่ว่าถ้าไปโดนฟาดกบาลที่หน้าร้านอาหารไทย คนร้ายอาจจะถูกพลเมืองดีในร้านตามจับได้ เพราะคนไทยไม่ดูดายกับเรื่องแบบนี้ แต่พอเป็นร้านเกาหลีก็ไม่ต้องคิดเลย เพราะ เขาก็ยิ้มน้อยๆแบบที่วงไชนี่ยิ้มเวลาแฟนคลับโดนผู้จัดการวงตบกบาลซะคว่ำแบบนั้นแหล่ะ 55555555 
 
  จะว่าไปอีเมล์ฉบับที่ว่าก็ทำให้ผมยิ้มได้นะครับ เพราะ การถูกถามทำนองลองของแกมเยาะนี่ก็คงเพราะ เป็นผลกรรมดีที่ผมรักวงการบันเทิงกิมจิอย่างออกนอกหน้านั่นแหล่ะ แถมยังรักแบบมีสำนึกและต้องเอาความจริงมาพูดกัน 
 
  (จริงๆข้อมูลเหล่านี้น่าจะไปถามน้องมี่ น้องแมนและทีมงาน Hi Soul Plus ทางช่องซูเปอร์บันเทิง (รายการออกอากาศวันเสาร์ 21.00 น.) นะครับ เพราะ พวกน้องๆเหล่านั้นรักเกาหลีถึงขนาดเดาได้ว่าน่าจะมีน้ำหมักกิมจิไหลอยู่ในไขกระดูกกันเลย) 
 
  ความจริงคนเกาหลีนั้นดูง่ายนะครับ ว่าใครทำศัลยกรรมมาละก้อ เขาให้ดูที่ตาก่อนล่ะว่ามีสองชั้น หรือ ดูเบิ่ง หรือดูกว้างผิดปรกติหรือเปล่า เพราะ คนเกาหลีแท้นั้นตาเล็กครับ ถ้ากลมๆ โตๆ แล้วละก็ไม่ใช่เกาหลีแท้แน่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นลูกครึ่งที่มีเชื้อจีนหรือเชื้อยุ่นผสมอยู่ด้วย อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ราคาของการผ่าตานั้นเกาหลีมันถูกมาก จะทำสองชั้นหรือจะให้ดูกว้างขึ้นนั้น จะถูกกว่าทำอย่างอื่น จากนั้นถึงค่อยไล่ไปดูที่จมูก แล้วก็คาง ตามมาด้วยหูคือเจียนให้เล็กลง การเฉาะคางนี้ก็นิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชาย และในอุตสาหกรรมบันเทิง 
 
  เพราะฉะนั้นกว่าจะหล่อถึงขั้นที่ CN Blue ไชนี่ หรือ ดงบังเป็นอยู่นี่ ก็ต้องผ่านกันทำมาแล้วประมาณ 5 อย่างในใบหน้า ยังไม่นับเรื่องทำผิวเรียบด้วยนะครับถึงได้ขาวใสเป็นตูดเด็กได้แบบนั้น 
 
  เมื่อปีที่แล้ว นิวยอร์ค ไทมส์ ออนไลน์ โดย Su Hyun Lee เขียนบทความชิ้นหนึ่งในฉบับรับปีใหม่ (1 มกราคม 2009) เรื่องอุตสาหกรรมศัลยกรรมของเกาหลีใต้ได้น่าสนใจมาก เนื้อความพูดถึงสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำมากของเกาหลีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อะไรต่อมิอะไรที่เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น กินข้าวนอกบ้าน ซื้อเครื่องประดับ เที่ยวต่างแดน ฯลฯ ก็ถูกตัดออกจากวงจรชีวิตของชาวเกาหลีกันเกลี้ยง 
 
  ปรากฏว่าหนึ่งในความฟุ่มเฟือยในชีวิตที่ถูกตัดออกก็คือ การทำศัลยกรรมใบหน้าซึ่งเป็นความฟุ่มเฟือยอันดับ 3 ของเกาหลีนั่นเอง 
 
  คนเกาหลีนั้นพูดง่ายๆ ก็ไม่ชอบหน้าตัวเองแหล่ะครับ (ซึ่งต่างจากคนชาติอื่นที่มักจะไม่ชอบหน้าคนอื่นหาว่ากวน teen อะไรแบบนี้) ทุกครั้งที่ส่องกระจกดูหน้าตัวเองก็เลยจะหงุดหงิดเป็นพิเศษ ผลก็คือ ถ้ามีเงินเมื่อไหร่คนเกาหลีต้องไปหาทางลบเอกลักษณ์ของเผ่าตัวเองตามอัตภาพเมื่อนั้น 
 

ยุนอา-ยูริ SNSD

 พูดเรื่องนี้ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องน่าอับอายของชาวเกาหลีนะครับที่ไม่ชอบหน้าตัวเอง เขาไม่ได้ทำเพราะบ้า แต่การศัลยกรรมหน้าคือสิ่งที่คนเกาหลีภาคภูมิใจ เนื่องจากมันคือโอกาสดีๆในชีวิต สังคมเกาหลีนั้นเน้นที่หน้าตามากกว่าคุณภาพด้านอื่นๆ คนหน้าหล่อและสวยมักจะถูกพิจารณาที่จะรับเข้าทำงานในบริษัทใหญ่ๆก่อนเสมอ เช่นเดียวกับการสัมภาษณ์เพื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในคอร์สดังๆ และสุดท้ายก็คือ โอกาสดีๆ ที่จะได้เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวที่ร่ำรวยมาอยู่ในคอนโทรลของพ่อผัวหรือแม่ผัว 
 
  ต้องย้ำว่า คนเกาหลีนั้นหล่อแท้จริงแบบบรรพบุรุษก็ต้องหน้าเหมือน ปาร์ค จี ซุง ปีกของทีมปีศาจแดง ที่คางและขากรรไกรหนาแบบเสือ และก็เป็นอีกเหตุผลว่า นักมวยเกาหลีนั้นจะอึดกว่าชาติอื่นเสมอ ไม่ใช่เพราะพลังโสมหรือเพราะกินเนื้อหมาแล้วคึกหรอกครับ แต่บรรพบุรุษเขาผสมแบบสำเร็จมาให้แบบนั้น 
 
  นักมวยเกาหลีนั้นถูกต่อยคางแล้วน็อกยากถ้าไม่ใช่ประเภทที่โปรโมเตอร์เมืองไทยสั่งมาให้นอน เว้นแต่ ดอง ฮุน ลี คนเดียวที่โดนหมัดเขาทรายจนหลับของจริง แต่ในหลายปีถัดมา เขาทรายก็ไปพ่าย ยูมิโอ โอตะ สาวน้อยจากญี่ปุ่นน็อกหน้าตาเฉย 
 
  ในช่วงเวลาตั้งแต่ 2545 จนกระทั่งปี 2550 นั้นถือเป็นช่วงที่รุ่งเรืองของอุตสาหกรรมศัลยกรรมหน้าของเกาหลี ถึงขนาดมีสเต็ปความรักของพ่อแม่ชาวเกาหลีที่มีต่อลูกกันเลยว่า ถ้าเป็นลูกรักของพ่อแม่ ของขวัญที่มอบให้ก็คือ การทำศัลยกรรมหน้า คือ เรียนจบประถมหรือมัธยมปุ๊ปแม่จะให้เงินไปทำตาใหญ่ก่อน (ในเกาหลีนั้นเด็กก็สามารถทำศัลยกรรมได้ ถ้าผู้ปกครองเซ็นยินยอม) จบมหาวิทยาลัยก็ให้เงินไปทำจมูก ถ้าจะเข้าวงการบันเทิงก็ต้องเหลาคางและทำผิวขาว 
 
  แต่พอเศรษฐกิจตกต่ำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2008 นั้นเศรษฐกิจเกาหลีตกแหลก ตลาดหุ้นตกไป 40 เปอร์เซนต์ ค่าเงินร่วงไปตั้ง 26 เปอร์เซนต์) บรรดาร้านศัลยกรรมในกรุงโซลก็พังกันเป็นแถบจนต้องเลย์ออฟพยาบาลกันระนาว แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถจะตัดได้ก็คือ ร้านเหล่านี้ยังจะต้องมีจอโทรทัศน์ที่เปิดเทปของบรรดานักลิปซิงค์ชาวเกาหลีให้ดูเสมอๆเพราะมันคือสัญลักษณ์ความสำเร็จของการทำศัลยกรรม 
 
  พอค่าเงินวอนตกมาก บรรดาเจ๊ใหญ่จากเมืองจีนที่มีเศรษฐกิจที่ดีกว่าจึงบินกลับบ้านมาทำการผ่าหน้าเสียเลย ลูกค้าในตอนนี้ส่วนมากก็เลยมีแต่ชาวต่างชาติ 
 
  ก็ไม่รู้ว่าน้องๆที่ชื่นชอบใบหน้าแบบเกาหลี ได้มีโอกาสไปเฉาะราคาถูกกันบ้างหรือเปล่าในช่วงปีที่แล้ว หรือมัวแต่กรี๊ดโอ้ปป้าๆๆๆ อยู่เลยพลาดโอกาสดีๆ แบบนี้ 
 
  พูดถึงวงเกาหลีใครที่ชอบใบหน้าแบบเกาหลีนั้น ผมแนะนำให้ดูวง 2NE1…จริงๆภาคดนตรีของวงนี้ก็สูสีกับทีมทำเพลงของอาร์เอสหรือแกรมมี่เมื่อสมัยก่อนโน้นเลย แต่ที่น่าสนใจก็คือ วงนี้คงความเป็นเผ่าเกาหลีอยู่ค่อนข้างมาก มิน จี สาวผมสั้นของวงและ ซีแอล คือหน้าตาของสาวสวยเกาหลีแท้ๆ 
 
  แต่ถ้าน้องสองคนเป็นคนไทย ค่ายเขาคงส่งไปร้องลำซิ่งหรือออกเทปตลกแน่ๆ เพราะใบหน้าให้ 
 
  แต่อย่าไปดู ปาร์ค บอม สมาชิกอีกวงนะครับ เพราะหมอห่วยทำซะน้องตาเบิ่งจนได้ฉายาว่าสาวน้อยหน้าเดียวมาแว้ว เปรียบเทียบกันกับคนในวงการบันเทิงไทยก็ต้องเหมือน นายปลื้มหนุ่มที่มีตาเฉียบราวกับปลาดุกนั่นแหล่ะไม่เชื่อไปดูหนังที่แกเล่นซิครับ จะอารมณ์ไหนแกก็ยังทำหน้าตาเหมือนไม่มีหัวคิดแบบนั้นอยู่ได้ 
 
  ความจริงอุตสาหกรรมศัลยกรรมเกาหลีน่าจะปรับตัวอีกอย่างก็คือ การหาบล็อคใบหน้าใหม่ๆมาบ้างหลังจากยืนพื้นบล็อคหน้าเดิมๆมาหลายปีแล้ว 
 
  คนที่ไม่ชอบบันเทิงเกาหลีส่วนหนึ่งก็เพราะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ก็ไม่แปลกหรือครับที่จะเป็นเช่นนั้น เพราะ หมอที่ไม่สร้างสรรค์จำนวนมากมักง่ายเกินไปที่จะหาความสวยจากสิ่งที่พ่อแม่ให้มา แต่หยิบพิมพ์นิยมและสร้างใหม่ขึ้นมาเลย 
 
  ยกตัวอย่างเช่นบล็อคหน้าของ ยูริ กับ ยุนอา แห่งวงเกิร์ลเจเนเรชั่น เพราะ ทำออกมาแล้วแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร ที่หนักกว่านั้นบล็อคหน้านี้ยังไปถูกใส่ไว้ในนักร้องที่ชื่อ คริสตัล (ซึ่งเป็นน้องของเจสสิก้า)แห่งวง F(X) อีกด้วย3 คนนี้จึงมีหน้าเหมือนกันด้วยพลังมีดหมอ ทั้งๆที่ไม่ได้เกิดมาจากอู่เดียวกันด้วยซ้ำ แต่การสร้างให้คนกลายเป็นพี่น้องร่วมเตียงผ่าหน้า…และมีหน้าเหมือนๆกันหมดนั้น อาจจะเป็นกระแสแฟชั่นใหม่ที่เกาหลีสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ได้ครับ 
 
  แต่จะฮิตหรือเปล่าก็ไม่ทราบ เพราะ เห็นคนเดินมาหน้าตาเหมือนๆ กันหมด ผมว่ามันเหมือนหนังแนวผีซึ่งดูบรื๊อ…น่ากลัวพิลึกล่ะ!! 
 

แนนนี่ ถ่ายหวือให้แกรมมี่ แต่ไม่คิดชิ่งอาร์เอส ปัดลงทุนสลัดผ้าประชดรักขม

March 1, 2010

     

 

 

 

แนนนี่ แค่ถูกใจช่างภาพแกรมมี่ยอมสลัดผ้าถ่ายหวิว ยันไม่คิดชิ่งอาร์เอส แถมเพิ่งต่อสัญญาเพิ่ม พร้อมปัดประชดรักขม แจงคิดอยากถ่ายชุดว่ายน้ำมานานแล้ว แค่รอเวลาให้พร้อม แย้มได้ค่าตัว 6 หลัก ปฏิเสธรวมกลุ่ม เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ถ่ายพร้อมกัน บอกดูน่ากลัวเกินไป 
 
 สร้างความฮืออาไม่น้อย เมื่อจู่ๆ สาว แนนนี่ ภัทรนันท์ ดีรัศมี 1 ในสมาชิกวง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ แห่งค่ายอาร์เอส ลุกขึ้นมาถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำรับลมร้อน ให้กับนิตยสาร In ซึ่งอยู่ในเครือของแกรมมี่ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสงสัยให้สังคมไม่น้อย เพราะไม่เคยมีศิลปินคนใดของสองค่ายคู่แข่งนี้ จะโดดข้ามไปทำงานให้กับอีกฟากมาก่อน งานนี้จึงเกิดคำถาม….หรือสาวแนนนี่เตรียมชิ่งย้ายค่ายหันไปซบอกแกรมมี่? พอได้เจอเจ้าตัวก็ได้รับการยืนยันว่า ก่อนไปถ่ายแฟชั่นครั้งนี้ ได้ขออนุญาตกับทางผู้ใหญ่อาร์เอสเรียบร้อยแล้ว 
 
 ก็เป็นครั้งแรกของแนนนี่ที่ถ่ายชุดว่ายน้ำ จริงๆเราก็ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าช่วงอายุประมาณนึง เรียนจบทุกอย่างพร้อม พ่อแม่โอเค ก็ตั้งใจว่าจะถ่ายอยู่แล้ว และนี่ก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วก็เลยถ่าย แต่คนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเลือกถ่ายกับหนังสือของทางแกรมมี่ เพราะเรายังอยู่กับอาร์เอส คือเราก็ปรึกษากับทางผู้ใหญ่มานานแล้วว่า ปลื้มและอยากทำงานกับทางนิตยสารอิน เราติดตามผลงานของเขามาตั้งแต่เล่มแรกๆ ก็เลยตั้งใจว่าอยากจะถ่ายกับที่นี่ แล้วมันก็เป็นจังหวะเหมาะที่ทางอินติดต่อเข้ามาพอดี เราเลยปรึกษากับทางผู้ใหญ่ เฮีย (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่อาร์เอส) ก็โอเคอนุญาตให้ไป 
 
 เราใช้เวลาในการตัดสินใจอยู่พักนึง ทางเฮียเองก็ใช้เวลาในการตัดสินใจประมาณเกือบๆอาทิตย์ ถามว่างงมั้ยที่อยู่ดีๆอินก็โทรมาติดต่อ ไม่งงเลยดีใจมากกว่าที่เขาเลือกเรา และความเป็นคนละค่ายมันไม่ได้มีผลอะไร เรารู้สึกว่าหนังสือเหมือนเป็นสื่อกลาง ที่ไม่ต้องมีค่าย ไม่ต้องมีสังกัดอยู่แล้ว จริงๆก็มีคนติดต่อเข้ามาหลายเล่มนะ แต่ด้วยความที่เราอยากจะร่วมงานกับช่างภาพของอิน ก็เลยเลือกเขาโดยที่ไม่ได้มองที่ตัวหัวหนังสือเลยว่า จะเป็นของค่ายไหนยังไง 
 
 ปัดถ่ายหวือประชดรักขม แย้มได้ค่าตัว 6 หลัก และยันไม่คิดถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำรวมกลุ่มเพื่อน เกิร์ลลี่เบอร์รี่ 
 
 ที่ถ่ายไม่ได้เกี่ยวอะไรกับใครเลย เป็นการตัดสินใจของตัวเองล้วนๆ แล้วแนนนี่ไม่ได้เพิ่งจะมาคิดถ่าย เราคิดมาหลายปีแล้วว่า ถ้าทุกอย่างพร้อมก็อาจจะถ่าย อย่างปีนี้เราเรียนจบแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่พอแล้วในระดับนึง ที่มีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น เราเองก็อยากจะมีรูปสวยๆเก็บไว้ เพราะคิดว่าถ้าแก่ตัวไปอาจจะไม่ใช่แบบนี้แล้ว พอปรึกษาที่บ้านก็โอเคไม่มีปัญหา ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้ถ่ายประชดใคร 
 
 เรื่องค่าตัวก็ธรรมดาค่ะ พอๆกับทุกคนทั่วไปตามความเหมาะสม ก็ประมาณ 6 หลัก ส่วนผลตอบรับจากคนรอบข้างก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนใหญ่ก็จะชอบ แฟนคลับส่วนใหญ่บอกว่าชอบ ออกมาแล้วดูใสดี เพื่อนๆเองก็บอกว่าชอบ สวยดี ซึ่งในวง เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ก็ถ่ายกันไปหมดแล้ว เหลือ เบลล์ แค่คนเดียว แต่คิดว่าคงไม่มีถ่ายรวมกันเป็นวงหรอกค่ะ เราก็เคยคิดกันเล่นๆว่า ถ้าเอามาถ่ายรวมกันจะดูน่ากลัวมั้ย เลยคิดกันว่าแยกถ่ายดีกว่า แต่อนาคตยังไงยังไม่รู้ แต่ส่วนตัวคือไม่อยากถ่ายด้วยกัน มันดูน่ากลัว แต่ก็มีติดต่อพวกเรากันเข้ามาทุกปี 
 
 ลั่นแม้ถ่ายแฟชั่นกับนิตยสารค่ายคู่แข่ง แต่ไม่คิดย้ายค่าย พร้อมเผยเพิ่งเซ็นต่อสัญญากับทางอาร์เอส 
 
 สัญญาของแนนนี่ยังไม่หมด เพิ่งต่อเพิ่มด้วยซ้ำ เราเองก็เคยคิดเล่นๆว่า พี่ๆต้องถามว่าเราเตรียมจะย้ายไปอยู่ค่ายนั้นหรือเปล่า จริงอยู่ว่าเป็นหนังสือของค่ายนั้น แต่เราไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แค่ไปร่วมงานด้วยเฉยๆ ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้ไปร่วมงานมากกว่า ส่วนเรื่องของการต่อสัญญาใหม่ แนนนี่จำข้อตกลงไม่ได้มาก ส่วนใหญ่ทางคุณแม่เป็นคนจัดการมากกว่า ซึ่งเรื่องเปิดรับทำงานกับนอกค่ายมากขึ้น แนนนี่คิดว่าเรายังมีสัญญากับอาร์เอส ก็น่าจะทำงานในค่ายของตัวเองมากกว่า คืองานในแง่อื่นมันไม่ใช่การตัดสินใจของเราคนเดียว อำนาจการตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นของผู้ใหญ่อยู่แล้ว 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

หนุ่ม คุยพ่อแม่ เมย์ แล้ว เผยไม่มีสินสอดให้ฝ่ายหญิง แย้มปั๊มลูกทันที หวั่นเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่

March 1, 2010

     

 

 

 

หนุ่ม แย้มคุยงานวิวาห์กับพ่อแม่ เมย์ แล้ว แต่ยังไม่ได้สู่ขออย่างเป็นทางการ บอกเรียบร้อยเมื่อไหร่แถลงใหญ่แน่ เผยจะจัดงานหมั้นและแต่งในวันเดียว ขำๆไม่มีสินสอดให้ฝ่ายหญิงเพราะไม่มีให้ เปรยอยากจัดงานแบบไม่มีพิธีการ และแต่งปุ๊บจะปั๊มลูกเลย เพราะกลัวเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่ 
 
 หลายๆ คนยังคงรอลุ้นข่าวคืบหน้างานวิวาห์ ของคู่รักสุดทรหดอย่างคาสโนว่าลิ้นเลี่ยมทอง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และแฟนสาว เมย์ เฟื่องอารมย์ ซึ่งที่ผ่านมาทั้งคู่ได้ตอบปฏิเสธมาตลอดว่า ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เนื่องจากพ่อของฝ่ายหญิงไปต่างจังหวัด แต่ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้แย้มว่า เพิ่งเข้าไปพูดคุยกับพ่อของแฟนสาว แต่ยังไม่ได้ให้ผู้ใหญ่เข้าไปสู่ขอเป็นเรื่องเป็นราว คาดเร็วๆนี้จะมีงานแถลงข่าวเรื่องงานวิวาห์อย่างเป็นทางการ 
 
 ความคืบหน้าเร็วๆ นี้จะบอกแล้วกัน มันก็ต้องใกล้แล้วล่ะ เพราะอยู่ในช่วงระยะเวลาปีนี้อย่างที่บอก ตอนนี้ก็มีไปคุยกับผู้ใหญ่บ้างนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณพ่อเมย์กลับมาแล้ว เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ผมยังไม่ได้พาผู้ใหญ่ไปคุยอย่างเป็นทางการนะครับ อันนั้นต้องรออีกทีนึง ซึ่งถ้าคุยเรียบร้อยคงต้องมีการแถลงข่าว บอกกันอย่างเป็นทางการอีกทีนึง ก็น่าจะเร็วๆ นี้แหละ 
 
 ฤกษ์ยังไม่ได้ไปดูเลย เดี๋ยวต้องไปบอกคุณป้าก่อน ตอนนี้ยังไม่มีเวลา ทำงานทุกวัน ยังไม่สามารถปลีกเวลาไปบอกคุณป้าให้ไปดูได้ ส่วนเรื่องสินสอดก็ยังไม่ได้แย็บถามทางนั้นว่าจะเอาเท่าไหร่ เพราะคงไม่มีให้ (หัวเราะ) อย่างที่บอกไปแล้วว่าเงินใช้เดี๋ยวก็หมด เราเอาการทำงาน ความขยันของเราเป็นสินสอดดีกว่าว่า จะเลี้ยงดูลูกสาวเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า ผมว่ามันอยู่ตรงนั้นมากกว่า 
 
 เรื่องรูปแบบงานคงต้องปรึกษากันอีกทีว่าจะเป็นยังไง ถ้าถามผมอยากได้แบบเถิดเทิงมากกว่า คือผมเบื่อที่จะต้องขึ้นไปแบบเชิญคู่สมรสมากล่าวอะไร ผมไม่ชอบพิธีการ อยากทำแบบสบายๆ มากกว่า ส่วนสถานที่ก็ยังไม่ได้ดูไว้ แต่จำนวนแขกก็คงจะเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะเราก็ทำงานอยู่ในหลายๆ ช่อง แล้วก็มีผู้ใหญ่ที่นับถือหลายๆ คน แต่คงไม่ถึงขนาดต้องไปจัดที่อิมแพคหรอก มันใหญ่ไปรู้สึกไม่ค่อยอบอุ่น 
 
 เปรยจะจัดงานหมั้นและแต่งงานในวันเดียวกัน พร้อมแย้มแต่งแล้วจะมีลูกเลย เพราะกลัวเชื้อหมดสมรรถภาพเหมือน นีโน่ เมทนี บูรณะศิริ 
 
 งานหมั้นกับแต่งคงเป็นวันเดียวกันเลย ถามว่าตื่นเต้นมั้ย มันยังไม่ตื่นเต้นนะ เพราะมันคงถึงวัยแล้ว เห็นคนอื่นมีลูกกัน เราชอบเด็กนะ ก็อยากมีลูก ถ้าแต่งแล้วคงมีเลย เพราะเดี๋ยวเชื้อหมดสมรรถภาพ เดี๋ยวจะเป็นแบบนีโน่พูดพาดพิงได้เลย แหม…คุยไว้แต่ไม่มีน้ำยา(หัวเราะ) เมย์ก็คงแล้วแต่ผม เขาไม่กลัวหุ่นเสียหรอก ดูคุณมาช่า (วัฒนพานิช) สิ มีลูกแล้วหุ่นยังดีอยู่เลย 
 
 ตอนนี้ก็รอทุกอย่างลงตัว แล้วคงจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกที คงไม่ได้ออกไปงานหรือเปิดกล้องแล้ว เราต้องทำอะไรที่มันถูกต้องตามประเพณี เราเป็นนักแสดง และเหมือนกับประชาชนก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทำอะไรก็อยากจะให้ทุกคนเห็นภาพที่มันชัดเจนด้วย 
 
 เผยคงไม่ถึงขนาดไปเข้าคอร์สเจ้าบ่าว เพราะจะมีเมียแล้ว ไม่จำเป็นต้องหล่อให้ใครเห็น 
 
 เข้าคอร์สเจ้าบ่าวเหรอ ง่ายนิดเดียวเดี๋ยวไปอาบอบนวดก็ขัดได้แล้ว(หัวเราะ) พูดเล่นๆ เป็นนวดแผนโบราณมีมานวดที่บ้านอยู่แล้ว ก็จะมีคุณหมอที่มานวด ทำกายภาพประจำ เรื่องนี้ผมไม่ได้ซีเรียสนะ เราเป็นยังไงก็ต้องพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่ต้องหล่อที่สุดหรอก คือเราไม่ได้ไปแต่งงานกับผู้หญิงหลายคน ก็ในเมื่อจะมีเมียแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปหล่อให้ใครเห็นอีก 
 
 กลัวหรือเปล่าจะมีสาวๆออกมาแฉอะไรอีก ไม่มีแล้วล่ะครับ ถ้าเป็นเมื่อสัก 1-2 ปีก่อนอาจจะกลัว แต่ตอนนี้คงไม่แล้ว แต่เรื่องไปหยอกคนนั้นคนนี้เนี่ย มันเป็นคาแรคเตอร์ของผมอยู่แล้ว ถ้าพูดถึงป๋อง กพลให้นึกถึงผี แต่ถ้าพูดถึงอิสตรี ให้นึกถึงหนุ่ม กรรชัย (ยิ้ม) 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

แมทธิว ขำข่าวเป็นผัว สเตฟาน พร้อมปัดอาสากาวใจคืนดี น้ำฝน

March 1, 2010

       

 

 

 

 

แมทธิว โต้โซ้ยถั่วดำกับ สเตฟาน แจงเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน ยังแซวอีกฝ่ายมีตนเป็นผัว เชื่อถูกเข้าใจผิด และไม่คิดหาต้นตอขาเมาท์ ปัดอาสาเป็นกาวใจคืนดี น้ำฝน เผย ลีเดีย ขำแซวไม่เลิกเรื่องข่าว 
 
 ไม่ค่อยจะมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันให้เห็น แต่นักร้องหนุ่ม แมทธิว ดีน ก็ตกเป็นข่าวได้ไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะเป็นกรณีเปิดผับบังหน้าเพื่อค้ายา หรือเกาะแฟนสาว ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา ล่าสุดเจ้าตัวโดนข่าวเป็นมือที่สาม แอบโซ้ยถั่วดำกับ สเตฟาน ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์ จนเป็นเหตุทำให้นางเอกสาว น้ำฝน กุณณัฎฐ์ กุลปรียะวัฒน์ ต้องรักล่มมาหมาดๆ 
 
 ซึ่งเรื่องนี้ แมทธิว ตอบอย่างขำๆไม่ซีเรียสว่า ตนเป็นเพื่อนสนิทกับสเตฟานมานาน หลังมีข่าวยังแซวอีกฝ่าย….มีตนเป็นผัวซะแล้ว 
 
 ผมรู้สึกดีมากเลยที่มีข่าวเป็นแฟนกับสเตฟาน เขาหล่อมาก ประทับใจจริงๆ (หัวเราะ) ก็แปลกครับ แปลกมาก เพราะเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ก็ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน ไม่รู้ใครกุมาหรือว่ายังไง ก็เป็นเรื่องตลกอีกเรื่องนึงที่เข้ามาในชีวิต เรื่องนี้ผมไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่ มันตลกมากกว่า คือผมกับฟานสนิทกันมาหลายปีแล้ว เราเตะบอลมาด้วยกัน แล้วก็เจอกันตามงานบ้าง 
 
 ผมไม่จำเป็นต้องคุยเรื่องนี้กับฝน แต่แซวกันคงมีบ้าง เพราะเจอกันเรื่อยๆ ในกองอยู่แล้ว พอมีข่าวผมได้คุยกับฟานแล้ว เพราะมีคนโทรมาสัมภาษณ์ผมเรื่องนี้ ผมก็ส่งบีบีไปให้ฟานว่า เฮ้ย….ผมเป็นผัวคุณนะครับ(หัวเราะ) ฟานก็บอกว่าดี เราคงต้องเปิดตัวแถลงข่าวได้แล้ว ก็ขำทั้งคู่ตลกดี 
 
 ยอมรับงงกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะทั้งตนและ สเตฟาน ต่างก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมานานหลายปี บอกหวานใจ ลีเดีย สุดขำพร้อมทั้งแซวไม่หยุดเรื่องข่าว 
 
 
 ผมก็งงที่มีข่าว เพราะผมมีแฟนมา 4-5 ปีแล้ว ฟานก็มีแฟนมา 4 ปีแล้ว ลืมตรงนี้ไปหรือเปล่าว่า เรามีแฟนเป็นผู้หญิงกัน แต่อยู่ดีๆอยากจะมาลองของใหม่ มาเป็นแฟนกันเองก็แปลกครับ แต่จะเป็นอะไรที่ขำๆ กันมากกว่า ลีเดียเนี่ยตัวขำเลย นอนกลิ้งอยู่กับพื้น และเป็นตัวแซวเลย เขาบอกว่านี่แฟนคุณโทรมาแล้วนะ ผมก็บอกอะไร ก็ตลกดี 
 
 เรื่องหาต้นตอข่าวคงหาไม่ได้หรอก ของอย่างนี้มันอาจจะเป็นแค่ใครแซวคนนึง หรือพูดเล่นๆขึ้นมาคนนึง แล้วใครเอาไปคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง เรื่องภาพผมคู่กับฟานไม่น่าจะมีนะ เพราะเราไม่ค่อยได้ไปไหนด้วยกันสักเท่าไหร่ เต็มที่ก็เจอกันที่สนามฟุตบอล 
 
 เผย สเตฟาน ไม่ได้มาปรึกษาเรื่องเลิก น้ำฝน ปัดเป็นกาวใจให้ทั้งคู่ บอกทั้งสองหน้าตาดี เชื่อโสดได้ไม่นาน 
 
 ฟานไม่ได้มาปรึกษาอะไร เพราะเขาโตแล้ว ก็ทำอะไรกับชีวิตเขาก็ได้ แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นคู่ที่น่ารักอยู่ ยังเป็นเพื่อนกันอยู่แน่นอน ถึงเขาจะไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว แต่คงยังมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ผมก็บอกกับทั้งคู่ว่า พวกคุณหน้าตาดีมาก เดี๋ยวก็มีคนเข้ามาจีบทั้งคู่ ตอนนี้เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ทำงานด้วยกันได้ เพราะอยู่ในวงการด้วยกันอยู่แล้ว ก็ขอให้จำสิ่งดีๆ ที่เคยทำด้วยกันไว้แค่นี้ก็พอแล้ว 
 
 ผมไม่ได้เป็นกาวใจให้ ถ้าเกิดเขาจะกลับมาดีกันก็แล้วแต่ครับ ตอนนี้ฟานก็ดูสบายดี ทำงานทุกวัน งานเขาเยอะ ผมไม่ได้สังเกตอะไรมากเป็นพิเศษ ไม่รู้ว่าเขาเศร้าหรือเปล่า แต่คิดว่าในใจเขาก็ต้องมีบ้างอยู่แล้ว เพราะคนเพิ่งเลิกกันไปไม่นานนี้ แต่เขามีเพื่อนเยอะ ทำงานไปเรื่อยๆ ฝนก็เช่นกัน 
 
 โต้เซ็นสัญญากับช่อง 3 บอกยังอยากเป็นนักแสดงอิสระ ส่วนความสัมพันธ์กับ ลีเดีย ยังไร้แวววิวาห์ในเร็ววันนี้แน่นอน 
 
 ผมยังไม่ได้เซ็นสัญญากับช่อง 3 ยังไม่ได้เข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ เป็นอิสระก็ดีครับ เพราะผมมีค่ายมานานแล้ว ก็ยังไม่รีบที่จะเซ็นกับที่ไหน แต่อนาคตต้องดูอีกทีนึง ส่วนเรื่องเพลงช่วงนี้ไม่ได้ร้องเลย แต่อาจจะมีร้องในละคร ก่อนหน้านี้ก็มีค่ายทาบทามมาบ้าง ให้ร้องเพลงแล้วเอามาทำเป็นเพลงดาวน์โหลด แต่ผมยังไม่ทำดีกว่า ปล่อยให้เดียร้องไป สำหรับผมในช่วงนี้เล่นละครก็สนุกแปลกใหม่ดี 
 
 กับเดียช่วงนี้ก็มีเวลาได้เจอกันบ้าง หวานเหมือนเดิมมั้ย ก็เรื่อยๆ มีคนหมั่นไส้ผมเยอะมากอยู่แล้ว (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ได้กลัวอะไรแล้วครับ ผมกับเดียก็คบกันเปิดเผย ไม่ได้ปิดบังอะไร อนาคตเรื่องแต่งงานคงไม่ใช่ช่วงนี้แน่นอน ช่วงนี้ก็เก็บเงินต่อไป 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เป้ย ด่าปัญญาอ่อนข่าวหึง บิ๊ก กิ๊ก ฮาน่า ด้านฝ่ายชายโต้เป็นคู่รักมาเฟียเบ่งใส่ ดีเจปอ

March 1, 2010

     

 

 

 

เป้ย ด่าปัญญาอ่อนข่าวหึง บิ๊ก ไปเหวี่ยงใส่ ฮาน่า บ่นตอนนี้ทำอะไรก็ดูไม่ดี ด้าน บิ๊ก เคลียร์ไม่มีอะไรในกอไผ่ มั่นข่าวไม่กระทบความสัมพันธ์กับเป้ย พร้อมโต้เป็นคู่รักมาเฟียไปเบ่งใส่ ดีเจปอ หลังไม่พอใจที่ชอบวิจารณ์คู่ตนจนเกินพอดี 
 
 
 เป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่หวานหยดชนิดไม่เกรงใจใคร สำหรับ เป้ย ปานวาด เหมมณี และแฟนหนุ่มวัยละอ่อน บิ๊ก ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ แต่ความรักความหวานที่มีให้กันของทั้งคู่ ก็ทำให้เกิดเรื่อง เมื่อมีข่าวลือว่าสาวเป้ยหึงหนุ่มบิ๊กออกนอกหน้า พอเห็นแฟนหนุ่มคุยโทรศัพท์กับดาราสาวรุ่นพี่ ฮาน่า ทัศนาวลัย องอาจสิทธิชัย ภรรยาของ ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ เจ้าตัวเลยรีบคว้าโทรศัพท์ พร้อมเหวี่ยงใส่ปลายสายว่า ให้เลิกยุ่งกับแฟนตนได้แล้ว แต่งานนี้หนุ่มบิ๊กขอยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่กับฮาน่า ด้านเป้ยรีบสบถเป็นข่าวปัญญาอ่อน ก่อนตัดพ้อตอนนี้ตนทำอะไรก็ดูไม่ดีในสายตาคนอื่น 
 
 บิ๊ก : “ผมกับพี่ฮาน่าคุยกันเรื่องสนุกสนาน ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ อีกอย่างพี่เขาแต่งงานแล้วนะครับ จริงๆผมเคยไปทำงานกับพี่ฮาน่า แล้วก็มีพี่โก้ (ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) ด้วย มีหลายคนมาก เจอกันก็คุยสนุกสนาน เขายังฝากความคิดถึงถึงเป้ยด้วย อีกอย่างผมเคยคุยกับพี่เขาเรื่องทำอาหาร ก็คุยกันปกติไม่มีอะไร ก็ไม่รู้ว่าพี่เขารู้ข่าวนี้หรือยัง ตัวผมเองก็ไม่ได้โทรไปหาเขาด้วย เพราะรู้กันหมดอยู่แล้วว่าอะไรเป็นยังไง คงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว” 
 
 เป้ย : “ตอนนี้เป้ยทำอะไรก็ไม่มีดีหมดเลย เป้ยไม่ขอตอบแล้วกัน เอาเป็นว่าเอาความจริงเข้าสู้แล้วกันค่ะ พี่ฮาน่าเป็นเพื่อนกับเป้ยก่อนที่จะรู้จักกับบิ๊กอีก แล้วพี่ฮาน่าแต่งงานแล้วนะคะ เป้ยไม่ได้น้อยใจกับข่าว แต่คิดว่าปัญญาอ่อนมาก ถ้าจะให้ฝากอะไรถึงคนปล่อยข่าวนี้ เป้ยไม่ฝากแล้วกัน ให้บิ๊กเป็นคนพูด เพราะเป้ยพูดอะไรก็ไม่ดี” 
 
 บิ๊ก : “ไม่หรอกครับ คือเขารู้สึกว่าเป็นผู้หญิง แล้วโดนอะไรแรงๆมาเยอะ ในจิตใจเขาค่อนข้างละเอียดอ่อน พอเจออะไรกระทบเยอะๆก็เหนื่อย ผมก็เข้าใจเขานะที่เป็นแบบนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดไม่ดีหรือน้อยใจ แต่เกิดจากความรู้สึกที่ไม่ไหวแล้วมากกว่า ซึ่งผมก็เป็นห่วง” 
 
 เป้ย เผยได้กำลังใจดีจากแฟนหนุ่ม เลยสามารถฝ่าฟันมรสุมข่าวฉาวมาได้ ด้าน บิ๊ก ยันข่าวไม่มีผลบั่นทอนความสัมพันธ์ 
 
 เป้ย : “ถ้าเป้ยไม่ได้กำลังใจจากเขา ก็คงเหนื่อยมากกว่านี้” 
 
 บิ๊ก : “คือผมว่าต้นเหตุของทุกอย่าง มันมีที่มาที่ไปหมด ถ้าเรามองแต่ที่ปลายเหตุ มองแต่จิตใจเรา เราก็จะหาคำตอบไม่ได้ ก็จะเสียใจอยู่อย่างนั้น แต่ถ้าเราหาเหตุผลจริงๆได้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ เราแค่บอกเหตุผลให้เขาเข้าใจ พอเข้าใจแล้วเรื่องทุกอย่างก็ไม่มีอะไร ดีกว่าเอะอะเจอข่าวแล้วก็นอยด์ ข่าวพวกนี้ไม่มีผลบั่นทอนความสัมพันธ์ของเราหรอก อย่างเรื่องพี่ฮาน่า เขารู้ ผมรู้ พี่ฮาน่าก็รู้ ทุกคนเลยยิ้มขำๆสนุกๆเฮฮามากกว่า 
 
 บิ๊ก-เป้ย ช่วยกันโต้เป็นคู่รักมาเฟีย หลังมีข่าวฝ่ายชายไปเหวี่ยงดีเจจากรายการ แฉแต่เช้า คลื่น 94 อีเอฟเอ็ม ปอ วรฐก์ ปิฏากานนท์ ที่ชอบอ่าน และวิพากษ์วิจารณ์ข่าวตนกับแฟนสาวเสียๆหายๆ 
 
 บิ๊ก : พี่ปอก็รู้ว่าเราขำๆ วันนั้นไปกินข้าวกันที่ร้านแถวหน้าพระลาน เจอพี่ปอก็สวัสดี เราก็ไปแหย่เขาว่า อยู่ในสตูพี่เล่นผมซะยับเลย อยู่ตรงนี้พี่เล่นผมไม่ได้นะ เพราะเพื่อนผมทั้งนั้นเลย ผมก็ล้อเล่น แล้วก็เมาท์ต่อไม่มีอะไร ไม่มีไปยกไม้ยกมือจะไปมีเรื่องกับเขา 
 
 คนอย่างผมไม่มีไปเบ่งใคร นิสัยผมกวนๆอยู่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าพี่ปอเข้าใจผิดหรือเปล่า ถ้าเข้าใจผิดก็ขอโทษจริงๆ เจตนาผม100 เปอร์เซ็นต์ไม่มีอะไรเลย 
 
 เป้ย : ถ้าจะต่อยกัน เป้ยว่าพี่เขาน่าจะชนะ เพราะพี่เขากล้ามปูมากเลยนะ คือเป้ยรู้จักกับพี่ปออยู่แล้ว เขาก็ขอเคลียร์กับเป้ย-บิ๊กว่า บางทีออกข่าวไปมันเป็นงานก็ไม่มีอะไร เขาน่ารักก็แคร์ว่าเราจะคิดมากหรือเปล่า เพราะบางทีด้วยเนื้อข่าวค่อนข้างจะแรง เขาก็มาขอโทษเรานะ คนมองว่าเราเป็นคู่รักมาเฟียเหรอ เป้ยขาใหญ่ด้วยเนอะ (หัวเราะ) 
 
 บิ๊ก : เขาเป็นห่วงกลัวเราจะเข้าใจผิด แต่ตอนนี้เราเป็นห่วง กลัวพี่ปอจะเข้าใจเราผิด แต่เรื่องจริงคือมันไม่มีอะไรเลย 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

นางแบบชาวจีนหวิดดับ พยายามฆ่าตัวตาย หลังแฟนเก่าปล่อยคลิปกาม

March 1, 2010

           

 

 

 

 

 

 

 

 

ไจ๋หลิง นางแบบชื่อดัง ได้ทำพยายามฆ่าตัวตายหลังตกเป็นเหยื่อข่าวฉาว และเกี่ยวข้องกับประเด็นคลิปหลุด ซึ่งลือกันว่าอดีตแฟนหนุ่มของเธอเอง เป็นผู้ปล่อยคลิปดังกล่าว หวังแก้แค้นที่เคยถูกตัดความสัมพันธ์ 
 
 มีรายงานข่าวจากเมืองจีนว่า นางแบบสาวชาวจีน ไจ๋อหลิง ได้พยายามฆ่าตัวตาย แต่นับเป็นโชคดีที่เพื่อนคนหนึ่งมาพบเข้า และช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ก่อนนำตัวของเธอส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที โดยขณะนี้นางแบบคนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาล 
 
 เมื่อวันที่ 19 ก.พ. มีคลิปภาพการประกอบกิจกรรมทางเพศอันร้อนแรง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และถูกพูดถึงไปทั่ว ระหว่างหนุ่มนิรนาม และสาวสวยคนหนึ่ง ที่ชาวจีนหลายๆ จดจำใบหน้าได้ว่าคือ ไจ๋หลิง นางแบบชื่อดังที่ชาวจีนรู้จักกันดี 
 
 โดยการสืบค้นต้นตอของคลิปพบว่า มันถูกปล่อยออกมาจากห้องสนทนาในเว็บไซต์แห่งหนึ่งของจีน คาดกันว่าชายในภาพคืออดีตแฟนหนุ่มของเธอ ที่เคยคบหากันช่วงประมาณปี 2007 หลายฝ่ายสันนิฐานว่าเป็นเขาเองซึ่งเป็นผู้ปล่อยคลิปที่ว่านี้ออกมา 
 
 มีการเผยข้อมูลจากวงสนทนาในเว็บดังกล่าวว่า ชายหนุ่มผู้เรียกตัวเองว่า หยางตี้ อ้างเป็นอดีตคนรักของนางแบบสาวคนดัง ซึ่งคบหากันตั้งแต่เมื่อเธอยังเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงเมื่อ 3 ปีก่อน 
 
 อดีตแฟนเก่าคนนี้ ยังเผยว่านางแบบคนสวย ไม่ได้ไร้ประสบการณ์ในการถ่ายหนังสดลักษณะนี้ และถ่ายทำหนังส่วนตัวกับแฟนหนุ่มคนก่อนหน้ามาแล้วด้วย จนมันมันเกือบกลายเป็นเรื่องขึ้นมา สกัดความรุ่งของเธอในตอนนั้น แต่เพราะเขาใช้เส้นสายของครอบครัว จนสามารถช่วยเหลือเธอจากปัญหาในคราวนั้น และยังช่วยผลักดันให้ ไจ๋หลิง โด่งดังขึ้นมาด้วย 
 
 หนุ่มคนดังกล่าวยังให้ข้อมูลว่าเขา และครอบครัว กับอดีตแฟนสาว มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างมาก แต่เมื่อเธอเริ่มมีชื่อเสียง กลับปฏิบัติตัวแตกต่างออกไป ไม่ได้ให้เกียรติมารดาของเขาอย่างที่เคย จนกระทั่งต่อมาจึงเลิกรากันไป 
 
 หลังจากคลิปฉาวกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ไจ๋หลิง ไม่ยอมตอบคำถามในเรื่องนี้ และวางสายโทรศัพท์ทันทีเมื่อมีนักข่าวผู้หนึ่งติดต่อขอสัมภาษณ์โดยเธอ 
 
 โดยนางแบบวัย 23 ปี เลือกที่จะออกแถลงการณ์แทน ซึ่งไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธออกมาตรงๆ เพียงกล่าวว่า มีบางคนมุ่งร้าย และพยายามทำลายชื่อเสียงของเธอ และอาจใช้มาตรการทางกฎหมายตามความจำเป็นต่อไป 
 
 ขณะที่ฝ่ายต้นสังกัดได้กล่าวว่า ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องสิทธิ์ส่วนตัวของนางแบบในสังกัดคนนี้อย่างแน่นอน พร้อมวอนข้อร้องให้ผู้ที่ได้รับคลิปดังกล่าวโปรดอย่าส่งต่อให้กับคนอื่น 
 
 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาให้ข่าวว่า ยังไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีครั้งนี้ใดๆ เพราะยังไม่มีการติดต่อใดๆ จากตัวของ ไจ๋หลิง, ครอบครัว หรือต้นสังกัดของเธอ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดข่าวขึ้นเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะมีมาตรการออกมาอย่างแน่นอน … เมื่อเราได้รับรายงานทั้งหมดแล้ว เราจะเข้าไปทำคดี และเริ่มต้นการสอบสวนทันที หัวหน้าตำรวจสอบสวนประจำกรุงปักกิ่งกล่าว 
 
 มากไปกว่านั้น ข่าวการฆ่าตัวตายครั้งนี้ยังถูกตั้งคำถามจากชาวจีนบางส่วน ว่าเป็นเรื่องของการสร้างกระแสหรือไม่ โดยเฉพาะจากข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้เกี่ยวข้องไม่พยายามแจ้งความตั้งแต่ต้น นอกจากนั้นก่อนหน้านี้ไม่นานยังมีข่าวว่าผู้กำกับชาวฮ่องกงหวังจิง กำลังจะติดต่อให้เธอไปรับงานที่นั่นด้วย 
 
 ไจ๋หลิง หรือที่ชาวจีนเรียกกันว่า ชูชู นางแบบวัย 23 ปี ที่โดดเด่นในงานโฆษณาวงการยานยนต์ เริ่มต้นเข้าสู่วงการตั้งแต่ปี 2006 หลังได้รับตำแหน่งรองอันดับที่ 2 ในการประกวดนางแบบชุดชั้นในเวทีหนึ่ง รวมถึงชนะเลิศในการประกวดนางแบบระดับนานาชาติที่จัดขึ้นโดย New Silk Road ในเมืองจีนในปีเดียวกัน 
 
 ด้วยรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ หน้าตัวสวยงาม และส่วนสูงอันเป็นจุดเด่นถึง 177 เซนติเมตร ไจ๋หลิง จึงกลายเป็นที่รู้จักระดับประเทศ บล็อกส่วนตัวของเธอมีคนเข้าเยี่ยมชมหลายพันต่อวัน 
 
 นอกจากนั้นความโด่งดังของสาวคนนี้ยังเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว หลังจากมีข่าวความสัมพันธ์ของเธอ กับ จางหลิน นักกีฬาว่ายน้ำคนดังของประเทศ ที่เพิ่งคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันฟรีสไตล์ 400 เมตร ที่มีโอกาสร่วมงานถ่ายภาพแฟชั่นร่วมกันในปี 2008 ด้วย 
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

“จิม แคร์รีย์”เป็นคุณตาแล้วหลังลูกสาวคลอดหลานชายคนแรก

March 1, 2010

   

 

 

กลายเป็นคุณตาไปเสียแล้วสำหรับ”จิม แคร์รีย์”นักแสดงตลกชื่อดังของฮอลลีวูด ที่ต้องมาเป็นคุณตาในวัย 47 ปี หลังจากที่ลูกสาววัย 22 ปีให้กำเนิดลูกชาย 
 
 เจน แคร์รีย์ ลูกสาววัย 22 ปี ของพระเอกทะเล้นชื่อดัง จิม แคร์รีย์ ได้ให้กำเนิด แจ็คสัน ไรลีย์ ซานตานา ลูกชายที่โรงพยาบาลในลอสแองเจลิสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 
 
 โดยคุณตาออกอาการสุดปลื้มโพสรูปหลานชายลงในทวิตเตอร์ให้บรรดาแฟนคลับได้แห่มาร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมหลานชายคนแรกของเขา 
 
 ตามรายงานระบุว่าทั้งแม่และหนูน้อยสุขภาพแข็งแรงดี โดหนูน้อยมีน้ำหนักแรกคลอด 7 ปอนด์ 11 ออนซ์ ทางด้านแฟนสาวของจิม แคร์รีย์ อย่าง เจนนี แมคคาร์ธีย์ ก็ออกอาการตื่นเต้นที่เธอเองกลายเป็นคุณยายยังสาว โดยเธอเขียนผ่านทวิตเตอร์ว่า “ใช่แล้ว ฉันเป็นยายแล้ว! หนูน้อยผู้ชายแข็งแรงแสนน่ารัก ดร. เจย์ กอร์ดอน เป็นผู้ทำคลอดให้ ขอบคุณพระเจ้า! แจ็คสันได้อยู่ในมือของหมอที่เก่งที่สุด” 
 
 หนูน้อยแจ็คสัน นับเป็นลูกชายคนแรกของ เจน และ สามีของเธอ ที่ทั้งคู่เพิ่งแต่งงานกันไปเมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเจนเองได้กล่าวมาก่อนหน้านี้แล้วว่า เธออยากจะได้ลูกผู้ชายเพราะเธอรู้สึกดีและสบายๆมากกว่าเวลาที่อยู่ใกล้ๆกับผู้ชาย “ฉันตื่นเต้นมากเพราะว่าฉันไม่ค่อยจะไปได้ดีกับพวกผู้หญิงสักเท่าไหร่ ฉันเลยกลัวเล็กน้อยถ้าลูกคนนี้เป็นผู้หญิงเธออาจจะไม่เหมือนฉัน ฉันเลยมีความสุขมากที่ได้ลูกชาย” 
 
 ทางด้านเมลิสสา โวเมอร์ แม่แท้ๆของ เจน ที่เป็นอดีตภรรยาของจิม แคร์รีย์ ที่หย่าขาดกันไปเมื่อปี 1995 ก็ได้ออกมากล่าวว่าเธอเองก็่ตื่นเต้นเช่นกันที่ได้เป็นยาย “ฉันตื่นเต้นมากๆ เจนต้องเป็นแม่ที่ดีมากแน่ๆ” 
 
 เจน เป็นนักร้อง – นักแต่งเพลง ขณะที่สามีของเธอมีชื่อบนเวทีคือ ไนโตร จากวงร็อกแบนด์อย่าง Blood Money ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้าด้วยว่าเธออยากจะเป็นทั้งแม่ที่ดีและทำหน้าที่นักดนตรีของเธอไปพร้อมๆกัน “ฉันอยากเป็นแม่คนมาตลอด และฉันก็อยากที่จะทำงานเพลงด้วย ดังนั้นฉันจะทำสองอย่างนี้ไปพร้อมๆกัน มันเจ๋งดีนะ มันกลายเป็นฝันที่เป็นจริง” 

 

ทาทา ยัง เขี่ย อั้ม กระเด็น เบียดติด1 ใน 5 เซ็กซ์ซิมโบลที่เวียดนาม

March 1, 2010

     

 

 

 

”ทาทา ยัง” เซ็งโดนไข้หวัดเล่นงาน แต่ยังยิ้มรับตำแหน่งเซ็กซ์ซิมโบลของประเทศเวียดนาม หลังโค่นแชมป์เก่า อั้ม เข้าไปติดอันดับ 1 ใน 5 เจ้าตัวปัดไม่คิดเทียบชั้นนางเอกรุ่นพี่ พร้อมโต้นอกใจ พี่หมอ ควงหนุ่มตี๋ดูคอนเสิร์ต 
 
 โหมงานจนร่างกายทรุดล้มป่วยตลอด สำหรับนักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ อมิตา ทาทา ยัง ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ป่วยเป็นไข้หวัดตั้งแต่อยู่เมืองไทย แต่ก็ยังฝืนสังขารไปโปรโมตอัลบั้ม Ready for Love และทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศเวียดนาม ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีเกินคาด ทำเอาเจ้าตัวปลื้มอกปลื้มใจแทบจะหายไข้เลยทีเดียว ทั้งนี้ ทาทา ได้กล่าวว่าถึงจะพูดคนละภาษา แต่คนเวียดนามก็ร้องเพลงตนได้ชัดแจ๋ว และไม่คาดคิดจะมีแฟนคลับอยู่ที่นั่นเยอะมาก 
 
 ทาทาเพิ่งออกจากโรงพยาบาล เพราะเป็นหวัดตั้งแต่งานคอนเสิร์ต This is it แล้ว แต่ไม่ใช่หวัด 2009 นะคะ(หัวเราะ) อาการมันก็หนาวๆร้อนๆ พี่หมอ (หวานใจ) เป็นห่วงไหม ก็เป็นห่วงอยู่ค่ะ ส่วนคุณหมอที่โรงพยาบาลก็ต้องถามอยู่แล้วว่าไหวไหม(หัวเราะ) เราก็บอกว่าไว้ขอออกสักงาน ซึ่งถ้าหนักกว่านี้อาจจะต้องแอดมิท แต่ความจริงทาทาไม่อยากอยู่โรงพยาบาลเลย เป็นคนชอบอยู่บ้าน อาจจะต้องไปอยู่โรงพยาบาลสักคืนหนึ่งให้น้ำเกลือ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ สู้ตาย 
 
 แต่ยังไม่ทันจะหายดี ทาทาก็เดินทางไปเวียดนาม ไปทัวร์คอนเสิร์ตและโปรโมตอัลบั้ม เรดี้ ฟอร์เลิฟ ที่นั่น ก็ประสบความสำเร็จมาก ไม่เคยไปเลยเวียดนาม เป็นครั้งแรกที่ไปแฟนคลับเยอะมาก ไม่เคยคิดเลยว่าจะเยอะขนาดนี้ ร้องเพลงเราได้ แต่เราพูดภาษาเขาไม่ได้เลย พูดกันคนละภาษา แต่เขาร้องเพลงเราได้ชัดมากก็เลยภูมิใจ 
 
 เผยดีใจที่ติด 1 ใน 5 เซ็กซ์ซิมโบลของเวียดนาม และยันไม่คิดเบียดตัวแม่เซ็กซี่ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ตกกระป๋อง 
 
 ก็รู้สึกยินดีนะคะ เวลามีคนบอกว่าเราเซ็กซี่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เราคงสวยมั้ง…..สวยนิดนึงที่ได้รางวัลนี้มา แต่ไม่คิดเบียดพี่อั้มแน่นอน พี่อั้มยังอันดับหนึ่งของน้องทา แต่ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องของคนดูที่ต้องตัดสิน เราก็ไม่ทราบอันดับไหนก็ได้ แต่ขอให้อยู่ในใจของคนดู (หัวเราะ) 
 
 ที่เขาให้ทาทาติด 1 ใน5 ก็เพราะเขาประทับใจตรงที่เราอยู่วงการนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และตอนนี้ก็ยังอยู่ได้ เขาบอกว่าตอนนี้มันมาแล้วไปเร็ว แต่ในขณะเดียวกันเรายังอยู่และความสามารถคงดีอยู่ เราก็ขอบคุณมาก วันนั้นแบกร่างไปที่โน่น ก็ยังเขียนข้อความในมือถืออยู่เลยว่า ร่างแหลกแต่วิญญาณยังอยู่ เราก็รู้สึกภูมิใจกับรางวัลที่ได้ และก็ภูมิใจในทุกรางวัลที่ได้รับมา 
 
 เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อถึงภาพสวีตควงหนุ่มตี๋หน้าใหม่ ที่ดูยังไง๊…ยังไงก็ไม่ใช่ พี่หมอ ไปดูคอนเสิร์ต เจ้าตัวอ้างอาจจะเป็นน้องชาย ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ 
 
 
 คอนเสิร์ตอะไรละ (หันถามนักข่าว) อืม… คงไม่ใช่ทาทาแน่ๆ ขอคอนเฟิร์มว่าไม่ใช่ทาทาแน่ๆ หรือไม่แน่คนนั้นอาจจะเป็นน้องชาย เพราะน้องชายเพิ่งกลับมาจากออสเตรเลีย แต่ไม่ต้องห่วงไม่มีอะไร 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

ลือ กรรชัย จีบ นิวเคลียร์! “เมย์” รีบแขวะฝ่ายหญิงคงคิดได้ ไม่หลวมตัวยุ่งคนมีแฟน

March 1, 2010

       

 

 

 

 

“เมย์” ไม่รู้เรื่อง “หนุ่ม” ดอดสู่ขอกับพ่อแม่แล้ว บอกรอให้ชัดเจนก่อนค่อยพูดเรื่องวิวาห์ เผยแต่งแล้วอยากมีลูกเลย แต่ติดเป็นซีสต์ที่รังไข่ เมินข่าวฝ่ายชายดอดจีบ นิวเคลียร์ เหน็บดาราสาวรุ่นน้องคงคิดได้ ไม่หลวมตัวมายุ่งคนที่มีแฟนแล้ว 
 
 ฝ่าด่านมือที่สามที่คอยจ้องฉกแฟนหนุ่มมานักต่อนัก กระทั่งปีนี้หลัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เคลียร์กิ๊กในสต๊อกจนหมด เลยประกาศจะควงหวานใจ เมย์ เฟื่องอารมย์ เข้าประตูวิวาห์ หากพ้นปีนี้ไปแล้วก็จะไม่แต่ง และไม่นานมานี้เจ้าตัวก็เพิ่งจะดอดเข้าไปพูดคุยสู่ขอกับพ่อแม่ฝ่ายหญิง แต่ยังไม่ได้ส่งผู้ใหญ่เข้าไปสู่ขออย่างเป็นทางการ ซึ่งเรื่องนี้ เมย์ ปัดไม่อยากพูดอะไรมาก เนื่องจากตนกับแฟนหนุ่มยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ 
 
 ”อันนี้พี่หนุ่มบอกเหรอคะ ถ้าเป็นข่าวออกมาก็รอให้เป็นทางการก่อน หรือว่าลงตัวบอกแน่นอน เพราะตอนนี้มันยังไม่ลงตัว ก็เลยยังไม่อยากที่จะบอก แต่มีการคุยกับผู้ใหญ่จริงหรือไม่อย่างไร เรื่องนี้เมย์ยังไม่รู้เลย เพราะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ซึ่งเมย์กับพี่หนุ่มไม่ค่อยได้คุยกันถึงเรื่องจะไปขอหรือไม่ขออะไรยังไง ตอนนี้ต่างคนต่างก็ทำงาน” 
 
 ”ถามว่ารู้สึกกดดันมั้ย ก็รู้สึกนะ เพราะตัวเมย์เป็นผู้หญิง ถามเยอะก็เหมือนกับว่าตอบยาก พูดไปมันก็เข้าตัว ก็เลยอยากรอให้ชัวร์ก่อนดีกว่า เพราะมันอาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ที่วางไว้ก็น่าจะเป็นปีนี้ แต่มันจะคลาดเคลื่อนอะไรอีกหรือเปล่า อันนี้ไม่สามารถพูดได้ ยังไงต้องรอผู้ใหญ่ก่อน และที่คิดๆไว้ก็คงจะไม่ใช่ด่วนแน่นอน คงจะมีการวางแผน เรื่องงานแต่งงานเมย์ไม่ได้ซีเรียสยังไงก็ได้ และอีกอย่างเรื่องแต่งงานมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องรออะไรให้ชัวร์ๆ ก่อนแล้วค่อยพูดดีกว่า” 
 
 ส่วนกรณีที่ หนุ่ม กรรชัย บอกว่าแต่งปุ๊บจะปั๊มทายาททันที เจ้าตัวเผยก็อยากมีเลยเช่นกัน แต่ต้องดูสุขภาพของตัวเองก่อน เนื่องจากยังเป็นซีสต์ที่รังไข่ 
 
 ”สำหรับเมย์คงต้องดูที่ตัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพร่างกายหรืองาน เมย์ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะไม่เคยมีลูก(หัวเราะ) แต่ถ้าแต่งงานไปจริงๆ เมย์ก็อยากมีลูก แต่จะมีเลยหรือเปล่าเมย์ไม่ทราบ มันต้องดูหลายๆ อย่าง ดูร่างกายเมย์ด้วยเพราะเป็นซีสต์เป็นอะไรด้วย ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ได้กลัวอะไร กลัวเป็นมะเร็งมากกว่า แต่ไปตรวจแล้วก็ไม่เป็นอะไร” 
 
 ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ฝ่ายชายดอดไปขายขนมจีบ “นิวเคลียร์ หรรษา วัธนวงส์ศิริ” ซึ่งเป็นน้องสาวของ “อุ้ม ลักขณา” ที่ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่าวมือที่สามแย่งนักร้องหนุ่ม “อาร์ อาณัตพล ศิริชุมแสง” มาจากอก “เป้ย ปานวาด เหมมณี” ทันทีที่ได้ยินคำถาม เมย์ รีบพูดเหน็บดาราสาวรุ่นน้องว่า คงคิดได้และไม่หลวมตัวมายุ่งกับคนที่มีแฟนอยู่แล้ว 
 
 ”พี่หนุ่มตอบเรื่องนี้ไปหรือยัง ถามพี่หนุ่มไปเลย เมย์ยังไม่ทราบเหมือนกัน เพราะไม่รู้จักน้องนิวเคลียร์ และน้องเขาคงไม่หลวมตัวมั้ง สำหรับเมย์ไม่ได้หลวมตัวนะ เพราะเป็นอะไรที่แน่นอนแล้วไง ถ้าน้องเขาจะเข้ามาก็น่าจะคิดได้ว่า พี่เขามีแฟนอยู่แล้ว เขาคงจะไม่หลวมตัวเข้ามายุ่ง คงจะไม่อยากเข้ามาเป็นข่าวมือที่สามของใคร เมย์คิดว่าเขาคงคิดได้” 
 
 ”ไม่เกี่ยวกับว่าเพราะพูดเรื่องแต่งงานกับพี่หนุ่มเลยทำให้มั่นใจ คือแค่เขาดีกับเราก็พอแล้ว เรื่องแต่งงานก็เป็นแค่พิธีหนึ่ง หรือเป็นแค่กระดาษใบเดียว มันไม่จำเป็น แต่ความรักความเข้าใจและก็หลายๆอย่างมันมากกว่า ขอให้รักกันและดีต่อกันก็ดีแล้ว” 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

“อั้ม” ยินดียกตำแหน่งสาวเซ็กซี่ให้ ทาทา พร้อมรับควง โน้ต ดินเนอร์ส้มตำ

March 1, 2010

     

 

 

 

“อั้ม” ไม่ซีเรียสโดน ทาทา เบียดคว้าสาวเซ็กซี่ที่เวียดนาม รับควง โน้ต กินข้าวแต่ปัดสวีต อุบ ชมพู่ ถูก ริต้า แย่ง น็อต ไม่ปฏิเสธได้ค่าตัวเพิ่ม หลังต้องแสดงโชว์แปลกๆในงานอีเว้นท์ 
 
 ขึ้นชื่อเป็นตัวแม่เซ็กซี่ของเมืองไทย มีรางวัลมากมายการันตีมาหลายปีซ้อน แถมความเซ็กซี่ของ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ยังไปเตะตาโดนใจประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม จนได้ตำแหน่งเซ็กซ์ซิมโบลของที่นั่นไปครอง แต่ล่าสุดอั้มต้องเสียตำแหน่งดังกล่าวให้รุ่นน้อง เมื่อถูกซูเปอร์สตาร์สาว ทาทา ยัง เข้ามาเบียดติด 1 ใน 5 แทน ซึ่งเรื่องนี้นางเอกสาวตอบแบบชิลๆ พร้อมชมอีกฝ่ายน่ารักเซ็กซี่ไม่แพ้กัน 
 
 ก็แบ่งๆกันไป น้องเขาก็น่ารักเซ็กซี่ดี ที่เขายกให้เราเซ็กซี่ที่สุดก็ขอบคุณ ใครได้ก็ควรดีใจทุกคน 
 
 ส่วนที่มีภาพออกมาฟ้องว่า อั้มควงไฮโซ โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ไปดินเนอร์อย่างสวีตหวานที่ร้านอาหารแถวเอสพลานาด เจ้าตัวรับไปจริงแต่ปัดสวีต เพราะร้านที่ไปเป็นร้านส้มตำของเพื่อน ด้านความสัมพันธ์ระหว่าง น็อต วิศรุต ซึ่งเป็นพี่ชายของ โน้ต กับนางเอกรุ่นน้อง ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต ที่กำลังถูก ริต้า ศรีริต้า เจนเซ่น เข้ามาแทรกเป็นมือที่สาม เจ้าตัวขออุบไม่ออกความเห็น 
 
 
 ”อั้มไปจริงค่ะ ก็ไปกินข้าวไปกินส้มตำที่ร้านอีสานแถวนั้น เพราะเพื่อนอั้มเปิดร้านอยู่แถวนั้น ก็ไม่มีอะไร ความสัมพันธ์ก็ยังเรื่อยๆอยู่ค่ะ ส่วนเรื่องชมพู่เหนื่อยใจอีกแล้ว (หัวเราะ) เอาเป็นว่าอั้มไม่พูดดีกว่า 
 
 พักหลังๆเห็นวิ่งรอกรับงานอีเว้นท์เป็นว่าเล่น แถมแต่ละงานมักมีโชว์แปลกๆให้ทำ อย่างล่าสุดเพิ่งไปลงถ้วยกาแฟในงาน ”มหัศจรรย์ สวยด้วย…พลอยใส” เมื่อสอบถามเรื่องค่าตัวเจ้าตัวรับว่าได้เพิ่มมากกว่าเดิมนิดหน่อย พร้อมเปรยแต่ถ้าเป็นงานโชว์ให้ร้องเพลง เธอจะขอบายทันที 
 
 ”ได้รับงานอีเว้นท์แปลกๆ ก็ดีค่ะ จะได้ไม่ทำอะไรซ้ำๆ อย่างโหนสลิง ลงน้ำนม ลงถ้วยกาแฟ ซึ่งตอนนี้มีคนติดต่อให้โหนสลิงเยอะ แต่เราก็ต้องดูที่เชื่อถือได้หน่อย เพราะกลัวค่ะ แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องโชว์ร้องเพลงก็ไม่เอาดีกว่า ถ้าเป็นไปได้อย่าเลย บางทีอั้มก็อยากร้องเพลงแบบสดๆ ไม่อยากลิปซิงค์ แต่อั้มไม่ถนัดร้องเพลงสด คือร้องคาราโอเกะดีมากเพราะมาก แต่ออกมาข้างนอกไม่ได้เรื่อง 
 
 ”เรื่องค่าตัวในการรับงานที่ต้องทำอะไรเยอะๆ ก็จะได้เพิ่มจากเดิมนิดหน่อย เราจะดูคนจัดงานด้วย ถ้าสนิทกันมากก็ไม่เรียกแพงมาก แล้วแต่เขาจะให้เลย เราไม่เคยเรียกค่าตัว แต่ก็ไปคุยๆกับเขาหน่อย (หัวเราะ) มันก็แล้วแต่ความยากง่าย ความนานของงานและเรื่องของระยะทางด้วยค่ะ 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

ขวัญ ติดเรียนแบบมัธยม ทำจบช้ากว่าเพื่อน แย้มมีลุ้นสลัดผ้าถ่ายหวิว

February 28, 2010

   

 

 

ขวัญ เซ็งต้องเรียนยาว 4 ปีครึ่ง เหตุยังติดกับวิธีเรียนเมื่อสมัยมัธยม โล่งยังทันได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน ปัดได้เพื่อนชายคนสนิทช่วยติวพิเศษ บอกมีเพื่อนทุกเพศช่วยเรื่องการเรียน ยันจบแล้วไม่คิดสลัดผ้าถ่ายหวิว เพราะพ่อหัวโบราณ ขอดูกาลเทศะและความเหมาะสม อนาคตมีสิทธิ์ได้เห็น 
 
 โหมถ่ายละครอย่างหนักมาตลอด อีกทั้งยังติดกับวิธีเรียนเมื่อสมัยมัธยม เลยทำให้นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ต้องจบมหาวิทยาลัยช้า และเรียนเพิ่มมากกว่าเพื่อนอีก 1 เทอม โดยรายละเอียดในเรื่องนี้เจ้าตัวเผยอย่างเซ็งๆ ว่า ด้วยความที่เรียนเพลินอย่างสบายๆ ไม่ยอมส่งใบลายามขาดเรียน ทำให้เธอต้องเรียนยาว 4 ปีครึ่งถึงจะจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และโชคยังดียังทันได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน 
 
 ตอนนี้สอบเสร็จแล้วค่ะ แต่ขวัญต้องเรียนประมาณ 4 ปีครึ่งถึงจะจบ ก็กลายเป็นต้องเรียนปี 5 เทอม 1 อีก ซัมเมอร์ก็ยังต้องสอบ ปี 5 เทอม 1 ซึ่งถ้าเรียบร้อยก็จะได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน ก็ลุ้นค่ะ ยิ่งใกล้มันก็ยิ่งเสียว เพราะวิชาที่เราลงมันเป็นวิชาที่เขาเปิดเฉพาะเทอม 1 หรือ 2 ซึ่งมันดร็อปไม่ได้เลย ตกก็ไม่ได้ เราก็เฮ้ยอีกนิดเดียวรอลุ้นดู แต่ไม่กดดัน 
 
 ที่เลยมาอีก 1 เทอมเพราะขวัญเพลินไปหน่อย คิดว่ามันจะง่ายเหมือนตอนเรียนมัธยม ใบลาก็ไม่ได้ส่ง เวลาอาจารย์พูดอะไรเราก็บอกว่าไม่เป็นไรอาจารย์หยวนๆ เถอะ ซึ่งจริงๆ ม.กรุงเทพเขาให้ได้นะคะ เพียงแต่แค่ต้องส่งใบลาแค่นั้นเอง แต่ด้วยความที่เรามาจากโรงเรียนมัธยมมาก่อน ก็เลยไม่ได้จริงจังมาก ก็โดนเลย 
 
 ปัดมีเพื่อนชายคนสนิทช่วยติวพิเศษให้ แจงเพื่อนทุกเพศช่วยกันหมด 
 
 ขวัญโชคดีที่มีเพื่อนที่มหาลัยคอยช่วย ไม่ใช่แค่ผู้ชายอย่างเดียวที่ติวให้พิเศษ กะเทย เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ช่วยขวัญหมดทุกเพศ เพื่อนเราแสนดีหมดเลย จัดให้ได้ ตอนนี้ก็เหลือรอลุ้นคะแนนที่ออกมา ขอให้ผ่านไม่ว่าเกรดจะออกมายังไง แม้จะเป็นซีก็ตาม ขวัญก็ภูมิใจในส่วนตัวของเราเอง เพราะไม่ได้ลอกใคร เราทำด้วยความสุจริต แล้วเราก็ทำงานไปด้วย ตอนนี้ก็พยายามทำทั้งสองอย่างให้มันควบคู่กันไปเรื่อยๆ 
 
 บอกถึงเรียนจบก็ยังไม่คิดสลัดผ้าถ่ายหวิวภายใน 2-3 ปีนี้ เหตุเกรงใจพ่อ ต้องรอให้ทุกอย่างเหมาะสม และถูกกาลเทศะก่อน 
 
 ชุดว่ายน้ำไม่มีถ่ายแน่นอน แรกๆก็มีติดต่อนะ แต่หลังๆหายไปแล้ว เขาคงชิน (หัวเราะ) ที่ไม่ถ่ายเพราะยังไม่มั่นใจกับหุ่นด้วย รอไว้ก่อนดีกว่า เอาไว้ให้ร่างกายเราสวยกว่านี้ก่อนค่อยให้พี่เขามาดูกัน ถึงเขาจะทุ่มเงินไม่อั้นให้ถ่ายก็ไม่เป็นไร เงินหาเมื่อไหร่ก็หาได้ คือก็อาจจะมีถ่าย แต่ขึ้นอยู่กับกาลเวลาและความเหมาะสม อย่างเราเป็นลูกคนเล็ก พ่อเราก็หัวโบราณบ้างส่วนนึง ก็ต้องเกรงใจพ่อนิดนึง 
 
 พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เหมือนเราต้องรู้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เป็นธรรมดาของพ่อทุกคนที่ต้องเป็นห่วงลูกสาว ซึ่งถ้าจะถ่ายขวัญคงดูคอนเซ็ปต์หลายๆ อย่าง แต่คงไม่หวือหวาอะไรมาก ในช่วง 2-3 ปีนี้ก็ยังคงเห็นขวัญในระดับเดิมอยู่ ยังไม่หวือหวาไปไหน 
 
 ถามขวัญว่าอยากถ่ายชุดว่ายน้ำมั้ย ก็อยากถ่าย แต่อยากให้มันขึ้นอยู่กับกาลเทศะ และความเหมาะสมมากกว่า เพราะตอนนี้ถึงขวัญจะอายุ 21 แต่ด้วยความที่เราอยู่วงการมาตั้งแต่เด็ก ใครๆก็ยังมองว่าเราเป็นเด็กอยู่ เพราะฉะนั้นเราก็ไปเรื่อยๆ ดีกว่า 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

อาร์เอส เมิน นาธาน ซัดทอด ชี้เจตนาให้ข้อมูลผิดเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่น

February 28, 2010

   

 

 

อาร์เอส ไม่หวั่น นาธาน ซัดทอดรู้เห็นเป็นใจ สร้างหลักฐานเท็จเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2549 บอกได้ข้อมูลมาจากเจ้าตัวเอง ชี้ประเด็นให้ดูที่เจตนาของอีกฝ่าย ยันไม่คิดฟ้องกลับ เชื่อได้รับโทษโดนยิงเปล่าตายไปจากสังคมพอแล้ว ลั่นจะดูแล 2 พนักงานอย่างดีในเรื่องของคดี 
 
 หลังปฏิเสธไม่มาตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง ในที่สุดอดีตนักร้องชื่อดัง นาธาน โอร์มาน ก็โผล่เข้ามอบตัว และรับฟังข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในคดีโกงอายุเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่นเมื่อปี 2549 แต่ ทนายปุ๊ พิรวรรณ ชลพิทักษ์พงษ์ ซึ่งเป็นทนายความส่วนตัวของนาธาน ได้เป็นตัวแทนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยันว่าลูกความของตนไม่มีความผิด เนื่องจากการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนั้น ทางอดีตต้นสังกัดอย่างอาร์เอสเป็นคนเสนอส่งชื่อนาธานไปเอง 
 
 ซึ่งนาธานเห็นว่าศิลปินคนอื่นในสังกัดก็มีชื่อเสนอไป และทุกคนมีสิทธิ์เข้ารับรางวัลดังกล่าวได้หมด เลยไม่ได้ทำการคัดค้านในการถูกส่งชื่อไป และไม่ได้มีเพียงแต่นาธานเท่านั้นที่อายุเกิน แต่ยังมีศิลปินอีกหลายคนที่มีอายุเกินระดับเยาวชนเช่นกัน เจอฝ่ายอดีตเด็กในสังกัดเล่นลิ้นซัดทอดมาแบบนี้ แทนที่ผู้บริหารใหญ่บริษัทอาร์เอสอย่าง เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ จะโมโหควันออกหู บอสใหญ่ค่ายเพลงดังทำนิ่งก่อนเผยว่า ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะบอกว่าอาร์เอสเป็นคนเสนอส่งชื่อไป เพราะเป็นเรื่องจริง แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อมูลที่ยื่นเข้าไป ได้มาจากตัวนาธานเองต่างหาก 
 
 มันก็เป็นเรื่องจริงไม่แปลก อาร์เอสเองก็ยืนยันมาตลอดว่าเป็นคนยื่น แล้วเราก็ไม่ได้ยื่นเพียงท่านเดียว เรายื่นไปมากกว่า 1 คน แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่อาร์เอสเป็นคนยื่นหรือเปล่า ทุกวันนี้ที่กำลังเป็นประเด็นของสังคมคือ เจ้าหน้าที่ของอาร์เอสได้ข้อมูลมาจากนาธาน แล้วข้อมูลที่ได้มาถูกต้องหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ยื่น ผมว่าตรงนี้มันเป็นประเด็นที่กระทรวงมอง และเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรงนี้เราไม่มีข้อสงสัย 
 
 แต่จะมาบอกว่าทางเราไม่ตรวจสอบความถูกต้องเอง คือต้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำตอนนั้น อาจจะไม่ได้มีการตรวจสอบมาก เพราะข้อมูลต่างๆมาจากตัวเขาเอง ผมว่ามันไม่มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่อาร์เอส จะไปสร้างหลักฐานปลอม แต่ถ้าจะมีอาจจะเป็นเรื่องของความบกพร่อง ที่เราไม่ได้มีการตรวจสอบ คงเป็นเรื่องของความไว้วางใจกันมากกว่า เพราะเจ้าหน้าที่อาร์เอสเองก็ได้ข้อมูลมาจากตัวนาธาน 
 
 เรื่องของการจะมาซัดทอด ผมมองว่าประวัติของศิลปินถูกต้องหรือเปล่า เป็นเรื่องที่เราจะต้องตรวจสอบนับจากนี้ไป ผมคิดว่าเรื่องถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอาจจะไม่ใช่ประเด็น ผิดพลาดมากน้อยก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่เจตนาเอาความผิดพลาดนั้นไปทำอะไร ผมว่าในวงการเองไม่ใช่เฉพาะอาร์เอส อาจจะมีศิลปินบางคนใช้ชื่อไม่ตรงกับชื่อจริง หรือบอกอายุไม่ตรงกับอายุจริงก็มี แต่ผมว่าเอาที่เจตนาดีกว่าว่าเอาไปทำอะไร 
 
 เชื่อสังคมไม่มองอาร์เอสรู้เห็นเป็นใจ สร้างหลักฐานเท็จให้นาธานเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่น 
 
 ประเด็นที่คนจะมองว่า อาร์เอสรู้เห็นเป็นใจกับนาธานนั้นเคลียร์แล้วนะครับ ผมคิดว่าวันนี้สังคมเคลียร์แล้ว อาร์เอสเองก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นผู้ยื่น เพราะที่ผ่านมาเราก็ยื่นกันมาทุกปี ปีของนาธานเองเราก็ยื่นมากกว่า 1 คน ประเด็นที่เราจะเคลียร์ให้มันชัดก็คือ เจ้าหน้าที่ของอาร์เอสไม่ได้ทำหลักฐานเท็จ หลักฐานที่ได้มาจากเจ้าตัวเขาเอง แล้วก็ยังมีหลักฐานเป็นลายมือของเขาเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม 
 
 ยันไม่คิดฟ้องกลับหลังถูก นาธาน ซัดทอดความผิด แขวะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็โดนยิงเปล่าตายไปจากสังคมแล้ว ลั่นจะดูแลพนักงานตนเองในเรื่องของคดีให้ดีที่สุด 
 
 
 เรื่องฟ้องร้องผมคิดว่าวันนี้เรื่องของการลงโทษทางกฎหมายเกี่ยวกับนาธานไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างที่เฮียเคยพูดว่านาธานตายไปแล้วในสังคม ศาลจะตัดสินยังไง ผมว่าโทษมันก็คงไม่ได้มากไปกว่าจากปัจจุบัน คือนาธานเขาโดนยิงเปล่าไปแล้วสำหรับสังคม 
 
 ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาล ศาลท่านก็ต้องไปพิสูจน์กันดู ในมุมมองของอาร์เอสเอง เราแค่ต้องการให้ความจริงมันปรากฏ ผมคิดว่าเรื่องของบทลงโทษของศาลหรือของอะไร มันไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เราไม่สนใจตรงนั้น เพราะผมคิดว่าโทษที่นาธานได้รับจากสังคมมันมากกว่า อาร์เอสเองไม่ได้ซีเรียสอะไร ผมก็ดูแลพนักงานอาร์เอสให้ดี ทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นกับสังคม พนักงานของเรา 2 ท่านก็ปกติไม่มีปัญหาอะไร อย่างที่บอกว่าเฮียดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของเรามีกำลังใจดี ไม่มีอะไรซีเรียสเลย 
 
  
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าวเดินทางไปที่นี่Latitude: 13.813667 Longitude: 100.57129 
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

“จอร์จ คลูนีย์” โต้ข่าวลือขายคฤหาสน์สุดหรูในอิตาลีให้ “เบคแคม”

February 28, 2010

       

 

 

 

 

“จอร์จ คลูนีย์” ออกมาปฏิเสธข่าวการขายคฤหาสน์สุดหรูอันโด่งดังของเขาที่ “ทะเลสาบโคโม่” ในอิตาลี ให้กับครอบครัวของ “เดวิด เบคแคม” พร้อมบอกว่าเป็นรายงานข่าวมั่วๆ อีกครั้งของสื่อมวลชน  
 
 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือแพร่สะพัดว่า จอร์จ คลูนีย์ พร้อมขายคฤหาสน์ในอิตาลี ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 18 ที่เขาซื้อมาในราคา 7 ล้านเหรียญฯ ถ้าได้ราคา 30 ล้านเหรียญฯ เป็นอย่างต่ำ 
 
 โดยข่าวยังระบุว่าคฤหาสน์หลังดังกล่าวได้รับความสนใจจาก เดวิด เบคแคม อดีตกัปตันฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องการหาบ้านที่เงียบสงบ และอยู่ไม่ห่างจากเมืองมิลานที่เขาค้าแข้งอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบ้านหลังใหญ่แห่งนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งต่ออาชีพนักฟุตบอล และครอบครัวของเขา 
 
 โดยว่ากันว่าถ้าตกลงราคากันได้ คลูนีย์ และแฟนสาวชาวอิตาลี อลิซาเบ็ตต้า คานาลิส จะไปหาซื้อเกาะซักแห่งเพื่อปลูกบ้านระดับปราสาทขึ้นมาแทน แต่ในเวลาไม่นาน พระเอกชาวอเมริกัน ได้ออกมาปฏิเสธว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด 
 
 ”เพื่อให้ข่าวเรื่องนี้จบลงเสียที ผมยืนยันว่าไม่มีโครงการจะซื้อเกาะ, ไม่ต้องการขายบ้านที่อิตาลี เรื่องพวกนี้ถูกแต่งขึ้นมา, หยิบมาเล่นข่าวกัน ตอนนี้ผมปฏิเสธแล้วไง ปิดฝาโลงสำหรับข่าวมั่วๆ อีกชิ้นในหนึ่งวัน” จอร์จ คลูนีย์ ตอบอย่างชัดเจน ถึงข่าวลือที่ว่าเขาจะขายคฤหาสน์สุดหรูในอิตาลีให้กับครอบครัวเบคแคม 
 
 คฤหาสน์สุดหรูริมทะเลสาบ ของพระเอกหนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ตั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งถูกระบุว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นหนึ่งในบ้านซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในหมู่ดาราฮอลลีวูด 
 
 เมื่อตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในปี 2001 คลูนีย์ ถูกต่อต้านจากเพื่อนบ้าน ว่าจะพาความวุ่นวายมาด้วย โดยเฉพาะจากนักข่าว และช่างภาพอิสระ ซึ่งต้องยกโขยงมาเพื่อบันทึกภาพพระเอกคนดัง แต่เขาก็พร้อมพิสูจน์ว่าต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน มากกว่าจะทำตัวเป็นคนเด่นคนดัง 
 
 อย่างไรก็ตามในระยะแรกปัญหาที่หลายๆ คนกลัวก็บังเกิดขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อกองถ่ายหนังเรื่องหนึ่งของเขาเลือกใช้ละแวกนี้เป็นฉากในตอนหนึ่งของเรื่อง 
 
 ”ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อขอบคุณทุกคน ที่ยอมรับผมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนของคุณ และขออภัยสำหรับความไม่สะดวกใดๆ ที่ผมนำมาสู่ที่นี่” คลูนีย์ เขียนจดหมายให้กับเพื่อนบ้านทุกคน หลังจากกองถ่ายหนังเรื่อง Ocean’s twelve สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จากการปิดถนน รวมถึงเหล่าๆ แฟนภาพยนตร์ที่แห่มาดูดารากัน 
 
 แต่ในเวลาไม่นานพระเอกชื่อดัง ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและชุมชนได้จริงๆ มีคนเห็นเขาไปชอปปิ้งในบริเวณร้านค้าละแวกนั้นบ่อยครั้ง เหมือนชาวบ้านทั่วไป บางครั้งก็เล่นบาสเก็ตบอลกับกับเด็กหนุ่มๆ ในท้องถิ่น นอกจากนั้น คลูนีย์ ยังบริจาคเงิน และสิ่งของจำเป็นให้กับหน่วยงานท้องถิ่นด้วย 
 
 การมาของพระเอกคนดัง ยังทำให้มูลค่าที่ดิน, อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจต่างๆ คึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนเขาแทบจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่งของย่านที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไปแล้ว 
 
 ซึ่งนอกจากคลูนีย์แล้ว บริเวณทะเลสาบโคโม่ยังมีคฤหาสน์ของคนดังอย่าง มาดอนน่า, ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, และ จิอานนี่ เวอร์ซาเช่ ตั้งอยู่ด้วย 
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เฮียฮ้อ ไม่สน นาธาน โยนความผิด แขวะซ้ำ ไม่คิดฟ้องเพราะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็ตายไปแล้วจากสังคม

February 28, 2010

 

 

เฮียฮ้อ ไม่สน นาธาน โยนความผิด แขวะซ้ำ ไม่คิดฟ้องเพราะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็ตายไปแล้วจากสังคม 
 
  

 

ลือหึ่ง ฟิล์ม ขายน้ำไฮโซค่าตัวแค่หมื่นห้า เจ้าตัวโต้พร้อมปัดจูง อุ้ม ขึ้นคอนโด

February 28, 2010

     

 

 

 

ฟิล์ม เซ็งโดนกุข่าวขายน้ำให้ไฮโซ ทั้งสาวแก่และชาวเกย์ครั้งละหมื่นห้า เชื่อข่าวมั่วเดี๋ยวก็เงียบหาย ทั้งยังปัดควง อุ้ม ขึ้นคอนโด มั่นเป็นข่าวโปรโมตละคร เอ่ยปากสงสารฝ่ายหญิง ลั่นไม่จำเป็นต้องเคลียร์แฟนอีกฝ่าย เผยช่วงนี้รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน และกำลังเตรียมตัวบวชราวปลายปีนี้ 
 
 เคยตกเป็นข่าวเป็นเด็กในสังกัด เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม” สำหรับหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และแม้ที่ผ่านมานักร้องหนุ่มพยายามลบภาพด้วยการมีข่าวกับสาวๆ แต่แมงเมาท์ก็ยังคงลือกันหึ่งไม่เลิกว่า หนุ่มฟิล์มเป็นพวกอนุรักษ์ชอบไม้ป่าพันธ์เดียวกัน ล่าสุดมีข่าวเมาท์ร้อนแรงกว่าโผล่มากระหน่ำซ้ำอีกระลอกว่า เบื้องหน้าของหนุ่มฟิล์มยึดอาชีพจับไมค์ร้องเพลง แต่เบื้องหลังว่ากันว่ามีอาชีพเสริม รับจ้างนอนกับบรรดาไฮโซไม่ว่าจะเป็นสาวแก่หรือชาวเกย์ โดยมีสนนค่าตัวครั้งละ 15000 บาทเท่านั้น เนื่องจากนักร้องหนุ่มมือเปิบใช้เงินเก่ง และมักจะหมุนเงินไม่ทันตลอดเวลา เมื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังหนุ่มฟิล์ม เจ้าตัวถึงกับหน้าเครียดก่อนตอบว่า 
 
 ”ผมไม่ได้ขายตัวนะ ก็แค่รู้จักกับพี่สมศักดิ์ ชลาชล ก็ขอบคุณข่าวทุกข่าวที่ทำให้ผมแกร่ง เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ผมว่าถ้าข่าวมั่วเดี๋ยวมันก็เงียบไป เหมือนพลุแหละครับ ตัวผมไม่เสียใจ แต่แคร์แฟนคลับ และเป็นการทำร้ายคนอ่านมากกว่า เพราะผมเล่นละครคอมเมดี้ แล้วเด็กๆ ดูเยอะ กลัวเขาเข้าใจผิด สำหรับผมฉาวเยอะไม่เป็นไรครับ ชินแล้ว ข่าวแรงขนาดไหนก็ทำอะไรผมไม่ได้” 
 
 ปัดพา อุ้ม ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ขึ้นคอนโด เชื่อเป็นข่าวโปรโมตละคร รับสนิทและสงสารฝ่ายหญิงที่มีข่าว เพราะอีกฝ่ายมีแฟนแล้ว ยันยังโสดไม่คิดมีแฟน เพราะกำลังถือศีล 5 เตรียมตัวจะบวชปลายปีนี้ 
 
 ”กับอุ้มก็รู้จักกัน อันนี้ผมว่าน่าจะเป็นการโปรโมตละคร ปีศาจแสนกล หรือเปล่า แต่ด้วยข่าวแบบนี้เป็นผู้หญิงน่าจะเสียนะ น่าจะเห็นใจเขา เขาเองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย กับอุ้มจริงๆก็สนิทเวลาอยู่ในกอง แต่พอจบละครก็ไม่ได้สนิทกันแล้ว ผมไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขา แต่มีเบอร์กันครับ แต่ไม่เคยคุยกัน 
 
 ผมมีคอนโดแต่ซื้อไว้เก็งกำไรเท่านั้น ผมมีคอนโดเยอะ เอาไว้ปล่อยขายอย่างเดียว เป็นคอนโดเปล่า แม้แต่เตียงยังไม่มีเลย จะไปนอนได้ยังไงน่าจะเข้าใจผิดหรือเปล่า จริงๆอุ้มก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักนะ แต่เขามีแฟนแล้ว และเขาคงเคลียร์กับแฟนเขาได้ ผมไม่จำเป็นต้องเคลียร์ มันไม่ใช่เลยที่บอกว่าอุ้มไปคบกับแฟนใหม่ เพื่อประชดผมที่ไม่ยอมเปิดตัวว่าคบกับเขาอยู่ ผมบริสุทธิ์ใจที่จะคบเขาแบบเพื่อน 
 
 ทุกคนเป็นเพื่อนหมดครับ ตอนนี้ผมโสดไม่มีแฟน ผมไม่มีเวลามีแฟน เพราะงานเยอะ และตอนนี้ผมถือศีล 5 กำลังจะบวช ตอนแรกตั้งใจไว้เดือน 6 แต่ตอนนี้ว่าจะเลื่อนไปเดือน 10 เพราะติดถ่ายหนังเรื่องบางกอก กังฟู แล้วเดี๋ยวผมจะเรียนจบเดือน 6 นี้ แล้วเดือน 10 ก็คงบวช เรื่องงานก็เคลียร์แล้ว” 
 
 ลั่นรักไม่ยุ่งมุ่งแต่ทำงาน เผยลงทุนทำธุรกิจหลายตัวหวังสร้างอนาคต ยันยังไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า ส่วนสัญญากับอาร์เอสใกล้หมดแล้ว แต่ไม่คิดย้ายค่ายไปไหน 
 
 
 ”ตอนนี้ผมทำโปรดักชั่นทุกอย่าง ทั้งทีวี ละคร หนัง ทำบริษัททัวร์ แล้วก็ร้านไอศครีมที่พารากอน และกำลังจะขยายสาขาไปที่พระราม 3 แล้วก็เก็งกำไรคอนโด คือผมชอบลงทุน และชีวิตก็ทำแต่งาน เพราะมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ผมพยายามตัดทุกอย่างออกไปจากชีวิต รวมทั้งเรื่องผู้หญิงด้วย ส่วนงานเบื้องหน้าก็ไม่ทิ้งยังเป็นหลักอยู่” 
 
 ”สัญญากับอาร์เอสเหลืออีกไม่ถึง 2 ปี ตอนนั้นผมเซ็นสัญญา 10 ปียาวเลย และตอนนี้อยู่มา 8 ปีแล้ว หลายคนมองว่าผมทำธุรกิจ เพราะต้องการออกจากอาร์เอสไม่เกี่ยวกันเลย ตัวเฮีย (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่อาร์เอส) เองก็ไฟเขียวกับการที่เราทำธุรกิจ เฮียสอนว่าเราต้องมีจุดยืนว่าอยู่ตรงไหน ผมก็ฟังคำเฮียมาตลอด และเอามาปรับใช้ และธุรกิจที่ผมทำมันก็ไม่เคยดึงผมลงไปเลย ผมก็ทำในสิ่งที่ถนัดในวงการบันเทิง เป็นธุรกิจบันเทิงพบปะผู้คน ซึ่งถ้าผมหมดสัญญากับอาร์เอส ก็คงจะต่อสัญญาแหละอยู่ที่นี่ดีแล้ว เพราะอยู่มา 8 ปีมีความสุข ผมไม่เคยมีวันหยุดสักวันเลย” 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เชาเชา เขินปลื้ม ปาย ออกนอกหน้า ปัดโสดเพราะยังไม่ลืม นุ้ย

February 28, 2010

     

 

 

 

ดีเจเชาเชา รับแอบปลื้ม ปาย ชมเปาะน่ารัก ยังไม่จีบเพราะไม่รู้จักส่วนตัว แจงภาพควงสาวหมวยแค่น้อง ลั่นยังโสดสนิท ปัดเหตุครองตัวโสดเพราะยังไม่ลืมอดีตรัก นุ้ย บอกโอกาสรีเทิร์นมีน้อย แต่ยังพอมีหวัง 
 
 เป็นหนุ่มอารมณ์ดีเจ้าสำราญที่ยังครองตัวเป็นโสด สำหรับดีเจร่างอวบ เชาเชา เชาวลิต ศรีมั่นคงธรรม ที่ตั้งแต่เลิกรากับสาวเซ็กซี่ นุ้ย เกศริน เอกธวัชกุล เจ้าตัวก็ยังไม่ลงเอยปักใจกับสาวไหน แม้จะมีภาพปาปารัซซี่ควงสาวไม่ซ้ำหน้าออกมาก็ตาม ล่าสุดผู้สื่อข่าวสืบทราบมาว่า ตอนนี้เจ้าตัวกำลังหลงใหลแอบปลื้มดาราสาวหน้าใหม่จากภาพยนตร์เรื่อง 32 ธันวา ปาย สิตางศุ์ ปุณภพ พอไปสอบถามดีเจเชาเชาก็ทำท่าเขินอาย ก่อนรับว่าเป็นเรื่องจริง 
 
 คือผมดูหนังเรื่อง 32 ธันวา มา ก็รู้สึกว่าน้องปายน่ารักดี แต่ไม่ได้จีบ ไม่รู้จักน้องเป็นการส่วนตัว แต่ชื่นชมผลงานว่าเขาน่ารักดี ก็ได้มีโอกาสเจอตัวจริงแล้ว แต่ไม่เคยได้คุยกัน เพราะน้องเขาไม่รู้ว่าผมชื่นชอบการแสดงของเขา แต่ถ้าได้คุยจริงๆก็ดีครับ เราก็เป็นพี่เป็นน้องกันได้ น้องเขาน่ารักแอบปลื้มอยู่ พอเห็นหน้าก็รู้สึกว่าทั้งแป้งและสบู่ ทั้งน่ารักและแคร์ เวลามองหน้าเขาแล้วรู้สึกว่าได้อมยิ้มกลับมา แต่ไม่ได้คิดไปไกลอะไรขนาดนั้น เพราะยังไม่รู้จักกันด้วย 
 
 ส่วนสถานะหัวใจตอนนี้ ดีเจอารมณ์ดียันว่ายังโสด พร้อมแจงภาพควงสาวหมวยนอกวงการ เป็นแค่น้องที่รู้จัก ที่สำคัญฝ่ายหญิงมีแฟนแล้ว ถ่อมตัวไม่ได้หน้าตาดีถึงขนาดจะไปเป็นมือที่ 3 ของใคร 
 
 ตอนนี้สถานะหัวใจผมก็โอเค ใจมาขาก็เดิน ใจไม่เพลินก็อย่าเดินให้มันเหนื่อยหัวใจ ยังไม่มีใครกุมหัวใจครับ ตอนนี้จัดรายการไปเรื่อยๆ ยังไม่คาดหวังหรือโหยหาความรัก แต่ล่าสุดที่มีภาพควงสาวหมวยอันนั้นเป็นน้องที่รู้จักกัน วันนั้นไปงานหนังสือแพรว ผมก็ไปนั่งเชียร์น้องอีกคนนึง ส่วนน้องคนนั้นอยู่กันตนา แล้ววันนั้นเขาไปหลายคน เราก็ไปทานอาหารด้วยกันที่พารากอน ก็เลยมีภาพนั้นมา 
 
 เขายังไม่ใช่ตัวจริงของผม ตอนนี้ยังไม่ศึกษาใครเป็นพิเศษ ก็ยังอยากมีคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี ถ้าใช่คงมีมาเร็วๆนี้ คือเราไม่ได้คุยขนาดนั้นว่าเป็นแฟนกัน เขาเป็นรุ่นน้องที่รู้จักกันไม่นาน น้องเขาก็น่ารักดี แต่รู้สึกว่าเขาจะมีแฟนอยู่แล้ว ผมคงไปเป็นมือที่ 3ไม่ได้หรอก ถ้าเป็นมาริโอ้ (เมาเร่อ) หรือดีเจกันต์ (กันตถาวร) คงเป็นมือที่ 3 ได้ ของผมเป็นมือที่สวยกับสาวมากกว่า 
 
 ตอนนี้ก็ไม่ได้ปิดตัวเอง อยากเจอคนที่ถูกใจแต่ยังไม่เจอ ผมชอบแบบใจมาขาก็เดิน ใจไม่เพลินก็อย่าเดินให้มันเหนื่อยหัวใจ รถยนต์ยังวิ่งตลอด ใจเชาเชาก็ยังเดินหน้าตลอดไม่มีวันจอดนะจ๊ะ ถ้าอยากเป็นคู่รักคู่ใหม่ของวงการก็รีบเดินมาหาพี่นะครับ 
 
 ปัดเหตุที่ยังครองตัวเป็นโสด เพราะยังลืมอดีตรัก นุ้ย เกศริน ไม่ได้ เผยทั้งคู่ยังเป็นพี่น้องที่ดี แย้มโอกาสรีเทิร์นแม้จะเปอร์เซ็นต์น้อย แต่ยังพอมีหวัง 
 
 บางคนคาดเดากันไปว่า ที่ผมเป็นแบบนี้เพราะยังไม่ลืมนุ้ย คือกับนุ้ยตอนนี้ก็เป็นพี่เป็นน้องกัน ยังปรึกษาคุยกันอยู่ บางทีเขามีปัญหาเรื่องการทำงานก็จะปรึกษา เราก็คอยให้กำลังใจมากกว่า ความรู้สึกดีๆยังมีให้กันอยู่ แต่พัฒนาเป็นอย่างอื่นคงลำบาก เพราะเราเคยคบกันรู้จักกันแล้ว ถ้าสถานะที่เป็นอยู่มันแฮปปี้กว่าคบกัน แบบนี้ก็น่าจะดีกว่านะ 
 
 โอกาสรีเทิร์นเท่ากับศูนย์ ค่อนข้างน้อยแต่ไม่แน่ครับ แบทแมนยังรีเทิร์นได้ แต่ถ้ากลับมาก็คิดกันเยอะนิดนึง เพราะคนที่แพ้ต้องดูแลตัวเอง จบแบบซ้ำๆ ก็เจ็บแบบช้ำๆ ต้องศึกษากันนานพอสมควร เหมือนเราเคยขับรถแล้วมันคว่ำ เวลาขับรถเร็วๆก็เริ่มแหยงไง เราไม่กล้าเหยียบมิดเท่าไหร่ ต้องค่อยๆประคองไปเรื่อยๆ แต่ถ้าระบบเซฟตี้ดีมาก 180 ก็ลุย ยังไม่แน่ครับ ถ้ามีอะไรก็จะบอกแล้วกัน 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

ป๊อก ป้อง นัท-อั้ม ควงทำบุญเปล่าหลบสวีตที่อินเดีย โต้แทนฝ่ายชายแสร้งสนธรรมะ ทำคะแนนจีบม่ายสาว

February 28, 2010

     

 

 

 

ป๊อก เชลซี รับ อั้ม ควง นัท ไปอินเดีย แต่ไปทำบุญปัดหลบไปสวีตที่ต่างประเทศ ชมพระเอกหนุ่มนิสัยดี เชื่อเปล่าสนใจธรรมะ เพราะต้องการทำเอาใจฝ่ายหญิง งดออกความเห็นเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่แย้มถ้าคนสองคนชอบอะไรเหมือนกัน ก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้คบกันยืด 
 
 ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ใกล้ชิดกับคู่รักที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้ อย่างม่ายสาวพราวเสน่ห์ นัท มีเรีย เบนเนเดตตี้ และพระเอกปากแดง อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ โดยเมื่อวันที่ทั้งคู่เดินทางไปทำบุญที่ประเทศอินเดียด้วยกัน มีภาพออกมาให้เห็นกันว่าช่างตัดผมชื่อดัง ป๊อก เชลซี หรือ ศุภกิจ เมฆอำนวยชัย ก็ได้เดินทางร่วมทริปดังกล่าวด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า นัท-อั้ม ควงกันไปอินเดีย แต่ไปทำบุญเนื่องจากเป็นสายมังสวิรัติเดียวกัน เปล่าควงกันไปสวีตตามที่มีกระแสข่าวมา 
 
 จริงๆ แล้วเรา นัทและอั้มจะไปไหว้พระที่อินเดียด้วยกันบ่อย เพราะถือการนั่งสมาธิ และเป็นมังสวิรัติสายเดียวกัน และการไปครั้งนี้ไม่ได้ไปตามที่หนังสือเขียนว่าไปสวีตกัน เราไปถือศีลต่างหาก ไปกินมังสวิรัติแล้วก็ขึ้นเขาที่อดาบาเดสในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์มาก จะเป็นเขาที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับพระนารายณ์ คนที่อยู่ในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นทอม ครูซหรือคนโด่งดังหลายคน จะไปขึ้นเขาที่นี่ เพราะถือว่าไปยากที่สุด 
 
 การไปครั้งนี้เราไปสวดมนต์ อธิษฐานจิต แล้วก็กินมังสวิรัติกันร่วม 3 วัน เขาก็อิ่มบุญกันนะ เพราะนัทเป็นคนจะนึกถึงแม่เขามาก เขาตั้งใจทำตรงนี้เพื่อให้แม่เขา ส่วนตัวอั้มก็ทำให้กับครอบครัวเขาเหมือนกัน เขาก็คงจะชอบอะไรอย่างนี้ ไปครั้งนี้เราไปกันแค่ 4 คนมีเรา นัท อั้ม แล้วก็ญาติของนัทคนหนึ่งเท่านั้น 
 
 ชมพระเอกหนุ่มเป็นคนดี และสนใจหลักศาสนาพุทธมาก เชื่อเปล่าหันหน้าเข้าธรรมะ เพราะต้องการเอาใจ นัท 
 
 อั้มเป็นเด็กดีนะ เราเห็นเขามาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ตอนเป็นนายแบบ แต่เพิ่งมาสนิทกันตอนระยะหลังๆ ก็มีกินข้าวด้วยกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไปวัดกัน เขาเป็นคนที่สนใจเกี่ยวกับศาสนาพุทธมาก เขาจะถามเกี่ยวกับการนั่งสมาธิว่าทำให้ถูกทำยังไง แล้วเขาก็เรียนรู้ได้ถูกต้อง ทำได้ถูกต้อง 
 
 อั้มหวังทำคะแนนจีบนัทเหรอ คนเราถ้าทำอะไรเหมือนกัน มันก็น่าจะคบกันได้ดีไม่ใช่เหรอ ถึงจะไม่เป็นแฟนกัน เป็นเพื่อนกันมันก็คบกันได้นานมากกว่าเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ เราว่าดีนะเพราะอย่างน้อยๆก็มีกิจกรรมร่วมกัน ถามว่าทำเพื่อเอาใจมั้ย คิดว่ามันไม่เกี่ยวกับเอาใจนะ เพราะทำอะไรร่วมกัน มันก็ง่ายที่จะต้องปฏิบัติตัวเพื่อที่จะให้เข้ากัน 
 
 งดออกความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ นัท-อั้ม บอกให้ดูกันไปนานๆ แต่เชื่อถ้าคนสองคนทำอะไรเหมือนๆ กัน น่าจะทำให้คบกันได้ยืด 
 
 สำหรับคู่นี้เราไม่ขอออกความเห็นมาก แต่คิดว่าคนเราถ้ามาในเส้นทางสายเดียวกัน ก็ต้องใช้เวลาในการศึกษากัน ทำอะไรที่เหมือนๆ กันมันก็น่าจะคบได้นานขึ้น เพราะอย่างน้อยๆ มีสิ่งที่มาสัมผัสร่วมกันที่ถูกต้อง และคนที่เข้าใจกัน มันก็น่าจะทำงานร่วมกันในสังคมได้ดี 
 
 ลองดูกันไปนานๆ ดีกว่า เพราะเราเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน ด้วยรากฐานทั้งหลายมันต้องพิสูจน์เวลาของคนว่ามันจะแค่ไหน แต่คิดว่าเขาเป็นคนดีทั้งคู่ และเป็นคนที่รักครอบครัวทั้งคู่ ฉะนั้นเรื่องอนาคตเราไม่ต้องไปพูดถึง พูดแต่ว่าคบกันให้นานๆดีกว่า แล้วก็ใช้ระยะเวลาร่วมกันในทางที่ถูกต้อง 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

“อ๊อฟ” ทำใจข่าวฉาวรุม ยันสัมพันธ์ ทับทิม หมดสิทธิ์พัฒนา

February 28, 2010

     

 

 

 

“อ๊อฟ” ทำใจโดนข่าวฉาวรุม รับแอบกังวลข่าวทำให้ภาพลักษณ์ตัวเอง และฝ่ายหญิงเสียหาย แต่ได้กำลังใจดีจากแม่ ส่วนกรณีกิ๊กนางเอกใหม่ ทับทิม เจ้าตัวบอกเป็นเรื่องปกติ ที่เล่นละครเรื่องไหนก็เป็นข่าวกับนางเอกคนนั้น ยันไม่มีโอกาสพัฒนาแน่นอน 
 
 ก่อนหน้านี้โดนข่าวฉาวรุมกระหน่ำตลอด จนแทบไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นข่าวลืมภาษาถิ่นซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ข่าวเป็นเกย์สารพัดประเด็น รวมทั้งข่าวกิ๊กกับสาวทั้งในและนอกวงการ แต่พักหลังมานี้ดูเหมือนกระแสข่าวของพระเอกหน้าไทย อ๊อฟ ชนะพล สัตยา จะดูเงียบเหงาลงไป ไม่ค่อยมีออกมาให้อัพเดทกันสักเท่าไหร่ ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวกล่าวว่าทำใจแล้วกับข่าวที่จะถาโถมเข้าหาเป็นช่วงๆ 
 
 ”เรื่องข่าวผมทำใจอยู่แล้วว่าต้องมีบ้างเป็นช่วงๆ แต่ช่วงที่ผมอยากจะทำตัวเองให้ดี ไม่ค่อยจะให้ข่าวมันเกิดออกมา เหมือนจะเก็บตัวเพื่อที่จะรับงานเต็มที่ อย่างที่ผ่านมาพอมีละครผมจะเก็บตัว แล้วก็เตรียมการแสดงเพื่อที่จะให้งานออกมาดี และเป็นที่พอใจของผู้ใหญ่ แต่พอมีข่าวออกมาผมก็กังวลเรื่องคนรอบข้างและภาพลักษณ์ เพราะคนที่เป็นข่าวกับเรา เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย ถ้าเป็นข่าวกับผู้หญิง เราเป็นผู้ชาย ความเสียหายของเรามันค่อนข้างที่จะน้อยอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เสียหายเลย แต่เราไม่อยากเป็นเหตุทำให้เขามีข่าวแบบนี้ออกมา” 
 
 ”เรื่องเตรียมรับมือข่าวฉาว ช่วงแรกผมยังตั้งหลักไม่ทัน และข่าวก็ค่อนข้างจะแรง พอมาถึงปุ๊บเรายังไม่ค่อยเก่งด้านนี้ ยังใหม่อยู่ แต่หลังๆ เริ่มรับสภาพตัวเองได้ ซึ่งก็ท้อเหมือนกัน แต่ได้กำลังใจดีครับ คุณแม่ก็ให้กำลังใจ เพราะเรื่องข่าวถ้าเราเครียดมาก หรืออะไรกับมันมาก เราก็คงไม่ต้องทำอะไรเลย ดังนั้นอย่าไปซีเรียส ข่าวก็คือข่าว เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดพอ” 
 
 ล่าสุดเจ้าตัวได้เล่นละครคู่กับนางเอกหน้าใหม่ “ทับทิม อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์” ที่เคยมีข่าวกิ๊กกั๊กกันมาก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่ากลัวเป็นการตอกย้ำกระแสข่าวเดิมๆ หรือไม่ พระเอกหนุ่มเผยว่า 
 
 ”เล่นคู่กับน้องทับทิมไม่กลัวมีข่าวครับ เพราะเป็นปกติที่ผมเล่นละครกับใคร ก็ต้องมีข่าวกับคนนั้น และโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กับน้องทับทิม ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เราคงเป็นได้แค่พี่น้อง ถามว่าสเปคผู้หญิงของผมเป็นยังไง ก็เป็นเหมือนเดิม ที่สำคัญผมชอบผู้หญิง ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าผมเป็นเกย์ จึงอยากให้เข้าใจกันได้อย่างถูกต้อง 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เจี๊ยบ ประกาศปิดอู่ ควง อ้อม ลุยเบื้องหลังผลิตรายการทีวี

February 28, 2010

   

 

 

เจี๊ยบ โสภิตนภา ประกาศชัดขอปิดอู่มีลูกชาย เบนเน่ เพียงคนเดียว เหตุชีวิตครอบครัวกำลังลงตัว และกำลังมุงานเบื้องหลังอย่างหนัก ควงเพื่อนซี้ อ้อม ผลิตรายการทีวีจริงจัง เตรียมลุยทำเพิ่มเสนอช่องอื่น 
 
 
 เคยเอ่ยปากอยากมีทายาทเพิ่มอีกสัก 1-2 คน เอาไว้ให้เป็นเพื่อนเล่นกับลูกชาย น้องเบนเน่ แต่ตอนนี้นางเอกสาว เจี๊ยบ โสภิตนภา ชุ่มภาณี เกิดเปลี่ยนใจ อยากมีลูกเพียงคนเดียวซะแล้ว เนื่องจากชีวิตครอบครัวกำลังลงตัว และกำลังลุยทำงานเบื้องหลังผลิตรายการทีวีอย่างจริงจัง ทำให้ไม่ค่อยมีเวลา ซึ่งสามี เบียร์ ธิตินันท์ ก็เห็นดีเห็นงามตามใจเจ้าตัวทุกอย่าง 
 
 ตอนนี้ตัดสินใจกันไว้ว่าจะมีลูกแค่คนเดียว หลังจากที่เคยบอกว่าจะมีสักคนสองคน เพราะช่วงนี้ทุกอย่างมันลงตัว ทั้งการงาน ตัวลูกเอง แล้วก็ครอบครัวก็มีความสุขกันดีสามคน ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ก็โอเค แต่ถ้าจับพลัดจับผลูอยากจะมาอีกคนก็ไม่ว่า แต่ไม่ได้แพลนว่าจะมีแล้วค่ะ คือตอนนี้มันเหมือนเป็นเพื่อนกันสามคน พี่เบียร์ เจี๊ยบ เบนเน่ ไปไหนก็ไปด้วยกันสามคน เหมือนเป็นพาร์ทเนอร์กัน แต่ถ้ามีเบบี๋อีกคนเราคงต้องอ้วนใหม่ เบนเน่อายุ 4 ขวบแล้ว เขาก็บอกอยากมีน้องมาก เราก็บอกไปว่าเบนเน่เล่นกับแม่ก็ได้ 
 
 เผยจับมือเพื่อนซี้ อ้อม พิยดา อัครเศรณี ลุยทำรายการ เจี๊ยบอ้อม และจะลงมือทำรายการทีวีกันอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมไปเสนอรายการเพิ่มกับช่องอื่น 
 
 
 ตอนนี้เจี๊ยบกับอ้อมต้องการลุยเรื่องทีวีกันอย่างจริงจัง คือรายการ เจี๊ยบอ้อม ที่ออนแอร์ช่อง 3 ตอน 8 โมงครึ่ง ปัจจุบันเจี๊ยบกับอ้อมก็ทำกันเอง 2 คน เป็นโปรดิวเซอร์เอง ทำสคริปต์เอง เป็นพิธีกรเอง เสื้อผ้าก็ช่วยกันหาเอง ทำทุกอย่างยกเว้นไม่ได้แต่งหน้าเองเท่านั้น แล้วก็กำลังตั้งใจว่าหลังจากนี้เราจะไปคุยกับหลายๆ ช่องเพื่อที่จะหารายการทำต่อ 
 
 ที่ตั้งใจทำงานนี้อย่างจริงจัง ก็เพราะเราเล่นละครกันมานาน อ้อมก็เป็น 10 ปี เจี๊ยบก็เข้าปีที่ 8 แล้ว เราอายุก็มากขึ้น บทบาทที่ได้เล่นก็หลากหลาย เลยตั้งใจว่าอยากจะมาจับเรื่องรายการกันอย่างเต็มตัว อย่างตอนนี้ที่ทำถึงแม้จะเป็นรายการ 5 นาที แต่เหมือนเป็นโรงเรียนที่เราได้เรียน สองคนนี่เที่ยงคืนก็ยังไม่ได้นอน ยังนั่งทำสคริปต์กันอยู่ ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดี 
 
 คือเราเคยแต่เป็นพิธีกรกันทั้งคู่ อ้อมก็ทำ วันวานยังหวานอยู่ ส่วนเจี๊ยบก็ทำ ฟ้าเมืองไทย เราไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขามีทุกอย่างมาให้เราหมดแล้ว พอต้องมาทำเองก็เลยรู้ว่าจริงๆ มันเหนื่อยมาก แต่ก็คุ้มค่ะ เหมือนเราเข้าโรงเรียนใหม่สนุกดี จริงๆ แล้วบริษัทนี้เป็นของคุณภูริ (หิรัญพฤกษ์)นะคะ เราจะให้ภูริทำก็ได้ แต่เราจะไม่ได้อะไรเลย เลยคิดว่าถ้าเราเรียนรู้ที่จะทำเองได้ ก็จะได้รู้ว่าใครชอบทำอะไร อย่างอ้อมก็จะมีให้แฟนคลับเข้าไปเช็คในเว็บไซต์ได้ด้วย 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

สุดเศร้า! โรคติดเชื้อกระแสเลือดคร่าชีวิต กำธร สุวรรณปิยะศิริ

February 28, 2010

 

 

วงการบันเทิงเพิ่งจะเสียน้ำตาให้กับ 2 นักร้องคุณภาพระดับตำนานอย่าง หยาด นภาลัย และ บุษยา รังสี ไปหมาดๆ ล่าสุดคนบันเทิงต้องร่วมกันปาดน้ำตาอีกครั้ง เมื่อดาราอาวุโส และนักพากย์ชื่อดังอย่าง กำธร สุวรรณปิยะศิริ ได้เสียชีวิตลงวันนี้ (27 ก.พ.)ด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือดที่รพ.ราชวิถี ในวัย 75 ปี โดยจะมีพิธีรดน้ำศพที่วัดมกุฏกษัตริยารามฯ วันที่ 1 มีนาคมนี้ 
 
 สำหรับประวัติของ กำธร สุวรรณปิยะศิริ เกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2478 เป็นนักแสดงละครโทรทัศน์รุ่นแรกของช่อง 4 บางขุนพรหม และมักจะได้รับบทคู่พระ-นางกับ อารีย์ นักดนตรี และมีชื่อเสียงอย่างมากจากเรื่อง ขุนศึก เมื่อปี 2502 
 
 ระยะหลังนอกจากจะเป็นนักแสดงมากฝีมือในทุกบทบาทที่ได้รับ กำธร ยังทำงานเป็นนักพากย์ในละครโทรทัศน์ ทั้งบทดีและร้าย แต่ผลงานที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงคือ เสียงพากย์ เปาปุ้นจิ้น ซีรี่ส์จากฮ่องกง ที่ฉายทางช่อง 3 
 
 นอกจากนี้ กำธร ยังเคยได้รับรางวัลเกียรติยศคนทีวี ในพิธีประกาศผลรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2547 ร่วมกับ จรัล เพ็ชรเจริญ (สีเทา) และ อารีย์ นักดนตรี ในส่วนของชีวิตครอบครัวเขาได้สมรสกับนางเอกละครช่อง 4 บางขุนพรหม นันทวัน เมฆใหญ่ ที่เคยแสดงร่วมกัน และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

Next Page »