ทีโอทีหั่น 3G เหลือ 2 หมื่นล้าน

February 28, 2010

   

 

 

ทีโอทีหั่นงบโครงการ 3G ทั่วประเทศเหลือไม่เกิน 2 หมื่นล้าน เตรียมเสนอบอร์ดวันนี้ (26 ก.พ.) พร้อมทุ่มพันล้าน ขยายโครงข่ายในกทม.และปริมณฑล เพิ่มความเร็วเป็น 14.4 Mbps หลังตลาดคึกคัก คาดกลางปีนี้ขายได้ 5 แสนเบอร์ 
 
 นายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีได้เตรียมงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายและติดตั้งโครงข่าย 3G เพิ่มเติมในกรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ นนทบุรี ที่สัญญาณยังไม่ครอบคลุม รวมถึงการขยายออกไปในต่างจังหวัดโดยเน้นเมืองท่องเที่ยว และแหล่งอุตสาหกรรม อาทิ พัทยา ชลบุรี เชียงใหม่ ที่มีความต้องการใช้งานด้านการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง 
  
 สำหรับโครงข่ายที่จะสร้างเพิ่มเติมดังกล่าวมีความเร็วในการใช้งานถึง 14.4 Mbps โดยคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ในเดือนเม.ย.ที่จะถึงนี้ ในขณะที่โครงข่ายเดิม จำนวน548 สถานีมีความเร็วในการใช้งาน 7.2 Mbps ซึ่งทีโอทีมีแผนที่จะเพิ่มความเร็วเป็น 14.4 Mbps พร้อมโครงการขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ 
 
 ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนผู้ใช้งาน 3Gจะมีจำนวนถึง 5 แสนเลขหมายได้ภายในครึ่งปีนี้ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ทีโอทีวางไว้เมื่อเปิดบริการ 3G อย่างเป็นทางการในวันที่ 3ธ.ค.52 โดยปัจจุบันมียอดจำหน่ายเลขหมายไปแล้วประมาณ 2-3 แสนเลขหมาย นอกจากนี้ หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนธุรกิจการลงทุนโครงข่าย 3G ทั่วประเทศให้ทีโอทีดำเนินการ ก็จะเตรียมยื่นขอเลขหมายจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพิ่มอีก 1 ล้านเลขหมายเพื่อรองรับการใช้งานทั่วประเทศต่อไป 
 
 สำหรับการประชุมบอร์ดทีโอทีในวันที่ 26 ก.พ.นี้ ฝ่ายบริหารเตรียมนำแผนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้งหลังจากที่ผ่านมาฝ่ายบริหารต้องนำแผนธุรกิจมาแก้ไขในส่วนของมูลค่าโครงการ 3G ทั่วประเทศให้เหลือไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท เพราะการจัดทำแผนธุรกิจก่อนหน้านี้ได้นำมูลค่าโครงการ และค่าซ่อมบำรุงอุปกรณ์มารวมกันทำให้มีวงเงินอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท 
 
 ทั้งนี้ คาดว่าประมาณกลางสัปดาห์หน้าจะสามารถเสนอแผนธุรกิจ3G ให้ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอให้ครม.อีกครั้งหนึ่ง 
 
 ร.ต.หญิงระนองรักษ์ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้ทีโอทีไปเร่งดำเนินการติดตั้งโครงข่าย 3Gในพื้นที่ที่ยังไม่มีสัญญาณครอบคลุม อาทิ อาคารสูง แหล่งชุมชนเกิดใหม่ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวแหล่งอุตสาหกรรม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความต้องการใช้งานสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง 
 
 แหล่งข่าวจากทีโอที กล่าวว่า นพ.ระเฑียร ศรีมงคล โฆษกบอร์ดทีโอที ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการบอร์ดโดยให้เหตุผลว่ามีภารกิจมาก ซึ่งขณะนี้บอร์ดได้อนุมัติตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างการทาบทามนางธนนุช ตรีทิพยบุตรเลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ให้เข้ามาทำหน้าที่ดังกล่าวแทน 
 
 ประมวลข่าวที่เกี่ยวข้องกับ 3G TOT : 
 
TOT 3G อัพสปีด 14.4M 
 
 Company Related Links : 
 
TOT 

 

ไมโครซอฟชนะคดี ศาลสั่งปิดบริษัทต้นเหตุ บอทเน็ต

February 28, 2010

 

ไมโครซอฟท์ชนะคดี ศาลสั่งระงับ 277 โดเมนเนมที่คาดว่าจะเป็นต้นเหตุของการกระจายบอทเน็ต ซึ่งปัจจุบันไวรัสประเภทนี้กำลังแพร่ระบาดบนคอมพิวเตอร์กว่า 75,000 เครื่องทั่วโลก 
 
 วอล์ สตีท เจอร์นัล รายงานว่า บริษัทผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ อย่างไมโครซอฟท์ได้รับอนุญาตจากศาลให้ระงับการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก ที่บริษัทเวอริไซน์ (VeriSign) ซึ่งเป็นจำเลยในคดีการกระจายสแปม และขโมยรหัสที่เป็นอันตราย ต่อคอมพิวเตอร์ 
 
 ผู้พิพากษาเมืองอเล็กแซนเดีย รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เวอริไซน์ต้องระงับการให้บริการโดเมนเนม 277 ชื่อ ที่ไมโครซอฟท์อ้างว่าโดเมนดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกับ บอทเน็ต ซึ่งเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่แฮกเกอร์สามารถควบคุมการใช้งานได้ในระยะไกล ทั้งนี้บริษัทพยายามเร่งตัดช่องทางการการสื่อสารของบอทเน็ต ก่อนที่จะแพร่กระจายเข้ามาในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 
 
 วันจันทร์ที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่ามีเหยื่อของบอทเน็ตออกมาแสดงตัว ทำให้ผู้พิพากษาต้องออกคำสั่งปิดบริษัทเวอริไซน์ ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต และรับจดทะเบียนโดเมนเนม เป็นการชั่วคราว 
 
 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท เน็ทวิทเนส ซึ่งทำธุรกิจด้านความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต ออกมาเปิดเผยว่า ไวรัสประเภทนี้กำลังเป็นที่แพร่หลายบนคอมพิวเตอร์กว่า 75,000 เครื่อง ใน 2,500 องค์กรทั่วโลก รวมถึงบัญชีผู้ใช้บริการเว็บไซต์เครือข่ายสังคม 
 
 Company Related Link : 
 
Microsoft 
 

ซัมซุงบุกตลาด B2B ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้า 50%

February 28, 2010

       

 

 

 

 

ซัมซุงต่อยอดความสำเร็จองค์กร (Business to Business – B2B) รุกหนักกลุ่มธุรกิจไอทีอย่างต่อเนื่องภายใต้แนวคิด โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ ด้วยการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีความคุ้มค่าและดีไซน์สวยงามพร้อมรองรับการทำงานเชิงธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ นำโดยผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด นวัตกรรมใหม่ที่คาดว่าจะสร้างความฮือฮาให้แก่ตลาด เน้นจัดกิจกรรมร่วมกับพันธมิตรด้วยโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กรสิ้นปีนี้ 50% พร้อมผลักดันยอดรายได้ 20% 
 
 นายบุญเลิศ วิบูลย์เกียรติ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ซัมซุงมีแนวการทำตลาดเชิงรุกในช่องทาง B2B ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ไอทีอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการขยายทีมงานระดับมืออาชีพกว่า 100 คน และสุดยอดนวัตกรรมไอทีที่หลากหลายรองรับทุกความต้องการ รวมถึงรูปแบบการนำเสนอและบริการหลังการขายที่โดดเด่นประทับใจ 
 
 ความแตกต่างของซัมซุงกับผู้ประกอบการรายอื่นในตลาดอยู่ที่ซัมซุงไม่เน้นขายผลิตภัณฑ์แบบแยกชิ้น และขายผลิตภัณฑ์ในราคาถูก แต่จะเน้นไปที่การขายแบบ โททอล โซลูชัน โพรไวเดอร์ หรือการเป็นผู้นำเสนอสินค้าและให้บริการโซลูชั่นครบวงจร โดยอยู่บนพื้นฐานความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งตรงนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เพราะติดต่อซัมซุงเพียงที่เดียวก็สามารถมีสินค้าบริการได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยนอกจากสินค้าที่หลากหลายครบวงจรแล้ว ซัมซุงยังใช้ความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำระดับโลกด้านเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีการควบรวมดิจิตอล ในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม 
 
 ล่าสุดซัมซุงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาดกลุ่มธุรกิจองค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ อาทิ ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ด (Samsung Electronics Board) รุ่น 650TS เปิดกว้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่สามารถเขียนลงหน้าจอด้วยระบบสัมผัสได้ทันที พร้อมเครื่องมือพิเศษต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ โดยจอจะมีขนาดประมาณ 65 นิ้ว ซึ่งอาจจะเปรียบเสมือนไวท์บอร์ดฝังระบบคอมพิวเตอร์ไว้ เครื่องถ่ายเอกสารสีซัมซุง(Samsung Color PhotoCopier) รุ่นMultiXpress8385ND โดดเด่นด้วยความเร็วสูงสุด โดยสามารถถ่ายเอกสารขนาด A4 ได้ถึง 38 แผ่นต่อนาที เพื่อเป็นการลดต้นทุนขององค์กรธุรกิจได้กว่า 50% พร้อมทั้ง ซัมซุงจอ LFD ขนาดใหญ่ (Display Screen Video Wall) รุ่น 460UT ซึ่งเป็นการนำหน้าจอขนาด 46 นิ้วมาต่อกันเป็นตัวเดียวสูงสุดถึง 250 หน้าจอ เหนือชั้นด้วยขอบแบ่งที่เล็กมากเพียง 2.4 มิลลิเมตร ให้ภาพคมชัดถึงในทุกระดับสายตา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับดิสเพลย์ภาพขนาดใหญ่ในที่สาธารณะ 
 
 ซัมซุงอิเลกทรอนิกส์บอร์ดเป็นผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ใหม่ล่าสุดที่จะสร้างความฮือฮาให้กับตลาดในประเทศไทย ด้วยคุณบัติพิเศษของหน้าจอระบบสัมผัสอัจฉริยะ พร้อม Tool พิเศษต่างๆที่อำนวยความสะดวกสำหรับการลบข้อความ โดยขนาดจอจะมีขนาดเท่ากับไวท์บอร์ดปกติ ประมาณ 65 นิ้ว เปรียบเสมือนไวท์บอร์ดฝังระบบคอมพิวเตอร์ไว้นั่นเอง ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าจะเข้าไปติดตั้งในสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง นายบุญเลิศกล่าว 
 
 นอกจากนี้ ซัมซุงเตรียมจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่เป็นกลุ่มองค์กร โดยจะชูความหลากหลายของโซลูชันต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการคำนวนค่าใช้จ่าย และช่วยจัดการระบบการทำงานภายในให้ง่ายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าสูงสุดให้แก่ลูกค้าและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างซัมซุงและตัวแทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง 
 
 นายบุญเลิศ กล่าวเสริมอีกว่า ซัมซุงตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กร 50% ภายในปีนี้ โดยตั้งใจเพิ่มการขยายฐานลูกค้าทั้งในส่วนของบริษัทประกันภัย สถาบันการเงิน โรงพยาบาล สถานศึกษาต่างๆ ร้านสะดวกซื้อ และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งนี้ซัมซุงคาดว่าจากการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาจำหน่ายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จะผลักดันทำให้ซัมซุงโดดเด่นในตลาดและช่วยให้ยอดขายซัมซุงให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 
 
 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เลเซอร์พรินเตอร์ และจอมอนิเตอร์ซัมซุงเติบโตเป็นอันดับ 1 ของตลาด โดยสำหรับเลเซอร์พรินเตอร์ครองส่วนแบ่งตลาด 33% และจอมอร์นิเตอร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 34% 
 
 Company Related Link : 
 
Samsung 

 

คาสิโอควงบันได โชว์กล้องหมี

February 28, 2010

           

คาสิโอ ควงแขน บันได บริษัทผลิตของเล่นรายใหญ่ในญี่ปุ่น เปิดตัวกล้องดิจิตอล Rilakkuma Exilim Limited Edition ที่มีโลโก้รูปหมี Rilakkuma บนตัวเครื่อง พร้อมกระเป๋ากล้องสุดกิ๋บเก๋ 
 
 สำหรับกล้อง Exilim EX-Z330 มาพร้อมความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง 720p ซูม 3 เท่าในแบบออปติคอล และมีค่า ISO 64-1600 โดยกล้องตัวนี้ผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดสำหรับผู้ที่หลงเสน่ห์ความน่ารักของหมี Rilakkuma 
 
 ไม่เพียงแต่เจ้าหมีน้อย Rilakkuma จะปรากฏตัวโชว์ความน่ารักบนตัวกล้องเท่านั้น เพราะคุณยังสามารถตกแต่งภาพด้วยตัวการ์ตูนน่ารักๆ จากบนตัวกล้อง พร้อมกระเป๋าเก็บกล้องสุดกิ๋บเก๋ ที่ทำออกมาเฉพาะกล้องรุ่นนี้ 
 
 สำหรับกล้องดิจิตอล Casio Exilim EX-Z330 Rilakkuma Limited Edition จะมีจำหน่ายบนเว็บไซต์เท่านั้น และส่วนเวลาวางขายน่าจะอยู่ประมาณเดือนเมษายน ในราคา 25,800 เยน หรือประมาณ 9,500 บาท 
 
 Company Related Links : 
 Bandai 
 Casio 

 

 



 

 

 

กล้อง Rilakkuma Exilim Limited Edition สามารถซูมได้ 3 เท่า

ด้านหน้าสกีนโลโก้หมีน้อย Rilakkuma

มีหน้าจอแอลซีดี กว้าง 2.7นิ้ว

 

 

 

โปรแกรมตกแต่งภาพบนจอแสดงผลภาพ

มีกระเป๋าเก็บกล้องรูปหมี Rilakkuma

ที่ทำออกมาเฉพาะกล้องรุ่นนี้

 

 

 



LyricsTraining l ฝึกภาษาจากมิวสิกวิดีโอในยูทูบ

February 28, 2010

 
 

 ณ วันนี้ วันที่ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตของไทยกำลังจะเริ่มต้นมาตรฐานใหม่ที่ 4 เมกะไบต์ เราจึงสรรหาบริการสนุกๆ เป็นประโยชน์กับชีวิตประจำวัน เสริมทักษะและเพิ่มคุณภาพให้กับชีวิตของท่านผู้อ่าน และบริการที่จะแนะนำในวันนี้มีความไฮเทคอยู่พอสมควร เพราะเป็นเว็บไซต์ที่นำเอาบริการสุดฮิตของกูเกิลสองบริการมาผสมกัน อันได้แก่ ยูทูบและกูเกิล แปลภาษา จากนั้นดัดแปลงเพิ่มอีกนิดจนได้เป็นเว็บไซต์สนุกๆ และมีสาระสำหรับการเรียนรู้ภาษาที่สอง-สามของชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก 
 
 LyricsTraining คือ เว็บไซต์ให้คุณเล่นเกมเติมคำ (เนื้อเพลง) จากมิวสิกวิดีโอที่คุณกำลังฟัง โดยวิดีโอจะเอามาจากคลิปในยูทูบ และระหว่างที่เล่นเกมสามารถเลือกให้ระบบทำการแปลเนื้อเพลงทีละประโยคให้กับเราเป็นภาษาต่างๆ เกือบ 50 ภาษาอีกด้วย เหมาะมากสำหรับการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศอย่างเพลิดเพลินสำหรับคนทุกวัย ที่สำคัญไม่ต้องสมัครสมาชิกและเสียค่าใช้จ่ายใดๆ 
 

www.lyricstraining.com

 
 

 เว็บไซต์ LyricsTraining มีมิวสิกวิดีโอจากเพลงดัง 5 ภาษาให้เลือกเล่น ได้แก่ อังกฤษ สเปน อิตาเลี่ยน เยอรมัน ดัตช์ และทุกคลิปวิดีโอจะมีระดับความยากง่ายของเกมถึง 3 ระดับ แต่ละระดับมีความต่างกันดังนี้ 
 

 
 

 ระดับง่าย (Easy) – เว้นคำสั้นๆ และคำบุพบทให้เติม 
 ระดับกลาง (Medium) – ต้องเติมคำยาวๆ และมีช่องว่างให้เติมคำมากขึ้น 
 ระดับยาก (Hard) – ซึ่งยากที่สุด และจะต้องพิมพ์ทุกคำในเพลง ตั้งแต่ต้นจนจบ 
 
 วิธีการเล่นเกมเติมคำศัพท์ในเพลงของ LyricsTraining 
 

 
 

 1. เปิดคลิปวิดีโอเพื่อฟังเพลง จากนั้นก็พิมพ์คำลงในช่องว่าง ถ้าถูกต้องเพลงก็จะเล่นต่อไป 
 
 2. วิธีการใช้ปุ่มลัดเพื่อควบคุมการเล่นเกม 
 

 
 

 * ถ้าหากเรายังเติมคำไม่ได้ และต้องการเล่นซ้ำประโยคเดิมให้กดปุ่มย้อนกลับ (Backspace) 
 * ถ้าหากต้องการยอมแพ้ ให้ระบบเติมคำในประโยคให้ เพื่อข้ามไปเล่นประโยคถัดไปให้กดปุ่มย่อหน้า (Tab) 
 * ถ้าหากเราต้องการให้เล่นต่อ หรือหยุดชั่วขณะ ให้กดปุ่ม Enter 
 
 หลายคนที่เข้าเว็บมาครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าคลิปวิดีโอมีให้เลือกเล่นน้อยเกินไป แต่จริงๆ แล้วมันถูกซ่อนอยู่โดยวิธีการดูคลิปวิดีโอทั้งหมด ต้องเลือกแถบเมนูให้เป็น All Languages และ All Levels จากนั้นกดที่ปุ่มแว่นขยายตรงแถบค้นหาข้อมูล ก็จะพบกับ149 วิดีโอให้เลือกเล่น 
 

วิธีค้นหาวิดีโอทั้งหมดในฐานข้อมูล

 
 

 

ข่าวสั้น : แอปเปิลเฮขายทะลุหมื่นล้านเพลง-บีบีซีหั่นเว็บทิ้ง 50%

February 28, 2010

   

***แอปเปิลเฮขายทะลุหมื่นล้านเพลง 
 
 แอปเปิลประกาศความสำเร็จของร้านขายคอนเทนต์ออนไลน์ของตัวเอง “iTunes Store” ว่าสามารถจำหน่ายเพลงได้เกิน 1 หมื่นล้านเพลงแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 
 
 แอปเปิลจัดกิจกรรมฉลองความสำเร็จนี้ด้วยการให้รางวัลผู้ที่ซื้อเพลงลำดับที่ 1 หมื่นล้านเป็นเช็คของขวัญมูลค่า 10,000 เหรียญสหรัฐ ผู้โชคดีมีนามว่า Louie Sulcer ชาวเมืองวูดสต็อก รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งซื้อเพลง Guess Things Happen That Way ของ Johnny Cash กับไอจูนส์สโตร์เป็นลำดับที่ 1 หมื่นล้านพอดี 
 
 นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 ปัจจุบันไอจูนส์มีเพลงในคลังราว 12 ล้านเพลง รายการทีวี 55,000 ตอน ภาพยนตร์ 8,500 เรื่อง โดยกว่า 2,500 เรื่องเป็นภาพยนตร์ความละเอียดสูง มีชื่อบัญชีผู้ใช้ทั้งสิ้น 125 ล้านชื่อทั่วโลก ราคาจำหน่ายเพลงตั้งแต่ 99 เซนต์ถึง 1.29 เหรียญ ท่ามกลางยอดผู้ใช้ไอพ็อดทั่วโลกที่มีจำนวน 250 ล้านเครื่อง 
 

***บีบีซีหั่นเว็บทิ้งครึ่งหนึ่ง 
 
 ผู้บริหารสำนักข่าวบีบีซี (British Broadcasting Corporation : BBC) ประกาศหั่นหน้าเว็บเพจออกครึ่งหนึ่งหวังลดปริมาณพนักงานและงบประมาณลง 25% พร้อมประกาศลดการซื้อลิขสิทธิ์รายการของค่ายอเมริกันลง ร่วมกับการปิดสถานีวิทยุ 2 แห่งเนื่องจากงบประมาณบานปลาย 
 
 การปรับตัวของบีบีซีเกิดขึ้นท่ามกลางความข้องใจว่า ยุคของบทความข่าวฟรีบนโลกออนไลน์นั้นกำลังถึงกาลอวสานจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นทิศทางที่เจ้าพ่อสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Rupert Murdoch ผู้สร้างสำนักข่าว News Corp พูดถึงโดยตลอด 
 
 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธุรกิจสื่อจำนวนไม่น้อยต้องพบวิกฤตขาลงของธุรกิจโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ข่าว ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น การเกิดขึ้นของเครื่องอ่านอีรีดเดอร์ ก็ทำให้สำนักข่าวมองเห็นช่องทางที่สามารถเข้าถึงผู้อ่านพร้อมกับทำรายได้มากกว่าการเปิดให้อ่านฟรีบนโลกออนไลน์ จึงทำให้มนต์ขลังของเว็บไซต์ธรรมดาอ่อนแรงลง 
 
 Company Related Links : 
 BBC 
 iTunes 
 

ทำเงินบนโลกไอที (25) : เก๋ไก๋ด้วย QR Code รูปภาพ

February 28, 2010

           

 

 

 

 

 

 

สัปดาห์ที่แล้วหลายคนบอกว่าชื่นชอบเรื่องราวของ QR Code หรือบาร์โค้ดทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบสีสันสวยงาม สัปดาห์นี้เราเชื่อว่าหลายคนจะรู้สึกชื่นชอบยิ่งขึ้นไปอีกกับ QR Code รูปภาพซึ่งผู้ประกอบการสามารถเพิ่มลูกเล่นน่ารักลงใน QR Code ได้อีกมากโข ที่น่าสนใจคือไม่ใช่แค่ความน่ารัก แต่ QR Code รูปภาพสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการได้มากกว่า QR Code ธรรมดาๆแน่นอน 
 
 ***สร้างแบรนด์ให้โดดเด่นด้วย Image QR Code  
 บทความโดย สุธาทร สุทธิสนธิ์ (www.toppercool.com) Twitter : @toppercool 
 
 ผมเชื่อว่าถึงวันนี้ ท่านผู้อ่าน Manager CyberBiz น่าจะพอคุ้นตากับเครื่องหมาย QR Code กันมาบ้างแล้วจากบทความทั้ง 2 ตอนที่ผ่านมา 
 
 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ สินค้าในบ้านเราหลายยี่ห้อเริ่มใช้ความสามารถของ QR Code ในการทำการตลาดกันบ้างแล้วในขณะนี้ พร้อมกับที่อุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ในการอ่านข้อมูล ซึ่งก็คือโทรศัพท์มือถือนั้น ทุกคนก็ใช้งานกันอยู่แล้ว แถมโปรแกรมในการอ่านค่าก็มีให้โหลดใช้งานกันฟรีๆ และรองรับ Smart Phone แทบทุกระบบปฏิบัติการ 
 
 อย่างที่เราพอทราบกันว่า ในประเทศญี่ปุ่น QR Code เกิดขึ้นและใช้งานกันอย่างแพร่หลายมาแล้วนับ 10 ปี บริษัท Denso wave เป็นผู้คิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี 1994 ซึ่งเจ้า QR Code นี้ก็ได้มีวิวัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆหลังจาก QR Code แบบดั้งเดิมเริ่มใช้งานมาชั่วระยะหนึ่ง ก็มีผู้ที่มองเห็นการใช้งานรูปแบบเดิมๆดูกลายเป็นความจำเจ และอาจจะยังมีจุดอ่อนที่ก่อให้เกิดความสับสนของผู้พบเห็น ซ้ำยังไม่ค่อยดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นมากสักเท่าไร วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นจากจุดนั้น จนกลายมาเป็น Color QR Code 
 
 กระทั่งปีที่แล้ว นักวาดการ์ตูนชาวญี่ปุ่นชื่อว่า Takashi Murakami ได้ปฏิวัติวงการ QR Code เมื่อได้ออกแบบ Image QR Code เพื่อโปรโมทโฆษณาชุด “SUPERFLAT FIRST LOVE” ของ Louis Vuitton จนทำให้โฆษณาชุดดังกล่าวเป็นที่กล่าวขวัญและจดจำ 
 
 แนวคิดเดียวกับภาพ QR Code ของ Takamushi Murakami แต่ช่วงปี 2006 นั้นเริ่มมีความพยายามที่จะนำภาพหรือ โลโก้ของสินค้ามาใส่ในภาพ QR Code โดยสายการบิน Lufthansa ของเยอรมันเป็นผู้นำร่อง จนปัจจุบันนี้มี Brand ดังหลายเจ้าได้จ้างให้นักออกแบบ QR Code ผลิตงาน Design QR Code ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยใช้รูปภาพหรือโลโก้สัญลักษณ์บริษัทตัวเองลงไปใน QR Code กันอย่างมากมาย อย่างเช่น Disney, BBC, Adidas 
 
 ปัจจุบันยิ่งก้าวขึ้นไปอีกขั้น ถึงขนาดมีการใช้ Flash VDO QR Code สร้าง QR Code แบบเคลื่อนไหว เพื่อใช้กับสื่อออนไลน์โดยเฉพาะ ผลงานส่วนใหญ่สร้างสรรค์ขึ้นโดยบริษัท A.T. Communications 
 
 3 ข้อดีของการใช้ Image QR Code แทนการใช้งาน QR Code รูปแบบเดิมได้แก่ การเพิ่มจำนวนทราฟฟิกมากขึ้น การจดจำแบรนด์ได้มากขึ้น และเพิ่มความเข้าใจของผู้บริโภคในการมองครั้งแรก 
 
 1. Image QR Code สามารถเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ หรือ Mobile Site ที่เจ้าของสินค้าต้องการนำเสนอได้ (เพิ่ม Traffic) โดยภาพที่โดดเด่นของ QR Code จะช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้ที่พบเห็นอยากที่จะลองดูว่าหลังจากที่ Scan แล้วจะเกิดอะไรขึ้น 
 
 2. Image QR Code เชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างแบรนด์ได้ดีกว่า QR Code ดั้งเดิม เพราะการออกแบบที่สวยงามและดึงดูด จะช่วยให้ผู้ที่พบเห็นเกิดการรับรู้และจดจำตราสินค้าได้ โดยเฉพาะถ้าคุณใส่โลโก้และภาพที่ดึงดูดใจพอ ลองดูตัวอย่างของ QR Code ของ Louis Vuitton ,BBC ,หรือ Adidas 
 
 3. Image QR Code ช่วยให้การตีความเป็นไปได้ง่ายขึ้นกว่า QR Code ปกติ เนื่องจากการใช้งาน QR Code แบบเดิมๆนั้น บางครั้งก็ก่อให้เกิดความสับสน ทำให้ลูกค้าหรือกลุ่มผู้พบเห็นไม่เข้าว่าคุณต้องการนำเสนอประเด็นสื่อสารหรือเนื้อหาสาระอะไร นอกจากต้องสแกนเพื่อดูข้อความ แต่ Image QR Code จะช่วยให้ผู้ที่พบเห็นสามารถตีความหรือคาดเดาได้ว่า QR Code นี้จะนำพาเขาไปพบเจอกันเนื้อหาสาระอะไรภายใน โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องหาเครื่องสแกนเพื่อตีความหมายในขณะนั้น 
 
 จะเห็นได้ว่า Image QR Code นั้นมีความสามารถในการดึงดูดความสนใจโดยเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแปลกใหม่และน่าตื่นเต้น Image QR Code นี้จึงเหมาะกับ Campaign Mobile Marketing เพื่อกระตุ้นยอดขาย มากกว่าการนำมาประยุกต์ใช้ในด้านการให้ข้อมูล หรือส่งเสริมการเรียนรู้แบบ QR Code แบบปกติ 
 
 ซึ่งหากแบรนด์สินค้าใดคิดที่จะทำการตลาดด้วย Image QR Code นี้แล้วควรจะเตรียมความพร้อมในการจัดทำ Mobile Site ไว้ด้วย เพราะคุณต้องเข้าใจว่า เครื่องมือที่ง่ายและสะดวกที่สุดในการอ่านข้อมูล QR Code ของคุณคือ โทรศัพท์มือถือนั่นเอง 
 
 มีงานวิจัยว่าภายในปี 2011 ยอดขายของ Smart phone จะแซงยอดขายของ PC และ 80% ของการใช้งาน Internet จะผ่านการเชื่อมต่อจาก Smart phone ภายในปี 2020 จะเห็นได้ว่าเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของ Mobile Marketing ในอีกไม่นาน Image QR Code จึงเป็นเครื่องมือชั้นดีในการดึงดูดความสนใจ พร้อมกับสร้างการจดจำใน Brand ของคุณไปพร้อมๆกัน 
 
 แต่ใช่ว่าการออกแบบและสร้าง Image QR code นั้นจะเป็นเรื่องที่ง่ายเหมือนการสร้าง QR Code แบบปกติ การออกแบบให้สวยงามและน่าสนใจก็เรื่องหนึ่ง ส่วนการทำให้โปรแกรมสแกน QR Code อ่านค่าได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ดังนี้ผู้ที่ออกแบบ Image QR Code จึงต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงข้อมูลทางกายภาพของ QR Code ด้วยระดับหนึ่ง ถึงจะทำให้งานออกมาสวยงามลงตัวและอ่านค่าได้โดยไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ 
 
 ในต่างประเทศนั้นถึงกับมีการก่อตั้งบริษัทรับออกแบบ Image QR Code โดยเฉพาะ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นกำเนิดและมีการใช้งาน QR Code อย่างแพร่หลายมากที่สุดที่หนึ่งในโลก บริษัทที่มีชื่อเสียงในธุรกิจนี้ได้แก่ SET Japan ที่ผลิตงานระดับโลกให้กับ Louis Vuitton หรือบริษัท DesignQR เป็นต้น แต่หากคุณอยากได้ Image QR Code ที่น่ารักแปลกใหม่ สำหรับงานออนไลน์ ลองใช้บริการ A.T. Communications ที่สามารถสร้าง Flash VDO QR Code ให้ Brand ของคุณโดดเด่นอย่างแตกต่าง 
 
 ศิลปะและเทคโนโลยีหากทำให้เกิดการผสมผสานอย่างลงตัวก็จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวล้ำและโดดเด่นกว่าคู่แข่งของคุณได้ไม่ยาก ขอเพียงให้คุณพร้อมที่จะยอมรับและเริ่มต้นงานศิลปะบนเทคโนโลยีนี้ 
 
 เริ่มเลยครับ ธุรกิจของคุณจะไปไกลขึ้นแน่นอน  

 

Review : Samsung Omnia Lite B7300 วินโดวส์โฟนฟีเจอร์ครบ หมื่นนิดๆ

February 28, 2010

                     

 
 
 ด้วยราคาของเครื่องที่เปิดตัวมา 10,900 บาท ทำให้ Omnia Lite ถือเป็น วินโดวส์ สมาร์ทโฟน ที่น่าจะถูกจับตามองมากที่สุดในเรื่องของความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่เสียไป เพราะมาพร้อมกับฟีเจอร์มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรองรับการเชื่อมต่อที่ครบครัน 
 
 ส่วนเรื่องของมัลติมีเดีย ทางซัมซุงได้พัฒนาให้ตัวเครื่องสามารถเล่นไฟล์วิดีโอนามสกุล Divx และ Xvid ได้ โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่มเติม อีกหนึ่งส่วนที่หน้าสนใจคือ กล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล ที่มีหมวดการใช้งานและลูกเล่นค่อนข้างครบครัน 
 
 สำหรับโทรศัพท์มือถือตระกูล Omnia นั้นได้มีการเปิดตัวออกมาหลากหลายรุ่นแล้ว ซึ่งแต่ละเครื่องจะทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบายทั้งหมด ผู้อ่านท่านใดสนใจก็สามารถย้อนไปอ่านกันได้ไม่ว่าจะเป็น Samsung Omnia Pro, Samsung Omnia2 และ Samsung Omnia Q ส่วนตัว Omnia Lite ถือเป็นเครื่องสุดท้ายหลังจากที่มีการประกาศเปิดตัวตั้งแต่เมื่อช่วงกลางปีของปีที่ผ่านมา 
 
 Feature On Samsung Omnia Lite 
 
  
 
 อย่างที่รู้กันว่าซัมซุง จะนำอินเตอร์เฟส TouchWIZ มาใช้งานในเครื่องรุ่นใหม่ๆ กันหมดแล้ว ดังนั้น Omnia Lite ตัวนี้ก็เช่นเดียวกัน หน้าจอหลักยังควบคุมการใช้งานด้วยอินเตอร์เฟส TouchWIZ 2.0 ที่มีหน้าจอให้ผู้ใช้สามารถนำ Widget มาใส่ได้ 3 หน้าด้วยกัน 
 
  
 
 ซึ่งในส่วนของ Widget เองก็ประกอบไปด้วย ตัวจัดการการเชื่อมต่อ ไอคอนลัด เฟสบุ๊ก กูเกิล เครื่องเล่นเพลง วิทยุ นาฬิกา นาฬิกาโลก สภาพอากาศ มายสเปซ ยูทูป โน้ต ปรับเสียง แถบแจ้งเตือน ดาวน์โหลดเพิ่มเติม แสดงรูปภาพ แสดงเครือข่ายที่ใช้ CNN ตารางหุ้น ยาฮู และเครื่องอัดเสียง 
 
  
 
 หน้าจอการใช้งานโทรศัพท์ เรียกใช้ได้โดยกดเมนู Phone หรือ ปุ่มรับสาย การแสดงผลทำบนพื้นหลังสีขาว ช่วยให้มองเห็นตัวเลขได้ค่อนข้างชัดเจน พร้อมด้วยระบบค้นหารายชื่อจากเบอร์โทรศัพท์ และสามารถพิมพ์ตัวอักษรเพื่อค้นหารายชื่อผู้ติดต่อได้ โดยในหน้านี้ยังสามารถกด # เพื่อเข้าสู่โหมดสั่นได้ด้วย ส่วนแถบควบคุมข้างล่างนอกจากโหมดโทรศัพท์ ก็มีเข้าหน้ารายชื่อผู้ติดต่อ Call Log และ ข้อความสั้น 
 
 ส่วนหน้าจอขณะสนทนาทางซัมซุงป้องกันการสัมผัสหน้าจอขณะสนทนาด้วยการล็อกปุ่มในหน้าจอสนทนา ทำให้ถ้าต้องการใช้งานต้องกดปุ่มตรงกลางก่อน เพื่อที่จะใช้งานเมนูอย่าง เปิดลำโพง ปิดเสียง พักสาย อัดเสียง สมุดโทรศัพท์ และกดวางสายที่หน้าจอได้ 
 
  
 
 หน้าจอสมุดโทรศัพท์ทำออกมาแนวเดียวกับใน Omnia Pro คือแบ่งออกเป็น 4 หน้าคือรายชื่อ แบ่งกลุ่ม ตั้งโทรด่วน และบล็อกสายเรียกเข้า เมื่อกดเข้ามาดูรายละเอียดในแต่ละชื่อก็จะมีให้เลือกว่าจะโทรฯ ส่งข้อความ และแสดงข้อมูลอื่นๆ ทั้งนี้ถ้ากดปุ่มเมนูทางซ้ายล่างขึ้นมา ก็สามารถส่งรายชื่อ ตั้งโทรด่วน และบล็อกสายนั้นๆได้ด้วย 
 
  
  
 
 ตารางนัดหมายถูกออกแบบมาให้แสดงได้ทั้งเป็นรายเดือน รายสัปดาห์ วันต่อวัน และแสดงตารางนัดหมายทั้งหมด ในส่วนของการเพิ่มตารางนัดหมายสามารถใส่ หัวข้อ สถานที่ ตั้งเตือนทั้งวัน เวลาเริ่ม เวลาจบงาน ความถี่ต่อเนื่อง ให้มีการเตือนก่อนถึงเวลานัดกี่นาที และจดโน้ตเพิ่มได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าไปตั้งรายละเอียดปลีกย่อยอย่างประเภทของงาน ต้งสถานะ ความสำคัญได้ด้วย 
 
  
 
 ในส่วนของ Communities มีให้เลือกใช้งานหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเว็บฝากรูปอย่าง Picasa Photobucket หรือ เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง My Space Friendster Flickr และ Facebook ซึ่งสามารถกดเพื่ออัปโหลดรูป หรือล็อกอินเข้าหน้าเว็บไซต์ได้จากตรงนี้ทันที ความสามารถของ Marketplace และ My Phone ก็มีมาให้ตามปกติของวินโดวส์ โมบาย 6.5 
 
  
 
 สำหรับเฟสบุ๊ก นอกจากใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ ยังสามารถใช้งานผ่านแอปฯที่มากับตัวเครื่องได้ทันที ซึ่งในหน้าจอจะมีการแสดงทั้ง หน้าแรก โปรไฟล์ส่วนตัว รายชื่อเพื่อน ข้อความ และเบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนๆในเฟสบุ๊ก แน่นอนว่าผู้ใช้สามารถใช้แอปฯดังกล่าวในการอัปเดตสถานะ อัปโหลดรูปภาพและวิดีโอได้ทันทีอีกด้วย 
 
  
 
 หน้าจอเบราว์เซอร์ โอเปร่า สามารถแสดงภาษาไทยได้ตามปกติ สามารถใช้การเอียงเครื่องเพื่อปรับเข้าสู่โหมดแนวนอนขณะใช้งานได้ทันที 
 
 Program And Setting 
 
  
  
 
 ในส่วนของหน้าเมนู Omnia Lite นั้น มีให้เลือกใช้งานด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ หน้าเมนูปกติของวินโดวส์ โมบาย 6.5 ที่เป็นรูปแบบรังผึ้ง และรูปแบบเมนูของซัมซุงเองในชื่อ “My Menu” ซึ่งเมื่อเข้ามาจะแบ่งออกเป็น 4 หมวดเมนูให้เลือก หน้าแรกเป็นช็อตคัทแอปฯ ที่ใช้งานเป็นประจำ หรือผู้ใช้สามารถเลือกแอปฯ ที่ตนเองต้องการมาไว้ในหน้านี้ได้ 
 
  
  
 
 นอกจากหน้าหลักแล้ว เมื่อเลื่อนมาทางขวาเป็นหมวด Multimedia ซึ่งภายในจะมีแอปฯ เกี่ยวกับความบันเทิงทั้งหมด แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงแอปฯ บางอย่างที่ผู้ใช้เลือกไปไว้ในหน้า My Menu หมวด Internet เป็นแอปฯ ที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อต่างๆ Office เป็นที่อยู่ของ Office Mobile และเครื่องมือทั่วไปๆ 
 
  
 
 ถ้าสังเกตในหน้าจอ My Menu จะพบกับ Task Switcher อยู่ด้านล่าง ซึ่งเมื่อกดเข้ามาผู้ใช้จะพบกับโปรแกรมที่เปิดใช้งานอยู่ในเครื่องทั้งหมด แสดงผลทั้งแบบ Thumbnail และ เลื่อนๆซ้าย-ขวาดู ผู้ใช้ควรเข้ามาดูบ่อยๆว่า ได้เปิดโปรแกรมอะไรค้างไว้หรือไม่ เพราะไม่งั้นท่านคงสงสัยว่าทำไมเครื่องช้า เนื่องจากเมื่อท่านเลิกใช้งานยังไม่ถือว่าเป็นการออกจากโปรแกรมโดยสมบูรณ์ 
 
  
 
 ในส่วนของ Connected Home ถือว่าเป็นแอปฯที่ทางซัมซุงใส่มาสำหรับให้ผู้ใช้ เชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับเครื่องเล่น หรือ โทรทัศน์ที่รองรับระบบ DLNA ก็มีมาให้แม้จะเป็นเครื่องรุ่นเล็กก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการใส่ Midomi ซึ่งเป็นแอปฯสำหรับใช้ในการค้นหาเพลง ซึ่งสามารถค้นหาได้จากทั้งเสียงร้อง ฮัมเพลง หรืออัดจากวิทยุก็ได้ 
 
  
 
 หน้าจอตั้งค่าก็มีการนำอินเตอร์เฟสมาครอบ ทำให้ไม่เหลือเค้าโครงเดิมของวินโดวส์ โมบายเลย ดังนั้นผู้ที่เคยใช้มาก่อนอาจจะ งงๆ ว่าต้องเข้าไปปรับอะไรตรงไหน แต่สำหรับมือใหม่ถือว่าการแบ่งหมวดหมู่แบบชัดเจนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้มากขึ้น 
 
  
 
 ที่น่าสนใจคือเครื่องรุ่นนี้สามารถเข้าไปปรับแต่ง Performance ของเครื่องได้ ให้สั่งการซีพียูว่าให้ทำงานในโหมดใด ไม่ว่าจะเป็น High Normal Low และ Auto ซึ่งในแต่ละโหมดก็จะมีการใช้พลังงานแตกต่างกัน ดังนั้นถ้าต้องการให้แบตเตอรีใช้งานได้ยาวนาน ก็สามารถปรับให้อยู่ในโหมด Low ได้ 
 
  
 
 ด้วยความที่เครื่องรุ่นนี้ตอนวางจำหน่ายในช่วงแรกๆ ให้มาเป็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6.1 หลังจากนั้นจึงออก ROM ใหม่มาให้อัปเดตเป็น วินโดวส์ โมบาย 6.5 ดังนั้นการทดสอบในครั้งนี้ทีมงานจึงทำการอัปเกรดให้เป็น วินโดวส์ โมบาย 6.5 เรียบร้อยแล้ว ส่วนของระบบฮาร์ดแวร์ภายในเครื่องรุ่นนี้ จะใช้ซีพียู Samsung ARM11 ที่มีความเร็ว 800MHz ROM ขนาด 512MB RAM ขนาด 256MB 
 
 Design of Samsung Omnia Lite 
 
  
 
 จากชื่อของรุ่นอย่าง Omnia LITE ทำให้ความคาดหวังในเครื่องรุ่นนี้คือมีดีไซน์ที่กระทัดรัด เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งซัมซุงตอบโจทย์ดังกล่าวออกมาได้ค่อยข้างดี ด้วยดีไซน์ที่เรียบๆ แต่แอบแรงจากสีดำตัดกับขอบสีเงินและสีแดง ช่วยเร่งให้ตัวเครื่องดูเด่นขึ้นมาจากเดิม 
 
 วัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้จะเป็นพลาสติกคุณภาพสูง ผสมกับขอบโครเมียมสีเงิน มีการตัดขอบเครื่องให้ดูโค้งมนไม่เป็นเหลี่ยมจนเกินไป ขนาดรอบตัวของ Omnia LITE อยู่ที่ 107.0 x 51.8 x 12.9 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 109 กรัม 
 
  
 
 ด้านหน้า – ไล่จากส่วนบนประกอบไปด้วยช่องลำโพงสนทนา ที่มีลักษณะคล้ายตะแกรงสีดำ ข้างซ้ายมีกล้องวิดีโอคอล รองรับกับการใช้งานเครือข่าย 3G ที่ทีโอทีเปิดให้ใช้กันในขณะนี้ ถัดลงมาเป็นหน้าจอ Resistive ทัชสกรีน ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด WQVGA (240 x 400 พิกเซล) 65 ล้านสี 
 
  
 
 ถัดจากหน้าจอลงมามีสัญลักษณ์ “SAMSUNG” สีเงินวางพาดอยู่กึ่งกลาง พร้อมกับปุ่มรับสาย ย้อนกลับ และวางสาย (ใช้กดค้างเพื่อเปิด-ปิดเครื่อง) ซึ่งมีการแทรกขอบสีเงินบริเวณปุ่ม เพื่อให้สังเกตได้ง่ายขึ้น 
 
  
 
 ด้านหลัง – ไม่ค่อยมีลวดลายอะไรมากนัก เป็นเพียงพลาสติกสีดำเรียบๆ ที่มีช่องลำโพงอยู่บริเวณบน เยื้องลงมาเป็นกล้องความละเอียด 3 ล้านพิกเซล และสัญลักษณ์ “SAMSUNG” สีเงินวางพาดอยู่ ถอดฝาหลังได้โดยการสไลด์ลงด้านล่าง 
 
  
 
 เปิดฝาหลังออกมาจะพบกับแบตเตอรี Li-ion ความจุ 1,500 mAh กินบริเวณประมาณ 3 ส่วน 4 ของเครื่อง โดยบริเวณบนแบตเตอรีมีช่องใส่ซิมการ์ดอยู่ 
 
  
 
 ด้านซ้าย – ไล่จากมุมในประกอบไปด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง ปุมเมนู และรูสำหรับกด Reset เครื่อง ที่ออกแบบมาให้กดใช้ได้ทันทีไม่ต้องเปิดฝาหลังก่อน 
 
  
 
 ด้านขวา – ไล่จากมุมในเช่นเดียวกัน ประกอบไปด้วย ปุ่มล็อกหน้าจอ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าขณะพกพาจะไปกดถูกปุ่มใดๆบนโทรศัพท์หรือไม่ ถัดมาเป็นช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ด และปุ่มชัตเตอร์แบบจังหวะเดียว (ใช้เป็นปุ่มลัดเข้าสู่โหมดกล้อง) 
 
  
 
 ด้านบน – มีช่องรายสายโทรศัพท์ (ในกล่องมีแถมปากกาสไตลัส แบบเดียวกับใน Omnia มาให้) และพอร์ตไมโครยูเอสบี สำหรับชาร์จ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และเสียบชุดหูฟัง ด้านล่าง – มีเพียงไมโครโฟนสนทนาเท่านั้น 
 
 บทสรุป 
 
 ซัมซุง Omnia Lite ค่อยข้างมีภาษีดีกว่าสมาร์ทโฟนในระดับราคาเดียวกัน เนื่องจากถ้าเทียบประสิทธิภาพของเครื่องภายใต้ช่วงราคาดังกล่าว ถือว่าเป็นเครื่องที่มีฟีเจอร์โดยรวมครบเครื่องมากที่สุด ดังนั้นผู้บริโภคที่สนใจจะเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟน มาเป็นสมาร์ทโฟนในราคาที่ไม่สูงเกินไป Omnia Lite น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว 
 
 ด้วยความที่ออกมาเป็นเครื่องในราคาประหยัดแต่ก็ยังมีมาให้ทั้ง 3G ในคลื่นความถี่ 900 / 2100 MHz รองรับการดาวน์โหลดสูงสุด 3.6Mbps รวมไปถึงการเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi บลูทูธ และระบบนำทาง GPS ทำให้ความสามารถในการเชื่อมต่อของเครื่องรุ่นนี้ไม่แพ้กับเครื่องรุ่นใหญ่เลย 
 
 ด้านมัลติมีเดีย กล้องที่มีมาให้ 3 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมระบบ Geo-Tagging ก็ถือว่าไม่น่าเกลียดสำหรับระดับเครื่องในระดับราคานี้ ส่วนเรื่องการใช้งานด้านเอกสาร ผู้ใช้ก็สามารถวางใจกับ Office Mobile ได้อยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการใช้งานทั่วๆ ไปเพราะเครื่องรุ่นนี้มีมาให้ค่อนข้างครบ 
 
 ในเรื่องของการใช้งานโทรศัพท์ทั่วไป Omnia Lite สามารถเปิดใช้งานได้ประมาณ 2-3 วันขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เช่นถ้ามีการโทรฯ ค่อนข้างบ่อย พร้อมกับใช้งานตัวเครื่องสามารถอยู่ได้ถึง 2 วัน แต่ในกรณีที่ไม่ค่อยมีการโทรฯเพียงแต่ ใช้เล่นอินเทอร์เน็ต เชื่อมต่อ Social Network ต่างๆ ก็สามารถใช้ได้ถึง 3 วัน 
 
 ขอชม 
 - รองรับการเชื่อมต่อครบครัน ไม่ว่าจะเป็น 3G Wi-Fi Bluetooth และ GPS 
 - อินเตอร์เฟสง่ายต่อการใช้งาน 
 - ตัวเครื่องขนาดเล็กน่าพกพา 
 
 ขอติ 
 - ช่องเสียบหูฟังยังเป็นแบบ MicroUSB 
 - กล้องไม่ค่อยชัดเท่าที่ควร 
 - วัสดุที่ใช้ค่อนข้างสมกับราคาไปนิด 
 
 Company Related Links : 
 SamSung 

 

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ให้คนสำคัญของคุณ เป็น Star Guest ของเรา ที่ Hong Kong Disneyland Resort

February 28, 2010

 บทความประชาสัมพันธ์มอบความรักความเอาใจใส่แก่คนสำคัญของคุณ พี่น้องที่สนิทที่สุด ญาติที่รักที่สุด และลูกๆหลานๆอันเป็นที่รัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานของคุณ ด้วย “Star Guest Program” ที่ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมถึง 23 พฤษภาคมนี้ ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงความพิเศษที่คุณต้องการมอบให้ ด้วยประสบการณ์สุดจินตนาการ ที่จะอยู่ในความทรงจำของพวกเขาตลอดไป ทีมงานของฮ่องกงดีสนีย์แลนด์จะคอยต้อนรับท่าน ณ บริเวณ City Hall ที่ Main Street USA ภายในสวนสนุก เพื่อมอบเข็มกลัด Star Guest ให้แก่คนสำคัญของคุณเพื่อความประทับใจอย่างไม่รู้ลืมตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวสู่ฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ 
 
 Star Experiences: 
 
 
 Star pass: ให้บริการช่องทางเข้าพิเศษและที่นั่งพิเศษสำหรับชมการแสดงหรือเล่นเครื่องเล่นต่างๆ โดยจ่ายเพิ่มจากบัตรเข้าปรกติเพียงท่านละ HK$ 80 หรือ HK$120 (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เลือก) 
 
 Star Tour: 
 
 
 

 นำเที่ยวสวนสนุกฮ่องกงดีสนีย์แลนด์ แบบที่จัดขึ้นเฉพาะสำหรับแขกวีไอพี พร้อมสัมผัสเหล่าบรรดาเพื่อนดีสนีย์อย่างใกล้ชิด 
 
 Star Fireworks Dinner: 
 
 
 เฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ท่านสามารถเลือกซื้อรายการ Star Fireworks Dinner (ท่านละ HK$300) ซึ่งท่านจะได้รับเครื่องดื่มที่ผสมพิเศษ พร้อมทั้งร่วมถ่ายรูปกับเหล่าบรรดาเพื่อนดีสนีย์ และชมการแสดงพลุ Disney In The Stars อันตระการตา ณ จุดรับชมที่ดีที่สุด ปิดท้ายเต็มอิ่มกับอาหารจีนชุดใหญ่ที่พลาซ่าอินน์ 
 
 Celebration Package: 
 

 แพ็คเกจรวมที่พัก 1 คืนที่ดีสนีย์แลนด์ ในห้องที่ตกแต่งเอาไว้อย่างวิจิตรเฉกเช่นดินแดนมหัศจรรย์ ร่วมรับประทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ร่วมกับเหล่าเพื่อนดีสนีย์ อิ่มอร่อยกับเค้กที่ถูกจัดทำขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมรับของขวัญจากเพื่อนดีสนีย์ ที่ภัตตาคาร Enchanted Garden (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร +852 1-830-830) 
 
 My Little Princess: 
 
 
 

 เติมเต็มความฝันสำหรับเด็กหญิงอายุ 3-10 ปีที่จะกลายเป็นเจ้าหญิงด้วยรายการ My Little Princess มอบความงามในชุดเจ้าหญิงพร้อมเครื่องประดับอันระยิบระยับ บริการบันทึกภาพแห่งความทรงจำแสนหวานครั้งนี้ไว้โดยช่างภาพมืออาชีพ (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร +852 3510 6000) 
 
 จองด่วน และร่วมสนุกไปกับสิ่งพิเศษต่างๆ 
 
 
 สายการบิน Cathay Pacific เสนอโปรโมชั่นพิเศษ แพ็คเกจ ซื้อ 2 แถม 1 รวม ตั๋วเครื่องบิน + โรงแรมที่พัก + บัตรเข้าสวนสนุก เริ่มต้นที่ราคา 18,400 บาทต่อท่าน รายละเอียดเพิ่มเติม 
 
 ตระกูลเฉิน เสนอแพ็คเกจ 3 วัน 2 คืน รวม ตั๋วเครื่องบิน + โรงแรม Disneyland resort + บัตรเข้าสวนสนุก เริ่มต้นที่ราคา 13,900 บาทต่อท่าน รายละเอียดเพิ่มเติม 
 

สื่อ “Interactive” ตัวช่วยดึงลูก “สนุกคิด-ไม่เบื่อเรียน”

February 28, 2010

 เชื่อได้ว่า คงไม่มีเด็กคนไหน ชอบระบบการเรียนที่ตัวเขาเองเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะท่องจำ ขาดการมีส่วนร่วม หรือทดลองกิจกรรมที่แปลกใหม่ ทำให้เด็กไม่สนุก และไม่อยากที่จะเรียน เพราะขัดกับธรรมชาติการเรียนรู้ของเด็ก ที่รักอิสระ ความสนุก และความตื่นเต้น ดังนั้น ระบบการเรียนรู้โดยใช้สื่อ Interactive ที่เน้นการสอนแบบมีปฏิสัมพันธ์ จึงเกิดขึ้น เพื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เด็กได้เรียนรู้คู่ความสนุก สามารถเข้าถึง และจำบทเรียนได้ง่าย 
 
 
 เห็นผลได้จริงจากลูกชายของ “คุณแม่กิฟท์-วิภา ชีพทรงสุข” ซึ่งเธอได้ใช้แนวคิดนี้ สร้างสัมพันธภาพการเรียนรู้กับลูกเป็นประจำ เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกสนุก และไม่เบื่อที่จะทำการบ้าน หรือเรียนหนังสือ โดยไม่เน้นวิธีการให้ลูกท่องจำ หรือเคร่งเครียดกับบทเรียนมากเกินไป แต่จะผสมความสุข และความสนุกเข้าไปกับวิธีการสอนด้วย 
 

ครอบครัว “ชีพทรงสุข”

 ”คุณแม่จะประดิษฐ์ โดยประยุกต์จากสิ่งที่มีอยู่เดิม นั่นคือสิ่งที่อยู่ในหนังสือ ซึ่งจะต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตสื่อทำมือสอนลูก อาทิ หยิบคำศัพท์จากบทเรียน ด้วยการหาภาพ หรือสแกนภาพจากในหนังสือเรียน พร้อมกับเขียนคำศัพท์ใส่กระดาษ เพื่อนำมาเล่นเกมจับคู่กับลูก แทนที่จะบอกให้ลูกท่องจำเพียงอย่างเดียว สิ่งเหล่านี้ ทำให้การเรียนมีสีสัน สร้างจินตนาการ และความสนุก ส่งผลให้ลูกเข้าใจบทเรียนได้ง่าย และเร็ว ที่สำคัญ ยังเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย” คุณแม่กิฟท์กล่าว 
 
 ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ทีมงานได้สอบถามไปยัง “วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล” กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การเรียนรู้เชิง Interactive (Smart Club) ถึงความสำคัญของแนวคิดข้างต้นว่า ถือเป็นกระบวนการสอนที่ทำให้เด็กสนุก และจดจำรายละเอียดที่ครูสอนได้เป็นอย่างดี แตกต่างจากระบบการเรียนแบบเดิม ที่จะเน้นให้เด็กจดตามสิ่งที่ครูเขียนบนกระดาน เด็กจึงไม่สนุก ส่งผลให้การเรียนขาดประสิทธิผล และประสิทธิภาพ 
 
 อย่างสถาบันเสริมทักษะ “Smart Club” ที่จะเน้นการเรียนรู้แบบ Interactive ฉีกบรรยากาศการสอนแบบเดิมออกอย่างชัดเจน โดยจัดให้มีการสอนแบบเรียนปนเล่น เด็ก เพื่อน และครูมีส่วนร่วม และทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่าน Interactive Whiteboard หรือ “กระดานอัจฉริยะ” สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์กับเด็กได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากจะทำให้เด็กสนุก และไม่เบื่อที่จะเรียนแล้ว ยังทำให้เด็กเข้าถึงบทเรียนได้เร็ว และปลอดภัยจากฝุ่นชอร์คอีกด้วย 
 

วรรณปรียา โลหะวัฒนะกุล

 ”เราได้ค้นพบโปรแกรมสื่อการสอนของ Pintar ซึ่งเป็นการเขียนโปรแกรมโดยนักวิชา และนักพัฒนาสื่อการสอน (Software developer) ของประเทศมาเลเซีย โดยผ่านการรับรองจากประเทศอังกฤษ เพื่อใช้พัฒนาบทเรียนไปสู่รูปแบบของมัลติมีเดีย ซึ่งบทเรียนจะเป็นภาพเคลื่อนไหว มีทั้งวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้เด็กเข้าใจ และจดจำเรื่องราวในบทเรียนได้ง่าย เพราะเด็กเห็นภาพชัดเจน เช่น วันนี้เราจะสอนเรื่องจักรวาล โลกหมุนรอบตัวเอง แบบนั้น แบบนี้ ซึ่งการพูดปากเปล่า บางทีอาจเข้าใจยาก แต่เมื่อมีภาพ ร่วมกับ 3 มิติแล้ว เด็กจะอ๋อ โลกหมุนรอบตัวเองแบบนี่เอง” วรรณปรียาเล่า พร้อมยกตัวอย่าง 
 
 อย่างไรก็ดี สถาบันแห่งนี้ ถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่นำเอา “Interactive Whiteboard” มาใช้กับเด็ก ซึ่งถือเป็นการทำการบ้านที่หนักพอสมควร เพราะต้องออกแบบตัวหลักสูตรให้สนุก และครอบคลุมกับทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด แต่ถึงกระนั้น “คุณวรรณปรียา” เปิดเผยกับทีมงานว่า ตอนนี้ตัวหลักสูตรดังกล่าว เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น หากมีการพัฒนาหลักสูตรอย่างเต็มรูปแบบ ในอนาคตอันใกล้นี้ หวังว่า จะเป็นตัวเลือกให้กับทางโรงเรียน หรือสถาบันต่างๆ ที่สนใจ ได้นำไปใช้จัดระบบการเรียนการสอนให้กับเด็กอย่างแน่นอน 
 
 หากพ่อแม่คนไหน ที่ไม่สามารถเข้าถึง “Interactive Whiteboard” คุณวรรณปรียา แนะทางเลือกฝากทิ้งท้ายไว้ว่า พ่อแม่สามารถจัดระบบการเรียนรู้เชิงปฏิสัมพันธ์ให้ลูกได้เองที่บ้าน โดยใช้ความใกล้ชิดกับลูก ซึ่งพ่อแม่ถือเป็นครูคนแรก ที่สามารถจัดการเรียนรู้คู่ความสนุกให้ลูกได้ 
 
 เช่น ใช้แผ่นภาพเป็นสื่อการสอน ซึ่งอาจดูเหมือนจะโบราณ แต่เชื่อว่า ยังสามารถใช้ได้กับเด็กเสมอ โดยบ้านไหนที่มีลูกเล็ก ควรเน้นพูดกับลูก บวกกับมีแผ่นภาพประกอบ ไม่ควรเน้นให้ลูกต้องท่องจำเพียงอย่างเดียว นั่นจะช่วยสร้างบรรยากาศการสอนที่อบอุ่น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับตัวพ่อแม่เอง ที่จะเลือกเทคนิคการสอนอย่างไรให้สนุก และอยากที่จะเรียน
 
 

เปิดรับสมัครพ่อแม่อาสา หาคนใจดีนวดสัมผัสให้เด็ก

February 28, 2010

 เปิดรับสมัครพ่อแม่อาสา หาคนใจดีนวดสัมผัสให้เด็ก 
 
 สำหรับท่านผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่แล้ว และต้องการร่วมกิจกรรมดี ๆ ก็ต้องโครงการนี้เลยค่ะ “อาสานวดเด็ก พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งจะนำศาสตร์ความรู้เรื่องการนวดสัมผัสเด็กทารกมาใช้กระตุ้นพัฒนาการเด็กในสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีการส่งเสริมการอ่านหนังสือให้เด็กด้วยการอ่านนิทานให้ฟัง หรือฝึกวาดรูประบายสีด้วยค่ะ โดยทางมูลนิธิสุขภาพไทยผู้จัดทำโครงการนี้ฝากมาบอกว่า สถานสงเคราะห์ที่จะเดินทางไปช่วยนวดให้เด็ก ๆ นั้นก็คือ บ้านปากเกร็ด และบ้านพญาไท (สามารถเลือกได้ตามความสะดวกค่ะ) สัปดาห์ละ 1 วัน ๆ ละ 3 ชั่วโมง หรือจะโทรสอบถามรายละเอียดก่อนก็ได้ค่ะที่หมายเลข 02-589-4243, 02-591-8092 หรือทางอีเมล thaihof@yahoo.com สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 11 มีนาคม 2553 ค่ะ 
 
 ชวนพ่อแม่ฟังสัมมนาเรื่องน่ารู้ “เพิ่มความสูงให้เด็ก” 
 
 งานสัมมนาครั้งนี้จัดโดยศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ และศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลปิยะเวท ซึ่งขอเชิญคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ปัญหาของเด็กก่อนวัยรุ่น พร้อมเทคนิคในการเพิ่มความสูงของเด็กมากมาย โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 6 มีนาคม 2553 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องรสสุคนธ์ ชั้น 16 โรงพยาบาลปิยะเวท (ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าค่ะ แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมสัมมนา) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 02-625-6555 
 

 ดรุณสิกขาลัยเปิดรับสมัครนักเรียน 
 
 พ่อแม่ท่านใดที่เคยได้ยินชื่อของโรงเรียนดรุณสิกขาลัย โรงเรียนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มาพร้อมรางวัลและความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ มาในปีนี้เปิดรับสมัครนักเรียนกันอีกแล้วค่ะ โดยจะเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 มัธยมศึกษาปีที่ 6 (1 ปีการศึกษาแบ่งเป็น 3 ภาคเรียน) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 126 ถนนประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ 10140 โทรศัพท์ 02-470-8315-8, 02-872-7330-1 หรือ http://e-school.kmutt.ac.th/ 
 
 ตามไปดู “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” 
 
 การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาลกำลังจะเกิดขึ้นจริงในประเทศไทยแล้วค่ะ เมื่อมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ร่วมกับ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด พร้อมด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน เปิดตัวโครงการนำร่อง บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กอนุบาล พร้อมวางรากฐานการเรียนการสอนทั้งระดับโรงเรียน และครอบครัว โดยจะปูพรมโรงเรียนอนุบาลถึง 200 แห่งก่อนขยายสู่ทั่วประเทศ ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ก็คือ เพื่อเป็นการวางรากฐานในเด็ก ให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ และมีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต ช่างคิดวิเคราะห์นั่นเอง ผู้สนใจโครงการนำร่อง บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามรายละเอียดโทร 02-662-3000 กด 1 Call Center หรือที่ www.littlescientistshouse.com 
 
 เปิดกันอีกแล้ว แหล่งเรียนรู้ใหม่ “SmartClub” 
 
 สำหรับพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกเตรียมพร้อมสู่สมรภูมิการเรียนคงให้ความสนใจกับการเปิดตัวของแหล่งเรียนรู้ใหม่ ๆ เพื่อลูก และการเปิดตัวของ SmartClub ก็คงโดนใจบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งจุดขายของแหล่งเรียนรู้นี้หนีไม่พ้น “ห้องเรียน” ที่ว่ากันว่านำอุปกรณ์ไฮเทคต่าง ๆ มากมายมาใส่เอาไว้ เช่น Interactive Whiteboard แถมยังมีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือสำหรับตรวจสอบสถานะของผู้เรียนและบันทึกข้อมูลของผู้เรียนทุกครั้งเอาไว้ด้วย ซึ่งภายในสถาบันจะแบ่งออกเป็น 5 โซน ได้แก่ SmartClassroom, SmartLounge, Smart Playground, SmartCafé และ SmartGad สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ SmartClub ชั้น 5 อาคาร Sala@Sathorn 
 

 ลูก ๆ กับเส้นทางศิลปิน 
 
 พ่อแม่ท่านใดที่เห็นว่าลูก ๆ มีแววด้านศิลปะ จะเป็นศิลปิน โอกาสมาถึงแล้วค่ะ เมื่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญเด็กและเยาวชนไทยอายุไม่เกิน 20 ปี ส่งผลงานศิลปกรรมเข้าประกวดในการประกวดศิลปกรรมเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 400,000 บาท กติกาการประกวด : การสร้างสรรค์ผลงานไม่จำกัดเทคนิควิธีการสร้างสรรค์ โดยผลงานที่มีลักษณะ 2 มิติต้องมีขนาดกว้าง-ยาวไม่เกินด้านละ 1.20 ม.(ไม่รวมกรอบ) และผลงานที่มีลักษณะ 3 มิติ ต้องมีขนาดไม่เกินด้านละ 1.20 ม. (ไม่รวมฐาน) สามารถส่งผลงานไม่เกินคนละ 3 ภาพ ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันที่ 21 – 25 เมษายน 2553 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 02-224-4704 ต่อ 107 และ 02-326-4021 หรือทางเว็บไซด์คณะศิลปวิจิตร สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ffa.bpi.ac.th 
 
 ประกวดออกแบบโลโก้ 
 
 สถานีวิทยุศึกษาจัดกิจกรรมประกวดตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ประจำสถานี ชิงเงินรางวัลรวม 40,000 บาท โดยตราสัญลักษณ์นี้จะต้องสื่อความหมายของสถานีวิทยุที่เสริมสร้างปัญญา พัฒนาชีวิต และมีคำว่า วิทยุศึกษา อยู่ด้วย สนใจส่งภาพเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2553 ที่อาคารศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กทม. 10400 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 354 5730-40 ต่อ 327-330 และที่เว็บไซต์ www.moeradiothai.net 
 

อดีตเด็กเกเร “ปู-วันชัย” ชีวิตเต็มที่เพื่อสังคม-ครอบครัว

February 28, 2010

ปู-วันชัย บุญประชา

 หากพูดถึงผู้ชายที่ชื่อ “ปู-วันชัย บุญประชา” เขาคนนี้ถือเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มคนทำงานด้านเด็ก กับตำแหน่งผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว ขณะที่อีกหลายภาคส่วน อาจรู้จักจากสื่อ เพราะเขาถือเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ ในการทำงานป้องกันปัญหาเด็ก และช่วยเด็กให้พ้นจากสภาพที่เลวร้าย ทั้งสถานบริการทางเพศ โรงงาน และบ้านที่ใช้ความรุนแรง 
 
 ตลอดระยะเวลา 20 ปี บนเส้นทางชีวิตการทำงานด้านเด็ก-ครอบครัว ของ “พี่ปู” หากย้อนกลับไป เขาเคยเป็นเด็กเกเรมาก่อน ที่สำคัญ เขาเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง แต่ด้วยความโชคดีที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อแม่เข้าใจ ซึ่งมักจะได้รับความรู้สึกที่ดีจากพ่อแม่อยู่เสมอว่า “ถึงแม้เอ็งจะเรียนไม่เก่ง แต่เอ็งเป็นคนช่วยเหลือผู้อื่น” ทำให้ด.ช.ปู มีแรงขับ และกำลังใจ จนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เขาได้กลายเป็นที่พึ่งให้กับสังคม และครอบครัวไทยในหลายเรื่อง 
 
 ”สมัยที่เรียนมัธยม พี่อยู่ห้องสุดท้าย วันๆ อยู่กับงานช่าง แต่เด็กกลุ่มนี้ มักจะเป็นตัวหลักในการทำกิจกรรมของโรงเรียนอยู่เสมอ เช่น โต๊ะหินอ่อนไม่พอ เราก็ช่วยทำ นอกจากนี้ยังได้พบด้วยว่า แม้จะเป็นเด็กห้องสุดท้าย แต่เรากลับกลายเป็นหัวแถวของเพื่อนๆ ในห้อง ที่สามารถทำเลขให้เพื่อนลอกได้ หรือให้เพื่อนลอกข้อสอบเราได้ จนสามารถสอบเอ็นทรานต์ติดที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาวิชาบ้าน และชุมชน เพราะมีความชอบ และตั้งใจที่ช่วยเหลือ และพัฒนาชีวิตชาวบ้าน” คุณปูเล่าถึงชีวิตสมัยเรียน 
 
 คำบอกเล่าข้างต้น แม้ว่าตอนนั้นคุณปูจะมีจุดด้อยในเรื่องการเรียน แต่เขาก็มุ่งมั่นที่จะค้นหาคุณค่า ด้วยการบอกที่บ้านว่า จบออกมาจะขอทำงานอาสาสมัคร ซึ่งพี่สาวถือเป็นคนจุดไฟอาสาให้กับเขา ด้วยคำพูดที่บอกว่า “เอ็งถือเป็นส่วนคืนกำไรให้สังคมของครอบครัว” นี่คือคุณค่า ที่ตัวเขาเองรู้สึกว่า แม้จะทำแล้วดี หรือไม่ดี แต่สิ่งแรกที่เขาได้รับคือ ความรู้สึกที่ดี เพราะถือว่าได้ช่วยให้ใครหลายคนมีความสุข และมีโอกาสที่ดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางชีวิตอาสาสมัคร ที่มีหัวใจพร้อมจะช่วยสังคม และทุกครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 
 
 “20 ปีทำงานด้านเด็ก” ตกผลึกปัญหาครอบครัวไทย 
 
 ตลอดระยะเวลา 20 ปี คุณปู ตรวจปัญหาครอบครัวไทยพบว่า เมื่อสังคมเปลี่ยน ครอบครัวไทยก็เปลี่ยน เนื่องจากทุกวันนี้ สังคมมีสิ่งมอมเมาที่ซับซ้อนมากขึ้น ถึงแม้ว่าพ่อแม่ยุคใหม่จะใส่ใจ และดูแลลูกเป็นอย่างดีก็ตาม แต่บางครั้งก็ยังเอาไม่อยู่ ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ตัวพ่อแม่ยุคใหม่เอง กลับกลายเป็นคนพาลูกเข้าวังวนของกระแสสังคมทุนนิยม เช่น ลูกอยากได้โทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง ก็ตามใจซื้อให้ หรือการพาลูกเข้าสังคมติวเตอร์ รวมไปถึง ร่วมกันเสพสื่อร้ายกับลูก โดยเฉพาะหนัง หรือละครบางเรื่องที่แฝงความรุนแรงต่อเด็ก สิ่งเหล่านี้ถือเป็นมัจจุราชรุ่นใหม่ ที่บางครอบครัวยังรู้ไม่เท่าทัน 
 

พ่อปู กับลูกปอนด์

 ”กระแสบริโภคนิยม หรือการฟุ้งเฟ้อมากเกินความเป็นจริง สิ่งต่างๆ พวกนี้ พ่อแม่กลับถลำเข้าไปร่วมบริโภค จนทำให้ลูก เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ว่า ควรทำแบบนั้นตามไปด้วย นี่คือสิ่งที่ครอบครัวไทยกำลังเผชิญ ซึ่งมันไม่เหมือนก่อนที่พ่อแม่ฐานะยากจน ต้องทำงานเลี้ยงลูก โดยที่ไม่มีเวลาให้ลูก แต่เด็กก็รอดมาได้ เพราะสังคมไม่เลวร้ายเหมือนตอนนี้ 
 
 แต่ยุคสมัยใหม่ ถึงแม้พ่อแม่จะมีเวลา แต่หลายครอบครัว ก็เอาเวลาไปร่วมเสพกระแสทุนนิยมร่วมกับลูก ซึ่งบางครอบครัวตามไม่ทันจนตกหลุมพลาง” คุณปูสะท้อนถึงสิ่งที่ครอบครัวไทยกำลังถูกกระทำ ทั้งยังบอกต่อว่า ไม่ใช่แค่สังคมเมืองเท่านั้น แต่สังคมชนบทเอง ก็ได้รับอิทธิพลกับกระแสดังกล่าวด้วยเช่นกัน 
 
 
 สำหรับทางออกที่ดีที่สุด คือ การดำเนินชีวิตตามหลักคิดวิถีพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่กระนั้น ปัญหาอยู่ที่ครอบครัวไทย ยังคงติดอยู่กับระบบทุนนิยม ที่ยังปรับตัวกับระบบคิดแบบพอเพียงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องค่อยๆ เรียนรู้ เพราะว่า สังคมถูกดูดจากกระแสทุนนิยมเร็วขึ้น เนื่องจากสื่อเข้าถึงได้ง่าย อย่างไรก็ดี ต้องทำให้ทุกครอบครัวไทยเชื่อให้ได้ว่า ทุกครอบครัวมีความสุขได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินมาก แต่การมีอย่างพอดี ไม่มีหนี้สิน ก็สามารถเสพความสุขได้ 
  
 ”การที่พ่อแม่บอกลูกว่า อยากได้อะไรให้เก็บเงินซื้อ ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่คำว่าอยากได้อะไร ต้องคุยกับลูกก่อนว่า สิ่งที่อยากได้นั้น เป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่บอกว่า อยากได้ BB แล้วให้ลูกเก็บเงินซื้อเอง ซึ่งมันไม่ถูก พ่อแม่ต้องคุยกับลูกว่า BB จำเป็นไหม ซึ่งไม่ใช่อะไรหรอก การที่ลูกอยากได้ของเกินความจำเป็น และมีราคาสูง บางครั้งลูกอาจไปโกง หรือไปยืมเงินคนอื่นเพื่อไปซื้อมาก็ได้” คุณปูกล่าว 
 
 “เพื่อมวลชน” ต้องเพื่อลูก และภรรยาด้วย 
 
 หากพูดถึงการทำงานด้านเด็ก และครอบครัว คุณปูถือว่า ได้ทำหน้าที่คืนกำไรให้กับสังคมมาอย่างเต็มที่ แต่มีหลายคน ตั้งคำถามว่า “แล้วชีวิตครอบครัวของผู้ชายคนนี้จัดการได้ดีเหมือนกับสิ่งที่ออกมาพูดหรือไม่?” กับเรื่องนี้ คุณปูเปิดใจกับทีมงานว่า ตัวเขา ให้ความสำคัญกับครอบครัวมาตลอด โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เรียกได้ว่า ตื่นเช้าต้องไปส่งลูกชาย (น้องปอนด์) และ ภรรยาที่ทำงานทุกวัน ตกเย็นจะต้องขับรถพาลูก และภรรยากลับบ้านด้วยกัน ถึงแม้จะมีประชุมดึก แต่ลูก และภรรยา ก็จะมานั่งรอ เพื่อที่จะนั่งรถกลับพร้อมกันกับคุณพ่อ 
 
 ส่วนกิจกรรมที่ทำกับครอบครัว พ่อปูเล่าว่า สมัยลูกยังเล็ก กิจกรรมส่วนใหญ่ จะพาครอบครัวไปพบญาติ กินข้าวเย็นด้วยกันทุกๆ อาทิตย์ แต่ตอนนี้ เมื่อลูกโตขึ้น เวลาส่วนใหญ่ที่อยู่ด้วยกัน จะอยู่ที่บ้านมากกว่า โดยจะช่วยกันทำงานบ้าน ทั้งถูบ้าน ซักผ้า ซึ่งจะไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาเพียงฝ่ายเดียว เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดี ดังนั้นจึงต้องช่วยกัน 
 

3 ชีวิต พ่อแม่ลูก ครอบครัว “บุญประชา”

 สูตรวัคซีนพ่อปู ฉีดสร้างภูมิให้ลูกปอนด์ 
 
 
 ด้านแนวการสอนลูกของ “พ่อปู” เขาจะไม่คาดหวังเรื่องการเรียน หรือคะแนนของลูกมากนัก แต่จะเน้นเรื่อง “ความรับผิด ชอบ” เป็นสำคัญ ซึ่งลูกจะต้องรู้หน้าที่ของตัวเองว่า กลับจากโรงเรียนแล้วจะต้องทำอะไร เช่น ทำการบ้าน จัดหนังสือตามตารางสอน กับความรับผิดชอบนี้ เขาจะบอกลูกตลอดว่า “การที่พ่อได้มาทำงานตรงนี้ เพราะหลายคนเห็นว่าพ่อมีความรับผิดชอบ เขาจึงไว้ใจพ่อ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ลูกจะต้องมี” นี่คือสิ่งที่พ่อปูสอนลูกปอนด์ 
  
 นอกจากเรื่องของความรับผิดชอบแล้ว พ่อปูยังเน้นสอนลูกไม่ให้ดูถูกคนอื่น เจอใครวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่อย่าด่า หรือใช้ คำหยาบ ซึ่งบางครั้งเด็กทุกคนอาจมีหลุดกันได้บ้าง แต่พ่อปูจะสอนให้ลูกรู้จักตั้งคำถาม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดเพราะอะไร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น 
  
 ”พี่จะสอนลูกไม่ให้มองคนที่เปลือกนอก เพราะคนเราพอจะทำอะไร มันมีมิติในตัวของมัน สิ่งที่เราเห็นนั้น ถือว่าเป็น ประสบการณ์ แต่เบื้องหลังที่เกิดขึ้นเขามีเหตุ และผล มีความเป็นมา ดังนั้นอย่าไปตัดสินเขาว่าต้องเป็นเลวเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น นั่งดูข่าวการเมืองด้วยกัน เมื่อลูกพูดว่าอีกฝ่าย พี่ก็จะบอกลูกว่า ลองมองอีกมุมหนึ่งของเขาดูไหม เขาอาจจะมีมุมอื่นที่ดีก็ได้นะ เนื่องจากคนเรามีทั้งเลวและดี แต่มันอยู่ที่ว่า ดีกระทบใคร เลวกระทบใคร” พ่อปูเผยถึงแนวการสอน 
 
 อย่างไรก็ดี สังคมนอกบ้าน ถือว่าเป็นสังคมที่พ่อแม่หลายคนต่างกังวลไม่ใช่น้อย ซึ่งไม่ต่างกับพ่อปู ที่ถึงแม้จะเห็นปัญหา และแก้ปัญหามามาก ก็ไม่แคล้วที่จะกังวล และห่วงลูกชายเป็นธรรมดา สิ่งที่พ่อปูเป็นห่วงลูกมากที่สุด คือ ความเกเรของสังคมที่ไร้ซึ่งเหตุผล กล่าวคือ มีการทำร้ายกันเพียงแค่มองหน้า ปักป้ายสถาบัน หรือตบหัวเพื่อขอทรัพย์สิน 
 
 
 ฝากแง่คิดถึง “ครอบครัวไทย” ทุกครัวเรือน 
 
 กับกระแสทุนนิยม และระบบการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกวัน สิ่งที่อยากจะฝากไปถึงพ่อแม่ทุก บ้านคือ “ลูกจะอยู่รอด หรือไม่รอด ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความรู้ให้ลูกเพียงอย่างเดียว เพราะเราอาจเห็นคนเก่งทำร้ายสังคมก็มี ซึ่งเด็กกลุ่มนี้บางคน อาจเอาตัวรอดในสังคมได้ก็จริง แต่สังคมอาจถูกกระทำจากพวกเขาก็เป็นได้ 
 
 นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ตอนนี้ ปัญหาที่พ่อแม่ต่างกลัวระบบการแข่งขัน จนกังวลว่า ลูกจะไม่ได้งานที่ดีทำในอนาคต ลูกจะไม่ได้เงินเดือนที่สูงในอนาคต เหตุผลเหล่านี้ ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่ ส่งลูกเข้าสู่ระบบแข่งขัน ด้วยการไปเรียนเสริม พอลูกสอบ ไม่ได้ถึงกับจะตาย ส่งต่อความเครียด และความกดดันไปให้ลูก ถ้าบางคนมีภูมิต้านทานทางจิตใจที่ดี ก็รอดไป แต่ถ้าภูมิต้านทาน ของเด็กบางคนไม่แข็งแรง ก็อาจถึงขั้นโคม่าได้ 
 
 ทางที่ดี สิ่งที่พ่อแม่ควรทำคือ เน้นการเรียนรู้ให้ลูก มากกว่าที่จะเน้นความรู้เพียงอย่างเดียว พยายามให้ลูกเกิดกระบวนการเรียนรู้ตั้งแต่เด็ก ว่าอะไรคืออะไร ควรหรือไม้ควร โดยให้ลูกรู้จักวิเคราะห์ สืบเสาะ ค้นหา และมีสติ แล้วเด็กจะอยู่รอดในสังคมระบบทุนนิยมได้อย่างรู้เท่าทัน 
 

อสุจิมี”คุณภาพ”หรือไม่ ตรวจได้แล้วจากที่บ้าน

February 28, 2010

 เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ เมื่ออังกฤษเผยโฉมอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณอสุจิสำหรับตรวจด้วยตัวเองที่บ้านตัวแรกที่สามารถพัฒนาได้สำเร็จ เตรียมวางจำหน่ายให้กับคู่สามีภรรยาได้ซื้อไปตรวจด้วยตัวเอง  
 

โฉมหน้าอุปกรณ์ตรวจวัดอสุจิิจากอังกฤษ

 คู่สามีภรรยาที่รอคอยการตั้งครรภ์และต้องซื้ออุปกรณ์มาตรวจปัสสาวะด้วยตัวเองอาจมีเครื่องมือชิ้นใหม่ที่ช่วยให้ทราบผลเร็วขึ้นแล้ว เมื่ออังกฤษได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณเชื้ออสุจิที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียอ้างว่ามีความแม่นยำสูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์ได้เป็นผลสำเร็จ 
 
 ดร.จอห์น เฮอร์ จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เมืองชาร์ล็อตต์วิลล์ ผู้ร่วมพัฒนาอุปกรณ์ทดสอบตัวนี้กล่าวว่า มันเหมาะสำหรับคู่แต่งงานที่ต้องการจะมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ หรือยังต้องการพยายามด้วยตัวเอง ไม่ต้องการพึ่งพาความก้าวหน้าทางการแพทย์ 
 
 ทั้งนี้ ดร.จอห์นอ้างว่า อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถบอกได้ว่า น้ำเชื้อของฝ่ายชายมีปัญหาหรือไม่ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับคู่สามีภรรยาในการไปพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษา หรือขอตรวจลงได้ 
 
 ”ราคาขายปลีกของอุปกรณ์นี้คาดว่าจะอยู่ที่ 15 ปอนด์ ซึ่งถูกกว่าการเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์อยู่ค่อนข้างมาก” 
 
 สำหรับความน่าเชื่อถือของอุปกรณ์ตรวจวัดดังกล่าวนั้น ดร.จอห์นอ้างว่ามีความน่าเชื่อถือสูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว (โดยเป็นการนำผลมาตรวจสอบกับผลที่ได้จากห้องแลปมาตรฐาน) 
 
 สำหรับปริมาณอสุจิควรจะมีต่อน้ำเชื้อหนึ่งมิลลิลิตรคือ ยี่สิบล้านตัวขึ้นไป ซึ่งถ้าตรวจวัดได้เช่นนั้น อุปกรณ์จะระบุว่าเป็นน้ำเชื้อที่มีคุณภาพ ส่วนน้ำเชื้อที่ไม่มีคุณภาพนั้นจะต้องมีปริมาณอสุจิต่ำกว่าห้าล้านตัว 
 ต่อหนึ่งมิลลิลิตร 
 
 อุปกรณ์ตรวจวัดดังกล่าวนี้ใช้เวลาในการพัฒนานานกว่า 10 ปี โดยได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหราชอาณาจักร 
 
 อ้างอิงจากเดลิเมล 
 

กลิ่นอับติดเสื้อผ้า แก้ปัญหาอย่างไรให้ได้ผล

February 28, 2010

 งานบ้านอย่างหนึ่งที่คุณแม่บ้านคนไหนก็ไม่มีทางเลี่ยงได้คือ การซักผ้า ถึงแม้ว่าปัจจุบัน งานซักผ้าอาจจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก เพราะทุกวันนี้มีผงซักฟอกมากมายหลายแบบที่ตอบสนองความต้องการของคุณแม่บ้านได้ตรงใจมาช่วยแบ่งเบาภาระให้เบาแรงลงได้เยอะ แต่ปัญหาหนึ่งที่หลายคนยังคงกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่เสมอก็คือ เรื่องกลิ่นอับ ยิ่งช่วงนี้ฝนตกๆ หยุดๆ จะซักผ้าแต่ละที ต้องคิดแล้วคิดอีกว่า ซักไปจะแห้งสนิทไร้กลิ่นอับหรือเปล่า 
 
 มากไปกว่านั้น กลิ่นอับยังไม่ได้เกิดกับผ้าที่ไม่ได้ตากแห้งสนิทเท่านั้น บางครั้งเสื้อผ้าที่เราเก็บไว้ในตู้แล้วไม่ได้หยิบมาใส่เป็นเวลานานก็ยังเกิดกลิ่นอับได้เช่นกัน หากทุกครั้งที่หยิบเสื้อผ้าจากตู้มาใส่ กลิ่นอับยังตามมารังควาน คงขาดความมั่นใจน่าดู สุดท้ายหลายคนพยายามจะแก้ปัญหานี้ด้วยการหยิบเสื้อผ้ามาซักซ้ำใหม่ แต่ก็ไม่แน่ว่ากลิ่นจะหมดอย่างที่ต้องการหรือเปล่า วันนี้เรามาลองดูกันว่า มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยขจัดปัญหากลิ่นอับบนเสื้อผ้าของคุณ 
 
 กลิ่นมาจากไหน แก้ให้ตรงจุด 
 
 
 กรณีนี้หมายถึงว่า หากกลิ่นอับของเสื้อผ้ามาจากตู้ใส่เสื้อผ้า เราก็ต้องแก้ปัญหาที่ตู้ก่อน หลังจากนี้จะได้ไม่มีเสื้อผ้าติดกลิ่นอับอีก เริ่มแรก คุณต้องนำเสื้อผ้าออกจากตู้ให้หมด เปิดตู้ทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศสัก 1 วัน พร้อมทั้งทำความสะอาดตู้ให้ทั่ว จากนั้นค่อยเพิ่มกลิ่นหอมให้ตู้เสื้อผ้าแบบที่ทั้งง่ายและประหยัดด้วยขวดน้ำหอมที่ใช้หมดแล้ว เพียงเปิดฝาขวดแล้วนำไปวางไว้ในตู้ น้ำหอมที่เหลือจะระเหยความหอมติดตู้ ช่วยป้องกันไม่ให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับได้อีกทางหนึ่ง 
 
 กลิ่นอับมารังควาน งานนี้ต้องใช้ผู้ช่วย 
 
 
คุณอาจเลือกเบคกิ้งโซดาหรือผงฟูมาเป็นผู้ช่วยในการขจัดกลิ่นอับบนเสื้อผ้า เพียงผสมผงฟู 3-4 ช้อนลงในน้ำ 1 กะละมัง นำผ้าลงแช่สักครู่ หรือจะลองแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนก็สามารถทำได้ ถ้ากลัวว่ากลิ่นอับจะยังติดทน แล้วค่อยซักตามปกติ จากนั้นอาจจะใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มผสมในน้ำสุดท้ายด้วยก็ได้ เท่านี้ก็เรียบร้อย แต่คำเตือนก็คือ เสื้อผ้าที่บอบบางมากๆ อาจไม่เหมาะกับวิธีการนี้ 
 
 ผึ่งแดดก็ได้ ง่ายนิดเดียว 
 
 
วิธีนี้ง่ายแต่อาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่รับรองว่าได้ผล นั่นคือ เมื่อคุณพบเสื้อผ้ามีกลิ่นอับ สิ่งแรกที่คุณต้องทำก็คือ เอาเสื้อผ้าชุดนั้นไปผึ่งแดดในวันที่แดดจ้าฟ้าใสก่อนสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ ไอแดด ได้ชโลมตัวบนเสื้อผ้า จากนั้นจึงค่อยนำไปซัก ซักเสร็จแล้วนำไปตากกลางแจ้ง รับรองกลิ่นอับไม่กลับมาแน่นอน 
 
 หน้าฝนกลิ่นอับมา บอกลานิสัยเดิมๆ 
 
 
 ในช่วงหน้าฝน แทนที่จะสะสมผ้าใช้แล้วไว้เยอะๆ แล้วค่อยซัก คุณต้องเปลี่ยนนิสัยมาซักผ้าให้บ่อยขึ้น เพราะไม่งั้นการสะสมของเชื้อแบคทีเรียจะทำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นอับมากยิ่งขึ้น เช่นวันนี้รวบรวมได้ 4-5 ตัวแล้ว ฝนไม่ตกพอดี ก็จัดการนำมาซักเสียเลย โดยอาจจะใช้ผงซักฟอกที่สามารถลดกลิ่นอับชื้นได้แม้ตากในที่ร่ม ซักเสร็จบิดให้แห้ง แล้วนำมาตากโดยเว้นระยะห่างสักหน่อยเพื่อให้ลมพัดผ่านได้อย่างทั่วถึง เท่านี้ก็ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากลิ่นอับได้ง่ายๆ แล้ว 
 
 แต่ละวิธีที่เล่ามา คุณสามารถปรับใช้ได้ตามสถานการณ์และความถนัดของคุณ ใช้แล้วถูกใจวิธีไหนเป็นพิเศษ อย่าลืมบอกต่อให้เพื่อนๆ ของคุณทราบด้วยล่ะ ทุกๆ คนจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเสื้อผ้ามีกลิ่นอับอีก 
 
 ขอบคุณเทคนิคดี ๆ จากทีมงานบรีสค่ะ 
 

ขวัญ ติดเรียนแบบมัธยม ทำจบช้ากว่าเพื่อน แย้มมีลุ้นสลัดผ้าถ่ายหวิว

February 28, 2010

   

 

 

ขวัญ เซ็งต้องเรียนยาว 4 ปีครึ่ง เหตุยังติดกับวิธีเรียนเมื่อสมัยมัธยม โล่งยังทันได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน ปัดได้เพื่อนชายคนสนิทช่วยติวพิเศษ บอกมีเพื่อนทุกเพศช่วยเรื่องการเรียน ยันจบแล้วไม่คิดสลัดผ้าถ่ายหวิว เพราะพ่อหัวโบราณ ขอดูกาลเทศะและความเหมาะสม อนาคตมีสิทธิ์ได้เห็น 
 
 โหมถ่ายละครอย่างหนักมาตลอด อีกทั้งยังติดกับวิธีเรียนเมื่อสมัยมัธยม เลยทำให้นางเอกสาว ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ ต้องจบมหาวิทยาลัยช้า และเรียนเพิ่มมากกว่าเพื่อนอีก 1 เทอม โดยรายละเอียดในเรื่องนี้เจ้าตัวเผยอย่างเซ็งๆ ว่า ด้วยความที่เรียนเพลินอย่างสบายๆ ไม่ยอมส่งใบลายามขาดเรียน ทำให้เธอต้องเรียนยาว 4 ปีครึ่งถึงจะจบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และโชคยังดียังทันได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน 
 
 ตอนนี้สอบเสร็จแล้วค่ะ แต่ขวัญต้องเรียนประมาณ 4 ปีครึ่งถึงจะจบ ก็กลายเป็นต้องเรียนปี 5 เทอม 1 อีก ซัมเมอร์ก็ยังต้องสอบ ปี 5 เทอม 1 ซึ่งถ้าเรียบร้อยก็จะได้รับปริญญาพร้อมเพื่อน ก็ลุ้นค่ะ ยิ่งใกล้มันก็ยิ่งเสียว เพราะวิชาที่เราลงมันเป็นวิชาที่เขาเปิดเฉพาะเทอม 1 หรือ 2 ซึ่งมันดร็อปไม่ได้เลย ตกก็ไม่ได้ เราก็เฮ้ยอีกนิดเดียวรอลุ้นดู แต่ไม่กดดัน 
 
 ที่เลยมาอีก 1 เทอมเพราะขวัญเพลินไปหน่อย คิดว่ามันจะง่ายเหมือนตอนเรียนมัธยม ใบลาก็ไม่ได้ส่ง เวลาอาจารย์พูดอะไรเราก็บอกว่าไม่เป็นไรอาจารย์หยวนๆ เถอะ ซึ่งจริงๆ ม.กรุงเทพเขาให้ได้นะคะ เพียงแต่แค่ต้องส่งใบลาแค่นั้นเอง แต่ด้วยความที่เรามาจากโรงเรียนมัธยมมาก่อน ก็เลยไม่ได้จริงจังมาก ก็โดนเลย 
 
 ปัดมีเพื่อนชายคนสนิทช่วยติวพิเศษให้ แจงเพื่อนทุกเพศช่วยกันหมด 
 
 ขวัญโชคดีที่มีเพื่อนที่มหาลัยคอยช่วย ไม่ใช่แค่ผู้ชายอย่างเดียวที่ติวให้พิเศษ กะเทย เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ช่วยขวัญหมดทุกเพศ เพื่อนเราแสนดีหมดเลย จัดให้ได้ ตอนนี้ก็เหลือรอลุ้นคะแนนที่ออกมา ขอให้ผ่านไม่ว่าเกรดจะออกมายังไง แม้จะเป็นซีก็ตาม ขวัญก็ภูมิใจในส่วนตัวของเราเอง เพราะไม่ได้ลอกใคร เราทำด้วยความสุจริต แล้วเราก็ทำงานไปด้วย ตอนนี้ก็พยายามทำทั้งสองอย่างให้มันควบคู่กันไปเรื่อยๆ 
 
 บอกถึงเรียนจบก็ยังไม่คิดสลัดผ้าถ่ายหวิวภายใน 2-3 ปีนี้ เหตุเกรงใจพ่อ ต้องรอให้ทุกอย่างเหมาะสม และถูกกาลเทศะก่อน 
 
 ชุดว่ายน้ำไม่มีถ่ายแน่นอน แรกๆก็มีติดต่อนะ แต่หลังๆหายไปแล้ว เขาคงชิน (หัวเราะ) ที่ไม่ถ่ายเพราะยังไม่มั่นใจกับหุ่นด้วย รอไว้ก่อนดีกว่า เอาไว้ให้ร่างกายเราสวยกว่านี้ก่อนค่อยให้พี่เขามาดูกัน ถึงเขาจะทุ่มเงินไม่อั้นให้ถ่ายก็ไม่เป็นไร เงินหาเมื่อไหร่ก็หาได้ คือก็อาจจะมีถ่าย แต่ขึ้นอยู่กับกาลเวลาและความเหมาะสม อย่างเราเป็นลูกคนเล็ก พ่อเราก็หัวโบราณบ้างส่วนนึง ก็ต้องเกรงใจพ่อนิดนึง 
 
 พ่อก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก เหมือนเราต้องรู้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว เป็นธรรมดาของพ่อทุกคนที่ต้องเป็นห่วงลูกสาว ซึ่งถ้าจะถ่ายขวัญคงดูคอนเซ็ปต์หลายๆ อย่าง แต่คงไม่หวือหวาอะไรมาก ในช่วง 2-3 ปีนี้ก็ยังคงเห็นขวัญในระดับเดิมอยู่ ยังไม่หวือหวาไปไหน 
 
 ถามขวัญว่าอยากถ่ายชุดว่ายน้ำมั้ย ก็อยากถ่าย แต่อยากให้มันขึ้นอยู่กับกาลเทศะ และความเหมาะสมมากกว่า เพราะตอนนี้ถึงขวัญจะอายุ 21 แต่ด้วยความที่เราอยู่วงการมาตั้งแต่เด็ก ใครๆก็ยังมองว่าเราเป็นเด็กอยู่ เพราะฉะนั้นเราก็ไปเรื่อยๆ ดีกว่า 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

อาร์เอส เมิน นาธาน ซัดทอด ชี้เจตนาให้ข้อมูลผิดเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่น

February 28, 2010

   

 

 

อาร์เอส ไม่หวั่น นาธาน ซัดทอดรู้เห็นเป็นใจ สร้างหลักฐานเท็จเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่นปี 2549 บอกได้ข้อมูลมาจากเจ้าตัวเอง ชี้ประเด็นให้ดูที่เจตนาของอีกฝ่าย ยันไม่คิดฟ้องกลับ เชื่อได้รับโทษโดนยิงเปล่าตายไปจากสังคมพอแล้ว ลั่นจะดูแล 2 พนักงานอย่างดีในเรื่องของคดี 
 
 หลังปฏิเสธไม่มาตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง ในที่สุดอดีตนักร้องชื่อดัง นาธาน โอร์มาน ก็โผล่เข้ามอบตัว และรับฟังข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในคดีโกงอายุเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่นเมื่อปี 2549 แต่ ทนายปุ๊ พิรวรรณ ชลพิทักษ์พงษ์ ซึ่งเป็นทนายความส่วนตัวของนาธาน ได้เป็นตัวแทนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมยันว่าลูกความของตนไม่มีความผิด เนื่องจากการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลในครั้งนั้น ทางอดีตต้นสังกัดอย่างอาร์เอสเป็นคนเสนอส่งชื่อนาธานไปเอง 
 
 ซึ่งนาธานเห็นว่าศิลปินคนอื่นในสังกัดก็มีชื่อเสนอไป และทุกคนมีสิทธิ์เข้ารับรางวัลดังกล่าวได้หมด เลยไม่ได้ทำการคัดค้านในการถูกส่งชื่อไป และไม่ได้มีเพียงแต่นาธานเท่านั้นที่อายุเกิน แต่ยังมีศิลปินอีกหลายคนที่มีอายุเกินระดับเยาวชนเช่นกัน เจอฝ่ายอดีตเด็กในสังกัดเล่นลิ้นซัดทอดมาแบบนี้ แทนที่ผู้บริหารใหญ่บริษัทอาร์เอสอย่าง เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ จะโมโหควันออกหู บอสใหญ่ค่ายเพลงดังทำนิ่งก่อนเผยว่า ไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะบอกว่าอาร์เอสเป็นคนเสนอส่งชื่อไป เพราะเป็นเรื่องจริง แต่ประเด็นอยู่ที่ข้อมูลที่ยื่นเข้าไป ได้มาจากตัวนาธานเองต่างหาก 
 
 มันก็เป็นเรื่องจริงไม่แปลก อาร์เอสเองก็ยืนยันมาตลอดว่าเป็นคนยื่น แล้วเราก็ไม่ได้ยื่นเพียงท่านเดียว เรายื่นไปมากกว่า 1 คน แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่อาร์เอสเป็นคนยื่นหรือเปล่า ทุกวันนี้ที่กำลังเป็นประเด็นของสังคมคือ เจ้าหน้าที่ของอาร์เอสได้ข้อมูลมาจากนาธาน แล้วข้อมูลที่ได้มาถูกต้องหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ยื่น ผมว่าตรงนี้มันเป็นประเด็นที่กระทรวงมอง และเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรงนี้เราไม่มีข้อสงสัย 
 
 แต่จะมาบอกว่าทางเราไม่ตรวจสอบความถูกต้องเอง คือต้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำตอนนั้น อาจจะไม่ได้มีการตรวจสอบมาก เพราะข้อมูลต่างๆมาจากตัวเขาเอง ผมว่ามันไม่มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่อาร์เอส จะไปสร้างหลักฐานปลอม แต่ถ้าจะมีอาจจะเป็นเรื่องของความบกพร่อง ที่เราไม่ได้มีการตรวจสอบ คงเป็นเรื่องของความไว้วางใจกันมากกว่า เพราะเจ้าหน้าที่อาร์เอสเองก็ได้ข้อมูลมาจากตัวนาธาน 
 
 เรื่องของการจะมาซัดทอด ผมมองว่าประวัติของศิลปินถูกต้องหรือเปล่า เป็นเรื่องที่เราจะต้องตรวจสอบนับจากนี้ไป ผมคิดว่าเรื่องถูกต้องหรือไม่ถูกต้องอาจจะไม่ใช่ประเด็น ผิดพลาดมากน้อยก็ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นอยู่ที่เจตนาเอาความผิดพลาดนั้นไปทำอะไร ผมว่าในวงการเองไม่ใช่เฉพาะอาร์เอส อาจจะมีศิลปินบางคนใช้ชื่อไม่ตรงกับชื่อจริง หรือบอกอายุไม่ตรงกับอายุจริงก็มี แต่ผมว่าเอาที่เจตนาดีกว่าว่าเอาไปทำอะไร 
 
 เชื่อสังคมไม่มองอาร์เอสรู้เห็นเป็นใจ สร้างหลักฐานเท็จให้นาธานเข้ารับรางวัลเยาวชนดีเด่น 
 
 ประเด็นที่คนจะมองว่า อาร์เอสรู้เห็นเป็นใจกับนาธานนั้นเคลียร์แล้วนะครับ ผมคิดว่าวันนี้สังคมเคลียร์แล้ว อาร์เอสเองก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นผู้ยื่น เพราะที่ผ่านมาเราก็ยื่นกันมาทุกปี ปีของนาธานเองเราก็ยื่นมากกว่า 1 คน ประเด็นที่เราจะเคลียร์ให้มันชัดก็คือ เจ้าหน้าที่ของอาร์เอสไม่ได้ทำหลักฐานเท็จ หลักฐานที่ได้มาจากเจ้าตัวเขาเอง แล้วก็ยังมีหลักฐานเป็นลายมือของเขาเอง ซึ่งเรื่องนี้ก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรม 
 
 ยันไม่คิดฟ้องกลับหลังถูก นาธาน ซัดทอดความผิด แขวะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็โดนยิงเปล่าตายไปจากสังคมแล้ว ลั่นจะดูแลพนักงานตนเองในเรื่องของคดีให้ดีที่สุด 
 
 
 เรื่องฟ้องร้องผมคิดว่าวันนี้เรื่องของการลงโทษทางกฎหมายเกี่ยวกับนาธานไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างที่เฮียเคยพูดว่านาธานตายไปแล้วในสังคม ศาลจะตัดสินยังไง ผมว่าโทษมันก็คงไม่ได้มากไปกว่าจากปัจจุบัน คือนาธานเขาโดนยิงเปล่าไปแล้วสำหรับสังคม 
 
 ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการของศาล ศาลท่านก็ต้องไปพิสูจน์กันดู ในมุมมองของอาร์เอสเอง เราแค่ต้องการให้ความจริงมันปรากฏ ผมคิดว่าเรื่องของบทลงโทษของศาลหรือของอะไร มันไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เราไม่สนใจตรงนั้น เพราะผมคิดว่าโทษที่นาธานได้รับจากสังคมมันมากกว่า อาร์เอสเองไม่ได้ซีเรียสอะไร ผมก็ดูแลพนักงานอาร์เอสให้ดี ทำความชัดเจนให้เกิดขึ้นกับสังคม พนักงานของเรา 2 ท่านก็ปกติไม่มีปัญหาอะไร อย่างที่บอกว่าเฮียดูแลพนักงานอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของเรามีกำลังใจดี ไม่มีอะไรซีเรียสเลย 
 
  
 
 รายงานสดจากพื้นที่ข่าวเดินทางไปที่นี่Latitude: 13.813667 Longitude: 100.57129 
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

“จอร์จ คลูนีย์” โต้ข่าวลือขายคฤหาสน์สุดหรูในอิตาลีให้ “เบคแคม”

February 28, 2010

       

 

 

 

 

“จอร์จ คลูนีย์” ออกมาปฏิเสธข่าวการขายคฤหาสน์สุดหรูอันโด่งดังของเขาที่ “ทะเลสาบโคโม่” ในอิตาลี ให้กับครอบครัวของ “เดวิด เบคแคม” พร้อมบอกว่าเป็นรายงานข่าวมั่วๆ อีกครั้งของสื่อมวลชน  
 
 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวลือแพร่สะพัดว่า จอร์จ คลูนีย์ พร้อมขายคฤหาสน์ในอิตาลี ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 18 ที่เขาซื้อมาในราคา 7 ล้านเหรียญฯ ถ้าได้ราคา 30 ล้านเหรียญฯ เป็นอย่างต่ำ 
 
 โดยข่าวยังระบุว่าคฤหาสน์หลังดังกล่าวได้รับความสนใจจาก เดวิด เบคแคม อดีตกัปตันฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องการหาบ้านที่เงียบสงบ และอยู่ไม่ห่างจากเมืองมิลานที่เขาค้าแข้งอยู่ในขณะนี้ ซึ่งบ้านหลังใหญ่แห่งนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งต่ออาชีพนักฟุตบอล และครอบครัวของเขา 
 
 โดยว่ากันว่าถ้าตกลงราคากันได้ คลูนีย์ และแฟนสาวชาวอิตาลี อลิซาเบ็ตต้า คานาลิส จะไปหาซื้อเกาะซักแห่งเพื่อปลูกบ้านระดับปราสาทขึ้นมาแทน แต่ในเวลาไม่นาน พระเอกชาวอเมริกัน ได้ออกมาปฏิเสธว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด 
 
 ”เพื่อให้ข่าวเรื่องนี้จบลงเสียที ผมยืนยันว่าไม่มีโครงการจะซื้อเกาะ, ไม่ต้องการขายบ้านที่อิตาลี เรื่องพวกนี้ถูกแต่งขึ้นมา, หยิบมาเล่นข่าวกัน ตอนนี้ผมปฏิเสธแล้วไง ปิดฝาโลงสำหรับข่าวมั่วๆ อีกชิ้นในหนึ่งวัน” จอร์จ คลูนีย์ ตอบอย่างชัดเจน ถึงข่าวลือที่ว่าเขาจะขายคฤหาสน์สุดหรูในอิตาลีให้กับครอบครัวเบคแคม 
 
 คฤหาสน์สุดหรูริมทะเลสาบ ของพระเอกหนุ่มใหญ่วัย 48 ปี ตั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งถูกระบุว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นหนึ่งในบ้านซึ่งเป็นที่รู้จักมากที่สุด ในหมู่ดาราฮอลลีวูด 
 
 เมื่อตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในปี 2001 คลูนีย์ ถูกต่อต้านจากเพื่อนบ้าน ว่าจะพาความวุ่นวายมาด้วย โดยเฉพาะจากนักข่าว และช่างภาพอิสระ ซึ่งต้องยกโขยงมาเพื่อบันทึกภาพพระเอกคนดัง แต่เขาก็พร้อมพิสูจน์ว่าต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน มากกว่าจะทำตัวเป็นคนเด่นคนดัง 
 
 อย่างไรก็ตามในระยะแรกปัญหาที่หลายๆ คนกลัวก็บังเกิดขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อกองถ่ายหนังเรื่องหนึ่งของเขาเลือกใช้ละแวกนี้เป็นฉากในตอนหนึ่งของเรื่อง 
 
 ”ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อขอบคุณทุกคน ที่ยอมรับผมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนของคุณ และขออภัยสำหรับความไม่สะดวกใดๆ ที่ผมนำมาสู่ที่นี่” คลูนีย์ เขียนจดหมายให้กับเพื่อนบ้านทุกคน หลังจากกองถ่ายหนังเรื่อง Ocean’s twelve สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน จากการปิดถนน รวมถึงเหล่าๆ แฟนภาพยนตร์ที่แห่มาดูดารากัน 
 
 แต่ในเวลาไม่นานพระเอกชื่อดัง ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและชุมชนได้จริงๆ มีคนเห็นเขาไปชอปปิ้งในบริเวณร้านค้าละแวกนั้นบ่อยครั้ง เหมือนชาวบ้านทั่วไป บางครั้งก็เล่นบาสเก็ตบอลกับกับเด็กหนุ่มๆ ในท้องถิ่น นอกจากนั้น คลูนีย์ ยังบริจาคเงิน และสิ่งของจำเป็นให้กับหน่วยงานท้องถิ่นด้วย 
 
 การมาของพระเอกคนดัง ยังทำให้มูลค่าที่ดิน, อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจต่างๆ คึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จนเขาแทบจะกลายเป็นเครื่องหมายการค้าอย่างหนึ่งของย่านที่อยู่อาศัยแห่งนี้ไปแล้ว 
 
 ซึ่งนอกจากคลูนีย์แล้ว บริเวณทะเลสาบโคโม่ยังมีคฤหาสน์ของคนดังอย่าง มาดอนน่า, ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน, และ จิอานนี่ เวอร์ซาเช่ ตั้งอยู่ด้วย 
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เฮียฮ้อ ไม่สน นาธาน โยนความผิด แขวะซ้ำ ไม่คิดฟ้องเพราะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็ตายไปแล้วจากสังคม

February 28, 2010

 

 

เฮียฮ้อ ไม่สน นาธาน โยนความผิด แขวะซ้ำ ไม่คิดฟ้องเพราะทุกวันนี้อีกฝ่ายก็ตายไปแล้วจากสังคม 
 
  

 

ลือหึ่ง ฟิล์ม ขายน้ำไฮโซค่าตัวแค่หมื่นห้า เจ้าตัวโต้พร้อมปัดจูง อุ้ม ขึ้นคอนโด

February 28, 2010

     

 

 

 

ฟิล์ม เซ็งโดนกุข่าวขายน้ำให้ไฮโซ ทั้งสาวแก่และชาวเกย์ครั้งละหมื่นห้า เชื่อข่าวมั่วเดี๋ยวก็เงียบหาย ทั้งยังปัดควง อุ้ม ขึ้นคอนโด มั่นเป็นข่าวโปรโมตละคร เอ่ยปากสงสารฝ่ายหญิง ลั่นไม่จำเป็นต้องเคลียร์แฟนอีกฝ่าย เผยช่วงนี้รักไม่ยุ่งมุ่งแต่งาน และกำลังเตรียมตัวบวชราวปลายปีนี้ 
 
 เคยตกเป็นข่าวเป็นเด็กในสังกัด เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม” สำหรับหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และแม้ที่ผ่านมานักร้องหนุ่มพยายามลบภาพด้วยการมีข่าวกับสาวๆ แต่แมงเมาท์ก็ยังคงลือกันหึ่งไม่เลิกว่า หนุ่มฟิล์มเป็นพวกอนุรักษ์ชอบไม้ป่าพันธ์เดียวกัน ล่าสุดมีข่าวเมาท์ร้อนแรงกว่าโผล่มากระหน่ำซ้ำอีกระลอกว่า เบื้องหน้าของหนุ่มฟิล์มยึดอาชีพจับไมค์ร้องเพลง แต่เบื้องหลังว่ากันว่ามีอาชีพเสริม รับจ้างนอนกับบรรดาไฮโซไม่ว่าจะเป็นสาวแก่หรือชาวเกย์ โดยมีสนนค่าตัวครั้งละ 15000 บาทเท่านั้น เนื่องจากนักร้องหนุ่มมือเปิบใช้เงินเก่ง และมักจะหมุนเงินไม่ทันตลอดเวลา เมื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังหนุ่มฟิล์ม เจ้าตัวถึงกับหน้าเครียดก่อนตอบว่า 
 
 ”ผมไม่ได้ขายตัวนะ ก็แค่รู้จักกับพี่สมศักดิ์ ชลาชล ก็ขอบคุณข่าวทุกข่าวที่ทำให้ผมแกร่ง เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ผมว่าถ้าข่าวมั่วเดี๋ยวมันก็เงียบไป เหมือนพลุแหละครับ ตัวผมไม่เสียใจ แต่แคร์แฟนคลับ และเป็นการทำร้ายคนอ่านมากกว่า เพราะผมเล่นละครคอมเมดี้ แล้วเด็กๆ ดูเยอะ กลัวเขาเข้าใจผิด สำหรับผมฉาวเยอะไม่เป็นไรครับ ชินแล้ว ข่าวแรงขนาดไหนก็ทำอะไรผมไม่ได้” 
 
 ปัดพา อุ้ม ลักขณา วัธนวงส์ศิริ ขึ้นคอนโด เชื่อเป็นข่าวโปรโมตละคร รับสนิทและสงสารฝ่ายหญิงที่มีข่าว เพราะอีกฝ่ายมีแฟนแล้ว ยันยังโสดไม่คิดมีแฟน เพราะกำลังถือศีล 5 เตรียมตัวจะบวชปลายปีนี้ 
 
 ”กับอุ้มก็รู้จักกัน อันนี้ผมว่าน่าจะเป็นการโปรโมตละคร ปีศาจแสนกล หรือเปล่า แต่ด้วยข่าวแบบนี้เป็นผู้หญิงน่าจะเสียนะ น่าจะเห็นใจเขา เขาเองก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย กับอุ้มจริงๆก็สนิทเวลาอยู่ในกอง แต่พอจบละครก็ไม่ได้สนิทกันแล้ว ผมไม่เคยไปไหนมาไหนกับเขา แต่มีเบอร์กันครับ แต่ไม่เคยคุยกัน 
 
 ผมมีคอนโดแต่ซื้อไว้เก็งกำไรเท่านั้น ผมมีคอนโดเยอะ เอาไว้ปล่อยขายอย่างเดียว เป็นคอนโดเปล่า แม้แต่เตียงยังไม่มีเลย จะไปนอนได้ยังไงน่าจะเข้าใจผิดหรือเปล่า จริงๆอุ้มก็เป็นผู้หญิงที่น่ารักนะ แต่เขามีแฟนแล้ว และเขาคงเคลียร์กับแฟนเขาได้ ผมไม่จำเป็นต้องเคลียร์ มันไม่ใช่เลยที่บอกว่าอุ้มไปคบกับแฟนใหม่ เพื่อประชดผมที่ไม่ยอมเปิดตัวว่าคบกับเขาอยู่ ผมบริสุทธิ์ใจที่จะคบเขาแบบเพื่อน 
 
 ทุกคนเป็นเพื่อนหมดครับ ตอนนี้ผมโสดไม่มีแฟน ผมไม่มีเวลามีแฟน เพราะงานเยอะ และตอนนี้ผมถือศีล 5 กำลังจะบวช ตอนแรกตั้งใจไว้เดือน 6 แต่ตอนนี้ว่าจะเลื่อนไปเดือน 10 เพราะติดถ่ายหนังเรื่องบางกอก กังฟู แล้วเดี๋ยวผมจะเรียนจบเดือน 6 นี้ แล้วเดือน 10 ก็คงบวช เรื่องงานก็เคลียร์แล้ว” 
 
 ลั่นรักไม่ยุ่งมุ่งแต่ทำงาน เผยลงทุนทำธุรกิจหลายตัวหวังสร้างอนาคต ยันยังไม่ทิ้งงานเบื้องหน้า ส่วนสัญญากับอาร์เอสใกล้หมดแล้ว แต่ไม่คิดย้ายค่ายไปไหน 
 
 
 ”ตอนนี้ผมทำโปรดักชั่นทุกอย่าง ทั้งทีวี ละคร หนัง ทำบริษัททัวร์ แล้วก็ร้านไอศครีมที่พารากอน และกำลังจะขยายสาขาไปที่พระราม 3 แล้วก็เก็งกำไรคอนโด คือผมชอบลงทุน และชีวิตก็ทำแต่งาน เพราะมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ผมพยายามตัดทุกอย่างออกไปจากชีวิต รวมทั้งเรื่องผู้หญิงด้วย ส่วนงานเบื้องหน้าก็ไม่ทิ้งยังเป็นหลักอยู่” 
 
 ”สัญญากับอาร์เอสเหลืออีกไม่ถึง 2 ปี ตอนนั้นผมเซ็นสัญญา 10 ปียาวเลย และตอนนี้อยู่มา 8 ปีแล้ว หลายคนมองว่าผมทำธุรกิจ เพราะต้องการออกจากอาร์เอสไม่เกี่ยวกันเลย ตัวเฮีย (สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่อาร์เอส) เองก็ไฟเขียวกับการที่เราทำธุรกิจ เฮียสอนว่าเราต้องมีจุดยืนว่าอยู่ตรงไหน ผมก็ฟังคำเฮียมาตลอด และเอามาปรับใช้ และธุรกิจที่ผมทำมันก็ไม่เคยดึงผมลงไปเลย ผมก็ทำในสิ่งที่ถนัดในวงการบันเทิง เป็นธุรกิจบันเทิงพบปะผู้คน ซึ่งถ้าผมหมดสัญญากับอาร์เอส ก็คงจะต่อสัญญาแหละอยู่ที่นี่ดีแล้ว เพราะอยู่มา 8 ปีมีความสุข ผมไม่เคยมีวันหยุดสักวันเลย” 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

เชาเชา เขินปลื้ม ปาย ออกนอกหน้า ปัดโสดเพราะยังไม่ลืม นุ้ย

February 28, 2010

     

 

 

 

ดีเจเชาเชา รับแอบปลื้ม ปาย ชมเปาะน่ารัก ยังไม่จีบเพราะไม่รู้จักส่วนตัว แจงภาพควงสาวหมวยแค่น้อง ลั่นยังโสดสนิท ปัดเหตุครองตัวโสดเพราะยังไม่ลืมอดีตรัก นุ้ย บอกโอกาสรีเทิร์นมีน้อย แต่ยังพอมีหวัง 
 
 เป็นหนุ่มอารมณ์ดีเจ้าสำราญที่ยังครองตัวเป็นโสด สำหรับดีเจร่างอวบ เชาเชา เชาวลิต ศรีมั่นคงธรรม ที่ตั้งแต่เลิกรากับสาวเซ็กซี่ นุ้ย เกศริน เอกธวัชกุล เจ้าตัวก็ยังไม่ลงเอยปักใจกับสาวไหน แม้จะมีภาพปาปารัซซี่ควงสาวไม่ซ้ำหน้าออกมาก็ตาม ล่าสุดผู้สื่อข่าวสืบทราบมาว่า ตอนนี้เจ้าตัวกำลังหลงใหลแอบปลื้มดาราสาวหน้าใหม่จากภาพยนตร์เรื่อง 32 ธันวา ปาย สิตางศุ์ ปุณภพ พอไปสอบถามดีเจเชาเชาก็ทำท่าเขินอาย ก่อนรับว่าเป็นเรื่องจริง 
 
 คือผมดูหนังเรื่อง 32 ธันวา มา ก็รู้สึกว่าน้องปายน่ารักดี แต่ไม่ได้จีบ ไม่รู้จักน้องเป็นการส่วนตัว แต่ชื่นชมผลงานว่าเขาน่ารักดี ก็ได้มีโอกาสเจอตัวจริงแล้ว แต่ไม่เคยได้คุยกัน เพราะน้องเขาไม่รู้ว่าผมชื่นชอบการแสดงของเขา แต่ถ้าได้คุยจริงๆก็ดีครับ เราก็เป็นพี่เป็นน้องกันได้ น้องเขาน่ารักแอบปลื้มอยู่ พอเห็นหน้าก็รู้สึกว่าทั้งแป้งและสบู่ ทั้งน่ารักและแคร์ เวลามองหน้าเขาแล้วรู้สึกว่าได้อมยิ้มกลับมา แต่ไม่ได้คิดไปไกลอะไรขนาดนั้น เพราะยังไม่รู้จักกันด้วย 
 
 ส่วนสถานะหัวใจตอนนี้ ดีเจอารมณ์ดียันว่ายังโสด พร้อมแจงภาพควงสาวหมวยนอกวงการ เป็นแค่น้องที่รู้จัก ที่สำคัญฝ่ายหญิงมีแฟนแล้ว ถ่อมตัวไม่ได้หน้าตาดีถึงขนาดจะไปเป็นมือที่ 3 ของใคร 
 
 ตอนนี้สถานะหัวใจผมก็โอเค ใจมาขาก็เดิน ใจไม่เพลินก็อย่าเดินให้มันเหนื่อยหัวใจ ยังไม่มีใครกุมหัวใจครับ ตอนนี้จัดรายการไปเรื่อยๆ ยังไม่คาดหวังหรือโหยหาความรัก แต่ล่าสุดที่มีภาพควงสาวหมวยอันนั้นเป็นน้องที่รู้จักกัน วันนั้นไปงานหนังสือแพรว ผมก็ไปนั่งเชียร์น้องอีกคนนึง ส่วนน้องคนนั้นอยู่กันตนา แล้ววันนั้นเขาไปหลายคน เราก็ไปทานอาหารด้วยกันที่พารากอน ก็เลยมีภาพนั้นมา 
 
 เขายังไม่ใช่ตัวจริงของผม ตอนนี้ยังไม่ศึกษาใครเป็นพิเศษ ก็ยังอยากมีคนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี ถ้าใช่คงมีมาเร็วๆนี้ คือเราไม่ได้คุยขนาดนั้นว่าเป็นแฟนกัน เขาเป็นรุ่นน้องที่รู้จักกันไม่นาน น้องเขาก็น่ารักดี แต่รู้สึกว่าเขาจะมีแฟนอยู่แล้ว ผมคงไปเป็นมือที่ 3ไม่ได้หรอก ถ้าเป็นมาริโอ้ (เมาเร่อ) หรือดีเจกันต์ (กันตถาวร) คงเป็นมือที่ 3 ได้ ของผมเป็นมือที่สวยกับสาวมากกว่า 
 
 ตอนนี้ก็ไม่ได้ปิดตัวเอง อยากเจอคนที่ถูกใจแต่ยังไม่เจอ ผมชอบแบบใจมาขาก็เดิน ใจไม่เพลินก็อย่าเดินให้มันเหนื่อยหัวใจ รถยนต์ยังวิ่งตลอด ใจเชาเชาก็ยังเดินหน้าตลอดไม่มีวันจอดนะจ๊ะ ถ้าอยากเป็นคู่รักคู่ใหม่ของวงการก็รีบเดินมาหาพี่นะครับ 
 
 ปัดเหตุที่ยังครองตัวเป็นโสด เพราะยังลืมอดีตรัก นุ้ย เกศริน ไม่ได้ เผยทั้งคู่ยังเป็นพี่น้องที่ดี แย้มโอกาสรีเทิร์นแม้จะเปอร์เซ็นต์น้อย แต่ยังพอมีหวัง 
 
 บางคนคาดเดากันไปว่า ที่ผมเป็นแบบนี้เพราะยังไม่ลืมนุ้ย คือกับนุ้ยตอนนี้ก็เป็นพี่เป็นน้องกัน ยังปรึกษาคุยกันอยู่ บางทีเขามีปัญหาเรื่องการทำงานก็จะปรึกษา เราก็คอยให้กำลังใจมากกว่า ความรู้สึกดีๆยังมีให้กันอยู่ แต่พัฒนาเป็นอย่างอื่นคงลำบาก เพราะเราเคยคบกันรู้จักกันแล้ว ถ้าสถานะที่เป็นอยู่มันแฮปปี้กว่าคบกัน แบบนี้ก็น่าจะดีกว่านะ 
 
 โอกาสรีเทิร์นเท่ากับศูนย์ ค่อนข้างน้อยแต่ไม่แน่ครับ แบทแมนยังรีเทิร์นได้ แต่ถ้ากลับมาก็คิดกันเยอะนิดนึง เพราะคนที่แพ้ต้องดูแลตัวเอง จบแบบซ้ำๆ ก็เจ็บแบบช้ำๆ ต้องศึกษากันนานพอสมควร เหมือนเราเคยขับรถแล้วมันคว่ำ เวลาขับรถเร็วๆก็เริ่มแหยงไง เราไม่กล้าเหยียบมิดเท่าไหร่ ต้องค่อยๆประคองไปเรื่อยๆ แต่ถ้าระบบเซฟตี้ดีมาก 180 ก็ลุย ยังไม่แน่ครับ ถ้ามีอะไรก็จะบอกแล้วกัน 
 
  
 
  
 
  
 
 เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย 
 ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540 
 ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก 
 ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000 
 *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก 

 

Next Page »