เฟียตปฏิรูปจับ 3 แบรนด์รวมกันเป็นหนึ่ง

January 30, 2010

 ข่าวต่างประเทศ – เฟียตยกเครื่องโครงสร้างการบริหารภายใน เมื่อวางแผนเตรียมนำอัลฟา, มาเซราติ และอาบาร์ธ มารวมตัวกันอยู่ในกลุ่มบริษัทใหม่ เพื่อหวังสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์สปอร์ตและยกตัวในเรื่องการบริหารจากเฟียต กรุ๊ป ออโต้โมบิลส์ 
 

 สำหรับกลุ่มบริษัทใหม่สำหรับ 3 แบรนด์สปอร์ตนี้จะมี เฮรัลด์ เจ เวสเตอร์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของมาเซราติและอาบาร์ธ รับหน้าที่ดูแลกิจการทั้งหมด โดยที่เขายังดำรงตำแหน่งเดิมที่อยู่ในเฟียต กรุ๊ป และเฟียต กรุ๊ป ออโต้โมบิลส์เหมือนเดิม ส่วนแซร์โจ้ คราเวอโร CEO ของอัลฟา ก็โดนย้ายไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเฟียต กรุ๊ป ออโต้โมบิลส์ 
 
 การปรับโครงสร้างใหม่ครั้งนี้จะทำให้อัลฟา, มาเซราติ และอาบาร์ธมีนโยบายเดียวกันในการทำตลาดโดยเน้นไปที่การยกระดับคุณค่าและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 แบรนด์ให้กับลูกค้าโดยเน้นไปที่ความสปอร์ตและเร้าใจเช่นเดียวกับความหรูหรา แซร์โจ้ มาร์คิออนเน่ CEO ของเฟียตกล่าว 
 
 นอกจากนั้น ยังมีการเปิดเผยว่าการนำอัลฟาและอีก 2 แบรนด์มารวมกันจะช่วยในเรื่องของการส่งเสริมในด้านการทำตลาด เพราะว่าอัลฟาถือเป็นแบรนด์ที่อยู่ในสภาพที่หมิ่นเหม่มากต่อการล้ม เพราะว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยทำกำไรได้เลย แถมยังขาดทุนระดับ 200-400 ล้านยูโรต่อปี หรือ 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปี แม้ว่าปีที่แล้ว อัลฟาจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 8.1% ด้วยตัวเลข 110,545 คัน แต่ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2000 แล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าใจหาย เพราะว่ายอดขายลดลงเกือบครึ่ง เพราะในปี 2000 อัลฟามียอดขายถึง 203,000 คัน 
 
 สำหรับอัลฟา ซึ่งก่อตั้งในปี 1910 และถูกเฟียตซื้อเข้ามาอยู่ในเครือเมื่อปี 1986 ตอนนี้มี 2 ทางเลือก คือ ระงับการลงทุนทั้งหมดหลังจากที่รถยนต์รุ่นล่าสุด คือ จุยเลียตต้าเปิดตัว เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010 เพื่อแทนที่รุ่น 147 และปล่อยให้แบรนด์อัลฟามีรถยนต์ทำตลาดเพียง 2 รุ่นเท่านั้นคือ จุยเลียตตา และ MiTo ส่วนที่เหลือ เช่น 159, บรีรา และ 166 ก็ยังทำตลาดต่อไปจนกว่าจะครบอายุในการขาย และไม่มีรุ่นต่อไปเข้ามาแทนที่ 
 
 ขณะที่อีกอีกทางออกคือ การร่วมมือกับไครสเลอร์ซึ่งเฟียตถือหุ้นอยู่ 20% และนำพื้นตัวถังของไครสเลอร์มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเชื่อว่าอนาคตของอัลฟาจะได้รับการประกาศออกมาในกลางเดือนเมษายนนี้ เมื่อเฟียตเปิดเผยแผนกลยุทธ์ในการทำตลาดช่วงปี 2010-2014 ออกมา 
  
 

ฮอนด้าไทยรับลูกบริษัทแม่เตรียม recall ซิตี้กลางเดือน ก.พ.

January 30, 2010

 จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ เอเอฟพี เผยว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จะทำการเรียกคืนรถยนต์รุ่นฟิต/แจ๊ซ และซิตี้ ทั้งหมด 646,000 คันที่จำหน่ายทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกากว่า 140,000 คัน ยุโรป รวมถึงเอเชีย นั่นหมายถึงประเทศจีน มาเลเซีย อินเดีย และไทย รวมอยู่ด้วย โดยฮอนด้าจะเรียกคืนรถแจ๊ซ ซิตี้ ที่ผลิตระหว่างปี 2002-2008 
  
 สาเหตุที่เรียกคืนเกิดจาก ฮอนด้า ได้รับรายงานหลายครั้งเกี่ยวกับกรณีไฟลุกขึ้นบริเวณสวิทซ์หน้าต่างไฟฟ้าของรถยนต์ดังกล่าว เนื่องจากน้ำ น้ำฝน หรือของเหลว อาจไหลเข้ากระจกด้านคนขับและเข้าสู่แหล่งพลังงานหลักของสวิตซ์หน้าต่างซึ่งทำให้การทำงานของสวิตซ์เสื่อมสภาพ หรืออาจทำให้สวิตซ์ทำงานล้มเหลวและร้อนจัด ซึ่งความร้อนหากเกินพิกัดของสวิตซ์อาจก่อให้เกิดควัน และไฟลุกไหม้ได้ 
 
 
 

 อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ทีมงาน เอเอสทีวี มอเตอริ่ง ได้สอบถามไปยังบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหารท่านหนึ่งให้คำตอบว่า จากการเช็คเบื้องต้นเบื้องต้นพบว่ามีรถรุ่นซิตี้ ปี 2008 รุ่นเดียวที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การดังกล่าวข้างต้น และมีจำนวนทั้งหมด 2,000 คัน ในเมืองไทย 
  
 ผู้บริหารฮอนด้ากล่าวเพิ่มเติมว่า
ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทฮอนด้าจะทำจดหมายถึงลูกค้าที่ซื้อรถซิตี้ ปี 2008 เข้ามาเปลี่ยนอะไหล่ที่จะก่อให้เกิดปัญหาได้ เหตุที่เป็นกลางเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากอะไหล่ที่สั่งไปจะมาถึงเมืองไทยช่วงเวลานั้น 
  
 
ลูกค้าคนไทยไม่ต้องเป็นห่วง ทางฮอนด้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แม้ปัญหาจะยังไม่เกิดขึ้นกับรถที่ผลิตในเมืองไทย แต่เราจะแก้ไขก่อนเพื่อให้ลูกค้าสบายใจ และรถที่อาจจะเกิดปัญหาได้ก็มีเพียงรุ่นเดียวคือซิตี้ จากการเช็คเบื้องต้น ส่วนแจ๊ซไม่มีปัญหา และในวันจันทร์จะทำการตรวจสอบอีกครั้งหากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ  
 
 
 

ทำเงินบนโลกไอที (23) : แตกต่างด้วย QR Code

January 30, 2010

 

ตัวอย่าง QR Code ของร้านกาแฟวาวี Wawee ชื่อดังจากเชียงใหม่บนบริการข้อมูลท้องถิ่น 4square

หลายคนสงสัยว่าภาพกราฟฟิกรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวดำแปลกตาในนิตยสารหรือในห่อขนมนั้นคืออะไร มีประโยชน์อะไร และสามารถนำไปต่อยอดได้อย่างไร ทำเงินบนโลกไอทีสัปดาห์นี้จะมาตอบคำถามเหล่านี้ทั้งหมด รวมถึงวิธีที่คุณเองจะมี QR Code ของตัวเองไว้ได้ง่ายๆ ซึ่งนี่เองคือหนทางที่อาจทำให้หลายธุรกิจสร้าง brand ได้ในเวลาไม่กี่นาที 
 
 ***สร้าง brand ให้แตกต่างด้วย QR Code 
 (บทความโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล @goople) 
 
 QR Code ฟังชื่อนี้แล้ว หลายๆ คนอาจะยังไม่คุ้นเคยกับมันเท่าไรนัก แต่จริงๆ แล้ว QR Code เกิดขึ้นมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 1994 ในประเทศญี่ปุ่น ผู้ผลิตคือ บริษัท Denso-Wave แล้วเจ้า QR Code มันคืออะไร มันคือ บาร์โคดแบบ 2 มิติ (2D BarCode) ย่อมาจาก Quick Response หรือการตอบสนองอย่างรวดเร็ว อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ที่ญี่ปุ่นนั้น ทำงานอะไรต้องคล่องแคล่ว ว่องไว และทันสมัยในทุกๆ เรื่อง เจ้า QR Code ก็สามารถตอบสนองในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี 
 
 สิ่งที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นนาทีนี้ คือ ถุงขนม, หนังสือ หรือป้ายร้านข้างทางต่างมีสัญลักษณ์แบบนี้ไว้เพื่อให้ประชาชนสามารถ scan เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการได้ในทันที ที่สำคัญ QR Code กลายเป็นเครื่องมือการตลาดชั้นยอดทั้งใน magazine หรือ Bill board 
 
 ในประเทศไทยเราเองก็ไม่น้อยหน้า เริ่มเห็นมีการใช้ QR Code กันบ้างแล้ว (แม้จะช้ากว่าที่ญี่ปุ่นเป็นสิบปีก็ตาม >.

จับล้านคลิปในยูทูบมาทำริงโทน พร้อมโอนเข้ามือถือฟรี!

January 30, 2010

 
 

 “ริงโทน (Ringtone)” หรือภาษาไทยเรียกตรงตัวว่าเสียงเพลงที่ตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งผ่านการพัฒนามาหลายสเต็ปตลอดระยะเวลากว่า 8 ปี ตั้งแต่เป็นเสียงดนตรีเสียงเดียวเหมือนเพลงจากกล่องดนตรี (MIDI Ringtone) ต่อมาเป็นริงโทนแบบเครื่องดนตรีหลายชิ้นประสานเสียงกัน (Polyphonic Ringtone) ต่อมาเป็นริงโทนเสียงเพลงจริงๆ มีทั้งเสียงดนตรีและเสียงคนร้อง (Truetone Ringtone) และล่าสุดก็ได้พัฒนาเป็นริงโทนที่ดังพร้อมๆ กับมีภาพวิดีโอขึ้นที่หน้าจอ (Video Ringtone) 
 
 อาจจะกล่าวได้ว่า “เสียงริงโทน” นั้นสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของผู้ใช้มือถือแต่ละคนได้ว่าเป็นคนสไตล์ไหน เช่น ขี้เล่น มีความเป็นตัวของตัวเองสูง หรือกำลังแอบรักใครบางคน เป็นต้น 
 
 ในโอกาสนี้จึงอยากเสนอเว็บไซต์ดีๆ ที่จะช่วยให้คุณค้นหา และค้นพบแนวเพลงที่เป็นตัวของคุณเอง และสื่อมันออกมาให้คนอื่นรู้ผ่านริงโทนบนมือถือ โดยวิธีการให้ได้มาซึ่งริงโทนนี้ก็คือ เลือกจากเพลงทุกเพลงที่อยู่ในคลิปวิดีโอของยูทูบที่มีกว่าล้านๆ คลิปล้านๆ เพลงนั่นเอง 
 
 ต้องเรียนก่อนว่า ถึงแม้คลิปวิดีโอในยูทูบจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์วิดีโอ แต่เราก็สามารถแปลงมันให้เป็นนามสกุลเพลงชนิดต่างๆ ได้ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ youconvertit l แปลงทุกไฟล์ที่ขวางหน้า ไม่ต้องเสียเวลาลงโปรแกรม) และไม่เพียงเท่านั้น เรายังสามารถตัดเฉพาะท่อนฮุคของเพลง ที่มีเสียงร้องเพราะๆ ติดหู เนื้อหาดีๆ มาเป็นริงโทนได้อีกด้วย ซึ่งความสามารถหลังนี่เองที่เป็นจุดขายของเว็บไซต์ MadRingtones.org ที่เราจะมารีวิวให้รู้จักกันในวันนี้ 
 
 MadRingtones.org คือ เว็บไซต์ที่ให้คุณ “ตัดเพลงยาวๆ” จากเพลงที่มีอยู่ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องคอมพ์ หรือเพลงประกอบคลิปวิดีโอยูทูบ ให้เหลือเฉพาะ “ท่อนเด็ดๆ” ที่จะนำมาเป็นริงโทนของมือถือได้นั่นเอง ซึ่งไม่ต้องลงโปรแกรมและสมัครสมาชิกใดๆ ทั้งยังมีริงโทนอีกนับแสนเพลงที่สมาชิกเว็บคนอื่นได้ตัดไว้แล้วให้เราเลือกค้นหา และดาวน์โหลดเก็บไว้อีกด้วย 
 
  
 
 และไม่หมดเพียงเท่านี้ เรายังจะมีวิธีเด็ดที่จะช่วยให้คุณโหลดไฟล์ริงโทนที่ตัดเสร็จแล้วเข้ามือถือทันที โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก สายพ่วง หรือเปิดบลูทูธใดๆ ให้ยุ่งยาก คอยติดตามจบบรรทัดสุดท้ายของบทความนี้ก็แล้วกัน 
 
 สร้างริงโทนจากเพลงประกอบคลิปวิดีโอในยูทูบ 
 
 นอกเหนือจากคลิปวิดีโอที่เป็นประเภทมิวสิกวิดีโอของศิลปินดังที่ต่างแห่มาอัปโหลดกันบนยูทูบแล้ว หลายต่อหลายครั้งที่เราได้ดูคลิปวิดีโอแปลกๆ สุดสร้างสรรค์ ที่มาพร้อมกับเพลงประกอบดีๆ และหากคลิปนั้นไม่มีบทพูดอื่นๆ เลยนอกจากเสียงเพลงเพราะๆ ที่เป็นแบคกราวน์ ก็บอกได้เลยว่าคลิปทั้งหมดนี้เหมาะมากที่จะนำมาทำเป็นริงโทนสำหรับมือถือของคุณ 
 
 ดูวิดีโอสาธิตการใช้งาน madringtone ได้ที่นี่ 
 
  
 
 วิธีการใช้งานเว็บไซต์ MadRingtones ตัดริงโทนบนเว็บไซต์สุดง่าย 
 
 1. เปิดเว็บไซต์ในคอมพิวเตอร์ แล้วเข้าไปที่ http://www.madringtones.org/ คลิกคำว่า “Click” ปุ่มสีเหลืองๆ แล้ว รอสักพัก ระบบจะโหลดหน้าจอที่มีเครื่องมือพร้อมสำหรับตัดท่อนเพลงที่ชอบ 
 
 2. คุณสามารถเลือกแหล่งต้นตอของเพลง ที่จะตัดทำริงโทนได้ 3 แหล่ง ได้แก่ 
 
  
 
 * เพลงในเครื่องคอมฯ (edit from local) ต้องเป็นไฟล์นามสกุล mp3 เท่านั้น 
 * ลิงก์เพลงที่อยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ (edit from url) ต้องเป็นไฟล์นามสกุล mp3 เท่านั้น 
 * คลิปวิดีโอยูทูบที่มีเพลงประกอบเพราะๆ (…from YouTube) 
 
 ซึ่งวันนี้จะแนะนำการสร้างริงโทนจากคลิปวิดีโอในยูทูบ (แต่ทุกขั้นตอนที่เหลือก็เหมือนกัน เพลงแต่แค่ขั้นตอนแรกของเลือกแหล่งของไฟล์ต้นฉบับต่างกันเท่านั้นเอง) 
 
 3. กดที่ปุ่ม from YouTube จากนั้นแปะลิงก์ที่อยู่ (URL) ของคลิปวิดีโอของยูทูบลงช่องว่าง 
 
  
 
 แล้วกด load จะพบกับสถานะที่เขียนว่า “loading MP3 to server…” และรอจนกว่าจะมีแถบคลื่นเสียงขึ้นมา (ดังรูป) ประมาณ 10-30 วินาที ขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์วิดีโอยูทูบนั้น 
 
  
 
 4. ขั้นตอนการตัดเฉพาะท่อนฮุค 
 
 ข้อแนะนำในการตัดริงโทนให้ไวที่สุดคือ คุณควรเปิดฟังเพลงจากวิดีโอคลิปยูทูบที่ต้องการไว้ก่อน จากนั้นก็ดูว่าท่อนฮุคของเพลงคือช่วงเวลาที่เท่าไหร่ ถึงเท่าไหร่ เช่น 0:38-1:04 คุณก็ลากเส้นเริ่มต้นที่แถบเสียงของ MadRingtones จาก 0:38 ไปจนถึง 1:04ได้ทันที จากนั้นก็กดปุ่มเล่นเพลง ฟังเพลงเรื่อยๆ จนจบ (จะเห็นว่ามีการติ๊กเลือกหน้าคำว่า  fade down ไว้อยู่แล้ว หมายความว่าระบบจะทำให้เสียงเพลงค่อยๆ เบาลงก่อนจบเพลงโดยอัตโนมัติ) นอกจากนี้คุณสามารถกดปุ่ม ctrl แล้วเลือกท่อนที่ต้องการโยกสลับไปมาได้ หรือใช้ปุ่มลัด เช่น ctrl+delete เพื่อลบท่อนที่ไม่ต้องการออกได้ 
 
  
 
 ถ้าถูกใจแล้ว และต้องการบันทึกไฟล์ที่ตัดนี้ไว้เป็นริงโทนของคุณ ก็กดปุ่ม SAVE จากนั้นก็จะลิงก์ไปยังหน้าดาวน์โหลดไฟล์ ซึ่งระบบก็ทำออกมาให้หลายนามสกุล ได้แก่ mp3 (สำหรับมือถือส่วนใหญ่), amr, ogg, m4r (สำหรับไอโฟนโดยเฉพาะ) จากนั้นก็คลิกที่แต่ละนามสกุลไฟล์ที่ต้องการ แค่นี้ก็กดบันทึกไฟล์ริงโทนที่ตัดด้วยฝีมือตัวเองลงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทันที โดยคุณจะพบว่าระบบยังฉลาดมากด้วยการระบุรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับไฟล์ริงโทนนั้นๆ เช่น บอกบิตเรท (bitrate) ความยาวของริงโทน (duration) และขนาดของไฟล์ (size) และแห่งต้นตอของเพลง รวมถึงบอกประเทศของผู้ที่อัปโหลดเพลงนี้ขึ้นมาด้วย 
 
 ส่งริงโทนที่ตัดเองกับมือเข้ามือถือฟรีๆ 
 
 อันที่จริงระบบชอง MadRingtones ก็ทำบริการด้านการดาวน์โหลดไฟล์ผ่านมือถือไว้ด้วย โดยทุกๆ ไฟล์ริงโทนที่ตัดเสร็จแล้วจะมีรหัสเพลงประจำของตนเอง ซึ่งสามารถเข้าไปโหลดใส่มือถือได้ทันที โดยหยิบมือถือขึ้นมา แล้วเข้าที่อยู่เว็บ get.madringtones.org ก็จะพบหน้า “แว็บไซต์” ที่ออกแบบมาให้เปิดบนมือถือโดยเฉพาะ และก็เพียงกรอกรหัสประจำเพลงใส่ช่อง Search by ID แล้วกรอกรหัสเพลงทันที กด Get Link ก็จะได้ไฟล์มาบันทึกลงเครื่องมือถือได้เลย แต่เท่าที่ทดสอบกับมือถือหลายเครื่องพบว่าระบบนี้ยังขัดข้องอยู่ไม่สามารถโหลดริงโทนได้ เราจึงขอแนะนำอีกเว็บไซต์หนึ่งชื่อว่า Beam it up scotty 
 
  
 
 Beam it up scotty ดูเผินๆ เว็บไซต์นี้ก็เหมือนเว็บไซต์ฝากไฟล์ทั่วไป แต่จุดเด่นคือการเน้นสำหรับฝากไฟล์เพื่อให้ดาวน์โหลดไฟล์ที่ฝากไว้ผ่านมือถือโดยเฉพาะ ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่ต้องสมัครสมาชิกก่อน ซึ่งทำให้การส่งเพลงจากเว็บเข้ามาที่มือถือนั้นเป็นเรื่องง่าย โดยไม่ต้องเสียบสายเคเบิลใดๆ อีกต่อไป 
 
 ก่อนอื่นต้องมั่นใจว่ามือถือของคุณได้เปิดบริการอินเทอร์เน็ตแล้ว (ถ้าปกติคุณอ่านข่าว ASTVผู้จัดการทาง m.manager.co.th หรือ i.manager.co.th บนมือถืออยู่แล้วก็แสดงว่าเครื่องของคุณพร้อมเล่นอินเทอร์เน็ต และใช้บริการส่งไฟล์จากเว็บเข้ามือถือของ Beam it up scotty ด้วยเช่นกัน) 
 
 1. เพียงคลิกเปิดแท็ป (Tabs) ถัดไปในเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์ที่อยู่เว็บว่า http://beam-it-up-scotty.com/ 
 
 2. เมื่ออัปโหลดเสร็จแล้ว (ไม่เกิน 30 วินาที) เราสามารถเลือการบีบอัดไฟล์ได้ (Compression) 
 
  
 
 โดยถ้าเป็นไฟล์เพลงจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ 32 กิโลบิต/นาที และ 128 กิโลบิต/นาที (ยิ่งเล็กก็จะยิ่งโหลดได้ไว แต่คุณภาพเสียง จะลดลง) 
 
 3. กดที่ปุ่ม GET DOWNLOAD LINK จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เรากรอกอีเมล์ และ ติ๊กว่ายอมรับเงื่อนไขการใช้งาน (i accept the general terms and conditions) 
 
  
 
 4. จากนั้นต้องกลับไปยังบัญชีอีเมล์ที่เราสมัครไว้ แล้วคลิกอีเมล์ยืนยันตัวตน และเมื่อคลิกลิงก์ที่อีเมล์ ก็จะได้ลิงก์ดาวน์โหลดไฟล์ลงมือถือทันที ลิงก์ตัวอย่างริงโทนเพลงฮิต i’m yours ของ Jason Mraz ที่ตัดจากคลิปวิดีโอยูทูบด้วย MadRingtones และส่งเข้ามือถือด้วยบริการของ Beam it up scotty คือ 
 http://beam-it.com/dl/9cc8134/ 
 
 นอกจากนีข้อดีของบริการ Beam it up scotty คือ มีการบอกขนาดไฟล์ต้นฉบับพร้อมระบุเวลาการดาวน์โหลดโดยประมาณซึ่งขึ้นกับการเชื่อมต่อเน็ตบนมือถือของเรา อันได้แก่ ระบบ 3G (UMTS), EDGE, และ ช้าสุดคือ GPRS เอาไว้ด้วย 
 
  
 
 อย่างไรก็ดี การใช้บริการของ Beam it up scotty ก็มีเรื่องที่คุณน่ารู้อีกสักนิด ได้แก่ 
 
 * เว็บนี้จะเก็บไฟล์ที่อัปโหลดไว้ในระบบนาน 1 เดือน 
 * คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องอัปโหลดไฟล์ได้ 6 ไฟล์/วัน (ตรวจสอบจาก IP ของเครื่อง) 
 * การอัปไฟล์แต่ละครั้งต้องมีขนาดใหญ่ไม่เกิน 30 เมกะไบต์/ไฟล์ 
 * นอกเหนือจากไฟล์เพลงแล้ว คุณยังสามารถใช้บริการของที่นี่ในการส่งไฟล์ภาพ คลิปวิดีโอเข้ามือถือได้อีกด้วย ซึ่งนามสกุลไฟล์ยอดฮิตที่รองรับมีดังนี้ .jpg, .gif, .mpg, .avi, .flv และอื่นๆ อีกมาก 
 
 ถึงตอนนี้ ใครชอบเพลงเก่า เพลงแจ๊ส คลาสสิก ฮิปฮอป เทคโนฯ ก็เลือกค้นหาเพลงโปรดของคุณจากคลิปวิดีโอในยูทูบแล้วมาทำเป็นริงโทนได้ทันที แต่มีทิ้งท้ายเล็กน้อยว่า อยากให้ลองใช้ฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลของ MadRingtones เสียก่อน เพราะมีริงโทนเพลงฮอตนับแสนที่ตัดเอาไว้รอให้คุณโหลดอย่างเดียวมากมาย! 
 

ฉาวจัด! “เทอร์รี” อาจถูกถอดกัปตันทีมชาติ

January 30, 2010

   

 

เทอร์รี อาจถูกถอดจากกัปตันทีมชาติอังกฤษ

 

 

 

อนาคตของ จอห์น เทอร์รี กองหลัง เชลซี ในฐานะกัปตันทีมชาติอังกฤษเกิดความไม่แน่นอนมีโอกาสถูกปลดออกจากตำแหน่ง หากบรรดาแข้ง “สิงโตคำราม” มีการต่อต้านเขาจากพฤติกรรมฉาวแอบตีท้ายครัวเพื่อนร่วมทีมชาติ เวย์น บริดจ์ ฟูลแบ็ก แมนเชสเตอร์ ซิตี 
 
 เทอร์รี ถูกสื่อเมืองผู้ดีแฉว่าแอบนอกใจภรรยา โทนี พูล ซึ่งแต่งงานกันเมื่อปี 2007 ไปมีความสัมพันธ์พิเศษกับ วาเนสซา เพอร์รอนเซล อดีตภรรยาของ บริดจ์ ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 1 คน แต่เพิ่งเลิกรากันไปเมื่อปลายปีก่อน 
 
 โดย “เดลิเมล์” อ้างแหล่งข่าววงในสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่เผยว่าบรรดานักเตะทีมชาติอังกฤษรู้สึกไม่ดีกับการกระทำของ เทอร์รี เนื่องจากมองว่าเป็นการกระทำที่ล้ำเส้นเกินไปและต้องการให้ปรากการหลังวัย 29 ปีถูกดร็อปจากทีม 
 
 ”หาก เวย์น บริดจ์ ไม่ต้องการเล่นร่วมกับ เทอร์รี และนักเตะคนอื่นรู้สึกไม่ดี ประเด็นสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การเป็นกัปตันทีม มันเกี่ยวกับความประพฤติของเขา เมื่อเขากระทำไม่ดีก็เป็นปัญหาที่เขาต้องถูกดร็อปในฐานะผู้เล่น ไม่ใช่แค่กัปตันทีมเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าว 
 
 ขณะที่ ฟาบิโอ คาเปลโล กุนซือ “สิงโตคำราม” แม้ไม่ต้องการเสีย เทอร์รี ไปจากทีม เนื่องจากมองว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก แต่โค้ชชาวอิตาลีก็ไม่มีความสุขกับพฤติกรรมนอกสนามของกองหลังรายนี้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง คาเปลโล เคยยืนยันว่าไม่มีผู้เล่นคนใดแตะต้องไม่ได้ในตอนที่เขามอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติให้ เทอร์รี 

 

“โตโก” ถูกตัดสิทธิลุยเนชั่นส์ คัพ 2 สมัยหน้า

January 30, 2010

 

 

ทีมชาติโตโกถูกลงโทษแบน

 

 

โตโก ถูกสมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกาใต้ (ซีเอเอฟ) ลงโทษแบนจากการแข่งขันศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ในอีก 2 ครั้งถัดไป จากการที่ทีมถอนตัวจากทัวร์นาเมนท์ในปีนี้ที่แองโกลา หลังรถบัสของทีมถูกซุ่มโจมตีระหว่างเดินทางข้ามพรมแดนจนมีทีมงานเสียชีวิต 
 
 รถบัสของทีมชาติโตโกถูกกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนเพื่อเสรีภาพของ “คาบินดา” (เอฟแอลอีซี) ซุ่มโจมตีระหว่างเดินทางข้ามพรมแดนเข้าประเทศแองโกลา ก่อนหน้าที่ศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ 2010 จะเริ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนจนทีมงานเสียชีวิต 3 ราย และภายหลังได้ตัดสินใจถอนตัวจากทัวร์นาเมนท์ไป 
 
 ล่าสุด ซีเอฟเอ ออกแถลงการณ์ว่าได้ลงโทษ โตโก ห้ามเข้าร่วมการแข่งขันในอีก 2 ครั้งถัดไป โดยมองว่าการถอนตัวของ โตโก เนื่องจากถูกการเมืองแทรกแซง 
 
 ”นักเตะของโตโกแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมการแข่งขันศึกเนชั่นส์ คัพ แต่รัฐบาลโตโกได้เรียกให้นักเตะกลับประเทศ การตัดสินใจจากผู้มีอำนาจทางการเมืองเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับ ซีเอเอฟและกฎระเบียบของแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ดังนั้นคณะกรรมการบริหารของซีเอเอฟจึงตัดสินใจลงโทษแบน โตโก จากการแข่งขันแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ อีก 2 ครั้งถัดไป พร้อมปรับเงินสมาคมฟุตบอลโตโก 5 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.7 ล้านบาท)” 
 
 ขณะที่ โธมัส ดอสเซวี ผู้เล่นมิดฟิลด์ทีมชาติโตโก ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่รถบัสถูกซุ่มโจมตีด้วยได้แสดงความเห็นผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าตนต้องการให้สมาคมฟุตบอลโตโกยื่นอุทธรณ์โทษของซีเอเอฟ 
 
 ”เราเป็นกลุ่มนักฟุตบอลที่ถูกซุ่มยิงและตอนนี้เราไม่สามารถเล่นบอลได้อีก พวกเขากำลังบีบเรา โตโกควรจะยื่นอุทธรณ์โทษแบนนี้ เมื่อตอนที่พวกเรากลับบ้านในอีก 3 วันถัดมา ซีเอเอฟได้ยืนยันว่าสนับสนุนเรา แต่มาตอนนี้กลับมาลงโทษเรา” ดอสเซวี กล่าว 

 

ไขข้อข้องใจทำไมผู้ชายไม่ค่อยรู้สึกผิด

January 30, 2010

งานวิจัยชิ้นใหม่ระบุผู้หญิงกังวลที่ทำให้คนอื่นเจ็บปวดมากกว่าที่ผู้ชายรู้สึก

 เอเจนซี การค้นพบใหม่ที่อาจทำให้ผู้ชายละอายขึ้นมาได้บ้าง แม้จะไม่มากนัก โดยงานวิจัยล่าสุดระบุผู้ชายรู้สึกผิดน้อยกว่าผู้หญิงเยอะ 
 
  ไล่ตั้งแต่การลืมให้การ์ดวันเกิดไปจนถึงการแอบมีกิ๊ก ผู้ชายจะสำนึกผิด เสียใจ เห็นใจ หรือโกรธน้อยมาก 
 
  งานศึกษานี้อาจเป็นคำอธิบายได้อย่างดีถึงพฤติกรรมการนอกใจภรรยากับผู้หญิงเป็นขโยงของไทเกอร์ วูดส์ รวมถึงการที่สามีหรือแฟนหนุ่มมักไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด ทั้งที่มีหลักฐานมัดคาหนังคาเขา 
 
  รายงานระบุว่า ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเพราะผู้หญิงรู้สึกผิดมากเกินไป แต่มาจากการที่ผู้ชายรู้สึกผิดน้อยเกินไปมากกว่า 
 
  นักวิจัยได้สอบถามชาย-หญิงเกือบ 300 คนที่อายุระหว่าง 15-50 ปี เกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกวันที่ทำให้รู้สึกผิด 
 
  คำตอบที่พบแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงกังวลมากกว่าว่าจะทำร้ายผู้อื่น ในทางกลับกัน ผู้ชายมักเอาตัวเองเป็นใหญ่ และสิ่งที่ทำให้รู้สึกผิดมากที่สุดจะเป็นเหตุการณ์ที่ตัวเองกินหรือดื่มหนักเกินไป มากกว่าการทำให้คนอื่นเดือดเนื้อร้อนใจ 
 
  กลุ่มตัวอย่างยังได้รับโจทก์เป็นสถานการณ์แบบต่างๆ เช่น ไม่หาเวลาไปเยี่ยมญาติที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล หรือเหวี่ยงใส่เพื่อนโดยไม่มีเหตุผล และต้องตอบคำถามว่ารู้สึกอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้หญิงมีแนวโน้มวิตกกังวลมากกว่าผู้ชายในทุกสถานการณ์ 
 
  ทั้งนี้ สถานการณ์ที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกผิดมากกว่าผู้ชายมีอาทิ การลืมวันเกิดเพื่อน ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคนใกล้ตัว และไม่เข้าไปช่วยคนที่ถูกรังแก 
 
  รายงานที่เผยแพร่ในวารสารไซโคลโฟรโมจี้ของสเปน ยังแจกแจงว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงรู้สึกผิดมากกว่าผู้ชายมาก และมีแนวโน้มโกรธตัวเองถ้ารู้สึกว่าทำให้คนอื่นเจ็บช้ำ 
 
  การให้ความรู้และปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อคนเรา ควรถูกนำมาใช้เพื่อลดแนวโน้มความรู้สึกผิดที่ออกแนวกังวลในหมู่ผู้หญิง และกระตุ้นให้ผู้ชายมีความรู้สึกถึงอกเขาอกเรามากขึ้น อิตเซียร์ เอ็ตเซบาร์เรีย จากมหาวิทยาลัยบาสก์ คันทรี กล่าว 
 
  อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกผิดที่มากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี งานวิจัยก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่าความกังวลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง 
 
  เพียงแค่การดูรายการทีวีที่โปรดปรานสามารถบ่อนทำลายปราการป้องกันโรคในตัวได้ นักจิตวิทยาแนะนำว่าถ้าคุณกังวลใจอยู่ ควรลุกขึ้นมาทำงานบ้านดับเครียด 
 
  งานวิจัยอีกชิ้นจากมหาวิทยาลัยฮัลล์ในอังกฤษ พบว่าคนที่รู้สึกผิดเกี่ยวกับการปรนเปรอตัวเอง เช่น การกินช็อกโกแลต จะมีสารแอนติบอดี้สำคัญในน้ำลายน้อยกว่าคนที่มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ 
 
  เราควรมองโลกแง่ดีเกี่ยวกับวิธีการหาความสุข โดยเฉพาะเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นต้นว่าเราควรหาเวลาสูดกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ให้มากขึ้น นักวิจัยสรุป 
 

ประธานโตโยต้าแถลงแสดงความเสียใจหลังเรียกคืนรถทั่วโลกร่วม 8 ล้านคัน

January 30, 2010

(แฟ้มภาพ) อาคิโอะ โทโยดะ ประธานบริษัทผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้า

 เอเอฟพี – ประธานบริษัทโตโยต้าแถลงแสดงความเสียใจ ที่ต้องเรียกคืนรถยนต์หลายล้านคันทั่วโลก เนื่องจากความผิดพลาดในการทำงานของคันเร่ง นับเป็นความล้มเหลวที่ทำให้ชื่อเสียงด้านคุณภาพของยักษ์ใหญ่ยานยนต์ของญี่ปุ่นแห่งนี้เสื่อมเสีย 
 
 เราเสียใจอย่างยิ่งที่ต้องทำให้ลูกค้าทั้งหลายรู้สึกไม่สบายใจ อาคิโอะ โทโยดะ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค นอกรอบการประชุมดาวอส ในสวิตเซอร์แลนด์ และถือเป็นคำชี้แจงต่อสาธารณะครั้งแรกของเขานับตั้งแต่มีการเรียกคืนรถยนต์โตโยต้าทั่วโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
 ขณะนี้ เรากำลังพยายามค้นหาความจริง และเตรียมอธิบายชี้แจง ดังนั้นความไม่พอใจของลูกค้าทั้งหลายจะต้องหมดไปโดยเร็วที่สุด เขากล่าว 
 
 ในวันศุกร์ (29) ที่ผ่านมา โตโยต้าเรียกคืนรถยนต์ 1.8 ล้านคันจากยุโรปเป็นรายล่าสุด หลังจากที่เรียกรถยนต์คืนจากทั่วโลกไปแล้วเกือบ 8 ล้านคัน ซึ่งมากกว่ายอดขายรถยนต์ทั้งหมดทั่วโลกในปี 2009 ที่ขายได้เพียง 7.8 ล้านคันเสียอีก 
 
 บริษัทโตโยต้า ซึ่งเข้าไปถือครองบริษัทเจเนอรัล มอเตอร์ส ในปี 2008 และกลายเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ขายดีที่สุดของโลก ต้องเผชิญกับปัญหาด้านคุณภาพความปลอดภัยของรถยนต์ ซึ่งทำให้เกิดคำถามที่ว่าทางบริษัททิ้งคุณภาพอันเป็นตำนาน เพื่อให้ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกหรือไม่ 
 
 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โตโยต้าประกาศเรียกคืนรถ 2.3 ล้านคันจากสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลถึงปัญหาเกี่ยวกับคันเร่ง ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกับที่ต้องเรียกรถคืนจากจีนอีก 75,000 คัน รวมถึงรถยนต์อีก 5.3 ล้านคันในสหรัฐฯ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับพรมปูพื้นที่อาจเข้าไปติดอยู่ในคันเร่งได้ และอีกอย่างน้อย 1.7 ล้านคันนอกยุโรป ที่ประสบกับทั้งสองปัญหาดังกล่าว 
 

อำลามหาบุรุษ คานธี ญาติลอยอังคารนอกชายฝั่งแอฟริกาใต้

January 30, 2010

เหลนชายของมหาตมะ คานธีเป็นผู้ลอยอัฐิลงทะเล

 เอเอฟพี – อัฐิของ มหาตมะ คานธี มหาบุรุษผู้เรียกร้องอิสรภาพให้แก่อินเดีย ซึ่งครอบครัวของเขาเก็บรักษาไว้มานานหลายสิบปีหลังจากที่เขาถูกลอบสังหาร ถูกนำไปลอยทะเลแล้วในวันนี้ (30) นอกชายฝั่งแอฟริกาใต้ 
 
 เอลา คานธี หลานสาวของผู้เผยแพร่ลัทธิอหิงสากล่าวว่า มีผู้มาร่วมในพิธีลอยอังคารครั้งนี้ราว 200 คน โดยทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น ขณะที่ช่างภาพผู้ร่วมในเหตุการณ์ระบุว่า พิธีกรรมก่อนช่วงรุ่งสางนี้ช่างสง่างามยิ่งนัก 
 
 ช่างภาพคนดังกล่าวระบุว่า ก่อนที่พิธีกรรมจะเริ่มขึ้น นักบวชของฮินดได้ท่องบทสวด แล้วเหลนชายของคานธีก็เทอัฐิของเขาลงในทะเล จากนั้นผู้คนก็โปรยดอกไม้ตาม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการบอกลาครั้งสุดท้าย 
 
 ทั้งนี้ พวกชาตินิยมหัวรุนแรงคนหนึ่งยิงคานธีจนเสียชีวิตในวันที่ 30 มกราคม ปี 1948 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่เขานำประเทศจนได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ โดยร่างไร้วิญญาณของเขาถูกเผาตามพิธีของฮินดู และตามปกติแล้ว อัฐิจะถูกนำไปลอยในแม่น้ำ หรือทะเลหลังจากฌาปนกิจศพแล้วไม่กี่วัน แต่อัฐิของมหาบุรุษผู้นี้ถูกแบ่งใส่โกศหลายๆ อัน และถูกส่งไปทั่วอินเดีย และทั่วโลก เพื่อที่ผู้สนับสนุนเขาจะได้ระลึกถึงเขาได้ 
 
 สำหรับโกศอันหนึ่งถูกส่งไปที่แอฟริกาใต้ ซึ่งคานธีเคยฝึกวิชากฎหมายในปี 1893 และเข้าๆ ออกๆ ประเทศนี้ตลอดอยู่เป็นเวลาถึง 21 ปี 
 
 ส่วน วิลาส เมห์ตา เพื่อนสนิทคนหนึ่งของครอบครัว ได้เก็บอัฐิส่วนหนึ่ง และรักษาไว้เป็นความลับตลอดชีวิตของเธอ จนกระทั่งเมื่อเธอเสียชีวิตลง ลูกสะใภ้ของเธอจึงตัดสินใจคืนอัฐิเหล่านั้นให้กับครอบครัวคานธี 
 

บรรดาญาติโปรยดอกไม้ตามเพื่อเป็นการบอกลาครั้งสุดท้าย

 
 

นายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ของอินเดียทำพิธีไว้อาลัยอย่างยิ่งใหญ่ในกรุงนิวเดลี

 
 

นายทหารแปรแถวแสดงความเคารพ

 
 

นายทหารระดับ ผู้นำเหล่าของอินเดียร่วมในพิธีที่เมืองหลวง

 
 

เหลือทน! ชาวเมืองปัวยกทีมร้องผู้การฯ น่านซ้ำ/หลังถูกโจรลักทรัพย์แทบหมดตัว

January 30, 2010

       

 

 

 

 

น่าน ชาวเมืองปัวเหลืออด หลังขึ้นป้ายประชดโจร-กระตุ้นตำรวจปัวให้ทำงาน เพราะถูกลักทรัพย์กลางวันถี่ยิบจนหมดเนื้อ หมดตัวหลายราย ล่าสุดยกทีมเข้าร้องผู้การฯ แฉเมืองปัวโจรชุม ตำรวจไม่ทำงานปล่อยยาบ้า-หวยเถื่อน-บ่อนพนันระบาดหนัก แถมถูกโทรศัพท์ข่มขู่อีก ด้านผู้การฯตำรวจน่านขอเวลา 7 วันเคลียร์ 
 
 
 รายงานข่าวจากจังหวัดน่าน แจ้งว่า หลังจากกลุ่มชาวบ้านปรางค์ ต.ปัว อ.ปัว พากันติดป้ายประชดโจรเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปล่อยปละละเลยให้โจรตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของชาวบ้านหลายครั้งหลายหน จนหมดเนื้อหมดตัว เป็นข่าวผ่านสื่อมวลชนแล้ว ล่าสุดกลุ่มชาวบ้านจากบ้านปรางค์ จำนวน 7 คน นำโดยนางจันทร์เพ็ญ มโนสอน และนางสาวสุภานันท์ พรมโชติ ได้เดินทางมาที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พร้อมกับชูป้ายผ้าที่มีข้อความว่า ตำรวจน่าน ตำรวจไทย ตำรวจโลก ช่วยด้วย โจรชุกชุมยิ่งกว่ายุง สมบัติหายไปไม่ได้คืน ยาบ้า / บ่อน / หวยเถื่อน เกลื่อนเมือง และ ตำรวจเก่ง/ดีอยู่ไหน สตรีไทยถูกรังแก เพศแม่กำลังเดือดร้อน อย่านอนเขี่ย….อยู่เลย 
 
 หลังจากนั้น ได้ยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรน่าน แต่ พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ ติดราชการต่างจังหวัด พ.ต.อ.สิทธิโชค ทองศรี รอง ผบก.ภ.น่าน จึงรับหนังสือแทน และเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อสอบถามรายละเอียด โดยได้เรียกชุดสืบสวนกลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เข้ารับฟังและมีการประชุมวางแผนกันเป็นการเร่งด่วน 
 
 นางจันทร์เพ็ญ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2552 เวลากลางวัน ตนได้ปิดบ้านไปขายของที่ร้าน ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 150 เมตร มีคนร้ายงัดเข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านหลายรายการ เช่น ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 30 บาท นาฬิกาเรือนทอง 1 เรือน และแหวนเพชร 1 วง รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 500,000 บาท ทั้งๆ ที่หน้าบ้านตนติดตั้งตู้แดงสายตรวจ และต้องจ่ายค่าตู้แดงเดือนละ 500 บาท หลังจากแจ้งความไว้กับตำรวจ สภ.ปัว ไว้ ก็ยังไม่เห็นมีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีแต่อย่างใด 
 
 ขณะที่นางสาวสุภานันท์ พรมโชติ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 247 หมู่บ้านเดียวกัน เปิดเผยว่า ชาวบ้านพื้นที่บ้านปรางค์ อำเภอปัว ถูกโจรงัดบ้านเข้าไปลักทรัพย์สินที่มีมูลค่าแล้ว 5 ราย แม้กระทั่งบ้านที่มีตู้แดงของสายตรวจติดอยู่ก็ยังถูกลักทรัพย์ในกลางวันแสกๆ โดยมักจะเลือกเป้าหมายบ้านที่มีผู้หญิงพอมีฐานะ และอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง อาศัยจังหวะที่เจ้าของบ้านออกไปทำงานกัน อย่างบ้านของตนนั้น ก็ถูกลักทรัพย์ไปแล้วมูลค่ากว่า 5 แสนบาท แต่ตำรวจในพื้นที่อำเภอปัวไม่เคยจับกุมคนร้ายได้แม้แต่รายเดียว จนผู้เสียหายต้องเขียนป้ายติดตามบ้านเรือนเพื่อประชดโจรและกระตุ้นการทำงานตำรวจ 
 
 ตัวแทนชาวบ้านปรางค์ ดังกล่าว ยังวิจารณ์กันว่า สาเหตุที่โจรชุมในพื้นที่ อ.ปัว เพราะตำรวจปล่อยให้มีการระบาดของยาบ้า หวยเถื่อน บ่อนการพนัน และหลังจากแจ้งความตำรวจ ก็จะมีโทรศัพท์ลึกลับโทรไปข่มขู่ให้หยุดการเรียกร้องต่างๆ ไม่เช่นนั้นจะมีอันตรายเกิดขึ้น 
 
 ด้าน พล.ต.ต.เฉลิมพันธ์ อจลบุญ ผบก.ภ.น่าน หลังได้รับรายงานทางโทรศัพท์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีติดตามคนร้ายและทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย ให้ได้ ภายใน 7 วัน 

 

เทศบาลเชียงใหม่ย้ำพร้อมรับปัญหาหมอกควัน/เตรียมหนุนระบบขนส่งมวลชนลดจราจรแน่น

January 30, 2010

 

 

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่-เทศบาลนครเชียงใหม่วางแผนลดการเผาในที่โล่งป้องกันปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้วยการเตรียมนำเครื่องย่อยกิ่งไม้ใบไม้แล้วผลิตปุ๋ยออกให้บริการประชาชน พร้อมจะมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มควบคู่ไปกับการขอความร่วมมือ ขณะเดียวกันเผยรถยนต์เชียงใหม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนปริมาณมหาศาลในแต่ละปี ระบุต้องเร่งผลักดันระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว 
 
 
 นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กว่า ในส่วนของการเผาในที่โล่งที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหานั้น เบื้องต้นได้มีการเตรียมเครื่องย่อยเศษกิ่งไม้ใบไม้ แล้วนำเศษกิ่งไม้ใบไม้ที่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยจะใช้เทคนิควิธีของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ช่วยย่อยสลายโดยไม่ต้องกลับเศษกิ่งไม้ใบไม้และไม่ก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น ขณะเดียวกันยังจะมีการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อลดการเผาควบคู่กันไปกับการขอความร่วมมือด้วย 
 
 นอกจากนี้จะมีการขอความร่วมมือจากอาคารที่กำลังก่อสร้างให้ดูแลเรื่องการใช้รถบรรทุกขนดินและดูแลการจัดเก็บเศษวัสดุก่อสร้างต่างๆ ไม่ให้ก่อปัญหาฝุ่นละออง พร้อมกันนี้จะมีการออกรณรงค์ขอความร่วมมือผู้ใช้รถยนต์ให้ปิดเครื่องยนต์ของรถเวลาจอดเพื่อลดการก่อไอเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และจะมีการดำเนินการประชาชาสัมพันธ์และรณรงค์ขอความร่วมมือประชาชนในการช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ผ่านสื่อต่างๆ ด้วย 
 
 ขณะเดียวกันนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันเชียงใหม่มีรถยนต์ประมาณ 4 แสนคัน และรถจักรยานยนต์กว่า 1 ล้านคัน ซึ่งรถจำนวนนี้ปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการเผาไหม้เครื่องยนต์ออกมาปีละประมาณ 2 ล้านกิโลกรัมต่อปี โดยที่ต้นไม้และแหล่งน้ำช่วยดูดซับไปได้ประมาณครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตามยังคงมีปริมาณก๊าซตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมจำนวนมาก ดังนั้นการแก้ไขปัญหา นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวลงได้มากที่สุด ด้วยการจัดให้มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพ 
 
 สำหรับในส่วนของการผลักดันโครงการระบบขนส่งมวลชนเมืองเชียงใหม่นั้น นายทัศนัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เคยมีการศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ และทางเทศบาลนครเชียงใหม่ก็มีแนวความคิดที่จะผลักดันโครงการเช่นกัน โดยเบื้องต้นมองว่าระบบขนส่งมวลชนที่จะมีขึ้นนั้น จะต้องไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะเพียงพื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เท่านั้น แต่จะต้องครอบคลุมไปถึงพื้นที่โดยรอบ เช่น แม่ริม หางดง สันกำแพง สันทราย เป็นต้น ที่มีปริมาณการเดินทางเข้าออกเมืองจำนวนมากด้วย ดังนั้นโครงการนี้คงจะต้องมีการผลักดันโครงการร่วมกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับสูงขึ้นไป โดยยอมรับว่าเกินศักยภาพของท้องถิ่นที่จะดำเนินการได้ เพราะใช้งบประมาณลงทุนสูงมาก 

 

สาธารณสุขเขต 7 แข่งอันดามันเกมส์ 5 จังหวัดคีกคัก

January 30, 2010

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตรัง – ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดการแข่งขันกีฬาสาธารณสุข เขต 7 อันดามันเกมส์ ที่จังหวัดตรัง โดยมีผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ประมาณ 2,000 คน ใน 15 ประเภทกีฬา 
 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.30 น. ณ สนามกีฬากลางเทศบาลนครตรัง นายไพจิตร วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสาธารณสุข เขต 7 อันดามันเกมส์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 ของบุคลากร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขต 7 ซึ่งประกอบไปด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ตรัง กระบี่ พังงา ภูเก็ต และระนอง กำหนดทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 26-30 มกราคม ประกอบด้วย 15 ประเภทกีฬา แบ่งเป็นกรีฑา 26 รายการ และกีฬาทั่วไป อาทิ ฟุตบอล วอลเล่ย์บอลชาย-หญิง บาสเกตบอล เทนนิส และอื่นๆ อีกมากมาย รวมผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ประมาณ 2,000 คน 
 
 ทั้งนี้ ก่อนพิธีเปิดได้มีการเดินขบวนพาเหรดของนักกีฬาจากทั้ง 5 จังหวัด และขบวนแฟนซีเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนดูแลสุขภาพ รวมทั้งรู้จักป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยสำนักตรวจราชการสาธารณสุข เขต 7 ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชน ในเขต 5 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีสุขภาพที่ดี โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยในพื้นที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง 
 
 จากสภาพสังคมปัจจุบันได้เปลี่ยนไปในทางบริโภคนิยม หรือมีการประกอบภารกิจประจำวันที่เร่งรีบ ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ในการกินอาหาร และการออกกำลังกาย ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดโรคไม่ติดต่อ และโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติการณ์เจ็บป่วยและตาย ขณะเดียวกัน 
 
 จากการศึกษายังพบว่า การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในทุกกลุ่มอายุ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างสุขภาพ ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุข เขต 7 จึงกำหนดให้มีการรณรงค์สร้างสุขภาพของประชาชน โดยหลัก 3 อ. ประกอบด้วย อาหาร อารมณ์ และออกกำลังกาย ซึ่งกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสาธารณสุขเขต 7 อันดามันเกมส์ ครั้งนี้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างแบบอย่างที่ดีด้านส่งเสริมสุขภาพ สำหรับบุคลากร เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข และประชาชนในพื้นที่สาธารณสุข เขต 7 

 

ปชป.ดึงเยาวชน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ดับไฟใต้

January 30, 2010

 ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ นิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรค ปชป.ให้ความสำคัญกับกลุ่มเยาวชนดึงเข้าร่วมแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ โดยผ่านการสัมมนาร่วม 300 คน 
 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) ที่โรงแรม บี.พี.สมิหลาบีช อ.เมืองสงขลา นายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสัมมนาเยาวชนกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเยาวชนจาก 3จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เข้าร่วมประมาณ 300 คน 
 
 นายนิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรค ปชป.กล่าวว่าปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ที่เกิดมายาวนาน จนทำให้รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ได้ทุ่มเทงบประมาณลงในพื้นที่รวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาทแก้ปัญหา แต่ปัญหายังคงมีอยู่ พรรค ปชป.ในฐานะแกนนำของรัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา โดยเริ่มจากการพัฒนาการศึกษา เศรษฐกิจและสังคมไปพร้อมๆกัน หากไม่ได้รับความร่วมมือจากเยาวชน ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นได้ 
 
 นายนิพนธ์กล่าวว่าการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของ จ.สงขลาพรรค ปชป.ให้ความสำคัญกับกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญที่จะหาทางออกของปัญหาได้ จึงได้มีการระดมความคิดเห็นจากเยาวชนชายแดนภาคใต้ 3 เรื่อง ด้วยการแบ่งกลุ่มเยาวชนออก 3 กลุ่ม สะท้อนปัญหาและความต้องการของต่อด้านความมั่นคง การศึกษาและด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อหาข้อสรุปความต้องการเยาวชนให้กับรัฐบาล 
 
 ข้อเสนอมอบให้รัฐบาลนำไปกำหนดเป็นนโยบายและแนวทางในการแก้ปัญหา จะช่วยยกระดับรายได้ครัวเรือนและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น เพื่อนำพาพื้นที่ให้พ้นจากความยากจนและติดอาวุธทางปัญญาให้ประชาชน นายนิพนธ์กล่าว 
 

ฆ่าโหดมัดมือด้วยเชือกล่ามวัวทิ้งข้างถนน

January 30, 2010

 นครศรีธรรมราช คนร้ายฆ่าโหดจับลูกชายเจ้าของสวนยางวัย 17 ปี มัดมือ-เท้าด้วยเชือกวัว แล้วทุบตีจนน่วมก่อนทิ้งไว้ข้างถนนกลายเป็นศพเหม็นเน่า 3 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดสาเหตุโกรธแค้นเรื่องส่วนตัว 
 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.เกษม จอมพงศ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งพบศพอยู่ในคูน้ำริมถนนดินลูกรัง สายสระน้ำ รพช. หลังวัดควนคลัง ม.6 ต.ทุ่งใหญ่ อ.ทุ่งใหญ่ หลังจากนั้นจึงเข้าทำการสอบสวนในที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพย์อาภากุล ผกก. แพทย์เวรโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์ทุ่งใหญ่ 
 
 ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตสภาพส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ถูกหุ้มด้วยตาข่ายพรางแสงสีดำ หมกอยู่ในคูน้ำริมถนนลึกประมาณ 2 เมตร กว้าง 3เมตร หลังจากที่เจ้าหน้าที่คลี่ห่อดังกล่าวออกมาพบศพทราบชื่อต่อมาคือ นายชัยภักดิ์ สิขิวัฒน์ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64 ม.7 ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ศพถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกล่ามวัวอย่างแน่นหนา มีบาดแผลถูกทุบตีบริเวณศีรษะและใบหน้าจนเละ เสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3-4 วัน ในตัวมีหลักฐานซื้อขายยางพาราแผ่นจำนวนหนึ่ง 
 
 พ.ต.อ.สมพงศ์ ทิพอาภากุล ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า นายเล็ก สิขิวัฒน์ อายุ 50 ปีและนางเตือนใจ สิขิวัฒน์ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ผู้เสียชีวิตระบุกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา นายชัยภักดิ์ ได้นำยางพาราแผ่นไปขายที่ร้านค้าที่ตลาดถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช และไม่ได้กลับมาบ้านอีกเลย 
 
 เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการตายของลูกชายว่ามาจากสาเหตุอะไร แต่สันนิษฐานเบื้องต้นน่าจะเป็นเรื่องโกรธแค้นส่วนตัวกับคู่อริคนใดคนหนึ่งในหมู่บ้าน และถูกกลุ่มวัยรุ่นคู่อริลวงผู้ตายไปจับมัดมือไขว้หลังแล้วมัดเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกล่ามวัวนำศพไปทิ้งคูน้ำริมถนนดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว 
 

โผล่อีก 1 ประเด็นร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช

January 30, 2010

 นครศรีธรรมราช แม้ผลการเลือกตั้ง อบจ.เมืองคอนจะออกมาแล้ว แต่เป็นไปตามคาดเมื่อถูกผู้สมัครที่พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งทยอยออกมาคัดค้าน ล่าสุดมีการร้องเรียนเรื่องป้ายหาเสียงที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า กกต.กำหนด 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) ที่บ้านพักจังหวัดนครศรีธรรมราช นายพันธ์เลิศ เงินเลี่ยม เลขานุการ นายเกรียงศักดิ์ ภู่พันธ์ตระกูล อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 4 กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือคัดค้านการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเพียงประเด็นเดียว คือเรื่องป้ายโฆษณาหาเสียงหลังเวทีปราศรัยใหญ่ทุกเวที ซึ่งป้ายดังกล่าวมีขนาดกว้าง 2.40 เมตร ยาว 8 เมตร ใหญ่เกินกว่าที่ กกต.กำหนด คือกว้าง 1.30 เมตร ยาว 2.40 เมตร 
 
 ผมได้นำภาพมาเปรียบเทียบระหว่างป้ายบนเวทีปราศรัยของหมายเลข 1 กับป้ายบนเวทีของหมายเลข 3 และ ป้ายบนเวทีของหมายเลข 4 กับป้าบนเวทีของหมายเลข 3 ให้ กกต.ได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ไม่มีระเบียบข้อใดที่จะต้องมีข้อยกเว้น คาดว่าเรื่องของผมจะถูกนำเสนอ กกต.กลางในวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ 
 
 นายกิตติพงษ์ เที่ยงคุณากฤต ผอ.กกต.กล่าวว่า ขณะนี้ทาง กกต.ได้รับเรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง นายก อบจ. 2 รายแล้ว ซึ่งทั้ง 2 ราย กำลังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนของ กกต. ให้แล้วเสร็จภายใน 20-15-15 นำเสนอต่อ กกต.กลางเป็นผู้พิจารณา ซึ่งส่วนมากการคัดค้าน ใช้ระยะเวลาในการสืบสวนสอบสวนนาน เหตุเพราะเรื่องคัดค้านที่ส่วนกลางมีมาก จึงต้องเรียงลำดับกัน ทำให้เกิดความล่าช้าได้ รับรองความล่าช้าจะไม่เกิดจาก กกต.จังหวัดแน่นอน 
 

โจรใต้ป่วนยะลาข่มคนรวมพลังต่อต้านก่อการร้าย

January 30, 2010

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยะลา คนร้ายวางระเบิดปลอมและจริงก่อเหตุป่วนในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา เพื่อข่มขู่ประชาชนที่ออกมารวมพลังต่อต้านการก่อการร้ายร่วมพันคนที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง 
 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนบ้านลือเน็ง หมู่ที่ 3 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางจิตวิญญาณ กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพ กลุ่มเยาวชน ชรบ. อรบ. และ ประชาชน จำนวน 1,000 คน ร่วมแสดงพลังต่อต้านการก่อการร้ายทุกๆ รูปแบบ โดยมี พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.เป็นประธานในพิธี ขณะที่ผู้นำศาสนาและประชาชนร่วมละหมาดฮายัต ขอพรจากพระเป็นเจ้าให้พ้นภัยจากการก่อเหตุรุนแรง และสวดดูอาร์ขอพรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
 
 จากนั้น ผู้มาร่วมพิธีได้ร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณตน เพื่อแสดงจุดยืนในการรวมพลังสามัคคีและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาสาธารณะชน และแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง รวมทั้งบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐในพื้นที่กับประชาชน และให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ในโอกาสเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้มอบธงชาติไทย และมอบเกียรติบัตรให้กับผู้แทนครอบครัวของราษฎร จำนวน150 คน และร่วมร้องเพลงชาติไทย เพลงสดุดีมหาราชา เพลงรักกันไว้เถิด และเยี่ยมชมสินค้าโอทอปของกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ 
 
 ก่อนหน้านี้ เวลา 08.30 น. ร.ต.ท.สุรัตน์ จันทร์จ้า ร้อยเวร สภ.ยะหา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุพบวัตถุต้องสงสัย ในพื้นที่ จำนวน 3 จุด จุดแรก บริเวณ ริมถนนสายยะหา กาบัง บ้านปาแดรู หมู่ที่ 5 ต.กาตอง หลังได้รับแจ้ง พ.ต.อ.สวัสดิ์ เตียวิรัตน์ ผกก. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฉก.14 อ.ยะหา ฝ่ายปกครอง และ ชุดศรศึก – ศรชัย (EOD-ARMY) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบเหตุพบเป็นกล่องต้องสงสัย ตรวจสอบแล้วภายในบรรจุทราย เพื่อลวงเจ้าหน้าที่ 
 
 หลังจากนั้นได้รับแจ้งพบอีกจุดที่ 2 ที่บริเวณบนถนนสายยะลา ยะหา บริเวณใกล้บ้านพักแปลตตำรวจ ใกล้กับฟาร์มเลี้ยงแพะ หมู่ที่ 3 ต.ยะหา จนท.เข้าตรวจสอบพบเป็นกล่องหลอกเช่นกัน และจุดสุดท้าย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัย มีสายไฟลากยาวเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง บริเวณริมถนนเขตรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 5 กับหมู่ที่ 4 บ้านซีแซะ ต.ปะแต อ.ยะหา จนท.เดินทางไปตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่อง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม วางใต้ท่อนไม้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถยนต์กันกระสุนหุ้มเกราะ วีว่าของ ทหาร ฉก.14 เข้าไปลากสายไฟ จนเกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้รถยนต์ทหาร ได้รับความเสียหายเล็กน้อย 
 
 เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นการป่วน ข่มขู่ประชาชน หลังจากที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทราบว่าจะมีการรวมพลังของประชาชน เพื่อต่อต้านการก่อความไม่สงบในพื้นที่ในวันเดียวกัน โดย พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผบ.พตท.กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายก่อเหตุเพื่อแสดงศักยภาพของตัวเองให้ประชาชนเกิดการเกรงกลัว 

 

ชาวปากพนังแห่เชียร์กู้ชีพปลาวาฬ-รอปล่อยทะเลหลังพักฟื้น

January 30, 2010

       

 

 

 

 

 

 

นครศรีธรรมราช – ปฏิบัติการกู้ชีพวาฬน้อยพันธุ์นำร่องครีบสั้นส่งกลับคืนทะเลท่ามกลางกองเชียร์ระทึก ยังไม่สำเร็จ วาฬยังเพลียจัดและอ่อนแรง เจ้าหน้าที่ตั้งแคมป์ริมทะเลดูแลอาการต่อ 
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ศูนย์พัฒนาประมงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปากพนัง นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยชาวบ้านได้ให้การช่วยเหลือปลาวาฬนำร่องครีบเล็กขนาดยาวกว่า 4 เมตรน้ำหนักกว่า 500 ก.ก.เพศเมีย ที่หลงฝูงขึ้นมาเกยหาดบ้านเนินน้ำหัก ม.6 ต.ปากพนัง ฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง ซึ่งอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย และนำขึ้นรถมาให้การดูแลที่บ่อขนาดใหญ่ริมทะเลบ้านท่าพญา ต.ปากพนัง ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา 
 
 มีนายสันติ นินวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการ จากศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง และสัตวแพทย์หญิงพัชราพร แก้วโม่ง จากสถาบันวิจัยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและป่าชายเลน เป็นผู้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดพร้อมด้วยทีมงานอย่างต่อเนื่องจนวาฬดังกล่าวอยู่ในสภาพอาการดีขึ้น 
 
 ความคืบหน้า เมื่อเวลา 13.30 น.นายสันติ นินวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการ จากศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง และสัตวแพทย์หญิงพัชราพร แก้วโม่ง จากสถาบันวิจัยทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและป่าชายเลน ได้ร่วมกันหารือและตัดสินใจนำวาฬดังกล่าวส่งกลับคืนสู่ทะเลอ่าวไทย โดยใช้วิธีการใส่เปลนำขึ้นรถเครนและนำไปหย่อนลงทะเลที่สะพานบ้านหน้าโกฏิ ม.10 ต.ท่าพญา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ท่ามกลางประชาชนที่นำบุตรหลานนับร้อยคนมาดูการเคลื่อนย้ายและการนำส่งคืนสู่ทะเลอย่างใจจดใจจ่อ 
 
 เมื่อได้เวลาสัตวแพทย์หญิงพัชราภรณ์ ได้ฉีดยาบำรุงให้กับวาฬตัวดังกล่าวก่อนที่จะประคองจากบ่อมาขึ้นเปลที่แช่รออยู่ในบ่ออย่างว่าง่ายและยังยังสังเกตเห็นได้ชัดว่าวาฬยังอยู่ในอาการค่อนข้างอ่อนเพลีย แต่สามารถกินอาหารได้บ้างแล้ว จากนั้นเครนได้ยกวาฬขึ้นมาบนรถบรรทุกโดยมีการดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งใช้ผ้าเปียกคลุม และราดน้ำบนตัวตลอดเวลา และรีบนำไปปล่อยลงทะเลที่สะพานหน้าโกฏิซึ่งอยู่ห่างจากบ่อพักไปราว 3 ก.ม. 
 
 ขณะที่เครนยกขึ้นจากรถบรรทุกวาฬมีอาการช๊อคหยุดหายใจ แต่เมื่อนำตัวลงน้ำได้แล้วจึงมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามประคองวาฬออกไปสู่ทะเลท่ามกลางการเอาในช่วยของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามประคองวาฬออกสู่ทะเลเห็นได้ชัดว่าวาฬยังอ่อนแรง จึงตัดสินใจอนุบาลต่อในจุดดังกล่าว 
 
 นายสันติ นินวัฒน์ นักวิชาการประมงชำนาญการ จากศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ในฐานะหัวหน้าทีมกู้ชีพสัตว์ทะเลหายาก เปิดเผยว่าเท่าที่ดูอากรแล้ววาฬยังอ่อนแรงมาก หากปล่อยไปมีทางเดียวคือวาฬตัวนี้ต้องตายอย่างแน่นอนดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องตั้งแคมป์จุดนี้เพื่ออนุบาลและดูแลอาการวาฬอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.จนกว่าอาการจะดีขึ้น สามารถว่ายออกสู่ทะเลได้ จึงจะปล่อยออกไปทีมงานพยายามรักษาชีวิตวาฬตัวนี้ไว้ให้ได้ 

 

โพลใต้ค้านแก้ รธน.เพื่อนักการเมือง-ชี้ทำประชามติก่อน

January 30, 2010

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ หาดใหญ่โพลสำรวจความคิดเห็นพบว่าคนภาคใต้ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อเป็นการเอื้อให้นักการเมืองได้รับผลประโยชน์ และไม่พอใจบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาล ระบุถ้าจะทำต้องทำประชามติก่อน 
 
 หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สำรวจความคิดเห็นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จาก 1,601 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม ที่ผ่านมา 
 
 รศ.ทัศนีย์ ประธาน รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ผลสำรวจหาดใหญ่โพล โดยประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 74.9 เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ตามมติของพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่านักการเมืองเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ทางการเมือง มีเพียงร้อยละ 25.1 ที่เห็นว่าประชาชนเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 59.7 ไม่พอใจแนวคิดและบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเพียงร้อยละ 19.7 พอใจกับแนวคิดและบทบาทของพรรคร่วมรัฐบาล และร้อยละ 20.9 ไม่แสดงความคิดเห็น 
 
 จากผลสำรวจในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามมาตราพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.5 ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา190 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาต้องได้รับเห็นชอบจากรัฐสภา มีเพียงร้อยละ 34.5 เห็นด้วยให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ทั้งนี้ในส่วนมาตรา 94 ประเด็นเกี่ยวกับรูปแบบเขตเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนร้อยละ 45.1 เห็นว่ารูปแบบเขตเลือกตั้งเขตละ 3 คนหรือรูปแบบเดิมของรัฐธรรมนูญปี 2550 ร้อยละ 41.3 เห็นว่าควรมีรูปแบบเขตเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียว และร้อยละ 13.6 เห็นว่าควรเป็นรูปแบบเขตเลือกตั้งเขตจังหวัด 
 
 ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ประชาชนร้อยละ 49.2 เห็นว่าควรมีการทำประชามติ มากที่สุด รองลงมา ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตั้ง สสร.3 มาจากกลุ่มอาชีพ คิดเป็นร้อยละ 19.1 และ 11.4 ตามลำดับ ทั้งนี้มีเพียงร้อยละ 11.4 ที่เห็นว่า ส.ส.และ ส.ว.ควรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย 

 

เพลี้ยแป้งระบาดไร่มันสำปะหลังปราจีนฯ กว่า 8,000 ไร่

January 30, 2010

     

 

 

 

 

 

ปราจีนบุรี- เพลี้ยแป้งระบาดไร่มันสำปะหลัง จ.ปราจีนบุรี รวม 3 อำเภอ เสียหายรวม กว่า 8,000 ไร่ 
 
 
 นายก่อเกียรติ สมานพันธุ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เกษตร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า สถานการณ์ การแพร่ระบาดเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง จ.ปราจีนบุรี โดยจากการสำรวจมีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 250,000 ไร่ ใน 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองปราจีนบุรี อ.ประจันตคาม อ.กบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ์ ศรีมโหสถ และนาดี พบมีเพลี้ยแป้งระบาดในขณะนี้ ในพื้นที่ รวม 8,000 ไร่ใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ และ อ.นาดี 
 
 ที่ผ่านมาทางจังหวัดได้มีการรณรงค์กำจัด ที่ อ.ศรีมหาโพธิ ในมาตรการเร่งด่วนคือ ให้ความรู้ การสาธิตพ่นสารเคมี นิทรรศการป้องกัน ส่วนมาตรการต่อไปจะสนับสนุนสารเคมีฉีดพ่นในการฉีดพ่นให้กับเกษตรกร นอกจากนี้มีการการเฝ้าระวังและจัดตั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน รวม 9 ศูนย์ ซึ่งใช้เป็นจุดในการถ่ายทอดความรู้จัดทำแปลง เพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งได้รับงบประมาณจากกรมส่งเสริมการเกษตร ตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.52 จำนวน 1,094,900 บาท 
 
 สำหรับการป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งที่ระบาดในแปลงมันสำปะหลัง ก่อนการปลูกให้แช่ท่อนพันธ์ โดยใช้สารฆ่าแมลง ไทอะมีโทแซม อัตราส่วน 4 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร แช่นานไม่น้อยกว่า 10 นาที ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยกำจัดเพลี้ยแป้งที่อาจติดอยู่กับท่อนพันธ์ และสามารถป้องกันเพลี้ยแป้งได้นาน 24 30 วัน แปลงที่มีการระบาดเล็กน้อย ให้ใช้สารฆ่าแมลง ไทอะมีโทแซมผสมกับสารจับใบฉีดพ่นในแปลงที่มีการระบาด 
 
 หากถ้าพบการระบาดที่รุนแรงในแปลงต้นมันที่อายุไม่เกิน 1- 4 เดือน ให้เกษตรกรถอนต้นมันทั้งหมดและบรรจุลงในถุงดำ มัดให้แน่นตากแดดทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน หรือนำไปทำลายโดยการเผาหรือฝังกลบ ในแปลงมันที่อายุ 5 8 เดือน ให้ตัดยอดมัน บรรจุถุงดำ ผูกให้แน่น ตากแดดทิ้งไว้อย่างน้อย 3 วัน หรือนำไปทำลายโดยการเผาหรือฝังกลบ 
 
 นายก่อเกียรติ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ยาฆ่าแมลง แมลงศัตรูธรรมชาติหรือสารชิวินทรีย์ เช่น แมลงช้างปีกใส หรือเชื้อราบิวเวอเรีย ซึ่งเกษตรกรสามารถขอได้ที่ศูนย์บริหารศัตรูพืชทุกแห่งใกล้บ้าน เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวต่ออีกว่า เกษตรกรต้องหมั่นตรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอหากมีเพลี้ยแปลงเกิดขึ้นจะได้ป้องกัน และกำจัดได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดอีกต่อไป 

 

ศาลปรานี! คุก 1 เดือนรอลงอาญาแม่อุ้มลูกน้อยลักผ้าอ้อมโลตัส

January 30, 2010

   

 

 

ศาลพิพากษาจำคุกแม่อุ้มลูกขโมยผ้าอ้อมของโลตัส 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท รับสารภาพศาลปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี 
  
 
 วันนี้ (30 ม.ค.) เวลา 10.00 น. ศาลแขวงพระนครเหนือ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะโฆษก ตร.เดินทางมาศาลเพื่อนำ น.ส.เมธีกานต์ พจนานี และบุตรสาวฟังคำพิพากษา สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2553 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เตาปูน ได้จับกุม น.ส.เมธีกานต์ พจนานี อายุ 25 ปี พร้อมน้องแก้มบุตรสาว อายุ 10 เดือน กรณีลักทรัพย์ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เสื้อผ้าเด็กอ่อน และสตรี จำนวน 7 รายการ เป็นเงิน 1,950 บาท ณ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เทสโก้โลตัส สาขาประชาชื่น ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนมาจับจ่ายซื้อสินค้าจำเป็นสำหรับลูกสาวที่ห้าง แต่ถึงเวลาจ่ายเงิน ไม่มีเงินเพียงพอจึงเกิดความคิดชั่ววูบตัดสินใจหิ้วถุงใส่รถเข็นเดินออกมาจากช่องคิดเงินทันที และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และต่อมาในเวลา 19.00 น. ของวันดังกล่าวโฆษก ตร.ได้ใช้ตำแหน่งในการประกันตัวผู้ต้องหาและบุตรสาว เพื่อเปิดโอกาสให้สองแม่ลูกได้กลับไปนอนบ้านด้วยกัน 
 
 พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวหลังจากได้เข้าฟังคำพิพากษาจากศาลว่า ต้องขอขอบพระคุณศาลที่ท่านได้มีความเมตตากรุณาเป็นอย่างสูง ที่ได้มีคำพิพากษาดังกล่าว และชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวแม้จะมีเหตุผลและเคยเป็นอย่างไรก็ตาม แต่การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำความผิด และถือเป็นบทเรียนสำหรับแม่ลูกอ่อนผู้นี้และเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ ที่คิดจะกระทำในลักษณะเช่นเดียวกันว่าควรจะกระทำไม่ได้ 
 
 สำหรับการช่วยเหลือจะต้องได้รับความร่วมมือจากองค์กรภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือต่อไป จากนั้น ในเวลาประมาณ 10.45 น.โฆษก ตร. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้เดินทางไปส่ง น.ส.เมธีกานต์ และลูกสาวที่ห้องเช่า บ้านเลขที่ 122 ซอยสุวรรณดี 3 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ เป็นที่เรียบร้อย 
 
 ส่วนการดำเนินการต่อไปจะได้จัดหานม ผ้าอ้อมและสิ่งของจำเป็นในการบรรเทาทุกข์ให้กับแม่ลูกอ่อนในเบื้องต้นก่อน สำหรับแก้ปัญหาในการช่วยเหลือในภาพรวมจะได้หารือกับกระทรวงพัฒนาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 
 
 ในวันเดียวกัน ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ว.1010/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษศาลแขวง 1 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.เมธีกานต์ พจนธารี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ซอยสุกัญญากิจ ถนนริมคลองประปา แขวงและเขตบางซื่อ กทม. เป็นจำเลย ในความผิดฐานลักทรัพย์ 
 
 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 ม.ค.53 จำเลยได้ลักทรัพย์ ผ้าอ้อมเด็ก ชุดนอนสตรี กางเกงชั้นใน เสื้อชั้นใน เสื้อสายดี่ยว กางเกงขาสั้น และกระติ๊กน้ำเด็ก รวมมูลค่า 1,951 บาท จากห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส สาขาประชาชื่น แขวงและเขตบางซื่อ กทม.จำเลยให้การรับสารภาพ 
 
 พิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ฐานลักทรัพย์ ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี 
 
 สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ม.ค. หลัง น.ส.เมธีกานต์ อุ้มลูกสาว วัย 10 เดือน เข้าไปซื้อของที่ห้างเทสโก้ โลตัส แต่ไม่ยอมให้พนักงานคิดเงินในส่วนที่เป็นของกลาง ก่อนจะเข็นรถออกจากห้าง แต่ถูกทางเจ้าหน้าที่ห้างควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนแจ้ง ตำรวจ สน.เตาปูน ให้จับกุมตัวไปดำเนินคดี ต่อมา พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะเดินทางไปช่วยเจรจาให้ แต่ทางตัวแทนห้าง ยืนยันจะดำเนินคดี จน พล.ต.ท.พงศพัศ ต้องใช้ตำแหน่งยื่นประกันตัว น.ส.เมธีกานต์ ออกไป 

 

Next Page »