เบอร์ลิน (จบ) -เกาะพิพิธภัณฑ์ปลุกปั้นอดีตให้มีชีวิต
November 30, 2009
โดย : The Mouse
ลูสต์การ์เทนเบื้องหน้าแบร์ลิเนอร์ดอม
อย่างที่ฉันทิ้งท้ายไว้เมื่อตอนก่อนว่า กรุงเบอร์ลินมีพิพิธภัณฑ์มากถึง 170 แห่ง (ตามที่การท่องเที่ยวเยอรมันโม้ไว้) ถ้าเดินชมสถานที่สำคัญ หรือย่านไหนๆ เราก็จะได้พบเห็นพิพิธภัณฑ์น้อยใหญ่เรียงรายอยู่ทั่วเมือง
ถ้าไม่จำเป็นต้องเที่ยวแบบชะโงกทัวร์หรือเหมากรุ๊ป การใช้เวลาในพิพิธภัณฑ์ของแต่ประเทศ แต่ละเมือง ถือเป็นความปรารถนาของฉันอย่างยิ่ง เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่ว่าจะกว้างหรือแคบแค่ไหน ล้วนให้ความรู้ และบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนแถวนั้นได้เป็นอย่างดี
เรียกได้ว่า เป็นทางลัดสู่การทำความรู้จักดินแดนนั้นๆ
ทว่าท่ามกลางหมู่มวลพิพิธภัณฑ์อันมากมาย ณ เมืองหลวงแห่งเยอรมนี ฉันกลับอยากจะพบโฉมหน้าของหญิงคนหนึ่งที่มาไกลจากอียิปต์ ใน พิพิธภัณฑ์เก่า ที่จงใจสร้างประหนึ่งวิหารพาเทนอน มีเสายักษ์เรียงราย ตั้งตระหง่านอยู่หน้า ลูสต์การ์เทน (Lustgarten)
ฉันรีบข้ามถนนจากเบเบลพลัตซ์มุ่งหน้าสู่ ลูสต์การ์เทน สวนสาธารณะที่มีลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ อยู่เบื้องหน้าของหมู่พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งแเบร์ลิเนอร์ดอม (Berliner Dom) โบสถ์น้อยในวัง ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14
รูปปั้นท่อนบนของเนเฟอร์ติติ
สถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเกาะพิพิธภัณฑ์ ที่ทำให้ฉันต้องเดินอ้อมขึ้นไปทางด้านเหนือของเกาะระยะทางพอเหนื่อย เพื่อซื้อตั๋วที่ เพอร์กามอน พิพิธภัณฑ์หลัก ก่อนจะไปยังที่หมาย
สนนราคาค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์เดียว 10 ยูโร ถ้าเหมาทั้งเกาะ 14 ยูโร ช่วงนี้ลด 50% อีก หรือถ้าใครอยู่นานและชอบพิพิธภัณฑ์ ก็มีตั๋วแบบเหมา เข้าพิพิธภัณฑ์เบอร์ลินให้หนำใจภายใน 3 วัน ราคา 19 ยูโร ฉันตาวาวกับตั๋ว 3 วัน แต่นึกถึงสถานภาพวีซ่าที่กำลังจะหมดในวันรุ่งขึ้น ก็ตัดใจซื้อตั๋วเหมาทั้งเกาะแทนก็แล้วกัน
ก่อนหน้านี้ ฉันเคยมาปรากฎตัวขอซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ในช่วง 2 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนเวลาปิด คุณป้าขายตั๋วแนะนำว่า สำหรับการชมครั้งแรกนั้นควรจะมาแต่เช้าแล้วซื้อตั๋วแบบเหมาน่าจะคุ้มกว่า ฉันก็บอกความจำนงไปว่าอยากจะขอพบ เธอคนนั้น ที่พิพิธภัณฑ์เก่าเพียงเท่านั้น แต่คุณป้าก็ยืนยันว่า แค่ 2 ชั่วโมงไม่พอหรอก ฉันจึงได้มาแก้ตัวใหม่ในคราวนี้
เมื่อได้ตั๋วแล้วฉันปรี่ไปยังพิพิธภัณฑ์เก่าที่มีแค่ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นคอลเล็กชันกรีกโบรณายุคคลาสสิก ส่วนชั้นบนจัดแสดงคอลเล็กชันไอยคุปต์และพาไพรัส พร้อมทั้ง เธอคนนั้น ที่ใครๆ ต่างตั้งใจไปหา
เธอคนนั้น คือ รูปปั้นท่อนบนของเนเฟอร์ติติ รูปปั้นชิ้นนี้ถูกทำเลียนแบบซ้ำมากที่สุดในบรรดาศิลปวัตถุของไอยคุปต์ และโด่งดังกว่ารูปปั้นชิ้นใดๆ ในยุคสมัยเดียวกัน
จำลองวิหารยักษ์ให้เราได้นั่งพักมองสงครามเทพกับยักษ์ (เท่าที่ขุดพบและจัดเรียงได้)
ศิลปะอียิปต์ในช่วงของพระนางเนเฟอร์ติตินั้น ถือเป็นรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ศิลปะแบบอมาร์นา จึงแตกต่างออกไปจากอียิปต์ยุคอื่นๆ รูปปั้นชิ้นนี้จึงขึ้นชื่อว่า เป็นศิลปะที่งดงามที่สุดแห่งอียิปต์โบราณ
ฉันยืนจังงังจ้องอยู่ที่ใบหน้าของพระนางที่คมสวยได้รูป พิศดูใบหน้างามเรียวกว่าคลีโอพัตรา (นึกถึงคลีโอพัตราที่เป็นรูปปั้นในสไตล์อียิปต์ ไม่ใช่ตัวแสดงในภาพยนตร์)
เดิมทีรูปท่อนบนของเนเฟอร์ติติไม่ได้สมบูรณ์อย่างที่เห็น แต่ด้วยความพยายามทางวิทยาศาสตร์ ปะติดปะต่อจนก่อร่างออกมาได้ขนาดนี้ ซึ่งเบื้องหลังของการต่อเติมโบราณวัตถุก่อนนำโชว์สู่สาธารณะ ก็มีจัดแสดงที่ห้องก่อนหน้าเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชม ก่อนเดินถึงรูปปั้นของเนเฟอร์ติติ
เรียกได้ว่าฉันโชคดีที่ได้เห็นเบื้องหลังของศาสตร์ทางด้านพิพิธภัณฑ์ ที่ช่างซับซ้อน ละเอียดอ่อน และใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ถ้าใครได้มีโอกาสมาเห็นส่วนจัดแสดงเบื้องหลังพวกนี้ รับรองเราจะเห็นความหมายของพิพิธภัณฑ์ขึ้นมากมาย กว่าการเป็นแค่แหล่งรวมของเก่าคร่ำครึ
คุณป้าขายตั๋วพูดถูก แค่ 2 ชั้นในพิพิธภัณฑ์เก่า ฉันใช้เวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมงกว่าจะซึมซับอารายธรรมกรีกและอียิปต์ได้ครบถ้วน
เมื่อหลุดจากมนต์ราชินีแห่งฟาโรห์แล้ว ฉันเดินกลับไปที่ เพอร์กามอน ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่ทุกคนควรไปเยี่ยมในการเที่ยวชมเกาะพิพิธภัณฑ์
ประตูอิชสตาร์เอามาให้เราลอดได้จริงๆ แต่ห้ามจับ
แม่เจ้า ฉันอุทานขึ้นในใจ (ถ้าส่งเสียงดังคงโดนหิ้วปีกออกไป) ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องแรก ก็ได้พบ เพอร์กามอน อัลตาร์ (Pergamon Altar) วิหารบูชาเทพขนาดยักษ์ยุคศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาลที่ขุดพบ ณ เมืองเพอร
์กามอน ตุรกี ซึ่งมีนักโบราณคดีของเยอรมันร่วมด้วย จึงได้นำส่วนหนึ่งมาบูรณะและปะติดปะต่อเสมือนจิกซอว์
ใช้เวลากว่า 20 ปีจนในที่สุดได้เพอร์กามอน อัลตาร์ ขนาดเท่าของจริงมาจัดแสดงอยู่ที่นี่ พร้อมด้วยผนังห้องรายล้อมด้วยประติมากรรมนูนสูง ที่ต่อขึ้นจากเศษซากปรักหักพังที่ขุดพบ เล่าเรื่องสงครามระหว่างเทพและยักษ์ ถือว่าเป็นศิลปะชิ้นโบว์แดงของกรีก
ละลานตระการตากับสถาปัตยกรรมกรีกโบราณขนาดเท่าของจริง ชิ้นไหนทำจริงไม่ได้ก็ฉายภาพกันให้ดู ฉันชมเพลินจนพลัดหลงเดินลอด ประตูอิชสตาร์ (Ishstar Gate) เข้าสู่ เส้นทางบูชาเทพเจ้า (Processional Way) ของชาวบาบิโลน ระหว่างทางเรียงรายไปด้วยปฏิมากรรม จากเศษกระเบื้องที่ขุดพบผสานกับจินตานการทางเทคโนโลยี
ก่อร่างวิหารแห่งเทพขึ้นมาจากสิ่งที่ขุดพบ
ฉันว่าการได้พบเนเฟอร์ติติถือเป็นไฮไลต์ แต่การได้เข้ามาที่พิพิธภัณฑ์เพอร์กามอนถือเป็นไฮไลต์ยิ่งกว่า ไม่ใช่เพราะเหล่าของโบราณนับหมื่นๆ ชิ้นเบื้องหน้า แต่ฉันทึ่งในความมุ่งมั่นของนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามจะย้อนเวลา นำเศษอิฐ เศษกระเบื้องมาก่อคืนรูปเป็นสถาปัตยกรรม ให้คนรุ่นหลังได้ร่องรอยแห่งอารยธรรมที่บรรบุรุษของเราได้ทำไว้ เผื่อจะได้รู้จักรักษาสมบัติที่บ่งบอกถึงความเป็นชาติ อย่าให้ต้องมาขุดหาและอาลัยกันในภายหลัง
เพอร์การมอนถือเป็น 1 ใน 10 พิพิธภัณฑ์ที่ยอดที่สุดในโลก และหมู่พิพิธภัณฑ์บนเกาะแห่งนี้ก็ได้เป็นมรดกโลก จะไม่ให้สำคัญได้อย่างไร ก็เล่นเอาข้าวของจากทุกมุมโลกมารวมกันไว้มากมายเสียขนาดนี้ และการจัดแสดงก็ทำให้เราหลงใหลอยู่ที่นั่นได้เป็นวันๆ
ฉันออกจากพิพิธภัณฑ์ด้วยความอ่อนล้า พร้อมๆ กับพบว่า ลูสต์การเทน สนามหญ้าใหญ่หน้าเกาะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จงใจจัดวางเพื่อให้เราๆ ได้นั่งพักเท้า ที่เดินวนเวียนอยู่ในพิพิธภัณฑ์นานหลายชั่วโมง ลูสต์ แปลว่า อารมณ์ มันคือ สวนทอดอารมณ์ นี่เอง !!
ด้านบนเป็นรองเท้าอียิปต์โบราณที่พบ ด้านล่างเป็นการแสดงว่าหน้าตาของจริงน่าจะเป็นเช่นนี้
กว่าจะพาตัวเองออกจากอาณาจักรกรีก โรมัน ไบเซนไทน์ ก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 ชั่วโมงที่ต้องไปให้ถึงสนามบิน ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่ อยาก เข้าไปเหลือเกิน นั่นก็คือ เดเดอาร์ (DDR Museum) ที่แห่งนี้จำลองสภาพความเป็นอยู่ของชาวเยอรมันตะวันออกเอาไว้ เราสามารถเข้าไปทำตัวเป็นชาวตะวันออกเพื่อซึมซับบรรยกาศได้เลย
พิพิธภัณฑ์เดเดอาร์อยู่ติดกับแบร์ลิเนอร์โดม ใกล้เพียงแค่เดินลัดสนาม สายตาฉันมองทอดทะลุผ่านไปถึงแล้ว แต่กำลังขาและเวลาหมดลงตรงสวนผ่อนคลายอารมณ์แห่งนี้.
โชว์ให้เห็นว่าซ่อมโบราณวัตถุอย่างไร
*****************************************
เกาะแห่งพิพิธภัณฑ์ หรือเรียกตามภาษาเยอรมันว่า มูเซอุม อินเซล (Museuminsel) ตั้งอยู่บนเกาะน้อยๆ บนแม่น้ำสปรีที่ไหลทอดผ่านกลางเบอร์ลิน
ภายในเกาะแห่งนี้ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ย่อย (ที่ใหญ่) ถึง 5 แห่ง แต่ละอาคารล้วนมีจุดเด่นแตกต่างกันไป โดยทางตอนใต้เกาะคือ อัลเทส มูเซอุม (Altes Museum : Old Museum) ซึ่งเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุด
ถัดมาเป็น อัลเทอ นาชิโอนาลกาเลรี (Alte Nationalgalerie : Old National Gallery) ที่เก็บรวบรวมศิลปะยุคศตวรรษที่ 19 จากทั่วยุโรป และ นอยเอส มูเซอุม (Neues Museum : New Museum) ที่เพิ่งเปิดใหม่อีกครั้งเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเนฟอร์ติติและคอลเล็กชันไอยคุปต์ถูกย้ายมาจัดแสดงที่นี่
ส่วนอีก 2 อาคารอยู่ทางด้านเหนือ คือ บอเดอ มูเซอุม (Bode-Museum) และ เพอร์กามอน มูเซอุม (Pergamon Museum) ซึ่งพระเจ้าเฟรเดริก วิลเลียม ที่ 4 แห่งปรัสเซียได้อุทิศพื้นที่ส่วนนี้ให้แก่ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ ในปี 184
เกาะแห่งพิพิธภัณฑ์นี้ใช้เวลาก่อสร้างและสะสมโบราณวัตถุกันมาหลายช่วงกษัตริย์ กระทั่งส่งต่อเป็นมูลนิธิมรดกทางวัฒนธรรมของปรัสเซียในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 พร้อมๆ กับเพอร์กามอนที่สร้างเสร็จในปี 1930 แต่แล้วก็ถูกทำลายลงเมื่อกรุงเบอร์ลินถูกโจมตีในช่วงสงครามโลก
ส่วนโบราณวัตถุที่สะสมกันมานาน ก็ถูกจับแยกแจกกระจายออกไป ในช่วงที่เบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็น 2 ครั้นเมื่อรวมประเทศกลับมาดั่งเดิม ฝ่ายต่างๆ ก็ถูกส่งคืนไม่ครบถ้วน
ตอนนี้ทั้งตัวพิพิธภัณฑ์และคอลเล็กชันต่างๆ กำลังได้รับการปรับปรุงและจัดเรียงใหม่ แม้ได้บูรณะหลังสงครามไปแล้ว อาคารต่างๆ ก็ยังทรุดลงเรื่อยๆ หมู่เกาะพิพิธภัณฑ์โฉมใหม่จะเสร็จสิ้นภายในปี 2015.

อึ้ง! เด็ก 7 ขวบ ขายภาพวาดได้หลักหมื่นภายใน 14 นาที
November 30, 2009
เจ้าของภาพมหัศจรรย์ “คีรอน วิลเลียมสัน”
หลังจากเป็นที่ฮือฮาและสนใจสำหรับแวดวงศิลปะกันมานานแล้ว ศิลปินรุ่นจิ๋ววัย 7 ขวบ ก็สร้างความอัศจรรย์ได้อีกครั้งเมื่อเขาสามารถขายผลงานศิลปะของเขาเองได้ 17,000 ปอนด์ ภายในระยะเวลาเพียง 14 นาทีเท่านั้น
จากการรายงานข่าวเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาว่า มีศิลปินตัวน้อยวัย 7 ขวบ ชื่อ “คีรอน วิลเลียมสัน” ได้ตวัดพู่กันวาดภาพวิวอย่างงดงาม ซึ่งในครั้งนี้เขาได้วาดภาพวิวอีกครั้งแต่เป็นการบรรยายภาพโดยใช้สีน้ำ สีน้ำมัน และสีชอล์ก ของเมืองนอร์ฟอล์ค จำนวน 16 ชิ้น
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจและซื้อผลงานมหัศจรรย์ของคีรอนนั้น ต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งคนที่มาไกลอย่าง ประเทศญี่ปุ่น และแคนาดาก็มี โดยในแต่ละภาพนั้น พวกเขาเต็มใจซื้อในราคาที่สูงกว่า 1,000 ปอนด์เลยทีเดียว
ภาพวิวในเมืองนอร์ฟอล์ค โดยคีรอน
เอเดรียน ฮิลล์ ผู้ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการจัดแสดงภาพของคีรอน ในเมือง ฮอล์ท แกลอรีแสดงภาพและจัดจำหน่าย เผยว่า หลายคนค่อนข้างชื่นชอบคีรอนและผลงานของเขามาก
ในแวดวงศิลปะ ผมว่า คีรอนเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากนะครับ เพราะศิลปินเด็กคนล่าสุดที่เป็นที่รู้จักนั้นคือปิคาสโซ
ทางด้านพ่อของคีรอน อย่างคีธ วัย 44 ปี เผยว่า มันมหัศจรรย์มากที่มีคนสนใจงานศิลปะของลูกชายได้ขนาดนี้
ผมคิดว่า งานของลูกของขายได้เพียง 2-3 ชิ้นเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตอบรับนั้นดีเกินคาดจริงๆครับ
ฝีมือเกินเด็ก
อย่างไรก็ดี การตั้งราคาขายผลงานของศิลปินผู้นี้ ทางครอบครัวไม่ได้เป็นผู้ตั้งราคาเอง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์เป็นตั้งราคาทั้งหมด ซึ่งในวันที่จัดแสดงภาพและขายผลงาน 16ชิ้นนั้น คีรอนสามารถขายภาพได้ทั้งหมดภายในเวลาเพียง 14 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ การตอบรับที่ดีจากผู้ชื่นชอบศิลปะและชื่นชมฝีมือของเด็กน้อยวัย 7 ขวบ ส่งผลให้ทางผู้จัดทำหวังว่า หากคีรอนถ่ายทอดศิลปะผ่านลายเส้นอีก ทางผู้ใหญ่ทุกฝ่ายก็ยินดีที่จะเตรียมสถานที่และจัดเวลาไว้เพื่อมีพื้นที่ในการจัดแสดงโชว์ด้วย
เรียบเรียงจาก เดลิเมล

ประเทศคนกินแกลบ-ประเทศที่คุกมีไว้ขังคนจนกับหมา/ไก่ อำนาจ
November 30, 2009
มี 2 ข่าวที่เกี่ยวกับคนในวงการบันเทิง และสื่อมวลชนที่ผมรู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
เป็นความสนใจที่มากไปด้วยความสงสัยว่า นี่ตกลงแล้วตรูกินข้าวกล้อง-ข้าวหอมมะลิเอเอสทีวี หรือกินหญ้ากินแกลบอยู่วะเนี่ย?
ข่าวแรกเกี่ยวกับวอยซ์ ทีวี ของ คุณหนูโอ๊ค คุณหนูเอม 2 ทายาทอดีตนายกฯ (ปัจจุบันเป็นนักโทษชายหนีคดี ที่วันๆ ไม่ทำอะไรมัวแต่นั่งทวิตเตอร์ยกหางตัวเอง พร้อมๆ กับทำตัวเหมือนคนเนรคุณแผ่นดินไทยมากขึ้นทุกวันๆ ด้วยการด่าประเทศบ้านเกิดของตนเอง)
วอยซ์ ทีวี มีคนในวงการสื่อมวลชนที่คุ้นหน้า อย่าง ทรงศักดิ์ เปรมสุข นั่งแท่นบริหาร ส่วนคนที่จะมาทำรายการป้อนก็อาทิเช่น ปลื้ม ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล, จอม เพ็ชรประดับ ซึ่งรายหลังนี้แหละครับที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกสนใจ
ใครจะคิดอย่างไร แต่สำหรับผมในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาต้องขอบอกว่าฟังอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้นครับสำหรับเหตุผลที่เจ้าตัวมักจะบอกกับสังคมในทุกๆ ครั้งที่เปิดเนื้อที่สื่อให้อดีตนายกฯ ทักษิณใช้ผ่านการสัมภาษณ์โดยบอกว่าเป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนที่ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกกล่าวหามีโอกาสได้ชี้แจง…โดยที่ตนหาได้ยืนอยู่ข้างเดียวกับอีกฝ่ายแต่อย่างใด
(ใครเชื่อยกมือขึ้น)
จริงอยู่ครับ เมื่อถูกกล่าหาผู้ที่ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิ์ที่จะชี้แจงแก้ต่างให้กับตนเอง(ถ้าจะให้ดีก็ต้องเป็น “เวที” เดียวกันกับที่มีการกล่าวหา) แต่สำหรับอดีตนายกฯ คนนี้มิได้ถูกกล่าวหา หากแต่ถูก “ศาล” ท่าน “ตัดสิน” แล้วว่าทำผิด ต้องมารับโทษตามกฏหมาย
แล้วก่อนที่ศาลท่านจะมาตัดสินนั้น ก็ใช่ว่าท่านจะไปห้ามไม่ให้เอาหลักฐานมาโต้แย้ง เอาคำมาแก้ต่างซะที่ไหน
ที่สำคัญเวลาที่นักโทษชายคนนี้ให้สัมภาษณ์ฟาดเขา ฟาดกลีบ ถีบไปถึงคนอื่นๆ ทั้งศาล ทั้งป๋าเปรม ทั้งใครต่อใครอย่างสาดเสียเทเสีย ด่าเขาว่าเลวอย่างนั้น เป็นคนไม่ดีอย่างนี้ ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ล้าหลัง ฯ ทำไมคุณสื่อมวลชนผู้ยืนอยู่ตรงกลางและเทิดทูนไว้ซึ่งอุดมการณ์ความยุติธรรมถึงไม่คิดที่จะเปิดโอกาสให้กับคนเหล่านั้นได้มีโอกาสชี้แจงบ้างล่ะครับ?
ล่าสุดกับการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวอยซ์ ทีวี คุณจอมก็ให้เหตุผลที่น่าชื่นชมมากๆ (อีกแล้วครับท่าน)กับนักข่าวของซูเปอร์ บันเทิง ที่ไปสัมภาษณ์ตัวเขามา
โดยบอกว่าเป็นเพราะที่นี่ไม่มีสี ที่นี่มีอิสระที่ทำให้ได้ทำ(งาน)ในสิ่งที่อยากทำเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ต่างจากที่ทำงานเดิมที่ต้องทำงานตามใบสั่ง พร้อมกันนี้ก็ยังยืนยันด้วยว่าหากที่นี่มีเรื่องการเมืองมีเรื่องของสีเสื้อเข้ามาแทรกแซงวุ่นวาย หรือว่าที่นี่เป็นกระบอกเสียงให้กับนักโทษชายทักษิณจริงๆ ตนก็พร้อมที่จะโบกมือลาทันที
ตอนนี้ถ้าเราเอาความเป็นสี เอาความชอบหรือไม่ชอบทักษิณ เอาไปใส่ในทุกคน ทุกคนก็จะเป็นอย่างใดอย่างนึงหมด ไม่มีใครคนใดคนนึงเลยที่บอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับสี ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเอาหรือไม่เอาทักษิณ ถ้าเราลองมองย้อนกลับอีกว่า ประเทศเรามันล้าหลังและยังมีปัญหาเหมือนทุกวันนี้เพราะมันติดอยู่ 2 ประเด็น”
“เพราะว่าคุณอยู่สีไหน คุณเอาหรือไม่เอาทักษิณ ถ้าเราลองมองข้าม 2 ประเด็นนี้ ว่าในฐานะที่เราเป็นสื่อ เราจะร่วมสร้างสังคมยังไงและช่องทางที่ผมมาคุยกับทางวอยซ์ ทีวี ผมคิดว่ามันเป็นช่องทางที่ผมมีอิสระภาพในการคิดและการทำ และก็มันเป็นการคิดการทำที่ไม่ขึ้นอยู่กับสี ไม่ติดในเรื่องของจะเอาคุณทักษิณหรือไม่เอาคุณทักษิณ”
“เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันเป็นอิสระภาพที่ผมได้รับ ผมไม่สามารถที่จะได้รับอิสระภาพจากสื่ออื่นๆโดยเฉพาะสื่อหลัก และโดยเฉพาะสื่โทรทัศน์ ผมจึงคิดว่าอันนี้เป็นจุดยืนอันนึงที่ผมสนใจ และเป็นจุดยืนกันนึงที่ผมต้องพิสูจน์ว่า มันจะเกิดขึ้นจริงได้ไหม แต่ผมเชื่อว่าถ้าให้โอกาสผม ผมก็สามารถทำได้”
“แต่ในพื้นที่สื่อหลักผมไม่ได้รับโอกาสตรงนั้น แม้จะพยายามจะทำแต่ก็ถูกป้ายสี
ฟังแล้วเคลิ้มมั้ยล่ะ
เปิดหน้าเปิดตัวชัดเจนกันซะขนาดนี้แล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทำไมเจ้าตัวถึงยังคิดว่าการให้สัมภาษณ์ด้วยลักษณะคำพูดเช่นนี้จะยังมีคนเชื่ออยู่
แต่ก็เอาเถอะครับ ใครจะเชื่อก็เชื่อกันไป เพราะในอนาคตความจริงมันก็อาจจะเป็นอย่างที่เจ้าตัวเขาบอกก็ได้ เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้สำหรับผม ขอนุญาตนะครับทีjจะบอกว่า…เชื่อพี่ก็ศรีธัญญาแล้วครับ
…
มากันที่ข่าวที่ 2 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เป็นเรื่องของคุณ “บีม ศรัณยู” ดาราพิธีกรช่อง 3 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวดำเนินคดีหลังขับรถที่แต่งคล้ายกับรถตำรวจไปเฉี่ยวชนรถคันอื่น แถมยังขับหนีก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดักจับกุมไว้ได้
เบื้องต้นตามข่าวที่ออกมาจากการตรวจสอบภายในรถของหนุ่มบีมตำรวจพบอาวุธปืน ออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .22 หมายเลขทะเบียน กท.596314 จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 16 นัด, เครื่องช๊อตไฟฟ้า 1 อัน, หน้ากากป้องกันแก๊ส 2 อัน, วิทยุสื่อสารยี่ห้อโมโตโรล่า 1 เครื่อง และวิทยุสื่อสารติดรถยนต์ยี่ห้อ ไอคอม 1 เครื่อง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากของกลาง ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเล็กๆ แต่อย่างใด ทว่าเพียงแค่มีการ “ปิดห้องคุย” ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับ “ผู้ใหญ่” ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องง่ายๆ เรื่องธรรมด๊าธรรมดาไปในทันที
ขณะที่เหตุผลการชี้แจงของหนุ่มบีมเองก็ดูจะไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเอาเสียเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถที่ถูกตกแต่งก็เป็นรถที่ใช้เข้าฉากละคร เรื่องที่ตนเหมือนชนแล้วจะหนี จริงๆ แล้วเขาจะไปมอบตัวแต่เข้าใจว่าเป็นอีก สน.หนึ่ง
“ส่วนที่พกพาอาวุธก็เป็นอุปกรณ์เล่นบีบีกัน แล้วก็ถ่ายละครทั้งหมด มันเป็นอาวุธปืนที่ใช้ในการแสดงครับ เพราะปกติเวลาไปถ่ายละครดึกๆ แล้วช่วงนี้เห็นข่าวแรงมากในเรื่องของอาชญากรรม ผมก็เลยพกไว้ แต่ปืนอันนี้เราไม่เคยเอาออกมาใช้อะไรเลย เป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายด้วย”
“ใบอนุญาตพกพาต้องเรียกว่าเราไม่เคยเอาออกมาใช้ คือเอาไว้ใช้ประกอบการแสดงบ้าง ก็ไม่มีปัญหาในการใช้แน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เคลียร์กับทางผู้ใหญ่ทางตำรวจหมดแล้ว ส่วนเรื่องรถก็แน่นอน มันเป็นอุปกรณ์ในการเล่นละครเหมือนกัน เขาก็เคลียร์และเช็คเรียบร้อยแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร
อ่านแล้วเข้าใจตรงกันใช้มั้ยครับว่า ตกลงแล้วเครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 16 นัด, เครื่องช๊อตไฟฟ้า 1 อัน, หน้ากากป้องกันแก๊ส 2 อัน, วิทยุสื่อสารยี่ห้อโมโตโรล่า 1 เครื่อง ทั้งหมดนี้คืออุปกรณ์การเล่นบีบีกัน?
ส่วนปืนออโตเมติก ยี่ห้อ โคลท์ ขนาด .22 หมายเลขทะเบียน กท.596314 นั้นเป็นปืนจริง แต่เป็นปืนที่เอาไว้ใช้ในการแสดง บังเอิญว่าช่วงนี้ถ่ายละครดึกประกอบกับเห็นข่าวอาชญากรรมค่อนข้างแรง ตนก็เลยเอามาพกไว้ ส่วนใบอนุญาตพกพาไม่จำเป็นต้องมีเพราะไม่เคยเอาออกมาใช้ ก็เลยไม่มีปัญหาในการใช้ (แต่ทำไมข่าวช่อง 3 ตอนเช้าๆ ถึงได้บอกว่านี่เป็นปืนบีบีกันไปซะได้)
“ผมกำลังจะเดินทางไปบางแสน ไปแข่งรถในรายการบางแสนเฟสติวัล แต่ก็มาติดอยู่ตรงนี้ ก็ดีครับถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตอย่างนึง ที่เรียกว่าสะดุดดูแล้วก็เข้าใจปัญหาชีวิตมากขึ้น (เอารถจากกองถ่ายไปแข่งเหรอ) ใช่ครับ…ไม่ใช่ครับ คือรถคันนี้มีไว้ถ่ายละครอยู่แล้ว ก็ไม่ได้มีเจตนาอะไร ก็ได้คุยกับทางผู้กำกับการ และรองผู้กำกับการสน.สามเสน และผู้ใหญ่ทางบชน.1 แล้วก็ไม่มีอะไร ทุกอย่างเคลียร์
“ผมเองทำงานอยู่ในวงการ ก็พยายามตั้งใจทำเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับแต่เสียงหัวเราะ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็เสียใจนิดหน่อยครับ
ฟังแล้วก็น่าเห็นใจเจ้าตัวเสียเหลือเกิน
ไม่ได้จะมาจับผิด หรือฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรกันหรอกครับ เพียงแต่ตอนนี้เห็นความศักดิ์สิทธิ์แบบ “สั่งได้” ของกฏหมายและผู้พิทักษ์กฏหมายบ้านเรา ผมชักจะเริ่มเชื่อแบบที่คนส่วนใหญ่เขาว่ากันแล้วครับ ที่ว่า…
บ้านเราคุกมีไว้ขังคนที่ยอมทำตามกฏหมาย คนจน แล้วก็หมาจริงๆ

‘ฟลุค’ คาสโนวา มุกแป้ก !!
November 30, 2009
การไร้ซึ่งสาวๆ ไปกระเทือนความมั่นใจของคนเจ้าชู้ อย่าง “ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช” เจ้าตัวฉายเดี่ยวอยู่นาน จนต้องเริ่มพูดถึงสาวๆ คนนั้นที คนนี้ที มุกโน้น พาดพิงประโยคนี้เพื่อให้ได้เสียงตอบรับ ผู้หญิง 3 คนนี้ เขากล่าวและพาดพิงถึงในวาระต่างกัน แต่ทุกคนเกิดในจังหวะที่เขาอารมณ์เปลี่ยวเหงาและเดียวดาย
ณ วันนี้ เขากำลังเชิญชวน ผู้หญิงสวยชั้นแนวหน้าของวงการบันเทิงเมืองไทยมาร่วมหยอกล้อออกงานร่วมกันเพื่อให้อยู่ในกระแส คุณคิดว่าไมตรีที่เขาจงใจเหวี่ยงแหผ่านสื่อถึงใครต่อใคร ใครผู้นั้น…จะเป็นรายต่อไปในทำเนียบนักรักของกามพันธุ์ตัวพ่ออย่าง ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช
รายที่ 1. หยั่งเชิง ‘ลีเดีย’
หลังจากเลิกรากับ “แพง ขวัญข้าว เศวตวิมล” พ่อหนุ่มนักรักก็พยายามที่จะหาผู้หญิงเข้ามาร่วมอยู่ในกระแสเพื่อจะได้ออกงานคู่กัน เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก คู่เกาเหลา เพื่อเงินแล้ว ทุกคนร่วมงานกันได้ ดังนั้น…การที่ฟลุคปล่อยให้วันรักว่างนานเกินไป อาจจะทำให้เรตติ้งตก ดังนั้นจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือว่ารู้ข่าวบางอย่างเกี่ยวกับสัมพันธภาพของลีเดียกับแมทธิว ดีน เขาจึงจงใจโยนหินไปที่ปากหลุมของลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา เจ้าแม่อาร์แอนด์บี แฟนสาวของแมทธิว ดีน ผู้สนิทสนมอยู่กับคนเร่ร่อนจากแดนไกลอย่าง ทักษิณ ชินวัตร
ทันทีที่ลีเดีย รับทราบก็ตอบความนัยผ่านสื่อทันทีเหมือนกัน
“ข่าวที่ว่าพี่ฟลุคมาจีบ เดียคิดว่าคงจากงานหนึ่งที่ทำงานด้วยกัน เพราะว่าเดียกับพี่ฟลุคทำงานด้วยกัน ต้องขึ้นไปเต้นคู่กันบนเวที และต้องมีบทเข้าใกล้ตัวกันแล้วก็กอด คิดว่าอาจจะเป็นกระแสมาจากเรื่องนี้มากกว่า ซึ่งพี่ฟลุคก็ไม่ได้มาจีบ ไม่มีอะไรค่ะ ถามว่ามีการคุยกันมั้ย คือพี่ฟลุคเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนอาร์เอสบีอยู่แล้วก็มีการคุยกันในฐานะรุ่นน้อง และเดียยังไม่ได้คุยกับพี่ฟลุคเรื่องนี้เลย เพราะเพิ่งโดนสัมภาษณ์”
“ที่พี่ฟลุคบอกว่าเดียเป็นสเปก เขาพูดอย่างนั้นเหรอคะ ถ้าพูดจริงก็อยากจะบอกว่า มีแฟนแล้วค่ะ(หัวเราะ) ซึ่งพี่แมทธิวก็ไม่ได้ถามในเรื่องนี้ ก็ไม่ต้องเคลียร์อะไร เพราะมันไม่มีอะไร ทุกคนก็คงรู้หมดแล้วว่า มีพี่แมทธิวอยู่ แล้วเดียคงไม่เจ้าชู้นะ ถ้าพี่ฟลุคเข้ามาก็คงไม่มีอะไร รักเดียวใจเดียวค่ะ”
ก่อนจะเป็นเป้าของ ฟลุค
เริ่มจากการเข้าวงการมาในคราบนักร้องสาววัยละอ่อนเสียงขึ้นจมูก จนกลายมาเป็นเจ้าหญิงอาร์แอนด์บีที่เริ่มมีลุคที่เซ็กซี่เพิ่มขึ้นทีละนิดๆ สำหรับ “ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา” หลังจากเพลง ว่างแล้วช่วยโทรกลับ ในอัลบั้มแรกแล้ว เราก็แทบไม่รู้จักเพลงอื่นๆ ของเธออีกเลย นอกจากข่าวคราว(และคาว) ของเธอที่ถาโถมมาเป็นระยะๆ ซึ่งเราขอสรุปไว้คร่าวๆ ดังนี้
ลีเดียกับทักษิณ สนิทกันเป็นพิเศษ สำหรับคู่ซี้รุ่นพ่อกับลูกอย่างลีเดียกับทักษิณ ชินวัตร จนหลายต่อหลายคนเริ่มตงิดๆ ในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ก็สาวลิเดียเล่นบินไปมาหาสู่ชายหน้าเหลี่ยมยิ่งกว่าคุยโทรศัพท์กับเพื่อนเสียอีก มิหนำซ้ำยังมีภาพถ่ายใกล้ชิดทั้งโอบไหล่ นั่งซบ แม้จะออกมาแก้ข่าวว่านับถือแม้วเหมือนพ่อ แต่ก็คงต้องไปขยายความเอาเองว่า พ่อสำหรับเธอมันเป็นแบบไหนกันแน่
ลีเดียป่อง หลังจากมีข่าวควงทักษิณ ก็มีกระแสข่าวมาอีกว่าเจ้าหญิงอาร์แอนด์บีท้องเสียแล้ว ซึ่งพ่อของเด็กในท้องก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นช. ทักษิณนั่นเอง ข่าวนี้เกิดจาการที่มีหลายคนจับพิรุธของลีเดียตั้งแต่การแคนเซิลงานแฟชั่นที่มาเลเซีย โดยอ้างว่าไม่สบาย จนถึงการมีน้ำมีนวลขึ้นผิดหูผิดตาของสาวเจ้า งานนี้แมงเมาท์จึงออกมาพูดกันหนาหูว่า เจ้าหญิงอาร์แอนด์บีกำลังจะกลายเป็นคุณแม่อาร์แอนด์บีเสียแล้ว
ลีเดียกับหมอกฤษณ์ แล้วคนที่ออกมายืนยันก็ไม่ใช่ใคร เขาคือ หมอกฤษฏ์ คอนเฟิร์ม หมอดูหนุ่มที่กำลัง(ต้องการ) แจ้งเกิดด้วยลีลาการคอนเฟิร์มเรื่องคนในวงการบันเทิง หมอกฤษฏ์ออกมาทำนายดวงชะตาแล้วก็ยืนยันผ่านสื่อหนักแน่นว่า ลีเดียท้องแน่นอน เป็นชนวนให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างลีเดียและหมอกฤษฏ์ที่รุนแรงถึงขั้นขึ้นโรงขั้นศาลเลยทีเดียว
ลีเดียกับหวานใจ แมทธิว ดีน คือหวานใจตัวจริง ที่ลีเดียเอ่ยปากบอกกับใครต่อใคร เวลาไปงานไหน ลีเดียก็จะหิ้วจะควงหนุ่มแมทธิวไปด้วยเสมอๆ และในช่วงที่ลีเดียเจอมรุสมข่าว ทั้งเรื่องท้อง เรื่องทักษิณ แมทธิวก็ออกมาปกป้อง ส่วนในตอนที่แมทธิวทำอนาจารเปิดตูดเปิดก้นในที่สาธารณะ ลีเดียก็ออกมาให้สัมภาษณ์ปกป้อง รักกัน หวานกันขนาดนี้ มีหรือที่คาสโนวาตัวพ่ออย่างฟลุคจะแทรกกลางได้
…
รายที่ 2. นาตาลี สาวลูกครึ่งสเปกฟลุค
คืนวันลอยกระทง 2 พฤศจิกายน 2552 มีคนเห็นพระเอกนักรัก เจ้าของฉายา คาสโนวาไปลอยกระทงกับ “นาตาลี ณัฏฐินี เจียรวนนท์” ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ทันทีที่เรื่องนี้แพร่ไปและเขามีโอกาสปรากฏตัวในงานแถลงข่าว “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น ตะลุยดินแดนไดโนเสาร์” ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่า ไปเจอกันที่โรงแรมโอเรียนเต็ลจริง แต่ต่างคนต่างไป
“ผมก็ลอยของผม น้องก็ลอยของน้อง” กระทงคนละใบแต่ลอยคลอเคลียบนผิวน้ำเจ้าพระยาในคืนเพ็ญ !!
งานนี้ ฟลุคชิงพูดก่อนว่า เขากับนาตาลี รู้จักกันและอยู่ในกลุ่มเดียวกันมานาน รู้จักกันมานานถึง 8 ปี และยอมรับว่า สนิทกันมากขึ้นในระยะหลัง เนื่องจากมีโอกาสเจอกันบ่อยครั้งมากขึ้น (รองจากอชิ) ว่าอย่างนั้น แถมยังหยอดให้รู้ไปเลยว่าสเปกเป็นอย่างไร !? คงจะขี้เกียจ “งม” หาความรักแล้วกระมัง ?
“สเปกส่วนใหญ่ตั้งแต่เด็ก แฟนจะเป็นลูกครึ่ง พูดให้ฟังเฉยๆ นี่ไม่เกี่ยวข้องกันนะครับ อย่าเอาไปโยง” ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิชกล่าว พูดขนาดนี้ ต้องการ “สื่อ” อะไร
“นาตาลี ณัฏฐินี เจียรวนนท์” เป็นลูกครึ่ง ไทย จีน และ อเมริกัน เป็นลูกสาวของ ดร.ประทีป เจียรวนนท์ หลานเจ้าสัว CP คนนี้เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้แก่ Boots และแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกคือ ภารกิจบิดระเบิดรัก Delivery Sexy Love ส่วนละครโทรทัศน์คือ ดาวเปื้อนดิน ฝ่ายหญิงออกมาตอบข้อข้องใจในงานแถลงข่าว Seafood Featival ที่เซ็นทรัลว่า ฟลุคกับเธอเป็นเพื่อนในกลุ่มแฮงก์เอาต์ ด้วยกัน สนิทสนม ที่ผ่านมาฟลุคยังไม่ได้เข้ามาจีบแต่อย่างใด เป็นคนไม่มีผู้ชายในสเปก ไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดหรือเปิดตัวเองในเรื่องความรัก และไม่เคยกลัวกับฉายาของฝ่ายตรงข้ามที่ใครๆ เรียกว่า คาสโนวา
นับจากนี้…คงต้องจับตาแล้วว่า ทั้งฟลุค เกริกพล มัสยวานิชกับนาตาลี เจียรวนนท์ มีสิทธิ์พัฒนาความสัมพันธ์ได้ยาวนานแค่ไหน !!
ว่าแต่ฝ่ายชายแย้มแบไต๋แล้ว ฝ่ายหญิงจะรับมั้ยล่ะ การหวนกลับมาหาเพื่อนที่คบค้ากันมายาวนาน อาจจะถูกมองได้ว่า มุกของคาสโนวาคนนี้เริ่ม “ฝืด” ซะแล้ว
…
รายที่ 3. พอลล่าร์ เทเลอร์ อย่าให้เจอกันทีเดียว เป็นเรื่องแน่ !?
ฟลุค เกริกพล มัสยวาณิช เป็น 1 ในพระเอก 50 คนในรอบ 50 ปี ที่หนังสือ The Actors ได้สัมภาษณ์ไว้ ความสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ เขาพูดถึง นางเอกในฝันว่าคือ พอลล่า เทเลอร์…”เคยเจอไม่เกิน 5 ครั้งในชีวิต ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงาน จะยอมยกค่าตัวทั้งหมดให้แก่พอลล่าหมดเลย”
…แหม !! ขนาดนั้นเชียว พ่อบุญทุ่ม นิสัยแบบ รักใคร รักจริง ทุ่มเท Everything ทุกสิ่งอย่าง ไม่มีใครเกินเลยจริงๆ
…
ย้อนอดีตกับกามพันธุ์ “ตัวพ่อ”
เมื่อสมัยที่ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช กำลังจะเติบโตเป็นหนุ่มเคยถามพ่อว่า “ทำไม…พ่อถึงมีเมียหลายคน?” ไม่ว่า ผู้เป็นพ่อจะตอบคำถามวันนั้นอย่างไร ย่อมไม่น่าสนใจเท่ากับว่า ณ วันนี้ ฟลุคเจ้าชู้เอาเยี่ยงอย่างพ่อ (มานิต มัสยวานิช) อุปมาดังสำนวนภาษิตไทยที่ว่า “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” และในอนาคต ประโยคเดียวกัน อชิคงจะต้องถามพ่อฟลุคเช่นเดียวกัน
ฟลุคมีน้องสาวร่วมแม่เดียวกันคือ ชนมาศ (พันช์) ส่วนเบียร์ สรณัฐ และพิม เป็นน้องชายและน้องสาวร่วมพ่อเดียวกัน พันช์มีความสนิทสนมกับแม่รองเป็นพิเศษ ขณะที่สายสัมพันธ์ของฟลุคกับแม่รองกับพ่อบังเกิดเกล้า ไม่ถึงขั้นสนิทชิดเชื้ออย่างพันช์ อาจจะเป็นเพราะว่า ทางครอบครัวส่งเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศตั้งแต่อายุเพียง 9-10 ขวบเท่านั้น คำว่า “เมียหลายคน” อาจจะหมายรวมถึง “คนอื่น” ที่นอกเหนือจาก 2 แม่ที่มีลูกด้วยกันกับพ่อก็ได้
ปี 2550 เขาได้รับฉายาว่า “คาสโนวา ฆ่าไม่ตาย” ปี 2551 ต่อยอดจากฉายาเดิม เป็น “คาสโนวาบ้าของแพง”
ฟลุคเข้ามาในวงการด้วยการถ่ายแบบกับนิตยสารอานนท์ ตามคำชักชวนของพจน์ อานนท์ เมื่ออายุเพียง 14 ปี แฟชั่นเซตนั้น คอนเซ็ปต์คือ เด็กแจ้งเกิด !! ใช้สัญลักษณ์ของ “จุกนม” เป็นมาพร็อบในการถ่ายแบบให้แก่นายแบบรุ่นนั้น แต่คนที่สนับสนุนฟลุคจริงจังในวงการคือ บอย – ถกลเกียรติ วีรวรรณ นอกจากงานละคร ภาพยนตร์แล้ว เขายังเป็นนักร้องเบอร์แรกของค่ายเอ็กแซ็กท์อีกด้วย
เนื่องจากฟลุค เติบโตที่เมืองนอก จึงมีความคิด ความอ่าน พูดจา ตรงไปตรงมา อย่างเด็กฝรั่ง นิยมคบผู้หญิงเป็นคนคนไปเพื่อเป็น “ข่าวร่วมกัน” สังเวียนรักของฟลุคเริ่มต้นเมื่อตอนที่กลับจากเมืองนอกเพื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน นับจากวันนั้น…จนถึงวันนี้ มีสาวๆ สวยๆ ก้าวเข้า ออกในชีวิตมากมายหลายคน คาสโนวาหนุ่มคารมดีคนนี้จงใจที่จะเลือกช้อนแต่หัวกะทิของวงการบันเทิงทั้งสิ้น
…
สาวในทำเนียบของฟลุค เกริกพล
‘สาวจุฬาฯ’
รักแรกของ ฟลุค ผู้หญิงคนนี้เรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมัยนั้น ฟลุครักสาวจุฬาฯ คนนี้มาก จนเมื่อเลิกกันนั้น ฟลุคร้องห่มร้องไห้ต่อเนื่องตาแดงช้ำทุกวัน
‘คะเดีย คลาวเดีย จักรพันธ์’
เป็นแฟนในวงการคนแรก ทั้งคะเดียและฟลุคมีส่วนคล้ายกันคือ ช่างเจรจาเป็นที่สุด ดังนั้น เมื่อฟลุคต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก จึงโทรศัพท์คุยกันไปมา ตกเดือนละ 2-3 แสนบาท คะเดียเป็นลูกครึ่งอย่างที่ฟลุคบอกไว้นั่นแหละ
‘อมิตา ทาทา ยัง’
ฟลุคเคยไปเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง “พรุ่งนี้ไม่สาย” ให้แก่ทาทา ยัง เป็นความสนิทสนมช่วงหนึ่งสั้นๆ จนถึงวันนี้ ไม่มั่นใจว่า คบหากันจริงหรือแค่รักโปรโมต
‘นุ่น สินิทรา บุณยศักดิ์’ มาพร้อมกับคุณแม่แหม่ม และน้องพลอย ที่สนิทสนมเข้านอกออกในบ้านฟลุคเป็นว่าเล่น ฝ่ายแม่แหม่มนั้นสนิทชิดเชื้อกับพ่อมานิต ส่วนคู่ลูกได้แก่ นุ่นกับฟลุค และ เบียร์ สรณัฐ กับพลอย เฌอมาลย์ แต่คู่หลังนี้คบกันอย่างเด็กๆ ส่วนคู่พี่นั้นมีการหมั้นหมายผ่านสื่อ ให้สร้อยแทนใจ จนเป็นข่าวดังในหน้าหนังสือพิมพ์ ภายหลังเลิกกัน เนื่องจากมีข่าวลือว่าพ่อคาสโนวาไปตามจีบพลอย เฌอมาลย์น้อง สาวแท้ๆ ของนุ่น สินิทรา
‘พิม ซอนย่า คูลลิ่ง’
ตอนนั้นซอนย่าทำงานเป็นวีเจให้แก่ MTV สิงคโปร์ โด่งดังมาก เป็นวีเจอันดับ 1 ของเอเชียเลยทีเดียว วันเกิดของ พิม ซอนย่าในปีหนึ่ง ฟลุคต้องการเซอร์ไพรส์ฝ่ายหญิง จึงเลือกสั่งเฉพาะดอกไม้ที่เธอชอบจัดช่อแล้วหอบบินไปให้ถึงบาหลี ปรากฏว่า คืนนั้น พิม ซอนย่ากำลังดินเนอร์ ฟังเสียงแซกโซโฟนของ เคนนี่ จีอยู่ ฟลุคเห็นภาพนั้นเต็ม 2 ตา แบกความช้ำกลับเมืองไทย ด้วยอาการฟูมฟาย น้ำตาทะลักทลาย สุดท้ายเลิกกัน
‘บี ปิยวรรณ จิตณาธรรม’
เป็นผู้หญิงในช่วงหนึ่งของฟลุค ปัจจุบัน หวานชื่นอยู่กับCEO สายการบินนกแอร์ – พาที สารสิน
‘ตุ๊กตา อินทิรา แดงจำรูญ’
สนิทสนมเพราะมีโอกาสเล่นละครด้วยกัน เป็นสาวที่เข้ากับทางบ้านของฟลุคได้ดี ความรักในครั้งนี้ทำท่าจะไปได้ดีเลยทีเดียว แต่ทุกอย่างก็พังครืนลงตรงหน้า เมื่อฝ่ายชายประกาศแต่งงานกับโบ ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์
‘แบม จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์’
เป้าหมายหลักของฟลุคในการเดินเข้าบ้านลิ่วเฉลิมวงศ์ เพื่อจีบแบม – จณิสตา แต่สาวแบมก็ไม่เล่นด้วย ฟลุคเลยเบี่ยงไปหาเป้าหมายรองอย่าง โบ ชญาดา ทันที แต่หลังจากที่เริ่มระหองระแหงกับสาวโบ ก็บังเอิญมีคนเห็นฟลุคกับแบมบนเครื่องบินลำเดียวกัน ที่นั่งติดกัน หากพิจารณาจากเค้าโครงใบหน้าของโบ้ท บุตรรัตย์ จรูญสมิทธิ์ นั้นมีบางมุมที่ละม้ายฟลุคอยู่มาก จึงคิดว่า ผู้ชายบนเครื่องบินลำนั้นน่าจะเป็นโบ้ทไม่ใช่ฟลุค! อย่างที่เป็นข่าว
‘แป้ง อรจิรา แหลมวิไล’ พบกันในกองถ่ายละครซิทคอม “นารีสโมสร” ข่าวหลุดเพราะว่าฟลุคเรียกแป้งในกองถ่ายว่า “ที่รัก” ตอนแรกปฏิเสธบอกว่าใช้คำนี้กับทุกคน ตอนหลังต้องออกมายอมรับ แต่ทว่ารักครั้งนี้ แป้งต้องยอมแลกกับชื่อเสียงที่เป็นมือที่ 3 ของ ครอบครัวโบกับฟลุค จนเอ็กแซ็กท์ต้องลดบทบาทจาก “นางเอก” เป็นบท “นางร้าย” และฟลุคถูกถอดจากละคร “ความลับของซูเปอร์สตาร์” ภายหลัง ฟลุคกับแป้งทำธุรกิจร้านผมด้วยกัน และในช่วงที่ฟลุคหันมาคบกันแพงใหม่ๆ ได้พาไปทำผมที่ร้านอดีตคนรัก แหล่งข่าวยืนยันว่า แป้งโกรธมาก
‘แพง127. ขวัญข้าว เศวตวิมล’ เธอคือสาวที่หลายคนบอกว่าเป็นผู้หญ ิงในบัญชีของ ฟลุคมานานก่อนที่จะไปคบกับแป้งเสียอีก บางกระแสบอกว่าความรักของคนคู่นี้ เคยเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง Kitchen Lover!?
นี่ไม่นับสาวๆ ข้างทำเนียบ ที่สอยไปสนุกสนานชั่วคราวกันที่เอกมัย (อีกต่างหาก)
…
มือปราบคาสโนวา
มีผู้หญิง 2 คนที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฟลุค คือ โบ ชญาดา และ ชัญญ่า ทามาดะ รายแรกในฐานะภรรยาเพียงหนึ่งเดียวซึ่งมีทายาทด้วยกันหนึ่งคน ส่วนรายหลังคือผู้ที่สามารถทำลายฟลุคได้อย่างราบคาบ ทำให้เขากลายเป็นคาสโนวามุกแป้ก จนถึงทุกวันนี้
โบ ชญาดา ผู้หยุดฟลุคได้ชั่วคราว
โบ – ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ สาวที่กลายมาเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฏหมายเพียงรายเดียวของฟลุค มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยกันหนึ่งคน ภาพเบื้องหน้าดูดีถึงขั้นที่เธอออกมาเขียนหนังสือชื่อ “ลบลายคาสโนวา” วางจำหน่ายอย่างโจ๋งครึ่ม
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอคนนี้ก็ทำให้หนุ่มฟลุคได้สร้อยต่อท้ายฉายาไปอย่างสวยหรูว่า ‘คาสโนวาฆ่าไม่ตาย’ พ็อกเกตบุ๊กเล่มนั้นเพื่อป่าวประกาศได้รู้ว่า เธอมีดีพอที่จะทำให้คาสโนว่าตัวพ่อสิ้นลาย แต่จนแล้วจนรอดลายคาสโนวาก็กลับพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ระหว่างที่ฝ่ายหญิงไม่ยอมหย่า ใครเอ่ย !? ที่จงใจปล่อยคลิปฟลุกนัวเนียปาร์ตี้กับแหม่มสาวออกมาให้สะเทือนใจเมียรักเป็นครั้งคราว
ชัญญ่า ผู้ฆ่าฟลุค
ชัญญ่า ทามาดะ ไฮโซสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่หมายตาของหนุ่มๆ ทั้งในวงการไฮโซและวงการบันเทิง ความร้อนแรงดังกล่าวมีหรือที่พ่อคาสโนวาจะปล่อยให้ผ่านเลย ฟลุคพยายามเทียวไล้เทียวขื่อ โทร.จีบโทร.จิก ตื๊อแล้วตื๊ออีกจนชัญญ่ายอมไปกินหมูกระทะด้วย
แต่จนแล้วจนรอดฟลุคก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน มิหนำซ้ำยังถูกสาววัย 19 คนนี้ลบลาย จนเป็นที่มาของฉายา “ชัญญ่า ผู้ฆ่าฟลุค” คนนี้แหละของจริง หลังจากที่ปฏิเสธฟลุคแบบไม่มีเยื่อใย หนุ่มฟลุคก็เดือดดาลถึงขั้นออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีเสียๆ หายๆ แต่ชัญญ่าก็ไม่หวั่น ออกมาแฉฟลุคแบบหมดเปลือก
หนำซ้ำยังโชว์แมสเสจที่ฟลุคส่งไปหาชนิดเปิดจนหมดไส้ (เป็นที่มาของการโชว์เบอร์โทรศัพท์ฟลุค ทำให้มีคนโทร.ไปด่าถึงตัว) การปรากฏตัวของไฮโซสาวขาปาร์ตี้ผู้นี้คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของฟลุคเกือบจะเหลือแค่ตำนาน!!
หมายเหตุ – Small & Smell แค่ข่าวเมาท์!?
Small & Smell คำนี้ ได้รับการลือในวงการมานานกว่า 10 ปี นางแบบซูเปอร์โมเดลคนหนึ่งเป็นเจ้าของวลีนี้ เรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่ ยังไม่มีใครออกมาเปิดเผย แต่หากมองพิจารณาจากผู้หญิงของฟลุคที่ยังคงหนาแน่น สม่ำเสมอมาตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ทำให้ถ้อยนี้…แทบไม่มีความหมายสำหรับคาสโนวาผู้นี้
ยิ่งกว่านั้น หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม แม้จะเฟิร์มผิด เฟิร์มถูกบ้าง แต่ฟลุค ยืนยันว่า ผลทำนายทายทักของหมอกฤษณ์ในเรื่อง “โบโบ้” นั้นถูกต้อง ปล่อยให้ “เจ้าฟลุคน้อย” เป็นเรื่องเมาท์ที่หา “คำตอบ” ไม่ได้ดีกว่า !!
(ที่มา ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ วันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2552)
เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ซ้อ7 ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
ระบบ dtac – เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
ระบบ AIS – กด *468200311 แล้วโทร.ออก
ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
*ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

เวนเกอร์ ลั่น ปืน ยังไม่หลุดวงโคจรแชมป์
November 30, 2009
แข้ง อาร์เซนอล ยืนหมดอาลัยตายอยากหลังแพ้ เชลซี
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ ปืนโต อาร์เซนอล ยังไม่ถอดใจจากการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ หลังจากแพ้ เชลซี อริร่วมกรุงลอนดอน คาถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม 0-3 ในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
อาร์เซนอล รูดมาอยู่อันดับ 4 หลังจากแพ้ไปแล้ว 4 จาก 13 นัดแรกของฤดูกาล ตามหลัง จ่าฝูง เชลซี ที่แข่งมากกว่า 1 นัดอยู่ 11 แต้ม ทำให้มองว่า ปืนโต กำลังจะหลุดจากวงโคจรลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ชิป ในฤดูกาลนี้
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เวนเกอร์ ที่ไร้แชมป์ลีกติดต่อกัน 5 ฤดูกาล ยังไม่ยอมโยนผ้ายอมแพ้ แม้ว่าจะพ่ายแพ้แต่เรายังคงอยู่ในตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม เชลซี สามารถจะทำแต้มหลุดมือได้เหมือนกัน ผมเชื่อเช่นนั้น ทำให้เราจะสู้และแสดงสิ่งนั้นให้เห็นในเกมถัดไป
จากนี้ อาร์เซนอล ต้องไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี ในเกม คาร์ลิง คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายวันพุธที่ 2 ธันวาคม ก่อนที่จะเปิดบ้านรับ สโต๊ก ซิตี ในวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค.ตามด้วยไปเยือน โอลิมเปียกอส วันพุธที่ 9 ธ.ค.ในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม และเกมลีกไปเยือน ลิเวอร์พูล วันอาทิตย์ที่ 13 ธ.ค.

แอฟริกาใต้แถลงสนามบอลโลกเสร็จแล้ว 95 %
November 30, 2009
แอฟริกาใต้ เจ้าภาพฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ออกมาแถลงบรรดาสนามที่จะใช้ทำการแข่งขันทั้ง 10 แห่ง ใกล้เสร็จพร้อมรับศึกใหญ่ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 11 กรกฎาคม ปีหน้า
สนามซอคเกอร์ ซิตี ใช้ในพิธีเปิด-ปิดบอลโลก 2010
แม้เจอปัญหาต่างๆ นานาทั้ง สภาพเศรษฐกิจ, งบประมาณก่อสร้าง, คนงานกว่า 7 หมื่นคนขู่จะไม่ทำการก่อสร้างสนาม หากไม่ได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น รวมถึงคนในพื้นที่ (ตามแต่ละสนาม) ออกมาต่อต้าน เนื่องจากหวั่นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะตามมา แต่จนแล้วจนรอด ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ก็ออกมายืนยันว่าสนามที่สร้างขึ้นใหม่ 5 แห่ง บวกกับสนามเก่าที่ปรับปรุงใหม่อีก 5 สเตเดียม ณ ปัจจุบันคืบหน้าไปแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ พร้อมรับมือกับมหกรรมลูกหนังโลกที่กำลังจะมาถึงได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน
โดย ริช เอ็มคอนโด โฆษกฝ่ายจัดการแข่งขันออกมาเผยว่า “มันอาจจะขึ้นๆ ลงๆ อยู่บ้าง บางครั้งเราก็รู้สึกมีความสุขดี แต่เวลาส่วนใหญ่เราต้องเศร้ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และการมองโลกในแง่ร้าย แต่เรารู้ดีว่าถึงเวลาจะพร้อม”
นอกจากนี้ เอ็มคอนโด ยังพูดถึงประเด็นการช่วยเหลือจากภาครัฐที่อนุมัติเงินสนับสนุน นอกจากการสร้างสนามแล้วยังให้ความช่วยเหลือความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ด้วย “ก่อนที่เราจะเดินหน้าสร้างสนามขึ้นในแต่ละเมือง เราได้สอบถามไปยังภาครัฐถึงแผนระยะยาวเกี่ยวกับประชาชนด้วย ซึ่งก็ได้รับทราบในสิ่งที่น่าพอใจ หลายคนจึงเบนจุดประสงค์มาทำอะไรร่วมกัน”
สำหรับสนามฟุตบอลที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ประกอบด้วย
1. ซอคเกอร์ ซิตี ในกรุงโยฮันเนสเบิร์ก ความจุ 94,700 ที่นั่ง
2. โมเซส แมบฮิดา สเตเดียม ในเมืองดูร์บาน ความจุ 7 หมื่นที่นั่ง
3. เคป ทาวน์ สเตเดียม ในเมืองเคป ทาวน์ ความจุ 69,070 ที่นั่ง
4. เอลลิส ปาร์ค สเตเดียม ในกรุงโยฮันเนสเบิร์ก ความจุ 62,567 ที่นั่ง
5. ลอฟตัส เวอร์สเฟลด์ สเตเดียม ในเมืองเพรโทเรีย ความจุ 51,760 ที่นั่ง
6. เนลสัน แมนเดลา เบย์ สเตเดียม ในเมืองปอร์ท อลิซาเบธ ความจุ 48,000 ที่นั่ง
7. ฟรี สเตท สเตเดียม ในเมืองบลูมฟงเตียน ความจุ 48,070 ที่นั่ง
8. ปีเตอร์ โมคาบา สเตเดียม ในเมืองโปโลวาเน ความจุ 46,000 ที่นั่ง
9. เอ็มบอมเบลา สเตเดียม ในเมืองเนลสพรูอิท ความจุ 44,000 ที่นั่ง
10. รอยัล บาโคเฟง สเตเดียม ในเมืองรุสเทนเบิร์ก ความจุ 42,000 ที่นั่ง

“ฟีฟา” ชี้ไทยลีกมีแววบูมเช่น 3 ลีกใหญ่เอเชีย
November 30, 2009
มิเชล ค็อกซ์ (ซ้าย) หนึ่งในวิทยากรที่มาอบรมเรื่องการตลาดฟุตบอล
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมปภ์ จับมือกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟา) จัดงานอบรมการตลาดสำหรับพัฒนาฟุตบอลอาชีพ โดยเชิญตัวแทนจากทีมในไทยพรีเมียร์ลีก และดิวิชัน 1 เข้าร่วม ซึ่งฟีฟาเห็นการเติบโตของลีกลูกหนังสยามแล้วเอ่ยปากชมว่าอนาคตมีสิทธิ์บูมได้ไม่แพ้ เอ-ลีก ออสเตรเลีย, เจ-ลีก ญี่ปุ่น และ เค-ลีก เกาหลีใต้
เมื่อเวลา 9.00 น. วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 ที่ห้องทรัพย์เพิ่มพูน โรงแรมทาวน์อินทาวน์ ลาดพร้าว 94 มีการจัดอบรมเรื่องการตลาดสำหรับฟุตบอลโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟา) ซึ่งเชิญเจ้าหน้าที่การตลาดของทั้ง 16 สโมสรในศึกไทยพรีเมียร์ลีก 2010 รวมถึง 7 ทีมจากดิวิชัน 1 ได้แก่ ขอนแก่น, ศรีราชา เอฟซี, นครปฐม เอฟซี, สุพรรณบุรี, ทหารอากาศ, จุฬา ยูไนเต็ด และ ศุล,กากร สุพรรณบุรี มาเข้ารับการอบรม ทว่ามี 4 ทีมจากไทยลีกอย่าง เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด, ทีโอที เอฟซี, สมุทรสงคราม เอฟซี และ บุรีรัมย์-กฟภ. ที่ไม่ได้มาร่วมงาน
สำหรับการอบรมครั้งนี้มี ดร.กษม ชนะวงศ์ รองเลขาธิการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และประธานโครงการ Vision Thailand ของสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เป็นผู้จัดงาน รวมถึง องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฯ และ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ที่มาให้เกียรติร่วมกล่าวเปิดงาน ขณะที่ ฟีฟา จัดให้ มิเชล ค็อกซ์ อดีตแข้งสาวทีมชาตินิวซีแลนด์ กรรมการพัฒนาฟุตบอลหญิง, ฮามิช มิลเลอร์ ที่ปรึกษาด้านการตรลาด และ สจวร์ต รามาลิงกัม วิทยากรของฟีฟาเป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับการตลาดในเชิงลูกหนัง
ทั้งนี้ ฟีฟา ให้เหตุผลถึงการเข้ามาอบรมการตลาดฟุตบอลให้กับลีกอาชีพของไทยว่าหลังจากลงมือสำรวจลีกที่มีการเติบโตพบว่า ไทยพรีเมียร์ลีก มีอัตราการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะในเรื่องของการมีส่วนร่วมจากแฟนบอล ซึ่งมีความตื่นตัวเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในช่วง 3 แมตช์สุดท้าย ซึ่งมองว่ามีแนวโน้มเป็นที่รู้จักในระดับสากลได้ เฉกเช่น เอ-ลีก ออสเตรเลีย, เจ-ลีก ญี่ปุ่น และ เค-ลีก เกาหลีใต้ ทำให้องค์กรผู้ควบคุมลูกหนังโลกประกาศว่าจะจัดหางบประมาณมาสนับสนุนลีกอาชีพของไทยอย่างจริงจัง นับจากนี้เป็นต้นไป และจะคอยติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
สำหรับในส่วนของการบรรยาย เริ่มที่ช่วงเช้า มิเชล ค็อกซ์ พูดถึงการพัฒนาด้านการตลาดของฟุตบอลหญิง ซึ่ง ไทย ถือเป็นประเทศแรกที่มีการทำการตลาดฟุตบอลหญิงเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมภูมิภาคอาเซียน ส่วน ฮามิช มิลเลอร์ อธิบายถึงหลักการตลาดเบื้องต้น ก่อนจะโยงเข้าสู่เรื่องของการตลาดฟุตบอลลีกอาชีพ ซึ่งสโมสรจะต้องวางลำดับงานเป็นขั้นตอนว่าจะต้องค้นหาตัวตนของทีมให้ได้ก่อนว่าต้องการสร้างอะไรเป็นจุดขาย, จะขายให้ใคร, มีช่องทางใดบ้าง และเจาะกลุ่มไปยังผู้สนับสนุนของทีม หรือแฟนคลับ โดยมีการสร้างอารมณ์ร่วมกับคนในท้องถิ่นที่จะเป็นฐานกองเชียร์ ตลอดจนคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์
ถัดมา สจวร์ต รามาลิงกัม วิทยากรฟีฟาชาวเมเลเซียได้หยิบยกเอาตัวอย่างของการตลาดในลีก เมียนมาร์ มาบรรยาย โดยเน้นไปที่ ยาดานาร์บอน เอฟซี แชมป์ฤดูกาลล่าสุด ที่มีแผนการตลาดที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ก่อนเปิดซีซัน การดึงแฟนคลับเข้ามาเชียร์ในสนามเป็นจำนวนมาก และการจัดขบวนแห่ฉลองแชมป์ไปทั่วเมือง เพื่อสร้างความรู้สึกผูกพันกับแฟนบอล
จากนั้นได้มีการเชิญตัวแทนจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี ขึ้นมานำเสนอรูปแบบการจัดการที่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในแง่ของความนิยม ทั้งที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในวงการเพียงปีเดียว พร้อมทั้งเผยถึงโครงการสร้างสนามลีโอ สเตเดียม ที่จะใช้เป็นรังเหย้าในฤดูกาล 2010 ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงโดยวางแปลนงานระยะยาว 5 ปี
เข้าสู่ช่วงบ่าย มิเชล ค็อกซ์ ได้ขึ้นมาบรรยายเกี่ยวกับกรณีศึกษาเพื่อการส่งเสริมการตลาดลูกหนังโดยสมาคมฟุตบอล ซึ่งหยิบยกตัวอย่างจากส.บอลไอร์แลนด์ ที่มีการโปรโมตผ่านสื่อชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ของสมาคม, สื่อท้องถิ่น และ สื่อชั้นนำภายในประเทศ ก่อนที่จะมีการแบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อระดมสมองหาแนวคิดในการประชาสัมพันธ์ทีมฟุตบอลและไทยพรีเมียร์ลีกให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น โดยกลุ่มแรกเสนอการจัด โรด โชว์ และกิจกรรมพบปะแฟนบอล กลุ่มที่สองเสนอการทำแบรนดิง (Branding) อาทิ การออกแบบโลโก้, ตราสัญลักษณ์, ตัวนำโชค, เพลงประจำสโมสร และพรีเซนเตอร์
ส่วนกลุ่มสุดท้ายเสนอแนวทางการหารายได้ในช่องทางต่างๆ เช่น การให้บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก เพิ่มมูลค่าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด รวมถึงไฮไลท์การแข่งขัน, ทำช่องทีวีไทยพรีเมียร์ลีก ผลิตรายการเป็นของตัวเอง, หาสปอนเซอร์เพิ่มมากขึ้น โดยมีทั้งเจ้าใหญ่และรายย่อย, มีฝ่ายสิทธิประโยชน์ดูแลเรื่องหารายได้เข้าบริษัท, จัดทำสินค้าที่ระลึกของไทยพรีเมียร์ลีกขึ้นมาจำหน่าย อาทิ ลูกฟุตบอล, ธง และจัดตั้งสถาบันผู้ตัดสินขึ้นมา พร้อมทั้งจดทะเบียนเป็นิติบุคคล เพื่อสร้างให้มีผู้ตัดสินอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้จากการลงทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม แนวทางทุกอย่างยังเป็นเพียงแค่การเสนอความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งต้องรอเสนอหลักการให้ บ.ไทยพรีเมียร์ลีก รับทราบต่อไป

“เสือใต้” ปัดข่าวยืม “บาเบล” จากรังหงส์
November 30, 2009
บาเบล
บาเยิร์น มิวนิค โคตรทีมแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี ออกโรงปฎิเสธข่าวคว้า ไรอัน บาเบล ปีกเลือดดัตช์ ของ ลิเวอร์พูล ทีมดังประจำเวที พรีเมียร์ชิป อังกฤษ มาเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองเปิดทำการในเดือนมกราคมนี้ จากการตีข่าวของ “ลีกา โททัล”
ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ บาเยิร์น จะคว้า บาเบล ไปช่วยงานเกมรุกแบบยืมตัวในช่วงตลาดเปิดปีใหม่นี้ ก่อนที่จะมีการซื้อขาดต่อไปในช่วงปิดฤดูกาลด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 500 ล้านบาท) เพราะนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ไม่สามารถแย่งตัวจริงในถิ่น แอนฟิลด์
อย่างไรก็ตามล่าสุด คริสเตียน แนร์ลิงเกอร์ ผู้อำนวยการด้านกีฬาในถิ่น อัลลิอันซ์ อารีนา ออกมาบอกปัดข่าวที่เกิดขึ้นแล้ว “ผมรู้ดีเกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าหากผมไม่รู้อะไรเลย คงจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณที่จะมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงตั้งแต่แรก”
บาเบล ย้ายจาก อาแจ๊กซ์ ด้วยค่าตัว 10.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 550) ล้านบาท) เมื่อปี 2007 ไม่สามารถแก้ไขจุดอ่อนแนวรุกฝั่งซ้ายของ ลิเวอร์พูล ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปน ต้องปวดหัวด้วยการสลับ ฟาบิโอ ออเรลิโอ และ อัลเบิร์ต ริเอรา ลงสนาม

รวมคลิป “ท่าดีใจ” ที่ทำให้คุณ “ยิ้ม” ได้
November 30, 2009
ลีลาของ จิมมี บุลลาร์ด
จิมมี บุลลาร์ด กองกลาง ฮัลล์ ซิตี จุดประเด็นท่าดีใจ หลังยิงจุดโทษตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี 1-1 ในเกม พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ด้วยการให้เพื่อนร่วมทีม “พี่เสือ” นั่งล้อมวงล้อเลียนการสอนแท็กติกของกุนซือ ฟิล บราวน์ “เดลี เมล” (DAILY MAIL) จึงรวบรวมท่าดีใจที่ทำให้คุณยิ้มได้มาฝากกัน
เจอร์เกน คลินส์มันน์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี และสโมสร ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์
โรเจอร์ มิลลา ตำนานทีมชาติแคเมอรูน ในศึกฟุตบอลโลก 1990
เคร็ก เบลลามี กองหน้า ลิเวอร์พูล ในเกม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก
พอล แกสคอยน์ กองกลางทีมชาติอังกฤษ ในศึก ยูโร 1996
เบเบโต กองหน้าทีมชาติบราซิล ในศึกฟุตบอลโลก 1994
แบรนดี คริสติน แม่เนื้ออ่อนสาวทีมชาติสหรัฐฯ ในศึกฟุตบอลโลก 1999

หวังแย่งปืน!! เชลซีดอดเช็คฟอร์ม “ปาสซินี”
November 30, 2009
“ปาสซินี” เป้าหมายเชลซี ?
เชลซี ตกเป็นข่าวเตรียมเบียด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน ในการดึงตัว จามเปาโล ปาสซินี หัวหอกทีมชาติอิตาลี มาเสริมคมช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะเปิดรอบสองเดือนมกราคมนี้
แม้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือ “สิงห์บลูส์” เชลซี ยืนยันเสียงแข็งว่าช่วงปีใหม่นี้ ต้นสังกัดแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะไม่ดำเนินการทุ่มเงินดึงผู้เล่นรายใดเข้ามาเสริม แม้นักเตะจากค่ายสแตมฟอร์ดบริดจ์ ต้องไปลุยศึกแอฟริกัน เนชันส์ คัพ 2010 ที่ประเทศแองโกลา หลายรายไม่ว่าจะเป็น ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ซาโลมอน กาลู, มิชาเอล เอสเซียง รวมถึง จอห์น โอบี มิเกล
ทว่าล่าสุด แหล่งข่าวของ “สกาย สปอร์ตส” สื่อเมืองผู้ดีสืบทราบมาว่า เชลซี ลงทุนส่ง แฟรงค์ อาร์เนเซน หัวหน้าแมวมองเดินทางไปถึงอิตาลี เพื่อเช็คฟอร์มการเล่นของ จามเปาโล ปาสซินี ดาวยิงตัวเก่งของสโมสรซามพ์โดเรีย แต่ในนัดดาร์บีแมตช์ดังกล่าว “ลาซามพ์” บุกเสียท่า เจนัว 0-3
สำหรับ ปาสซินี ย้ายจาก “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนตินา มาเล่นให้ ซามพ์โดเรีย เพื่อนร่วมเซเรีย อา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และก็เข้าคู่กับ อันโตนิโอ คาสซาโน ได้เป็นอย่างดี จนถูก มาร์เชลโล ลิปปี กุนซือ “อัซซูรี” ดึงตัวไปติดทีม และก็มีลุ้นพา อิตาลี ไปป้องกันแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตาม เชลซี มีคู่แข่งสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข่าวว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือคนเก่งของ “ปืนใหญ่” ก็หมายปองดาวเตะวัย 25 ปี หลังจากที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กองหน้าสตาร์ชาวดัตช์บาดเจ็บพักยาว

“มาสเช” อ้างเป็นเจ้าของประตูเบิกร่องท็อฟฟี
November 30, 2009
มาสเชราโน
ฮาเวียร์ มาสเชราโน กองกลาง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อ้างต้องมีชื่อเป็นคนทำประตูจากลูกยิงแฉลบเบิกร่องในเกม เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี แมตช์ ที่บุกอัด เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในศึก พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
มาสเชราโน ยิงไกลก่อนบอลพุ่งไปแฉลบเปลี่ยนทางเข้าประตูไปในนาที 12 อย่างไรก็ตามเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ โจเซฟ โยโบ กองหลัง เอฟเวอร์ตัน ทำให้กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ผ่านทางเว็บไซด์อย่างเป็นทางการประจำถิ่น แอนฟิลด์
“ผมคิดว่ามันคือประตูของผม เพราะว่ามาจากการที่พยายามจะยิงประตู ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากผมต้องการเล่นให้ดีที่สุด เพราะฤดูกาลนี้มีคนวิจารณ์ผมถึงเรื่องการยิงประตู ผมซ้อมอย่างหนักและพอใจมากกับฟอร์มตอนนี้” มาสเชราโน เผย
มาสเชราโน ย้ายจาก เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ร่วมถิ่น แอนฟิลด์ ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการพังประตูลงเล่นทุกรายการมากกว่า 100 นัดยิงได้แค่ประตูเดียว คือเกมที่พบกับ เรดดิง เมื่อเดือนมีนาคมปี 2008 ในศึก พรีเมียร์ชิป

เอฟเอเตรียมสอบเหตุกล้องถ่ายรูปขว้างใส่ “แลมพ์”
November 30, 2009
“เดลิเมล์” รายงานว่า สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เตรียมสอบสวนเหตุการณ์ที่มีกล้องถ่ายรูปถูกขว้างใส่ แฟรงค์ แลมพาร์ด มิดฟิลด์ของ เชลซี ระหว่างเกมที่ฟาดแข้งกับ อาร์เซนอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 พ.ย. ที่ อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียมรับมือ เชลซี มีการหยุดเกมระยะหนึ่งในครึ่งแรก เนื่องจาก อังเดร มาร์ริเนอร์ ผู้ตัดสินได้นำสิ่งของบางอย่างที่ถูกขว้างลงมาออกจากพื้นสนาม โดยเป็นกล้องถ่ายรูปที่เชื่อว่าถูกขว้างมาจากอัฒจรรย์ฝั่งแฟนบอลเจ้าถิ่นเพื่อหวังให้โดน แลมพาร์ด ซึ่งหลังจบเกม ผู้ตัดสินได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวไปยังเอฟเอ
เอฟเอได้ติดต่อไปยัง อาร์เซนอล เพื่อขอความร่วมมือในการหาตัวผู้กระทำผิดด้วยการตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดหรือกล้องถ่ายทอดสดการแข่งขันทางโทรทัศน์ รวมถึงพยานบุคคลที่อาจเห็นเหตุการณ์
หากผลการสอบสวนสามารถระบุผู้กระทำผิดได้ แฟนบอลคนดังกล่าวก็มีสิทธิ์ถูกแบนห้ามเข้าชมเกมของ อาร์เซนอล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัตถุที่ถูกขว้างเข้ามาไม่ถูกนักเตะหรือเจ้าหน้าที่คนใดทำให้ “ปืนโต” จะถูกเอฟเอลงโทษเพียงสถานเบา
เมื่อฤดูกาลที่แล้วเคยมีเหตุการณ์ที่แฟนบอลรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับและดำเนินคดี เนื่องจากขว้างเหรียญใส่กรรมการในเกมของศึกแชมเปียนชิปคู่ระหว่าง คาร์ดิฟฟ์ และ สวอนซี เช่นเดียวกับกรณีของ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ดาวยิงของ เชลซี เคยถูกโทษแบน 3 นัดจากการขว้างเหรียญใส่แฟนบอลของ เบิร์นลีย์ หลังจากยิงประตูได้ในเกมที่พบกันของศึกคาร์ลิง คัพ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2008

อสังหาฯต่างมุมลุยโครงการ เอพีหันกลุ่มทาวน์เฮาส์-เสนาฯลุยตลาดคอนโดฯ
November 30, 2009
อสังหาฯรายใหญ่-รายเล็ก มองเห็นสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ ยักษ์ใหญ่เอพี ส่งบ้านกลางเมือง Urbanion พระราม 9-ลาดพร้าว ลงกวาดดีมานด์ย่านลาดพร้าว เลียบทางด่วน ฟุ้งแค่ 2 วัน สร้างยอดขายได้กว่า 50 ยูนิต ค่ายเสนาฯ เตรียมเปิดเกมรุกผุดคอนโดฯหลายโครงการ วางเป้าหมายปั๊มรายได้เข้าเป้า 1,500 ล้านบาท หลังกอด Backlog รอแล้ว 800 ล้าน
นายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน ) หรือ AP กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 52 บริษัทได้ตัดสินใจเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 1 โครงการ ภายใต้ชื่อ บ้านกลางเมือง Urbanion พระราม 9-ลาดพร้าว ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ หน้ากว้าง 5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 147.8 ตร.ม.จำนวน 150 ยูนิต มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 4.89 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของคนในย่านลาดพร้าว พระราม 9 จตุจักร และดินแดง เป็นต้น โดยบริษัทฯ ได้เปิดพรีเซลไปแล้วเมื่อวันที่ 28-29 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถสร้างยอดขายได้แล้ว51 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าประมาณ 282 ล้านบาท
เราคิดว่าหากมองในภาพรวมตลาดอสังหาฯในช่วงไตรมาสสุดท้ายแล้ว ถือว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและผู้ประกอบการมั่นใจขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา โดยเห็นได้จากยอดขาย และการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทอสังหาฯ นายวิษณุ กล่าว
ทั้งนี้ โครงการบ้านกลางเมือง Urbanion พระราม 9-ลาดพร้าว ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น จำนวน 150 ยูนิต มูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาณรงค์เพียง 1 กม. เดินทางสะดวกทั้งทางถนนประดิษฐ์มนูธรรม ลาดพร้าว พระราม 9 รัชดาภิเษก รามคำแหง และประชาอุทิศ สะดวกสบายด้วยคลับเฮ้าส์สไตล์ Modern Tropical ครบครันทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนพักผ่อนขนาดใหญ่
**เสนาฯร่างแผนผุดคอนโดฯขายเพิ่มอีกเพียบ
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA กล่าวเชื่อว่า ตลาดรวมอสังหาฯในปี 2553 จะปรับตัวดีขึ้นไปในทิศทางเดียวกับภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง ดังนั้นทางบริษัท จึงเตรียมเปิดโครงการอสังหาเพิ่ม เพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเข้ามาในปีหน้า อาทิ โครงการ เดอะนิส ซิตี้ ลาดพร้าว 130 เฟส 2 ส่วนของทาวน์โฮม เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการมีบ้านและออฟฟิศอยู่บริเวณใกล้เคียงกันได้อย่างลงตัว , เสนาพลาซ่า ทำเลบริเวณถนนเจริญนคร และคอนโดฯใหม่เจาะกลุ่มลูกค้าชุมชนบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ มูลค่าโครงการประมาณ 400 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 53 ได้ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 1,200 ล้านบาท เนื่องจากในปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือ(Backlog) ที่รอรับรู้รายได้ไปถึงปี 2554 มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท
” ในปีหน้าตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,500 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากคอนโดฯ 70% และแนวราบ 30% ส่วนล่าสุด ณ วันที่ 10 พ.ย. 2552 บริษัทฯ มี Backlog อยู่ 800 กว่าล้านบาท ซึ่งจะบันทึกรายได้ในไตรมาส 4/2552 จำนวน 200-300 ล้านบาท และส่วนที่เหลือไปบันทึกรายได้ในปี 2553-2554′ ดร.เกษรา กล่าว

ตลท.ฝัน10บริษัทลูกรสก.เข้าระดมทุน
November 30, 2009
ตลาดหุ้นไทยหวัง บริษัทที่รับงานสัมปทานรัฐ และบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจอีก10 แห่งเข้าจดทะเบียน ดันมาร์เกตแคปโตเพิ่มตามเป้า เพื่อดึงดูด MSCI เพิ่มน้ำหนักในหุ้นไทยมากขึ้น ส่วนการจดทะเบียนสองตลาด (ดูอัลลิสต์ติ้ง) ยอมรับนอกจาก แบงก์ซีไอเอ็มบี ยังชวน “แอร์เอเชีย “เข้าร่วม
นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท. จะผลักดันให้บริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นบริษัทที่ได้รับสัปทานจากรัฐบาล ตามที่มีกฎหมายกำหนดไว้ให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯเพิ่ม โดยขณะนี้มีบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียนแน่นอนแล้ว คือ บริษัท โรงกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง จำกัด หรือ SPRC และ บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจากการที่ ตลท. ได้มีการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พบว่ามีบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจเหล่านี้มีโอกาสเข้าจดทะเบียนได้จำนวน 10 บริษัท เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จากที่การแปลงสภาพเป็นบริษัทจำกัด และมีผลประกอบดีมีกำไร โดยหากมีบริษัทย่อยของรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนได้ 2 บริษัท ก็ถือว่าน่าพอใจ
”เดิมนั้นตลาดหุ้นไทยเคยมีน้ำหนักในดัชนี MSCI อยู่ที่ 3-4% แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 1.9% ซึ่งการที่จะทำให้เรามีน้ำหนักมาขึ้นโดยการนำบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียน ถึงแม้บริษัทใหญ่มีไม่มากนัก เราก็จะพยายาม แต่ไม่สามารถคาดการณ์ว่าปีหน้าจะมีน้ำหนักเพิ่มเท่าไรใน MSCI ซึ่งการตั้งเป้ามาร์เกตแคปที่เพิ่มอีก 1 แสนล้านบาท และไม่ร่วมบริษัทที่มาทำดูอัลลิสติ้ง ทำให้เราไม่มั่นใจจะทำได้100% แต่จากการที่เราคำนวณคร่าว ๆ จากบริษัทที่มีความมั่นใจที่จะเข้าจดทะเบียน และจากการพูดคุยกับที่ปรึกษาทางการเงินเบื้องต้น หากมีบริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนจริงตามที่รัฐบาลผลักดันให้บริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐ เข้ามาจดทะเบียนก็เชื่อว่าสามารถทำได้ตามเป้าหมาย ” นายวิเชฐ กล่าว
สำหรับการเข้าจดทะเบียนสองตลาด ( ดูอัลลิสต์ติ้ง ) นั้นนอกจาก ธนาคาร ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป และยังมีแอร์เอเซีย ซึ่งเป็นบริษัทที่มาเลเซีย ที่มีความสนใจตามข่าวก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับบริษัทดังกล่าว อย่างไรก็ตามเราได้มีการชวนบริษัทลูกคือบริษัทไทยแอร์เอเชีย เข้ามา แต่จะให้บริษัทไหนเข้าจดทะเบียนคงต้องรอให้ทั้ง 2 บริษัทมีการคุยกันก่อนว่าจะนำบริษัทใดเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย

มุสลิมเคือง สวิตฯห้ามสร้างหอคอยแบบอิสลาม
November 30, 2009
เอเอฟพี – ชาวสวิตเซอร์แลนด์ลงมติเห็นชอบการห้ามก่อสร้างมินาเรต์ หรือหอคอยยอดแหลมที่สร้างบนมัสยิดของชาวมุสลิมในทั่วประเทศ ซึ่งได้แรงหนุนจากนักการเมืองขวาจัด ขณะที่องค์กรทั้งอิสลามออกมาแสดงความไม่พอใจ
ผู้มิสิทธิ์เลือกตั้งส่วนใหญ่ในสวิตเซอร์แลนด์ หรือร้อยละ 57.7 ในเขตการปกครองระดับจังหวัด 22 จากทั้งหมด 26 แห่ง เห็นชอบในการลงประชามติห้ามการก่อสร้างหอคอยยอดแหลมที่ชาวอิสลามใช้เรียกมาทำละหมาด เมื่อวานนี้(29)
พรรคสวิสพีเพิลสปาร์ตี้ พรรคการเมืองใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ จัดทำประชามติขึ้นหลังจากรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้อย่างน้อย 1000,000 คนภายใน 18 เดือนตามกฏเกณฑ์ โดยล่ารายชื่อผู้สนับสนุนได้มากถึงสองเท่า โดยจากนี้ต่อไป มติดังกล่าวจะถูกเขียนลงในรัฐธรรมนูญของประเทศ ซึ่งเป็นการกำหนดชัดเจนว่า ต่อไปนับจากนี้จะไม่อนุญาตให้สร้างมินาเรต์ขึ้นอีก
อีฟลีน วิดเมอร์ ชัมป์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ผลประชามติสะท้อนถึงความหวาดกลัวแนวโน้วของมุสลิมแบบสุดโต่ง แต่ก็ไม่ใช่วิถีต่อต้านพวกสุดโต่งพวกนี้ นอกจากนี้ ยังไม่ใช่การแสดงออกถึงการปฏิเสธหรือไม่ยอมรับชุมชน ศาสนา หรือวัฒนธรรมมุสลิมด้วย
อย่างไรก็ตาม ชุมชนมุสลิมซึ่งมีถึง 400,000 คนจากประชากร 7.5 ล้านคนของสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความผิดหวังต่อผลประชามตินี้
ฟาร์ฮัด อาฟชาร์ ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมืออิสลามในสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การห้ามสร้างมินาเรต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ถูกส่งออกมาจากการมตินี้
”ชาวมุสลิมจะไม่รู้สึกได้รับการยอมรับในฐานะเป็นชุมชนศาสนา” เขากล่าว ขณะที่ชุมชนชาวคริสต์ก็แสดงความผิดหวังเช่นกัน โดยชี้ว่า เป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ว่า ชนกลุ่มน้อยทางศาสนาจะต้องได้รับการเลือกปภิบัติที่ไร้ความเสมอภาค
ด้านองค์กรนิรโทษกรรมสากล ระบุว่า คำสั่งห้ามสร้างยอดหอคอยอิสลามเป็นการละเมิดหลักเสรีภาพในการนับถือศาสนา และขัดต่ออนุสัญญาที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ลงนาม และมีความเป็นไปได้ที่ผลการลงประชามติดังกล่าวจะถูกทำให้เป็นโมฆะโดยคำตัดสินของศาลฎีกาสวิตเซอร์แลนด์หรือศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป
ล่าสุด สำนักวาติกันของศาสนาจักรโรมันคาทอลิกก็ออกแถลงการณ์ว่า การห้ามดังกล่าวเป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนาเช่นกัน
ทั้งนี้ พรรคพีเพิลปาร์ตี้ ซึ่งมีที่นั่งมากที่สุดในสภา เห็นว่า “หอสูงยอดแหลมบนสุเหร่า”ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของกระแสการแพร่ขยายตัวของศาสนาอิสลาม หรือ อิสลามานุวัตร และระบบกฎหมายแบบอิสลามที่เรียกว่า “กฎหมายชาเรีย” ไม่สอดคล้องลงรอยกันกับประชาธิปไตยแบบสวิสด้วย

ปินส์ประท้วงสังหารหมู่การเมือง-นักข่าว
November 30, 2009
จงนำความยุติธรรมมา และยุติการสังหารหมู่นักข่าว
เอเจนซี/เอเอฟพี – ชาวฟิลิปปินส์นับพัน รวมถึงนักข่าวและนักเคลื่อนไหว ออกมาเดินขบวนประท้วงและประณามการสังหารหมู่นักข่าว ซึ่งต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งจากการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดมากินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ
การสังหารหมู่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิต 27 คน จากทั้งหมด 57 คน โดยทางการฟิลิปปินส์ได้ตั้งข้อกล่าว อันดัล อัมปาตวน จูเนียร์ นายกเทศมตรีแห่งดินแดนทางใต้อันไร้ขื่อแปนี้ว่า เป็นผู้สั่งให้ทหาร ตำรวจ และมือปืน ฆ่าคนไร้ทางสู้อย่างน้อย 57 คน
ทั้งนี้ บรรดาผู้สื่อข่าวที่เสียชีวิตนั้นกำลังติดตามครอบครัวของเอสมาเอล มังโกดาดาตู นักการเมืองคู่แข่งของตระกูลอัมปาตวน ซึ่งกำลังเดินทางไปยื่นใบสมัครสำหรับการเลือกตั้งในปีหน้า รายงานระบุว่า บางรายถูกตัดแขนขาอย่างโหดเหี้ยม ร้ายไปกว่านั้น บางรายถูกยิงเข้าที่อวัยวะเพศ และถูกข่มขืนด้วย
อัมปาตวน จูเนียร์ ซึ่งยังคงเป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย มาจนถึงสัปดาห์นี้ ยอมมอบตัวต่อตำรวจแล้ว และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทั้งสิ้น 7 กระทง นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกจับกุมอีกนับสิบคน
อย่างไรก็ตาม อัมปาตวน จูเนียร์ ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ผ่านๆ มา กลุ่มติดอาวุธซึ่งภักดีต่อนักการเมืองก็มักจะรอดพ้นโทษ

เศรษฐกิจอินเดียโตก้าวกระโดด 7.9%
November 30, 2009
คนงานกำลังคดส้มในตลาดผลไม้แห่งหนึ่งในเมืองศิริกูรี
เอเอฟพี อินเดียรายงานวันจันทร์(30) อัตราเติบโตของเศรษฐกิจประจำไตรมาส 3 (มิ.ย.-ก.ย.)ปีนี้ อยู่ในระดับเท่ากับปีละ 7.9% นับว่าดีเยี่ยมที่สุดในรอบ 18 เดือน และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ซึ่งอยู่ที่ 6.5% โดยปัจจัยสำคัญมาจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ผล รวมทั้งได้แรงหนุนจากการที่อัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ด้วย
ในช่วงเวลาที่เหลือ เราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นกว่าที่คาดหมายกันอย่างชัดเจน มอนเต็ค ซิงห์ อาห์ลูวาเลีย รองประธานคณะกรรมการการวางแผน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาของรัฐบาลอินเดียกล่าว เขาบอกด้วยว่าอินเดียจะปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ ขึ้นจากระดับ 6.5 %ด้วย แต่ยังไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจนว่าจะปรับเป็นเท่าใด
ทั้งนี้การเติบโตในไตรมาสที่สามนี้ ได้แรงผลักดันจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตซึ่งโตขึ้นถึง 9.2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่มีการใช้จ่ายด้านสังคมเพิ่มขึ้น 12.7 เปอร์เซ็นต์ อันสะท้อนให้เห็นถึงการที่รัฐบาลได้ทุ่มเทกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อป้องกันผลกระทบจากวิกฤตการณ์โลก
ยิ่งกว่านั้น อินเดียยังรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ดีกว่าอีกหลายชาติ เนื่องจากมุ่งเน้นเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลักอยู่แล้ว ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในช่วงไตรมาสสอง อินเดียมีการเติบโตอยู่ที่ 6.1 %
พวกนักวิเคราะห์มองว่าต่อไปคงมีการถกเถียงกันเรื่องที่ว่าธนาคารกลางควรขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือยังเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่จะตามมา แต่หลายคนคาดว่ารัฐบาลน่าจะต้องการให้คงระดับอัตราดอกเบี้ยไว้ต่อไปจนถึงเดือนมกราคม ขณะที่ธนาคารกลางก็น่าจะรอดูว่าเศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งแล้วหรือยัง

เจ๊สด แย้มไต๋คดีเงินบริจาค ปชป.ส่อแววขยายเวลาสอบ
November 30, 2009
สดศรี เผยคดีเงินบริจาคพรรค ปชป.258 ล้านบาท ส่อแววขยายอีก หลังคณะกรรมการไต่สวนชี้พยานเอกสาร-พยานบุคคลยังไม่สมบูรณ์ เตรียมขอมติ กกต.ขยายเวลาสอบเพิ่มหลังครบกำหนด 30 วัน ขณะเดียวกัน เน้นให้ ผอ.กต.จว.ช่วยกันตรวจสอบสาขาพรรคการเมืองเก๊
วันนี้ (30 พ.ย.) ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพิจารณาเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ จากที่คณะกรรมการไต่สวนได้ทำหนังสือเชิญนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้บริหารบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) มาให้ปากคำเพิ่มเติม แต่นายประชัยได้ส่งทนายความมาให้ปากคำแทนนั้นว่า จากรายงานของเลขานุการคณะกรรมการไต่สวนได้รายงานว่า ทางคณะกรรมการไต่สวนยังมีคำถามที่ต้องการถามนายประชัยหลายๆ ส่วน แต่ทางทนายความที่เป็นตัวแทนนายประชัยนั้นตอบคำถามไม่ได้ รวมทั้งทางบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ยังไม่ได้ให้เอกสารแสดงบัญชีงบดุล ในปีที่เกิดเหตุกับทางคณะกรรมการไต่สวนที่ทำเรื่องขอไป รวมทั้งเอกสารจากตลาดหลักทรัพย์ก็ยังไม่ได้ส่งให้กกต.
นางสดศรีกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ภายในวันศุกร์นี้ (4 ธ.ค.) ทางคณะกรรมการไต่สวนจะรายงานให้ กกต.ทราบว่าได้สอบพยานบุคคลหรือพยานเอกสารไปได้แค่ไหน จากที่ กกต.ได้ขยายเวลาครั้งล่าสุด 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ในความเห็นของตนคิดว่า ถ้ากกต.ลงความเห็นว่าจำเป็นต้องมีหลักฐานพยานเพิ่มเติมก็อาจจะขยายเวลาออกไปได้อีก โดยจะต้องพิจารณาถึงความสมบูรณ์ของหลักฐานให้ได้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามต้องแล้วแต่มติที่ประชุม
นางสดศรีได้กล่าวมอบนโยบายในโครงการอบรมเพื่อเตรียมความพร้อมผู้บริหารระดับกลางที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ 2552 โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด (ผอ.กต.จว.) หากเปรียบเป็นศาลแล้วก็เสมือนหัวหน้าศาล อย่าทำตัวไม่มีความหมาย ต้องทำตัวให้ประชาชนยอมรับในหน่วยงาน เพราะ กกต.มีความสำคัญในการกำหนดแนวนโยบายพรรคการเมือง กกต.เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจมาก รวมทั้งเป็นอำนาจที่ทุกคนเกรงใจ แต่การที่มีอำนาจมากนั้น ก็เปรียบเสมือนมีของร้อนอยู่ในมือ มืออาจจะพองขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ หากไม่รู้จักหยิบจับให้ดี
นางสดศรีกล่าวต่อด้วยว่า หลายจังหวัดมีสาขาพรรคการเมือง ที่ไม่เคยผ่านการตรวจสอบ โดยบางสาขาก็เป็นบ้านคน ร้านขายของชำ แม้กระทั่งบ้านร้างที่ไม่เคยมีการประชุมสาขาพรรคการเมืองแต่กลับได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพรรคการเมือง ซึ่งทาง กกต.จังหวัดไม่เคยตรวจสอบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครสนใจ เพราะส่วนใหญ่จะไปเน้นแต่เรื่องการเลือกตั้ง และเรื่องการสืบสวนสอบสวน ดังนั้นตนจึงต้องการเน้นให้ ผอ.กต.จว.ช่วยกันดูแลเรื่องของสาขาพรรคการเมืองด้วย
คิดว่าเจ้าหน้าที่ กกต.มีคุณภาพสูง อยากให้ทำงานด้วยความอดทน หากบรรจุตำแหน่งใดแล้วก็ขอให้อดทนทำให้ได้สักปีก่อน อย่าเพิ่งย้าย และขอให้ทุกคนปฏิบัติตามระเบียบของ กกต. อีกทั้งจำเป็นต้องร่วมใจกันทำงาน อย่าให้เขามายุบหน่วยงานเราได้ และดิฉันเชื่อว่าหาก กกต.มั่นคงแล้วจะกลายเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่ นางสดศรีกล่าว

เทือก โชว์เปลือยไม่ใส่เกราะอ่อน กันกระสุน
November 30, 2009
รองนายกฯด้านความมั่นคง ปล่อยฮาถลกสูทโชว์พุง ยันไม่ใส่เกราะอ่อนกันลูกปืน พร้อมได้ข้อสรุปจะยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือไม่ เย็นนี้ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.พิจารณาพรุ่งนี้ ยืนการประกาศใช้ไม่ได้สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะสั่งการให้เตรียมความพร้อมอยู่ในตั้ง แต่พร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที
วันนี้ (30 พ.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ใส่เกราะอ่อนหรือไม่ ซึ่ง นายสุเทพ ได้ถลกเสื้อสูทบริเวณพุงให้เห็นเสื้อที่สวมด้านในอีกชั้นที่แนบติดกับพุงที่เป็นชั้นๆ ว่า จนทำให้ผู้สื่อข่าวแซวว่าสงสัยเป็นเกราะแบบนิ่ม
พร้อมกล่าวถึงความคืบหน้าในการเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อทบทวนในเรื่องของยกเลิกการประกาศใช้พระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่มติ ครม.ประกาศให้พื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.-14 ธ.ค.เป็นพื้นที่ความมั่นคงว่า ตนจะประชุมหน่วยงานความมั่นคงที่ตนรับผิดชอบในเย็นวันนี้ ที่กองทัพบก เพื่อประเมินสถานการณ์ให้ครบและทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) และเมื่อไม่มีเหตุการณ์ก็สามารถที่จะยกเลิกได้แต่ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งในเย็นวันนี้
เมื่อเขาประกาศยกเลิกการชุมนุมก็เป็นผลดี ก็ไม่ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ถึงแม้ประกาศไปแล้วเราก็ไม่ได้ไประดมกำลังมาเตรียมพร้อมเอาไว้ ผมให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครทั้งหลาย พร้อมในที่ตั้ง ไม่ต้องมาประจำอยู่ที่กรมกอง แต่ถ้าเมื่อไรเกิดเหตุการณ์ขึ้นภายใน 4-5 ชั่วโมง ก็สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้นที่มีคนกล่าวหาว่าการประกาศทำให้เสียงบประมาณ เสียเงินมากมายยังไม่ได้เสียเงินอะไรเลยในขณะนี้สำหรับการประกาศครั้งนี้ นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ได้ประเมินแล้วจะสมเหตุสมผลหรือไม่ถ้าจะยกเลิกการบังคับใช้ นายสุเทพ กล่าววา มันก็มีแกว่งๆ บ้าง คือ หมายความว่า ส่วนใหญ่จะได้ดูว่ากลุ่มคนที่เขาจะมาชุมนุมเขาตัดสินใจอย่างไร หลักก็คือที่ตนได้เรียนตั้งตอนแรกแล้วว่ารัฐบาลจำเป็นที่จะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือน พ.ย.จนถึงปีใหม่เป็นช่วงที่เราได้จัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นงานที่รัฐบาลจัดอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะมีประชาชนมาร่วมงานจำนวนมากคาดว่าประมาณหลายแสนคนต่อวัน
ไม่ต้องการให้บรรยากาศของการแสดงออก ซึ่งความจงรักภักดีของประชาสชนถูกกระทบกระเทือนหรือกหลายเป็นปัญหา หรือมาเผชิญหน้ากับผู้ที่มาชุมนุม ซึ่งได้แสดงชัดเจนแล้วว่า เขาจะมีมาตรการที่อาจจะเป็นมาตรการที่รุนแรง เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องดำเนินการประกาศพื้นที่ความมั่นคง ใช้ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย นายสุเทพกล่าว
เมื่อถามว่า สถานการณ์แกว่งในที่นี้หมายถึงอะไร รองนายกฯ กล่าวขยายความว่า บางสายข่าวการประชุมของแกนนำกลุ่มที่จะจัดชุมนุมก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ อย่างไรก็ตามถ้าวันนี้ตนสื่อสารไปถึงได้ก็อยากจะขอร้องเหมือนเดิมว่า เวลาชุมนุมในช่วงนี้ไม่เหมาะสม ขอได้โปรดให้โอกาสกับประชาชนคนไทยได้มีความสุขในช่วงนี้ ถ้าจะมีการชุมนุมก็ขอไปชุมนุมหลังปีใหม่เถอะ ส่วนที่ตนอยากสื่อสารไปนั้นก็ไม่ได้เป็นการประสานกับแกนนำคนไหน แต่ตนแจ้งผ่านสายต่างๆ ที่เขาพูดคุยกันได้ รวมทั้งผ่านสื่อมวลชน รวมทั้งประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ก็ไปพูดจาขอร้องเขาด้วย
เมื่อถามว่าที่เสื้อแดงจะชุมนุมหลังวันที่ 5 ธ.ค.ทางรัฐบาลจะประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็นี่ไงครับที่ทำให้มันแกว่งกันไป คือ ถ้าเขาประกาศที่จะชุมนุมหลังวันที่ 5 ธ.ค.เช่น จะมาชุมนุมวันที่ 6 หรือ 7 ธ.ค.แต่งานเฉลิมพระเกียรติที่รัฐบาลจัดก็ยังจัดไม่เสร็จ เพราะจะเสร็จวันที่ 13 ธ.ค.ก็จะเป็นปัญหา ผมจึงบอกว่ามันแกว่งอยู่ตรงนี้
เมื่อถามว่า ที่ฝ่ายความมั่นคง รอประเมินว่า เสื้อแดงจะชุมนุมในเดือนนี้หรือไม่ จะเป็นการตามเกมของเขามากไปหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องปกติเมื่อมีเหตุการณ์ เราถึงได้กำหนดมาตรการในการแก้ไขเหตุการณ์ ถ้าไม่มีเหตุก็ไม่ต้องมีมาตรการ ส่วนที่คนเสื้อแดงระบุว่า การประกาศ พ.ร.บ.มั่นคง คร่อมกับวันเฉลิมฯเป็นเรื่องไม่เหมาะสมนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ต้องการทะเลาะด้วย แต่อย่างที่บอกถ้าเขาไม่ประกาศชุมนุม ตนก็ไม่ประกาศพื้นที่ความมั่นคงอยู่แล้ว
ที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้ พ.ร.บ.มั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหานั้นเพราะว่าคนเหล่านี้เขาประกาศว่า เขาจะดำเนินการทุกวิถีทาง ตั้งแต่การมาชุมนุมกัน เดินไปตามถนน จนกระทั่งใช้ยุทธวิธีดาวกระจายกันไปตามที่ต่างๆ ซึ่งท่านลองคิดดูสิครับ เรากำลังจัดงานถวายพระเจ้าอยู่หัวกันอยู่ คนก็มาแสดงความจงรักภักดีหลายแสนคน เรื่องรถราก็ลำบากอยู่แล้ว ถ้าเขามาปิดถนนเสริมเข้าไปอีก กทม.ก็ไปกันใหญ่ ก็จะลำบากมาก นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นหนังสือเพื่อสนับสนุนให้ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงมาถึงมือหรือยัง รองนายกฯ กล่าวว่า ใครก็มีความคิดเห็นได้ แต่ว่าการตัดสินใจเป็นของ ครม.บนพื้นฐานของเหตุผลที่ได้ประเมินกันแล้ว

ชทพ.ไม่ร้องปรับ ครม.เชื่อไอ้โม่งกุข่าวฝีมือพรรคร่วม
November 30, 2009
โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา ปฏิเสธข่าวเรียกร้องปรับ ครม.-แลกกระทรวง ยันพอใจเก้าอี้ที่มีอยู่ เชื่อไอ้โม่งปล่อยข่าวเป็นพรรคร่วมด้วยกันเอง ระบุ อยู่ห่างจากพรรคชาติไทยพัฒนา แค่ 10-15 กิโลเมตร ยันนักเลงโบราณ เสธ.สนั่น จับมือ เติ้ง ไม่มีใครเขย่าได้ พร้อมเดินหน้าลุยเลือกตั้ง
วันนี้ (30 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงถึงกรณีที่มีข่าวว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะขอปรับเปลี่ยนหรือแลกโควตากระทรวง ว่า ขอยืนยันว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่เคยส่งสัญญาณ หรือแสดงการกดดันใดๆ ต่อแกนนำของพรรค หรือแกนนำรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการปรับ ครม.ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคชาติไทยพัฒนา จะขอแลกกระทรวงระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา กับกระทรวงอื่นๆ นั้น ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ทั้งในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา หรือตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือตำแหน่ง รมช.คมนาคม ทุกกระทรวงทุกตำแหน่งที่พรรคชาติไทยพัฒนา ได้รับมอบหมายวันนี้เรายังพอใจ ทั้งในส่วนของกระทรวงและผู้บริหารกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เป็นช่วงที่กำลังเข้ารูป เข้ารอยและเป็นช่วงขาขึ้นของกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา
ผมได้คุยกับ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและการกีฬา ยังบอกว่าเป้านักท่องเที่ยวน่าจะถึง 14 ล้านคน เพราะฉะนั้นข่าวเรื่องการแลกเปลี่ยนกระทรวง หรือเปลี่ยนคนในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาไม่มี เพราะได้สอบถามจากผู้ใหญ่ ที่เป็นผู้บริหารพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมดแล้ว ขอยืนยันว่า ไม่มีแนวคิดนี้ทั้งสิ้น ส่วนพรรคอื่นจะปรับก็เป็นเรื่องของพรรคนั้นเราไม่ว่ากัน ในส่วนของเราพอใจในผลงานและคนที่มีอยู่วันนี้ นายวัชระ กล่าว
โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี จะให้ลูกชายซึ่งเป็น ส.ส.มารับตำแหน่งรัฐมนตรีแทนนั้น ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน โดย พล.ต.สนั่น ยังเป็นแม่ทัพคนสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา ในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน และ พล.ต.สนั่น ยังจะดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีต่อไป วันนี้ท่านยังอยู่ต่างประเทศจะเดินทางกลับมาวันที่ 2 ธ.ค.ซึ่ง พล.ต.สนั่น ได้ฝากให้บอกกับประชาชนได้รับทราบ
เมื่อถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่า ข่าวที่เกิดขึ้นมาจากนอกพรรค นายวัชระ กล่าวว่า เวลาเราประชุมพรรคไม่ว่าจะเป็นการประชุม ส.ส.หรือผู้บริหารพรรค ไม่ว่าจะเป็นทางการ หรือไม่เป็นทางการ เราพอใจกับการทำงานของรัฐมนตรีทุกกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ วันนี้เรามีภารกิจเรื่องน้ำ และการร่างกฎหมายคุ้มครองที่ดิน ตรงนี้เราหวังว่าจะเป็นชิ้นมาสเตอร์พีซ ของพรรค และของกระทรวง ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาเราถือว่าผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว ฉะนั้นช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงโกยผลงานของพวกเรา และเรามองว่า ถ้าเปลี่ยนช่วงนี้เราไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเหลือช่วงเวลาบริหารอีกนานเท่าไหร่ และการเปลี่ยนช่วงนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนที่ฉลาด สำหรับพรรคชาติไทยพัฒนาเพราะคงเป็นเรื่องยากมากถ้ารัฐมนตรีใหม่เข้ามาทำงานจะสามารถเร่งสร้างผลงานได้ทัน ถ้าหากจะมีการเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฉะนั้น ข่าวที่ออกมาคิดว่ามาจากพรรคไหนและมีจุดประสงค์อย่างไร นายวัชระ กล่าวว่า คงเป็นการจับแพะชนแกะ จากที่มีการจับโยนในส่วนของพรรคแกนนำที่อาจจะมีสัญญาใจหรือแรงกระเพื่อมว่าทำงานครบ 1 ปี อาจจะมีการพิจารณาตำแหน่งต่าง ๆ และอาจจะจับโยนเรื่องที่ถึงวาระการปรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีก็คือ นายกอปศักดิ์ สภาวะสุ ไปเป็นนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เมื่อถามว่า แสดงว่า คนที่ปล่อยข่าวต้องการได้กระทรวงนั้น นายวัชระ กล่าวว่า ตนไม่อยากจะวิเคราะห์เช่นนั้น แต่ตนคิดว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา พรรคเรามั่นใจว่าเป็นกระทรวงสำคัญสามารถสร้างผลงานและการยอมรับถ้าทำได้สำเร็จ จึงไม่คิดแง่ร้ายว่าใครที่ปล่อยข่าวออกมามีความประสงค์อยากจะได้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และไม่เกี่ยวกับเรื่องของงบประมาณ
เมื่อถามย้ำว่า ข่าวที่ออกมาจากไหน นายวัชระ กล่าวว่า เท่าที่เห็นๆ อยู่ ก็น่าจะไม่ใกล้ ไม่ไกลจากพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ขอไม่ยืนยัน และไม่ไกลเกิน 10-15 กิโลเมตร คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียมากที่สุดในการปรับครม.คงไม่ใช่ฝ่ายค้าน คงเป็นพรรคร่วมที่มีส่วนได้ส่วนเสียและเขย่าได้ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีข่าวปล่อยจากพรรคเพื่อไทย คงเป็นพรรคพวกเรานี่แหล่ะ จะเป็นพรรค 1 2 3 4 ตนไม่ทราบว่าใคร ต้องไปถามคนที่ปล่อยข่าว ตนยืนยันว่า ไม่ได้พูดถึงพรรคไหน แต่ข่าวที่ออกมาได้ยินมา 1-2 เดือนแล้ว ตั้งแต่เรื่อง พล.ต.สนั่น ถอดใจ ซึ่งทางผู้บริหารพรรคได้พูดคุยกับ พล.ต.สนั่น ตลอด และท่านบอกว่า จะอยู่เป็นแม่ทัพของพรรคต่อโดยยืนคู่กับ นายชุมพล และที่ผ่านมา เราไม่เคยถามท่านเพราะเรามั่นใจในตัวท่าน และมั่นใจในสัญญาลูกผู้ชาย เรามองว่า พล.ต.สนั่น และ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนักเลงโบราณคือคำมั่นและคำสัตย์สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อสองคนจับมือเชื่อว่าไม่มีอะไรมาเขย่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ นายบรรหาร จับมือกับ พล.ต.สนั่น จนไม่มีใครมาเขย่าได้ แต่เราไปเขย่าคนอื่นได้ใช่หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า ตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ของพรรคที่อยู่กับเราๆ มั่นใจว่า วันนี้พรรคชาติไทยพัฒนา มองว่า โหมดของการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า เราจะรักษาที่นั่งได้เท่าเดิม และมากกว่าเดิมได้อย่างไร เราไม่ห่วงเรื่องข้างหลัง เพราะหลังเราแน่น

