น่านนิรันดร์ ๑๐๐ ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน
September 30, 2009
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง”วัดภูมินทร์”สุดคลาสสิค
ในสมัยโบราณ(หลังการถือกำเนิดของอักษร) นอกจากคำบอกเล่า ตำนาน การจดบันทึก จารึก คัมภีร์ ตำรา ที่ถือเป็นบันทึกแผ่นดินอันสำคัญแล้ว ผลงานภาพเขียน ภาพวาด ก็ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของการบันทึกแผ่นดินเช่นเดียวกัน
ในเมืองไทยภาพวาด ภาพเขียนที่เป็นบันทึกแผ่นดินสำคัญเห็นจะหนีไม่พ้นงานจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอารามต่างๆ สำหรับที่จังหวัด“น่าน”นั้น ภาพจิตรกรรมฝาผนัง“วัดภูมินทร์”ฝีมือ“หนานบัวผัน” อันโดดเด่นขึ้นชื่อ นอกจากจะเป็นหนึ่งในสุดยอดภาพเขียนของไทยแล้ว ยังเป็นงานบันทึกแผ่นดินชิ้นสำคัญของเมืองน่าน
ผลงานศิลปะร่วมสมัยของ อ.วินับ ปราบริปู ที่แตกยอดทางความคิดมาจากภาพจิตกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์
นั่นจึงทำให้ศิลปินเลือดเนื้อเชื้อไขน่านอย่าง อ.วินัย ปราบริปู ผู้ก่อตั้ง“หอศิลป์ริมน่าน” ได้ศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์อย่างจริงจัง ก่อนจะแตกยอดทางความคิดออกมาเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัย ดังปรากฏเป็นภาพเขียนจำนวนหนึ่งที่จัดแสดงในหอศิลป์ริมน่าน ณ ปัจจุบัน
นอกจากผลงานดังที่กล่าวมาแล้ว งานบันทึกแผ่นดินผ่าน“ภาพถ่าย” ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมาก เพราะภาพถ่ายเป็นการบันทึกความจริงแห่งยุคสมัยผ่านมุมมองทางศิลปะของช่างภาพ ซึ่งล่าสุดทางกลุ่ม “สห+ภาพ” ชุมชนช่างภาพและผู้รักการถ่ายภาพ ได้ร่วมมือกับหลายหน่วยงานในจังหวัดน่าน เปิดบันทึกบทใหม่ของเมืองน่านผ่านผลงานภาพถ่ายในชื่อโครงการ “น่านนิรันดร์: ๑๐๐ ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน” (Eternally NAN: 100 Dream Photos)ขึ้น
“หัวใจศรัทธา”(วัดพระธาตุเขาน้อย) หนึ่งในภาพถ่ายที่จัดแสดงในโครงการน่านนิรันดร์(ผลงาน สว่าง จริยปรัชญากุล)
สำหรับ โครงการนี้ทางกลุ่มสห+ภาพมีแนวคิดว่า ในข้อจำกัดของความเป็นเมืองปิดของน่านนั้น กลับมากไปด้วยต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง เป็นดังอัตลักษณ์แห่งความเป็นน่านที่ไม่มีใครเหมือนไว้
ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มสห+ภาพจึงนำช่างภาพและผู้รักการถ่ายภาพร่วม 60 ชีวิต ออกเดินทางสู่น่านระหว่างวันที่ 23-28 ก.ย.52 เพื่อร่วมถ่ายภาพฝันบันทึกน่านร่วมกันในวันที่ 25-26 ก.ย.52 โดยแบ่งเป็น 8 เส้นทางด้วยกัน คือ เมืองน่าน,เวียงสา,อ.แม่จริม-อช.แม่จริม,เชียงกลาง,สองแคว,อช.ศรีน่าน-อช.ขุนสถาน,อ.ท่าวังผา และ อ.เฉลิมพระเกียรติ
หลังจากนั้นเมื่อแต่ละคนได้ภาพตามที่ต้องการ ก็จะคัดภาพเพื่อมาร่วมจัดแสดงในโครงการน่านนิรันดร์ฯ โดยได้ทางการเปิดการแสดงไปในวันที่ 27 ก.ย. 52 ณ บริเวณข่วงเมือง(ลานหน้าวัดภูมินทร์) ก่อนจะย้ายภาพเหล่านั้นไปจัดแสดงที่”พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน”(ถ.ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง) สถานที่เก็บรักษา”งาช้างดำ”หนึ่งเดียวในเมืองไทย ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือน ต.ค. 52
และนอกจากผลงานภาพน่านในโครงการน่านนิรันดร์ฯแล้ว ทางกลุ่มสห+ภาพ ยังได้จัดแสดงผลงานภาพถ่าย”ตลาด…ยังไม่วาย”(ที่ถือเป็นผลงานเปิดตัว สร้างชื่อให้กับกลุ่ม) ในช่วงเวลาเดียวกัน ณ หอศิลป์ริมน่าน ต.บ่อ อ.เมือง อีกด้วย
สำหรับชาวน่านหรือผู้ที่ขึ้นไปแอ่วน่านในช่วงเวลาดังกล่าว สามารถไปชื่นชมผลงานภาพถ่าย “น่านนิรันดร์: ๑๐๐ ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน” ได้ตามข้อมูลที่กล่าวมาเบื้องต้น ซึ่งก็จะรู้ว่า “ภาพถ่ายหนึ่ง แทนคำพูดนับล้านคำ” ยังคงใช้ได้ดีเสมอ
*****************************************
กลุ่มสห+ภาพ(Foto United) คือชุมชนฅนถ่ายภาพที่เกิดจากความคิดริเริ่มของจิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ นักเขียนและช่างภาพอิสระ เกียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพอิสระ ธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนและช่างภาพอิสระ เพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฏ์ นักธุรกิจและช่างภาพอิสระ ร่วมด้วยช่างภาพชั้นนำอีกหลายท่าน

แพง ปลดแอก คุยข่มอยากเลิก ฟลุค นานแล้ว ดีใจที่ยอมปล่อยสักที
September 30, 2009
แพง สุดแฮปปี้พูดเลิก ฟลุค เต็มปากเต็มคำ เผยทนและอยากเลิกกับอีกฝ่ายนานแล้ว ดีใจที่ฝ่ายชายยอมเลิกซะที หลังห่างทำให้ชีวิตมีความสุขกว่าเก่า อุบเงียบไม่บอกสาเหตุรักร้าว แขวะอีกฝ่ายควรใช้วิจารณญาณก่อนให้ข่าว ปัดทายาทบุญถาวรเป็นมือที่สาม ลั่นยังโสดสนิท วอนอย่าดึงใครเข้ามาเกี่ยว มันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เข้ากันไม่ได้จริงๆ
คบหากันได้ไม่ถึงปี สุดท้ายก็เป็นไปตามที่หลายคนคาดเดาเอาไว้ว่า ความรักของคาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ฟลุค เกริกพล มัสยวานิช กับแฟนสาว แพง ขวัญข้าว เศวตวิมล ไม่มีทางยั่งยืนจีรัง ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะต้องถูกทิ้ง แล้วแยกกันเดินทางใครทางมัน โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้ออกมายอมรับอย่างไม่มีหมกเม็ดไปแล้วว่า ความรักกับอดีตแฟนสาวได้มาถึงทางตัน จากที่เคยหวานเลี่ยนกลายเป็นขมปี๋ได้ 1 สัปดาห์แล้ว ด้าน แพง ขวัญข้าว ก็ปริปากยอมรับแล้วเช่นกัน แถมยังคุยข่มเกทับ สุดทนและอยากเลิกเป็นแฟนมานานแล้ว
เลิกกันเพราะอะไร แพงว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน และแพงไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว เพราะแพงพูดไปเยอะแล้ว ตอนนี้แพงรู้สึกดีและก็สบายใจมาก ยิ่งเราห่างกันมากขึ้น เรามีความสุขมากขึ้น เราได้ถามตัวเองมากขึ้นว่าเราอยากทำอะไร คือแพงอยากเลิกมานานแล้ว ที่พูดเนี่ยไม่ได้อยากจะบอกความไม่ดีของใครนะคะ ก็ยินดีด้วย ดีใจที่เขายอมเลิกกับเรา ก็เลิกๆไปเหอะ เพราะเหมือนกับเราทน และพยายามปรับจูนกันแล้ว แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก
ที่ถามว่าเลิกกัน เพราะทะเลาะกันรุนแรงเรื่องความเจ้าชู้หรือเปล่า มันไม่เกี่ยวเลยค่ะ มันจะทะเลาะกันรุนแรงหรือไม่รุนแรง ทะเลาะกันแบบไหนยังไง แพงมองว่าเราก็ต้องมีวิจารณญาณว่า เราควรพูดหรือไม่ควรพูดอย่างไร และก็อย่าไปพูดถึงปัญหาทะเลาะหรือไม่ทะเลาะเลย เอาเป็นว่ามันเข้ากันไม่ได้ อย่างเรื่องที่ว่าเขาไม่ให้อิสระ ก็อย่าไปพูดเลยค่ะ แพงไม่อยากพูดอะไรแล้ว
เราเข้ากับอีกฝ่ายไม่ได้ตรงไหน แพงว่าอย่าไปพูดถึงเรื่องนี้เลยดีกว่า เพราะถึงเราจะเลิกกันไป เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ รายการที่ทำด้วยกันก็ยังทำอยู่ เรื่องงานเราคุยกันได้เสมอ ไม่มีปัญหา ส่วนจะแค่เว้นวรรคหรือเปล่า คือแพงว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน ที่ทำแบบนี้มันสบายใจกว่า เหงาหรือไม่เหงาไม่รู้ เพราะแพงเป็นคนยังไงก็ได้ อยู่คนเดียวก็ได้ ไม่จำเป็นต้องตัวผูกติดกันตลอดเวลา และแพงคิดว่าอย่าไปมองอะไรเลยคบกันแค่ไหน มองว่าความสบายใจเราอยู่ที่ไหนพอแล้วค่ะ จะจบสวยหรือไม่สวยให้มองที่ความสบายใจดีกว่า
ปัดมีปัญหาเรื่องมือที่สาม พร้อมปฏิเสธข่าวกิ๊กทายาทบุญถาวร บอกไม่อยากดึงใครเข้ามาเกี่ยว
เรื่องคนที่สาม ข่าวกับทายาทบุญถาวรอะไร ไม่มีเลยค่ะ อย่าเอาเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะไม่มีแน่นอน คนเรามันเข้ากันไม่ได้ ก็อย่าดึงใครมาเลย และก็อย่าพยายามยื้อหรือฝืนเลย แพงยืนยันว่าแพงไม่มีคนใหม่แน่นอน เพราะตอนนี้ทำงานทุกวันใครจะคบคะ เวลายังไม่มีเลย ทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด พอโสดแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาจีบเลย แพงก็อยู่แต่กับเพื่อนๆ

แม่ดาริกา ไม่เร่ง แต่แอบมัดมือชก กบ-บรู๊ค ปั๊มลูกปีหน้า
September 30, 2009
แม่ดาริกา ไม่ยุ่ง กบ-บรู๊ค ปั๊มทายาท บอกถ้าพร้อมคงมีเอง แต่เชื่อทั้งคู่อยากมีแล้ว รับเคยแอบแย็บถามจะมีเมื่อไหร่ ส่วนตัวอยากให้มีปีหน้า ไม่ถือเคล็ดเด็กเกิดปีเสือเลี้ยงยาก พร้อมอาสาจะเลี้ยงให้เอง ปัดเป็นต้นเหตุทำให้ กบ ไม่รับงานละคร แย้มทั้งคู่เพิ่งมาปรึกษาชวนทำธุรกิจ ทั้งนางเอกสาวจะแยกตัวไปทำรายการทีวีเพิ่มต่างหาก
แต่งงานร่วมหอลงโรงกันมาตั้งแต่ต้นปี นี่ปาเข้าไปใกล้จะปลายปีแล้ว แต่คู่สามี-ภรรยาชื่อดัง บรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ กับ กบ สุวนันท์ คงยิ่ง ก็ยังไม่มีวี่แววจะได้เบบี๋มาเป็นโซ่ทองคล้องใจสักที ทำเอาแฟนๆต่างพากันลุ้นจนตัวโก่ง ไม่เว้นกระทั่งคุณแม่ ดาริกา ปุณณกันต์ เอง ที่แม้จะไม่ยอมรับตรงๆว่า อยากอุ้มหลานซึ่งเป็นทายาทของทั้งคู่ แต่ยอมรับแอบมีกระซิบถามว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ถ้าเป็นไปได้ตนอยากให้มีในปีหน้าเลย
ก็แล้วแต่เขา ทุกคนที่แต่งงานไปแม่ไม่เคยเร่ง เขาก็มีของเขาออกมาเอง ถ้าเขามีมาเราก็คงดูให้ ช่วยเลี้ยงให้ เลี้ยงหลานไม่เหนื่อยหรอกเพราะเขาน่ารัก ทำให้เราชื่นใจมากกว่า จะเป็นหลานผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ตอนนี้ก็มีทั้งผู้หญิงผู้ชายแล้ว แต่เด็กผู้หญิงอาจจะน่ารัก เพราะขี้ประจบ แต่ไม่รู้ว่าสองคนนั้นอยากจะได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็คงต้องแล้วแต่เขา เราจะไปเลือกได้ยังไงถ้าเขาจะมาเกิด โดยเฉพาะครอบครัวนี้เขายังไม่เคยมีเลย ถ้าเขาจะได้แบบไหนเขาก็คงปลื้มทั้งคู่
ใจแม่อยากให้เขามีสักปีหน้า ปีหน้าเป็นปีเสือ ตัวแม่เองไม่ได้ถือเคล็ดว่า เด็กที่เกิดปีเสือจะเลี้ยงยากอะไรนะ แม่ว่าเกิดปีเสือก็ไม่เห็นเป็นไร ลูกสาวแม่ก็ปีเสือ เขาก็ประสบความสำเร็จเรียนจบปริญญาโท แต่งงานได้ดีมีลูกน่ารัก ก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ตัวแม่เองก็มีถามเขาเหมือนกันว่าจะมีเมื่อไหร่ แม่ว่าเขาเองก็คงอยากจะมี เพราะกบเองก็30กว่าๆแล้ว บรู๊คก็ใกล้ 40 ก็คิดว่าเขาคงอยากจะมีแล้ว และเขาเองก็เป็นคนรักเด็กทั้งคู่
เรื่องซื้อยาบำรุงหรือบอกเคล็ดลับอะไร แม่ว่ากบคงไม่ต้องบำรุงแล้วมั้ง เห็นเขาบ่นว่าเขาอ้วนอยู่ตอนนี้ (หัวเราะ) เรื่องตรงนี้แม่คงไม่เข้าไปยุ่งมากมาย เพราะมันเป็นเรื่องของเขา อีกอย่างเขาเองก็โตๆกันแล้ว เดี๋ยวเขาอยากจะมี เขาพร้อม คือถ้าเด็กเขาพร้อมที่จะมาเกิด เขาก็มา เราอย่าไปวุ่นวายดีกว่า
เผยลูกสะใภ้มาปรึกษาเตรียมทำธุรกิจ แต่ยังไม่ลงตัวจะทำอะไร
เรื่องธุรกิจก็กำลังคิดปรึกษากันอยู่หลายๆทาง ว่าเราจะลงตัวกันที่ตรงไหน เห็นเขาดูๆกันคงเป็นพวกร้านอาหาร ทำคอฟฟี่ช็อปเล็กๆ เขาก็มาคุยให้ฟัง แต่บรู๊คเองก็ทำอยู่แล้ว เขาอาจจะขยายสาขาหรือจะอะไรก็ยังไม่รู้ เขาก็คงจะช่วยกันทำ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรบ้าง เขาก็บอกว่าถ้าเผื่อแม่จะเปิดอะไรพวกนี้ เดี๋ยวเขาจะมาช่วยทำด้วย จะมาเปิดในส่วนของเราหรือว่าอะไร เขาก็กำลังคิดกันอยู่ ตัวแม่เองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ
ถ้าลูกอยากจะทำด้วย อยากจะมาเปิดร้านด้วย เราก็คงให้เขาทำในที่ของเรา ตอนนี้แม่ได้ที่แล้วอยู่ในโรงเรียนเก่าของเรา เพราะเราเป็นเจ้าของที่อยู่ แม่เลือกทำพื้นที่ในโรงเรียน อาจจะทำเป็นศูนย์การค้าเล็กๆ อาจจะให้ลูกๆมาช่วยกันทำ แต่ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจกันยังไง ก็เพิ่งจะเริ่มคิดกัน
อีกอย่างเห็นกบจะทำรายการทีวี อันนี้เขาจะทำส่วนตัวกับบรู๊คด้วยกันมั้ง เพราะอีกหน่อยเรื่องของการแสดง เขาเองก็อายุเยอะขึ้นทุกปีๆ เขาอาจจะต้องหายึดอาชีพอะไรสักอย่าง ที่จะให้กบมาช่วยดูแล แม่เองก็ยังไม่ได้ถามรายละเอียด ก็คงแล้วแต่เขา เขาเองก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ 100 เปอร์เซ็นต์ เขาก็กำลังคิดๆอยู่ว่าจะเอายังไงดี
ปัดที่ลูกสะใภ้ไม่รับเล่นละคร เพราะเกรงใจตน เผยนางเอกสาวอาจอยู่ในช่วงปรับตัว เนื่องจากเพิ่งแต่งงานใช้ชีวิตคู่
แม่ไม่เกี่ยวเลย ทำไมต้องมาเกรงใจแม่ เขาคงเว้นช่วงมั้งเพราะเขาเองก็เพิ่งจะแต่งงานใหม่ๆ เขาคงต้องการใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันมากกว่า แม่ไม่เคยไปห้ามเขา เขาสามารถเล่นละครได้ถ้าเขาอยากจะเล่น มันก็เป็นอาชีพที่สุจริต แล้วเขาก็เป็นคนของประชาชน ถ้าเผื่อเขาอยู่ในวงการมันก็ดี แล้วมันก็เป็นอาชีพที่เขายึดมาตั้งแต่สาวๆ ซึ่งเขาเองก็ยังสามารถทำต่อไปได้ ส่วนงานอื่นที่เขาจะเปิดก็ถือเป็นไซด์ไลน์ไป ก็คงต้องแล้วแต่เขา
ปลื้มได้สองสะใภ้ กบ และ นุส นุสบา ช่วยงานของสามี เป็นพรีเซนเตอร์โครงการงานกุศล ช่วยเหลือโรงพยาบาลที่จ.ปัตตานี
เขาทั้งคู่มาช่วยงานคุณพ่อก็ดีค่ะ คนเราในเมื่อเข้ามาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน มันก็ต้องช่วยเหลือกัน มันก็ต้องรักกัน เพราะยังไงพี่น้องก็ตัดกันไม่ขาด ฉะนั้นคนที่เข้ามาในครอบครัวเรา สิ่งที่เราต้องการคือ ต้องการให้พี่น้องรักกัน แม้กระทั่งมาเป็นสะใภ้หรือเขย ยังไงเขาก็ต้องเข้ามาในครอบครัวเรา เราก็เห็นเขาเป็นลูกเราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจุดประสงค์ของเราคือให้รักกัน แล้วถ้าเกิดเขารักกันจริง แล้วสามารถประคับประคองกันได้เหมือนอย่างที่เห็นกันอยู่ตอนนี้ เราก็ดีใจ เขาเองก็จะต้องอยู่กันไปอีกนาน เราเองวันนึงก็ต้องจากไป เราก็จะได้สบายใจ

“โตโยตา” ถอดใจส่อถอนแข่ง F1 ซีซันหน้า
September 30, 2009
อนาคตของโตโยตากับเอฟวันยังไม่ชัดเจน
บริษัท โตโยตา มอเตอร์ ผู้สนับสนุนทีมโตโยตาแห่งศึกรถสูตรหนึ่ง ส่อแววตามรอย ฮอนดา ค่ายรถคู่แข่ง ด้วยการถอนตัวจากศึกเอฟวันหลังจบฤดูกาลนี้ จากการเปิดเผยของทาดาชิ ยามาชินา ประธานใหญ่ทีมแข่งดังแห่งประเทศญี่ปุ่น
ทีมโตโยตาที่โลดแล่นในฟอร์มูลา วัน เป็นฤดูกาลที่ 8 ติดต่อกัน อาจต้องยุบทีมจากวงการทางเรียบชิงแชมป์โลก หลังมีรายงานว่าทีมตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทั้งยาร์โน ทรูลีย์ และติโม กล็อก 2 นักขับประจำทีมหลังจบฤดูกาลนี้
ขณะเดียวกัน ทาดาชิ ยามาชินา ประธานใหญ่ ออกมายอมรับผ่านสื่อแดนปลาดิบว่า “อนาคตในการเตรียมทีมของเรายังไม่ชัดเจน ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเงินของเรา หากเอฟวันไม่ต้องใช้เงินมหาศาลอย่างที่ผ่านๆมา เราก็พร้อมที่จะอยู่ในวงการนี้ต่อไป”
โดยในช่วงที่ผ่านมา โตโยตา เป็นทีมที่ใช้เงินลงทุนมากที่สุดในบรรดาทีมแข่งเอฟวัน ถึง 400 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 13,200 ล้านบาท) ต่อปี ทว่ายังไม่สามารถคว้าแชมป์กรังด์ปรีซ์ได้แม้แต่สนามเดียว ขณะที่ในปีนี้ เก็บไป 46.5 คะแนน รั้งอันดับ 5 ในตารางแชมเปียนชิป

สุดเศร้า! “ชลบุรี” พ่ายเหงียน 0-2 ร่วงเอเอฟซีคัพ
September 30, 2009
ชลบุรี เอฟซี สโมสรดังจากไทยพรีเมียร์ลีก พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่อาจฝ่าด่าน บินห์ เยือง ทีมดังของเวียดนาม โดยบุกมาปราชัย 0-2 9 ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี คัพ 2009 อย่างน่าเสียดายด้วยสกอร์รวม 2-4
ฟุตบอลเอเอฟซี คัพ 2009 วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552
บินห์ เยือง (เวียดนาม) 2 0 ชลบุรี เอฟซี (ไทย)
ณ สนามโก เตา สเตเดียม (บินห์ เยือง สเตเดียม) บินห์ เยือง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ชลบุรี เอฟซี โดยนัดแรกเสมอกัน 2-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เกมนี้เจ้าถิ่นวาง ฟิลานี ศูนย์หน้าตัวอันตรายชาวแอฟริกาใต้ลงล่าตาข่ายกับ เหงียน อัน ดุก ส่วน ฉลามชล เข็น สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นายทวารมือหนึ่งลงเฝ้าเสาโดยฉีดยาชาระงับอาการบาดเจ็บต้นขาซ้าย รวมถึง โคเน โมฮาเหม็ด ดาวเตะไอวอรีโคสต์ที่พันข้อเท้าขวาลงยืนกองหน้าร่วมกับ พิภพ อ่อนโม้ โดยมี ไมเคิล เบิร์น กับ อาทิตย์ สุนทรพิธ เดินเกมริมเส้นขวา-ซ้าย
โดยก่อนเริ่มราว 1 ชั่วโมงมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก ทำให้พื้นสนามเฉอะแฉะแต่ยังสามารถแข่งขันได้ เปิดฉากมาได้เพียง 50 วินาที ทีมจากเมืองน้ำเค็มมีลุ้นหนแรกทันที เมื่อ อาทิตย์ สุนทรพิธ วางฟรีคิกจากกราบขวา เกียรติประวุฒิ สายแวว โฉบเข้ามาโขกที่เสาแรกข้ามคานออกไป ซึ่งหลังจากเล่นไปสักพักทั้งสองทีมเริ่มมีปัญหาในการต่อบอลบนพื้นจนไม่สามารถเล่นเกมที่ถนัดของตัวเองได้
นาทีที่ 12 พิภพ พยายามสปีดแข่งกับกองหลัง บินห์ เยือง เข้าไปรับบอลยาวจากกลางสนาม แต่ ตรัน มินห์ ควาง นายด่านเจ้าบ้านออกมาสไลด์จก่อนตามกวาดจังหวะสองตัดหน้า โคเน ทันเวลา จากนั้น เหงียน หวู่ ฟง แหวกแนวรับชลบุรีเข้าไปกดในเขตโทษฝั่งซ้ายแต่ไม่เข้ากรอบ ก่อนที่นาทีที่ 14 อาทิตย์ จะมีโอกาสกึ่งยิงกึ่งผ่านทางริมกรอบโทษด้านซ้าย ลูกพุ่งเข้าหาประตูทำท่าจะเสียบใต้คาน ทว่า ตรัน มินห์ ควาง ยังไม่เผลอปัดข้ามคานออกไป
ผ่านมายังนาทีที่ 24 สโมสรเมืองเหงียนกดดันฉลามชลจากลูกยิงไกลของ ฟุง คอง มินห์ แต่ สินทวีชัย ไม่พลาดพุ่งปัดสุดปลายมือเอาไว้ได้ก่อนตามมาตะครุบอีกที 10 นาทีให้หลัง สินทวีชัย ออกมาชกลูกบอมบ์จากฟรีคิกไม่พ้นอันตราย แต่ เหงียน หวู่ ฟง ก็เปิดยัดกลับไปไม่ดีติด เกียรติประวุฒิ ซึ่งเคลียร์พ้นออกไปได้ นาทีที่ 37 อาทิตย์ เปิดลูกเตะมุมทางขวาโค้งเลยมาถึง พิภพ ที่เสาสอง ทว่าหัวหอกร่างเล็กดันลื่นน้ำทำให้ยิงไม่ถนัด ลูกออกข้างเสาไป
ให้หลัง 2 นาที ทีมตัวแทนจากไทยหวิดโดนเจาะตาข่าย เมื่อ เหงียน หวู่ ฟง กระชากหนี สุรีย์ สุขะ ถึงเส้นหลังฝั่งขวาก่อนเปิดเข้ากลาง แต่ เหงียน อันห์ ดุก สอดเข้ามาโขกไม่โดน ลูกพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลัง นาทีที่ 41 เหงียน หวู่ ฟง ที่วูบวาบทางซ้ายเลี้ยงตัดเข้ามากดเรียด แต่ สินทวีชัย ดักรอรับลูกเข้าซองสบาย ถึงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกกองหลัง บินห์ เยือง สกัดบอลมาเข้าทาง เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ ที่วิ่งเข้ามายิงยัดโดยไม่ต้องแต่ง แต่ ตรัน มินห์ ควาง โชว์ซูเปอร์เซฟโดดปัดข้ามคานได้อย่างเหลือเชื่อ จบ 45 นาทีแรกยังเสมออยู่ 0-0
กลับมาเล่นครึ่งหลังได้ไม่ถึง 2 นาที ไมเคิล เบิร์น แข้งชาวเวลส์เปิดบอล 50-50 จากด้านขวาพุ่งเข้าหากรอบแต่ไปตรงตัว ตรัน มินห์ ควาง จากนั้นเป็นโอกาสของเจ้าบ้านโดย เหงียน หวู่ ฟง สองครั้งซ้อนในนาทีที่ 48 เริ่มจากลูกยิงไกลที่ สินทวีชัย ล้มตัวรับเข้ามือ ต่อด้วยจังหวะซัดเรียดระยะ 25 หลา ลูกถากเสาสองแบบใจหายใจคว่ำ 4 นาทีต่อมา เอดูอาร์โด โมลินา ดาวเตะอาร์เจนไตน์ของ บินห์ เยือง ฮาล์ฟวอลเลย์ส่งบอลผ่านหน้าประตูไปอย่างน่าหวาดเสียว
ชลบุรี มีจังหวะส่งลูกหนังตุงตาข่ายในนาทีที่ 54 เมื่อ พิภพ ไหลทะลุช่องให้ โคเน หลุดเดี่ยวเข้าไปชิปข้ามหัว ตรัน มินห์ ควาง อย่างเหนือชั้น ทว่าไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ซึ่งดาวเตะผิวสีรับใบเหลืองด้วย เนื่องจากผู้ตัดสินชาวออสเตรเลีย กรีน ปีเตอร์ ดาเนียล มองว่าเจตนาเล่นหลังเป่านกหวีดแล้ว กระทั่ง 4 นาทีให้หลัง บินห์ เยือง ช็อกแฟนบอลเกือบ 100 ชีวิตที่ตามมาให้กำลังใจโดย โมลินา เปิดบอลจากกราบซ้ายให้ ฟิลานี วิ่งตัดหน้ากองหลังฉลามก่อนกระโดดแปเสียบมุมไกลเป็น 1-0 ท่ามกลางความดีใจของกองเชียร์เจ้าถิ่นร่วม 20,000 คน
เดอะ ชาร์ค เกือบตีเสมอคืนอย่างทันควันในนาทีที่ 62 เมื่อ โคเน โขกกดลงพื้นทำท่าจะเสียบเสาแรก แต่ถูก ตรัน มินห์ ควาง ปัดทิ้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ คนึง บุราณสุข จะถูกส่งลงมาเป็นไพ่ใบแรกแทน เบิร์น ทว่าเจ้าถิ่นยังหาโอกาสเล่นงานเป็นระยะและหวิดบวกเพิ่มอีกในนาทีที่ 69 โดย เหงียน หวู่ ฟง ทำชิ่งกับ ฟิลานี ก่อนซัดเน้นทิศทาง แต่ สินทวีชัย งัดฟอร์มมหาอุตม์พุ่งปัดบอลผ่านโคนเสาได้อย่างยอดเยี่ยม ให้หลัง 4 นาที บินห์ เยือง ใช้สูตรเดิมแต่เปลี่ยนมาเจาะทางซ้ายบ้าง ทว่า สินทวีชัย ก็ยังเซฟลูกยิงของ หวู่ ฟง ได้อย่างเหนียวหนึบ
โอกาสของฉลามมาอีกครั้งในนาทีที่ 77 เมื่อ อาทิตย์ ตักฟรีคิกให้ คนึง โถมโหม่งสุดตัวในเขตโทษแต่ไม่ค่อยถนัด ลูกจึงไม่เข้าหากรอบ ตามด้วย เกรียงไกร ตะบันสวนนอกเขตโทษติดบล็อก โอซิตา เอ็กโบ ถึงนาทีที่ 87 ทีมเหงียนมาหนีห่างเป็น 2-0 จากการยิงฟรีคิกมุมเขตโทษด้านขวาของ โมลินา เบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาดชนิดที่ สินทวีชัย บินสุดตัวก็ไม่ถึง
ทัพนักเตะชลบุรีเข้าตาจนก่อนโหมบุกหนักในช่วงท้าย นาทีที่ 90 อาทิตย์ ปั่นฟรีคิกระยะทำการประมาณ 23 หลาบอลโค้งข้ามกำแพงทำท่าจะเสียบเสาแรก แต่ ตรัน มินห์ ควาง ก็ยังเหินกายปัดออกหลังได้อีก จากนั้น อาทิตย์ หยอดให้ เจษฎากรณ์ เหมแดง ตัวสำรองที่ลงมาแทน เกียรติประวุฒิ โหม่งไม่เข้ากรอบ ก่อนที่ อาทิตย์ จะถูกจดชื่อหลังจากถูก เชา ฟง หัว ตัวสำรองเจ้าถิ่นฉกลูกไปแล้วตามมาหวดหน้าแข้ง ครบ 90 นาที บินห์ เยือง เป็นฝ่ายชนะ 2-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ส่วน ชลบุรี เอฟซี จอดป้ายเพียงเท่านี้ก่อนกลับไปลุ้นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกต่อ
รายชื่อ 11 คนแรกของ ชลบุรี เอฟซี
ผู้รักษาประตู สินทวีชัย หทัยรัตนกุล แบ็กขวา สุรีย์ สุขะ คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ชลทิตย์ จันทคาม กับ เกียรติประวุฒิ สายแวว แบ็กซ้าย ณัฐพงษ์ สมณะ ปีกขวา ไมเคิล เบิร์น มิดฟิลด์คู่กลาง อดุลย์ หละโสะ กับ เกรียงไกร พิมพ์รัตน์ ปีกซ้าย อาทิตย์ สุนทรพิธ คู่ศูนย์หน้า โคเน โมฮาเหม็ด และ พิภพ อ่อนโม้ (กัปตันทีม)

โอสถฯ ยิงโทษดับ กระต่าย ลิ่วตัดเชือก เอฟเอคัพ
September 30, 2009
ทีมโอสถสภา ฟอร์มแรงจริงๆในบอลถ้วย
โอสถสภา เอ็ม 150 ก้าวเท้าเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกลูกหนัง มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 หลังบุกชนะด้วยการจุดดวลโทษ “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ถึงถิ่น6-3 หลังเสมอกันในเวลา2-2 ท่ามกลางฝนที่เทลงมาอย่างหนัก ขณะที่ มังกรไฟ บีอีซี เทโรศาสน ฉลุยเข้ารอบชนิดสบายเกือกหลังเปิดบ้านอัด “แข้งเทพ” แบ็งคอก ยูไนเต็ด 2-0 ส่วนอีก 2 ทีมดังตัวแทนจากไทยพรีเมียร์ ลีก อย่าง ‘ท่าเรือ’ และ ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร ก็ต่างตบเท้าเข้ารอบรองด้วยเช่นกัน
ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี ทีมอันดับ 3 จากศึกไทยลีก ลงเล่นในบ้านที่สนาม เฉลิมพระเกียรติ คลอง 6 รับการมาเยือนของ พลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม 150 ทีมอันดับ 5
”ข้งเบ้งลูกหนัง” นำพลพรรค พลังเอ็ม โอสถสภา เอ็ม 150ที่กำลังคึกจากการเอาชนะชลบุรี เอฟซี มาในรอบที่แล้ว 2-0 เกมนี้ คัพฟ้า บุญมาตุ่น ลงทำหน้าที่ปั้นเกมให้ อีแวนส์ เมนซาห์ ลุ้นกระซวกตาข่ายเช่นเคย ส่วนเจ้าบ้าน ‘บีจี’ ส่งดาราของทีม อนาวิน จูจีน ลงประสานงานกับ อาจายี ซามูเอล โดยให้โคเน คัซซิม เป็นกองกลางตัวรับ
ครึ่งเวลาแรกเจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 จากการทำประตูของ นันทวัฒน์ แทนโสภา แต่พอลงมาลุยครึ่งหลังได้เพียง10 นาที โอสถสภา ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จากการยิงของ สุรเดช ธงชัย จากนั้น “บีจี” พยายามโหมเพื่อทวงประตูขึ้นนำท่ามกลางฝนที่เทลงมาอย่างหนัก และก็ทำสำเร็จขยับขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จากการยิงระยะเผาขนของหอกตัวเก่ง อาจายี ซามูเอลในนาทีที่ 85 แต่แล้วกองเชียร์ทีมเยือนก็ได้เฮกันดังลั่นสนาม เมื่อทีมรักตามตีเสมอได้อีกเป็นคำรบสอง ก่อนหมดเวลาไม่กี่นาที จากการยิงอันสุดสวยของ คัพฟ้า หมดเวลาการแข่งขัน สกอร์เสมอกัน 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที แต่ไม่มีทีมใดสามารถทำกสอร์เพิ่มได้ เกมจึงลงเอยด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งปรากฏว่า ฝ่าย โอสถสภา ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะทีม”กระต่ายแก้ว” ไปด้วยสกอร์ 6-3
สรุปผลฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 รอบ 8 ทีมสุดท้าย
บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-2 – (3-6) โอสถสภา เอ็ม150 เฉลิมพระเกียรติ คลอง 6
ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร 3 – 0 สุราษฎร์ธานี สพล.สมุทรสาคร
การท่าเรือไทย เอฟซี 3 – 1 นครราชสีมา การท่าเรือ คลองเตย
บีอีซี เทโรศาสน 2 – 0 แบ็งคอก ยูไนเต็ด บีอีซี เทโรศาสน
สำหรับการจับสลากประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศ จะมีขึ้นที่ห้องประชุม ชั้น 1 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ เวลา 14.00 น

ไม่เข็ด!โฆษณา PS3 โซนี่ชิลีโยงจอมพลรอมเมล-โจน ออฟ อาร์ค
September 30, 2009
ดูเหมือนว่าทีมฝ่ายออกแบบโฆษณาของบริษัทโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนต์จะชื่นชอบการถกเถียงกันระหว่างผู้คนที่ได้ดูภาพนิ่งโฆษณาผลิตภัณฑ์เกมเป็นพิเศษ เพราะในอดีตก็เคยมีบทเรียนมาแล้วมากมาย ล่าสุด 2 ภาพโฆษณาเครื่องเกมเพลย์สเตชัน3(PS3)ในประเทศชิลีก็เล่นเอา 2บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มาให้เกิดเรื่องล่อแหลมกันอีกรอบ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีใครออกมาโวยวายก็ตามที
ภาพโฆษณาทั้ง 2 ตัวผลิตโดย BBDO (Batten, Barton, Durstine & Osborn)บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดัง เจตนาของภาพน่าจะสื่อถึงการถ่ายโอนลักษณะของคนดังในอดีตมาสู่เกมเมอร์คนรุ่นใหม่ ทั้งสองภาพต่างกันที่ยุคสมัยบนองค์ประกอบภาพที่เหมือนกัน ภาพแรกดูเหมือนจะให้ผู้หญิงบนเตียงทางซ้ายเป็น โจน ออฟ อาร์ควีรสตรีของฝรั่งเศสและเป็นนักบุญในนิกายโรมันคาทอลิก ผู้นำกองทัพฝรั่งเศสที่ได้รับชัยชนะเหนือฝ่ายอังกฤษ ที่ถูกนำหัวใจมาเปลี่ยนให้กับชายคนรุ่นใหม่ที่อยู่บนเตียงขวามือ
ภาพถัดมาชายบนเตียงซ้ายในชุดทหารนาซี ดูคล้ายจะเป็นจอมพลเออร์วิน โยฮานเนส อูเก้น รอมเมล หรือจิ้งจอกทะเลทราย นายทหารชื่อดังแห่งกองทัพนาซีเยอรมนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กำลังถ่ายเลือดให้กับชายบนเตียงขวา
ก่อนหน้านี้ โซนี่ฝ่ายเกมมีโฆษณาล่อแหลมและถูกวิพากษ์วิจารณ์มาหลายตัว ยกตัวอย่างโฆษณาชนวนสร้างปัญหาเด่นๆก็มีมาตั้งแต่ปี 2005 ด้วยโฆษณาฉลองครบรอบ 10 ปีเพลย์สเตชันในประเทศอิตาลี ตัวโฆษณาเป็นรูปของผู้ชายฉีกยิ้มเล็กน้อยสวมมาลัยสวมศีรษะที่เป็นหนาม โดยหนามดังกล่าวถูกดัดเป็นตัว X , O , สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ 4 ปุ่มหลักของเครื่องเพลย์สเตชัน และยังมีวลีสั้นๆติดอยู่ที่ด้านล่างของภาพด้วยเป็นภาษาอิตาลีว่า “Dieci anni di passione” หรือแปลออกมาได้เป็น “สิบปีแห่งความหลงใหล” ดูรวมๆแล้วการโฆษณาดังกล่าวไปคล้ายคลึงกับพระเยซูในภาพยนตร์แนวศาสนาเรื่อง “The Passion of the Christ” ที่กำกับการแสดงโดย เมล กิ๊บสัน
แคมเปญโฆษณาดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีผลกระทบต่อผู้นับถือศาสนาคริสต์ทั่วโลก สุดท้ายทางโซนี่ก็ตัดสินใจขอโทษเกี่ยวกับโฆษณาดังกล่าวและถอนโฆษณาชิ้นดังกล่าวออกจากสื่อทั้งหมด
จากนั้นในปี 2006 โซนี่ทำป้ายโฆษณาเครื่องเล่นเกมพกพา PSP เครื่องสีขาวในกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ สื่อให้มองถึงการ เหยียดผิว ผ่าน 2 นางแบบ ดำ-ขาวกำลังต่อสู้กัน โดยนางแบบโฆษณาฝั่งขาวเอามือจับคางสาวผิวสี และข้อความเขียนกำกับไว้ที่ด้านซ้ายว่า Playstation Portable White is coming
นอกจากนี้ ในปี 2007 โซนี่จัดงานยังเปิดตัวเกม “ก็อด ออฟ วอร์ 2″(God Of War2)ในยุโรป โดยเลือกเปิดตัวในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ด้วยการใช้รูปแบบประเพณีบูชายัญแบบกรีกโบราณ นำเอาแพะมาตัดหัว แถมยังนำมาเผยแพร่ผ่านเพลย์สเตชัน แมกกาซีนอีกด้วย ประเด็นนี้ถูกมองว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ จนโซนี่ต้องเรียกคืนนิตยสารที่ตีพิมพ์ออกไป 8 หมื่นฉบับ
ข้อมูลและภาพประกอบจาก…
www.engadget.com
copyranter.blogspot.com

สลดโบสถ์ถล่มในเนปาล คริสเตียนตาย 23 คน
September 30, 2009
เอเอฟพี – โบสถ์ในเมืองทางตะวันออกของเนปาลถล่มลงมาระหว่างที่ชาวคริสต์ราว 1,500 คนกำลังจัดประชุมประจำปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คนบาดเจ็บประมาณ 60 คน
อาคาร 3 ชั้นที่ใช้เป็นโบสถ์ในเมืองดาราน ห่างจากกรุงกาฐมานฑุประมาณ 320 กิโลเมตร ถล่มลงเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังจากฝนตกหนัก ขณะที่ผู้มาประชุมกำลังเตรียมตัวเข้านอน
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ผนังอาคารที่ทำด้วยไม้ไผ่นั้นต้านทานน้ำหนักของคนจำนวนมากขนาดนั้นไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิงที่อยู่ชั้นล่างสุด ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกราว 60 คน และผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนเป็นชาวอินเดียด้วย
อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในเนปาล เพราะขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ เนปาลมีประชากรราว 27 ล้าน คน เป็นคริสต์เตียนประมาณ 500,000 คนและมีโบสถ์เกือบ 3,000แห่งในประเทศแห่งนี้

คาดมีผู้ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยในฟิลิปปินส์มากกว่า 2 ล้านคน
September 30, 2009
ผู้ประสบภัยชาวฟิลิปปินส์ขณะรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล
เอเอฟพี – จำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษของฟิลิปปินส์พุ่งทะลุ 2 ล้านรายแล้ว รัฐบาลแถลงวันนี้ (30)
ผู้ประสบภัยจำนวน 389,616 คน เบียดเสียดยัดเยียดอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 561 แห่งรอบๆ กรุงมะนิลา และอีก 346,581 ราย กำลังพักอาศัยอยู่กับญาติๆ และเพื่อฝูง สภาประสานงานภัยพิบัติแห่งชาติเผย
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ยังอยู่ที่ 246 ราย สภาประสานงานภัยพิบัติแห่งชาติแถลงข้อมูลล่าสุด แม้เจ้าหน้าที่หลายคนเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีรายงานผู้สูญหายอีก 42 ราย
สภาประสานงานภัยพิบัติแห่งชาติประเมินด้วยว่า น่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้มากถึง 2.25 ล้านราย
ทั้งนี้ พายุ กิสนา ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันกว่า 9 ชั่วโมงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ที่กรุงมะนิลาและส่วนอื่นๆ ของเกาะลูซอน ทำให้พื้นที่ร้อยละ 80 ของกรุงมะนิลา ซึ่งมีประชากรราว 12 ล้านคน มีน้ำท่วมขัง ในขณะที่ระบบการระบายน้ำย่ำแย่และขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับที่ดีพอทำให้ปัญหายิ่งชุลมุนหนักขึ้น มีการตัดไฟและโทรศัพท์ในหลายพื้นที่

รีสอร์ตซามัวเสียหายยับ ยอดตายสึนามิเพิ่มเป็นอย่างต่ำ 53 ราย
September 30, 2009
เอเอฟพี – แหล่งที่พักตากอากาศยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในซามัวได้รับ ความเสียหายอย่างหนัก หลังคลื่นสึนามิซัดถล่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกรายนี้ รองนายกรัฐมนตรีซามัวกล่าว ส่วนยอดผูู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าวเพิ่มเป็นอย่างน้อย 53 รายแล้ว และคาดว่าตัวเลขน่าจะพุ่งสูงขึ้น
มิซา เทเลโฟนี แถลงว่า รีสอร์ทหรูหราหลายแห่งนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของหมู่เกาะอูโปลู ทางตอนใต้ของซามัว ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากคลื่นยักษ์สึนามิ
เราได้รับรายงานว่า รีสอร์ตส่วนใหญ่เสียหายอย่างหนัก รองนายกฯ ซามัวบอก
รองนายกฯ ซามัวให้สัมภาษณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่หลายคนยืนยันว่า มีชาวเกาหลีใต้ 2 ราย และออสเตรเลีย 1 คน เสียชีวิตเพราะคลื่นสึนามิ ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.0 ริกเตอร์เมื่อวันอังคาร (29) ตามเวลาท้องถิ่น
ด้าน บิลล์ อิงลิช รักษาการนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เผยว่า เชื่อได้ว่ามีชาวนิวซีแลนด์รายหนึ่งเสียชีวิต แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานยืนยัน
ส่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 53 รายแล้ว โดยมีผู้เสียชีวิต 22 รายในอเมริกันซามัว ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ และอีก 31 รายในรัฐเอกราชซามัว

มิสสุดเอ็กซ์สิงคโปร์ยอมถูกปลด ฐานจิ๊กบัตรเครดิตโกงเสื้อใน
September 30, 2009
โลว์ เจ้าของความสูง 172 เซ็นติเมตร
เอเจนซี/ชาแนลนิวส์เอเชีย – มิสสิงคโปร์ยอมสลัดมงกุฎแล้ว หลังจากเกิดเรื่องฉาวโฉ่ออกมา ว่า เธอเคยขโมยบัตรเครดิตไปช็อปกระจาย ทั้งชุดชั้นใน เครืองประดับ และโทรศัพท์ มูลค่าเกือบ 2 แสนบาท
ริส โลว์ เผชิญแรงกดดันบีบให้เธอลาออกจากตำแหน่งมิสสิงคโปร์เวิลด์ 2009 หลังจากสื่อท้องถิ่นรายงานงานว่า เธอขโมยบัตรเครดิต 7 ใบ ระหว่างที่ทำงานที่คลินิกแห่งหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว โดยได้นำไปซื้อจ่ายข้าวของมูลค่าทั้งสิ้น 8,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 191,000 บาท) รวมถึงชุดชั้นใน กำไลเท้า และโทรศัพท์
อีอาร์เอ็มเวิลด์มาร์เก็ตติ้ง ผู้จัดการประกวด เผยว่า โลว์ ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวานนี้ (29) ด้วยความสมัครใจ ทำให้เธอจะไม่ได้เป็นตัวแทนของสิงคโปร์ไปประกวดมิสเวิลด์รอบสุดท้ายกับสาวงามทั่วโลก ที่แอฟริกาใต้ ในเดือนธันวาคมนี้ แต่ทางกองประกวดยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใครไปทำหน้าที่นี้แทน
ด้าน โลว์ นักศึกษาวัย 19 ปี ออกมายอมรับว่า เธอขโมยบัตรเครดิตเหล่านั้นจริง แต่เพราะเป็นผลมาจากที่เธอมีอาการของโรคอารมณ์สองขั้ว ( Bipolar disorder) ยิ่งทำให้เสียงเรียกร้องให้เธอลาออกดังมากยิ่งขึ้น เพราะถูกมองว่าไม่เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของสิงคโปร์ในเวทีโลก
นอกจากนั้น ก่อนที่จะเปิดเผยว่าป่วยด้วยโรคทางจิต เธอยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องไม่สันทัดภาษาอังกฤษด้วย ในวิดีโอโพสต์ลงเว็บไซต์เมื่อไม่นานมานี้ เธอก็ออกเสียงผิดๆ ถูกๆ จนดูเหมือนเป็นตัวตลกอีกด้วย

เตือนอาจเกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่อินโดฯ
September 30, 2009
เอเจนซี/เอเอฟพี – เกิดแผ่นดินไหว 7.6 ริกเตอร์ ในเมืองปาดัง เมืองชายฝั่งบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย วันนี้ (30) ทำให้บ้านเรือนพังเสียหายนับร้อยหลังคา สะพานถล่ม และเกิดไฟไหม้ ขณะที่แรงสั่นสะเทือนขยายไกลไปถึงมาเลเซีย และสิงคโปร์ ด้านญี่ปุ่นประกาศว่า อาจเกิดสึนามิครั้งใหญ่ในมหาสมุทรอินเดีย
สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานว่า แผ่นดินครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.16 น.ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาในไทย มีศูนย์กลางห่างจากเมืองปาดัง จังหวัดสุมาตราตะวันตกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 53 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้ทะเล 87 กิโลเมตร
ผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ ซึ่งเห็นเหตุการณ์รายงานว่า บ้านเรือนนับร้อยที่เรียงรายตามท้องถนนได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ และเกิดไฟไหม้ขึ้นด้วย ขณะที่สะพานถูกตัดขาด ประชาชนตกอยู่ในความตระหนกตกตื่นและวิ่งออกมาตามถนน ขณะท่อประปาใหญ่แตกจนทำให้เกิดน้ำท่วมนองถนน
ด้านสถานีโทรทัศน์เมโทรทีวีในท้องถิ่น รายงานว่า ความเสียหายในเมืองปาดัง ที่มีประชากรราว 900,000 คน แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนไปไกลถึงกรุงจาการ์ตา ที่อยู่ห่างออกไปถึง 940 กิโลเมตร ขณะที่ประชาชนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย และในสิงคโปร์ต่างพากันวิ่งออกมาจากที่ทำงาน หลังจากรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานทันทีว่า มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหรือไม่
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ออกมาเตือนว่า อาจจะเกิดสึนามึอานุภาพทำลายล้างสูงในมหาสมุทรอินเดีย หลังจากเกิดแผ่นดินไหวในอินโดนีเซีย โดยประเมินว่า ระยะเวลาเดินทางของคลื่นยักษ์ไปอินโดนีเซียอยู่ที่ระหว่าง 1 ชั่วโมง หรือน้อยกว่านี้ และในอินเดีย ศรีลังกา และเกาะคอคอส ของออสเตรเลีย ในเวลา 3 ชั่วโมงนี้
แผ่นดินไหวในอินโดนีเซียวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากเช้ามืดวันนี้ เกิดแผ่นดินไหว 8.0 ริกเตอร์ จนทำให้เกิดสึนามึถล่มเกาะอเมริกันซามัว และเกาะซามัวตะวันตก ตลอดจนเกาะใกล้เคียงอื่นๆในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งคาดว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน โดยยืนยันแล้วว่ามีผู้เสียชีวิต 76 คน ขณะที่ล่าสุด เอเอฟพี ระบุว่า มีคนตาย 113 คนแล้ว แต่ยังไม่มีฝ่ายใดยืนยันอย่างเป็นทางการ
ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า ผู้เสียชีวิตทะลุเกิน 100 คนแล้ว โดยเอเอฟพี ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 113 คนแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ภาพ “สึนามิ” ล้างผลาญแปซิฟิก ยอดตายเพิ่มเป็น 76 แล้ว
คาดยอดตายสึนามิในซามัว อาจทะลุหลักร้อย!
สึนามิ!! ถล่มซามัวและอเมริกันซามัว คาดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
รีสอร์ตซามัวเสียหายยับ ยอดตายสึนามิเพิ่มเป็นอย่างต่ำ 53 ราย
โอบามา ประกาศ ภัยพิบัติใหญ่ ในอเมริกันซามัว

ภาพ สึนามิ ล้างผลาญแปซิฟิก ยอดตายแตะ 113 แล้ว
September 30, 2009
เอเอฟพี – รายงานล่าสุด ระบุ มีผู้เสียชีวิตจากสึนามึในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แล้วอย่างน้อย 113 คน แต่ยืนยันเพียง 76 คนเท่านั้น
สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 8.0 ริกเตอร์ ณ เวลา 06.48 น.วานนี้ (29) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเมืองไทยเวลา 00.48 น.วันนี้ (30) นอกชายฝั่งหมู่เกาะซามัว ห่างจากกรุงเอเพีย บนเกาะซามัว ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 190 กิโลเมตร ลึกลงไปใต้ทะเล 18 กิโลเมตร
ผลของแผ่นดินไหวคราวนี้ ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิสูงหลายเมตร ใน 20 นาทีต่อมา ซึ่งถาโถมเข้าใส่กรุงปาโก ปาโก บนเกาะอเมริกันซามัว และกรุงเอเพีย ของซามัว และเกิดความเสียหายอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่เผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 76 คนแล้ว และคาดว่า จะเพิ่มขึ้นสูงเกิน 100 คนในไม่ช้า โดยมีผู้เสียชีวิต 47 คนในซามัว อเมริกันซามัว 22 คน และอีก 7 คนในเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งของตองกา ทั้้งนี้ มีการยืนยันว่า ในซามัว มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ 2 คน และออสเตรเลีย 1 คน อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิต ระหว่างที่พวกเขามาพักผ่อนบนเกาะที่พังพินาศจากคลื่นยักษ์นี้
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุด เอเอฟพี รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 113 คนแล้ว จากการรวมรวมของเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินในซามัวและตองกา แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ด้านผู้อำนวยการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของอเมริกันซามัว ซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ห่างจากเกาะซามัว ประมาณ 100 กิโลเมตร ยืนยันว่า พบผู้เสียชีวิต 22 คนแล้ว หลังจากเกิดคลื่นสึนามิสูงประมาณ 7.5 เมตร เข้าล้างผลาญสิ่งปลูกสร้างชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก ทำให้ขาดแคลนน้ำดื่มและกระแสไฟฟ้าถูกตัดด้วย
นอกจากนี้ จากการเปิดเผยของกรมอุตุนิยมวิทยาแดนปลาดิบ เผยว่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่คราวนี้ ยังทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาด 10 เซนติเมตร บนเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น รวมถึงทางเหนือของเกาะฮอนชูด้วย ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยสึนามิขนาด 50 เซนติเมตร แต่ยกเลิกไปในเวลาอีก 6 ชั่วโมงต่อมา
หลังจากเกิดสึนามิ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ประกาศว่า เกิดภัยพิบัติรุนแรง ในอเมริกันซามัว และจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และโดยเร็ว ขณะที่คณะกรรมาธิการด้านมนุษยธรรมแห่งกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศว่า จะให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินเบื้องต้นแก่ซามัวมูลค่า 150,000 ยูโร
ด้านรัฐบาลอังกฤษ ประกาศว่า จะให้ความช่วยเหลือทุกทางที่ช่วยได้ หลังจากเชื่อว่า มีเด็กชาวอังกฤษเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติครั้งใหญ่นี้ด้วย
สึนามิ!! ถล่มซามัวและอเมริกันซามัว คาดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
รีสอร์ตซามัวเสียหายยับ ยอดตายสึนามิเพิ่มเป็นอย่างต่ำ 53 ราย
โอบามา ประกาศ ภัยพิบัติใหญ่ ในอเมริกันซามัว
คาดยอดตายสึนามิในซามัว อาจทะลุหลักร้อย!

บังกลาเทศแจกทีวีสี แชมเปียนฆ่าหนูนา 8 หมื่นตัว!
September 30, 2009
มอกไฮรุล อิสลาม (ขวา) รับรางวัลจากรัฐมนตรีกระทรวงการเกษตร ในกรุงธากา วันนี้(30)
เอเอฟพี – ชาวนาบังกลาเทศได้รับรางวัลเป็นโทรทัศน์สี 1 เครื่องในฐานะแชมเปี้ยนผู้ฆ่าหนู หลังจากที่เขาได้ฆ่าศัตรูร้ายของชาวนาพวกนี้ไปมากกว่า 80,000 ตัว
มอกไฮรุล อิสลาม ชาวนาวัย 40 ปี เดินทางมารับรางวัลที่เป็นโทรทัศน์สีขนาด 14 นิ้วในกรุงธากาวันนี้ (30) เขากล่าวว่า แม้ว่าจะได้รับรางวัลจากการฆ่าสัตว์ แต่กระนั้นก็รู้สึกเป็นเกียรติเพราะหนูเป็นศัตรูของเกษตรกร
กระทรวงการเษตรของบังกลาเทศเผยว่า มอกไฮรุล อิสลาม ฆ่าหนูไป 83,450 ตัวจากเดือนมกราคม-กันยายนปีนี้ มากกว่าผู้ชนะในปีที่แล้วกว่า 2 เท่า โดยอธิบายว่ารวบรวมสถิติได้จากการที่ชาวนาผู้นี้ไปฝากซากหางหนูตายไว้ที่สำนักงานการเกษตรอำเภอ
รัฐบาลบังกลาเทศจัดการแข่งขันพิชิตหนูนี้ขึ้นทุกปี โดยหวังว่าจะช่วยลดความเสียหายของผลผลิตที่เกิดจากหนูได้ หลังจากการประเมินพบว่า ผลผลิตทางการเกษตรร้อยละ 10 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าว ข้าวสาลี และมันฝรั่ง ถูกหนูนับล้านสวาปามไปในแต่ละปี ในหมูบ้านบางแห่งได้รับผลกระทบจากหนูจนเกิดความขาดแคลนอาหาร ทั้งนี้ จากโครงการที่จัดขึ้นเป็นพิเศษครั้งหนึ่ง ชาวนา และเด็กๆ ได้ช่วยกันฆ่าหนูไป 6.5 ล้านตัว มากกว่าผลผลิตของข้าวสาลีร้อยละ8 ด้วย
วิธีฆ่าหนูของชาวอิสลามได้แก่ การใช้กับดัก วางยาพิษ ใช้เครื่องกั้นไฟฟ้า และการทำให้พวกมันจมน้ำตาย

เผยคลื่นยักษ์’สึมามิ’ ถล่มแปซิฟิกสูงถึง 7 เมตร ตาย113 ราย
September 30, 2009
ความเสียหายจากสึนามิในอเมริกันซามัว ดินแดนของสหรัฐฯ
เอเอฟพี/เอเจนซี- คลื่นยักษ์ “สึนามิ” ความสูงตั้งแต่ 3 – 7.5 เมตร ซัดถล่มหมู่เกาะซามัว และประเทศตองกา ในย่านแปซิฟิกใต้ หลังเกิดแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงถึง 8.0 ริกเตอร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 113 ราย อาคารบ้านเรือนและรีสอร์ตพังเสียหาย
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติของสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เมื่อเวลา 06.48 น. ตามเวลาท้องถิ่นของหมู่เกาะซามัวในวันอังคาร (29) ซึ่งตรงกับเวลา 00.48น.ของวันพุธ (30) ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดระดับความรุนแรงได้ 8.0 ริกเตอร์ บริเวณนอกชายฝั่งของดินแดนอเมริกันซามัว ที่เป็นดินแดนในปกครองของสหรัฐฯ และประเทศซามัว ซึ่งเป็นรัฐเอกราชที่อยู่ใกล้เคียงกันในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ห่างจากกรุงอาปิอา เมืองหลวงของซามัวไปทางใต้ประมาณ 195 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ทะเล 18 กิโลเมตร
หลังจากเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 20 นาที ทางศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกออกมาระบุว่า ได้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดความสูงตั้งแต่ 3 – 7.5 เมตรขึ้นสู่ชายฝั่ง โดยมี 3 ประเทศและดินแดนที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด คือ ซามัว, อเมริกันซามัว, และประเทศตองกา ขณะที่ฟิจิ และนิวซีแลนด์ ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีก มีรายงานความเสียหายบริเวณชายฝั่งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตในซามัวแล้ว 84 ราย ขณะที่ในอเมริกันซามัวพบผู้เสียชีวิต 22 ราย ส่วนในตองกาซึ่งอยู่ห่างจากซามัวไปทางใต้หลายร้อยกิโลเมตรก็มีรายงานว่าพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 คน ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิถล่มในครั้งนี้มี 113 รายอย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของทั้ง 3 ประเทศระบุว่า ยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก และเกรงว่าคนเหล่านี้อาจเสียชีวิตแล้วเช่นกัน
ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 113 รายนั้น มีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียและเกาหลีใต้รวมอยู่ด้วยอย่างน้อยชาติละ 2 ราย ขณะที่ทางการนิวซีแลนด์ก็ออกมาระบุว่า มีพลเมืองของตนอย่างน้อย 1 คน เสียชีวิตเมื่อวานนี้
ไมเคิล ซาลา ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของอเมริกันซามัว ออกมาระบุว่าคลื่นสึนามิได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะตูตุยลา, มานัว, โรส, และ สเวนส์รวมทั้ง กรุงปาโกปาโก ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่มีรายงานว่าอาคารที่ทำการของรัฐบาลและบ้านเรือนของประชาชนจำนวนมากถูกคลื่นขนาดยักษ์ความสูง 7.5 เมตร ซัดถล่มได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกของอเมริกันซามัวไม่มีไฟฟ้าและน้ำใช้
ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ประจำอเมริกันซามัวแถลงว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะที่ถูกคลื่นสึนามิซัดถล่ม ได้หายไปกับสายน้ำทั้งหมู่บ้าน โดยพบซากปรักหักพังของหมู่บ้านแห่งนี้กระจัดกระจายเข้าไปลึกในแผ่นดินใหญ่ เป็นระยะทางหลายร้อยเมตร
ทางด้านนายกรัฐมนตรี ตุยแลปา ไซเลเล มาลิเอเลกาออย แห่งซามัวออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอพีของออสเตรเลียโดยระบุว่ารู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศซามัวซึ่งมีประชากรเพียง 179,000 คน พร้อมระบุว่า แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอันขึ้นชื่อทางตะวันตกของเกาะอูโปลูของซามัว เป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากสึนามิครั้งนี้มากที่สุด
ส่วนในตองการายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นระบุว่า คลื่นสึนามิขนาดความสูง 4 เมตรพัดถล่มเกาะจนทำให้อาคารบ้านเรือนราวร้อยละ 5 ของตองกาถูกทำลาย ขณะที่การเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสนามบินหลายแห่งได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์ ทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยอีกหลายแห่ง
เมอร์เรย์ แมคคัลลี รัฐมนตรีต่างประเทศนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่านิวซีแลนด์จะจัดส่งเครื่องบินทหารไปยังซามัวเพื่อช่วยค้นหาผู้รอดชีวิต และรัฐบาลนิวซีแลนด์กำลังตรวจสอบว่า ประเทศต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ได้รับความเสียหายมากเพียงใด เพื่อประเมินว่าจะให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เป็นการเร่งด่วนต่อไป
เช่นเดียวกับ บ็อบ แมคมัลแลน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายความช่วยเหลือและการพัฒนาระหว่างประเทศของออสเตรเลียระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลซามัว, อเมริกันซามัว, และตองกา ยังไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ แต่รัฐบาลออสเตรเลียพร้อมจัดส่งความช่วยเหลือที่ประเทศเหล่านี้ต้องการ
ภาพ สึนามิ ล้างผลาญแปซิฟิก ยอดตายแตะ 113 แล้ว
สึนามิ!! ถล่มซามัวและอเมริกันซามัว คาดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
รีสอร์ตซามัวเสียหายยับ ยอดตายสึนามิเพิ่มเป็นอย่างต่ำ 53 ราย
โอบามา ประกาศ ภัยพิบัติใหญ่ ในอเมริกันซามัว
คาดยอดตายสึนามิในซามัว อาจทะลุหลักร้อย!

แผ่นดินไหวอิเหนาตายแล้ว 13 บ้านเรือนพังยับนับร้อย
September 30, 2009
ชาวอินโดนีเซียอพยพออกมาจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเมืองเมดัง หลังจากเกิดแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตรา
เอเอฟพี/เอเจนซี- เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ซึ่งวัดระดับความรุนแรงได้ 7.6 ริกเตอร์ บริเวณนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเซียเมื่อวันนี้(30) ทำให้อาคารบ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหาย สะพานพังพินาศ และเกิดไฟไหม้หลายๆ จุด นอกจากนั้นศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ออกประกาศเตือนภัยการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิบริเวณอินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย และไทย ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา
แผ่นดินไหวขนาด 7.6 ริกเตอร์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.16 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลาเดียวกันในไทย โดยจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองปาดัง ในจังหวัดสุมาตราตะวันตก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 78 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไป 85 กิโลเมตร โดยมีรายงานว่าาคารบ้านเรือนจำนวนหลายร้อยหลังถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือน รวมทั้งเกิดไฟไหม้ และสะพานพังถล่มในบางพื้นที่ ทั้งนี้แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรู้สึกได้ไกลถึงกรุงจาการ์ตา สิงคโปร์ และมาเลเซีย
หลังเกิดแผ่นดินไหว ทางศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกได้ออกประกาศเตือนการเกิดคลื่นสึนามิใน 4 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย อินเดีย และไทย แต่ก็ได้มีการประกาศยกเลิกการเตือนภัยในเวลาต่อมา
ขณะที่ทางการอินเดียไม่ได้ออกคำเตือนภัยคลื่นสึนามิแต่อย่างใด เนื่องจากไม่พบว่าจะเป็นอันตรายต่ออินเดีย ส่วนทางการมาเลเซียก็ไม่ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิเช่นกัน แม้จะมีรายงานว่า บางรัฐแถบชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ได้ ขณะที่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนต่างพากันวิ่งออกมาจากอาคารสำนักงานเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากแผ่นดินไหว
ด้าน ฮิวจ์ กอยเดอร์ ที่ปรึกษาสำนักงานยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศเพื่อการลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดขององค์การสหประชาชาติ และ แดนนี ฮิลแมน นาตาวิดจาจา ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาจากสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของอินโดนีเซีย ออกมาเตือนว่ารัฐบาลอินโดนีเซียจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนนและเส้นทาง
สำหรับการอพยพในสถานการณ์ฉุกเฉินของเมืองปาดัง ที่มีประชากรอาศัยราว 900,000 คนให้ดีขึ้นกว่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดหายนะครั้งใหญ่ เนื่องจากผลการศึกษาทางธรณีวิทยาพบว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และมีแนวโน้มว่าพื้นที่บริเวณนี้อาจเกิดแผ่นดินไหวถึงระดับ 8.9 ริกเตอร์ได้ในอนาคต

‘โตโยต้า’เรียกคืนรถ 3.8 ล้านคันในสหรัฐฯ
September 30, 2009
เอเจนซี – บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก แถลงว่าจะเรียกคืนรถยนต์ราว 3.8 ล้านคันในสหรัฐฯมาซ่อมแซมแก้ไข หลังพบปัญหาพรมปูพื้นรถยนต์หลวมไม่กระชับพอดี ซึ่งอาจไปทำให้คันเร่งค้าง และคาดว่าเป็นจุดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง โดยที่มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 คน
การเรียกคืนรถยนต์ครั้งนี้มีทั้งรถยนต์โตโยต้ารุ่น “คัมรี” และ “แอวาลอน” และรถไฮบริดรุ่น “พรีอุส” รถกระบะ “ทุนดรา” รวมทั้งรถหรู “เล็กซัส” รุ่น ไอเอส250 ไอเอส350 และอีเอส350 โดยจะเป็นการเรียกคืนสินค้าครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท
ทางด้าน ยูตะ คางะ โฆษกของโตโยต้าในกรุงโตเกียวแถลงวันพุธ(30)ว่า พรมปูพื้นรถยนต์ที่มีปัญหานี้ ใช้กับรถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ เท่านั้น และขณะนี้บริษัทกำลังตรวจสอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากตัวพรมปูพื้นเอง หรืออยู่ที่กระบวนการในการปูแผ่นพรมในรถยนต์ แต่เขาไม่ได้ระบุชื่อซัปพลายเออร์ที่ผลิตพรมปูพื้นดังกล่าว
แม้โตโยต้าจะยังไม่ได้ประเมินค่าใช้จ่ายจากการที่เรียกคืนรถยนต์มาซ่อมแซมครั้งนี้แต่มีนักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขคงอยู่ในราว 50-100 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่มากไม่มายอะไร ทว่าปัญหาใหญ่กว่าเรื่องเงินก็คือภาพลักษณ์ของบริษัทที่จะตกต่ำลง
การเรียกคืนรถยนต์เพื่อซ่อมแซมข้อบกพร่องครั้งใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ของโตโยต้า คือเมื่อปี 2005 ที่เรียกคืนรถยนต์ 900,000 คัน หลังพบว่ามีปัญหาที่ระบบบังคับเลี้ยว

โคราชรวบ โจ๋ วายร้ายแชตลวงสาวข่มขืน 3 รายรวด – เหยื่อถูกกักขัง รีดเงิน โร่แจ้ง ตร.
September 30, 2009
พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผบช.ภ.3 และคณะ แถลงข่าวการจับกุม นายคงฤทธิ์ ปลั่งกลาง ผู้ต้องหาล่อลวงหญิงสาวทางอินเตอร์เน็ตไปข่มขืน 3 รายรวด วันนี้ ( 30 ก.ย.)
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ตร.ภาค 3 รวบโจ๋โคราช วายร้าย อินเทอร์เน็ต แชตลวงสาวข่มขืนผ่านโปรแกรม คิวคิว เหยื่อรายล่าสุดทนถูกข่มขืน แถมกักขัง-รีดเงิน โร่แจ้ง ตร.บุกรวบสารภาพเล่นมา 4-5 เดือนลวงเหยื่อไปขืนใจแล้ว 3 รายรวด อ้างสาวสมยอม ตร.เตือนผู้ปกครองดูแลบุตรหลานไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ส่วนใครถูกหลอกลวงเสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ตลอด 24 ชม.
เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (30 ก.ย.) ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (รองผบช.ภ.3) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผู้บังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาล่อลวงหญิงสาวทางอินเทอร์เน็ตไปข่มขืนหลายราย ได้ผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายคงฤทธิ์ หรือ แบงค์ ปลั่งกลาง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161 ซอยท้าวสุระ 5 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครราชสีมาที่ จ.333/2552 ลงวันที่ 30 ก.ย.2552
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แหม่ม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมาว่า ถูก นายคงฤทธิ์ ล่อลวงไปข่มขืน ด้วยการติดต่อกันทางอินเทอร์เน็ต โปรแกรมคิวคิว โดยในวันที่ 14 ส.ค.2552 เวลาประมาณ 23.00 น.นายคงฤทธิ์ ผู้ต้องหา ได้นัดพบกับ น.ส.แหม่ม หน้าหอพักหญิง ถ.มิตรภาพ อ.เมือง จ.นครราชสีมา จากนั้นได้พา น.ส.แหม่ม ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปบริเวณทุ่งสว่างและได้ใช้กำลังทำร้ายทุบตีจน น.ส.แหม่ม ได้รับบาดเจ็บ
จากนั้นได้นำไปข่มขืนกระทำชำเราจำนวน 4 ครั้ง ที่บ้านพักของ นายคงฤทธิ์ บริเวณหลังศาลเจ้าพ่อเสือ ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ กักขังไว้ 2 วัน ก่อนจะนำไปส่งที่หอพักของ น.ส.แหม่ม พร้อมข่มขู่เอาเงินไปจำนวน 300 บาท และขู่ไม่ให้ไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ จนกระทั่ง น.ส.แหม่ม พร้อมญาติ ได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
นายคงฤทธิ์ หรือ แบงค์ ปลั่งกลาง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ล่อลวงหญิงสาวผ่านอินเตอร์เน็ตและข่มขืนกระทำเชาเรามาแล้ว 3 คน แต่อ้างว่า 2 คนยินยอม และอีก 1 คนใช้กำลังบังคับ โดยรายแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ติดต่อกับ น.ส.แอม (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักเรียนในสถานศึกษาแห่งหนึ่งของ จ.นครราชสีมา นัดพบกันที่บริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าตลาดเซฟวัน ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา และล่อลวงไปข่มขืนที่กระท่อมร้างบริเวณหัวถนน ต.หัวทะเล อ.เมือง จนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง
ส่วนรายที่ 2 เมื่อต้นเดือน ส.ค.2552 ได้ติดต่อทางอินเทอร์เน็ต กับ น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นัดพบที่บริเวณหน้าโรงเรียนรวมมิตร อ.เมืองนครราชสีมา และได้ใช้กำลังบังคับและทุบตี แล้วพาไปข่มขืนที่บริเวณกระท่อมร้างที่เดียวกันกับคนแรก และ คนที่ 3 รายล่าสุดที่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว โดยเริ่มเล่นโปรแกรมนี้ในการติดต่อกับเหยื่อหญิงสาว มาประมาณ 4-5 เดือนแล้ว
พล.ต.ต.อำนาจ อันอาตม์งาม รอง ผบช.ภ.3 กล่าวว่า ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีกับ นายคงฤทธิ์ ปลั่งกลาง ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยเจตนา และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำอมต่อสิ่งนั้น
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาในการติดตามผู้ต้องหารายนี้ นานกว่า 1 เดือน จึงสามารถเสนอศาลออกหมายจับได้ อยากฝากผู้ปกครองให้ช่วยดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะการถูกหลอกลวงจากการใช้อินเทอร์เน็ต แชทพูดคุยกัน หากพบความผิดปกติบุตรหลานหายตัวไป หรือถูกล่อลวงให้แจ้งเจ้าหน้าทันที และหากเป็นผู้เสียหายถูกกระทำไม่ต้องอายให้แจ้งตำรวจเพื่อติดตามตัวผู้ล่อลวงมาดำเนินคดี เพื่อไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพนี้ได้ใจไปกระทำความผิดเกิดขึ้นกับเหยื่อคนอื่นๆ อีก ซึ่งทุกรายที่แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่จะปิดเป็นความลับ
ใครเคยตกเป็นเหยื่อ ถูกนายคงฤทธิ์ กระทำได้รับความเสียหายสามารถเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อจะได้รวบรวมจำนวนผู้เสียหายความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างเด็ดขาดต่อไป พล.ต.ต.อำนาจ กล่าว

ภูเก็ตยกเลิกแจ้งเตือนสินามิหลังเฝ้าระวังหลายชั่วโมง
September 30, 2009
ศูนย์ข่าวภูเก็ต – จังหวัดภูเก็ตยกเลิกแจ้งเตือนเฝ้าระวังการติดตามเหตุสึนามิแล้ว หลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่หลายชั่วโมง
นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์สึนามิหลังเกิดแผ่นดินไหวความแรง 7.9 ริกเตอร์ ว่า ขณะนี้ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ได้ประกาศเตือนให้ทุกหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ณืที่อาจจะเกิดขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ประชาชนตื่นกลัวแต่ให้เตรียมพร้อมในการรับมือ ซึ่งขระนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
สำหรับจังหวัดภูเก็ตนั้นได้มีการแจ้งให้เตรียมความพร้อมหากมีสึนามิเกิดขึ้นจะเข้าจุดแรกทึ่หาดป่าตอง และหาดกะรนในเวลา 20.46 น.หาดบางเทา เวลา 20.52 น.หาดในยาง หาดท่าฉัตรไชย เวลา 20.57 น.
นายวิชัย กล่าวต่อไปว่า จากการเฝ้าติดตามในพื้นที่ยังไม่พบว่ามีประชาชนแตกตื่นแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตนได้เดินทางลงพื้นที่หาดป่าตองเพื่อติดตามให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวในพื้นที่แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ในเวลาประมาณ 19.10 น.ได้มีการยกเลิกแจ้งเตือนแล้ว

จนท.นครศรีฯรวบพระนอกรีตค้ายาบ้าหาเงินจ่ายหนี้พนัน
September 30, 2009
นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่นครศรีธรรมราช บุกรวบพระสงฆ์นอกรีตบวชเข้าพรรษาค้ายาบ้าหาเงินจ่ายหนี้พนัน ล่อซื้อทั้งผ้าเหลืองยึดกว่า 100 เม็ดก่อนขยายผลเพื่อนร่วมแก๊ง
วันนี้ (30 ก.ย.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งหารให้ นายอำพล สังข์ทอง ทำหน้าที่หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศรีวิชัย จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าทำการติดตามสืบสวนและล่อซื้อยาบ้าจากพระภิกษุรูปหนึ่งที่จำพรรษาอยู่ในวัดสุวรรณรังสี บ้านโคกยาง ม.10 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ หลังจากรับแจ้งจากชาวบ้านในละแวกดังกล่าวว่า มีพระหนุ่มรูปหนึ่งลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและชาวบ้านในย่านนั้นที่ติดยาเสพติดหลายรายด้วยกัน
หลังจากนั้น นายอำพล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุก ฉก.จากร้อย อส.จ.นครศรีธรรมราช เข้าทำการสืบสวนจนทราบว่า พระลูกวัดรูปดังกล่าว คือ พระเจษฎา วิสุทโธ อายุ 25 ปี นามสกุลเดิมคือ คงมณี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 299/5 ม.7 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระใหม่เพิ่งบวชก่อนเข้าพรรษาได้ไม่นานนัก เมื่อทราบดังนั้นจึงส่งสายเข้าทำการติดต่อล่อซื้อภายในวัดดังกล่าวจำนวน 30 เม็ดในราคา 7,500 บาท
หลังจากที่ พระเจษฎา ตกลงราคา และนำยาบ้าจำนวน 30 เม็ด มอบให้ในบริเวณวัด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมทันที เมื่อค้นในย่ามพบยาบ้าอีก 96 เม็ด จึงตรวจและคุมตัวพบกับเจ้าอาวาสเพื่อทำการลาสิกขา และคุมตัวมาสอบสวนในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทำการสอบขยายผลยังเครือข่ายต่อที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช
ในการสอบสวนเบื้องต้นอดีตพระเจษฎา หรือ นายเจษฎา ยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้จำหน่ายยาบ้าจริง แต่เพิ่งรับมาจำหน่ายจากเอเย่นส์รายหนึ่งใน อ.ชะอวด หลังจากที่ได้บวชเป็นพระแล้ว เนื่องจากถูกเจ้าหนี้พนันติดตามทวงเงินหนี้พนัน จึงจำเป็นต้องจำหน่ายยาบ้าเพื่อหาเงินมาชำระหนี้สิน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทำบันทึกจับกุมนายเจษฎาได้ติดต่อโทรศัพท์กับเอเย่นส์ที่ส่งยาบ้าให้จำหน่ายต่อ เพื่อล่อซื้ออีก 200 เม็ด ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะคุมตัวไปรับยาบ้ายังจุดนัดหมายเพื่อทำการจับกุมเอเย่นต์ต่อไปแล้ว

