นาธาน ชิ่งประจันหน้า เจเจ เดือด ลุยแจ้งฐานฉ้อโกง ตร.ออกหมายเรียกเดดไลน์ 15 วันจับทันที

August 31, 2009

     

 

 

 

นาธาน หลบหน้าคู่กรณี แอบฝากเพื่อนแม่บุญธรรมนำเงินคืนคณะลูกทัวร์ จบคดีโกงเงิน เหลือคดีฉ้อโกงหุ้นส่วนร้าน ยังไม่ยอมเผยตัวนำเอกสารโชว์ยันความบริสุทธิ์ ดีเจ เจเจ สุดฉุนอดีตนักร้องหนุ่มชิ่งประจันหน้า เข้าแจ้งความดำเนินคดี ตำรวจพร้อมออกหมายเรียก นาธาน พรุ่งนี้ (1 ก.ย) เดดไลน์ 15 วันหากเบี้ยวอีก เจอหมายจับแน่ 
 
 เกี่ยวกับกรณีที่อดีตนักร้องหนุ่ม นาธาน โอร์มาน ไปก่อคดีลวงโลก ยักยอกเงินหุ้นส่วนร้าน JAMAREE YAK CAFE GALLERY และกลุ่มลูกทัวร์ของบริษัท LUXURY AIR TRAVEL ที่เขาเคยเป็นหุ้นส่วนอยู่ โดยผู้เสียหายทั้งสองได้มีการแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน. หัวหมาก เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้มีการนัดแนะกันว่า อดีตนักร้องหนุ่มจะนำเงินจำนวน 77,000 บาทมาคืนลูกทัวร์ให้ครบในวันที่ 31 ส.ค.นี้ พร้อมจะนำเอกสารเป็นสลิปการโอนเงิน เพื่อชำระค่าเช่าร้านมาโชว์ให้หุ้นส่วนดูด้วย 
 
 ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (31 ส.ค.) ที่สน.หัวหมาก ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย เนื่องจากทีแรกมีการนัดหมายให้อดีตนักร้องหนุ่มมาคืนเงินผู้เสียหายในเวลา 09.00 น. แต่ปรากฏทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรไปแจ้งลูกทัวร์และ ดีเจ เจเจ ว่าขอเลื่อนไปเป็นเวลา 14.00 น. และเมื่อถึงเวลาตามที่นัด ทางเจ้าหน้าที่ก็นำเงินมาคืนให้ผู้เสียหายที่เป็นลูกทัวร์ ครบตามจำนวนที่นาธานค้างไว้ โดยอ้างว่าเพื่อนแม่บุญธรรมของนาธาน ได้นำมาฝากไว้ให้ตั้งแต่เช้า 
 
 ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ ดีเจ เจเจ และหุ้นส่วนถึงกับออกอาการหัวเสียที่ไม่ได้เจอคู่กรณีอย่างที่ตั้งใจ รวมทั้งคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงได้นำเรื่องไปปรึกษาท่านผู้กำกับสน.หัวหมาก และได้มีการอนุมัติจากท่านผู้กำกับลงมาว่า จะออกหมายเรียกนาธานวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย) และภายใน 15 วันหากอดีตนักร้องหนุ่มเบี้ยวไม่มา จะออกหมายจับทันที 
 
 ตอนนี้เรื่องของคดีทัวร์จบแล้ว เพราะได้มีการนำเงินมาคืนให้แล้ว โดยใครก็ไม่ทราบ แต่เรื่องของร้าน จามารี แยค คาเฟ่ ยังไม่เคลียร์เลย เพราะว่า ณ วันนี้ที่นัดมาดูเอกสาร แต่ตัวเขาไม่ได้มาเอง เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ได้เจอทางฝั่งเขาเลย เรามารอเพื่อหวังจะได้เจอ แต่ก็ไม่ได้เจอ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร 
 
 แต่เมื่อกี้ได้ไปปรึกษาท่านผู้กำกับทางสน.หัวหมาก ท่านก็บอกว่าดูรูปคดีแล้ว เรื่องราวและเอกสารทั้งหมดแล้ว ท่านก็บอกว่าให้ออกหมายเรียกแล้วก็เป็นหมายจับได้เลย เพราะว่ามีผู้เสียหายแสดงตัวอีกค่อนข้างจะเยอะ ปัญหาก็คือว่าเขามีการยืดเยื้อเวลาของเรื่องร้าน จามารีฯ ไป เพื่อที่จะให้มันหมดอายุความ อีกแค่เดือนเดียวก็จะหมดอายุความแล้ว” 
 
 ”ถ้าเป็นอย่างนั้นเราต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ มันจะเสียเวลามาก แล้วทางร้านเราก็มีปัญหาเรื่องสัญญาเช่า ที่เราต้องรับผิดชอบต่อเจ้าของบ้านด้วย 
 
 เขายืนยันเองว่ามีเอกสารการโอนเงิน ที่เขาอ้างอิงเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ซึ่งผู้หมวดสมเจตน์ (ร.ต.อ.สมเจตน์ พลเหลา ตร.ผู้ดูแลคดี) ก็ได้เป็นพยานในห้องไกล่เกลี่ยว่า เขาพูดว่าจะนำสลิปนั้นมาโชว์ และทุกอย่างก็ดำเนินไปตามระบบระเบียบกฎหมายหมด มีการลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อย แต่พอมาถึงวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการพูดเพิ่มเติมด้วยว่า จะได้เจอกันเมื่อไหร่ยังไง 
 
 ที่ติดใจก็ตรงเรื่องการติดต่อ ทำไมในเมื่อเขาบอกว่ามีสลิป ทำไมถึงไม่เอามา มันก็ง่ายนิดเดียว ถ้าเขาไม่มีก็ต้องบอกว่า จะทำยังไงต่อ แต่เขาบอกเองว่ามี ผู้หมวดสมเจตน์เลยบอกว่าให้เวลาเขาไปรวบรวมเอกสาร เราก็ตกลงตามนั้น ณ วันนั้นถึงวันนี้เขาน่าจะรวบรวมเอกสารได้แล้ว ถ้าเกิดเขามีเอกสารจริงตามที่อ้างอิง ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่นี่มันกลายเป็นเรื่องที่ต้องคลุมเครือจนถึงวันนี้ 
 
 เผยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตนักร้องหนุ่ม ในข้อหาฉ้อโกง ไม่ฟันธงว่า นาธาน จะมาตามหมายเรียกหรือไม่ ยังยันแค่เอาเอกสารมาโชว์ตามที่นัดเรื่องก็จบ 
 
 วันนี้เราได้แจ้งความคดีฉ้อโกง เหตุที่ก่อนหน้านี้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน เพราะเราต้องการเจรจาไกล่เกลี่ยกันง่ายๆ ในเมื่อเขาบอกว่ามีสลิป เราก็นัดวันเพื่อมาโชว์สลิป จะได้ไม่มีการแจ้งความเกิดขึ้นอีก แล้วในส่วนของทัวร์ได้มีการแจ้งความไปแล้ว ก็คิดว่ามันจะได้ง่ายสำหรับเรา แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไป ก็ไม่มีการเรียก ไม่มีเอกสารการโอนเงินอย่างที่เขาบอก หรือว่ามีแต่เราก็ยังรอดูอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องดำเนินการต่อไป 
 
 หมายเรียกคิดว่าน่าจะออกภายใน 15 วันนับจากนี้ ซึ่งผู้กำกับดูรูปคดีแล้ว ด้วยความที่มีเจ้าทุกข์หลายคน ก็อาจจะเป็นหมายจับต่อไปได้เลย คือตอนนี้เบื้องต้นเป็นหมายเรียกครั้งที่ 1 ก่อน หลังจากนั้นจะเป็นหมายจับ ซึ่งตรงนี้ได้รับการพิจารณาจากผู้กำกับแล้ว จะได้เกิดการแก้ปัญหาเกิดขึ้น ก่อนที่คดีจะหมดอายุไป 
 เราก็ไม่ทราบว่าหลังโดนหมายเรียกแล้ว เขาต้องมาด้วยตัวเองหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เราต้องการก็เพียงแค่ให้เขารับผิดชอบในสิ่งที่เสียหายไป ก็แค่จำนวนเงินในสลิป และก็มีในเคสของททท. อีก ซึ่งเขาก็ได้แจ้งความวันนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ก็อย่างที่เจเจกับเพื่อนหุ้นส่วนพูดว่า ถ้าเรื่องของสลิปจบทุกอย่างก็คือจบ 
 
 บอกไม่ต้องการเงินอะไรเพิ่มเติม ขอแค่เคลียร์ส่วนที่โอนไปเป็นค่าเช่าร้าน ซึ่งจะจ่ายเป็นเงินสด เหมือนเคสของลูกทัวร์ก็ได้ไม่ว่ากัน 
 
 
 เป็นเงินสดได้อยู่แล้ว คือตอนนี้อะไรก็ตามที่ให้มันเคลียร์กับเจ้าของบ้านได้ แล้วทำให้เราไม่ผิดสัญญาเช่า เราแค่อยากเห็นสลิปกับจำนวนเงินตามที่เขาอ้างอิงว่ามี เราไม่ได้ต้องการเงินอะไรจากเขาเพิ่มเติม เราแค่ต้องการเงินทุนของเรา ที่เป็นการโอนไปเป็นเรื่องของค่าเช่าบ้าน เราอยากจะเคลียร์เรื่องของจำนวนเงินเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ตัวเลขมีคลุมเครืออยู่หลายอย่างมาก” 
 
 ”เพราะมันมีส่วนที่เขาโอนเป็นเงินสดไปให้ คือ 22,000 บาท แต่ที่เราลงบันทึกประจำวันไว้ว่า เป็นการโอนเพิ่มเติมในเรื่องของเงินประกันบ้าน จำนวนประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท และมีอีก 3 พันที่เป็นยอดแรกที่ได้ดูกันในวันที่ 27 ไป นั่นคือค่าเช่า คือมันยังเป็นยอดยิบย่อยอยู่ เราต้องรวบรวมให้มันเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเขามีเอกสาร เราก็อยากจะขอเขาดูหน่อยแค่นั้น 
 
 ด้านลูกทัวร์ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย น.ส.รัตติกร โลหชลิตานนท์, น.ส.สรัญญา สิทธิธีรรัตน์, น.ส.นิธิวรรณ์ รัตสุทธิกุล และน.ส.จารุพรรณ วีระวัฒนาเดช ที่ได้เงินคืนจากนาธาน ครบตามจำนวนที่ได้แจ้งความไว้ ต่างก็ดี๊ด๊ามีความสุข พร้อมยอมถอนแจ้งความไม่ดำเนินคดีอดีตนักร้องหนุ่ม 
 
 
 โดยน.ส.จารุพรรณ วีระวัฒนาเดช ได้เป็นตัวแทนกลุ่มลูกทัวร์ เผยความรู้สึกว่า รู้สึกสบายใจที่ได้เงินคืน ลั่นไม่เคียดแค้นนาธาน และอยากเจอในฐานะเพื่อนฝูง 
 
 วันนี้เกี่ยวกับเรื่องคดีทัวร์ เราก็ได้ถอนแจ้งความเรียบร้อยแล้ว เพราะได้มีการชดใช้เงินครบจำนวน เป็นเงินสดทั้งหมด 77,000 บาท ของทั้ง 4 คนรวมกัน ตอนนี้เราก็ไม่มีติดใจอะไรแล้ว ก็สบายใจขึ้น 
 
 เราไม่ได้คุยกับนาธานเลย ก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนฝากเงินของนาธานไว้กับตำรวจ ก็ไม่ทราบว่าที่เขาไม่มาคืนด้วยตัวเอง เพราะต้องการหลบหน้าหรือเปล่า เขาก็คงไม่อยากมาเจอหน้า แต่จริงๆ เราอยากเจอเขานะ เหมือนว่าเจอกันในฐานะเพื่อนฝูง เราไม่ได้รู้สึกเคียดแค้นอะไรเขา ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว 
 
 ตอนที่เราตกลงไปเนปาลด้วยกันกับเขา ในฐานะเป็นตัวแถมของกรุ๊ปทัวร์ใหญ่ แล้วได้ให้เงินมัดจำไป เราก็ไม่ได้มีการสอบถามอะไรมาก เพราะเราก็คือเพื่อนกัน แต่พอทราบว่าทางทัวร์ใหญ่ยังไม่ได้ตกลงหรือมีการทำสัญญา เราก็เลยขอยกเลิกในส่วนของเรา” 
 
 ”แต่พอไม่ได้ถามว่าเสียความรู้สึกกับเขาไปเลยมั้ย คิดว่าจริงๆ มันน่าจะมาคุยกันตั้งแต่แรก เรื่องจะได้ไม่มาถึงขนาดนี้ ต่อไปหลังจากนี้ถ้ามีโอกาสได้เจอเขา ก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่เราคิดว่าต่างคนต่างอยู่ดีกว่า 

 

ม่าย JIM เหล็กเนฟเวอร์ดาย/ซ้อ 7

August 31, 2009

เห็นความล่มจมของไอ้พวก ควายแดง แล้ว มันทำให้ซ้อเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยความเปรมปรีดิ์เจงๆ หนอยสาระแนคิดแผนต่ำช้า กะจะปลุกผี ระดมควาย เอ้ย..มวลชนครั้งใหญ่ สุดท้ายล่มไม่เป็นท่า กลับไปแด๊กหญ้าแทบไม่ทัน 
 
 ทีหน้าทีหลังจะทำชั่วก็ควรดูตาม้าตาเรือกว่านี้หน่อย คนเขาไม่โง่ (+บัดซบ) เหมือนพวกเอ็งหรอกเอิ๊กๆๆ 
 
 สมเพชก็แต่ ซินาอ้า ถูกหลอกเงินจนตัวซีดตัวเหี่ยวก็ยังไม่ได้กลับบ้านเกิดซะที ไหนบอกฉลาดนักฉลาดหนา แต่ไหงปล่อยให้ไอ้สามผู้นำควายจูงจมูกได้ง่ายจังฟะ ปกติเห็นแต่เอาเงินยัดปากควาย ไม่นึกว่าซินาอ้ากลายเป็นควายซะเอง 
 
  ซ้อว่าอย่าดิ้นรนให้เสียโง่เลย คนเขาไม่ต้อนรับก็ไปอยู่ที่ที่เขาเวลคัมพวกเมิงอย่างขุมนรกดีกว่า 
   
 ดูๆ ไปความหน้าด้านของซินาอ้ามันช่างคงเส้นคงวาเหมือนความคันของ ม่าย JIM เหล็ก ซะไม่มี ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน บ้านเมืองจะเป็นยังไง น้องไข่มุก จะได้มิสยูนิเวิร์สหรือไม่ เจ๊ JIM เหล็ก แกก็ไม่สนใจ เอาแต่ตะบี้ตะบันฟันอย่างเดียว ซี้ดอ้าๆ ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ตอนนี้หอยเท่าฝาบ้านแล้ว แรงเย่อ แกยังร้อยแรงม้าอยู่เลย … ฮี้กั๊บๆ 
 
 ปัจจุบันขนาดมี ตี๋ตาส่อน เป็นผัวหัวโด่อยู่แล้วทั้งคน ม่าย JIM เหล็กก็ยังไม่เลิกเช็คเรตติ้งตัวเอง ลุกขึ้นมาทำตัวปัญญาอ่อนแอ๊บแบ๊วขึ้นทุกวัน แต่งตัวกระชากวัยชราสุดฤทธิ์ แต่ขอบอกว่ามันได้ผลแฮะ!!! 
 
 เพราะล่าสุดมี หนุ่มหน้ามน เข้ามาติดพันจ่อคิวเสียบจึ๊กๆ เป็นผัวคนใหม่เรียบร้อยโรงเรียน JIM เหล็ก ไม่เสียแรงที่เกิดมา สิบเอ็ดรอ ดอ 
 
 อุตส่าห์ไปแย่งเขามา ไอ้เราก็นึกว่าจะกลับตัวกลับใจ เพราะเห็นกกไข่ตี๋ตาส่อนตั้งนานหลายปี จนใครต่อใครเขาคิดว่าเจ๊แกจะยอมตายคาไข่ผัวคนนี้ไม่เปลี่ยนใจแล้ว 
 
 โถๆ มัวแต่พ่นไมค์หาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เมียหนีไปเลียไมค์คนอื่นยังไม่รู้ตัวอีก 
 
 ก็อย่างว่าแหละ สันดาน JIM เหล็กจะให้หยุดร่านมันก็ตายด้านสิวะ 
 
 หลังจากที่ ล่อ กันมานาน ความสัมพันธ์ตอนนี้ก็เลยตกที่นั่งร่อแร่สุดๆ เพราะทางฝั่งของตี๋ตาส่อนเองก็ดีแตก ไปมีข่าวกับ นักแสดงสาวนมปลอม ที่เป็นแฟนกับ นายแบบเอ็กซ์แตก ผู้ที่ดูยังไง๊ ยังไงก็น่าจะเป็น นางแบบ มากกว่า ซึ่งก็ไม่รู้เป็นเพราะเหตุนี้หรือเปล่า สาวนมปลอมก็เลยเสี้ยนจัดถึงกับถ่อไปเล่นจ้ำจี้เอาลิ้นพันกันกับตี๋ตาส่อนไกลถึงทะเล ให้คนเขานินทากันสามบ้านแปดบ้าน แต่ก็ยังหน้าด้านปฏิเสธเสียงดังฟังชัด ชัดพอๆ กับเสียงโอ้วซี้ด…ซี้ดอ้า ที่คนละแวกนั้นเขาได้ยินกันทั้งคืนนั่นแหละ 
 
 ซึ่งงานนี้ก็ทำเอาม่าย JIM เหล็ก ถึงกับตีปีกผับๆ เพราะกำลังหาเรื่องชิ่งอยู่พอดี ไม่น่าเชื่อว่าฟ้าจะเข้าข้าง JIM ส่งชะนีอดอยากมาเป็นเครื่องมือเลิกผัว เพราะไอ้ที่ทนอยู่ด้วยกันทุกวันนี้ก็แค่รอวันถีบหัวส่งเท่านั้นเอง 
   
 ตอนนี้ความรักไม่ได้ซู่ซ่าอ้าทุกคืนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนรักกันใหม่ๆ ขยันไปสวีตเมืองนอกแฮป ปี้ กันถี่ยิบ มีจูบลูบล้วงออกมาโชว์ความหวานจนคนเขาเลี่ยนกันเป็นแถว แต่พอความรักจืดจาง จะถ่างทียังต้องพึ่ง หนังเอ็กซ์ 
 
 ล่าสุด ทั้งคู่เกี่ยวก้อยกันไปเปลี่ยนบรรยากาศที่รีสอร์ตสุดหรูที่ปราณบุรี กะจะไปนอนอาวกันขำๆ คั่นเวลารอชิ่งหาผัวใหม่ ว่าแล้วพอเช็คอินขึ้นห้องปุ๊บทั้งคู่ก็ไม่รีรอกระโดดขึ้นเตียงกะตะบันกันสุดฤทธิ์ แต่ด้วยความที่ขย่มกันมานาน บวกกับความตายด้าน เพราะไม่มีใจให้กันแล้ว มันเลยปั่นไม่ขึ้น ฝ่ายชายก็เลยคว้าหมับไปที่รีโมตกดๆๆๆๆ หาช่องหนังเอ็กซ์เพื่อบิ้วด์ งูหลามหัวแดง ให้ตื่น ในขณะที่เมียแก่ก็นอนแบรอในท่าโคตรพร้อมจึ๊กอ้า 
 
  กดหายังไงก็ไม่มี จนหงุดหงิด แต่ความคันไม่เข้าใครออกใคร เวลาอยากขึ้นมา หน้าที่ว่าบางๆ ยังด้านเหมือนถูกฉาบด้วยปูนเชียวแหละ 
 
  ว่าแล้วตี๋ตาส่อนก็เลยแบกหำ เอ้ย..แบกหน้าไปขอให้พนักงานหิ้วกระเป๋าในรีสอร์ตช่วยหาให้ ขนาดพนักงานบอกว่าไม่มี๊ ไม่มี ที่นี่ไม่มีบริการเสริมด้านเพศสัมพันธ์ครับเพ่! ตี๋ตาส่อนยังรบเร้าจนพนักงานรำคาญต้องบึ่งมอไซค์ออกไปหาซื้อให้เป็นการด่วน 
 
  ขนาดตอนนี้ยังต้องพึ่งหนังโป๊ ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะพึ่งอะไรอีก 555555555555555555 
 
  วันข้างหน้าถ้าเลิกกันไปจริงๆ ยังไงก็ถือว่าเจ๊ากันไปละกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีบุญคุณด้านดันกันทั้งคู่ ถ้าตี๋ตาส่อนไม่ได้ม่าย JIM เหล็กช่วยดัน ก็คงไม่ได้ดีขนาดนี้ ส่วนม่ายJIM เหล็ก ถ้าไม่ได้ตี๋ตาส่อนหลับหูหลับตาดันมาตั้งหลายปี ป่านนี้ปากอ่าวคงตันไปแล้ว เพราะไม่มีผู้ชายหน้าไหนอยากจริงจังกับชะนีสาธารณะหรอก ชิ 
 
 แต่จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่มีแค่ม่ายJIMเหล็กเท่านั้นนะ ที่เคยไปปลดปล่อยความอยากที่รีสอร์ทแห่งนี้ นักร้อง ทาถูทาถู อีป้าซูซาน บอยส์ ก็เคยไปใช้สถานที่แห่งนี้เป็นสังเวียนกระซู่กูปรี้กับผัวเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไปอย่าง ทายาทมาเฟีย เพราะทนไม่ได้ที่นับวันผัวจะสวยกว่าตัวเอง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ 
 
 ถ้าจะให้เทียบเรื่องจำนวนผัวน้องทาถูสู้นักร้องรุ่นพี่ไม่ได้ แต่ถ้าวัดกันที่ความอึดล่ะสูสีกัน เพราะประจักษ์ตั้งแต่วันที่เห็นหล่อนกระเตงผัวหน้าสวยมาซ้อมฮันนีมูนที่รีสอร์ทนี่แหละ มีอย่างที่ไหนเช็คอินเกือบอาทิตย์ แต่เสี้ยวเวลาสักนิดก็ไม่เคยโผล่หน้าออกจากห้อง จนพนักงานเป็นห่วงว่าจะเป็นอะไรคาห้องไปแล้วรึเปล่า ขนาดข้าวปลาอาหารยังต้องสั่งไปกินที่ห้อง ท้องฟ้าสดใสแค่ไหนกรูไม่รู้ รู้แต่ว่าออกมาอีกทีก็ฟ้าเหลืองแล้วว่ะ 
 
 ตอนนี้เห็นอีหนูทาถูออกมากัดผัวเก่าแล้วก็ทุเรศดีไม่น้อย ไม่นึกถึงตอนรักกัน ไกลแค่ไหนก็ลากนมลากไข่ไปจกไปล้วงกัน สงสัยเป็นเพราะกำลังจะออกผลงานไม่มีอะไรจะขาย เพราะสไตล์ก็งั้นๆ ไม่สมราคาคุย หล่อนก็เลยใช้วิธีด่าผัวเก่าปั่นกระแสให้ตัวเอง เผื่อจะช่วยให้คนเวทนาหันมาซื้อซีดีเอาเงินไปรีดไขมันบ้าง 
 
 เอ้า…พี่น้องทั้งหลาย ใครอยากทำบุญ ช่วยไปอุดหนุนอีป้าซูซาน บอยส์ หน่อย จะได้เลิกเห่าซะที!! 

 

รสชาติของรสชาด/นรา

August 31, 2009

                 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคงจะรับอิทธิพลจากหนังเรื่อง Jurassic Park เยอะไปหน่อย ที่ผ่านมาจึงปกปิดประวิงเวลา ไม่ยอมเผยโฉมให้ท่านผู้อ่านได้เห็นไดโนเสาร์… หรืออีกนัยหนึ่ง ภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันถือเป็นทีเด็ดไฮไลท์หรือไคลแม็กซ์ในการทัวร์วัดใหญ่สุวรรณาราม 
 
  โดยเฉพาะในบทความครั้งก่อน ผมจงใจเลือกเฉพาะรูปที่เลอะเลือนซีดจาง มาเป็นภาพประกอบ 
 
  สภาพของจิตรกรรมในพระอุโบสถ วัดใหญ่สุวรรณารามนั้น ทั่วทั้งผนังฝั่งซ้ายมือขององค์พระประธานชำรุดหลุดร่อนไปมาก ( กระนั้นก็ยังสามารถเห็นเค้าร่องรอยเดิมได้บ้างพอสมควร) 
 
  ภาพเหล่านี้เสียหายมาช้านานแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ดังใจความอันปรากฎในพระราชหัตถเลขาฯ ว่า “รูปนั้นอยู่ข้างจะลบเลือนมาก เพราะเหตุว่าคงจะได้เขียนก่อน 300 ปีขึ้นไป” 
 
  อย่างไรก็ตาม ผนังอีกฝั่งตรงข้ามกัน (ด้านขวามือขององค์พระประธาน) สภาพโดยรวมยังแจ่มชัดและค่อนข้างสมบูรณ์มาก เมื่อเทียบกับอายุของภาพเขียน 
 
  เป็นโชคดีอย่างยิ่ง จิตรกรรมฝาผนังที่นี่ ได้รับการอนุรักษ์ถูกวิธี เพียงแค่แก้ไขซ่อมแซมลวดลายชำรุดเล็กๆ น้อยๆ และผนึกชั้นสีให้มั่นคงถาวร มิได้แต่งเติมหรือวาดส่วนหนึ่งส่วนใดขึ้นมาทับแทนที่ของเก่า 
 
  ภาพเขียนที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จึงสำคัญในแง่ว่า เป็นจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนกลาง (ถ้าเชื่อในข้อสันนิษฐานว่า วาดขึ้นพร้อมๆ กับเมื่อแรกสร้างวัด) ซึ่งตกทอดมาถึงปัจจุบันในสภาพดี และสามารถเห็นย้อนกลับไปยังฝีมือดั้งเดิมเริ่มแรกของครูช่างครั้งเก่าก่อน 
 
  แค่ในเชิงประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดี ก็มีคุณค่ามากมายมหาศาลแล้วนะครับ 
 
  นี่ยังไม่นับรวมถึงด้านความงาม ซึ่งภาพเขียนที่วัดใหญ่ โดดเด่นไม่เป็นสองรองใครในแผ่นดินนี้
 
 
  ใจและสายตาของผมเพียงลำพัง ยกให้เทียบเท่ากับงานศิลปะระดับโลกเลยทีเดียว  
 
  ด้วยเหตุที่พระอุโบสถ วัดใหญ่สุวรรณาราม ปราศจากหน้าต่างด้านข้าง (อันเป็นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่นิยมกันในสมัยอยุธยาตอนต้นถึงตอนกลาง) พื้นผนังจึงยาวเหยียดต่อเนื่อง สามารถบรรจุภาพวาดจากบนสู่ล่างลงมาเกือบถึงพื้น 
 
  ต่างจากโบสถ์สมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งจำเป็นต้องวาดภาพเทพชุมนุมเอาไว้เหนือบานหน้าต่างขึ้นไป (ส่วนพื้นที่ระหว่างบานหน้าต่าง แบ่งเป็นห้อง ๆ เพื่อแยกเขียนเรื่องชาดกหรือพุทธประวัติ) ส่งผลให้การดูต้องแหงนเงย และหากอยากสังเกตเห็นลวดลายต่างๆ ให้ถี่ถ้วนยิ่งขึ้น ก็จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมตัวช่วย อย่างเช่น ใช้กล้องส่องทางไกล 
 
  มิฉะนั้นก็ต้อง “ปีนกระไดดู” ทั้งที่เป็นเรื่องราวเรียบง่าย ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน 
 
  เทพชุมนุมที่วัดใหญ่สุวรรณาราม วาดเรียงรายซ้อนกันเป็นจำนวน 5 ชั้นหรือ 5 แถว สามารถดูได้ตั้งแต่มุมเงย, ระดับสายตา หรือมุมก้ม 
 
  ความแตกต่างด้านพื้นที่เช่นนี้ ส่งผลให้ภาพวาดพลอยผิดแผกกันไปด้วย
 
 
  สรุปกว้างๆ ก็คือ ภาพเทพชุมนุมในสมัยรัตนโกสินทร์ วาดเอาไว้บนที่สูง ตัวละครจึงมีขนาดใหญ่ เพื่อให้มองเห็นได้ชัด และมีรายละเอียดพอสมน้ำสมเนื้อกับสัดส่วนของตัวภาพ 
 
  ผลสืบเนื่องติดตามมา เมื่อขนาดของเทวดาแต่ละองค์ ค่อนข้างใหญ่ จำนวนเทวดาที่ปรากฎบนผนัง จึงไม่เยอะมาก อีกทั้งลวดลายต่างๆ ก็ไม่ละเอียดถี่ยิบจนเกินไป 
 
  อันนี้อาจต้องยกเว้นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ (อยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ) เอาไว้สักแห่ง เพราะตัวพระที่นั่งออกแบบอาคารเอาไว้ทั้งสูงและยาว ภาพเทพชุมนุมที่วาดไว้เหนือผนังตอนบนทั้งสี่ด้านล้อมรอบ จึงมีจำนวนเทวดาเยอะแยะมากมายถึง 400 องค์ (ด้านขวาพระประธาน 152 องค์, ด้านซ้าย 156 องค์, ด้านหน้า 46 องค์ และด้านหลังอีก 46 องค์) 
 
  เมื่อเทียบกันแล้ว พระอุโบสถ วัดใหญ่สุวรรณาราม ซึ่งมีพื้นที่ขนาดเล็กและเตี้ยกว่าในอัตราส่วนประมาณ 2 ต่อ 3 (ส่วนด้านกว้างนั้นใกล้เคียงกัน) กลับวาดเทวดาและอมนุษย์ไว้มากกว่า ประมาณ 540 องค์ (เป็นการคำนวณโดยคร่าว ๆ นะครับ เนื่องจากมีหลายส่วนลบเลือนไป ทำให้ไม่สามารถนับจำนวนได้แน่ชัด) 
 
  สามารถฟันธงได้เลยว่า ภาพเทพชุมนุมที่ให้ความรู้สึกคับคั่งอลังการมากสุด มีเพียงพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และวัดใหญ่สุวรรณาราม 
 
  ภาพเทพชุมนุม ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นฝีมือครูช่างที่อพยพลี้ภัยจากอยุธยาเมื่อคราวกรุงแตก วาดในสมัยรัชกาลที่ 1 ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ ขรึมขลัง สง่างาม ฝีมือประณีต ลายเส้นเนี้ยบเฉียบคม 
 
  วัดใหญ่สุวรรณาราม มาทางสวยวิจิตรพิสดารละลานตา มีชีวิตชีวา ฝีมือพลิ้วไหวแพรวพราว 
 
  ภาพเทพชุมนุม ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ น่าจะถือได้ว่า คลี่คลายลงตัว จนกลายเป็น “แบบอย่าง” ของภาพเทพชุมนุมส่วนใหญ่ที่วาดตามกันอย่างค่อนข้างเคร่งครัดในยุคต่อๆ มา 
 
  ขณะที่เทพชุมนุมวัดใหญ่ฯ แปลกแหวกแนว เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่มีแห่งใดเสมอเหมือน หรือแม้กระทั่งจะวาดให้ละม้ายใกล้เคียงอีกเลย 
 
  ความเจ๋งเป้งข้อแรกคือ เมื่อมองวูบแรกในระยะไกล สีแดงฉ่ำจะแผ่ครอบงำหมดทั่วทั้งผนังและภายในพระอุโบสถ 
 
  เปรียบเปรยแบบเล่นสำนวนโวหารสักหน่อยก็คือ ภาพแรกที่ปรากฎแก่สายตาของผู้ชมนั้น จิตรกรรมบนฝาผนังพร่าเลือนหายไป เหลือเพียงแค่พื้นแดงห้อมล้อม ขับเน้นสีทองขององค์พระประธานให้โดดเด่นเพียงจุดเดียว 
 
  อาจารย์น. ณ ปากน้ำ มักจะบรรยายลักษณะการใช้โทนสีเช่นนี้ในจิตรกรรมไทยว่า เป็นภาพเขียนที่เปี่ยมด้วย “รสชาด” อันหมายถึง เขียนขึ้นได้อย่างถึงรสของสีแดงชาด 
   
  งานจิตรกรรมที่วัดใหญ่สุวรรณาราม เปี่ยมด้วย “รสชาด” เข้มข้นอย่างที่อาจารย์น. ณ ปากน้ำกล่าวไว้โดยแท้ 
 
  พูดถึงสี ผมก็ต้องขออนุญาตบันทึกนอกเรื่องสักเล็กน้อย 
 
  “สมเด็จครู” เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เล่าไว้ใน “บันทึกความรู้ต่างๆ” ประทานแก่พระยาอนุมานราชธนว่า “จะไขความบอกท่านให้ทราบเรื่องสีดีขึ้นอีก ภาษาของคนทั่วไปกับภาษาช่าง ไม่สู้จะเหมือนกัน เช่น สีเทา สีเหล็ก สีฟ้า สีน้ำเงิน อะไรเหล่านี้ เป็นคำคนทั่วไปเรียกกันทั้งนั้น ในพวกช่างเขาไม่ได้ใช้ คำที่พวกช่างเขาใช้เรียกชื่อสีกัน เกรงว่าท่านจะไม่เข้าใจเสียแหละมาก เป็นเต็ฆนิคอันหนึ่ง” 
 
  กล่าวคือ ครูช่างสมัยโบราณ ท่านไม่ได้เรียกชื่อสีอย่างตรงไปตรงมา แต่ตั้งชื่อเสียใหม่ เป็นศัพท์เฉพาะในแวดวงช่าง และด้วยความเป็นศิลปิน ชื่อสีต่าง ๆ จึงขนานนามขึ้นอย่างไพเราะเพราะพริ้งร่ำรวยจินตนาการเหลือเกิน เช่น หงส์ชาด, หงส์บาท, หงส์เสน, หงส์ดิน, เลือดนก, เขม่า, ขาบ (มาจากสีของนกตะขาบ), เขียวใบแค, ยอดตองอ่อน, นวลจันทร์, จำปา, ดอกตะแบก, เม็ดมะปราง, ลูกหว้า, เปลือกมังคุด, พวงอังกาบ, ดอกอัญชัญ, ดอกบวบ, เลื่อมประภัสสร, เลื่อมพราย, ฟ้าแลบ, มะตูมสุก, ดอกชบา, บัวโรย, กลีบบัว, เมฆมอ, มอหมึกอ่อน, น้ำไหล, หมอก, โศก, ก้านดอกกรรณิการ์, หมากสุก (บางทีก็เรียกว่าก้ามปูหรืออสุรา)ฯลฯ 
 
  ชื่อเรียกสีเหล่านี้ ผมกำลังพยายามเทียบเคียงไล่ลำดับว่าตรงกับสีอะไรบ้าง ตอนนี้ยังแยกแยะไม่ค่อยถูกนะครับ เนื่องจากเป็นความรู้เก่าที่ข้อมูลสูญหายไปเยอะ เอาไว้ทราบแน่ชัดเมื่อไรแล้วจะค่อยๆ ทยอยเล่าสู่กันฟังอีกที 
 
  พ้นจากการใช้สีแดงคลุมโทนได้อย่างโดดเด่นแล้ว สิ่งยอดเยี่ยมประการต่อมาของจิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่สุวรรณารามก็คือ เป็นภาพเทพชุมนุม ซึ่งเขียนด้วยฝีมืออันเปรียบเปรยกันว่า “ราวกับเทวดามาวาดไว้” 
 
  โดยปกติ ภาพเทพชุมนุมในจิตรกรรมฝาผนัง ค่อนข้างจะจืด ดูไม่สนุก เนื่องจากทำหน้าที่เน้นหนักไปในด้านงานประดับตกแต่งฝาผนัง มากกว่าจะมุ่งเน้นไปยัง “การเล่าเรื่อง” 
 
  ตามความเข้าใจของผมเอง ภาพเทพชุมนุมส่วนใหญ่ (ซึ่งวาดขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน) น่าจะมีแก่นหลักลีลาการวาด อยู่ที่ “ความเป็นระเบียบ” (ต่างจากฉากมารผจญที่เน้นถึงความวุ่นวายโกลาหล) 
 
  อาจเป็นด้วยเหตุนี้ เมื่อมองดูแบบผิวเผิน ลวดลายจึงซ้ำตา เหมือนหรือคล้ายคลึงกันไปหมด ราวกับเป็นวอลเปเปอร์ประดับผนัง
 
 
  พูดอีกแบบคือ เป็นภาพที่โดดเด่นในการเสริมสร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ภายในพระอุโบสถ สะท้อนความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เวลาประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น (เหมือนมีเทวดามาร่วมเป็นประจักษ์พยานในขณะทำพิธีนะครับ) 
 
  จึงไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามหรือสนใจดูจิตรกรรมฝาผนังมาก่อน จะมีโอกาสผ่านเลยภาพเทพชุมนุมไปได้ง่ายๆ ด้วยความรู้สึกว่า ไร้สิ่งดึงดูด 
 
  ภาพเทพชุมนุมที่วัดใหญ่สุวรรณาราม อยู่เหนือและหลุดพ้นจากข้อจำกัดทั้งหลายโดยสิ้นเชิง เหตุผลแรกคือ วาดไว้ใกล้ในระดับสายตา สามารถเพ่งพินิจรายละเอียดได้ง่าย 
 
  ถัดมาคือ สไตล์ทางด้านภาพ ซึ่งนำเอาคุณสมบัติ 2 ข้อที่ขัดแย้งตรงข้าม มาผสมรวมเข้าด้วยกันได้กลมกลืนอย่างน่าอัศจรรย์ 
 
  พูดง่ายๆ คือ เมื่อมองจากระยะไกล นี่เป็นภาพที่มีระเบียบเคร่งขรึมสงบนิ่ง และหากขยับเคลื่อนเข้าไปพิจารณาใกล้ๆ กลับหวือหวาโลดโผน มีเส้นสายริ้วลาย เลื่อนไหลไหวเคลื่อนอยู่ตลอดเวลา 
 
  เป็นงานศิลปะชั้นเยี่ยม แบบหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แต่มีสองฟิลลิ่งนะครับ 
 
  ผมเคยกล่าวกับพรรคพวกเพื่อนฝูงว่า จิตรกรรมฝาผนัง วัดใหญ่สุวรรณารามนั้น หากดูแบบรีบลวกฉาบฉวย สามารถใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็จบ แต่ถ้าจะให้ดื่มด่ำซาบซึ้งเต็มอิ่ม ต้องใช้เวลาทั้งวัน 
 
  แรกเริ่มผมก็หวั่นวิตกว่า พูดจาใหญ่โตโอเวอร์เกินจริงไปหรือเปล่า? 
 
  มาทบทวนย้อนหลังโดยถ้วนถี่รัดกุม ผมคิดว่า คำพูดดังกล่าว คลาดเคลื่อนจากความจริงไปเยอะเลย 
 
  หนึ่งวันเต็มๆ ไม่เพียงพอหรอกครับ ต้องใช้เวลามากกว่านั้นอีกหลายเท่า 
 
  สมมติว่า นี่คือการดูหนังเรื่อง Jurassic Park คราวหน้านอกจากไดโนเสาร์จะเผยโฉมเยอะขึ้นแล้ว ยังเป็นการเผชิญหน้าในระยะประชิด ชนิดเห็นกันจะๆ อีกต่างหาก 

 

Final Destination 4 เฉือน Halloween 2 ปิดฉากซัมเมอร์ 2009

August 31, 2009

   

 

 

 

 

สงครามการแย่งกันเป็นหนึ่งของหนังสยองขวัญสองเรื่องประจำสัปดาห์ ถือเป็นการปิดฉากซัมเมอร์ 2009 ที่ทำรายได้แซงหน้าปีที่แล้ว แม้คนดูหนังจะลดลง 
 
 The Final Destination หรือการกลับมาในภาคที่ 4 ของมหากาพย์โกงความตาย กลายเป็นผู้ชนะของการฉายชนกันของหนังสยองขวัญที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในบ็อกซ์ออฟฟิศ ด้วยการคว้าแชมป์ไปครองด้วยรายได้ 28.3 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 40 ล้านเหรียญ ทำสถิติเป็นภาคที่เปิดตัวได้ร้อนแรงที่สุดของซีรีส์อีกด้วย 
 
 ผู้พ่ายสังเวียนความสยองในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แก่การกลับในฉบับรีเมคภาคที่ 2 ของ Halloween 2 ฝีมือการกำกับของร็อกเกอร์ ร็อบ ซอมบี ที่เปิดตัวในอันดับที่ 3 ด้วยรายได้ 17.4 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 15 ล้านเหรียญ 
 
 New Line Cinema เผยว่าความสำเร็จของ The Final Destination เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวในการดูหนังแบบสามมิติของแฟนหนัง เมื่อรายได้จากโรงฉายสามมิติถือเป็น 70% ของรายได้เปิดตัวของหนังเรื่องนี้ แม้จะมีเพียงครึ่งหนึ่งจาก 3,121 โรงฉายเท่านั้นที่เปิดฉายแบบสามมิติ 
 
 ทาง Weinstein Co. ก็แจงว่า Halloween 3 ที่จะกลับมารีเมคอีกครั้งในซัมเมอร์ปีหน้าก็จะออกมาเรียกความสยองในแบบสามมิติเช่นกัน แม้ว่าตัว ร็อบ ซอมบี จะไม่กลับมานั่งแท่นผู้กำกับอีกต่อไปแล้ว ซึ่งการเปิดตัวภาคนี้ถือว่าทำได้น้อยกว่าภาคที่แล้วที่เปิดตัวเมื่อปี 2007 ไปถึง 30.6 ล้านเหรียญ แต่ทางค่ายก็พอใจที่มันถอนทุนสร้างได้จากการฉายสัปดาห์แรก 
 
 อันดับที่ 2 ได้แก่แชมป์เก่าอย่าง Inglourious Basterds ที่ทำเงินสองสัปดาห์ไปแล้ว 73.7 ล้านเหรียญ ถอนทุนสร้าง 70 ล้านเหรียญไปได้พอดี ขณะที่รายได้รอบโลกกดไปแล้ว 115.7 ล้านเหรียญ 
 
 หนังใหม่ที่เปิดตัวได้อย่างน่าผิดหวังได้แก่ Taking Woodstock ผลงานย้อนรอยยุคบุปผาชนของผู้กำกับรางวัลออสการ์ชาวไต้หวัน อังลี ที่ทำเงินได้เพียง 3.7 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 30 ล้านเหรียญในอันดับที่ 9 เท่านั้น 
 
 สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นการสิ้นสุดเทศกาลโกยเงินของหนังซัมเมอร์ประจำปีนี้ ซึ่งหลังจากทำเงินแซงหน้าปีก่อนมา 4 สัปดาห์ติดๆ กัน รายได้รวมของทั้ง 18 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทุบสถิติการทำเงินในช่วงซัมเมอร์ที่โกยไปถึง 4.26 พันล้านเหรียญในอเมริกาเหนือ ทำเงินมากกว่ารายได้รวมของซัมเมอร์ปีก่อนไปได้ 1.5% แต่ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ราคาตั๋วหนังที่เพิ่มขึ้นทุกปี เพราะเทียบกันแล้วยอดคนดูปีนี้ลดลงกว่าปีก่อนถึง 2.2% ด้วยกัน 
 
 โดยหนังที่ทำเงินรอบโลกมากที่สุดในซัมเมอร์ที่ผ่านมาได้แก่ Harry Potter and the Half-Blood Prince ภาคก่อนอวสานของตำนานพ่อมดน้อย ที่ทำเงินรวมไปแล้วทั้งสิ้น 896.1 ล้านเหรียญ ขึ้นแท่นอันดับที่ 12 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลหลังจากเปิดตัวที่อเมริกาเหนือเมื่อ 7 สัปดาห์ก่อน 
 
 อันดับ 2 ได้แก่ Transformers: Revenge of the Fallen ที่คว้าตำแหน่งหนังกวาดเงินในอเมริกาเหนือสูงสุดในปีนี้ไปครองที่ 399.4 ล้านเหรียญ และทำเงินรอบโลกปีนี้ไปได้แล้ว 827.8 ล้านเหรียญ ขณะที่อันดับที่ 3 เซอร์ไพรส์เล็กน้อยเมื่อแอนิเมชั่นจากค่าย Fox อย่าง Ice Age: Dawn of the Dinosaurs ที่ทำเงินในอเมริกาเหนือไม่หวือหวาเท่าไหร่ที่ 193.3 ล้านเหรียญ แต่สามารถโกยเงินรอบโลกไปได้ถึง 807.1 ล้านเหรียญ แซงหน้าหนังเรื่องอื่นๆ ในการทำเงินจากตลาดต่างประเทศในขณะนี้ 
 
 10 อันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์ที่ 28 ส.ค.- 30 ส.ค. 2552 
 (รายได้โดยประมาณหน่วยเป็นล้านเหรียญสหรัฐ, รายรับประจำสัปดาห์และรายรับรวมตามลำดับ) 
 
 1. The Final Destination 28.3 (28.3, New
 2. Inglourious Basterds 20 (73.7, 2 สัปดาห์) 
 3. Halloween 2 17.4 (17.4, New
 4. District 9 10.7 (90.8, 3 สัปดาห์) 
 5. G.I. Joe: The Rise of Cobra 8 (132.4, 4 สัปดาห์) 
 6. Julie & Julia 7.4 (70.9, 4 สัปดาห์) 
 7. The Time Traveler’s Wife 6.7 (48.1, 3 สัปดาห์) 
 8. Shorts 4.8 (13.5, 2 สัปดาห์) 
 9. Taking Woodstock 3.7 (3.7, New
 10.G-Force 2.8 (111.8, 6 สัปดาห์) 
 
 ที่มา : ตัวเลขรายรับจากเว็บไซต์ บ็อกซ์ออฟฟิศโมโจ 

 

“สรรค์ชัย” จับมือ “นางฟ้าเดนส์” เขยิบอันดับโลก !

August 31, 2009

   

 

 

สรรค์ชัย รติวัฒน์ แฝดผู้น้องของ สนฉัตร รติวัฒน์นักเทนนิสชาวไทย ที่ควงคู่กันไปถึงรอบ 8 คนสุดท้าย ศึกเทนนิสชาลเลนเจอร์ทัวร์ ที่ประเทศอิตาลี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อันดับเขยิบขึ้นมา 1 อันดับ รั้งมือ 86-87 โลกตามลำดับ ส่วนแร๊กเก็ตประเภทชายเดี่ยวมืออันดับ 1-10 ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง 
 
 สำหรับ อันดับในประเภทหญิง ‘นางฟ้าเดนส์’ แคโรลาย วอซเนียกสกี แร็กเก็ตสาวสวย ชาวเดนมาร์ก ที่พึ่งคว้าแชมป์ ‘ไพล็อต เพน’ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อันดับขึ้น 1 อันดับรั้ง ที่ 8 โลก สวนทางกับ แทมมี” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ แร๊กเก็ตสาวเบอร์หนึ่งของไทยที่ อันดับเขยิบลง 1 อันดับ รั้งที่ 90 ขณะที่ มือวางอันดับหนึ่งของโลกยังตกเป็นของ ดินารา ซาฟินา หวดสาวชาว รัสเซีย เช่นเดิม ด้วยคะแนน 9,810 คะแนนจากการจัดอันดับของ เอทีพี ทัวร์ ประจำวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 
 
 ผลการจัดอันดับโลกนักเทนนิสประเภทชายเดี่ยว โดยเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ประจำวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2552 (ตัวเลขในวงเล็บ คือ อันดับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา) 
 1. (1) โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (สวิส) 12,040 คะเเนน 
 2. (2) แอนดี เมอร์เรย์ (สหราชฯ) 9,610 คะเเนน 
 3.(3) ราฟาเอล นาดาล (สเปน) 9,025 คะเเนน 
 4.(4) โนวัค ยอโควิช (เซอร์เบีย) 7,660 คะเเนน 
 5.(5) แอนดี รอดดิก (สหรัฐฯ) 5,720 คะเเนน 
 6. (6) ฮวน มาร์ติน เดล ปอโตร (อาร์เจนฯ) 5,325 คะเเนน 
 7. (7) โจ-วิลฟรีด ซองกา (ฝรั่งเศส) 3,920 คะเเนน 
 8. (8) นิโคไล ดาวิเดนโก (รัสเซีย) 3,655 คะเเนน 
 9. (9) ชิลล์ส ซิมง (ฝรั่งเศส) 3,410 คะเเนน 
 10 (10) เฟร์นานโด เบร์ดาสโก (สเปน) 3,220 คะเเนน 
 
 นักเทนนิสชายไทย 
 146.(146) ดนัย อุดมโชค 433 คะเเนน 
 559.(628) กิตติพงษ์ วชิรมโนวงศ์ 64 คะเเนน 
 848.(872) พีระเกียรติ ศิริฤทัยวัฒนา 21 คะเเนน 
 
 ประเภทชายคู่ 
 86.(86) สนฉัตร รติวัฒน์ 1,011 คะแนน / 87.(88)สรรค์ชัย รติวัฒน์ 1,008 คะแนน 
 
 ผลการจัดอันดับโลกนักเทนนิสประเภทหญิงเดี่ยว โดยดับเบิลยูทีเอทัวร์ ประจำวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2552 (ตัวเลขในวงเล็บคืออันดับเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา) 
 1. (1) ดินารา ซาฟินา (รัสเซีย) 9,801 คะแนน 
 2. (2) เซเรนา วิลเลียมส์ (สหรัฐฯ) 8,907 คะแนน 
 3. (3) วีนัส วิลเลียมส์ (สหรัฐฯ) 6,865 คะแนน 
 4.(4)เอเลนา ดีเมนเทียวา (รัสเซีย) 6,835 คะแนน 
 5. (5) เยเลนา แยนโควิช (เซอร์เบีย) 6,620 คะแนน 
 6. (6) สเวตลานา คุซเนตโซวา (รัสเซีย) 5,960 คะแนน 
 7. (7) เวรา ซโวนาเรวา (รัสเซีย) 5,300 คะแนน 
 8.(9) แคโรลาย วอสเนียสกี (เดนมาร์ก) 4,730 คะแนน 
 9.(8) วิคตอเรีย อซาเรนกา (เบลารุส)4,612 คะเเนน 
 10. (10) ฟลาเวีย เพนเนตต้า (อิตาลี) 3,490 คะแนน 
 
 นักเทนนิสสาวไทย 
 90. (89) แทมมารีน ธนสุกาญจน์ 723 คะแนน 
 240.(239) สุชานัน วิรัชประเสริฐ 213 คะเเนน 
 355.(352) นพวรรณ เลิศชีวกานต์ 117 คะเเนน 
 428.(441) วรัชญญา วงศ์เทียนชัย 87 คะแนน 
 500.(496) มณฑินี ตั้งพงษ์ 67 คะเเนน 

 

ชม “ซิโก้” ออกโฆษณาชุด “ทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว”

August 31, 2009

 ชมภาพยนตร์โฆษณาชุด ทำไมเรารักพระเจ้าอยู่หัว ซึ่ง ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือหนุ่มของ ชลบุรี เอฟซี สโมสรชั้นนำแห่งศึกไทยพรีเมียร์ลีกมาร่วมพูดถึงความประทับใจในฐานะพสกนิกรชาวไทยที่อยู่ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
 
  โดยโฆษณาชุดนี้อดีตหัวหอกจอมตีลังกาทีมชาติไทยได้มาออกร่วมกับบุคคลในหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้ง พนักงานบริษัท, นักศึกษาแพทย์, ผู้ป่วยสูงอายุ รวมถึง ศ.ดร.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดี ม.เกษตรศาสตร์, อดุล จันทรศักดิ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2551, ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับภาพยนตร์, ครูอ้วน มณีนุช เสมรสุต ครูสอนร้องเพลง ตลอดจนเหล่าดารานักร้องอย่าง ท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ, เจสัน ยัง และ กระแต โฟร์ทีน นิภาพร แปงอ้วน 
 
  
 

สมเด็จฯ ดร.ยิ้มร่ารับปริญญา Ph.D.ใบที่ 12

August 31, 2009

ใบที่ 12 แล้ว– สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเข้ารับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขารัฐศาสตร์จาก ดร.คี-ซูลี (Ki-Su Lee) อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกาหลี (ซ้าย) เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. หรือ กว่าสองเดือนมาแล้ว แต่เพิ่งจะมีการเผยแพร่ภาพนี้บนเว็บไซต์หลายแห่งของชาวเขมรในต่างแดนสุดสัปดาห์นี้.

 

คู่ตาย-แฟนทิ้งบั่นทอนสุขภาพ ผลศึกษาชี้รักใหม่ไม่ช่วยอะไร

August 31, 2009

 เอเจนซีส์ ผลวิจัยพบความเครียดจากการพลัดพราก ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตาย บั่นทอนสุขภาพยาวนาน แม้พบรักใหม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายนัก 
 
  ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิคาโก และมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ในสหรัฐฯ พบว่าผู้ที่หย่าร้างหรือเป็นม่ายมีแนวโน้มมีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เช่น เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน หรือมะเร็ง มากกว่าคนที่ยังมีสถานะสมรส 20% และยังมีปัญหาในการเดินเหิน เช่น ขึ้น-ลงบันไดลำบาก หรือเดินได้แค่ระยะสั้นๆ มากกว่าคนแต่งงาน 23% 
 
  ที่สำคัญ แม้สภาพจิตใจมั่นคงขึ้นและมีความสุขกับความรักใหม่ แต่ก็ไม่สามารถเยียวยาสุขภาพที่เสื่อมถอยนี้ไปได้ 
 
  นักวิจัยได้ศึกษาและติดตามผลกลุ่มตัวอย่างอายุ 51-61 ปี จำนวน 8,652 คน โดยที่ 55% ยังมีสถานภาพแต่งงาน, 20% แต่งงานใหม่, ไม่ถึง 4% ไม่เคยแต่งงานมาก่อน และอีก 22% เคยแต่งงาน โดย 69% ของกลุ่มหลังแยกทางหรือหย่าขาด และ 31% คู่ครองเสียชีวิต 
 
  อายุเฉลี่ยตอนที่แต่งงานสำหรับคนที่หย่าหรือเป็นม่ายคือ 21 ปี คนเหล่านี้ใช้ชีวิตคู่เฉลี่ย 25 ปี และอยู่ในสถานะหย่า แยกกันอยู่หรือเป็นม่าย เฉลี่ยแล้ว 9 ปีครึ่ง 
 
  นักวิจัยมุ่งศึกษาปัญหาสุขภาพของกลุ่มตัวอย่างในส่วนโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หัวใจ ปอด มะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และความสามารถในการเคลื่อนไหว รวมถึงประเมินอาการซึมเศร้า และขอให้กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนสุขภาพตัวเองว่าดีเยี่ยม ดีมาก ดี ปานกลาง หรือแย่ 
 
  ผลการศึกษาพบว่า คนที่แต่งงานใหม่และคนที่เคยแต่งงานมีสุขภาพแย่ลงอย่างชัดเจนในทุกด้านเมื่อเทียบกับคนที่ยังมีสถานะสมรส กล่าวคือคนที่แต่งงานใหม่มีแนวโน้มมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังมากกว่าคนแต่งงาน 12% และ 19% ในส่วนปัญหาในการเคลื่อนไหว ขณะที่คนที่ไม่เคยแต่งงานมีปัญหาในการเคลื่อนไหวมากกว่า 12% และอาการซึมเศร้า 13% 
 
  เชื่อกันว่าสุขภาพที่เสื่อมทรุดลงจากการที่คู่ครองตายหรือหย่าร้าง เป็นผลจากรายได้ที่ลดลง แต่ความเครียดเพิ่มขึ้น ความทุกข์ที่เกิดจากปัญหาต่างๆ เช่น การเลี้ยงดูลูก และเรื่องการเงิน 
 
  และความเสียหายจากการที่ความเครียดรุนแรงไปทำร้ายระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันนั้น มีผลยาวนานนับปีแม้เมื่อคนๆ นั้นกลับมามีความสุขอีกครั้งก็ตาม 
 
  ศาสตราจารย์ลินดา เว็ต นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยชิคาโก ผู้ร่วมจัดทำรายงานฉบับนี้ อธิบายว่าการสูญเสียคู่ครองหรือการหย่าร้าง ทำให้เกิดความเครียดรุนแรงนานเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งส่งผลร้ายต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต 
 
  ความเครียดกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันและนำไปสู่อาการอักเสบ และเราเชื่อว่าอาการอักเสบเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงมะเร็งบางชนิด 
 
  นอกจากนั้น ในช่วงที่คุณปล่อยปละละเลยตัวเอง คุณยังกินอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์และไม่ออกกำลังกาย นอนไม่หลับ ตัดขาดสังคม 
 
  อย่างไรก็ตาม เว็ตยืนยันว่า แม้การหย่าร้างหรือการเป็นม่ายเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ไม่ถึงขั้น โทษประหาร ถ้าคนๆ นั้นดูแลตัวเองหรือมีคนรอบข้างคอยเอาใจใส่ แนวโน้มสุขภาพเสื่อมก็จะลดลงไปได้มาก 
 
  อนึ่ง การศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า การแต่งงานช่วยส่งเสริมสุขภาพและอายุยืนยาว ขณะที่การเสียชีวิตของคู่ครองทำให้ฝ่ายชายมีความเสี่ยงตายตามเพิ่มขึ้นหกเท่าในช่วง 12 เดือนต่อมา และสองเท่าสำหรับฝ่ายหญิง 
 
  คริสทีน นอร์แธน ที่ปรึกษาของรีเลท มูลนิธิให้การสนับสนุนสัมพันธภาพที่มั่นคงในอังกฤษ แสดงความเห็นต่องานวิจัยนี้ว่า เป็นการตอกย้ำว่าคนเราควรพยายามให้มากเพื่อรักษาชีวิตคู่ นอกจากจะเป็นความสัมพันธ์ที่บั่นทอนกันและกันอย่างรุนแรงเท่านั้น 
 
  เป็นความคิดที่ดีที่คุณจะใช้การหย่าร้างเพื่อทำความเข้าใจตัวเอง และหาเหตุผลว่าทำไมความสัมพันธ์ถึงไปไม่รอด 
 
  ถ้าทำได้คุณจะมีโอกาสมากที่จะประสบความสำเร็จในการแต่งงานครั้งที่สอง แต่ถ้าคุณไปคบคนที่รังแต่สร้างปัญหา การอยู่เป็นโสดต่อไปน่าจะดีกว่า 
 
  นอร์แธนทิ้งท้ายว่า คนมากมายมองหาคนที่เหมือนภรรยาหรือสามีคนแรกโดยไม่รู้ตัว และนั่นทำให้โอกาสที่การแต่งงานรอบสองจะล้มเหลวซ้ำรอยเพิ่มขึ้นสองเท่า 
 

อังกฤษประกาศแบนคนเมา-นิสัยไม่ดี เข้าผับ

August 31, 2009

 เอเอฟพี – ชาวอังกฤษที่เมาและประพฤติตัวไม่ดีจะถูกห้ามเข้าผับในท้องถิ่นที่ตัวเองอยู่และยึดใบอนุญาตเป็นเวลา 2 ปี ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ของรัฐบาลที่เพิ่งประกาศออกมาวันนี้(31) 
 
 ศาลมีอำนาจตั้งเงื่อนไขสำหรับคนที่ก่ออาชญากรรมและมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมเป็นประจำระหว่างที่เมา นอกจากนั้น ยังสามารถปรับพวกเขาได้ถึง 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 140,000 บาท) ถ้าหากพวกเขาไม่ปฏิบัติตาม 
 
 อลัน แคมป์เบล รัฐมนตรีมหาดไทยของอังกษกล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวจะเป็นการหยุดการกระทำของผู้ที่ประพฤติตัวไม่ดีในสังคมที่พวกเขาอยู่อาศัย 
 
 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายต่อต้านพฤติกรรมต่อต้านสังคมที่ศาลสามารถใช้กับประชาชน โดยเฉพาะกับพวกวัยรุ่น โดยศาลสามารถออกเงื่อนไขให้ผู้ละเมิดปฏิบัติตามได้ เช่น ห้ามพวกเขาไปสถานที่ใดที่หนึ่งในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง 
 
 อย่างไรก็ตาม นักการเมืองฝ่ายค้านและนักรณรงค์พื่อสิทธิพลเมืองกลับไม่ยอมรับและระบุว่า เป็นการแก้เผ็ดที่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริง 
 

ศก.ถดถอยกระทบชีวิตมะกันชนที่สุด

August 31, 2009

 เอเจนซี - ภาวะเศรษฐกิจถดถอยส่งผลครอบคลุมตั้งแต่ห้องทำงานยันห้องนอน โดยเฉพาะในหมู่คนอเมริกัน 
 
 การสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยไอเอ็นจี ไดเร็กต์ ยูเอสเอ พบว่าบาดแผลทางเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อชีวิตแต่งงานและความสัมพันธ์ของคนทั่วโลก โดยเฉพาะคนอเมริกันที่ดูเหมือนถูกกดดันจากภาวะถดถอยรุนแรงที่สุด 
 
 ชาวเมืองลุงแซมเกือบ 30% บอกว่าภาวะถดถอยเพิ่มความเครียด ทำให้เกิดรอยร้าวหรือกระทั่งทำลายความสัมพันธ์หรือชีวิตสมรส เทียบกับ 23% ของคนแคนาดา, 24% ของคนฝรั่งเศส และ 12% ของคนเยอรมัน 
 
 คนอเมริกันยังเชื่อว่าต้องทำงานนานขึ้นอีกสิบปีก่อนที่จะปลดเกษียณได้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทรุดต่ำที่ทำท่าว่าจะเรื้อรังในสหรัฐฯ นานกว่าในยุโรปหรือแคนาดา 
 
 ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ห้องประชุม หรือโชว์รูมรถยนต์ คนทั่วโลกล้วนถูกกระทบจากภาวะถดถอย แต่ข้อดีในระยะยาวก็คือ คนเรากำลังพยายามรัดเข็มขัด เก็บหอมรอมริบ และเรียนรู้ในการสร้างปราการทางการเงินสำหรับอนาคต ซึ่งแนวโน้มบางอย่างเหล่านี้ควรจะหยั่งรากกลายเป็นนิสัยถาวร อาร์เคดี คูลแมนน์ ประธานไอเอ็นจี กล่าว 
 
 โพลล์ระบุว่า คนยุโรปจริงจังกับการเก็บออมมากกว่าอเมริกัน โดยคนออสเตรีย 53% และคนฝรั่งเศส 43% บอกว่าการมีปราการทางการเงินเป็นเป้าหมายสำคัญ เทียบกับแค่ 35% ของชาวแดนอินทรี 
 
 การสำรวจนี้เป็นการสอบถามความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ 1,052 คนผ่านระบบออนไลน์ในสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สเปน และออสเตรเลีย ซึ่งยังพบว่าคนอเมริกันกังวลกับหนี้บัตรเครดิต โดยเกือบครึ่งบอกว่าจะรูดบัตรต่อเมื่อเป็นวิธีประหยัดเงิน เทียบกับ 11% ของคนเยอรมัน และ 17% ของคนอิตาลี 
 
 การทำกับข้าวกินเองที่บ้านและนำอาหารกลางวันไปกินที่ทำงานเป็นวิธีประหยัดยอดนิยมของคนอเมริกันและแคนาดา ขณะที่คนอิตาลีที่เลือกวิธีนี้มีเพียง 20% 
 
 คนอเมริกันและอังกฤษคลั่งไคล้รถยนต์เหมือนกัน เพราะเมื่อถูกขอให้ระบุสามสิ่งสุดท้ายที่ยอมแลกเพื่อประหยัดเงิน ปรากฏว่า 30% ของคนทั้งสองชาติเลือกรถยนต์เป็น 1 ใน 3 ตัวเลือก เทียบกับ 14% และ 18% ของคนอิตาลีและสเปนตามลำดับ 
 

กมธ.ดูอุโมงค์น้ำซึมเช็กสภาพเขื่อนศรีนครินทร์

August 31, 2009

 

 

กาญจนบุรี – กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และสาธารณภัยและคณะอนุกรรมกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร ดูอุโมงค์น้ำซึมเช็กสภาพเขื่อนศรีนครินทร์แข็งแรงและตรวจสอบเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวแนวสันเขื่อน 
 
 เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (30 ส.ค.) นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และสาธารณภัย และคณะอนุกรรมกรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมาที่ห้องประชุมเขื่อนศรีนครินทร์ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี โดยมี นายกิตติ ตันเจริญ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมผู้บริหารของเขื่อนศรีนครินทร์ ให้การต้อนรับ 
 
 ต่อจากนั้น นายกิตติ ตันเจริญ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ ได้รับบรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการ และแผนการดำเนินงานด้านชลประทานของเขื่อนศรีนครินทร์ มาตรการในการดูแลเรื่องความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน รวมทั้งมาตรการการป้องกัน และแก้ไขปัญหากรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์และเหตุฉุกเฉินที่ปล่อยน้ำในวันที่ 15 ส.ค.52ที่ผ่านมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเสริมเข้าสู่ระบบไฟฟ้าของประเทศให้มีความเสถียรต่อการใช้ของกำลังผู้ใช้ไฟ เพราะโรงไฟฟ้าเกิดปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับพลังงานก๊าซธรรมชาติ 
 
 หลังจากนั้น นายปริญญา พุทธาภิบาล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับ รอยเลื่อน และแผ่นดินไหวในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคณะกรรมาธิการได้สอบถามเกี่ยวกับแนวเลื่อนแผ่นดินและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสั่งไหวของรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ 
 
 หลังจากฟังบรรยายเสร็จสิ้น นายกิตติ ตันเจริญ ผอ.เขื่อนศรีนครินทร์ ได้พาคณะกรรมาธิการลงพื้นที่จริงโดยเริ่มจากตรวจสภาพพื้นที่ความมั่นคงแข็งแรงบริเวณแนวสันเขื่อนศรีนครินทร์ ตรวจสอบสภาพที่ตั้งของเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวภายในเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้สอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องว่ามีการตรวจสอบอย่างไร ซึ่งได้รับการอธิบายว่าทางเขื่อนศรีนครินทร์มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตลอดเวลา 24 ชม.และนำพาคณะทั้งหมดลงสู่อุโมงค์กลางสันเขื่อนเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนที่มีข่าวลือว่ามีรอยร้าวเขื่อนไม่แข็งแรง ผลปรากฏว่าสภาพแนวอุโมงค์มีน้ำซึมตามปกติตามหลักวิชาการสามารถตรวจวัดได้ไม่เคยเกิน 68 ลิตรต่อนาที ถือว่าเป็นเรื่องปกติ 

 

ม้าเหล็กสายธนบุรี-น้ำตกไทรโยคตกรางอีก

August 31, 2009

   

 

 

 

 

กาญจนบุรี – ระทึก! ม้าเหล็กสายธนบุรี-น้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรีตกรางอีก โชคดีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติกว่า 60 คนไม่บาดเจ็บและเสียชีวิต 
 
 เมื่อเวลา 15.30 น.วันนี้ (31 ส.ค.) ได้เกิดอุบัติเหตุรถไฟ สายธนบุรี-น้ำตก ขบวนที่ 257 จำนวน 7 โบกี้ 1 หัวรถจักร ตกราง ที่บริเวณบ้านวังใหญ่ หมู่ 2 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มี นายวิชิต สีชัง อายุ 44 ปี เป็นพนักงานขับรถไฟขบวนดังกล่าว โชคดีที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติกว่า 60 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแต่อย่างใด 
 
 นายวิชิต เปิดเผยว่า ตนขับรถไฟขบวนดังกล่าวออกมาจากสถานีรถไฟดอนรักษ์ อ.เมืองกาญจนบุรี เมื่อเวลา ประมาณ 11.00 น.โดยมีผู้โดยสารมากับรถไฟเป็นจำนวนมาก และเมื่อมาถึงที่บริเวณสถานีรถไฟวังใหญ่ อ.ไทรโยค ผู้โดยสารได้ลงจากรถไปแล้วจำนวนหนึ่ง โดยยังเหลือผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยประมาณ 50 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ประมาณ 10 คน ซึ่งทั้งหมดจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่บริเวณน้ำตกไทรโยค 
 
 จากนั้นตนได้ขับรถไฟมุ่งหน้าไปที่น้ำตกไทรโยค เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้ง และพบว่ารางรถไฟนั้นมีลักษณะแบะออกจากกัน ซึ่งตนไม่สามารถเบรกรถไฟได้ทัน เนื่องจากอยู่ระยะที่กระชั้นชิดมาก ขณะเกิดเหตุนั้นตนได้ยินเสียงนักท่องเที่ยวร้องตะโกนด้วยความตกใจ ซึ่งยังเป็นความโชคดีเพราะว่าจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงทางโค้งพอดี ทำให้ตนชะลอความเร็วของรถไฟ ซึ่งหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวทั้งหมดได้เหมารถยนต์สองแถว เพื่อมุ่งหน้าไปตามจุดหมายแล้ว 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้เกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟตกรางมาแล้วจำนวน 2 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แต่ยังโชคดี ที่ไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแต่ละครั้งนั้น เนื่องจากไม้หมอนรองรางรถไฟเสื่อมชำรุด เนื่องจากใช้งานมาเป็นเวลานาน แต่ไม่มีการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนหมอนไม้ใหม่แต่อย่างใด ประกอบกับช่วงนี้ เป็นช่วงฤดูฝน และมีฝนตกหนักทุกวัน ทำให้ไม้หมอนรองรางรถไฟเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ และการเก็บกู้ขบวนรถไฟครั้งนี้เจ้าหน้าที่รถไฟคาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน เนื่องจากต้องรอขบวนรถช่วยอันตราย ซึ่งเป็นรถยกรถไฟโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้กำลังเดินทางมาจาก กทม. 

 

นาธาน มงกุฎโผล่ เหยื่อถูกตุ๋นดาหน้าขึ้นโรงพัก 3 รายซ้อน!

August 31, 2009

     

 

 

 

ผู้เสียหายที่ถูกดาราหนุ่ม นาธาน โอมาน หลอกลวง และเชิดเงินไป ดาหน้าขึ้นโรงพักหัวหมากพร้อมกัน 3 รายซ้อน รายแรก ไปทวงถามคดีถูกฉ้อโกงเรือนแสน รายที่ 2 กลุ่มใหญ่ ไปรับเงินคืนหลังจากถูกดาราหนุ่มตุ๋นจนเปื่อย และรายสุดท้าย ถูกหลอกเงินเฉียดแสน อ้างฝากเข้าทำงาน ททท.ได้ 
 
 จากกรณีที่มีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ให้ดำเนินคดีกับ นายณธัญ โอมานันท์ หรือ นาธาน โอมาน อายุ 32 ปี นักร้องหนุ่มชื่อดัง ในข้อหายักยอกทรัพย์เป็นเงินสดรวมกันนับแสนบาท ตามที่นำเสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น 
 
 ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (31 ส.ค.) ที่ สน.หัวหมาก น.ส.จามจุรี แคสเซอร์ หรือ ดีเจ เจเจ อายุ 33 ปี ดีเจประจำคลื่นวิทยุ 105.5 เมกะเฮิรตซ์ และเป็นอดีตหุ้นส่วนที่เคยร่วมประกอบธุรกิจร้านกาแฟจามจุรียาร์ค ย่านซอยพระรามเก้า 60 กับ นาธาน โอมาน ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ประสงค์ สุมหิรัมย์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.หัวหมาก เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เคยแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นาธาน โอมาน ในข้อหายักยอกเงินค่ามัดจำร้าน จำนวน 69,000 บาท และค่าเช่าร้านล่วงหน้า จำนวน 60,000 บาท รวมทั้งสิ้น 129,000 บาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา 
 
 โดย น.ส.จามจุรี กล่าวว่า หลังจากได้มีการแจ้งความและนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2552 แต่ก็ยังมีเงินบางส่วนที่ยังอยู่กับนาธา ตนจึงอยากทวงถามร้อยเวรเจ้าของคดีว่า ทำไมคดีนี้ยังยืดเยื้ออยู่ไม่มีการนัดหมายให้คู่กรณีมาชำระเงินคืนอีก โดยก่อนหน้านี้ตนได้เคยโทรศัพท์มาสอบถามร้อยเวรแล้วแต่กลับมีการโยนกันไปมาอ้างว่า ร้อยเวรคนนั้นคนนี้เป็นผู้ทำคดี 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ น.ส.จามจุรี กำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ปรากฏว่า ได้มีกลุ่มคู่กรณีของนาธาน ประกอบด้วย น.ส.รัตติกรณ์ เลิศปลิตานนท์ อายุ 37 ปี น.ส.จารุพรรณ วีระวัฒนาเดช อายุ 31 ปี น.ส.นิพิวรรณ รัตสุทธิกุล อายุ 30 ปี และน.ส.ศรัญญา สิทธิธีรรัตน์ อายุ 31 ปี โดยทั้ง 4 ราย พากันเดินทางมาเข้าพบ ร.ต.ท.ภาสกร มณีรัตน์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.หัวหมาก เพื่อรับเงินค่าเสียหาย จำนวน 77,000 บาทคืน ก่อนจะลงลายมือชื่อในบันทึกตกลงข้อความผิดอันยอมความกันได้และไม่ประสงค์จะให้ดำเนินคดีในความผิดทางแพ่งและอาญากับนายนาธาน 
 
 โดย ร.ต.ท.ภาสกร พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายทั้ง 4 ราย ได้เดินทางมาแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ นาธาน โอมาน ในข้อหายักยอกเงินค่าเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศเนปาล และเรียกร้องค่าเสียหายคืนจำนวนหลายแสนบาท แต่ในเวลาต่อมาคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย สามารถตกลงกันได้ จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางญาติผู้ใหญ่ของนาธาน ก็นำเงินมาฝากไว้ให้กับผู้เสียหายทั้ง 4 ราย จำนวน 77,000 บาท แบ่งเป็นเงินชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 19,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย 3 ราย และอีก 1 ราย ชดใช้คืนให้ จำนวน 20,000 บาท ก่อนจะลงลายมือชื่อในบันทึกยอมความไม่ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อกัน 
 
 อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน น.ส.อรทัย ยิ้มละม้าย อายุ 27 ปี อดีตพนักงานบัญชี โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ 5 ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ก็ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สมเจตน์ พลเหลา พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.หัวหมาก เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายนาธาน ในข้อหาฉ้อโกง เพิ่มเติมอีก 1 ราย พร้อมนำหลักฐานเป็นใบโอนเงินและสำเนาใบเสร็จรับเงิน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มามอบให้พนักงานสอบสวนด้วย 
 
 โดย น.ส.อรทัย ให้การว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือน ต.ค.2551 ได้พบกับนาธาน ผ่านการแนะนำของคนรู้จักอีกทอดหนึ่ง และเมื่อได้เจอกันนายนาธาน ก็อ้างว่า ตัวเขาเองสนิทสนมกับ คุณรจนา เจ้าหน้าที่หน้าห้องของผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสามารถช่วยเหลือให้ตนสอบเข้าทำงานในตำแหน่ง พนักงานฝ่ายพัฒนาเศรษฐกิจต่างประเทศการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งมีเงินเดือนสูงถึง 4 หมื่นกว่าบาทได้ ทำให้ตนหลงเชื่อลาออกจากงาน แล้วโอนเงินค่าดำเนินการจำนวน 69,000 บาท และ ค่าเข้าสอบจำนวน 9,780 บาท รวมเป็นเงิน 78,880 บาท ผ่านทางธนาคารกรุงเทพ เข้าบัญชีไปให้นายนาธาน 
 
 น.ส.อรทัย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น นายนาธาน ก็ได้นำใบเสร็จรับเงิน ซึ่งหัวกระดาษเป็นของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาให้ตน โดยในใบเสร็จระบุว่า ได้รับเงินค่าดำเนินการและค่าเข้าสอบ จำนวน 75,600 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีตราประทับและลายเซ็นของเจ้าหน้าที่ปรากฏอยู่ในใบเสร็จด้วย ทั้งที่ตอนแรกตนโอนเงินไปให้นาธาน จำนวน 78,880 บาท แต่ในใบเสร็จกลับระบุมาเพียงเท่านี้ เลยทราบว่า เงินหายไป 3,200 บาท แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งตนเดินทางไปสอบเมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา แล้วรอฟังผลสอบในอีก 1 เดือนต่อมา แต่ปรากฏว่าผลออกมากลายเป็นตนสอบ ไม่ผ่าน 
 
 ดิฉันเลยรีบโทร.ไปสอบถามนาธาน แต่เจ้าตัวตอบว่า กำลังติดงานถ่ายหนังอยู่ในต่างประเทศ หากกลับมาเมืองไทยแล้วจะรีบไปดำเนินการให้ หลังจากนั้น ดิฉันก็พยายามโทรศัพท์ไปทวงถามอีกเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จนเห็นว่ามีข่าวในเชิงเสียหายออกมาอยู่ตลอดเวลา จึงตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความเอาไว้ก่อน แต่ถ้านาธานสามารถหาเงินมาคืนได้ ก็พร้อมเจรจาและจะยุติเรื่องด้วยดี น.ส.อรทัย กล่าว 
 
 เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้ลงบันทึกประจำวันจากคำให้การของผู้เสียหายเอาไว้ ก่อนนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณา และจะติดตามนายนาธาน มาสอบปากคำต่อไป 

 

ยอดซื้อโอทอปสะพัด 700 ล.บุญจง ได้ทีเล็งใช้ดอนเมืองขายทั้งปี

August 31, 2009

 

 

สรุปยอดซื้อ-ขายโอทอปสะพัด 700 ล้าน บุญจง ได้ทีแนะใช้ดอนเมืองจัดงานตลอดทั้งปี อ้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์สินค้าไทย พช.รับลูกเตรียมขอ ครม.จัดงานอีกเดือน ธ.ค.  
 
 วันนี้ (31 ส.ค.) นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวสรุปถึงการจัดงาน โอทอปมิดเยียร์ 2009 ที่อาคารชาเลนเจอร์ฮอล เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 22 -30 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตลอด 8 วันของการจัดงานครั้งนี้ถือประสบความสำเร็จ โดยดูจากประชาชนที่เข้าชมงาน และยอดจำหน่ายสินค้าที่มีกว่า 700 ล้านบาท ซึ่งทะลุเป้าหมายกว่าที่ตั้งไว้ คือ 500 ล้านบาท โดยเฉพาะวันสุดท้ายของการจัดงานที่มีผู้เข้าชมงานมากกว่าวันอื่นๆ นอกจากนี้ ตนได้เสนอแนวคิดการสร้างศูนย์แสดงสินค้าโอท็อปถาวร ต่อคณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (โอทอป) แล้ว โดยใช้พื้นที่ของสนามบินดอนเมือง เพื่อให้มีที่จำหน่ายสินค้าโอทอปส่วนกลางได้ตลอดทั้งปี และรองรับบู๊ธแสดงสินค้าจำนวนนับหมื่นบู๊ธได้ ที่สำคัญเวลานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ ทัวร์ต่างๆ เดินทางมายังประเทศไทย เราก็สามารถใช้ศูนย์แสดงสินค้าโอท็อปเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าไทยได้ 
 
 ด้าน นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดงานโอทอป กล่าวว่า กรม พช.จะจัดงานโอทอประดับภูมิภาค อาทิ วันที่ 7 ก.ย.จัดที่ จ.อุดรธานี วันที่ 9 ก.ย.จัดที่ จ.ตรัง ซึ่งตรงกับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และในเดือน ต.ค. จะจัดที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตรงกับการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งย้ายสถานที่มาจัดยัง อ.หัวหิน อย่างไรก็ตาม กรม.พช.จะเสนอนายบุญจง เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม. ให้กรม พช.จัดงานโอท็อปที่เมืองทองธานีในเดือนธันวาคม เพื่อให้ประชาชนสามารถซื้อของขวัญสำหรับเทศกาลปีใหม่ได้ 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยอดจำหน่ายสินค้าโอท็อปรวม 8 วัน มีทั้งสิ้น 700,909,557 บาท โดยแยกเป็นเครื่องแต่งกายมียอดจำหน่ายสูงสุด 322,860,329 บาท ของตกแต่ง ของที่ระลึก 171,640,549 บาท อาหาร 126,713,409 บาท อาหารประเภทชวนชิม 27,578,454 บาท สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร 25,313,959 บาท เครื่องดื่ม 24,961,137 บาท อุปกรณ์สำหรับคนพิการ 1,841,720 บาท ส่วนจำนวนผู้เข้าชมงานมีทั้งสิ้น 738,665 ราย 

 

อภิชาต ฉุนถูกฟ้องขึ้นบินเก็บชั่วโมง ลั่นพร้อมสู้ในชั้นศาล

August 31, 2009

 

 

อภิชาต ฉุนถูกฟ้องขึ้นบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ลั่นพร้อมสู้ในศาล ระบุโทษอาญาต้องดูเจตนา เชื่อไม่กระทบต่อหน้าที่ประธาน กกต.เชื่อเรื่องจิ๊บจ๊อย  
 
 วันนี้ (31 ส.ค.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่า อธิบดีสำนักงานอัยการเขต 5 จะพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลจังหวัดลำพูน กรณีที่ใช้เครื่องบินขึ้นทำการบินโดยไม่ได้ขออนุญาตต่อ รมว.คมนาคม ซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานและคิดว่าจบไปแล้ว เนื่องจากในวันและเวลาดังกล่าว ตนเดินทางไปตรวจราชการที่ภาคเหนือ จากนั้น กกต.จว.เชียงใหม่ ในขณะนั้นเห็นว่า ตนจะต้องทำการบินให้ได้ครบชั่วโมงบิน เพื่อใช้ในการต่ออายุใบอนุญาตการบิน จึงเชิญไปทำการบินที่โรงเรียนการบินแห่งหนึ่ง ซึ่งตนก็ได้ขึ้นบินและไปลงที่ จ.ลำปาง โดยได้มีการลงชื่อบันทึกเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิดการบินดังกล่าว เนื่องจากตนมีใบอนุญาตถูกต้องทุกประการ ซึ่งปัจจุบันได้รับปีกชั้นหนึ่งและมีชั่วโมงบินสูงถึง 270 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นหากมีการสั่งฟ้องตนก็พร้อมต่อสู้ในชั้นศาล 
 
 เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องจิ้บจ๊อย ผมพร้อมจะเดินทางไปชี้แจงต่อศาล เพราะการขึ้นบินของตัวเองใช้เครื่องบินของสมาคมการบินเชียงใหม่ ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง ประกอบกับตัวเองก็มีใบอนุญาตการบินถูกต้อง ซึ่งการขออนุญาตทำการบินในแต่ละเส้นทาง ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสมาคมที่จะต้องดำเนินการ เมื่อเขาเชิญผมไปบิน ผมก็ไป และเห็นว่า เป็นสมาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไปถึงเขาก็ส่งกุญแจให้ ผมก็ขึ้นบินเลย เพราะถ้าหากก่อนจะบินถึงขนาดต้องขอดูไลเซน ทั้งที่มีการเปิดเป็นสมาคมใหญ่โต ก็คงไม่ต้องบินกันพอดี ส่วนจะมาอ้างว่าเครื่องบินดังกล่าวจะเป็นของเอกชนหรือบุคคล คือ นายแต่ง ตันติพันธุ์พิพัฒน์ ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องบิน ไม่ใช่ของสมาคมนั้น ก็เป็นเรื่องสมาคมกับนายแต่งที่ต้องไปว่าในเรื่องของการโอนเครื่องบิน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องของการขาดเจตนา เป็นโทษแค่ปรับ เนื่องจากคนที่กระทำผิดทางอาญาต้องมีเจตนาด้วย เช่น เราเห็นรถแท็กซี่ขับมา ติดป้ายทะเบียนตามกฎหมาย แต่เราก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องรถเถื่อนหรือไม่ ผมเคยเป็นถึงผู้พิพากษา จะไปทำผิดกฎหมายด้วยเรื่องแค่นี้ได้อย่างไร นายอภิชาต กล่าว 
 
 นายอภิชาต กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ตนไม่อยากคิดเป็นเรื่องการเมือง และทำให้ต้องลงจากเก้าอี้ประธานกกต. เพราะไม่ใช่เรื่องทุจริตกรณีเลือกตั้งหรือทุจริตในการทำหน้าที่ ฉะนั้นไม่มีผลต่อการทำหน้าที่ กกต.และคิดว่าคนทั่วไปน่าจะเข้าใจ และคงไม่มีใครเอาเรื่องเช่นนี้มาเรียกร้องให้ตนลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่ชอบธรรมและ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร ประกอบกับเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 ซึ่งในวันที่ 6 มิ.ย.2551 อธิบดีกรมขนส่งทางอากาศได้มีหนังสือมาที่ตน เพื่อให้ชี้แจงกรณีดังกล่าว ซึ่งตนก็ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกับไปเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2551 และเรื่องก็เงียบไป จากนั้นเมื่อไปราชการที่จ.เชียงใหม่ พนักงานสอบสวนก็ได้มาสอบถาม ตนก็ได้ชี้แจงและคิดว่าเรื่องคงจะจบ แต่เมื่อเรื่องไปจบก็ต้องชี้แจงกับทางศาล 
 
 นายอภิชาต กล่าวอีกว่า หลังจากมีเรื่องนี้เกิดขึ้น คงต้องสาปส่งกับการไปขึ้นบินกับภาคเอกชน ตนขอเลือกไปบินกับกองทัพอากาศจะสบายใจกว่า ซึ่งกองทัพอากาศก็เชิญไปบินอยู่หลายครั้ง อีกทั้งตนก็มีสถานะเป็นนักบินสำรอง ซึ่งหากมีสงครามก็ต้องมีหน้าที่รับใช้ชาติเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ก็เคยได้รางวัลชนะเลิศในการแข่งแรลลี่ทางอากาศในโครงการนางสาวสยามเมื่อปี พ.ศ.2546 

 

นิพนธ์ ดอดคุย สุเทพ รับหลัง มาร์ค กลางกระแสข่าวไขก๊อก

August 31, 2009

 

 

นิพนธ์ ดอดคุย สุเทพ นานกว่า 2 ชั่วโมง ท่ามกลางข่าวไขก๊อกลาออกจากตำแหน่ง หลังเห็นต่าง มาร์ค ตั้ง ผบ.ตร. ขณะที่ เทพเทือก ปิดปากไม่พูดหารือเรื่องอะไร อ้างตกลงกับสื่อแล้วคุยกันวันละสองรอบ 
 
 วันนี้ (31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น.วันนี้ (31 ส.ค.) ท่ามกลางข่าวว่า นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมลาออกจากตำแหน่ง หลังมีความเห็นขัดแย้งกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการเสนอชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่ ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ในเวลานั้น นายนิพนธ์ ได้เข้าพบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อพูดคุยเป็นการส่วนตัว นานเกือบ 2 ชั่วโมง ที่ห้องทำงานตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล 
 
 ทั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวภายหลังการหารือด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และกล่าวหยอกล้อกับผู้สื่อข่าว ว่า พวกคุณไม่กลับบ้านกลับช่องกันหรืออย่างไร ผมบอกแล้วไงว่าคุยกับผมวันละครั้ง วันนี้ก็ 2 ครั้งแล้ว ยังมาตื๊อครั้งที่ 3 อีก เมื่อถามว่าได้หารือกับนายนิพนธ์ เกี่ยวกับการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีแล้วๆ ไม่ได้คุย บอกแล้วว่า 1.ไม่หนี 2.ไม่พูด เป็นสิ่งที่เราตกลงกันไว้แล้วไง 
 
 เมื่อถามว่า นายนิพนธ์ จะยังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว แล้วเดินเลี่ยงขึ้นรถยนต์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปในทันที 
 
 รายงานข่าวแจ้งว่า นายนิพนธ์ ได้เดินลงมาทางฝั่งประตู 7 และนั่งรถประจำตำแหน่งออกไปทันที ทั้งนี้ระหว่างนั้นนายอภิสิทธิ์ ปฏิบัติงานอยู่ที่รัฐสภา 

 

ฝ่ายค้าน ร้องศาล รธน.ฟ้องรัฐเปลี่ยนแปลงงบปี 53 ส่อขัด รธน.

August 31, 2009

 

 

สุรพงษ์ กัดไม่ปล่อย โร่ร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 อ้างพบมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณในชั้นกรรมาธิการ กว่า 2 หมื่นล้านบาท ชี้เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่ศาลรับคำร้องในชั้นธุรการแล้ว 
 
 วันนี้ (31 ส.ค.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 เนื่องจากพบว่า มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ โดยเพิ่มในชั้นกรรมาธิการงบฯ จำนวน 20,000 ล้านบาท จึงถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 168 วรรค 6 นอกจากนี้ การเพิ่มงบประมาณดังกล่าวเข้ามาภายหลังจากการผ่านวาระหนึ่งไปแล้วจึงน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 167 ถือว่าเป็นการเพิ่มเติมงบประมาณโดยไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดต่อที่ประชุมสภาจึง เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตามมาตรา 168 วรรค 7 
 
 ด้าน นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องดังที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร้องให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ในวาระ 2 และ3 มีการกระทำใดๆ มีผลให้ ส.ส. ส.ว.หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าทางตรงทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่ายฝ่าฝืนมาตรา 168 วรรค 7 แห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ศาลได้รับเรื่องในทางธุรการแล้ว โดยจะทำความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับสำนวนคำร้องและองค์ประกอบคำร้องว่าครบถ้วนสมบูรณ์เพียงใด หลังจากนั้น จะทำเรื่องถึงนาย ชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญตามกระบวนการของศาลต่อไป 
 
 ส่วนเรื่องกรอบเวลา 7 วันที่ศาลจะต้องวินิจฉัยตามกรอบเวลาดังกล่าวที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น ตามกระบวนที่ศาลต้องเริ่มพิจารณาว่ารับหรือไม่รับคำร้องอย่างไร อีกทั้งการพิจารณาจะเสร็จก่อนตามที่กฎหมายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่กระบวนการของตุลาการที่จะกำหนดขึ้นมา รวมทั้งรัฐธรรมนูญกำหนดให้วินิจฉัยใน 7 วันทางตุลาการก็ต้องดำเนินการตามกรอบ ส่วนจะเสร็จก่อนหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นดุลพินิจของตุลาการที่จะกำหนดการพิจารณาต่อไป 
 
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ตาม 168 วรรค 7 ระบุว่า เมื่อ ส.ส.หรือ ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่ามีการกระทำความผิดตามมาตรา 168 วรรค 6 ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว 

 

BMW เสริมรุ่น DVD Navigator ให้ 520d – 320d

August 31, 2009

 ข่าวในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู เสริมออปชัน DVD + Navigator ใน 520d และ 320d SE เคาะราคา 3.79 และ 2.89 ตามลำดับ พร้อมจัดงานใหญ่ BMW Xpo วันที่ 10-13 กันยายนนี้ ที่เซ็นทรัลเวิร์ด 
 

320d

 คาร์ล รูดิเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กล่าวว่า บริษัทเตรียมนำเสนอระบบ BMW Navigation System Professional และระบบ DVD สำหรับดูหนังฟังเพลง พร้อม USB Connector ที่สามารถเชื่อมต่อกับ iPod และระบบ Bluetooth สำหรับเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานผ่านระบบ iDrive ได้อย่างสะดวกเพียงปลายนิ้วสัมผัส และที่สำคัญ บีเอ็มดับเบิลยูนำเสนอระบบดังกล่าวนี้ในทุกเซ็กเมนท์ทั้งซีรี่ย์ 3 ซีรี่ย์ 5 และซีรี่ย์ 7 
 
 BMW Navigation System Professional เป็นระบบนำทางที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ทำงานบนฮาร์ดดิสขนาด 80 กิ๊กกะไบท์ ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วทันใจ ฮาร์ดแวร์ของระบบ BMW Navigation System Professional สามารถรองรับซ๊อฟแวร์แผนที่แบบสามมิติความละเอียดสูง แสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์ความละเอียดสูง 1280×480 พิกเซล แสดงแผนที่ได้หลายมุมมอง และสามารถแยกจอแสดงผลเป็นสองส่วนได้ 
 
 โดยบีเอ็มดับเบิลยูจะเปิดตัวระบบ DVD + Navigator ใหม่ ในรุ่น 520d Sport + DVD +Navigator ราคา 3,799,000 บาท ขณะที่ 320d SE + DVD + Navigator ราคา 2,899,000 บาท ซึ่งเป็นราคาช่วงแนะนำถึง 30 กันยายนนี้เท้านั้น 
 
 นอกจากนี้บริษัทยัง เตรียมจัดงาน BMW Xpo 2009. Colors of Joy. ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 10-13 กันยายนนี้ ซึ่งนอกจากรถ 2 รุ่นดังกล่าวแล้ว ยังมีรถบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นต่างๆถึง 23 พร้อมกับข้อเสนอพิเศษมากมายเมื่อจองรถภายในงาน 
 
 นายรูดิเกอร์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมต้อนรับแฟนๆและลูกค้าด้วยกิจกรรมสนุกๆหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น คลีนิคกอล์ฟพร้อมด้วย Virtual Golf Driving Range เครื่องเล่นจำลองการปีนเขา รถแข่งราง และกิจกรรมอื่นๆ สำหรับครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยู นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ยังมีข้อเสนอทางการเงินมากมาย อีกทั้งยังมีของขวัญพิเศษ เช่น iPhone 3GS หรือลำโพง harman/kardon Go+Play iPod (แล้วแต่รุ่น) สำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถในงานอีกด้วย 
 

ซันในเงาออราเคิลขาดทุนยับ “SPSS”รอโหวตชี้ชะตาไอบีเอ็ม

August 31, 2009

 

ก่อนจะถูกควบรวมกับออราเคิล ซันไมโครซิสเต็มส์ปิดฉากไตรมาสสุดท้ายที่จะได้ทำงานแบบฉายเดี่ยวด้วยการขาดทุน 147 ล้านเหรียญ ผลจากยอดขายเดือนเมษายน-มิถุนายนลดฮวบ 31% ด้านไอบีเอ็มที่อกหักจากการเสนอซื้อซันแล้วหันไปฮุบบริษัทซอฟต์แวร์ประมวลผลงานวิจัย SPSS แทนนั้น ล่าสุด SPSS ออกมาประกาศกำหนดการประชุมผู้ถือหุ้นต้นเดือนตุลาคม เพื่อลงคะแนนชี้ชะตาว่ายินยอมให้มีการควบรวมหรือไม่อย่างเป็นทางการ 
 
 ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของซันไมโครซิสเต็มส์ (Sun Microsystems) นั้นไม่ได้มีการแถลงข่าวหรือการส่งเป็นจดหมายประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ มีเพียงการส่งเอกสารแจ้งหน่วยราชการสหรัฐฯเท่านั้น 
 
 ซันระบุว่าขาดทุนราว 147 ล้านเหรียญ (ราว 5.1 พันล้านเหรียญ) คิดเป็น 20 เซนต์ต่อหุ้น เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งซันมีกำไร 88 ล้านเหรียญ (ราว 3.08 พันล้านบาท) คิดเป็น 11 เซนต์ต่อหุ้น บนยอดขายที่ลดลงเหลือ 2.63 พันล้านเหรียญ จาก 3.78 พันล้านเหรียญ 
 
 ไตรมาสเมษายน-มิถุนายนนั้นเป็นไตรมาสที่ 4 ปีการเงิน 2008-2009 ของซันพอดี สรุปทั้งปี ซันขาดทุนราว 2.23 พันล้านเหรียญ ทั้งที่เคยได้กำไร 403 ล้านเหรียญเมื่อปีก่อนหน้า 
 
 ไม่มีรายงานการวิเคราะห์ของนักวิจัยว่าซันจะมีทิศทางอย่างไรหลังควบรวมกับออราเคิล (Oracle) ซึ่งประกาศทุ่มเงินมากกว่าไอบีเอ็ม (IBM) เสนอซื้อซันสำเร็จด้วยเงินมูลค่า 7.4 พันล้านเหรียญ ตามกำหนดการ การควบรวมจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนฤดูร้อนหรือไตรมาส 3 ของปีนี้ และกำลังอยู่ระหว่างการรอผลอนุมติจากคณะกรรมกาป้องกันการค้าผูกขาดแห่งสหภาพยุโรปก่อน 
 
 การควบรวมนี้จะทำให้ออราเคิลสามารถควบคุมการพัฒนาโปรแกรมภาษาจาวา (Java) ซึ่งซันคิดค้นและพัฒนาขึ้นจนเป็นรากฐานสำคัญของอินเทอร์เน็ต ขณะเดียวกัน ออราเคิลก็จะสามารถเข้าสู่สังเวียนฮาร์ดแวร์ไดแบบก้าวกระโดด เนื่องจากซันเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์รายหลักของโลกในขณะนี้ 
 
 สำหรับไอบีเอ็ม หลังการเสนอซื้อซันไม่สำเร็จ ไอบีเอ็มกลับยื่นข้อเสนอให้กับบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูลเพื่อการวิจัยหรือ SPSS ซึ่งใช้งานกันมากในนักศึกษาและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยและแบบสอบถาม SPSS ระบุว่าจะเปิดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 2 ตุลาคมเพื่อลงคะแนนและสรุปมติว่าต้องการขายบริษัทให้กับไอบีเอ็มหรือไม่อย่างเป็นทางการ 
 
 การประกาศซื้อ SPSS ของไอบีเอ็มถูกประกาศต่อสาธารณชนเมื่อเดือนกรกฎาคม มูลค่าการซื้อขาย 1.2 พันล้านเหรียญ โดยการประชุมของผู้ถือหุ้น SPSS จะจัดขึ้นที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา 
 
 Company Related Links : 
 IBM 
 Oracle 
 SPSS 
 SUN 
 

ไซน่ายูนิคอมเซ็นสัญญาไอโฟน3ปี

August 31, 2009

 

iPhone 3Gs ไอโฟนรุ่นล่าสุด หนึ่งในโทรศัพท์ไอโฟนหลากรุ่นที่จะเข้าสู่ตลาดจีนภายในปีนี้

ไชน่ายูนิคอมระบุ เซ็นสัญญากับแอปเปิลแล้วเป็นระยะเวลาสัญญา 3 ปี มั่นใจสามารถวางจำหน่ายไอโฟนภายในปีนี้ ยังไม่เปิดเผยราคาจำหน่ายและจำนวนการนำเข้าล็อตแรกเช่นเคย แอปเปิลระบุ ดีลขายไอโฟนในจีนกับไชน่ายูนิคอมไม่ใช่สัญญาเอ็กซ์คลูซีฟ (exclusive) แปลว่าไชน่ายูนิคอมจะไม่ได้เป็นโอเปอเรเตอร์ผู้จำหน่ายไอโฟนรายเดียวในประเทศจีน 
 
 การวางจำหน่ายไอโฟน (iPhone) สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสยอดฮิตของแอปเปิล (Apple) ในแดนมังกรนั้นมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว ว่าแอปเปิลจะร่วมมือกับไชน่ายูนิคอม (China Unicom) โอเปอเรเตอร์เบอร์ 2 ในการทำตลาดจีน โดยไชน่ายูนิคอมออกมายอมรับว่า ต้องการเปิดประตูกำไรบานใหม่ให้บริษัท หลังจากต้องประกาศยอดกำไรครึ่งปีแรกลดลงถึง 45% 
 
 เชิง เสี่ยวปิง ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารไชน่ายูนิคอมปฏิเสธที่จะเปิดเผยราคาจำหน่ายไอโฟนในประเทศจีนขณะนี้ โดยระบุเพียงว่าจะเป็นราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยบริษัทจะเพิ่มเงินสนับสนุนหรือซับซิไดซ์ (subsidies) เพื่อให้สามารถจำหน่ายไอโฟนในราคาที่ต่ำลง มีการตั้งข้อสังเกตว่าไชน่ายูนิคอมประกาศเพิ่มเงินซับซิไดซ์หลังจากไชน่าเทเลคอม (China Telecom) ประกาศยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้จากบริการใช้งานเครือข่ายข้อมูล ด้วยการเพิ่มวงเงินซับซิไดซ์เครื่องทุกรุ่นของค่ายจากสัดส่วน 30% เป็น 37% 
 
 กำหนดวางจำหน่ายไอโฟนของไชน่ายูนิคอมคือไตรมาส 4 ปี 2009 คาดว่าจะวางจำหน่ายทั้งไอโฟนแบบ 2G และ 3G โดยการที่จีนจะมีโอเปอเรเตอร์มากกว่า 1 รายเป็นตัวแทนจำหน่ายนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากจีนนั้นเป็นประเทศที่มีประชากรคนโทรศัพท์มือถือสูงถึง 700 ล้านคน 
 
 การเพิ่มเงินซับซิไดซ์ของไชน่ายูนิคอมถูกมองว่าจะทำให้บริษัทมีสัดส่วนกำไรหรือมาร์จิ้นลดลง ซึ่งมักเกิดขึ้นในโอเปอเรเตอร์ทั่วโลก ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับคู่แข่งในแดนมังกรด้วยกันอย่างไชน่าโมบายล์และไซนาเทเลคอม เชื่อว่าไชนายูนิคอมจะมีแรงกดดันมากกว่าโอเปอเรเตอร์แดนมังกรรายอื่นที่ล้วนมีปัญหาสัดส่วนมาร์จิ้นตกต่ำ เนื่องจากการอยู่ในช่วงกึ่งกลางการลงทุนเครือข่าย 3G เป็นระยะเวลา 3 ปีจนถึงปี 2011 รวมมูลค่ากว่า 5.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ 
 
 ไชน่ายูนิคอมระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (average revenue per user : ARPU) ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นตกลงเหลือ 41.7 หยวนต่อเดือน ลดลงจาก 43.6 หยวนต่อเดือน 
 
 Company Related Links : 
 China Unicom 
 

Next Page »