จอย ใจแข็งไม่รับคบ น็อต บอก ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน
July 31, 2009
จอย ปฏิเสธคบ น็อต เป็นแฟน ทั้งที่ฝ่ายชายรุกตามจีบ หนำซ้ำยังปิดโอกาสไม่เปิดใจให้ใคร เพราะยังไม่อยากมีแฟน ย้ำ กับน็อตเป็นได้แค่เพื่อน
แห้วรับประทานกันเลยทีเดียว สำหรับ น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ หลังนางเอกสาว จอย รินลณี ศรีเพ็ญ ปฏิเสธคบในฐานะแฟน ทั้งที่ฝ่ายชายใส่เกียร์เดินหน้าตามจีบ ยิ่งทั้งคู่มาเล่นละครเรื่อง มงกุฎแสงจันทร์ ด้วยกัน ก็ยิ่งถูกจับตามอง ว่างานนี้มีลุ้นจะแพ้ความใกล้ชิดเข้าสักวัน แต่พอสอบถามไป สาวจอยกลับย้ำชัด ว่ากับน็อตเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น เหตุเพราะรู้จักกันมานาน ไม่อยากเปลี่ยนสถานะเป็นอย่างอื่น
จอยว่ามันไม่ใช่ จริงๆ นะ อย่างละครที่ถ่ายด้วยกัน(เรื่องมงกุฎแสงจันทร์) เรียกว่าไม่เคยมีใครพูดถึงเลย เอาเป็นว่าไม่เคยมีใครถามด้วยซ้ำ ค่อนข้างปกติมาก ตอนอยู่กองเพราะนั้นไม่มีใครถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ไม่มีแน่นอน เรื่องมาแซว ก็ไม่ค่อยมีใครแซวนะคะ ก็จะแบบแค่ว่าจริงเหรอ อะไรแค่นั้นเหมือนทุกคนไม่ค่อยเชื่อ เหมือนกับว่ามันเห็นมานาน มันก็จะแบบจริงเหรอแค่นั้นเอง
ในกองก็ปกติมากค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าเป็นเพื่อนกันมานานมากแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ แล้วจะไม่คุยกัน ไม่ใช่ค่ะ เราก็ยังทำตัวเป็นปกติทุกอย่าง ก็ยังยืนยันว่าเป็นเพื่อน จอยก็ยังไม่ได้เปลี่ยนสถานภาพ หรือเปลี่ยนความรู้สึกอะไร ก็ยังเป็นเพื่อน ไม่เปิดโอกาสเลย แต่ก็คุยนะ คุยเป็นปกติ คือเคยคุยยังไงก็ยังคุยแบบนั้น
จริงๆ ไม่ค่อยได้เจอกันด้วย จอยทำงานทุกวัน จอยตื่นตีสามตีสี่ เดี๋ยวรถตู้ก็มารับ มาทำงานกว่าจะกลับบ้าน 3-4 ทุ่ม ก็คือเช้า-ดึก เลยไม่คิดว่าอยากมีแฟนหรืออยากมีคนรัก แค่เอาตัวเองให้รอดก็พอแล้ว ไม่เหงาเลยทำงานทุกวัน แล้วจอยก็ไม่กลัวว่าจะเป็นการปิดโอกาสตัวเอง เพราะก็ไม่อยากให้ใครเข้ามาจีบอยู่แล้ว (หัวเราะ)เพราะว่าไม่ได้อยากมีใคร เพราะฉะนั้นไม่ได้สนใจว่าจะมีใครมาจีบ ไม่ชอบอยู่แล้วด้วย
ถ้าจะมีคนเชียร์จอยก็ไม่รู้สึกอะไร เพราะว่าสุดท้ายมันก็คงขึ้นอยู่กับเรา มันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ว่าใครจะเชียร์หรือใครจะคัดค้าน มันก็คงจะไม่มีผลอะไร เพราะมันอยู่ที่คนสองคนมากกว่าค่ะ

“อั้ม” ปฏิเสธเหมาผู้ชายทั้งวงการ บอกสนิทจริงๆ แค่ “โน๊ต-ต๊อด”
July 31, 2009
อั้ม เซ็งข่าวคั่วผู้ชายทีเดียวหลายคน แถมยังตามเฝ้าแจ ทั้ง แบงค์ แบล็ควนิลา, กอล์ฟ-ไมค์, ซีวอน บอก ไม่เคยไปตามใครทั้งนั้น โต้ไม่ได้เตรียมไปโกอินเตอร์เกาหลี และยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องต่อสัญญาช่อง 7 เผยยังเหลือเวลาอีก 2 ปี ยังมีเวลาคิด
กระแสฮอตไม่ตกเลยจริงๆ สำหรับนางเอกสาว อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือว่าหัวใจ โดยเฉพาะเรื่องหลังเพราะที่ผ่านมาตกเป็นข่าวกับหนุ่ม มากหน้าหลายตา ยิ่งล่าสุดมีข่าวพัวพันทีเดียวหลายคน ทั้งแอบแชทคุยกับนักร้องหนุ่ม แบงค์ วงแบล็ควนิลา หรือ อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม แถมยังตามไปหาสองหนุ่ม กอล์ฟ พิรัชต์ และ ไมค์ ไพรัชต์ นิธิไพศาลกุล ถึงกองถ่ายมิวสิควีดีโอที่เขาใหญ่ และยังดอดไปหาหนุ่มเกาหลี ชอย ซีวอน ที่กลับมาโชว์ตัวที่เมืองไทยที่ห้างคริสตัลปาร์คอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธทุกกรณี
กับแบงค์ก็คุยบ้างค่ะ แต่ไม่ได้คุยทุกวัน คุยผ่าน BB (Black Berry) แหละค่ะ ก็ไม่ค่อยได้เจอกันแล้วนะคะ ไม่ได้เจอกันมานานแล้วล่ะ คุยกันแค่ใน BB แต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไรด้วย ก็ผลัดกันคุยน่ะค่ะ ไม่มีอะไรเลยกับแบงค์ ยืนยันค่ะ
แต่กับซีวอนไม่มีค่ะ ไม่ได้ไปค่ะ ไม่ได้เจอ ที่คริสตัลปาร์คร้านอั้มอยู่ที่นั่น(หัวเราะ) คืออั้มไปตอนงานเลิกแล้วค่ะ เพราะตอนนั้นคนเยอะ อั้มจะไม่ไปตอนที่คนเยอะ ส่วนกอล์ฟ-ไมค์ไม่มี(เสียงสูง) ยังไม่ได้ไปเลย ไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ไม่ไปกับทุกคนเลยเนอะ ไม่ได้ไปจริงๆ ค่ะ
ถือโอกาสโต้ข่าวที่ว่าผู้จัดการ เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร เตรียมพาไปโกอินเตอร์ที่เกาหลี แถมยังพาเด็กในสังกัดไปด้วยอีกหลายคน เผยตอนนี้ยังไม่ได้คิดไปไหน เพราะสัญญาช่อง 7 ยังเหลืออีก 2 ปี
”ข่าวที่พี่เอไปทำงานที่เกาหลีไม่ทราบเรื่องเหมือนกัน ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย รอให้พี่เอชวนก่อนแล้วกัน แต่ที่ว่าเอาเด็กไป ไม่นะ พี่เอส่วนมากคงเอาแต่เด็กที่นู่นมาทำงานที่ไทยมากกว่านะคะ”
”แต่เรื่องต่อสัญญากับช่อง คืออายุขนาดนี้แล้วก็ไม่รู้ค่ะ คืออั้มยังไม่ได้พูดอะไรเลยเรื่องต่อไม่ต่อ เพราะว่ามันอีกตั้ง 2 ปี มันอีกนานน่ะค่ะ จริงๆ อยู่ที่นี่ก็สบายใจนะ ถ้าผู้ใหญ่ให้เล่นก็เล่นค่ะ คือมีคนดูแลมันก็ดี มันก็ดีทั้งสองอย่างน่ะค่ะ แต่ตอนนี้ชอบแบบนี้ เพราะว่าทำงานอิสระยังไม่รู้ ยังไม่เคยออกไปลอง แล้วก็ยังไม่มีความคิดว่าอยากจะออกไปลองด้วยตอนนี้”
นอกจากนั้นยังมีกระแสว่าเขม่นนางแบบสาว สา มาริสา แอนนิต้า ที่เมื่อวันงานช่อง 7 ได้ไปนั่งเคียงข้าง คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ อย่างใกล้ชิดสนิทสนม….โห ไม่รู้เรื่องเลยค่ะ ไม่รู้ว่าน้องสาไปด้วยกัน เพราะว่าตัวเองไม่ได้อยู่ด้วยค่ะ แล้วก็ไม่ได้ไปงานวันนั้นด้วย งง เมื่อกี้ยังงงอยู่เลยว่าเอ๊ะข่าวมาได้ยังไง ไม่จริงเลยค่ะ กับน้องสาไม่มีอะไรเลยค่ะ เคยคุยกันค่ะ ไม่มีอะไรเลย
เผย เพิ่งกลับมาจากไปทำงานต่างประเทศมา แต่งุบงิบไม่ตอบเรื่องที่ว่าหนุ่ม โน้ต ตามไปเฝ้าด้วย
ไปอิตาลี ไปฝรั่งเศสค่ะ ไปทำงาน ไม่สนุกเลย ตื่นเช้าทุกวัน ไม่สนุกเลย เพราะว่าต้องข้ามไปที่นู่นที่นี่ด้วย ข้ามไปหลายที่ แต่ก็ได้ช็อปปิ้งบ้างค่ะ แต่มีคนไปถ่ายแบบเยอะ เวลาคนอื่นไปถ่ายเราก็ต้องตามไปด้วย มันก็ต้องตื่นเช้าทุกวัน แล้วกลับมาก็ดึกทุกวัน ได้นอนน้อยมาก (มีข่าวว่าโน๊ตตามไปด้วย?) โน้ตเหรอ ไม่บอกแล้วกันนะ(หัวเราะ)
ส่วนข่าวที่ว่า ย่องไปหาหมอดูเพื่อให้ทำนายว่าจะเลือกใครดีระหว่าง ต็อด ศิณะ อุ่นทรพันธุ์ กับ โน้ต เพราะเรื่องแบบนี้ตนเลือกเองได้
”โอ้โห ทำไมต้องให้หมอบอกล่ะคะ เลือกเองได้ค่ะอันนี้เป็นสิ่งที่เลือกเองได้ เลือกใครเดี๋ยววันนึงก็รู้(หัวเราะ) ก็ยังสนิทกันเหมือนเดิมนะ สองคนนั้นนะ แต่อั้มดูดวงเกือบทุกวันนะคะ เป็นปีแล้วค่ะ คือไม่ใช่ดูดวงกับหมอแปลกหน้านะ จะเป็นแค่หมอที่รู้จักกันจริงๆ แล้วก็มีพระเท่านั้นเอง”
”ส่วนใหญ่ก็คุยขำๆ ค่ะ จะคุยทุกวัน คือจริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าไปดูดวงนะ คือรู้จักกันแล้วก็จะโทรว่าทำอะไรอยู่ก็เหมือนเพื่อนคนนึง แล้วเขาจะดูให้เราเองด้วย เราแทบไม่ต้องบอกอะไรเลย”

ชมพู่ เคลียร์ข่าว น็อต ทิ้งเมียมาคบ มั่นใจไม่ได้แย่งของใคร
July 31, 2009
ชมพู่ โต้ข่าว น็อต ทิ้งเมียมาคบกับตน ออกตัวแทน ฝ่ายชายไม่เคยมีใครเป็นตัวเป็นตน แต่เป็นธรรมดาที่จะมีผู้หญิงเข้ามาเกาะแกะบ้าง เจ้าตัวลั่น ไม่ต้องเคลียร์ พร้อมรับฝ่ายชายพาไปเจอพ่อแม่แล้ว
แม้จะยังไม่ยอมรับซะทีเดียว ว่าคบหาดูใจกันอยู่ แต่เมื่อนางเอกสาว ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต รู้ว่าไฮโซ น็อต มีข่าวทิ้งเมียที่คบกันมาถึง 15 ปี แล้วมาคบกับตนนั้น เจ้าตัวถึงกับแก้ตัวแทนว่าไม่เป็นความจริง แต่ถ้ามีจริงๆ ก็อาจจะมีแค่ผู้หญิงเข้ามาเกาะแกะเป็นเรื่องปกติของผู้ชาย
”ขนาดนั้นเลยเหรอคะ(หัวเราะ) เท่าที่ชมทราบเขาก็ยังไม่เคยเห็นเขามีใครเป็นตัวเป็นตนนะคะ ก็ยังโสด แต่ก็คงเป็นธรรมดาถ้าจะมีคนมาเกาะแกะบ้าง ก็คงเหมือนเรา กับข่าวคงไม่ใช่น่ะค่ะ”
”แต่จริงๆ คนเราอยู่กันมาจนปูนนี้ก็คงจะเคยมีความรักมาในรูปแบบของแต่ละคน แต่ว่าถ้าถึงขั้นมีลูกมีเมียคงไม่ใช่น่ะค่ะ(หัวเราะ) ถามว่าเชื่อใจมั้ย จริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปิดบังกันน่ะค่ะ คงไม่ถามค่ะ ไม่รู้สิ เฉยๆ ค่ะ มันไม่มีมูลเลย”
ฟุ้งฝ่ายชายพาไปเจอพ่อแม่แล้ว….”คือตอนนี้กับครอบครัวเขา เราก็ยังไม่ได้ถึงกับขนาดเดินเข้าเดินออกบ้านขนาดนั้น ก็ปกติค่ะ เป็นไปตามความเหมาะสมแล้วก็เรื่องของเวลา แต่อย่าเรียกว่าพาไปพบเลยค่ะ ก็มีโอกาสได้เจอกันบ้างค่ะ ความสัมพันธ์ก็เหมือนเดิม ตอบกี่ทีก็เหมือนเดิม(หัวเราะ)”
พร้อมเปิดใจถึงเรื่องที่ได้รับรางวัล ดาราสาวที่เซ็กซี่ที่สุดแห่งปี 2009 จากนิตยสาร FHM ว่าดีใจที่คนให้ความสนใจ แต่ตนไม่ได้รู้สึกอะไรมากกับคำว่าเซ็กซี่ที่ได้รับ
ค่ะจริงๆ ก็ขอบคุณนะคะ ทีมงาน FHM และก็ทุกๆ คนที่ร่วมโหวตให้ค่ะ ก็ชื่นใจ ดีใจที่ทุกคนยังนึกถึง แต่จริงๆ ชมไม่ได้รู้สึกว่าเราจะต้องให้คุณค่ากับคำว่าเซ็กซี่นะ แต่สิ่งที่ชมรู้สึกว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจสำหรับชมก็คือการที่คนยังไม่ลืมเท่านั้นเอง จากทางหนังสือเองที่บางคนอ่าน และก็จากทางพี่ๆ สื่อมวลชนยังโอเคกับเราอยู่ แต่เราค่อนข้างชินกับตัวเอง ก็เลยเฉยๆ ไม่รู้ซิ(หัวเราะ) กับตำแหน่งนี้ชิลๆ ค่ะ ไม่ได้อะไร ได้หรือไม่ได้ก็ยินดีมาร่วมงานค่ะ

ลือ!ต้นสังกัด จุนซู จะฟ้อง หวาย ด้าน แหวน โต้ เจ้ากี้เจ้าการให้จุนซูคบหวาย
July 31, 2009
แหวน ปัด เป็นแม่สื่อให้ จุนซู 2PM จีบ หวาย พร้อมโต้ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องนักร้องหนุ่มมาหาหวายที่บ้าน ส่วนข่าวที่ว่าต้นสังกัดจุนซูจะฟ้องหวาย เจ้าตัวบอกไม่จริง ยังรักกันดี ด้าน นิชคุณ มึน ถูกพ่วงบุกวีนแหวน เหตุไม่พอใจที่เป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนร่วมสังกัดเสียชื่อเสียง ก่อนเผย ไม่รู้ว่าจุนซูคบหวายจริงหรือเปล่า
หลังจากนักร้อง หวาย ปัญญริสา ชุมรุม วงเซเว่นเดย์ ค่าย อาร์เอส ออกมาประกาศโต้งๆ ว่านักร้องเกาหลี จุนซู วง 2PM แห่งค่าย JYP มาหาถึงบ้านตอนที่มาโปรโมตอัลบั้มที่เมืองไทย จนทำให้ทางต้นสังกัดประเทศเกาหลีค่ายเจวายพี ถึงกับไม่พอใจ ที่นักร้องสาวมาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง พร้อมกับจะฟ้องเอาเรื่อง
ซึ่งคนที่ตกเป็นข่าว เป็นแม่สื่อและจัดแจงให้จุนซูกับหวายได้เจอกันก็คือ แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ เพราะเป็นลูกพี่ลูกน้องของสาวหวาย อีกทั้งยังรู้จักกับนักร้องบอยแบนด์วงนี้เป็นอย่างดี งานนี้สาวแหวนก็เลยถูกซัดไปเต็มๆ เป็นเหตุให้วันก่อนเจ้าตัวต้องออกมาเคลียร์ตัวเองเป็นการด่วน ยัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
เท่าที่ดูก็ไม่มีอะไรนะคะ ทางเจวายก็ดีกันดี แม้แต่กระทั่งครอบครัวของน้องคุณเองก็มาที่นี่ คิดว่าถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นจริงๆ คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้แล้ว มันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย ทั้งแม่สื่อพาไปหาถึงบ้าน เพราะจริงๆ แล้วเจวายพีเขาก็จะเข้มกับตัวศิลปินมาก และในช่วงที่ทูพีเอ็มมาเมืองไทย ก็แทบจะไม่ได้ไปเจอน้องๆ แม้แต่กระทั่งน้องคุณก็ไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้พามาหามา ไม่ได้ชักชวนอะไรทั้งสิ้นเลย
แต่ที่หวายบอกว่าจุนซูไปหาที่บ้านอันนี้ไม่รู้ ไม่ได้คุยกับหวายเลย แต่ชื่อว่าน้องก็น่าจะดูแลตัวเองดีและหวายก็น่าจะรู้กฎระเบียบของทางเกาหลี ว่าเขาเข้มขนาดไหน ก็คิดว่าไม่น่าจะทำอะไรในแง่มุมของการเสื่อมเสียเพราะเขาก็เป็นเพื่อนกันจริงๆ
โต้แทนทางต้นวังกัด JYP ไม่ได้ฟ้องหวายหลานสาว
สำหรับเรื่องที่ว่าจะฟ้องอะไร จริงๆ ไม่มีอะไร เพราะวันนี้ก็มีจากเกาหลีกันหมด มันไม่มีอะไรจริงๆ และเจวายพีทุกคนก็ยังรักกันดี ไม่ฟ้องไม่อะไร เพราะวันนี้ก็ยังต้องมาเจอหน้ากัน เพราะอย่างเกาหลีเขาไม่ใช่สไตส์เก็บอารมณ์เพราะว่านี่ก็คุยกันแฮปปี้มากไม่มีอะไรเลย
แล้วทางเจวายพีเขาก็ไม่ได้อะไรมากกับเรื่องนี้ มันก็เป็นข่าว แม้แต่กระทั่งตัวแหวนก็ยังไม่รู้อะไรเลย แม้กระทั่งตัวน้องตัวคุณเอง ก็ค่อนข้างระวังตัวอยู่แล้ว ศิลปินในเกาหลีเขาก็ต้องดูแลภาพลักษณ์ของเขาด้วย เพราะฉะนั้นเลยคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น แล้วทางเกาหลีเขาก็เข้าใจในวงการบันเทิง การนำเสนอข่าวที่ต้องทำให้ดูสนใจเข้าไว้ แล้วทางแฟนคลับก็น่าจะมีวิจารณญาณในการตัดสินใจ
แยบถามว่าหลังที่น้องสาวเลิกรากับจุนซูแล้วมีอารมณ์เฮิร์ทหรือเปล่า ปัด ไม่เห็นเป็นอะไร เพราะว่าไม่ได้คบกัน
โอ้ย ไม่เห็นมันจะเฮิร์ทอะไรเลย แล้วมันคงไม่ได้เฮิร์ทเพราะอกหักอะไรด้วย เพราะจริงไม่มีอะไรไม่ได้คบกันและจริงๆ ก็คือเหมือนกับหวายก็เป็นเด็กคนหนึ่งและจุนซูเขาก็มีชื่อเสียงอาจจะไปอะไรกัน แม้กระทั่งว่าไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันก็เป็นประเด็นได้แล้ว ก็ไม่เห็นเฮิร์ทเลยก็เริงร่าอยู่
ส่วนกระแสข่าวที่ว่า คุณ นิชคุณ มาวีนสาวแหวนเพราะว่าเรื่องที่สาวแหวนไปเป็นแม่สื่อให้กับหวายนั้น ไม่เป็นความจริง ย้ำยังรักกันดี
มาวีนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีค่ะ น้องคุณธรรมดา สุภาพเรียบร้อยน่ารัก กับคุณไม่มีอะไรเลยค่ะ รักกันดีค่ะ เป็นสื่อแม่ชักให้กับหวาย โห ฮามากเลยจริงๆ(หัวเราะ) เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกินเลยอยู่แล้ว จริงๆ แหวนก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมาก เพราะตอนนี้ค่อนข้างยุ่งนิดหนึ่ง เรื่องเรียนและเรื่องงานด้วย
ด้าน คุณ นิชคุณ หนึ่งในนักร้องร่วม วงทูพีเอ็ม และศิลปินในสังกัด เจวายพี บอกไม่รู้ข่าว พร้อมปัด ไม่ได้วีนแหวนแหวน เพราะยังไม่รู้เลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากไหนหรือจริงไม่จริง
จริงๆ คุณได้ข่าวตอนที่กลับไปแล้ว เพราะคุณแม่เขาส่งลิงค์มาให้ แล้วถามว่านี่เป็นความจริงหรือเปล่า อันนี้คุณก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้จักกันได้ยังไง แต่จริงๆ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขา คุณไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขา แต่จริงๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็สามารถมีแฟนได้ แต่ผมไม่ได้คุยอะไรกับจุนซูเลยครับ เพราะเรื่องพวกนี้เราจะไม่ก้าวก่ายกัน เราจะไม่ถามว่ายูมีแฟนหรือยังหรืออะไร เพราะเรื่องส่วนตัวก็จะเป็นเรื่องส่วนตัวไป
ไม่รู้จะวีนกับใครและคุณเองก็เพิ่งมาได้ยินข่าวตอนที่คุณไปอยู่เกาหลีแล้ว ซึ่งคุณก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรหรือเป็นความผิดของใคร คุณไม่ทราบจริงๆ และตอนที่เราอยู่ด้วยกันที่เมืองไทย เราก็อยู่ด้วยกันตลอด ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ว่าเขาไปเจอกันยังไง ขึ้นแท็กซี่ไปหาหวายเก่งนะเนี่ย พูดภาษาไทยได้เหรอ แต่คุณไม่รู้เลยเพราะว่าไม่ได้คุยกันเลย
ส่วนกรณีที่ทาง JYP จะฟ้องสาวหวายที่ทำให้ศิลปินทางค่ายเสื่อมเสียชื่อเสียง เจ้าตัวบอกไม่รู้เรื่อง แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไป
เรื่องนี้คุณก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ และก็จริงๆ จะถึงกับฟ้องเหรอครับ น่าสงสาร อันนี้คุณก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาติดต่อยังไงกัน เป็นความจริงหรือไม่เป็นความจริงผมก็ไม่รู้ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องปล่อยให้เขาคุยกันเองระหว่างสังกัด แต่เพื่อนๆ ในวงก็แตกตื่นเหมือนกัน ว่าเกิดอะไรขึ้น

คีน เบิ้ลไก่จิกฮัลล์ 3-0 ซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกเอเชีย
July 31, 2009
ร็อบบี คีน กองหน้ากัปตันทีมเบิ้ลสกอร์ช่วยให้ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จิกเอาชนะ เดอะ ไทเกอร์ส ฮัลล์ ซิตี 3-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลอุ่นเครื่องรายการ พรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี 2009 ที่ประเทศจีน มาครอง
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี 2009
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 3-0 ฮัลล์ ซิตี
แฮร์รี เรดแนปป์ วางทัพ ไก่เดือยทอง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ชุดเต็มสูบหวังได้ประกาศแชมป์ที่เวิร์กเกอร์ สเตเดียม นำโดยคู่หัวหอก ร็อบบี คีน กัปตันทีม และ เจอร์เมน เดโฟ แดนกลางให้ ลูกา โมดริช ปั้นเกม อารอน เลนนอน กระชากลากเลื้อย ส่วน ฟิล บราวน์ เปิดโอกาสให้ดาวรุ่ง ฮัลล์ ซิตี ลงหาประสบการณ์หลายคนทั้ง นาธาน ดอยล์, ทอม คาร์นีย์ หรือว่า นิคกี ฟีเธอร์สโตน แดนหน้าห้อย ดาเนียล กูแซ็ง ไว้ค้ำ
“โมดริช” เจอ “ดอยล์” แท็คเกิลใส่
เริ่มเกมการแข่งขัน สเปอร์ส เป็นฝ่ายตั้งเกมบุกได้ก่อน ทำให้ ฮัลล์ ต้องร่นลงไปตั้งเกมรับในแดนตัวเอง ถึงนาทีที่ 16 หลังบี้อยู่พักใหญ่ ไก่เดือยทอง ก็จิกนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ ลูกา โมดริช ตักบอลจากกลางสนามให้ ร็อบบี คีน พักอกลงก่อนยิงบอลติดตัว โทนี วอร์เนอร์ แต่บอลยังแรงพอที่จะทะลักเข้าไปซุกก้นตาข่าย ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก สเปอร์ส เกือบทิ้งห่าง อารอน เลนนอน จ่ายเข้าใน เจอร์เมน เดโฟ จิ้มจ่อๆ ไม่ถึง
นาทีที่ 23 ความผิดพลาดในแผงรับของ ทอม ฮัดเดิลสโตน เกือบทำให้ เดอะ ไทเกอร์ส ตามตีเสมอแต่ ดาเนียล กูแซ็ง ปั่นบอลหลุดเสาไกลไป จากนั้นเป็น ฮัลล์ ที่เริ่มดันเกมบุกเกือบได้ประตูตามตีเสมออีกครั้งในนาทีที่ 35 ดีน มาร์นีย์ สบโอกาสยิงเน้นๆ กะให้เสียบเสาแต่ เอเรลโญ โกเมส พุ่งไปปัดปลายมือ ถัดมาเป็นจังหวะสวนกลับของ สเปอร์ส เดโฟ หลุดเข้าไปป้ายบอลหนี วอร์เนอร์ แต่ก็หลุดเสาเช่นกัน จบ 45 นาทีแรก ไก่เดือยทอง นำอยู่แค่ประตูเดียวในรูปเกมที่ค่อนข้างเหนือกว่าพอสมควร
ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง ฟิล บราวน์ ปรับแดนกลางด้วยการใส่ โจวานนี ลงมาช่วยปั้นเกมรุกและก็ถอด นิค บาร์มบี ออกมาพัก และ ฮัลล์ ก็เปิดเกมบุกใส่ทันที มาร์นีย์ ได้โอกาสสับจากนอกกรอบด้วยอีขวาเต็มๆ แต่บอลยังไม่ตรงเป้าหมาย เมื่อเกมรุกเริ่มดีขึ้น เดอะ ไทเกอร์ส ปรับเอา คเล็บ โฟแลน ลงมาล่าตาข่ายแทน กูแซ็ง ที่ได้โอกาสมาหนึ่งชั่วโมงเต็มแต่ทำอะไรไม่ได้
ด้าน แฮร์รี เรดแนปป์ ปรับหมากบ้างใส่ ไคล นาฟตัน ไปเล่นแทน เจอร์เมน จีนัส ที่แทบไม่มีบทบาท แต่ยังเป็น ฮัลล์ ที่บุกใส่เป็นชุดๆ โจวานนี ได้วอลเลย์ในกรอบโทษ คามิลล์ ซายัตเต ขวิดต่อจ่อๆ บอลติดปลายมือ โกเมส จากลูกเตะมุม เควิน คิลบาน อีกหนึ่งตัวสำรองได้ยิงเน้นๆ แต่นายทวารบราซิเลียนก็ลอยปัดบอลข้ามคานไป
อย่างไรก็ตาม ถึงนาทีที่ 69 สเปอร์ส มาได้ลูกที่จุดโทษเมื่อผู้ตัดสินมองว่า วอร์เนอร์ ไปทำฟาล์ว เดโฟ และก็เป็น คีน รับหน้าที่สังหารไม่พลาด สกอร์ไหลเป็น 2-0 ท้ายเกมทั้งสองฝ่ายสลับกันเปลี่ยนตัวผู้เล่นลงมาทดสอบ ก่อนหมดเวลานาทีเดียว ไก่เดือยทอง ฝังชัย 3-0 จาก เลนนอน ก่อนผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เอเชีย โทรฟี 2009 ไปครอง ขณะที่ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้อันดับ 3 หลังบดชนะ ปักกิ่ง กั๋วอัน 2-0 ได้ประตูจาก แดนนี แก็บบิดอน และ ซาวอง ไฮย์นส
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
สเปอร์ส : เอเรลโญ โกเมส, ปาสกาล ชิมบงดา, เวดราน ชอร์ลูกา, ทอม ฮัดเดิลสโตน, เบอนัวต์ อัสซู เอก็อตโต, อารอน เลนนอน, เจอร์เมน จีนัส, วิลสัน ปาลาซิออส, ลูกา โมดริช, ร็อบบี คีน, เจอร์เมน เดโฟ
ฮัลล์ : โทนี วอร์เนอร์, นาธาน ดอยล์, สตีเฟน มูโยโคโล, คามิลล์ ซายัตเต, แอนดี ดอว์สัน, ดีน มาร์นีย์, ทอม คาร์นีย์, นิคกี ฟีเธอร์สโตน, จอร์จ บัวเต็ง, นิค บาร์มบี, ดาเนียล กูแซ็ง

นัมโคแบนได เปิดตัวเกมดนตรี “Easy piano” ลง DS พ่วงอุปกรณ์คีย์บอร์ด
July 31, 2009
นัมโคแบนได เปิดตัวเกมใหม่แนวดนตรีในชื่อ “Easy Piano” เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สนุกสนานกับประสบการณ์การเล่นเปียโนบนเครื่องเกมพกพา DS ความพิเศษของเกมตัวนี้จะมาพร้อมกับอุปกรณ์เสริมคียบอร์ด ที่ครบถ้วนเสียงทั้ง 8 โน้ตเต็มอ๊อกเต๊บระดับเสียง ฟีเจอร์ของเกมจะมีหลายโหมดให้เลือกเล่น ให้ผู้เล่นได้ฝึกเล่นเปียโนตั้งแต่ขั้นเบสิค พร้อมกับการฝึกเล่นเพลงสุดคลาสสิคตลอดกาล เกมนี้จะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนพฤศจิกายน ปี 2009
”Easy Piano” เป็นเกมตัวแรกบนเครื่อง DS ที่ให้ผู้เล่นได้ฝึกการเล่นดนตรี บนคียบอร์ดเสมือน พร้อมกับการแนะนำว่าการใช้และเคลื่อนที่นิ้วให้ถูกต้อง พร้อมกับพัฒนาผู้เล่นให้กลายเป็นผู้มีทักษะสูงทางด้านดนตรี อุปกรณ์เสริมคียบอร์ดที่มีมาให้จะสามารถแทนเสียง 8 โน้นเต็มอ๊อกเต๊บได้ ซึ่งผู้เล่นสามารถใช้ระดับเสียงได้ถึง 3 อ๊อกเต๊บขณะที่เล่นอยู่ได้ ผู้เล่นสามารถเลือกชิ้นเครื่องดนตรีได้ว่าจะเล่นชิ้นใด อาทิ เปียโน กีต้าร์ หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ เพื่อให้เหมาะสมกับเพลงนั้นๆ
ในส่วนของเพลง จะมีเพลงให้เลือกเล่นประมาณ 40 เพลงซึ่งเป็นเพลงชื่อดัง ตั้งแต่เพลงเก่าไปจนถึงเพลงใหม่ และยังมีเพลงหลายแนวเหมาะกับทุกเพศทุกวัย อาทิ เพลงของ Mozart หรือ Beethoven นอกจากนั้นยังมีเพลงของ Bohemian Rhapsody, Bittersweet Symphony, Every Breath You Take หรือแม้กระทั่งเพลง Jingle Bells ฟีเจอร์ของเกมจะมีสองโหมดให้เลือกเล่น
โหมดแรกชื่อว่า The creation mode เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้บันทึกเพลงได้สูงสุด 4 เพลงที่แต่ละเพลงมีความยาวได้ถึง 3 นาที ในโหมดนี้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยเหลือผู้เล่นมือใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้เล่นมือใหม่ ส่วนผู้เล่นที่มีความชำนาญแล้วก็สามารถอัดการเล่นสดได้ทันที โหมดที่สองชื่อว่า The lesson mode ออกแบบมาให้ผู้ที่หัดเล่นเปียโนเป็นครั้งแรก จะมีแบบทดสอบให้ฝึกเล่น 10 บาท มีมินิเกมให้เล่นเพื่อสอนเบสิคการเล่นเปียโน
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
gamesindustry.biz

ศาลพม่าเลื่อนตัดสินซูจี
July 31, 2009
ผู้ประท้วงนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ชูภาพสนับสนุนนางอองซานซูจี
เอเจนซี/เอเอฟพี- ศาลพม่าเลื่อนตัดสินคดีอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านเป็นวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ระบุต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการทบทวนคดีเพื่อเขียนคำพิพากษา
การพิจารณาคดีที่ศาลในเรือนจำอินเส่งในช่วงสายของวันศุกร์ (31) มีขึ้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดโดยผู้สื่อข่าวไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสังเกตการณ์แต่อย่างใด
ในเวลาต่อมา เนียนวิน ทนายความของซูจีออกมาเผยว่า ศาลได้เลื่อนการตัดสินคดีออกไปโดยให้เหตุผลว่าต้องการทบทวนข้อขัดแย้งทางกฎหมายบางประการเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของบรรดานักการทูตต่างชาติในกรุงย่างกุ้งที่คาดว่าศาลพม่าจะเลื่อนการตัดสินคดีนี้
ขณะเดียวกันวันศุกร์ (31) มีรายงานว่า กลุ่มผู้สนับสนุนนางซูจีทั่วเอเชียซึ่งประกอบด้วยนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนและผู้ลี้ภัยชาวพม่าพลัดถิ่น ต่างพร้อมใจกันชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าปล่อยเธอเป็นอิสระ
ทั้งนี้ ซูจี วัย 64 ปี ถูกตั้งข้อหาละเมิดเงื่อนไขการกักบริเวณในบ้านพัก หลังจอห์น เยตทอว์ ชายชาวอเมริกันวัย 53 ปี ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบไปพักในบ้านของเธอ 2 คืนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยหากศาลตัดสินว่าซูจีมีความผิดอาจทำให้เธอต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี

พล.อ.พิจิตร ย้ำต้องทุ่มสร้างทรัพยากรคน-ห่วงลูกหลานลืมกำพืดความเป็นไทย
July 31, 2009
พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการลงนาม MOUทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กับ อบจ.ชัยภูมิ วันนี้ ( 31 ก.ค.)
ชัยภูมิ- พล.อ.พิจิตร องคมนตรี ชี้เวลานี้บ้านเมืองเราสู้เขาไม่ได้ เหตุที่ผ่านมาไม่เน้นสร้างทรัพยากรมนุษย์ ทุ่มสร้างแต่สิ่งก่อสร้างอาคาร ถนนหนทาง และคนไทยไม่เอาจริงเอาจังกับการทำงาน ย้ำต้องทุ่มพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า มีคุณภาพ เพื่อให้ลูกหลานเราอยู่คู่แผ่นดินไทยอีกนานแสนนาน ย้ำให้สอนลูกหลานไทยรักหวงแหนสมบัติชาติ ศึกษาเข้าใจกำพืดความเป็นไทย
วันนี้ (31 ก.ค.) ที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลเมืองชัยภูมิ พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี, นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร และประธานมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชัยภูมิ เพื่อรับนักเรียนที่จบชั้น ม.6 ในสังกัด อบจ.ชัยภูมิ ทั้ง 26 แห่ง เข้าศึกษาต่อในคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น ว่า ปัจจัยในการพัฒนาตั้งแต่หมู่บ้านจนถึงระดับประเทศ มีปัจจัย 5 ตัว คือ 4 เอ็ม (M) 1 ที (T) M ตัวแรก คือ Man ทรัพยากรมนุษย์ M ตัวที่ 2 คือ Money งบประมาณ M ตัวที่ 3 คือ Material ทรัพยากรในดิน เครื่องมือ เครื่องใช้ และ M ตัวที่ 4 คือ Management การจัดการ การบริหารที่ดี, ส่วน T คือ Technology ซึ่งผมได้พูดมาตลอด ประเทศไทยเราเก่าแก่เกือบ 800 ปี แต่เราไม่ได้เน้น M ตัวแรก คือ ทรัพยากรมนุษย์ เราไปสร้างแต่อาคาร ถนนหนทาง
ผมได้สำรวจ 2 ปีก่อนเข้า วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) คนในประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องผ่านงานเฉลี่ยหัวละ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ลองมาสำรวจดูซิว่าเราทำถึงรึเปล่า ไม่ถึงหรอกครับ เอาราชการเป็นหลักทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เข้า 08.30 น.เลิกงาน 16.30 น.ตอนเที่ยงออกไปกินข้างนอก ช่วงเช้า-เย็นไปรับส่งลูกที่โรงเรียน ก็กินเวลาหลวง เฉลี่ยแล้วคนไทยทำงานสัปดาห์หนึ่งเพียง 33 ชั่วโมง ในขณะที่เกาหลีใต้เขาทำถึง 47.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งที่ประเทศเขาเกิดทีหลังเรา จึงฝากท่านทั้งหลายกลับไปคิดต้องเอาจริงเอาจัง ทำงานก็งาน ทำงานเพื่องาน ทำงานเพื่อให้เกิดความสำเร็จ เวลานี้บ้านเมืองเราถึงสู้เขาไม่ได้
พล.อ.พิจิตร กล่าวต่อว่า ผมพาเด็กไปแสดงแม่ไม้มวยไทยทั่วโลก ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 10 ไปที่ประเทศรัสเซีย พอแสดงเสร็จก็พาเด็กไปเที่ยวชมเมือง ไปเจอครูผู้หญิงพาลูกศิษย์มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เวลาเขาอธิบาย ผมก็ให้ล่ามช่วยแปลให้ ครูผู้หญิงบอกลูกศิษย์ว่า นี่คือสมบัติของชาติที่พวกเธอต้องดูแลและหวงแหน ผมก็ถือโอกาสบอกลูกหลานไทยที่ไปแสดงว่า เขาเป็นคอมมิวนิสต์ เขาสอน แต่เราไม่ได้สอน ไม่ได้ปลูกฝัง ในกรุงเทพฯ เด็กไม่รู้จักพระแก้วมรกต เพราะผู้ใหญ่ไม่เคยพาไปกราบ มีแต่คนต่างชาติที่เข้าไป จึงคิดถึงอนาคตอีก 50 ปี ที่พวกผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่นี้ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว จะมีใครหวงแหน พระแก้วมรกต รึไม่
ผมไปงานสถานทูต ห้องโถงของโรงแรมชั้น 1 เขียนว่า 716 ปีวันชาติสวิส เกิดเมื่อ ค.ศ.นั้น ผมก็ถามตัวเองว่าประเทศไทยเกิด พ.ศ.อะไร ถามนายกสภามหาวิทยาลัย ก็ตอบไม่ได้ นี้กำพืดของความเป็นไทยเราไม่สอนกัน ผมถือโอกาสบอกตรงนี้ เมื่อสมัยจบใหม่ๆ ไปรอคำสั่งที่กระทรวงกลาโหม กรมยุทธการทหารบก และที่กรมจะมีกองประวัติศาสตร์ มี พ.อ.ถวิล อยู่เย็น เป็นหัวหน้ากอง ขณะนี้เป็น พลโท ยังมีชีวิตอยู่ อายุ 87 ปี
ท่านบันทึกไว้ว่า ประเทศไทยเกิดสมัยสุโขทัย พ.ศ.1781 กษัตริย์องค์แรก คือ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มี 3 พ่อขุน เป็นสหายได้ประกาศเอกราชจากขอมมี พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนบางกลางท้าว พ่อขุนผาเมือง และ อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองยังอยู่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เป็นอนุสาวรีย์เล็กๆ แต่เขียนประวัติไว้หมด ผมก็ไปบอกผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่า อ.ศรีเทพ เป็นอำเภอเล็กๆ น่าจะไปสร้างใหม่อีกแห่ง เขาก็ไปสร้างที่วงเวียนหล่มสัก ใกล้ๆ ตัวจังหวัด แล้วกราบทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เปิด ซึ่งพ่อขุนผาเมืองเป็นนักรบที่รบชนะทุกสนามแต่เขาให้ท่านถือไม้เท้า ก่อนเสด็จเปิด 7 วัน ฟ้าผ่าไม้เท้าหัก ต้องเปลี่ยนจากไม้เท้าเป็นดาบ เพราะท่านเป็นนักรบ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงๆ
พล.อ.พิจิตร กล่าวต่อว่า เยาวชนจะต้องได้ศึกษาว่าอนุสาวรีย์สร้างขึ้นเมื่อไร ทำไม มีเหตุผลอะไร ไม่ใช่ว่าพอถึงเทศกาลก็เอาพวงมาลา ดอกไม้ไปวาง แต่ไม่รู้ว่าสร้างขึ้นมาทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราควรต้องปลูกฝังลูกหลานของเรา เพราะเขาจะเป็นผู้สืบต่อจากเรา เขาจะได้เข้าใจกำพืดความเป็นไทย อยู่ที่ไหน อย่างไร
ที่ผมมาในวันนี้ เพราะเขาสร้างทรัพยากรมนุษย์ เราสร้างแต่สิ่งก่อสร้างมากมายเหลือเกิน แต่เราไม่สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า มีคุณภาพ เพื่อให้ลูกหลานของเราอยู่คู่แผ่นดินไทยอีกนานแสนนาน พล.อ.พิจิตร กล่าวในตอนท้าย

ผบ.ตร. ยังยิ้มร่า โต้ อภิสิทธิ์ ไม่เคยเสนอพักร้อนยาว ยันทำงานปกติ!
July 31, 2009
ผบ.ตร. โต้ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทำหนังสือลาพัก-ไม่ได้เสนอทางออก ยอมรับต้องไปราชการต่างประเทศจริง แต่ยังไม่ทราบกำหนดการยันจันทร์หน้ายังทำงานตามปกติ ขู่โผแต่งตั้ง 152 นายพล ผ่าน ก.ตร.เรียบร้อยแล้ว หากรื้อใหม่อาจถูกฟ้องศาลได้
วันนี้ (31 ก.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ไม่ได้เข้ามาปฏิบัติราชการภายใน ตร.กระทั่งเวลา 17.20 น.จึงเข้ามายังห้องสำนักงาน ชั้น 7 อาคาร 1 ตร.โดยมีคำสั่งห้ามผู้สื่อข่าวขึ้นไปยังสำนักงาน
กระทั่งเวลา 20.30 น.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ออกจากสำนักงาน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และยังทักทายหยอกล้อผู้สื่อข่าว โดยไม่แสดงสีหน้าวิตกกังวลแต่อย่างใด โดยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการลาพักงานไม่มีอยู่แล้ว เรื่องที่นายกรัฐมนตรีออกมาพูด ตนไม่ได้ฟัง และไม่ได้ทำหนังสือเสนอทางออกอะไรขึ้นไป เป็นเพียงการหารือกัน และไม่มีการยื่นหนังสือเพื่อขอลาพักไปต่างประเทศแต่อย่างใด แต่มีทริปต้องเดินทางไปราชการที่ประเทศจีน ในฐานะ ผบ.ตร.ตามการแลกเปลี่ยน เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยปีหนึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องไปจีน 3 ครั้ง ปกติครั้งละประมาณ 10 วัน ซึ่ง ผบ.ตร.ต้องไป 1 ครั้ง ครั้งนี้ก็เป็นจังหวะที่ต้องไปพอดี ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าไปเมื่อไหร่อย่างไร ปกติก็ไป 10 วัน แต่ก็ไม่ได้จะลาต่อ ตอนนี้ก็ยังปฏิบัติราชการปกติวันจันทร์ (3 ส.ค.) ก็ยังจะมาปฏิบัติราชการปกติ
เมื่อถามว่า ช่วงที่ไปราชการที่ประเทศจีน จะให้ใครปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร.กล่าวว่า ตรงนี้ดูตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 72 วรรคแรก ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้ระงับการแต่งตั้งโยกย้ายทั้งหมด ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ร่างพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2552 ก็เหลือเพียงการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกำหนดการเดิมวางไว้ว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีผลในวันนี้ 16 ส.ค.แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องดูอีกครั้ง
แต่ปัญหาอยู่ที่การแต่งตั้งนายพล 152 ตำแหน่งนั้น ผ่านการพิจารณาของ ก.ตร.ไปแล้ว ซึ่งถ้ามีการปรับเปลี่ยนผู้ที่มีชื่อในการแต่งตั้งแล้วอาจมีปัญหา กลับฟ้องร้องกันได้ ตรงนี้ก็ต้องดูให้ดี ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อถามถึงระดับรอง ผบก.ลงมา จะต้องระงับการแต่งตั้งตามที่นายกรัฐมนตรีระบุหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังที่นายกรัฐมนตรีพูด แต่ไม่รู้ว่าเป็นการเข้าใจผิดกันอย่างไรหรือเปล่า ก็ต้องดูไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า การทำแบบนี้การเมืองล้วงลูกเรื่องการแต่งตั้งหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังที่นายกรัฐมนตรีพูด อย่างไรก็ตาม ตนสบายอยู่แล้ว ก็ทำงานต่อไป เรื่องการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของตนที่เป็นกระแสในช่วงนี้ก็เป็นแค่ข่าว ไม่มีอะไร
เมื่อถามว่า การพูดของนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า ผบ.ตร.ไม่อยู่ คดีนายสนธิจะคืบหน้าฟังดูเหมือน ผบ.ตร.เป็นอุปสรรคในคดีนายสนธิ
พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า ผมไปทำอะไรในคดีนี้ เป็นอุปสรรคตรงไหน คิดกันไปเองตีความกันไปเอง ผมไม่ได้ได้ทำอะไร
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า การเมืองกดดันหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่มีอะไรกดดัน ก็เป็นเพียงข่าว

หัวขวด วางแผนชั่วยื่นฎีกาช่วย นช.แม้ว ไม่ผ่านองคมนตรี
July 31, 2009
หัวขวด กระพือปีกฟุ้งแหลกยอดฎีกาทะลุ 3 ล้าน คิดแผนกดดันพระราชอำนาจ ตะแบงยื่นทูลเกล้าฯไม่ผ่านองคมนตรี เตรียมจัดม็อบใหญ่ไล่รัฐบาลอีกรอบ
วันนี้ (31 ก.ค.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า จากการคาดคะเนด้วยสายตายอดตัวเลขถวายฎีกา น่าจะอยู่ที่ 1.5 ล้าน ซึ่งรายชื่อทั้งหมดได้กองไว้ด้านหลังเวทีและด้านข้าง และจะมีการเปิดรับใบรายชื่อไปจนถึงเวลาเที่ยงคืนวันนี้ เชื่อว่า เมื่อปิดยอดตัวเลขใบฎีกาน่าจะไปถึง 3-4 ล้าน จากนั้นแกนนำก็จะยุติรับใบฎีกาพร้อมกับจะให้ นายวีระ ประกาศยอดอย่างไม่เป็นทางการและจะดำเนินการตรวจรายชื่อเพื่อป้องกันรายชื่อซ้ำซ้อน และจะมีการแถลงตัวเลขที่เป็นทางการ และจะนำรายชื่อทั้งหมดยื่นทูลเกล้าฯสำนักพระราชวัง โดยไม่ผ่านองคมนตรี เนื่องจากไม่ไว้ใจองคมนตรีบางคน หลังจากยื่นทูลเกล้าฯแล้วก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการกดดันพระบรมราชวินิจฉัย ไม่ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มคนเสื้อแดง ขั้นตอนการเข้าชื่อถวายฎีกาก็ยังดำเนินหน้าต่อไป จะหยุดยั้งเมื่อถวายรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น และจะมีการจับขัง หรือว่าฆ่าพวกตนก็ตาม ก็จะมีคนทำหน้าที่นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าถวายฎีกาแทน
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการตั้งโต๊ะเพื่อให้ประชาชนถอนรายชื่อยื่นถวายฎีกา เชื่อว่า คนที่ถอนรายชื่อมีจำนวนน้อย ทั้งนี้ หากชื่อใดไม่ได้ลงชื่อถวายฎีกามาก่อน แต่ไปแจ้งถอน จะแจ้งความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทันที รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ด้วย
อย่างไรก็ตาม การยื่นถวายฎีกาโดยไม่ผ่านองคมนตรีนั้น ถือว่าเป็นการเหิมเกริมของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการกระทำผิดแนวทางปฏิบัติเคยทำมาในอดีต ซึ่งถารถวายฎีการ้องทุกข์ตามปกติจะต้องผ่านการกลั่นกรองขององคมนตรีก่อน นอกจากนี้ หากเป็นการถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ จะต้องทำผ่านกรมราชทัณฑ์ โดยนักโทษที่สำนึกผิดแล้วดำเนินการด้วยตัวเองหรือให้ญาติพี่น้องดำเนินการให้ ไม่ใช่การล่ารายชื่อประชาชนจำนวนมากดำเนินการแทน ซึ่งทำให้เกิดของการใช้มวลชนกดดันพระบรมราชวินิจฉัย
ด้าน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวด้วยความจองหอง ว่า ฝากบอก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายชื่อที่นำมาในวันนี้บางหน่วยงานหากเอ่ยชื่อจะรู้ทันทีว่า ที่มีการอ้างเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินนั้นเป็นความเท็จ เพราะหน่วยงานดังกล่าวรับใช้เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอย่างใกล้ชิด ส่วนอัยการสูงสุดแม้วันนี้จะยอมเป็นเครื่องมือ แต่คิดหรือว่าจะหยุดประชาชนได้ หรือว่าล่วงรู้อะไรมาจึงต้องรีบออกมาหยุดยั้ง ด้วยการสั่งฟ้อง 9 แกนนำ นปช.ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันรวบรวมรายชื่อก่อนถวายฎีกา สำหรับกรณีที่รัฐบาลเป็นการซื้อเวลา ไม่ได้เร่งรัดคดี นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ถือเป็นคดีที่ประหลาด เพราะต้องการกินสองต่อ คือ เป็นการสกัดกั้นกระบวนการถวายฎีกาต่อรองเพื่อถอนคดีของพันธมิตรฯ เพื่อไม่ให้ฝ่าไปถึงคนบงการ เพราะ นายสนธิ รู้ดีว่าถ้าวันนี้หาตัวบงการที่แท้จริงพบ นายสนธิ จะโดนยิงใหม่อีกรอบ สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เป็นเรื่องของกลุ่มพันธมิตรฯ กับรัฐบาลที่ร่วมปล้นกันมาแล้วแตกคอกัน เพราะแบ่งสมบัติอย่างไม่เป็นธรรม
นายจตุพร กล่าวอีกว่า หลังจากดำเนินการยื่นใบรายชื่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วภารกิจต่อไป จะมีการหารือในกลุ่มแกนนำ นปช.เพื่อชุมนุมขับไล่รัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้เป็นผลผลผลิตของระบอบอำมาตยาธิปไตย และบริหารประเทศอย่างไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งในวันที่ 1 ส.ค.เวลา 06.00 น.จะมีการประกาศนัดแนะเพื่อรวมตัวชุมนุมขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง สำหรับการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลย และนักโทษหนีคดีทุจริต ในคืนนี้ จะเป็นการขอบคุณประชาชน เพราะวันนี้ ไม่มีอะไรต้องสูญเสียแล้ว ส่วนที่มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิง นายสนธิ นั้น เคยมีการกระเซ้ากัน ในสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกว่าอย่าไปทำ จะเป็นเวรเป็นกรรม ขอเจอกันชาตินี้ชาติเดียวพอแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในช่วงเย็นกลุ่มคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ได้ทยอยเดินทางมาจนเต็มพื้นที่ด้านทิศเหนือของสนามหลวง และรอฟัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอิน ในช่วงเวลา 20.30 น.ทั้งนี้ แกนนำได้สั่งให้มีการขยายพื้นที่สำหรับใบจัดเก็บใบฎีกา เนื่องจากมีจำนวนมากขึ้น โดยมีการ์ด นปช.ในชุดดำ 10 กว่าคน คอยรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บใบฎีกา ซึ่งถูกบรรจุไว้ในกล่องกระดาษกองรวมกัน

ฟอร์ด เฟียสต้า โชว์แรงคว้าชัยแรลลี่ครอส ไพคส์พีค
July 31, 2009
มาร์คัส โกรนโฮล์ม ควบ “ฟอร์ด เฟียสต้า” คว้าอันดับ 2 ในการแข่งขันแรลลี่ ครอส รายการ ไพคส์ พีค อินเตอร์เนชั่นแนล ฮิลล์ ไคลมบ์ ครั้งที่ 87 ที่โคโรลาโด สปริงส์ ในประเทศอเมริกา พร้อมคว้าตำแหน่งนักแข่งหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี
โกรนโฮล์ม ขับรถฟอร์ด เฟียสต้า แรลลี่ครอส ที่ทีมโอลส์เบอร์กส์ มอเตอร์ สปอร์ต อีโวลูชั่น ปรับแต่งขึ้นจากรถ “ฟอร์ด เฟียสต้า” เวอร์ชั่นจำหน่ายในทวีปยุโรป เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 2 ในการแข่งขันแบบ “ไม่จำกัดรุ่น” และทำเวลารวมได้ดีที่สุดเป็นลำดับที่ 5 ในการแข่งขันรายการ ไพคส์ พีค อินเตอร์เนชั่นแนล ฮิลล์ ไคลมบ์ ครั้งที่ 87 ที่โคโรลาโด สปริงส์ ประเทศอเมริกา
นอกจากนี้ โกรนโฮล์มยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Rookie of the Year” หรือนักแข่งหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี จากการลงแข่งในสนามนี้เป็นครั้งแรกและทำเวลาได้ 11 นาที 28.963 วินาที บนเส้นทางขึ้นเขาไพคส์ พีค ไฮเวย์ ที่ขึ้นชื่อด้านความโหดด้วยระยะทาง 12.4 ไมล์ ที่มีโค้งมากถึง 156 โค้ง
ในการแข่งขันครั้งนี้ นอกจากจะต้องต่อสู้กับความสูงชัน สภาพถนนที่หลากหลาย และสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างมาก บนระดับความสูงจาก 2,800 เมตร ไปยังความสูงกว่า 4,200 เมตร ที่มีอัตราความชันเฉลี่ยอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์แล้ว โกรนโฮล์มยังประสบปัญหาเครื่องยนต์จากการที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ ในเครื่องยนต์ขนาด 800 แรงม้าของรถฟอร์ด เฟียสต้า แรลลี่ครอส เกิดเหตุขัดข้อง ส่งผลให้กำลังของเครื่องยนต์ลดลงอย่างมากในโค้งสำคัญช่วงสุดท้ายของการแข่งขันที่กำลังจะขึ้นสู่ยอดเขา
”ผมอยากจะแข่งที่ไพคส์ พีค มานานแล้ว ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าการได้มาแข่งที่นี่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพของผม นี่คือหนึ่งในสนามที่คุณอยากจะบอกกับใครๆ ว่าคุณเคยได้มาแข่งแล้ว”โกรนโฮล์ม กล่าวและว่า
”ความสามารถในการยึดเกาะถนนของรถฟอร์ด เฟียสต้า นับว่าดีเยี่ยม และยางบีเอฟ กู๊ดริช ก็ดีมาก น่าเสียดายที่เรามีปัญหาเล็กน้อยระหว่างการแข่งขัน ผมเสียกำลังรถไปบางส่วนในช่วงไม่กี่กิโลเมตรสุดท้าย แต่ผมก็ตั้งใจว่าจะต้องพยายามขับไปถึงเส้นชัยให้ได้ เฟียสต้าเป็นรถที่มีศักยภาพอย่างมาก และน่าจะทำลายสถิติที่ 10 วินาทีได้ ถ้าผมกลับมาคราวหน้า ผมรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้ขับได้เร็วที่สุด”
ส่วนเพื่อนร่วมทีมของโกรนโฮล์มอย่าง อันเดรียส เอริคสัน การแข่งขันที่ไพคส์ พีค ครั้งแรกของเขาต้องจบลงในระยะเวลาอันสั้นเพียงแค่ในช่วงของเอ็นจิเนียร์ส คอร์เนอร์ หรือหลัก 2 ไมล์ เนื่องจากยางหลุดออกจากขอบถึง 2 ล้อ ส่งผลให้โอลส์เบอร์กส์ เอ็มเอสอี เฟียสต้า หลุดออกจากสนามไปชนกับต้นไม้และปีกด้านหลังของรถได้รับความเสียหาย
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การลงแข่งขัน ไพคส์ พีค ฮิลล์ ไคลมบ์ ครั้งแรกของเอริคสันจบลงอย่างไม่สมบูรณ์แบบนัก “ผมรู้สึกผิดหวังเพราะว่ารถคันนี้มีความสามารถในการยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงแรกของการแข่งขัน” เอริคสันกล่าว
ขณะที่ โจสต์ คาปิโต ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก บริษัท ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี กล่าวว่า แม้อีกประมาณ 1 ปี รถฟอร์ด เฟียสต้า จึงจะเดินทางมาถึงประเทศอเมริกา แต่การได้มีโอกาสโชว์ความสามารถและสมรรถนะของรถในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ท้าทายที่สุดรายการหนึ่งของโลกนับว่าเป็นโอกาสดีเยี่ยม ซึ่งทีมโอลส์เบอร์กส์ เอ็มเอสอี ทำได้ดีมาสำหรับการแข่งขันที่ไพคส์ พีค เป็นครั้งแรก และขณะนี้พวกเขาก็กำลังโปรโมตรถฟอร์ด เฟียสต้า ในการแข่งขันเอ็กซ์ เกมส์
ทั้งนี้ ในปีหน้า รถ “ฟอร์ด เฟียสต้า” มีแผนจะเปิดตัวให้กับผู้บริโภคในทวีปอเมริกาเหนือ อาเซียน รวมถึงประเทศไทย ได้สัมผัสและเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการ

ตามสัญญา iPhone 3Gs เข้าไทยสิงหาฯ ทรูแถลงจันทร์นี้
July 31, 2009
iPhone 3Gs
ทันทีที่หมดเดือนกรกฎาคม ทรูส่งเทียบเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวรายละเอียดการทำตลาดไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด “iPhone 3Gs” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 3 ส.ค. ตรงตามสัญญาที่ทรูเคยให้ไว้เมื่อครั้งแถลงข่าวเรื่องการลดราคา iPhone 3G ว่าทรูจะนำไอโฟนใหม่เข้าสู่ประเทศไทยแน่นอนในเดือนสิงหาคม
”งานแถลงข่าว iPhone 3Gs โดยคุณปพนธ์ 3 ส.ค. 13.00 Truemove สแควร์ ซ.2″ คือข้อความที่ประชาสัมพันธ์ทรูส่งถึงสื่อมวลชน โดยคุณปพนธ์ในหมายข่าว คือ ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดูแลการทำตลาดโทรศัพท์มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตยอดฮิตของแอปเปิลนาม”iPhone”ในประเทศไทยของทรู
ปพนธ์เคยให้สัมภาษณ์ว่า ทรูเริ่มเตรียมการเรื่องการจัดการสต็อกสินค้าเพื่อนำ iPhone รุ่นใหม่เข้าเมืองไทยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยขณะที่ให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้ข้อสรุปราคา iPhone รุ่นใหม่
“iPhone รุ่นใหม่ก็ต้องแพงกว่า (รุ่นเดิมที่ขายตอนนี้) แน่นอน” ปพนธ์กล่าว
ทรูยืนยันว่าแพกเกจ iPhone ช่วงหลังเดือนสิงหาคมที่ iPhone 3Gs จะวางตลาดในเมืองไทย ก็จะไม่มีการปรับราคาลง เท่ากับ iPhone รุ่น 8GB จะยังทำตลาดในราคาแพกเกจเท่าเดิม แต่รุ่นที่จะหายไปคือ 16GB จุดนี้ทรูระบุว่ายกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการวางแผนเพื่อเตรียมพร้อมเปิดตลาด iPhone 3Gs ในเดือนสิงหาคม
ครั้งนั้น ปพนธ์ระบุว่าอาจจะมีการพิจารณาให้ลูกค้า”เทรดอิน”หรือนำ iPhone เครื่องเก่ามาขายคืน แล้วเพิ่มเงินเพื่อซื้อ iPhone รุ่นใหม่ได้ ซึ่งต้องรอดูข้อสรุปในวันจันทร์นี้
อ่านข่าว iPhone 3Gs เพิ่มเติมที่ แอปเปิลคลอด iPhone 3Gs แรง 2 เท่า พร้อมปรับ iPhone เดิมเหลือ 99 เหรียญฯ
Company Related Links :
TrueMove

‘หญิง-สุกัญญา ไรวินท์’ หลังไมค์นี้ ‘มีไออุ่น’
July 31, 2009
ตระกูล ไรวินท์ เป็นอีกหนึ่งครอบครัวพันธมิตรฯ ที่มีลูกสาวคนเก่งอย่าง หญิง-สุกัญญา ไรวินท์ ผู้หญิงที่ใครหลายคน อาจเคยได้ยินเสียงเธอผ่านคลื่น Max 103.0 MHz รวมทั้งเห็นหน้าหมวยๆ ของเธอ ผ่านรายการอร่อยแน่ และ Asian Countdown ทางช่อง 5
รวมไปถึงเคเบิ้ลทีวีอย่างรายการ True inside news, จิบน้ำชายามบ่าย, Health & Beauty@home และสารคดีโทรทัศน์ชุดสายสืบอย. ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมกับตามงานอีเว้นต่างๆ
นอกจากจะโลดแล่นอยู่ในจอแก้วแล้ว เธอยังมีธุรกิจร้านเสื้อใน เสริมอึ๋ม ที่ร่วมหุ้นกับกุ้ง-รวิช ไรวินท์ พี่ชายคนโต อยู่ที่เมเจอร์รัชโยธินอีกด้วย ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า งานทุกอย่างที่เธอทำในวันนี้ แสดงถึงความขยัน อดทน และตั้งใจจริง เพราะพ่อแม่ปลูกฝังเธอมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากสมัยก่อนเธอเคยมีชีวิตที่ลำบากมาแล้ว ทำให้เธอ ต้องเข้มแข็ง และสู้กับมันพร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น
พี่หญิง เล่าให้ทีมงาน Life and Family ฟังถึงครอบครัวว่า เธอเป็นครอบครัวคนจีน คุณแม่เป็นคนไต้หวัน ส่วนคุณพ่อเป็นคนจีนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีพี่น้อง 4 คนประกอบพี่กุ้ง พี่เก๋ (แต่งงานแล้ว) และก็น้องชายคนเล็ก ซึ่งเธอเป็นคนที่ 3 คนทั่วไปจะทักว่าเธอหน้าเหมือนพ่อ แต่พอโตขึ้นเริ่มสังเกตตัวเอง จึงพบว่า เธอมีร้อยยิ้มเหมือนแม่ แต่ดวงตา และหน้าผากจะไปทางพ่อ
เมื่อพูดถึงวีรกรรมความแก่นของเธอในวัยเด็ก ผู้หญิงคนนี้ถือว่าอยู่ในระดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะจะชอบเล่นโลดโผนแบบผู้ชาย ซึ่งสมัยนั้นภาพยนตร์จีนจอมยุทธิ์ และกำลังภายในกำลังมาแรง ทำให้เธอชอบเล่นฟันดาบกับพี่กุ้ง พี่ชายคนโตที่เธอสนิทมากที่สุดอยู่เป็นประจำ เนื่องจากน้องชายคนเล็กห่างกัน 5 ปี ส่วนพี่สาวจะเป็นคนนิ่งๆ และไม่ชอบเล่นอะไรโลดโผน ทำให้บางครั้งนิสัยแก่นแก้วของเธอ สร้างรอยแผลเป็น ฝังจำอยู่หลายจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก
พ่อแม่จะเลี้ยงพี่แบบธรรมชาติ โดยจะให้ความเป็นอิสระ ไม่บงการชีวิตลูก แต่คุณต้องมีเหตุผล มีความรับผิดชอบ และรู้จักหน้าที่ของตัวเองให้ดีด้วย ซึ่งเรื่องนี้พี่หญิงรู้ และเข้าใจดี ทำให้พี่มีเกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับต้นๆ ของชั้นเรียนอยู่เสมอ ส่งผลให้เรียนจบเร็วกว่าเด็กคนอื่น เพราะพี่สามารถสอบเทียบจากชั้นม.5 ที่โรงเรียนสตรีวิทยา 2 จนติดคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี จุฬาฯ โดยไม่ต้องเรียนม.6 พี่จึงจบปริญญาตรีเร็วกว่าคนอื่น 1 ปี พี่หญิงเล่า
แต่ก่อนที่จะเรียนจบ ตอนนั้นเธอเพิ่งขึ้นปี 3 เรียกได้ว่า ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย แต่แล้วครอบครัวกลับถูกวิกฤตฟองสบู่แตกทำพิษเมื่อปี 40 จนธุรกิจและโรงงานของพ่อต้องปิดกิจการลง ชีวิตครอบครัวจึงต้องพบกับความลำบาก และโหดร้ายเกินกว่าที่เด็กเคยสบาย มีรถขับตั้งแต่อยู่ปี 1 หรืออยากไปเมืองนอกก็ได้ไป เกินจะรับได้ ซึ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ รถที่เคยขับก็ถูกยึด ส่วนพี่สาว และน้องชายที่กำลังเรียนอยู่ที่อังกฤษก็ต้องคุยกันว่า ใครจะยอมเสียสละ แต่สุดท้ายน้องชายก็ต้องยอม เพราะพี่สาวเหลืออีกแค่ 1 ปีก็จะเรียนจบ
ตบเท้ารวมพลลูกหลานตระกูล “ไรวินท์”
ถึงแม้ว่าชีวิตจะลำบาก และไม่สบายเหมือนแต่ก่อน พี่หญิงก็ไม่ใช่เด็กงอแงที่จะทนรับกับความลำบากไม่ได้ แต่ด้วยความสามารถ และความมีเสน่ห์ของเธอ ทำให้เธอถูกดึงตัวเข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงที่ครอบครัวกำลังประสบปัญหา ด้วยการถ่ายโฆษณาเป็นงานชิ้นแรก เธอจึงนำเงินที่ได้มา ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัว และเธอก็เริ่มส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรี และมีหน้าที่การงานที่ดี ทำให้มีเงินพอที่จะผ่อนบ้านจนหมด เพื่อให้พ่อแม่อยู่อย่างสบาย และไม่ลำบาก
เราเคยอยู่บ้านหลังใหญ่กว่านี้ เราก็ทิ้งมันไป เพราะเราไม่มีปัญญาที่จะผ่อน แต่การได้อยู่บ้านหลังเล็ก บ้านที่มีพ่อแม่พี่น้องอยู่กันพร้อมหน้า ทำให้เรามีความสุขมากกว่า เพราะได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น เดินเจอหน้ากันง่ายขึ้น รวมทั้งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่มากเกินความจำเป็นด้วย ช่วยลดรายจ่ายภายในบ้านได้มากเลยทีเดียว พี่หญิงเล่าถึงชีวิตตามวิถีที่ไม่เกินตัว
แม้พายุจะพัดกระหน่ำซัดพาชีวิตที่สุขสบายของเธอไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอผ่านพ้นแรงกระแทกตรงนั้นมาได้ คือเกาะกำบังที่ได้จากครอบครัว ที่ให้ความอบอุ่น และเข้าใจเธออยู่เสมอ และปัญหาที่เกิดขึ้น เธอรู้ดีว่า พ่อในฐานะหัวหน้าครอบครัวคงเสียความมั่นใจ ที่ทำให้ครอบครัวต้องลำบาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่ต้องเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ซี่งคุณพ่อไม่ได้เอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด แต่เอาเงินไปลงทุนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวต่างหาก ดังนั้นทุกคนในบ้านต้องช่วย และรับผิดชอบร่วม
พ่อ กับแม่จะสอนลูกทุกคนเสมอว่า ถ้าขยันเราจะไม่มีวันอดตาย และอย่าอายถ้าเราจน แต่ให้อายถ้าเราเลว ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้พี่ขนลุกทุกครั้งที่นึกถึง เรียกได้ว่า พูดทุกครั้ง เรียกน้ำตาได้ทุกครั้ง นี่เป็นหลักคำสอนที่พี่ฝังจำ และนำมาใช้เป็นแนวปฏิบัติในทุกวันนี้ เพราะเราผ่านมันมาด้วยกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขมันมาด้วยกัน มันจึงจำเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ไม่ลืม
ตั้งแต่นั้นมา พี่หญิงบอกว่า ถ้าลูกอยากได้สิ่งใด ที่บ้านจะมีข้อปฏิบัติร่วมกันว่า คุณต้องแลกด้วยอะไรสักอย่าง และการกระทำนั้นต้องคู่ควรกับสิ่งที่อยากได้ด้วย เช่น ถ้าตั้งใจเรียน และทำคะแนนออกมาได้ดี คุณจะได้เงิน 2,000 บาทเป็นสิ่งตอบแทนความตั้งใจของคุณ โดยพ่อแม่ทั้งสองจะปลูกฝังให้รู้จักค่าของเงินตลอด ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย หรือเกินกำลังของตัวเอง เพราะไม่อยากให้กลับไปสู่วังวนเดิมเหมือนสมัยที่เกิดวิกฤตอีก
หลังจากผ่านวิกฤตมาได้ ปัจจุบันเธอมีความสุขกับครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำงาน กลับบ้าน เป็นแบบนี้อยู่ทุกวัน สำหรับกิจกรรมที่ทำร่วมกับครอบครัว พี่หญิงเล่าว่า ที่บ้านจะไม่ค่อยเล่นกีฬา ส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องการกินเป็นหลักมากกว่า (Enjoy eating) ไม่ว่าจะทำกับข้าวกินกันเอง หรือทานอาหารร่วมกันในมื้อเย็น ล้วนสร้างความสุข และความอบอุ่นให้กับสมาชิกของบ้านได้ไม่น้อย
พ่อกับแม่เป็นผู้นำที่เก่งทั้งคู่ และเป็นตัวอย่างที่ทำให้ลูกทุกคนรู้สึกว่า ลูกต้องสู้ต่อไปนะ จะท้อไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะแม่ ผู้เป็นหญิงที่เด็ดเดี่ยว และกล้าตัดสินใจ เห็นได้จากแม่พี่ต้องจากเมืองเกิด (ไต้หวัน) มาแต่งงานกับพ่อที่ประเทศไทยเพียงลำพัง ต้องเผชิญกับปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันในเรื่องของการทำงาน แม่จะตั้งใจ และสู้กับงานจนถึงที่สุด ซึ่งจะมีความอดทนสูงมาก เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกเสมอ พี่หญิงเล่าผสมยิ้มถึงความเก่ง และเป็นต้นแบบของพ่อกับแม่
อย่างไรก็ดี เธอบอกว่า ที่บ้านจะไม่ค่อยตี หรือทำโทษลูก แต่จะใช้การบ่นมากกว่า แต่เสียงบ่นของท่าน จะสื่อเป็นแง่ให้คิด ซึ่งส่วนใหญ่จะบ่นเรื่องแฟน โดยเฉพาะตอนวัยรุ่น โดยจะเข้ามาถาม หรือสอบถามอย่างละเอีบด พอโตขึ้นจะเปลี่ยนเรื่อง และจะพร่ำในเรื่องการทำงาน รวมไปถึงการขับรถมากกว่า รวมทั้งที่บ้านจะคุยกันได้ทุกเรื่อง และคุยกันด้วยเหตุผล ถึงขนาดว่าพี่ชายถูกมดกัด คุณแม่ยังรู้เลย เรียกได้ว่า เปิดเผยทุกเรื่องต่อกันแบบหมดเปลือก และจะแถลงข่าวกันทุกวัน
หรือแม้กระทั่งข่าวไม่ดีของเธอ ก็เป็นประเด็นในการพูด และแสดงความเห็นร่วมกันในครอบครัวอยู่ตลอด ซึ่งพ่อแม่จะให้กำลังใจ และไม่เคยสนใจว่าสื่อจะนำเสนอออกมาอย่างไร เพราะท่านเข้าใจ และรู้นิสัยของลูกดี และแม้ว่าจะเกิดข่าวไม่ดีขึ้นกับเธอ ก็ไม่สามารถทำให้เธอเครียด หรือกังวลได้เลย เนื่องจากตัวเธอ และครอบครัวรู้กันดีว่า ความจริงคืออะไร?
พี่จะไม่เสียใจกับปัญหาเล็กๆ น้อย พี่จะเข้มแข็งตลอด และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็ว โดยเฉพาะกับข่าว รวมไปถึงเรื่องความรัก ซึ่งพี่ไม่เคยแคร์เลยว่า จะมีหรือไม่มี จะแต่งหรือไม่แต่ง เพราะชีวิตพี่ พี่คิดว่าครอบครัวเติมเต็มให้พี่มากพอแล้ว ที่สำคัญ พี่จะบอกกับตัวเองตลอดว่า ถ้ามีไม่ดี อย่ามีเลยดีกว่า เพราะมันเป็นความสุขของเราทั้งชีวิต ซึ่งแม่จะสอนอยู่เสมอ พี่หญิงบอกอย่างเด็ดเดี่ยว
มาวันนี้ แม้เธอจะมีงานรัดตัว ถึงขั้นทำงานติดต่อกัน 7 วัน จัดรายการถึง 6 รายการโทรทัศน์กับอีก 1 รายการวิทยุ แต่ด้วยความรัก และความผูกพันกับครอบครัว ถึงเวลาเลิกงาน เธอก็ขับรถกลับเข้าบ้านทันทึ ซึ่งเวลาเธอถึงบ้านดึกๆ เธอมักจะเดินไปเปิดประตูห้องแม่แล้วบอกว่ากับแม่ทุกครั้งว่า ถึงแล้วนะคะ หรือถ้ามีโอกาสก็จะนั่งคุยกันตามประสาแม่ลูก ถึงเรื่องราวต่างๆ
อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้เธอพอใจในสิ่งที่มี และให้คำมั่นว่า ถึงจะสบาย ก็จะทำงานต่อไป เพราะเธอรู้สึกสนุกเหมือนไม่ได้ทำงาน ถึงจะเหนื่อยบ้าง แต่พอย้อนกลับไปมองคุณพ่อ กับคุณแม่ที่สมัยก่อนท่านเหนื่อยกว่าเรา และเหนื่อยเพื่อเรา ทำให้เกิดแรงฮึดขึ้นว่า ชีวิตนี้ต้องสู้ ถ้าไม่ขยัน หรือไม่สู้เราคงต้องอดตาย
ดังนั้นจึงทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัวต่อไป แต่หาแล้วต้องจ่ายเพื่อความสุขของตัวเองด้วย นั่นถึงจะเป็นชีวิตที่มีความสุขอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ต้องใช้อย่างประหยัด และเก็บออมเอาไว้ในอนาคตด้วย ไม่ใช่ใช้จนลืมอนาคต แบบนี้ก็ไม่รวย
ตอนนี้หญิงห่วงสุขภาพของพ่อกับแม่มากที่สุด เพราะท่านก็อายุมากแล้ว จึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าวันไหนหญิงไม่ว่าง ก็จะสลับกับพี่ชายให้ช่วยกันดูแล แต่หญิงจะพยายามกลับเข้าบ้านทุกวัน เพื่อให้ท่านเห็นหน้าหญิง เพื่อที่ท่านจะได้สบายใจ และโล่งใจว่าเราไม่ได้หายไปไหน หรือยังไหวกับการทำงานอยู่ พี่หญิงแสดงความห่วงใยถึงพ่อกับแม่โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ
สำหรับวันเกิดของคุณแม่ที่จะถึงในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ผนวกกับใกล้ช่วงวันแม่แห่งชาติ พี่หญิงได้เตรียมของขวัญไว้ให้แม่แล้ว ซึ่งจะเตรียมไว้ไห้ทุกปี ซึ่งเธอเล่าอย่างขำๆ ว่า แม่ปีนี้หนูมีของขวัญให้นะ และแม่ก็แซวกลับว่า โห ปีนี้ไม่ได้ตังค์หรอ แม่อยากได้ตังค์มากกว่านะ พี่หญิงเล่าพร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างดัง
ก่อนจะจากกัน พี่หญิง ให้ความหมายของคำว่า บ้าน ไว้ว่า บ้านเปรียบเหมือนหลุมหลบภัยที่เธอต้องการมากที่สุดในช่วงเวลาที่เกิดปัญหา ซึ่งเคยแม้กระทั่งเสียน้ำตา แต่พอกลับเข้าบ้าน ความสุข และพลังมันกลับคืนมาอย่างไม่น่าเชื่อ เรียกได้ว่า บ้านคือที่ชาร์ท พลัง ให้กับเราได้ตลอด ถึงแม้ว่าบ้านจะเล็ก แต่เธอก็เลือกที่จะอยู่ เพราะมันมีกลิ่นอายของความอบอุ่นตลบอบอวลไปทั่วทุกมุมบ้าน
อย่างไรก็ดี พี่หญิงบอกว่า ถึงแม้วิธีการแสดงความรักในบ้านของเธอจะไม่หวานฉ่ำ หรือไม่มีการกอด และอมแก้มกันทุกวัน แต่เธอ พี่ชาย พี่สาว และน้องชาย สามารถรับรู้ได้ถึงกันหมดว่า ทุกคนรักกัน ทุกคนเป็นห่วงกัน ทุกคนช่วยเหลือกัน ซึ่งก่อนจะออกจากบ้านไปทำงานทุกครั้ง คุณพ่อคุณแม่จะบอกกับเธอทุกวันว่า โชคดีนะลูก ทำงานราบรื่นนะลูก สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
และนี่ก็คือบ้าน และครอบครัวของผู้หญิงที่ชื่อ หญิง-สุกัญญา ไรวินท์ ดอกไม้เหล็กที่ได้รับปุ๋ยหมัก และการดูแลด้วยความรัก และความอบอุ่นจากครอบครัวตลอด 30 ปี จนวันนี้เธอได้ดี และประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งเธอบอกว่า มาจากคำสอนของพ่อแม่ที่ปลูกฝังเธอมาตลอด โดยมีรหัสสำคัญที่ว่า ขยัน-อดทน ถึงจนต้องไม่อาย ดังนั้นคำว่า “ครอบครัว” จึงเป็นคำสัญที่เธอต้องขีดเส้นใต้มากกว่าคำอื่นๆ

โดม ไม่สน คนมองแฟนใหม่ไม่เหมาะสม บอกน่ารักสำหรับตน
July 31, 2009
โดม ไม่ใส่ใจใครจะว่าหวานใจคนใหม่ไม่เหมาะสม แต่น่ารักสำหรับตนเสมอ พร้อมโชว์แมนคบที่จิตใจไม่ใช่หน้าตา ยอมรับฝ่ายหญิงรู้สึกแย่ จนต้องปลอบใจ ส่วนความสัมพันธ์คืบหน้าถึงขั้นพาไปเจอครอบครัวแล้ว
ตั้งแต่ถูกแฉด้วยภาพว่ามีหวานใจคนใหม่เป็นสาวหมวยนอกวงการ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าสาวน้อยผู้นี้ไม่เหมาะสมกับหนุ่มหล่อขั้นเทพอย่างนักร้องฮอต โดม ปกรณ์ ลัม เอาซะเลย ซึ่งกับเรื่องนี้หนุ่มโดมเปิดเผยว่าส่วนตัวไม่รู้สึกอะไร ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ส่วนตัวมองว่าน้องเป็นคนน่ารัก ทั้งนี้เจ้าตัวยอมรับ ว่าฝ่ายหญิงค่อนข้างรู้สึกแย่ที่ถูกวิจารณ์อย่างนั้น จนตนต้องปลอบใจ
ปกติน้องเขาก็จะไปเรียน แต่ถ้าน้องเขาว่างจากเรียนก็จะไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง แต่ก็น้อยครับส่วนใหญ่น้องเขาจะเรียน มันเป็นส่วนน้อยที่ถ่ายมาได้ทุกครั้ง ผมอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติธรรมดาบ้าง เพราะว่าผมคิดว่าผมทำตัวแบบนี้ก็สบายดี แต่ว่าบางทีการให้ข่าวผมก็อยากลดๆ ตรงนี้ของตัวเองเพราะว่าหลายๆ คนอาจจะสนใจเรื่องตรงนี้ โดนเยอะเหมือนกัน
ส่วนที่หลายคนมองว่า ฝ่ายหญิงไม่เหมาะสมกับหนุ่มหล่อขั้นเทพอย่างโดมนั้น เจ้าตัวบอกคบที่ใจ ปากหวานไม่สนคนอื่นจะว่ายังไง แต่น่ารักสำหรับตน
จริงๆ ผมมองกันที่จิตใจมากกว่า และสำหรับผม ผมก็คิดว่าเขาน่ารักสำหรับผม มันเป็นธรรมดาที่คนจะคิดว่าผมต้องคบนางแบบหรือดารา จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ มันอยู่ที่ว่าคุยกันแล้วคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า เขาก็มีเพื่อนบ้างเขาเป็นคนปกติธรรมดาทั่วไป
โดมทำตรงนี้มานาน ใครมาวิพากษ์วิจารณ์ ผมรุนแรงจากรับไม่ได้มันก็ต้องปรับตัวให้รับได้ แต่ว่าของเขา เขาไม่เคยที่จะทำ บางคนชมก็โอเคไป แต่บางคนว่าก็อ้าวเฮ้ยทำไม บางทีเขาก็อาจจะรู้สึกแย่ มันก็เป็นเรื่องปกติ เราก็ได้แต่บอกว่าใจเย็นๆ นะ (ยิ้ม) เราก็พูดด้วยเหตุผลนะครับ เพราะถ้าเราไปบังคับความรู้สึกนึกคิดของคนที่ไม่สามารถบังคับได้ เพราะฉะนั้นเราควรจะแคร์คนที่ควรจะแคร์ คือคุณพ่อคุณแม่เพื่อนฝูงดีกว่า
ส่วนจะเปิดตัวไหม จะเปิดเมื่อไหร่ จริงๆ ผมก็ไม่ปิดเลยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาว่าจะเปิดอะไร ก็อยากให้มันสบายๆ ดีกว่า เขาก็เป็นคนปกติครับ แล้วถ้าเกิดบางทีมาอยู่ตรงนี้มากบางคนเขาก็อาจจะไม่เข้าใจ
เผยเจอพ่อแม่แล้ว กับคุณแม่น้อง คุณแม่เราก็เจอกันบ้างครับ คุณแม่เขาก็ยิ้มๆ เฉยๆ ตามสไตส์ของเขาแหละครับ

เผยโฉมสาวปริศนาที่ “จู๊ด ลอว์” แอบไปจ้ำจี้จนท้องลูกคนที่ 4
July 31, 2009
จู๊ด ลอว์ได้ลูกสาวซะแล้ว
เป็นข่าวคราวกันมาได้สองสามวันแล้ว ถึงสาวปริศนาที่กำลังจะคลอดทายาทคนที่สี่ให้กับคาสซาโนวาแห่งฮอลลีวูดอย่าง “จู๊ด ลอว์” ที่เดากันไปต่างๆ นานา จนล่าสุดเทพแห่งสื่อจอมแฉได้มีการเปิดเผยตัวตนของสาวปริศนาดังกล่าวแล้ว
จู๊ด ลอว์ พระเอกหนุ่มวัย 36 มีเรื่องกับสาวๆ อีกแล้ว ที่คราวนี้กำลังจะได้ลูกคนที่ 4 อย่างไม่รู้ตัว เมื่อสาวคนหนึ่งที่เขาเคยฝากสัมพันธ์อันลึกซึ้งเอาไว้เกิดตั้งท้องขึ้นมา
ซึ่งเมื่อข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ออกมาเมื่อวันที่ 29 ก.ค. สื่อหลายสำนักได้ออกมาคาดเดากันว่าใครกันคือว่าที่แม่ของทายาทเพลย์บอยสุดหล่อผู้นี้ ซึ่งทั้งสื่อจอมแฉอย่าง Gawker.com, Star Magazine และ Hollywood Gossip ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสาวคนดังกล่าวก็คือ เคย์ลีน แม็คอดัม ช่างแต่งหน้าในกองถ่ายที่เป็นน้องสาวของ ราเชล แม็คอดัม ดาราสาวที่ร่วมงานกับลอว์ในผลงานหนังใหม่อย่าง Sherlock Holmes นั่นเอง
จึงเป็นหน้าที่ของ TMZ แหล่งข่าวจอมแฉอันดับหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยความจริงในวันนี้ว่า ผู้ที่เป็นว่าที่แม่ของลูกตัวจริงได้แก่ ซาแมนธา เบิร์ค นางแบบและดาราสาวสมัครเล่น โดยมีการยืนยันผลตรวจดีเอ็นเอแล้วว่าลอว์เป็นพ่อของเด็กจริง ซึ่งกำลังจะลืมตาดูโลกในวันที่ 6 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นลูกสาวที่เธอจะตั้งชื่อว่า โซเฟีย
ทางตัวแทนของเธอได้กล่าวผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวว่า “มิสซิสเบิร์คสามารถยืนยันหลักฐานที่เธอเคยมีความสัมพันธ์กับมิสเตอร์ลอว์ และเธอได้แจ้งข่าวกับเขาว่าจะให้กำเนิดทายาทแก่เขาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ตั้งแต่มิสเตอร์ลอว์ได้รับข่าวการตั้งท้องครั้งนี้ เขาให้การตอบรับและให้การสนับสนุนการตั้งท้องของมิสซิสเบิร์คเป็นอย่างดี”
รวมมิตรสาวๆ ที่เคยเรียบร้อยโรงเรียน “จู๊ด ลอว์”
จู๊ด ลอว์ เคยมีลูก 3 คนแล้วในชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซดี ฟรอสต์ ภรรยาคนเก่าวัย 44
หลังจากนั้นเขาก็หมั้นกับดาราสาว เซียนนา มิลเลอร์ วัย 27 ก่อนที่สาวเจ้าจะจับได้ว่าเพลย์บอยหนุ่มแอบไปมีชู้กับ เดซี่ ไรท์ สาววัย 30 คนเลี้ยงเด็กของเขาเอง
จากนั้นเขาก็มีข่าวกับสาวในหลากหลายวงการด้วยกัน อาทิ ลูกสาวของรอด สจ๊วร์ต คิมเบอร์รี สจ๊วร์ต วัย 30, ดาราสาว คาเมรอน ดิแอซ วัย 36, นางแบบ ลิลี โคล วัย 21, นักข่าว คิม เฮอร์ซอฟ วัย 40 และ นางแบบชุดชั้นในของเยอรมัน ซูซาน โฮคเก วัย 28

ปธ.บอร์กโดซ์อ้าง “ปืน” โทรหาอยากได้ “ชามัคห์”
July 31, 2009
ชามัคห์
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือจอมปลุกปั้นของ “ปืนโต” อาร์เซนอล แห่งศึก พรีเมียร์ชิป อังกฤษ เตรียมคว้าตัว มารูยาน ชามัคห์ กองหน้าโมร็อกโก มาเสริมทัพ หลังสายตรงไปถึงประธานสโมสรของ บอร์กโดซ์ จากการเปิดเผยของประธานสโมสรดังในเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส
อาร์เซนอล ตัดสินใจขาย เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ดาวยิงตัวเก่งให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทำให้ต้องมองหากองหน้าคนใหม่มาล่าตาข่ายเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้า โดยที่ผ่านมาเป็นข่าวพัวพันกับ มารูยาน ชามัคห์ หัวหอกของ บอร์กโดซ์ ที่คาดว่าค่าตัวจะอยู่ที่ 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 660 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตามล่าสุด ฌอง-หลุยส์ ทริโอด์ ประธานสโมสร บอร์กโดซ์ ออกมาเปิดเผยผ่านสำนักข่าวที่เชื่อถือได้ในฝรั่งเศสอย่าง “เลกิ๊ป” ว่า “เวนเกอร์ โทรศัพท์หาผมเรียบร้อยแล้ว เขาบอกว่ามีรายชื่อกองหน้าที่อยากได้อยู่ในมือ ซึ่งในนั้นมี มารูยาน รวมอยู่ด้วย”
อาร์เซนอล มีเงินราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,650 ล้านบาท) เสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เพิ่งใช้ไปแค่ 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 550 ล้านบาท) ซื้อ โทมัส เวอร์มาเลน กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยม แค่คนเดียว นอกจาก ชามัคห์ มีข่าวว่า “ปืนโต” อยากได้ ปาทริค วิเอรา กองกลาง อินเตอร์ มิลาน คืนถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ด้วย

“เรียว” สวิงฮอต ‘พรหม-อาร์ม’ ผ่านตัดตัวหวิว ศึกกอล์ฟซันฯ
July 31, 2009
‘เรียว อิชิกาวา’ โปรดาวรุ่งขวัญใจเจ้าถิ่น
“เจ้าชายขี้อาย” เรียว อิชิกาวา โปรดาวโรจน์ชาวญี่ปุ่น ยังคงรักษาฟอร์มเก่งได้เป็นวันที่ 2 รั้งตำแหน่งผู้นำเดี่ยวในกอล์ฟเจแปน ทัวร์ รายการ ซัน คลอเรลลา คลาสสิกด้วยสกอร์ 11 อันเดอร์พาร์ ขณะที่”โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ และ พรหม มีสวัสดิ์ สองโปรไทย ผ่านตัดตัวหวิวโดยหวดเพิ่มไป 1และ 2 อันเดอร์พาร์ตามลำดับ ส่วนเชาวลิต ผลาผล ฟอร์มหลุดเป็นวันที่สอง หวดเกิน 2 โอเวอร์ ไม่ผ่านการตัดตัว
การแข่งขันกอล์ฟเจแปน ทัวร์ รายการ ซัน คลอเรลลา คลาสสิก 2009 ชิงเงินรางวัลรวม 150 ล้านเยน (ประมาณ 54 ล้านบาท) ณ สนามโอตารุ คันทรี คลับ ระยะ หลา เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม ซึ่งมี กิรเดช อภิบาลรัตน์, เชาวลิต ผลาผล และ พรหม มีสวัสดิ์ สามโปรไทยที่เข้าร่วมดวลวงสวิง โดยเป็นการแข่งขันในวันที่สอง
ผลปรากฏว่า เรียว อิชิกาวา โปรดาวรุ่งวัย 17 ปีขวัญใจเจ้าถิ่น ยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเป็นวันที่ 2 เมื่อหวดไปอย่างละ 3 เบอร์ดี้ และเสียไป 1 โบกี้ใน 9 หลุมแรกและ9 หลุมหลัง จบวันเก็บเพิ่มอีก 4 อันเดอร์ สกอร์รวม 11 อันเดอร์พาร์ รั้งตำแหน่งผู้นำเดี่ยวอีกวัน เฉือน คาซูฮิโร ยามาชิตะ ก้านเหล็กรุ่นพี่ ที่อยู่อันดับ 2 อยู่เพียง 1 สโตรก
สำหรับโปรไทย ที่เข้าร่วมการแข่งขันนี้ 3 ราย ปรากฏว่าพรหม เป็นโปรไทยที่ทำผลงานที่สุด หวด 2 อันเดอร์ หลังวันแรกตีเกินไป 3 โอเวอร์ จบ 2 วัน สกอร์รวม+2 รั้งที่ 48 ร่วม ด้าน กิรเดช ที่วันแรกทำอีเวนต์พาร์ ตีประคองหวด 1 อันเดอร์ รั้งที่ 24 ร่วม ทำให้ควงคู่’โลมายักษ์’ ผ่านเข้าไปลุ้นในการแข่งขันวันที่ 3 และ 4 เรียบร้อย แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อนักกอล์ฟไทยอีกราย เชาวลิต ผลาผล ยังฟอร์มหลุดต่อเนื่อง หวดเกินอีก 2 โอเวอร์ จบ 2 วัน สกอร์รวม 6 โอเวอร์พาร์ ไม่ผ่านตัดตัว

เศร้า! “ปู่บ็อบ” ถูกมะเร็งคร่าชีวิตด้วยวัย 76 ปี
July 31, 2009
“ร็อบสัน” เสียชีวิต
เซอร์ บ็อบบี ร็อบสัน อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ รวมถึงสโมสรฟุตบอลอย่าง อิปสวิช ทาวน์ และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 76 ปี หลังป่วยเป็นโรคมะเร็งมานานกว่า 15 ปี
ร็อบสัน เป็นกุนซือที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่งของวงการลูกหนังมิใช่เพียงแต่ภายในเกาะอังกฤษเท่านั้น แต่รวมถึงทั่วทวีปยุโรป เนื่องจากเคยคุมสโมสรหลายประเทศ ทั้ง พีเอสวี ไอน์โฮเฟน แห่งฮอลแลนด์ สปอร์ติง ลิสบอน และ ปอร์โต แห่งโปรตุเกส รวมถึง บาร์เซโลนา ยักษ์ใหญ่จากประเทศสเปน
หลังต่อสู้มะเร็งมานาน 15 ปีและยังก่อตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือการค้นคว้าและวิจัยการรักษาโรคร้ายดังกล่าว โดย ร็อบสัน ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายที่สนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาในการแข่งขันแมตช์การกุศลเพื่อช่วยกองทุนของตนเอง แต่ล่าสุด “ปู่บ็อบ” ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบด้วยวัย 76 ปี
ร็อบสัน สร้างชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลกับ ฟูแลม และ เวสต์ บรอมวิช อัลเบียน จนถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ 20 ครั้ง ขณะที่ผลงานในการคุมทัพ “สิงโตคำราม” ก็พาทีมเข้าถึงรอบสุดท้ายฟุตบอลโลกที่ประเทศอิตาลี ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศ จากการพ่ายดวลจุดโทษต่อ เยอรมนีตะวันตก

“ริโอ” เชื่อผียังแจ๋วแม้เสีย “โด้-เตฟ”
July 31, 2009
“เฟอร์ดินานด์”
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความมั่นใจว่า “ผีแดง” สามารถรับมือการสูญเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด ปีกจอมเทคนิก และ คาร์ลอส เตเบซ ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ได้
แมนฯ ยูไนเต็ด มองถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยที่ 4 ติดต่อกัน แต่ความหวังที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ดังกล่าวมีอันต้องสะดุดลงเล็กน้อยเมื่อทีมได้เสียผู้เล่นพรสวรรค์สูงอย่าง โรนัลโด และ เตเบซ ไป โดยปีกทีมชาติโปรตุเกส ย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับ รีล มาดริด ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก ขณะที่ดาวยิงเลือดฟ้าขาวไปซบคู่อริร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี
อย่างไรก็ตาม เฟอร์ดินานด์ มั่นใจว่า “ผีแดง” เคยประสบการณ์เช่นนี้มาก่อนและเชื่อว่าจะสามารถรับมือกับการสูญเสียผู้เล่นสำคัญได้ “เราสูญเสียผู้เล่นที่ดีมาก 2 คนนั้นคือ คริสเตียโน และ คาร์ลอส แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่เดินหน้าต่อไปและยังคงประสบความสำเร็จ”
”เราเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเสียนักเตะอย่าง เดวิด เบ็คแฮม รวมถึง รอย คีน, รุด ฟาน นิสเตอรอย, (ฮวน เซบาสเตียน) เวรอน และผู้เล่นทำนองนี้ไป หลายคนปรามาสว่าเราจะทำผลงานตกลง แต่มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น” ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ กล่าว

“วิสุทธิ์” กด 6 อันเดอร์ฯ รั้งผู้นำร่วม สวิงบรูไนฯ
July 31, 2009
“โปรโต้ง” ระเบิดฟอร์ม
”โปรโต้ง” วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์ ระเบิดฟอร์มกด 6 อันเดอร์พาร์ จนขึ้นมารั้งตำแหน่งผู้นำร่วม ในศึกดวลวงสวิงบรูไน โอเพน รอบสอง
การแข่งขันกอล์ฟเอเชียน ทัวร์ รายการ บรูไน โอเพน ชิงเงินรางวัลรวม 3 แสนเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 10 ล้านบาท) ณ สนามเอ็มไพร์ โฮเตล แอน คันทรี คลับ ระยะ 7,013 หลา พาร์ 71 เมืองเซรี เบกาวัน ประเทศบรูไน เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันรอบสอง
ปรากฏว่า วิสุทธิ์ อรรจนาวัฒน์ โปรหนุ่มวัย 27 ปีระเบิดฟอร์มเก็บเพิ่มอีก 6 อันเดอร์พาร์ในรอบนี้จากการทำเบอร์ดีติดต่อกันใน 3 หลุมแรก ก่อนบวกเพิ่มอีกในหลุม 6, 8, 9 และ 11 แต่น่าเสียได้มาพลาดโบกีในหลุมสุดท้าย พร้อมจบวันด้วยการเป็นผู้นำร่วมกับ กาวิน ฟลินท์ จากออสเตรเลีย ที่สกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ เหนือกว่า สกอตต์ บาร์ ก้านเหล็กจากแดนออสซีอีกรายที่รั้งอันดับ 2 อยู่เพียงสโตรกเดียว
หลังแข่งจบ “โปรโต้ง” ออกมาเปิดเผยว่า “วันนี้เป็นรอบที่ดีของผมอีกครั้งและหวังว่าผมจะรักษาฟอร์มการเล่นอย่าง 2 วันที่ผ่านมาได้ต่อไป”
ขณะที่ “โปรเล็ก” ถาวร วิรัตน์จันทร์ อดีตแชมป์เอเชียน ทัวร์ 10 รายการ กดอีก 4 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมมี 7 อันเดอร์พาร์ ขึ้นมาอยู่ที่ 6 ร่วม ด้าน “น้าชู” บุญชู เรืองกิจ นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ทำอีเวนพาร์ สกอร์รวมคงเดิมที่ 6 อันเดอร์พาร์ รั้งอันดับที่ 11 ร่วม ส่วน “โปรมดแดง” ธรรมนูญ ศรีโรจน์ ฟอร์มแรงเช่นกันกด 6 อันเดอร์พาร์ สกอร์รวมมี 3 อันเดอร์พาร์ ทะยานขึ้นมารั้ง 25 ร่วม
สำหรับผลงานของโปรไทยรายอื่น : อันดับ11.(-6) สัตยา ทรัพย์อัประไมย 25.(-3) ประวิทย์ ตั้งกมลประเสริฐ, ปิยะ สว่างอรุณพร, พิจิตร เพชรเกษม, เชิงชาย ปั้นพุ่มโพธิ์ 36.(-2) อรรถพล ประทุมมณี, ปริยะ ชุณหสวัสดิกุล, สมเกียรติ ศรีสง่า, วิทวัส แซ่อึ้ง 53.(-1) นรินทร์ฤทธิ์ ตันตระกูล, ขวัญชัย แท่นนิล
ส่วนโปรไทยที่ไม่ผ่านตัดตัว พรสกล ทิพย์สนิท (E), นำโชค ตันติโภคากุล (+1), วรุฒ โฉมแฉล้ม (+4)

