เนิร์นแบร์กย้ำชัยค็อตบุส 2-0 คว้าตั๋วลุยบุนเดสลีกา
May 31, 2009
แดร์ คลุบ เนิร์นแบร์ก คว้าสิทธิเลื่อนชั้นมาลุยศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ในฤดูกาลหน้า หลังเปิดบ้านย้ำชัยเหนือ เอเนร์กี ค็อตบุส 2-0 สกอร์รวมสองนัดถล่มไปเบ็ดเสร็จ 5-0
ศึกฟุตบอลเพลย์ออฟเลื่อนชั้น-ตกชั้น บุนเดสลีกา เยอรมนี
เนิร์นแบร์ก 2-0 เอเนร์กี ค็อตบุส
(รวมผลสองนัด เนิร์นแบร์ก ชนะ 5-0 ได้สิทธิเลื่อนชั้น)
“ไอก์เลอร์” บังทาง “เออร์วิน สเคลา”
มิชาเอล ออนนิงก์ ค่อนข้างสบายใจในการนำ เนิร์นแบร์ก ทีมอันดับ 3 ลีกาสอง เปิดสนามอีซีเครดิต สตาดิโอน คืนวันอาทิตย์ต้อนรับการมาเยือนของ เอเนร์กี ค็อตบุส ทีมอันดับ 16 ของตารางบุนเดสลีกา เนื่องจากนัดแรกบุกไปยำใหญ่มาถึง 3-0 โดยเจ้าถิ่นยังใช้ ดาเนียล ญีกัก, คริเตียน ไอก์เลอร์ ประสานเกมรุกกับ ไอแซค โบอัคเย ด้าน โบยาน พราสนิการ์ กุนซือทีมเยือนฝากความหวังไว้ที่ สตีเฟน ริวิช รวมถึง เส้า เจีย อี้ กองหน้าทีมชาติจีน
แต่เกมการแข่งขันดำเนินไปถึงนาทีที่ 29 ความหวังของผู้มาเยือนแทบไม่เหลือ เมื่อมาโดน ไอก์เลอร์ ซัดเบิกร่องให้ เนิร์นแบร์ก นำก่อน 1-0 แถมก่อนหมดครึ่งแรกแค่ 8 นาที มาเร็ค มินทาล ตัวรุกทีมชาติสโลวาเกีย มาซัดให้เจ้าถิ่นทิ้งห่างเป็น 2-0 เมื่อจบ 45 นาทีแรก ลุยต่อครึ่งหลัง ค็อตบุส พยายามแก้เกมส่ง โอวิดู เบอร์กา และ เดนนิส โซเรนเซ ลงมาเพิ่มประสิทธิภาพเกมรุก แต่ แดร์ คลุบ วางหมากอย่างรัดกุมประคองตัวเอาชนะไป เมื่อครบ 90 นาที
จากผลการแข่งขันทั้งสองนัดทำให้ เนิร์นแบร์ก เอาชนะไปด้วยประตูรวมสองนัด 5-0 ตามทาง จิ้งจอกแห่งป่าดำ ไฟร์บวร์ก และ ไมนซ์ 05 เลื่อนขึ้นสู่ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ขณะที่ ค็อตบุส เดินตาม คาร์ลสรูห์ และ อาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ หล่นไปเล่นใน ลีกา สอง เยอรมนี ในฤดูกาลหน้าต่อไป

กระทิงหินพ่ายหมาป่า 2-3 ตกชั้น มิลานถองม่วง 2-0
May 31, 2009
กระทิงหิน โตริโน หล่นชั้นหลังบุกพ่าย หมาป่าเหลืองแดง โรมา 2-3 ขณะที่ ปิศาจแดงดำ เอซี มิลาน บุกหลอน ม่วงมหากาฬ ฟิออเรนตินา 2-0 ในศึกลูกหนัง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี นัดส่งท้ายประจำคืนวันอาทิตย์
ศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี นัดสุดท้ายประจำซีซั่น 2008/09
โรมา 3-2 โตริโน
“ไวลัตติ” ยิงไกลให้กระทิงหินนำก่อน
จิอันคาร์โล คาโมเลเซ ไม่มีทางเลือกมากนักในการนำพลพรรค กระทิงหิน โตริโน มาเยือนกรุงโรม แม้มีผู้เล่นติดโทษแบนถึง 7 คนจากเหตุการณ์วิวาทกับ เจนัว เมื่อเกมก่อนแต่ก็ต้องหวังถึง 3 แต้มหากขอลุ้นอยู่รอด ด้าน ลูชาโน สปัลเล็ตติ จัดทีมชุดดีที่สุดลงสนามให้ หมาป่าเหลืองแดง โรมา นำมาโดย ดานิเอเล เด รอสซี กับ ฟรานเชสโก ต็อตติ และให้โอกาส เฌเรมี เมเนซ ลงมาประสานเกมรุกด้วย
“ต็อตติ” ซัดจุดโทษฝังชัยให้โรมา
เริ่มเกมการแข่งขัน โตริโน ที่ต้องการสามแต้มเพื่อลุ้นหนีตกชั้นเป็นฝ่ายดันเกมขึ้นไป นิโกลา เวนโตลา สบโอกาสโหม่งลูกเปิดฟรีคิกจากเพื่อนหลุดกรอบในนาทีที่ 8 ทว่าผู้ตัดสินให้ทีมเยือนได้ลูกเตะมุม และก็นำมาซึ่งประตูขึ้นนำ 1-0 แผงรับ โรมา เคลียร์บอลไม่ขาดมาเข้าทางให้ ตอมมาโซ ไวลัตติ ตะบันจากระยะ 30 หลาบอลพุ่งเสียบมุมสุดปัญญาที่ อาเธอร์ จะป้องกันไว้ได้
พอโดนลูบคมไปก่อน หมาป่าเหลืองแดง กลับมาเป็นฝ่ายครองเกมแต่จังหวะเจาะเข้าทำยากลำบากเนื่องจากนักเตะ กระทิงหิน ลงไปขึงเกมรับในแดนตัวเองอย่างแน่นหนา แถมมีจังหวะสวนขึ้นไป ริคคาร์โด โคลอมโบ ชิ่งหนึ่งสองกับ เวนโตลา ก่อนยิงด้วยซ้ายเหินข้ามคาน นาทีที่ 25 โอกาสเป็นของเจ้าบ้านบ้าง ดานิเอเล เด รอสซี โหม่งเช็ดลูกฟรีคิกร้อนถึง มัตเตโอ เซเรนี ต้องพุ่งไปเซฟที่โคนเสา
จังหวะถัดมา โรมา ถอดเอา ซิโมเน แปร์รอตตา ที่บาดเจ็บเข่าออกมาพร้อมส่ง เมียร์โก วูซินิช ซึ่งเป็นกองหน้าลงไปเสริม ครึ่งชั่วโมงผ่านไปแฟนๆ เจ้าบ้านพยายามร้องเอาจุดโทษเมื่อเห็น เฌเรมี เมเนซ โดนทาง มัตเตโอ รูบิน แซะข้อเท้าล้มลงในกรอบโทษ แต่ผู้ตัดสินเฉยๆ อย่างไรก็ตาม นาที 35 เมเนซ รับบอลจากลูกเตะมุมลากเข้าไปยิงด้วยซ้ายข้างถนัดลูกหนังพุ่งเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม สกอร์เป็น 1-1 ท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นเกือบพลิกนำ วูซินิช รับลูกตอกส้นจาก ฟรานเชสโก ต็อตติ เข้าไปยิงแต่บอลไม่เข้ากรอบและก็จบ 45 นาทีแรกไป
ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง โรมา เป็นฝ่ายเดินหน้าใส่ก่อน มาร์โก คาสเซตติ เติมขึ้นมาเล่นเกมรุกได้โอกาสยิเรียดด้วยขวาแต่ เซเรนี อาศัยปฏิกิริยาใช้เท้าเซฟออกมาได้ เกมเป็นทางเจ้าถิ่นเล่นได้เหนือกว่า ต็อตติ มีโอกาสมากขึ้นจากครึ่งแรกแต่ยังยิงไม่ผ่านมือ เซเรนี หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ทีมเยือนเพิ่งจะมีลุ้นจากลูกยิงของ อเลสซานโดร โรซินา แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับ อาเธอร์ นาทีที่ 65 โตริโน พลาดโอกาสในการขึ้นนำ เวนโตลา ซัดเต็มข้อด้วยขวาโดนนายทวาร หมาป่าเหลืองแดง ทุบทิ้งหวุดหวิด
เข้าสู่ช่วง 20 นาทีท้าย เจ้าบ้านพลาดโอกาสทองในการขึ้นนำเมื่อแผงรับผู้มาเยือนผิดพลาดเสียบอลในแดนตัวเอง ต็อตติ ฉกเข้าไปยิงแต่หลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 73 ซิโมเน บาโรเน ได้ปั่นฟรีคิกข้ามกำแพงแต่ อาเธอร์ พุ่งไปคว้าบอลได้ไม่ยากเย็นนัก จังหวะถัดมา วูซินิช ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากจากด้านขวาของสนามเข้ามายิงมุมแคบผ่านมือ เซเรนี เข้าเสาไกล หมาป่าเหลืองแดง พลิกนำ 2-1
แถมก่อนหมดเวลา 7 นาที โตริโน มาเสียลูกที่จุดโทษ อีวาน ฟรานเชสคินี ไปสกัด คาสเซตติ ในจังหวะหลุดเข้ากรอบโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษและก็ควักใบแดงไล่ ฟรานเชสคินี ออกจากสนามไป ต็อตติ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โรมา ทิ้ง 3-1 แต่ก่อนหมดเวลา 2 นาทีทีมเยือนไล่เหลือ 2-3 จากการแปเน้นๆ ของ เวนโตลา แต่ไม่ทันการหมดเวลา โรมา เก็บเพิ่มเป็น 63 คะแนน จบที่ 6 ของตาราง คว้าสิทธิไปเล่นใน ยูโรปา ลีก ฤดูกาลหน้า ขณะที่ กระทิงหิน หล่นชั้นไป เนื่องจาก 38 นัดเก็บได้เพียง 34 แต้ม
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
โรมา : อาเธอร์ , มาร์โก คาสเซตติ , คริสเตียน ปานุชชี , ฟิลิปป์ เม็กแซส , ยอห์น อาร์เน รีเซ , ดานิเอเล เด รอสซี , มัตเตโอ บรีกี , ซิโมเน แปร์รอตตา , ดาวิด ปิซาร์โร , เฌเรมี เมเนซ , ฟรานเชสโก ต็อตติ
โตริโน : มัตเตโอ เซเรนี , เคลาดิโอ ริวัลตา , เซซาเร นาตาลี , อีวาน ฟรานเชสคินี , ริคคาร์โด โคลอมโบ , เปาโล เดลลาฟิออเร , ตอมมาโซ ไวลัตติ , มัตเตโอ รูบิน , ซิโมเน บาโรเน , อเลสซานโดร โรซินา , นิโกลา เวนโตลา
“เดวิด เบ็คแฮม” ช่วยมิลานไม่ต้องคัดเลือกแชมเปียนส์ ลีก
ผลฟุตบอล เซเรีย อา อิตาลี นัดสุดท้าย ประจำคืนวันอาทิตย์
โรมา 3-2 โตริโน
[0-1 : ตอมมาโซ ไวลัตติ (น.9) , 1-1 : เฌเรมี เมเนซ (น.35) , 2-1 : เมียร์โก วูซินิช (น.74) , 3-1 : ฟรานเชสโก ต็อตติ (จุดโทษ น.83) , 3-2 : นิโกลา เวนโตลา (น.88)]
โบโลญญา 3-1 คาตาเนีย
[1-0 : นิโกลา มินกาซซินี (น.5) , 2-0 : เคลาดิโอ แตร์ซี (น.26) , 2-1 : ทากายูกิ โมริโมโตะ (น.50) , 3-1 : มาร์โก ดิ วาโย (น.68)]
ฟิออเรนตินา 0-2 เอซี มิลาน
[0-1 : ริคาร์โด กาก้า (น.55) , 0-2 : อเลสซานโดร ปาโต (น.76)]
เจนัว 4-1 เลชเช
[1-0 : บอสโก ยานโควิช (น.22) , 1-1 : ซิโมเน ติริบ็อคคี (น.32) , 2-1 : โดมินิโก คริสติโต (น.52) , 3-1 : ดีเอโก มิลิโต (น.56) , 4-1 : ดีเอโก มิลิโต (น.67)]
อินเตอร์ มิลาน 4-3 อตาลันตา
[1-0 : ซุลเลย์ มุนตารี (น.6) , 1-1 : คริสเตียโน โดนี (น.10) , 2-1 : ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช (น.12) , 2-2 : ลูกา ชิการินี (น.25) , 2-3 : คริสเตียโน โดนี (น.53) , 3-3 : เอสเตบัน กัมบิอาสโซ (น.80) , 4-3 : ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช (น.81)]
ยูเวนตุส 2-0 ลาซิโอ
[1-0 : วินเชนโซ ยาควินตา (น.3) , 2-0 : วินเชนโซ ยาควินตา (น.59)]
นาโปลี 3-0 คิเอโว
[1-0 : ฟรานเชสโก มอนเตร์วิโน (น.4) , 2-0 : มาเรียโน โบเกลียซิโน (น.7) , 3-0 : อิกนาซิโอ เปีย (น.19)]
ปาแลร์โม 2-2 ซามพ์โดเรีย
[1-0 : ฟาบริซิโอ มิคโคลี (น.8) , 2-0 : ดาวิเด ซุสซี (น.42) , 2-1 : จามเปาโล ปาสซินี (น.45) , 2-2 : มาริอุส สแตนเควิเชียส (น.59)]
เรจจินา 1-1 เซียนา
[1-0 : คริสเตียน สตูอานี (จุดโทษ น.45) , 1-1 : มัสซิโม มัคคาโรเน (น.76)]
อูดิเนเซ 6-2 กายารี
[1-0 : ควาดโว อซาโมอาห์ (น.10) , 2-0 : ซิโมเน เปเป (น.11) , 3-0 : อันโตนิโอ ฟลอโร ฟลอเรส (น.15) , 3-1 : โรเบิร์ต อัคควาเฟรสกา (จุดโทษ น.55) , 3-2 : อันเดรีย ปาโรลา (น.57) , 4-2 : โจวานนี ปาสกวาเล (น.58) , 5-2 : ฟาบิโอ กวายาเรลลา (น.81) , 6-2 : โอเดียน อิกฮาโล (น.89)]
สรุปสถานการณ์หลังจบฤดูกาล 2008/09
ได้โควตาลุยแชมเปียนส์ ลีก : (แชมป์) อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส, ฟิออเรนตินา (เล่นรอบคัดเลือก)
ได้สิทธิไปเตะยูโรปา ลีก : เจนัว, โรมา, ลาซิโอ (แชมป์โคปา อิตาเลีย)
ตกชั้น : โตริโน, เรจจินา, เลชเช

“สำเภา” พ้อน่าได้ 3 แต้ม “จุฬา” จวกเปาแม้หนีบ๊วยสำเร็จ
May 31, 2009
กิจ มีศรีสุข กุนซือ “สำเภาผยอง” ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร รับลูกทีมพลาดเองที่ไม่สามารถเก็บ 3 แต้มกับ จุฬา ยูไนเต็ด ที่เหลือ 10 คนได้ ด้าน โฮเซ เฟอร์ไรรา ดา ซิลวา กุนซือทีมพระเกี้ยว จวกยับผู้ตัดสินสุดผิดพลาดที่ไล่ วัฒนศัพท์ เจริญศรี ออก แต่ยังพอใจที่ได้ 1 คะแนน ในเกมไทยลีกที่ทั้งคู่เสมอกัน 1-1
ควันหลงของศึกลูกหนังไทยพรีเมียร์ลีก 2009 ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ระหว่างทีม ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ที่เปิดบ้านเสมอกับ จุฬา ยูไนเต็ด ที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คน 1-1 ณ สนามสถาบันพลศึกษาสมุทรสาคร
โดย กิจ มีศรีสุข หัวหน้าโค้ชทีม ทีทีเอ็มฯ กล่าวถึงเกมนัดนี้ว่า “รู้สึกเสียดายที่เราไม่สามารถทำประตูชัยได้ ทั้งๆ ที่เขาเหลือ 10 คนตั้งแต่นาทีที่ 60 ของเกม ใจจริงไม่อยากโทษใคร เราต้องโทษตัวเราเองที่ทำไม่ได้ อีกทั้งสภาพสนามของเราที่ยังไม่ดีนัก ทำให้การควบคุมลูกบอลมีปัญหามากเมื่อพยายามเร่งเกม หวังว่าหลังปิดเลกแรก สภาพสนามคงได้รับการปรับปรุงให้ดีกว่าที่เป็นอยู่”
ด้าน โฮเซ เฟอร์ไรรา ดา ซิลวา หัวหน้าโค้ชของ จุฬา ยูไนเต็ด กล่าวบ้างว่า “ผมผิดหวังกับการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมาก เขาให้ใบเหลืองที่ 2 กับ วัฒนศัพท์ เจริญศรี ทั้งๆ ที่ในมุมมองของผมมันไม่จำเป็นเลย แม้จะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ต้องยอมรับว่าเกมนี้ลูกทีมเล่นกันได้น่าพอใจ โดยเฉพาะ 1 คะแนนที่เราได้มาส่งให้ทีมเราหนีอันดับ 16 ซึ่งเป็นบ๊วยของตารางได้ ปล่อยให้ทีม ศรีราชา ลงเป็นเป็นอันดับสุดท้ายแทน และเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว จุฬา จะอยู่รอดในไทยลีกได้อย่างแน่นอน”

เทพเทือก เตือนกลางงานเลี้ยง รมต.ลงพื้นที่ระวังแก๊งป่วน
May 31, 2009
งานเลี้ยงมื้อค่ำ รมต.ประชาธิปัตย์ ชื่นมื่น สุเทพ ย้ำแต่ละกระทรวงให้ประสานงานกันมากขึ้น และตกลงนัดเจอกันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง พร้อมเตือนให้ระวังตัวระหว่างลงพื้นที่ เหตุมีคนไม่หวังดีคอยสร้างความปั่นป่วนหลากหลายรูปแบบมากขึ้น สาทิตย์ มั่นใจเช่ารถเมล์เอ็นจีวีไม่บานปลายทำรัฐบาลแตก
วันที่ 31 พ.ค.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการรับประทานอาหารร่วมกันของรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมคอนราด ซึ่งมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นคนนัดหมาย ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี รัฐมนตรีของพรรคต่างแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ซึ่ง นายสุเทพ ได้ย้ำให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวเนื่องกัน ขอให้ทำงานประสานกันมากขึ้น และทำอะไรไปก็ควรจะต้องชี้แจงกับประชาชนให้ชัดเจน ซึ่งจากการพูดคุยกันในวันนี้ ต่างเชื่อว่าจะทำให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น จึงเห็นว่า รัฐมนตรีของพรรคควรจะได้มีการพบปะกันบ่อยขึ้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนกัน
นอกจากนี้ ในระหว่างรับประทานอาหาร นายสุเทพ ยังได้เล่าถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังคงมีปัญหาด้านความมั่นคงให้รัฐมนตรีของพรรคได้รับทราบว่าขณะนี้ยังคงมีความพยายามก่อความปั่นป่วนในบ้านเมือง จึงขอให้ช่วยกันสอดส่องดูแล และตั้งใจทำงาน
ด้าน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการรับประทานอาหารร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีพรรค บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ซึ่ง นายสุเทพ ได้เล่าให้ฟังถึงเบื้องลึกเบื้องหลังถึงปัญหาความมั่นคงที่กังวลและยังคุยกันถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคน ซึ่งตนได้บอกไปว่าควรต้องมียุทธศาสตร์รวมของรัฐบาล และส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยและพร้อมจะให้ความร่วมมือ
นายสาทิตย์ ยังกล่าวถึงปัญหาโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวีที่ยังเห็นไม่ตรงกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คงต้องพูดคุยทำความเข้าใจกัน ซึ่งเชื่อว่าจะไม่บานปลายถึงกันรัฐบาลแตก แต่การที่ความเห็นแตกต่างกันถือเป็นเรื่องธรรมดา และยังมั่นใจว่าทำความเข้าใจกันได้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายสุเทพ ได้ขอให้รัฐมนตรีพรรคระวังตัวเวลาลงพื้นที่ และอย่าประมาท เพราะมีความพยายามของผู้ไม่หวังดีที่จะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ซึ่งจะมีหลากรูปแบบมากขึ้น สถานการณ์ไม่ได้นิ่งอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้มีการเตือนถึงขั้นว่าให้เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนกรณีปัญหาโครงการเช่ารถเมล์อีจีวี 4,000 คัน นายสุเทพ บอกว่า กำลังพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด

ตราหมีเมินขาย กุน แม้สิงห์บลูส์ให้ 50 ล้านปอนด์
May 31, 2009
ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ชัดเจนต้องการเก็บ เซอร์จิโอ อกูเอโร กองหน้าทีมชาติอาร์เจนตินา เอาไว้ลุยศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า แม้ สิงห์บลูส์ เชลซี พร้อมทุ่มค่าตัวให้ถึง 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) ก็ตาม
ตราหมีเก็บ “กุน” ไว้ลุยแชมเปียนส์ลีก
เซอร์จิโอ อกูเอโร เพิ่งซัดเบิกร่องให้ แอต.มาดริด เปิดบิเซนเต กัลเดรอน ต้อนตือ อัลเมเรีย 3-0 ในเกมลา ลีกา สเปน นัดส่งท้ายเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จึงจบฤดูกาลในอันดับ 4 ของตาราง คว้าสิทธิไปเล่นฟุตบอลยุโรปถ้วยใบใหญ่ในฤดูกาลหน้า
แต่ เมล์ ออน ซันเดย์ สื่อเมืองผู้ดีเพิ่งประโคมข่าวฮือฮาว่า เสี่ยหมี โรมัน อบราโมวิช ประธานสโมสร เชลซี ทีมมหาเศรษฐีแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมเปิดไฟเขียวให้ คาร์โล อันเชล็อตติ (ว่าที่) กุนซือคนใหม่นำงบประมาณ 50 ล้านปอนด์ ไปดึงตัว อกูเอโร กุน มาเพิ่มสีสันเกมรุกในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์
นอกจาก เชลซี ทีมในพรีเมียร์ลีกอย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็แอบให้ความสนใจดาวเตะร่างเล็กวัย 20 ปี อยู่เช่นเดียวกับ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน แชมป์เซเรีย อา อิตาลี ซึ่งอยู่ภายใต้การคุมบังเหียนของ โฮเซ มูรินโญ อดีตกุนซือ สิงห์บลูส์
อย่างไรก็ตาม โฮเซ เซกุย เอเย่นต์ส่วนตัวของ อกูเอโร แจ้งข่าวร้ายแก่บรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ที่สนใจนักเตะในความดูแลของเขา ผมคงไม่ปฏิเสธว่าสโมสรใหญ่ๆ ในยุโรปต้องการตัว อกูเอโร แต่ แอต.มาดริด ตัดสินใจปัดข้อเสนอต่างๆ ไป

“สำเภา-โลมา-กระต่าย” นัดกันเจ๊า “หมูป่า” คมศึกไทยลีก
May 31, 2009
“สำเภาผยอง” ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร เปิดรังเจ๊า จุฬาฯ 1-1 ด้าน “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด เปิดบ้านควง “ปลาทู” สมุทรสงคราม แบ่งทีมละแต้ม ส่วน “กระต่ายแก้ว” บางกอกกล๊าส เอฟซี บุกไปเสมอ แบงคอก ยูไนเต็ด ถึงถิ่น ม.กรุงเทพ ในศึกไทยลีกเมื่อวันอาทิตย์
การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2552 ทีม “สำเภาผยอง” ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดสนามฟุตบอลสถาบันพลศึกษาสมุทรสาคร รับการมาเยือนของ “ลูกพระเกี้ยว” จุฬา ยูไนเต็ด ทีมบ๊วยของตาราง
โดยเกมนี้เจ้าถิ่นส่ง ทนงศักดิ์ พรมดาด ลงยืนคู่ พอล อีโกลโล ดาวยิงผิวสีล่าตาข่าย ขณะที่ทีมเยือนทิ้ง แอรอน ดา ซิลวา หัวหอกชาวบราซิล ไว้ในแดนหน้าเพียงคนเดียว ซึ่งเกมในครึ่งแรกเล่นกันได้อย่างสูสี กระทั่งนาทีที่ 26 เจ้าถิ่นได้เฮก่อน เมื่อ อีโกลโล อาศัยความเร็ววิ่งพาบอลฉีกกองหลังทีมเยือนเป็นริ้วจากครึ่งสนามถึงในกรอบเขตโทษ ก่อนซัดบอลสวนตัว ฌอง มาร์ค นายด่านจุฬาฯ เข้ากลางประตู ส่งให้ ทีทีเอ็ม ออกนำไปก่อน 1-0
อย่างไรก็ตามในครึ่งหลังนาทีที่ 50 ทีมเยือนมาตีเสมอเป็น 1-1 จากการซัดไกลของ ดา ซิลวา ที่ทำเอา ณรงค์ วิเศษศรี นายทวารเจ้าถิ่นถึงกับเสียฟอร์ม เมื่อรับบอลพลาดปลิ้นเข้าประตูไป
หลังจากนั้นเป็นทีมเยือนที่พยายามโหมบุก กระทั่งนาทีที่ 60 วัฒนศัพท์ เจริญศรี นักเตะ จุฬาฯ ไปทำฟาว์ล อีโกลโล จนรับใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง ถูกขับออกจากสนาม ส่งผลให้ทีมสีชมพูจากสามย่านเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเท่านั้น
แม้จะเหลือเพียง 10 คน แต่ จุฬา ยูไนเต็ด กลับดูเหมือนมีโอกาสหวาดเสียวหลายครั้ง แต่ก็ยิงไปชนเสา และคานเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่เจ้าถิ่นแม้จะพยายามเร่งเกมรุก แต่ก็ผิดพลาดเสียบอลไปหมด ส่งผลให้จบเกม 90 นาที เสมอกัน 1-1 แบ่งไปทีมละแต้ม พร้อมกับส่งผลให้ จุฬาฯ หนีบ๊วยได้สำเร็จด้วยการมี 7 คะแนน และส่งทีมศรีราชา เอฟซี ลงไปอยู่อันดับ 16 ได้สำเร็จ
สรุปผลการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ประจำวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร เสมอ จุฬา ยูไนเต็ด 1-1
นครปฐม เอฟซี ชนะ ทีโอที เอฟซี 3-1
พัทยา ยูไนเต็ด เสมอ สมุทรสงคราม 0-0
แบงคอก ยูไนเต็ด เสมอ บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-1

ฝ่ายค้านพม่า VS ยักษ์เผด็จการทหาร
May 31, 2009
|
Links from ClickBank
|
(จากเอเชียไทมส์ออนไลน์www.atimes.com)
Myanmars opposition vs Goliath
By Charles McDermid and Swe Win
21/05/2009
การจับกุมอองซานซูจีด้วยข้อกล่าวหาอันพึลึกพิลั่นเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่าโกรธแค้น และเรียกร้องให้ลงมือปฏิบัติการ บรรดาผู้นำฝ่ายค้านและกลุ่มลี้ภัยในต่างแดน ต้องการให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการคว่ำบาตรอย่างเด็ดขาดจริงจังยิ่งขึ้น รวมทั้งให้มีการแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวยิ่งขึ้นด้วย ทว่าจวบจนถึงเวลานี้พวกเขาก็ได้รับเพียงประการหลังเท่านั้น ขณะเดียวกัน ความหวังใดๆ ที่ว่าการเลือกตั้งซึ่งวางแผนจัดขึ้นในปี 2010 จะสามารถทำลายความชะงักงันทางการเมืองซึ่งแสนจะบั่นทอนจิตใจไปได้นั้น ก็เป็นอันพังครืนไปโดยสิ้นเชิง
ในพม่า ภาวะตีบตันทางการเมืองได้ยืดเยื้อกันมาหลายสิบปีแล้ว และทั้งสองฝ่ายต่างก็แก่เฒ่าชราลง เป็นความหวังของขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประเทศนี้ที่ว่า จากเหตุการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งเป็นเสมือนการทดสอบอย่างรุนแรงนั้น บางทีอาจจะมีแรงขับเคลื่อนทางการเมืองใหม่ๆ ปรากฏขึ้นมา
พล.อ.อาวุโส ตาน ฉ่วย (Than Shwe)อดีตพนักงานไปรษณีย์ผู้ก้าวหน้าไปในอาชีพทหาร ระหว่างที่รัฐบาลดำเนินการรณรงค์ปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบซึ่งเป็นชนชาติส่วนน้อยอย่างนองเลือด จนกระทั่งก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าคณะทหารผู้ปกครองประเทศนั้น เวลานี้อายุ 76 ปีแล้ว และมีรายงานว่าสุขภาพย่ำแย่ ส่วน อองซานซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ซึ่งได้นำพาขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมากว่า 20 ปีแล้ว ก็อยู่ในวัย 63 ปี และกำลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำอันขึ้นชื่อเหม็นโฉ่ของรัฐบาลโดยแทบไม่มีหวังเลยว่าจะได้รับอิสรภาพ
การที่รัฐบาลพม่าตัดสินใจที่จะกักกันคุมขังซูจีด้วยข้อกล่าวหาที่ฟังไม่ขึ้นเอาเลย คือสิ่งบ่งชี้ว่าคณะทหารที่เป็นผู้ปกครองประเทศ ไม่เคยตั้งใจที่จะผ่อนคลายการยึดกุมอำนาจเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเลย ขณะเดียวกัน ด้วยการที่ซูจี –ผู้เป็นที่เคารพยกย่องจนสามารถเป็นพลังรวบรวมขบวนการฝ่ายค้านที่แตกแยกกันให้เป็นเอกภาพได้ กลับกลายเป็นพาดหัวข่าวของสื่อระหว่างประเทศอีกคำรบหนึ่งเช่นนี้ ก็กลายเป็นโอกาสให้บรรดานักเคลื่อนไหวได้รีบเร่งฉวยประโยชน์จากการที่คณะทหารปฏิบัติอย่างใจดำด้านชาต่อผู้นำผู้สูงส่งราวกับนักบุญของพวกเขาผู้นี้ ตลอดจนปฏิบัติอย่างใจทมิฬต่อบ้านเกิดเมืองนอนที่เต็มไปด้วยความลำบากยากเข็ญของพวกเขา
ทั่วทั้งขบวนการต่างรู้สึกโกรธแค้นกันมาก แต่นั่นไม่ใช่เป็นเรื่องเกินความคาดหมาย เราทราบดีอยู่แล้วว่าพวกเขาจะต้องหาวิธีใดวิธีหนึ่งมากีดกันเธอออกจากการเมือง ทว่าพอพวกเขาทำแบบนี้ พวกเราทั้งหมดต่างก็รู้สึกโกรธแค้นจนทนไม่ไหวอยู่นั่นเอง เป็นคำกล่าวของ คิน โอมาร์ (Khin Ohmar) เลขาธิการฝ่ายต่างประเทศของ ชมรมเพื่อประชาธิปไตยในพม่า (Forum for Democracy in Burma) อันเป็นองค์การรวมของพวกกลุ่มการเมืองที่ลี้ภัยอยู่ต่างแดนทั้งหลาย อารมณ์ความรู้สึกตอนนี้แรงจริงๆ เรากำลังพยายามกันอย่างเต็มที่เพื่อติดต่อให้ถึงทุกๆ ภาคส่วนในโลก เพื่อขอให้บรรดาผู้นำทั้งหลายลงมือปฏิบัติการกันจริงๆ แทนที่จะเป็นเพียงคำพูดเท่านั้น
การจับกุมซูจี โดยตั้งข้อหาว่าเธอให้ที่พักพิงแก่ผู้บุกรุกชาวอเมริกันเป็นเวลาหลายคืน บังเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้าจะถึงกำหนดที่วางแผนกันเอาไว้ว่าเธอจะได้พ้นการถูกคุมขังอยู่แต่ในบ้าน ในวันที่ 27 พฤษภาคม การคุมขังและการไต่สวนพิจารณาคดีที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้กลายเป็นข่าวเกรียวกราว และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถูกประณามจากทั้งสหประชาชาติและบรรดารัฐบาลฝ่ายตะวันตก
มาถึงตอนนี้ฝ่ายค้านกำลังเรียกร้องขอให้ประชาคมระหว่างประเทศใช้ ตะพดอันใหญ่กว่าเดิม เดบบี สโทตฮาร์ด (Debbie Stothard) นักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในพม่ามาตั้งแต่ปี 1988 และเป็นผู้ร่วมก่อตั้งองค์การอัลต์เซียน-เบอร์มา (Altsean-Burma) กล่าวสรุปสถานการณ์
เพียงแค่ออกคำแถลงอย่างเดียวไม่ได้ผลหรอก โซ ออง (Soe Aung) รองผู้ประสานงานองค์การพันธมิตรพม่า (Burma Partnership) และอดีตผู้จัดการประท้วงตามท้องถนนเมื่อปี 1988 บอกกับเอเชียไทมส์ออนไลน์ เราเชื่อว่า การคว่ำบาตรคือเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ระบอบปกครองทหารต้องยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา สหภาพยุโรปควรที่จะดำเนินการคว่ำบาตรอย่างฉลาดๆ หรือการคว่ำบาตรที่มีเป้าหมาย ซึ่งสามารถกระหน่ำใส่กระเป๋าเงินของระบอบปกครองนี้และสมุนของมัน อย่างเช่นที่เกิดขึ้นในปี 2008 เมื่อสหรัฐฯประกาศห้ามนำเข้าอัญมณี
แต่นักเคลื่อนไหวอื่นๆ ยังไม่ค่อยแน่ใจนัก อดีตนักโทษการเมืองผู้หนึ่งซึ่งไม่ต้องการให้เปิดเผยนาม ไม่เชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ จะบีบบังคับให้รัฐบาลยอมเปลี่ยนแปลงวิธีการแบบทรราชย์ของตน เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมามาตรการประเภทนี้ก็ไม่เคยใช้ได้ผลเลย ขณะที่ทางด้านรัฐบาลก็ตอบโต้ด้วยข้ออ้างว่าการคว่ำบาตรรังแต่จะทำร้ายประชากรผู้ยากจนที่สุดของพม่าเท่านั้น
ระบอบปกครองทหารบอกว่าการคว่ำบาตรเป็นการทำร้ายประชาชน แต่เราไม่เชื่อว่าเรื่องเป็นเช่นนั้นจริงๆ มันไม่เคยมีการนำเอามาตรการคว่ำบาตรแบบครอบคลุมในวงกว้าง มาใช้กับประชาชนอยู่แล้ว และเราก็ไม่ได้กำลังเรียกร้องให้ดำเนินการคว่ำบาตรแบบคลุมๆ ไปหมดด้วย โซ ออง กล่าวย้ำ
การคว่ำบาตรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องมือทั้งหมดในเรื่องนี้เท่านั้น ต้องเอาไม้ตะพดมาผสมกับการพูดจา แต่การคว่ำบาตรควรที่เป็นส่วนที่เป็นหลักของเรา พวกเขาคือคนที่ปฏิเสธไม่ยอมมาเข้าโต๊ะเจรจานะ
แต่จวบจนถึงเวลานี้ ยังไม่มีรัฐบาลต่างประเทศประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ๆ ใดๆ พวกพันธมิตรสนิทที่สุดของระบอบปกครองนี้ อันได้แก่ จีน, รัสเซีย, และอินเดีย ยังคงแสดงท่าทีสงบเงียบมาโดยตลอดตั้งแต่ที่มีการจับกุมและการพิจารณาคดีซูจี กระนั้นก็ตาม นักเคลื่อนไหวจำนวนมากก็มองการถูกคุมขังของเธอว่าเป็นเคราะห์ร้ายที่กำลังส่งผลให้เกิดความสามัคคีกัน
จากการทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจกันอย่างกว้างขวาง มันก็ได้กระตุ้นขบวนการ ซึ่งก็คือกลุ่มต่างๆ ที่มีเป้าหมายอย่างเดียวกัน กลุ่มต่างๆ ที่มีความห่วงใยและที่เกี่ยวพันกับการปฏิวัติผ้าเหลือง มันกลายเป็นการชุบชีวิตเครือข่ายเหล่านี้ทั้งหมด มีผู้คนจำนวนมากขึ้นและกลุ่มต่างๆ เพิ่มมากขึ้นที่ยกระดับการรณรงค์ต่อสู้ของพวกเขา สโทตฮาร์ดบอก
**อย่าหวังอะไรจากการเลือกตั้งปี 2010**
ขณะที่ขบวนการฝ่ายค้านเฝ้ารอคอยนานาประเทศระดมออกมาตรการคว่ำบาตรอยู่นี้เอง ในอีกด้านหนึ่ง การจับกุมซูจีก็แสดงผลกลายเป็นการทำลายความหวังล้มๆ แล้งๆ ของพวกผู้คนในพม่าส่วนที่เคยวาดหวังจะสามารถทำลายภาวะตีบตันทางการเมือง ด้วยการเข้าร่วมในการเลือกตั้งที่ทางการวางแผนจัดขึ้นในปี 2010
การเดินหมากจับกุมดำเนินคดีกับซูจีของตาน ฉ่วย กลายเป็นการบดบังและบั่นทอนน้ำหนักความสำคัญของการถกเถียงอภิปรายระหว่างกลุ่มต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกพม่า เกี่ยวกับการจัดให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในแผนการของระบอบปกครองทหาร ที่ถูกขนานนามว่า แผนที่บอกเส้นทางไปสู่ประชาธิปไตย (road map for democracy) ข้อโต้แย้งที่พวกเอนเอียงไปทางข้างอยากเข้าร่วมการเลือกตั้ง ชอบเสนอกันก็คือ แทนที่จะประจันหน้าอย่างไร้มรรคผลต่อไปกับระบอบปกครองทหาร กลุ่มพลังฝ่ายค้านควรที่จะใช้การเลือกตั้งคราวนี้เป็นโอกาสที่จะยึดกุมพื้นที่ทางการเมืองให้ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อเป็นพื้นฐานที่อาจจะค่อยๆ ขยายกันต่อไปเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประชาธิปไตยมากขึ้นอีก
พรรคเอ็นแอลดี [National League for Democracy สันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย] มีท่าทีประนีประนอมมากขึ้นต่อกระบวนการทางการเมืองที่ตอนนั้นกำลังทำท่าขยับใกล้เข้ามาทุกที เป็นท่าทีที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เราได้เสนอว่าการสนทนากันหมายความว่าจะต้องทำให้เกิดการสนทนาขึ้นมา ข้อเสนอเช่นนี้ก็คือการที่เอ็นแอลดีโยนช่อมะกอกไปให้แก่ระบอบปกครองทหารอย่างเห็นชัดเจนที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะทหารไม่ได้ตอบสนองข้อเสนออันเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดเหล่านี้ของเอ็นแอลดี โซ ออง กล่าว
เสียงเสนอความเห็นให้เข้าร่วมการเลือกตั้งนี้ มาจากกลุ่มต่างๆ หลากหลายทีเดียว พลเมืองพม่าบางคนมีความหงุดหงิดจริงๆ กับภาวะอับจนทางการเมืองอย่างไม่รู้สิ้นสุด และกับคณะผู้นำเอ็นแอลดีที่แก่ลงทุกที พวกเขาจึงรู้สึกยินดีต้อนรับการเลือกตั้งในฐานะที่ ดีกว่าไม่มีอะไรเลย ส่วนคนอื่นๆ ก็มีรายงานว่า รู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจต่อการที่ซูจีและพรรคของเธออยู่ในฐานะครอบงำการเมืองของประเทศนี้มานานเกินไปแล้ว จึงต้องการที่จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง
สโทตฮาร์ดชี้ว่า จากการจับกุมดำเนินคดีกับซูจี ระบอบปกครองนี้ก็ได้บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งคราวนี้ ถ้าหากมันจะมีอยู่สักน้อยนิด เธอบอกต่อไปว่า เรารู้สึกได้จริงๆว่า ระบอบปกครองนี้เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างแล้ว เราคาดหมายว่าจะเกิดมีส่วนที่ไม่เห็นด้วยขึ้นภายในบุคลากรของระบอบปกครองทหารนี้เอง มีคนที่ทำงานอยู่ภายในระบอบปกครองซึ่งเคยวาดหวังไว้ว่าอย่างน้อยที่สุด (การเลือกตั้ง) ก็จะทำให้ได้พื้นที่สักกระจิริดขึ้นมาบ้าง ทว่าจากพัฒนาการล่าสุดนี้ กลับชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ว่าไม่อาจหวังอะไรได้เลย
ตามคำบอกเล่าของสโทตฮาร์ด ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา มีนักเคลื่อนไหว 276 คนกำลังต้องโทษจำคุกระยะยาวในเรือนจำ บางคนถูกลงโทษจำคุกนานเกินกว่า 90 ปี ปฏิบัติการเหล่านี้ตลอดจนการคุมขังซูจี กำลังทำให้พวกที่ออกมาสนับสนุนการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ ดูเป็นพวกฝันกลางวันไปเลย กระนั้นก็ตามที นักวิเคราะห์หลายคนยังเชื่อว่า ผลที่เกิดตามมาไม่ใช่จะกลายเป็นลบไปเสียหมด
อย่างหนึ่งก็คือ เวลานี้เป็นที่กระจ่างแจ้งทั้งสำหรับประชาชนชาวพม่าและประชาคมระหว่างประเทศว่า ระบอบปกครองทหารไม่ได้มีความตั้งใจเลยที่จะเคลื่อนเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และการเลือกตั้งปี 2010 ก็ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การเมืองได้
นอกจากนั้นมันยังกลายเป็นการช่วยบรรเทาวิกฤตทางการเมืองอันแสนกระอักกระอ่วนที่กำลังเผชิญพรรคเอ็นแอลดีอยู่ในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง กล่าวคือ การเข้าร่วมการเลือกตั้งย่อมหมายถึงการยอมรับมาตราต่างๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2008 ของคณะผู้ปกครองทหาร ซึ่งเป็นประเด็นก่อให้เกิดการถกเถียงโต้แย้งกันอย่างรุนแรง เป็นต้นว่า หนึ่งในมาตราเหล่านี้มีเนื้อหาที่เท่ากับการห้ามไม่ให้ซูจีลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะเธอแต่งงานกับคนต่างชาติ นอกจากนั้นแล้ว การเข้าร่วมยังจะถูกกล่าวหาว่าไปสมคบคิดทางการเมืองกับคณะผู้ปกครองทหารอีกด้วย แต่ในอีกด้านหนึ่ง การไม่เข้าร่วมการเลือกตั้ง ก็อาจทำให้บรรดาผู้นำพรรคถูกกล่าวหาว่าทำตัวดื้อรั้น โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนพม่าเลย
ผู้สังเกตการณ์บางคนเชื่อว่า ถ้าหากไม่มีการจับกุมซูจีแล้ว เพียงแค่เรื่องที่ระบอบปกครองนี้ปฏิเสธไม่ยอมรับข้อเรียกร้องลงวันที่ 29 เมษายนของเอ็นแอลดี ที่เรียกกันว่า คำประกาศชเวกอนดาย (Shwegonedaing Declaration) ซึ่งต้องการให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด รวมทั้งซูจี และให้มีการทบทวนมาตราต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในรัฐธรรมนูญปี 2008 ก็อาจจะยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะคว่ำบาตรการเลือกตั้งได้ ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า พรรคเอ็นแอลดีคือผู้ชนะการเลือกตั้งปี 1990 แบบถล่มทลาย ก่อนที่จะถูกรัฐบาลทหารไร้ยางอายประกาศให้เป็นโมฆะไปอย่างรวดเร็ว
เอ็นแอลดีมีบทบาทที่แข็งแกร่งมาก เพราะพวกเขาเป็นพรรคที่ชนะในการเลือกตั้งครั้งหลังสุด จริงอยู่ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเอ็นแอลดีทำอะไรน้อยมากๆ แต่นั่นเป็นการทึกทักเอาว่าเอ็นแอลดีมีทรัพยากรต่างๆ แบบเดียวกับที่พรรคการเมืองอื่นๆ ในโลกมีกัน ในเวลา 20 ปีที่ผ่านมา เอ็นแอลดีได้รับอนุญาตให้จัดการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ผลงานของเอ็นแอลดีนั้นน่าประทับใจทีเดียว แต่พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่ สโทตฮาร์ดบอก เอ็นแอลดีจะต้องถูกระรานเสมอ เมื่อใดก็ตามที่เกิดการปราบปราม แต่คุณไม่สามารถคาดหวังให้เอ็นแอลดีทำงานทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ขบวนการทั้งขบวนการได้หรอกนะ
อดีตนักโทษการเมืองคนที่บทความนี้ได้อ้างถึงก่อนหน้านี้ ได้พูดสรุปถึงสถานการณ์ของเอ็นแอลดีเอาไว้ดังนี้ ผู้นำของเอ็นแอลดีจำนวนมากกำลังอยู่ในคุก เราไม่ควรประณามเอ็นแอลดีครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาไม่สามารถดำเนินการเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี ดังนั้นจึงมีทางเลือกเพียง 2 ประการ นั่นคือ ออกไปต่อสู้ตามท้องถนน หรือออกคำแถลงต่อประเทศอื่นๆ ให้ดำเนินการคว่ำบาตรและให้ความช่วยเหลือ
**การแตกแยกของฝ่ายค้าน**
ในสภาพที่เป็นอยู่เวลานี้ ขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าก็มีความแตกแยก และก็กำลังแสวงหาผู้นำใหม่ๆ และคนรุ่นใหม่ๆ
ตามคำบอกเล่าของโซ ออง มีพันธมิตรรวม 7 กลุ่ม และกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 100 กลุ่ม ทำงานเคลื่อนไหวกันอยู่นอกประเทศพม่า ผลลัพธ์ก็คือมีแต่ตัวย่อชื่อองค์กรต่างๆ จนจำกันไม่หวาดไม่ไหว เช่นเดียวกับการแบ่งแยกซอยย่อยของชนชาติต่างๆ และของวาระข้อเรียกร้องต่างๆ (อย่างที่แหล่งข่าวของบทความนี้รายหนึ่งพูดเยาะเอาไว้ว่า ถ้าคุณเอาคนพม่า 2 คนมาไว้ในห้องๆ หนึ่ง พวกเขาก็จะจัดตั้งองค์การ 3 องค์การขึ้นมา)
คนข้างนอกอาจจะคิดว่าช่างมีกลุ่มเยอะแยะเหลือเกิน แต่ในพม่าเราเป็นชาติที่มีความแตกต่างหลากหลายมากๆ เรากำลังพยายามทำงานร่วมกันเพื่อให้สามารถกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ อันมีอยู่ร่วมกัน เราไม่คิดว่านี่แสดงถึงความอ่อนแอ แต่มันเป็นความเข้มแข็งต่างหก โซ ออง บอก เราถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราแตกแยกกัน แต่ผมก็ขอพูดว่าประชาคมระหว่างประเทศก็แตกแยกกันเหมือนกันเมื่อมาทำงานในประเด็นปัญหาพม่า
ขณะเดียวกัน พวกผู้นำคนสำคัญของฝ่ายค้านแทบทั้งหมดในเวลานี้ต่างอยู่ในคุก เช่นเดียวกับนักโทษการเมืองอื่นๆ ที่มีรายงานว่าปัจจุบันมีอยู่ 2,100 คน ยิ่งเมื่อระบอบปกครองนี้เพิ่มการควบคุมอย่างกวดขันยิ่งขึ้นโดยไม่แยแสต่อการวิพากษ์ประณามของนานาชาติ ขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยก็อาจจะต้องเผชิญกับภาวะสุญญากาศ ขาดไร้คนทำงานกันทีเดียว
ความเป็นจริงก็คือ นี่เป็นการถกเถียงอภิปรายชนิดที่เราได้เคยคุยกันมานานแล้วตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 และปี 2001-2002 หลังจากซูจีได้รับการปล่อยตัว และได้รับอนุญาตให้เดินทางไปที่ต่างๆ ภายในประเทศ เธอให้ความสำคัญกับองค์กรเยาวชนของพรรค และให้ความสนใจมากๆ ในเรื่องนักเคลื่อนไหวรุ่นหนุ่มสาว สโทตฮาร์ดบอก พวกผู้นำพรรคเอ็นแอลดีนั้น กระทั่งไม่มีปัญหาเชิงปรัชญากับพรรคอื่นๆ เลย ถ้าหากพรรคเหล่านั้นจะก่อตั้งและแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการเรียกร้องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
ดังที่นักเคลื่อนไหวหลายต่อหลายคนชี้ออกมาให้เห็น ความยากลำบากของการอบรมบ่มเพาะนักเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้อยู่ที่ระดมคนใหม่ๆ เข้ามาไม่ค่อยได้ แต่อยู่ที่การถนอมรักษาคนใหม่ๆ เหล่านี้ให้อยู่นอกคุก ดังที่แหล่งข่าวรายหนึ่งพูดไว้ดังนี้ ทุกๆ คนในพม่าต่างก็เป็นนักเคลื่อนไหวกันทั้งนั้น ทั้งหมดที่พวกเราคิดกันอยู่ก็คือจะทำอะไรได้บ้างที่จะเป็นการต่อต้านรัฐบาล
โซ ออง เสริมว่า ผมเชื่อว่ากลุ่มการเมืองไหนๆ ก็มีความต้องการเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นคนรุ่นใหม่ๆ แน่นอนว่าพวกเลือดใหม่จะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการที่จะคุ้นเคยเข้าใจสถานการณ์ พรรคเอ็นแอลดีก็มีพวกเลือดใหม่เช่นนี้ และคุณสามารถเห็นสิ่งนี้ที่เรือนจำตั้งแต่วันแรกๆ ของการไต่สวนพิจารณาคดี [ของซูจี] แล้ว ผมไม่เห็นด้วยหรอกที่บอกว่าเราขาดภาวะผู้นำ มันจะเป็นปัญหาแค่ชั่วคราวเท่านั้น
ผมอ้างคำพูดของซูจีก็ได้ เธอบอกว่า เราไม่สามารถบอกได้ว่าความเปลี่ยนแปลงจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่เราเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงจะต้องมาถึง และมาถึงเร็วเท่าไหร่ก็ดีเท่านั้น
ซูจียังพูดถึงอะไรอย่างอื่นๆ จำนวนมาก เรื่องหนึ่งที่เธอพูดซึ่งขอยกมาอ้างในที่นี้ก็คือ เมื่อเดือนกรกฎาคม 1989 เธอเคยบอกกับพวกนายทหารระดับนายพล ตั้งแต่ก่อนหน้าที่เธอจะถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในบ้านพักครั้งแรกเสียอีก ว่าพวกเขาจะต้องเลือกเอาระหว่างความหายนะอย่างหมดสิ้น กับการยอมพูดจากับฝ่ายค้าน คำว่าความหายนะอย่างหมดสิ้นที่เธอพูดถึงนั้น เธอหมายถึงการที่ประเทศชาติจะกลายสภาพเป็นรัฐที่ล้มเหลว ถ้าหากสิ่งต่างๆ ยังคงดำเนินไปอย่างที่มันเป็นอยู่
เวลานี้ขณะที่เธออยู่ภายในคุกอินเส่ง (Insein Prison) ในปี 2009 ซูจีอาจจะกำลังขบคิดอยู่ก็ได้ว่า เธอช่างคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำอะไรเช่นนี้
ส่วย วิน เป็นอดีตนักโทษการเมืองที่เวลานี้ทำงานเป็นผู้สื่อข่าวอิสระ
ชาร์ลส์ แมคเดอร์มิด เป็นผู้สื่อข่าวของเอเชียไทมส์ออนไลน์ ซึ่งประจำอยู่ในประเทศไทย
รายงานเพิ่มเติมโดย จักรพรรณ แก้วสังข์ทอง จากกรุงเทพฯ

“สโตเนอร์” เข้าวินมูเจลโล “รอสซี” อกหักแค่ที่ 3
May 31, 2009
สโตเนอร์
”เดอะ ด็อกเตอร์” วาเลนติโน รอสซี นักบิดชาวอิตาเลียน จากค่าย ยามาฮา วืดทำสถิติคว้าแชมป์ที่สนาม มูเจลโล ประเทศอิตาลี 8 สมัยติดต่อกัน โดยได้เพียงแค่ที่ 3 เท่านั้น ส่วนแชมป์ตกเป็นของ เคซีย์ สโตเนอร์ หนุ่มออสซี จาก ดูคาติ
การแข่งขันมอเตอร์ไซด์ชิงแชมป์โลก โมโตจีพี รายการ อิตาเลียน เซอร์กิต สนามที่ 5 ของฤดูกาล 2009 ที่ มูเจลโล ประเทศอิตาลี ฮอร์เก ลอเรนโซ จาก เฟียต ยามาฮา อยู่ภายใต้ความกดดดัน เพราะนำอยู่ในตารางคะแนนสะสม แถมได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งโพลโพซิชัน
ขับเคี่ยวกันทั้งหมด 23 รอบปรากฎว่าแชมป์ตกเป็นของ สโตเนอร์ จาก ดูคาติ ด้วยเวลา 45 นาที 41.894 วินาที ตามมาด้วยอันดับ 2 ลอเรนโซ จาก ยามาฮา ห่าง 1.001 วินาที และอันดับ 3 รอสซี ที่ 2-3 รอบสุดท้ายเร่งสปีดแซง 2-3 คัน ตามหลัง 2.076 วินาที
ทำให้ตอนนี้ตำแหน่งผู้นำในตารางเปลี่ยนมือเป็นของ สโตเนอร์ 90 คะแนน, ลอเรนโซ 86 คะแนน และ รอสซี อดีตแชมป์โลก 8 สมัย 81 คะแนน สำหรับสนามที่ 6 จะแข่งกันที่ คาตาลุนญา ประเทศสเปน ในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายนนี้ต่อไป

“เฟอร์กี้”สนดึง “ฮันเตอร์”แทน เตเบซ
May 31, 2009
ฮุนเตลาร์ อาจมาผี กรณีที่”เตฟ” อำลาทีมไปจริงๆ
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยอดกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แชมป์พรีเมียร์ชิป ฤดูกาลล่าสุด 2008-09 เตรียมยื่นข้อเสนอจำนวน 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 750 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวให้กับ คลาส-แยน ฮุนเตลาร์ ศูนย์หน้าชาวดัตช์ ของ รีล มาดริด โดยจะนำมาแทนที่ คาร์ลอส เตเบซ ศูนย์หน้าจอมทุ่มเทที่คาดว่าจะอำลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน จากการรายงานของ “โกล” (Goal.com) เว็บไซด์กีฬาชื่อดัง
ก่อนหน้านี้ เตเบซ ออกมาประกาศเตรียมหาต้นสังกัดใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจะหมดสัญญายืมตัวเป็นเวลา 2 ปีกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ เซอร์ อเล็กซ์ จำต้องเล็งหัวหอกไว้เพื่อมาแทนที่หากกรณีที่เตเบซย้ายทีมออกไปจริงๆ
สำหรับ ฮุนเตลาร์ นั้นเป็นศูนย์หน้าลำดับต้นๆในลิสต์ของเฟอร์กี้มาหลายปีแล้ว ก่อนโดน “ชุดขาว” ตัดหน้าคว้าตัวดาวเตะรายนี้ไปก่อน โดยที่ ศูนย์หน้าชาวดัชต์ ทำไป 8 ประตูจากการเล่น 14นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสวาดลวดลายในบอลยุโรปเพราะติด “คัพไทร์” ซึ่งเวลานี้หัวหอกวัย 25 ปีก็ไม่ค่อยมีความสุขนักกับตันสังกัดเพราะถูก ฮวนเด้ รามอส จับนั่งสำรองบ่อยครั้งและไม่ค่อยชอบแทคติคของโค้ชชาวสเปนรายนี้เท่าใดนัก
ทั้งนี้คลาส แยน ฮุนเตลาร์ อดีตดาวยิงเนื้อหอมของ อาแจ๊กซ์ เคยเอ่ยปากยอมรับว่าใฝ่ฝันไปร่วมงานกับ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เพื่อเจริญรอยตาม รุด ฟาน นิสเตลรอย ฮีโร่ของเขา

เปิดวิสัยทัศน์”รมว.คลังเงา”ญี่ปุ่น หวังสร้างเงินสกุลเอเชียแทนเงิน$
May 31, 2009
มาซาฮารุ นากางาวะ
เอเอฟพี – “รัฐมนตรีคลังเงา” ของญี่ปุ่น ซึ่งวาดหวังจะได้นั่งเก้าอี้ขุนคลังคนต่อไปปลายปีนี้ เผยวิสัยทัศน์ คิดสร้างสกุลเงินสำหรับตลาดร่วมเอเชีย เพราะในอนาคตเงินดอลลาร์จะไม่ใช่เงินสกุลหลักอีกต่อไป
มาซาฮารุ นากางาวะ “รัฐมนตรีคลังเงา” จากพรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น กล่าวว่าถ้าหากพรรคเดโมแครติก ปาร์ตี้ ออฟ แจแปน (ดีพีเจ) ของเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ เขาก็จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของญี่ปุ่นให้มีเมตตาและนุ่มนวลยิ่งกว่าเดิม
“คุณไม่มีทางกระตุ้นสังคมขึ้นมาได้โดยใช้กฎป่าที่ว่าคนเข้มแข็งจะยิ่งเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ” เขาบอก “ในสนามกอล์ฟ ผู้เล่นคนเดิมจะชนะเสมอ ถ้าหากไม่มีการให้แต้มต่อแก่คนอื่นๆ “
ทั้งนี้ ทาโร อาโซะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นจะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านดีเจพีหวังที่จะโค่นพรรคลิเบอรัล เดโมแครติก ปาร์ตี้ (แอลดีพี) ของอาโซะลงให้ได้ หลังจากที่แอลดีพีครองอำนาจเป็นรัฐบาลอย่างแทบจะต่อเนื่องโดยตลอดในช่วงกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
นอกจากนั้น นากางาวะยังระบุถึงเค้าโครงการเปลี่ยนแปลงบางประการที่เขาเตรียมการไว้หากได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น
เมื่อมองภาพกว้างในระดับภูมิภาค เขากล่าวว่าเอเชียควรร่วมมือกันแก้ปัญหาด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจในฐานะที่เป็น “ประชาคมที่มีเอกภาพ”
เขาเสนอด้วยว่า “สกุลเงินของเอเชียควรรวมกันเป็นสกุลเดียว ในเส้นทางของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจที่เป็นหนึ่งเดียวขึ้นในภูมิภาค” ทว่าเขาไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่แน่นอนของเรื่องนี้ โดยชี้ว่าจะต้องขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเมืองของจีนอย่างมากด้วย
นากางาวะกล่าวว่าทุกคนต้อง “ขบคิดพิจารณาในเรื่องที่เงินดอลลาร์มีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถเป็นเงินสกุลหลักของโลกได้อีกต่อไปในระยะกลางและระยะยาว” เพราะโลกกำลังจัดระเบียบใหม่หลังยุคสงครามเย็น
เขายังเห็นว่าก่อนที่จะมีเงินสกุลร่วมของเอเชีย “รัฐบาลญี่ปุ่นควรพยายามทำให้ ‘เขตเอเชีย’ หันมาใช้เงินสกุลเยนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนแทนที่จะใช้ดอลลาร์สหรัฐฯ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่ญี่ปุ่นจะดำเนินการเรื่องนี้แล้ว”
ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นอาจเพิ่มเงินกู้ยืมให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยมีเงื่อนไขว่าเป็นเงินกู้ยืมในสกุลเยน และญี่ปุ่นยังควรค้ำประกันพันธบัตรรัฐบาลประเทศในเอเชีย ซึ่งออกเป็นสกุลเงินของญี่ปุ่นด้วย
ในเดือนมิถุนายนนี้ นากางาวะจะมีอายุ 59 ปี เขาจบการศึกษาด้านการต่างประเทศจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในสหรัฐฯ และมีลูกๆ สี่คน เขาเป็น ส.ส. ในเขตมิเอะตอนกลาง และพูดถึงตัวเองว่าเป็นพวกที่รู้อะไรกว้างๆ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจ
นากางาวะยังมีมุมมองต่อญี่ปุ่นในภาพรวมอีกว่า ที่ผ่านมานั้นญี่ปุ่นเดินตามรอยของสหรัฐฯ และลัทธิเสรีนิยมมาตลอด แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่ญี่ปุ่นจะต้องเป็นประเทศที่ “มีความเป็นเอเชียมากขึ้น”
เขาบอกว่า “ขณะนี้เป็นเวลาที่ญี่ปุ่นจะพูดแล้วว่าต้องการจะสร้างสรรค์โลกแบบไหน ไม่ใช่แค่ปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนที่เคยเป็นมา” ตั้งแต่แพ้สงครามโลกครั้งที่สอง
ส่วนภายในประเทศนั้น เขามีแนวทางสอดคล้องกับยูกิโอะ ฮาโตยามะ หัวหน้าพรรคดีพีเจคนใหม่ ในเรื่องการสร้าง “สังคมที่มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน”
พรรคดีพีเจประกาศว่าจะลดภาษีธุรกิจให้กับบริษัทขนาดเล็กเพื่อจะได้มีโอกาสในการแข่งขันสูงขึ้น นอกจากนั้น ยังจะใช้เงิน 21 ล้านล้านเยน (220,000 ล้านดอลลาร์) เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจในช่วงสองปีข้างหน้า โดยมีทั้งมาตรการการลดภาษี การให้เงินช่วยหลือแก่ครอบครัวที่มีบุตร และเลิกเก็บค่าทางด่วน
ส่วนนายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะมีแผนใช้เงินงบประมาณ 15.4 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณปัจจุบันซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2010

“ซาฟีนา” ดุใช้ 53 นาทีถล่มเจ้าถิ่นลิ่ว 8 คนเฟรนช์
May 31, 2009
ดินารา ซาฟีนา นักเทนนิสสาวมือ 1 ของโลกจากรัสเซียถล่ม อราเวน เรซาอี จากฝรั่งเศส ขาดลอย 2-0 เซต ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเทนนิส เฟรนช์ โอเพน 2009
เทนนิสแกรนด์สแลมคอร์ตดินรายการเดียวของโลกเทนนิส โรลังด์ การ์รอส หรือ เฟรนช์ โอเพน 2009 ณ สังเวียน โรลังด์ การ์รอส ชานกรุงปารีส ชิงเงินรางวัลรวม 15.2 ล้านยูโร (ราว 730 ล้านบาท) เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในประเภทหญิงเดี่ยวเป็นการแข่งขันรอบ 4 หรือรอบ 16 คนสุดท้าย
ผลปรากฎว่า ดินารา ซาฟีนา มือ 1 ของโลกและรองแชมป์เก่าจากรัสเซีย เอาชนะ อราเวน เรซาอี ดาวรุ่งวัย 22 ปีมือ 57 ของโลกจากฝรั่งเศส 2-0 เซต 6-1,6-0 โดยใช้เวลาสแข่งขันแค่ 53 นาทีผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะรหว่าง วิกตอเรีย อซาเรนกา มือ 9 จากเบลารุส และ อนา อิวาโนวิช มือ 8 และแชมป์เก่ารายการนี้ต่อไป
ด้านประเภทชายเดี่ยวรอบ 4 เฟอร์นันโด กอนซาเลซ มือ 12 ของรายการจากชิลี เอาชนะ วิกเตอร์ ฮาเนสคู มือ 30 จากโรมาเนีย 3-0 เซต 6-2,6-4,6-2 ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะระหว่าง แอนดี เมอร์เรย์ มือ 3 จากสหราชอาณาจักร และ มาริน ซิลิช มือ 13 จากโครเอเชีย
ผลเทนนิส เฟรนช์ โอเพน 2009 ประเภทหญิงเดี่ยว รอบสี่
ดินารา ซาฟีนา (รัสเซีย / มือ 1) ชนะ อราเวน เรซาอี (ฝรั่งเศส) 2-0 เซต 6-1,6-0
โดมินิกา ชิบุลโควา (สโลวัก / มือ 20) ชนะ อักเนส ซาเวย์ (ฮังการี / มือ 29 ) 2- 0 เซต 6-2,6-4
ผลเทนนิส เฟรนช์ โอเพน 2009 ประเภทชายเดี่ยว รอบสี่
เฟอร์นันโด กอนซาเลซ (ชิลี /มือ 12) ชนะ วิกเตอร์ ฮาเนสคู (โรมาเนีย/มือ 30) 3-0 เซต 6-2,6-4,6-2

มะกันยันไม่รับโสมแดงเป็นชาติ’นุก’
May 31, 2009
ขีปนาวุธจำลองที่แสดงในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สงครามเกาหลี
เอเจนซี – รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯประกาศไม่มีวันยอมรับสถานะความเป็น “ชาตินิวเคลียร์” ของเกาหลีเหนือ อีกทั้งโสมแดงจะต้องรับผิดชอบหากคิดแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมระบุว่าถึงเวลาแล้วที่โลกต้องลงโทษทางการเปียงยางอย่างจริงจัง ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นยืนยัน จะไม่เข้าโจมตีเกาหลีเหนือก่อน แม้มีเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองในประเทศ
รอเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมด้านการกลาโหมเอเชียที่สิงคโปร์เมื่อวันเสาร์(30)โดยยืนยันว่าสหรัฐฯจะไม่ยอมรับสถานะของเกาหลีเหนือ ในฐานะของการเป็นชาติที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองโดยเด็ดขาด เนื่องจากไม่มีนโยบายให้การยอมรับประเทศที่ทำตัวเป็นภัยคุกคามสันติภาพของโลก
เกตส์ย้ำว่า สหรัฐฯ ตระหนักถึงขีดความสามารถของเกาหลีเหนือที่อาจโจมตีประเทศเอเชียซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯและอาจโจมตีดินแดนของสหรัฐฯได้ แต่รัฐบาลสหรัฐฯจะไม่นิ่งเฉยและปล่อยให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นแน่นอน พร้อมระบุว่าโสมแดงต้องรับผิดชอบหากคิดแพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์หรือส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง ไปให้กับประเทศหรือกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ซึ่งสหรัฐฯถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นภัยคุกคามความมั่นคงอย่างร้ายแรง
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯยังกล่าวว่าแม้ศักยภาพทางทหารของเกาหลีเหนือขณะนี้อาจยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามโดยตรง แต่ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกต้องมีมาตรการลงโทษครั้งใหม่ซึ่งสร้าง “ความเจ็บปวดอย่างแท้จริง” ให้เกาหลีเหนือ เขาระบุว่า ลำพังเพียงการประณามไม่อาจดึงทางการเปียงยางให้กลับมาเดินในแนวทางที่ถูกต้องได้ และหากยังไม่มีการลงโทษเกาหลีเหนือโดยเร็วก็จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา รวมทั้งการแข่งขันกันพัฒนาและสะสมอาวุธร้ายแรงในเอเชียและในภูมิภาคอื่นมากขึ้น
ยาซึคาสึ ฮามาดะ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีเดียวกันโดยยืนยันว่าญี่ปุ่นจะยังคงใช้กำลังทหารเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันตัวเองเท่านั้นต่อไป โดยจะไม่ใช้แนวคิดเรื่องเปิดการโจมตีศัตรูก่อนที่จะถูกศัตรูเล่นงาน (pre-emptive strike)
ฮามาดะยอมรับว่ามีการถกเถียงเรื่องนี้อย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น และนักการเมืองจำนวนมากเสนอให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อนเพื่อขจัดภัยคุกคามด้านความมั่นคง แต่รัฐบาลญี่ปุ่นจะไม่เปลี่ยนจุดยืนอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าการชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อนขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น
ทางด้านสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีทาโร อาโซะ ของญี่ปุ่นกับประธานาธิบดีดมิตรี เมดเวเดฟ ผู้นำรัสเซียเมื่อวันเสาร์(30)ผู้นำทั้ง2 เห็นพ้องว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติควรลงโทษเกาหลีเหนือทันทีเพื่อตอบโต้การกระทำของเกาหลีเหนือที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่าประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเจรจา 6 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ต้องร่วมกันตอบโต้เช่นกัน ขณะที่ผู้นำรัสเซียระบุว่าการกระทำของเกาหลีเหนือกระทบต่อความมั่นคงของโลก และการทดลองนิวเคลียร์ก็ขัดมติคณะมนตรีความมั่นคงฯ อย่างชัดเจน
ส่วนหนังสือพิมพ์โยมิอูริ ชิมบุงรายงานว่า เครื่องบินขับไล่เอฟ-22 ล็อตแรกจำนวน12ลำของสหรัฐฯเดินทางมาถึงเกาะโอกินาวาแล้วโดยถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ให้คำมั่นกับผู้นำญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่จะช่วยญี่ปุ่นจากการโจมตีของเกาหลีเหนือ แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเผยว่าญี่ปุ่นมีแผนซื้อเอฟ-22 มาประจำในกองกำลังป้องกันตนเองเช่นกัน นอกจากที่สหรัฐฯ ส่งมาช่วยเหลือครั้งนี้

ซัมมิต’เกาหลีใต้-อาเซียน’เริ่มวันนี้
May 31, 2009
เอเอฟพี – เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมซัมมิตกับ 10 ชาติสมาชิกอาเซียนในวันนี้ (1) ซึ่งถือเป็นงานชุมนุมทางการทูตครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของทางการโสมขาว ท่ามกลางเงาทะมึนของภัยคุกคามด้านความมั่นคงจากเกาหลีเหนือ
ทางการโซลเป็นเจ้าภาพจัด “การประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลีสมัยพิเศษ” ในครั้งนี้ ด้วยความมุ่งหมายที่จะเผยแพร่ “แผนการริเริ่มใหม่สำหรับเอเชีย” ของลีมยองบัค ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีและบรรดาชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน
แต่ความสัมพันธ์ของเกาหลีเหนือกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก กลับกำลังย่ำแย่อย่างรวดเร็วตลอดไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะในสัปดาห์ที่แล้ว โสมแดงได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ และทดสอบยิงขีปนาวุธ รวมทั้งประกาศยกเลิกข้อตกลงสงบศึกในคาบสมุทรเกาหลี
ทางการโซลสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการประชุมซัมมิตครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 2 มิถุนายน บนเกาะเชจู ซึ่งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ
”ตลอดการประชุมซัมมิตครั้งนี้ กองทัพของเราจะเพิ่มมาตรการเตรียมพร้อม และจะระดมทรัพย์สินด้านข่าวกรองเพิ่มเติม” พลโทจางฮวังอิล ประธานคณะเสนาธิการทหารผสมของเกาหลีใต้กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้านนักวิเคราะห์ทางทหารหลายคนมองว่า การเคลื่อนไหวใด ๆ จากฝ่ายเกาหลีเหนือไม่น่าจะย่างกรายเข้าใกล้เกาะเชจู แต่คงจะกะเวลาให้ตรงกับการประชุมครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความอับอายให้มากที่สุด
ทางการโซลสั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยหน่วยขีปนาวุธแบบยิงจากพื้นดินสู่อากาศ ถูกนำมาติดตั้งข้าง ๆ ศูนย์การประชุม ตลอดจนมีการตั้งด่านตรวจตามถนนสายหลัก และระดมสุนัขเพื่อค้นหา
ระเบิด
สำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 5,000 คน กำลังลาดตระเวนทั่วเกาะดังกล่าว และใช้เครื่องตรวจหาสารเคมีไฮเทค นอกจากนี้ยังมีเรือตรวจฝั่งและเรือพิฆาตประจำการบริเวณใกล้กับศูนย์การประชุม
”เรากำลังรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นทุกชนิด” เจ้าหน้าที่จัดการประชุมระดับอาวุโสบอกกับเอเอฟพี โดยปฏิเสธจะกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างมาตรการรักษาความปลอดภัยกับภัยคุกคามใด ๆ จากเกาหลีเหนือ
ทางการโซลกล่าวว่า ปัญหาเกาหลีเหนือจะเป็นหัวข้อหนึ่งของการประชุมผู้นำครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครอบรอบ 20 ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับอาเซียน
เหล่าผู้นำประเทศยังจะหารือเรื่องวิกฤตการเงินโลก, ภาวะบรรยากาศเปลี่ยนแปลง, ความร่วมมือด้านการค้าระดับภูมิภาค, ประเด็นทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคง, และวัฒนธรรม
”ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เอเชียผงาดขึ้นมามีอิทธิพลทางเศรษฐกิจอย่างยิ่งใหญ รวมถึงด้านอื่น ๆ ด้วย” ประธานาธิบดีลีมยองบัคกล่าว
”ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียถึงมีความสำคัญ และทำไมการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีกับอาเซียนถึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด”
เกาหลีใต้เล็งเห็นประชากรเกือบ ๆ 600 ล้านคนในภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดสำหรับแดนโสมขาว ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการส่งออก ทั้งนี้เพื่อชดเชยภาวะเศรฐกิจถดถอยในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว
ประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรอย่างเกาหลีใต้ ยังตระหนักถึงความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบในภูมิภาคอาเซียนด้วย
อาเซียนคือคู่ค้าที่ใหญ่สุดเป็นอันดับ 3 ของเกาหลีใต้ โดยการค้าขายระหว่างสองฝ่ายมีมูลค่าเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว อีกทั้งภูมิภาคดังกล่าวยังเป็นแหล่งลงทุนในต่างแดน ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้
การลงทุนของเกาหลีในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่า 5,860 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
ตัวเลขเหล่านี้จะพอกพูนขึ้นอีก เมื่อทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงด้านการลงทุนในวันอังคาร (2) ซึ่งเป็นการเสร็จสิ้นการเจรจาต่อรองข้อตกลงการค้าเสรีที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2005

บุกเดี่ยวปล้นร้านเพชรดังกรุงปารีส ใช้เวลา2นาทีซิวอัญมณี320ล.บาท
May 31, 2009
ร้านโชปาร์ดกลางกรุงปารีส
เอเอฟพี – ตำรวจฝรั่งเศสระบุโจรวัยห้าสิบบุกเดี่ยวใช้ปืนพกปล้นเครื่องเพชรมูลค่าราว 6.6 ล้านยูโร (ราว 320 ล้านบาท) ไปจากร้านโชปาร์ดกลางกรุงปารีสเมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.)
โอลิเวียร์ เลบง โฆษกตำรวจของฝรั่งเศสระบุว่า โจรดังกล่าวเป็นชายวัยห้าสิบเศษ สวมสูทและหมวกทรงบอร์ซาลิโน ปลอมตัวเป็นลูกค้าเดินเข้าร้านโชปาร์ดซึ่งเป็นร้านสินค้าหรูมากๆ แห่งหนึ่งในปารีส ใกล้กับโรงแรมริตซ์ จากนั้นเขาได้ดึงปืนพกออกมาแล้วบังคับพนักงานขายให้ส่งเครื่องเพชรที่อยู่ในตู้โชว์ให้เขา เมื่อได้รับเครื่องเพชรดังกล่าวแล้ว โจรก็เดินออกจากร้านไปโดยไร้ร่องรอย
การโจรกรรมเครื่องเพชรครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดเพียงสองนาทีเท่านั้น
“ชายแต่งตัวดีคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนลูกค้าระดับเศรษฐีคนหนึ่ง เดินเข้ามาในร้านตอนบ่ายโมงตรง” คนทำงานในร้านโชปาร์ดซึ่งอยู่ในเหตุการณ์บอก และเล่าต่อไปว่า หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ดึงปืนพกออกมาและบังคับพนักงานคนหนึ่งส่งเครื่องเพชรรวม 12 ชิ้นให้เขา
“เหตุการ์เกิดขึ้นเร็วมาก” ผู้เห็นเหตุการณ์คนดังกล่าวระบุและว่า “เขาไม่ได้กวาดทุกอย่างในตู้โชว์ไป”
ส่วนพนักงานในร้านที่อยู่ใกล้เคียงกันในเพลซ แวงโดม ซึ่งเป็นย่านจำหน่ายเครื่องประดับราคาแพง บอกว่าพวกเขาไม่เห็นอะไรผิดสังเกตเลยในช่วงเวลาที่เกิดดังกล่าว
โชปาร์ดเป็นผู้ผลิตนาฬิกาและเครื่องประดับสำหรับพวกดาราและคนดัง และมีสาขาอยู่ในเมืองใหญ่ๆ หลายแห่งทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตรางวัลปาล์มทองคำที่แจกในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคมก็เคยเกิดเหตุปล้นเครื่องเพชรมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ในร้านแฮร์รี วินสตันบนถนนมงตาญย่านช็องส์-เอลิเซ
ทั้งนี้ ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่าการโจรกรรมเป็นฝีมือของแก๊งโจรข้ามชาติที่ชื่อว่า “พิงค์ แพนเตอร์”
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีชาวเซอร์เบียสองคนที่สงสัยว่าจะอยู่ในแก๊งโจรดังกล่าว ถูกจับกุมที่กรุงปารีส พวกเขาถูกตั้งข้อหาว่าก่อเหตุโจรกรรมโดยการทุบกระจกหน้าร้านค้าในโมนาโก สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี
และเมื่อวันพฤหัสบดี(28)ที่ผ่านมา อดีตทหารชาวมอนเตเนโกรคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นสมาชิกแก๊งพิงค์แพนเตอร์เช่นกัน ก็ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีในคดีปล้นที่แซงต์โทรเปซ
ตำรวจฝรั่งเศสระบุวิธีก่ออาชญากรรมของแก๊งดังกล่าวนี้ว่า “บุกปล้นแบบสายฟ้าแลบ กล้ามาก แต่มีการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ”

ผวา! โรคจิตป่วนกรุง จับก้นสาวกลางวันแสก ๆ
May 31, 2009
โรคจิต แต่งชุดคล้ายคนส่งเอกสาร ควบ จยย. จับก้นสาวกลางวันแสก ๆ หลังเสร็จกิจยังแสดงท่าทางหัวเราะชอบใจ เจ้าตัวเชื่อน่าจะมีคนโดนมาหลายรายแต่ไม่กล้าแจ้งความ บอกสังเกตเห็นขี่ จยย. มาข้าง ๆ คิดแค่ว่าพวกกระชากกระเป๋า ไม่คิดว่าเป็นโรคจิต ตำรวจเร่งติดตาม วอนผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อประโยชน์ทางคดี
วันนี้ (31 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. เกิดเหตุชายโรคจิตแต่งกายคล้ายพนักงานส่งเอกสารกระทำอนาจารจับก้นหญิงสาวในที่สาธารณะ ขณะผู้เสียหายเดินออกจากซอยมารอรถประจำทาง โดยผู้เสียหายรายนี้คือ น.ส.ฉัตรดาว ประจักษ์ อายุ 25 ปี เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท ทั้งนี้ น.ส.ฉัตรดาว ให้การว่า ขณะเดินออกจากบ้านเพื่อนเพื่อมาขึ้นรถประจำทางบริเวณหน้าปากซอยลาดพร้าว 124 ระหว่างทางเพื่อนได้เดินมาส่งก็คุยกันมาตามปกติ กระทั่งก่อนถึงปากซอยประมาณ 20 เมตร ได้มีชายลักษณะผอมสูง สวมหมวกกันน๊อคสีขาวคาดดำ สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ กางเกงสเล็ค รองเท้าหุ้มส้น สะพายกระเป๋าเอกสาร ขี่รถจักรยานยนต์ทะเบียน วลร 908 กทม.เข้ามาประกบทางฝั่งขวา จากนั้นได้ใช้มือซ้ายจับก้นด้านขวาแล้วบีบอย่างแรง 1 ครั้ง โดยหลังจากลงมือแล้วชายโรคจิตดังกล่าวได้ส่งเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ ก่อนจะเร่งเครื่องหลบหนีไป โดยเลี้ยวซ้ายไปทางซอยมหาดไทย ด้วยความตกใจจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191 ให้ประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจสกัดจับ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สายตรวจมาถึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ สน.วังทองหลาง
น.ส.ฉัตรดาว ให้การด้วยว่า ครั้งแรกที่เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวชะลอความเร็วเข้ามาใกล้ตัวได้หันไปมองเพราะคิดว่าตนและเพื่อนเดินขวางทางแต่ไม่ใช่ และก็เอะใจคิดว่าเป็นคนร้ายจะมากระชากกระเป๋าถือจึงกอดไว้อย่างแน่นหนา มารู้ตัวอีกครั้งได้ถูกกระทำอนาจารไปแล้ว เพื่อนจึงพามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และให้ข้อมูลรวมทั้งเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมรูปพรรณสัณฐานคนร้ายกับ พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.สส.สน.วังทองหลาง เพราะเชื่อว่าคนร้ายน่าจะกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง และไม่มีผู้เสียหายรายใดกล้าไปแจ้งความจนมาเกิดขึ้นกับตนเอง
”คิดว่าน่าจะมีคนอื่นที่ถูกกระทำแบบนี้ แต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะอาย หรือไม่ก็เห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย ดิฉันอยากบอกให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้สังคมเมืองกรุงไม่ปลอดภัยแล้ว มีพวกโรคจิตเต็มไปหมด พวกผู้หญิงจะต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากต้องระวังทรัพย์สินในตัวแล้วก็ต้องระวังเรื่องถูกทำอนาจารด้วย ขนาดดิฉันแต่งตัวรัดกุมใส่กางเกงยีนส์ก็ยังถูกทำแบบนี้ได้ อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้เร็วๆ จับได้เมื่อไหร่ให้เรียกนักข่าวมาทำข่าวประจานคนพวกนี้ให้อยู่ในสังคมไม่ได้” น.ส.ฉัตรดาว กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ด้าน พ.ต.ท.โชติวัฒน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทะเบียนรถจักรยานยนต์ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายพบว่าเจ้าของรถกับคนร้ายมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกัน และก่อนหน้านี้ทราบว่ามีผู้เสียหายหลายรายถูกคนร้ายรูปพรรณสัณฐานคล้ายพนักงานส่งเอกสารก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน จึงต้องเร่งสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยจะเรียกเจ้าของรถจักรยานยนต์คันนี้มาสอบสวนต่อไป และหากกระทำผิดจริงจะแจ้งข้อหา กระทำอนาจารบุคคลอื่นในที่สาธารณะ ทั้งนี้ อยากฝากแจ้งไปยังผู้เสียหายรายอื่นที่เคยถูกกระทำการลักษณะดังกล่าวให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ชาวนานับพัน ขู่! บุกพาณิชย์ พรุ่งนี้ ค้านรัฐใช้ระบบประกันสินค้าแทนรับจำนำ
May 31, 2009
สมาคมชาวนาไทย ขู่รัฐบาล ชาวนากว่า 1,000 คน รวมตัวบุก กระทรวงพาณิชย์ พรุ่งนี้ ยื่นหนังสือค้านรัฐใช้ระบบประกันสินค้า แทนรับจำนำ อ้างเพิ่มภาระเกษตรกร แฉ กอร์ปศักดิ์ ล้มรับจำนำกุ้ง หลังถูก ส.ส.ใต้ พรรค ปชป.กดดัน ในการประชุม คชก.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายนนี้ สมาคมชาวนาไทย ซึ่งอ้างว่า มีชาวนาจากภาคกลาง กว่า 1,000 คน จะเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาลผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่รัฐบาลแสดงความชัดเจนจะไม่มีโครงการรับจำนำพืชผลทางการเกษตร และจะหันไปใช้วิธีประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทน ทั้งนี้ หากรัฐบาลยังยืนยันเช่นเดิม จะมีกลุ่มชาวนาและเกษตรกรทุกกลุ่มจากทั่วประเทศ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อประท้วงรัฐบาลแน่นอน
กลุ่มที่อ้างว่าเป็นสมาคมชาวนาไทยและกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเปลี่ยนจากโครงการรับจำนำ เป็นการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทน เนื่องจากวิธีการรับจำนำแบบเดิมรัฐบาลจะเป็นผู้จัดหายุ้งฉางเก็บผลผลิตทางการเกษตรและรัฐดำเนินการให้เกษตรกรทุกอย่าง เกษตรกรมีหน้าที่นำผลผลิตไปเข้าโครงการรับจำนำเท่านั้น แต่หากเป็นการประกันราคาผลผลิตทางการเกษตรจะสร้างภาระให้กับเกษตรกร อีกทั้งเชื่อว่าจะไม่สามารถแทรกแซงราคา หรือพยุงราคาตลอดจนดึงราคาให้สินค้าเกษตรสูงขึ้นได้ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนอีกครั้ง หากการรับจำนำสินค้าเกษตรเกิดปัญหาตรงจุดไหนก็ควรไปแก้ตรงจุดนั้น
ทั้งนี้ ยังมีข้อร้องเรียน คือ การขอเพิ่มโควตารับจำนำข้าวในแต่ละจังหวัด เนื่องจากขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลในหลายพื้นที่ประสบปัญหา ผลผลิตข้าวในแต่ละจังหวัดเกินโควต้าที่รัฐบาลจัดสรรให้ เช่น ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับจัดสรรโควต้ารับจำนำเพียง 54,374 ตัน แต่จนถึงขณะนี้มียอดรับจำนำเกินไปถึงกว่า 1,000 ตัน ทำให้เกษตรกรหลายรายต้องขายข้าวเปลือกแก่พ่อค้าในราคาต่ำเพียง 7,000-8,000 บาท
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งอีกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ไม่อนุมัติให้มีการรับจำนำกุ้งตามที่กระทรวงพาณิชย์ เสนอโครงการช่วยเหลือราคากุ้งขาวแวนนาไม ของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง 8 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้พิจารณา 2 แนวทาง คือ 1.ให้เปิดรับจำนำ 10,000 ตัน ราคากก.ละ 105-160 บาท จากปริมาณผลผลิตรวม 400,000 ตัน ตามที่ ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์เสนอมา เพราะเรื่องนี้ถูกกดดันจากกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนแนวทางที่ 2.ให้รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้กลุ่มสหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งกู้ยืม และทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (คอนแทรกฟาร์มมิง) ให้เอกชนไปรับซื้อจากมือเกษตรกรโดยตรง โดยที่ประชุมได้อนุมัติในแนวทางนี้เท่านั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมตัวแทน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และกระทรวงมหาดไทยได้คัดค้าน เพราะเห็นว่าการเปิดรับจำนำขัดกับนโยบายรัฐที่ต้องการยกเลิกระบบจำนำ โดยให้ไปดำเนินการรับประกันสินค้าการเกษตรแทน และยังเห็นว่า การเปิดจำนำเพียง 10,000 ตัน ไม่ส่งผลดีต่อภาพรวมของเกษตรกร ขณะที่ประธานในที่ประชุม ได้ให้นำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาในการประชุม คชก.ครั้งหน้า

“บัลลัก” ตกลงใจอยู่เชลซีต่อ มั่น “อันเชล็อตติ” พาทีมฉลุย
May 31, 2009
“บัลลัก”
มิชาเอล บัลลัก มิดฟิลด์ชาวเยอรมนี ตกลงใจต่อสัญญาฉบับใหม่เพื่ออยู่ค้าแข้งกับ เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ชิป อังกฤษ อีก 1 ปี พร้อมมั่นใจว่า คาร์โล อันเชล็อตติ ว่าที่กุนซือคนใหม่จะพา “สิงห์บลูส์” ประสบความสำเร็จ
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (30 พ.ค.) บัลลัก ลงสนามมาเป็นตัวสำรองช่วย เชลซี เฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 ที่สนามเวมบลีย์ พร้อมกับคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ
หลังเกมดังกล่าวมิดฟิลด์วัย 32 ปีซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับสโมสรดังแห่งกรุงลอนดอนหลังจบฤดูกาลนี้เปิดเผยกับ “บีบีซี” ว่าตนตัดสินใจที่จะอยู่กับทีมต่อไปอีกปี “แม้ว่ายังไม่เซ็นสัญญา แต่ผมตกลงใจที่จะอยู่กับทีมต่ออีกปี” พร้อมกล่าวอีกว่า “คุณย่อมต้องการคว้าแชมป์รายการที่ยังไม่เคยสัมผัส ซึ่งปีหน้าเป้าหมายของเราอยู่ที่แชมป์พรีเมียร์ลีก และ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก”
ขณะที่สื่อมวลชนเมืองผู้ดีสะพัดข่าวว่า อันเชล็อตติ เตรียมประกาศสละเก้าอี้กุนซือ เอซี มิลาน หลังจากจบเกมนัดสุดท้ายของศึกกัลโช เซเรีย อา วันอาทิตย์นี้ (31 พ.ค.) เพื่อมารับงานคุม เชลซี แทนที่ กุส ฮิดดิงค์ ในฤดูกาลหน้า
ด้าน บัลลัก มั่นใจว่ากุนซือวัย 59 ปีจะพาต้นสังกัดไปได้สวย “ผมไม่เคยทำงานร่วมกับเขาและไม่รู้จักเขามากนัก แต่คุณสามารถเห็นผลงานที่เขาทำกับ เอซี มิลาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จอีกคน”

กลัวแม่ด่า!! “โนวัค” ยันไม่ถ่ายโฆษณาโชว์หัวนมอีก
May 31, 2009
ยอโควิช สมควรโดนแม่ด่า?
โนวัค ยอโควิช ยอดนักเทนนิสมือ 4 ของโลกชาวเซอร์เบีย เผยจะไม่ถ่ายโฆษณาโชว์หัวนมสีชมพูอีกแล้วหลังจากโฆษณาแร็กเกต “เฮด” ที่เพิ่งออกอากาศไปช่วงสงกรานต์คุณแม่เห็นแล้วไม่ปลื้ม
เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา โฆษณาแร็กเกต “เฮด” นำแสดงโดย ยอโควิช วัย 21 ปี ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกทั้งทางโทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต โดยเนื้อหาสมมติให้ “เจ้าจ็อกเกอร์” โคจรมาพบกับ สเวนสัน (ไม่ทราบชื่อ) และวิ่งไปยิงวินเนอร์แทยงมุมกลับมาอย่างเหลือเชื่อแต่ในภาพช้าปรากฎว่าหวดเซิร์บ ปีนขึ้นไปบนอัฒจันทร์ป้อล้อหญิงด้วยการเป่าลูกโป่ง ,เต้นบอยแบนด์,ถอดเสื้อโชว์ขนหน้าอกฯ ก่อนจะได้แต้มนี้ นับเป็นโฆษณาสุดฮาแห่งปีจนตอนนี้(31พ.ค.) มีคนเข้ามารับชมในยูทูปกว่า 385,239 ครั้งแล้ว ทว่าคุณแม่ ดิจานา ยอโควิช กลับไม่ปลื้มกับบทบาทของลูกชายคนโตเท่าไหร่นัก
ยอโควิช เผยผ่าน “ดิ อินดิเพนเดนต์” ของอังกฤษ ว่า “ตอนได้ชมครั้งแรก แม่ขำนิดหน่อย เพราะปกติแม่เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์และชอบมุขตลก แต่สุดท้ายแม่บอกว่าไม่ชอบจริงๆกับไอเดียโชว์หัวนม ซึ่งผมก็รู้สึกลังเลอยู่แล้วตอนตกลงเซ็นสัญญาถ่ายโฆษณาชุดนี้ ผมคิดอยู่เหมือนกันว่ามันจะดีหรอ แม่จะชอบไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจถ่ายไป”
เมื่อถูกถามว่าแล้วในอนาคตจะถ่ายโฆษณาห่ามๆแบบนี้อีกหรือไม่ “เจ้าโนเล” ตอบว่า “ถ้าเป็นโฆษณาขำๆแบบนี้มีเท่าไหร่ให้รีบบอกมา แต่ถ้าให้ผมโชว์หัวนมอีกไม่เอาแล้ว เดี๋ยวแม่ด่า”

ลือหนัก!! ชุดขาวเตรียมรวบ อลอนโซ-กาก้า วีคหน้า
May 31, 2009
ภาพตัดต่อของกาก้า ชูเสื้อย้ายร่วมทัพชุดขาว
”ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ แดนกระทิงดุเตรียมเริ่มปฏิบัติการล่าซุปเปอร์สตาร์ เข้าร่วมทีมอย่างจริงจังแล้ว โดยเริ่มที่ กองกลางมาดคุณชาย ชาบี อลอนโซ และ เพลเมคเกอร์รูปหล่อ ริคาโด กาก้า ของลิเวอร์พูลและ เอซี มิลาน ตามลำดับ และจะเร่งเซ็นสัญญาให้ได้ภายในสัปดาห์หน้า จาการรายงานของ “อาส” (as) สื่อชื่อดังของสเปน
ประธานคนใหม่ของ รีล มาดริด จะมีการคัดเลือกกันในเดือนมิถุนายนนี้ หาก ฟลอเรนติโน เปเรซ ขึ้นครองตำแหน่งอีกครั้งคาดว่าจะใช้เงินกว้านซื้อนักเตะระดับโลกมาเสริมทัพเพื่อส่งให้ ราชันชุดขาว คัมแบ็กสู่บัลลังก์ยอดทีมของยุโรปอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งสร้างยุค กาแลกติกอส ขึ้นมา หลังจากที่ฤดูกาลนี้ถูก บาร์เซโลนา แย่งความยิ่งใหญ่กวาดแชมป์รายการสำคัญไปทั้งหมด
”อาส”(as) รายงานเกี่ยวกับการย้ายทีมของ2 ดาวเตะจากอังกฤษและอิตาลีว่า “รีล มาดริด และ ลิเวอร์พูล ตกลงเรื่องค่าตัวของ อลอนโซ ได้เรียบร้อยแล้วอยู่ที่ ราว 25 ล้านยูโร(ประมาณ 1200 ล้านบาท ) โดยมี การ์เบียล ไฮน์เซ่ กองหลังสารพัดประโยชน์ที่ หงส์แดง เคยอยากได้เมื่อปีที่แล้ว เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ด้วย ซึ่งคาดว่าเรื่องทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า โดย มิดฟิลด์ห้องเครื่องรายนี้ จะเซ็นสัญญา 5 ปี ก่อนร่วมทัพเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกับทีมชาติสเปนเพื่อเตรียมทำศึก คอนเฟดเดอร์เรชั่น คัพ ต่อไป
ส่วนในรายของ กาก้า สื่อดังรายงานว่า ชุดขาวตกลงเรื่องค่าตัว ของมิดฟิลด์รูปหล่อชาวแซมบ้า เรียบร้อยเช่นกัน อยู่ที่ 60 ล้าน ยูโร(ประมาณ3,000ล้านบาท) โดยเรื่องนี้ ว่ากันว่าได้ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งอาเดรียโน่ กัลเลียนี รองประธานปีศาจแดง-ดำ นั้นอยากนำเงินค่าตัวของกาก้า มาหักลบกลบหนี้ที่ติดธนาคารไว้อยู่จำนวน66.8 ล้านยูโร (ราว 3,210 ล้านบาท) แต่ขอกับทาง มาดริดไว้ว่า อย่าเพิ่งเปิดเผยต่อสารธารณ จนกว่าจะปิดฤดูกาลให้เรียบร้อยเสียก่อน
สำหรับเรื่องค่าเหนื่อยนั้นว่ากันว่า สตาร์ดังของเอซี มิลานรายนี้จะเซ็นสัญญา 5ปี ค่าเหนื่อยตกปีละ 9 ล้านยูโร (ประมาณ 441 ล้านบาท)และมีรายได้เพิ่มจากส่วนแบ่ง 50% กับลิขสิทธิ์ส่วนตัวกับทีมชุดขาว โดยเจ้าตัวนั้นช่วยมิลานกลับไปเล่นแชมเปียนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าเรียบร้อย และมีโปรแกรมลงเล่นนัดสุดท้ายให้ทีม พบกับ ฟิออเรนตินา
โดยว่าที่ประธานจอมทุ่มจะแต่งตั้ง มานูเอล เปเยกรินี โค้ชชาวชิลีของ บียาร์เรอัล มาเป็นผู้คุมทัพรายใหม่ในวันจันทร์ที่1 มิถุนายนอีกด้วย หลังจากผิดหวังการคุมทีม ของฮวนเด้ รามอส กุนซือชาวสเปนในฤดูกาลนี้
ทั้งนี้ เปเรซ ยังเล็งทุ่มเงินซื้อดาวเตะระดับโลกไว้หลายราย อาทิ ดาวิด บีญา – ดาบิด ซิลบา(บาเลนเซีย), คริสเตียโน โรนัลโด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)และ ฟร็องค์ ริเบรี่ (บาเยิร์น มิวนิค)เข้ามาเสริมทัพ เพื่อประสานงานในแดนหน้าร่วมกับ อาร์เยน ร็อบเบน 1 ในดาราเอกของทีม

“ปาซินี” ตาอยู่ซิวแชมป์ที่มูเจลโล “ฟีม” จบที่ 14
May 31, 2009
ปาซินี
แม็ทเทีย ปาซินี นักบิดจากค่าย อพรีเลีย เบียดกับ “แชมป์เก่า” มาร์โก ซิมอนเชลลี อย่างสุดมัน จนกลายเป็นตาอยู่คว้าแชมป์จักรยานยนต์ทางเรียบรุ่น 250 ซีซี บนแผ่นดินเกิด อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ ที่สนาม มูเจลโล ส่วน รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ความหวังหนึ่งเดียวของไทยจาก ฮอนดา-พีทีที-แซค เร่งไม่ขึ้นจบด้วยอันดับที่ 14
ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบ อิตาเลียน กรังด์ปรีซ์ สนามที่ 5 ประจำปี 2009 ที่สนามมูเจลโล ประเทศอิตาลี แข่งทั้งหมด 21 รอบ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ลงบิดในรุ่น 250 ซีซี จากค่าย ไทยฮอนดา-พีทีที-แซค ออกสตาร์ทในกริดที่ 7 ได้ดีเสียบกลางขึ้นมาอยู่อันดับ 4 แต่ด้วยพื้นแทร็กที่เปียกทำให้ต้องระมัดระวังและไม่กล้าเร่งมาก
ส่วน “แชมป์เก่า” มาร์โก ซิมอนเชลลี นักบินหัวฟูชาวอิตาเลียน จากค่าย กิเลรา ออกสตาร์ทเป็นที่ 2 แต่พุ่งขึ้นมาเป็นผู้นำแบบทิ้งห่างหลายช่วงตัว หลังผ่านไป 6 รอบ ด้าน รัฐภาคย์ ตกไปอยู่อันดับที่ 12 จากนั้นสถานการณ์เริ่มเข้มข้นเมื่อ อัลบาโร เบาติสตา เร่งเครื่องขึ้นมาจนจี้ติดผู้นำและคู่ปรับเก่า ก่อนจะขึ้นไปแซงได้ในขณะที่เหลืออีก 12 รอบ
ซิมอนเชลลี และ เบาติสตา เริ่มขับเคี่ยวชิงจังหวะกัน ในขณะที่เหลืออีก 11 รอบก็เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นเมื่อเบียดกันจนหลุดออกไปนอกแทร็กทั้งคู่ โชคดีที่สามารถประคองรถกลับมาแข่งต่อได้ แต่จังหวะนี้ก็ต้องมีการสืบสวนกันต่อไปว่าใครผิดใครถูก ส่วนผู้นำเป็นของตาอยู่คือ แม็ทเทีย ปาซินี ความหวังเจ้าถิ่นจากค่าย อพรีเลีย
จากนั้น เบาติสตา เริ่มเบาเครื่องลงไปเนื่องจากไม่อยากเสี่ยงเพราะคะแนนนำอยู่ ส่งผลให้ ซิมอนเชลลี พุ่งขึ้นมาไล่จี้ ปาซินี ในรอบสุดท้ายทั้งคู่ชิงจังหวะกันไปมาก่อนที่ ปาซินี จะขับแบบบู๊สุดฤทธิ์จนผ่านธงตาหมากรุกไปแบบบีบหัวใจ ส่วน ซิมอนเชลลี ที่ 2 ตามหลัง 0.117 วินาที, เบาติสตา ที่ 3 ตามหลัง 1.293 วินาที และ รัฐภาคย์ ที่ 14 ตามหลัง 1 นาที 25.519 วินาที

