ผวาพรรคพัง “เพื่อแม้ว”ตัดหาง”เสธ.แดง-พัลลภ”

February 9, 2010

 

 

เผยเหตุที่ประชุมยุทธศาสตร์ พท.เต้นแถลงจุดยืน ตัดหาง พัลลภ-เสธแดง ผวา”เพื่อไทย-เสื้อแดงตกต่ำหนัก อ้างหวั่นมือที่ 3 สร้างสถานการณ์ป่วน จนรัฐบาลใช้กำลังปราบ ฝันปมแก้ รธน.-ศึกซักฟอก ทำ”มาร์ค”ถึงทางตันโอกาสชิงยุบสภาสูง 
 
 
 แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะยุทธศาสตร์และการเมืองพรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ว่า ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะออกแถลงการณ์แถลงจุดยืนแนวทางของพรรคนั้น ที่ประชุมได้วิเคราะห์ถึงการเคลื่อนไหวของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย และ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบกที่ถูกสั่งพักราชการ โดยวิเคราะห์ว่า การเคลื่อนไหวที่มีลักษณะรุนแรงของ พล.ต.ขัตติยะไม่เป็นผลดีต่อทั้งพรรคเพื่อไทย และกลุ่มเสื้อแดง ทางพรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรแสดงบทบาทและย้ำจุดยืนของพรรคในการต่อสู้ตามหลักการระบอบประชาธิปไตยและต่อต้านการทำรัฐประหาร 
 
 แหล่งข่าว เปิดเผยอีกว่า การที่ พล.อ.พัลลภ ออกมาเสนอแนวคิดตั้งกองทัพประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น แม้พรรคเคารพในการนำเสนอเพราะถือเป็นสมาชิกพรรค แต่พรรคมีความกังวลว่าประชาชนจะเกิดความสับสน และเสียแนวร่วมของพรรคและกลุ่มเสื้อแดง รวมทั้งอาจเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามใช้โจมตี หรือสร้างสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะเรื่องกองทัพประชาชนฯ ดังกล่าว เพราะในสถานการณ์ขณะนี้มีความอ่อนไหวมากประกอบกับการปลุกเร้ากระแสการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ซึ่งล่อแหลมอาจสุกงอมและนำไปสู่การสร้างสถานการณ์ของมือที่ 3 ทำให้สถานการณ์รุนแรง ดังนั้น จึงควรที่ประคับประคองสถานการณ์ให้เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญหากเหตุการณ์รุนแรงและทำรัฐประหารก็จะไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนโดยรวมและอาจทำให้มีใช้กำลังปราบคนเสื้อแดง ดังนั้น ที่ประชุมได้มีแนวคิดเสนอให้ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมทำความเข้าใจประชาชน ไม่ให้นำไปสู่การเผชิญหน้า 
 
 ที่ประชุมคณะยุทธศาสตร์เพื่อเพื่อไทยยังได้วิเคราะห์ว่า ขณะนี้มีปัญหาที่รุมเร้ารัฐบาลหลายเรื่อง โอกาสนำไปสู่ทางตันสูง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลจากการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากการพิจารณาแล้วมีการหยิบเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ คปพร..ของ นพ.เหวง โตจิราการ ที่ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นหลักขึ้นพิจารณาร่วมแล้ว อาจทำให้เสียงในพรรคร่วมรัฐบาลแตกซึ่งอาจเกิดการสลับขั้ว นอกจากนี้ อีกเงื่อนไขหนึ่ง หากพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะเป็นแรงกดดันบีบรัฐบาลอีกด้านหนึ่ง ตรงข้ามจะทำให้เพิ่มอำนาจการต่อรองของพรรคร่วมรัฐบาลมีสูงขึ้นเพราะมีปัญหารุมเร้าและเงื่อนไขต่างๆ อาจส่งผลให้นายกรัฐมนตรี เลือกชิงยุบสภา ก่อนจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

 

Comments

Got something to say?